Perfect Match แฟนฉัน! รับประกันความเพอร์เฟ็กต์

ตอนที่ 3 : จูเนียร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28,010
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 132 ครั้ง
    22 พ.ย. 56

2

จูเนียร์


 

'หนูขอไปเรียนที่พิษณุโลกนะคะคุณหญิงแม่ ท่านพ่อ'

'ไม่ได้!! ลูกจะไปอยู่ที่นั่นได้ยังไง ไกลขนาดนั้น คนเดียวเนี่ยนะ แม่ไม่ยอมมม'

'ใช่!! เป็นเด็กผู้หญิงมันอันตราย แล้วทำไมจะต้องไปเรียนที่นั่นด้วย ที่อื่นมีเยอะแยะ! พ่อไม่ยอม!'

ฉันคิดอยู่แล้วว่าพวกท่านต้องไม่ยอม ฉันก็เลยเปิดผ้าคลุมหน้าออก (พวกท่านผงะไปนิดหน่อย) บีบน้ำตา ดราม่าให้สมกับได้รางวัลสุพรรณหงส์ (จัดกันเองในกลุ่มชะนีล่าฝัน) เมื่อปลายปีที่แล้

'ลูกไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้ว ฮึก ไม่มีใครต้องการลูก ตอนนี้ลูกอัปลักษณ์ ลูกคือผี!!'

'ไม่จริง แม่รักลูกเสมอนะจูเนียร์ ไม่ว่าลูกจะเป็นยังไง'

'จริงเหรอคะ... ถ้างั้นคุณหญิงแม่ช่วยจับหน้าลูกได้มั้ยคะ'

'ดะ...ได้!! เดี๋ยวแม่ใส่ถุงมือแป๊ปนะลูก...'

'คุณหญิงแม่!!!'

ฉันอดวี๊ดไม่ได้ คุณหญิงแม่เลยหัวเราะแห้งๆ ทำท่ารู้สึกผิดนิดหน่อย =_=

เหอะ ทำไมฉันจะไม่รู้จักแม่ตัวเองล่ะ ท่านเป็นคนรักสวยรักงาม รักความสะอาด สุขอนามัยนี่คือที่หนึ่งในจักวาล (แม่ฉันคือคุณหญิงแห่งกระทรวงสาธารณะสุข -_-) เนี่ยนะ จะยอมมาสัมผัสเชื้อโรคโดยตรง ไม่มีทาง! นี่ถ้าฉันไม่ใช่ลูกสาวละก็... มีหวังถูกจบเข้าห้องปลอดเชื้อไปแล้ว ไม่ปล่อยให้อาศัยอยู่ในบ้าน ร่วมโต๊ะกินข้าวแบบนี้หรอก

'งั้นก็ให้ลูกไปเถอะค่ะ ตอนนี้ลูกไม่มีใครคบ คุณหญิงแม่ก็รู้ว่าเพื่อนลูกน่ะพากันตีตัวออกห่างหมดแล้ว อีกทั้งลูกจะไปไหน ใครก็กลัวเพราะนึกว่าเห็นผี สรุปคือลูกอยู่ที่นี่ก็รังแต่จะทำให้คุณหญิงแม่และท่านพ่อลำบากใจ ตระกูลของเราจะเป็นที่ครหาว่าซ่อนสัตว์ประหลาดไว้ในบ้าน ทุกอย่างรังแต่จะทำให้ลูกเสียสุขภาพจิตซะเปล่าๆ '

'แต่ว่า...'

'ถือซะว่าส่งลูกไปรักษาที่ต่างประเทศสิคะ ใครถามก็บอกว่าลูกไปเรียนต่อก็ได้ ลูกจะไม่ให้ใครรู้ค่ะว่าลูกเป็นใคร ลูกจะเป็นเด็กธรรมดาๆ ลูกจะไปตามหาเฮียสอง เอ๊ย! จะไปรักษาหน้าให้หายด้วย ที่สำคัญมหาลัยที่นู้นมีโรงพยาบาลอยู่ในตัวด้วย แบบนี้ลูกก็จะได้อยู่ใกล้มือหมอ หน้าลูกก็จะได้หายโดยเร็วไม่ดีเหรอคะ อีกอย่าง... อยู่ที่นู่นลูกก็ยังได้เรียนหนังสือ ไม่ต้องเสียเวลาไปเปล่าๆ ตั้งเป็นปีอยู่บ้านเฉยๆ '

'พ่อกลัวลูกลำบาก ลูกจะเป็นยังไง จะอยู่ยังไง จะกินยังไง...'

'ท่านพ่อคะ... ลูกก็เป็นคนนะคะ ลูกคงไม่ปล่อยให้ตัวเองหิวตาย ไม่ไปนอนข้างถนนให้รถทับ หรือนั่งหนาวอยู่ใต้สะพานลอยหรอกค่ะ แล้วหน้าลูกน่ากลัวขนาดนี้จะมีใครมากล้าทำอันตรายลูกคะ มีแต่ลูกจะไปทำให้ชาวบ้านเขากลัวต่างหาก '

'...'

บุพการีของฉันเงียบกริบ พวกท่านคงไม่คิดว่าฉันจะพูดออกมาชิลๆ ตรงๆ แบบนี้ได้ สำหรับพวกท่านคงเป็นอะไรที่สะเทือนใจอย่างแรงที่ลูกสาวกลายเป็นคนขี้เหร่ไปแล้ว ฉันเคยเป็นลูกสาวที่พวกท่านใช้อวดเพื่อน อวดลูกน้อง อวดแขกไปใครมา ฉันคือความภาคภูมิใจของตระกูล ใบหน้าอันล้ำค่าไร้ที่ติ... ซึ่งตอนนี้กลายเป็นพื้นผิวอุกาบาตไปแล้วเรียบร้อย ฉันสมาชิกคนใหม่ของบ้านชื่อ 'น้องผีตานี'

'ลูกโชคร้ายที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ฉะนั้นให้ลูกได้ทำอย่างที่อย่างที่ลูกต้องการเถอะค่ะ นะคะ...นะค้าาาา'

ฉันคุกเข่า บีบน้ำตาอีกห้าหยด ถ้ายังไม่ยอมนี่ฉันจะแหวกหนองออกมาจากหน้าซะเลย!! และแล้ว...พวกท่านก็ใจอ่อนจนได้ (ไม่รู้ว่าเพราะสงสารหรือกลัวท่าไม้ตายที่ฉันคิดไว้) ในที่สุดฉันก็ได้ไปเรียนมหาลัยเดียวกับเฮียสองในนิยายสุดที่เลิฟ!! เหลือเชื่อมั้ยละ O_O ถ้าหน้าไม่พัง เรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิด!! ฉันคงยังเที่ยวลัลลั้นหรูหราไร้สาระอยู่นั่นล่ะ (แล้วที่ทำนี่มีสาระตรงไหน -*-)


 

การตระเตรียมไปอยู่ที่ต่างจังหวัดครั้งแรกทำเอาทุกคนยุ่งจนลืมงานเลี้ยงใหญ่ที่ใกล้จะถึงไปเลย พวกพี่เลี้ยงเตรียมของให้ฉันซะใหญ่โตอลังการจนอยากจะเป็นลมแทน แค่ไปเรียนต่างจังหวัด ไม่ใช่ย้ายวังนะทุกคน ตอนแรกคุณหญิงแม่จะส่งบอดี้การ์ด คนใช้และพี่เลี้ยงไปอย่างละสามคน... เอ่อ นี่ไม่เท่ากับว่าฉันแค่เปลี่ยนที่นอนเฉยๆ หรอกเหรอ... -_-; นี่ฉันบีบน้ำตา คุกเข่าไปเพื่ออัลไลล~~

ฉันเลยต้องไปย้ำคุณหญิงแม่อีกทีว่าฉันจะไปเยี่ยงคนสามัญธรรมดานะ! ตัวท่านเองก็บอกใครต่อใครว่าฉันไปเรียนต่อที่อังกฤษแล้วนี่นา แล้วไอ้การจัดขบวนทัพยกขโยงเยี่ยงคุณหนูพันล้านเปลี่ยนฐานบรรชาการเนี่ย.. มันธรรมดาสามัญตรงไหนเอ่ยยย ไม่เกินอาทิตย์เดียวโลกก็รู้กันพอดีว่าคุณหนูจูเนียร์หนีมารักษาหน้าที่ต่างจังหวัดจ้า หาใช่ไปเรียนต่ออย่างที่โม้ไม่ -_- คุณหญิงแม่เลยต้องสะบัดผ้าเช็ดหน้าอย่างขัดใจ ยอมยกเลิกคำสั่งทั้งหมด แต่ให้พี่น้ำอ้อยซึ่งเป็นพี่เลี้ยงที่สนิทที่สุดไปคอยติดตาม (ดูแลห่างๆ) กับฉันแทน แล้วพี่น้ำอ้อยเป็นคนพิษณุโลกอยู่แล้วด้วย ทุกอย่างก็เลยง่ายขึ้น

ลูกแน่ใจจริงๆ เหรอว่าต้องการแบบนี้จูเนียร์ แม่ไม่เห็นด้วยเลยจริงๆ เฮ้อ~~"

แน่ใจค่ะ หนูจะเป็นจุนิตา อยู่เผือก ไม่ใช่ จุนิตา วรโชติอิงคนันท์ค่ะ"

ฉันบอกอย่างมั่นใจ 'อยู่เผือก' เป็นนามสกุลของพี่น้ำอ้อย ฉันปลอมแปลงและแอบยืมนามสกุลนี้มาใช้ (ท่านพ่ออำนวยความสะดวกในการปลอมแปลมให้) เพื่อที่จะได้ไม่มีใครรู้ว่าฉันเป็นใครอะไรยังไง ฉันไปในฐานะหลานของพี่น้ำอ้อย ไม่ใช่คุณหนูตระกูลวรโชติอังคนันท์

ดูแลตัวเองให้ดีนะลูก มีปัญหาอะไรก็รีบติดต่อแม่และท่านพ่อด่วน แล้วอย่าลืมนะจ้ะว่าลูกมีเงิน ลูกไม่ต้องเล่นบทคนธรรมดาสมจริงสมจังมากนักล่ะ -_-^ ซื้อๆ ไปเถอะ เรารวย ลูกห้ามลืม”

หนูทราบแล้วค่ะ"

มา กอดลากันสักหน่อย..”

ฉันกำลังจะเดินเข้าไปกอด แต่คุณหญิงแม่ชะงักเล็กน้อย

เอ่อ จับมือลากันดีกว่าลูก แม่ว่าน่าจะดีกว่า"

ฉันหัวเราะออกมาเล็กน้อย มีวันหนึงฉันเอามือไปสะกิดโดนหน้าไม่รู้ตัว หัวสิวหลุดกระเด็นออกมาโดนหน้าคุณหญิงแม่ ฮ่าๆๆๆ เอ่อ อะแฮ่ม ตั้งแต่นั้นคุณหญิงแม่เลยกลัวฉันเล็กน้อย หึหึ ฮ่าๆๆ ไม่รู้ทำไมฉันตลกจัง บาปมั้ยที่แกล้งแม่ตัวเองเนี่ย

ท่านพ่อติดราชการด่วน แต่ก็ฝากให้แม่บอกลูกว่าพวกเรารักลูกเสมอนะจ้ะ ถ้าลูกเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ แม่และท่านพ่อจะไปรับลูกถึงที่เลย"

ขอบคุณค่ะคุณหญิงแม่ ลูกขอลา"


 

#พิษณุโลก

ร้อน... มว้ากกกก!!

ชั้นบรรยากาศของจังหวัดนี้มันรั่วไม่ก็ทะลุหรือไงนะ แดดถึงได้แรงแสบผิวขนาดนี้ แล้วยิ่งฉันเอาผ้าคลุมหัว คลุมหน้าแบบนี้ด้วยแล้ว บอกตรงๆ อย่าให้ถอดออก เหงื่อไหลท่วมโลกแน่ -_- ฉันมองกำหนดการของนิสิตปีหนึ่งที่อยู่ในมืออย่างงงๆ มึนๆ อะไรก็ไม่รู้ยาวเยียดขี้เกียจอ่านมากๆ ตอนแรกฉันจะใช้ให้พี่น้ำอ้อยอ่านแล้วสรุปให้ฟังที แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าควรจะเลิกนิสัยแบบนั้นได้แล้ว ต่อไปจะไม่มีใครมาคอยลองมือลองเท้าแบบเมื่อก่อนแล้วนะ ตอนนี้เธอคือ จุนิตา อยู่เผือก โอเค้! เธอไม่ใช่คุณหนูพันล้านแสนสวยนั่นต่อไปแล้ว เธอคือผีอ่ะ เธอเป็นผีเข้าใจมั้ยจูเนียร์!

เราต้องไปไหนก่อนคะคุณหนู มอมันกว้างขนาดนี้ เดินไปคงขาลากแน่ๆ"

พี่น้ำอ้อย... ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าเรียกคุณหนู ฉันไม่ใช่คุณหนูอีกต่อไปแล้ว"

ฉันคือผี ฉันเป็นผี ฉันหน้าเละ!!! T__T

แฮ่ๆ ขอโทษค่ะ แต่พี่น้ำอ้อยรู้สึกลามปามยังไงไม่รู้ ถ้าเรียกคุณหนูแค่ชื่อเฉยๆ"

ตอนนี้พี่น้ำอ้อยเป็นน้าฉันนะ คิดซะว่าฉันเป็นหลานสาวคนหนึงซิ"

โอเค! เอ่อ...งั้นคุณหนูต้องเรียกว่าพี่น้ำอ้อยว่าน้าอ้อยแล้วล่ะคะ เรียกพี่น้ำอ้อยไม่ได้แล้ว เดี๋ยวไม่เนียนเน่อ"

เอ่อ ฉันรู้สึกว่าตั้งแต่พี่อ้อยเหยียบจังหวัดบ้านเกิดเนี่ย แอบหลุดสำเนียงเหน่อๆ แบบคนที่นี่ออกมาโดยไม่รู้ตัว ตอนแรกฉันก็แบบว่า...อะไรมาน่ง มาเน่อ เด็กกรุงเทพไม่รู้จักนะ -_-

เออ ก็จริง โอเค! น้าอ้อย เดี๋ยวฉันจะไปที่คณะบริหาร ในนี้เขาเขียนว่าพอมาถึงให้ไปรายงานตัวที่คณะก่อน ส่วนน้าอ้อยกับคนขับ... เอ่อ...ลุงบุญมี ก็ไปรอที่หน้าหอในก่อนละกัน"

คุณหนะ...เอ๊ย จูเนียร์แน่ใจนะว่าไม่อยากให้น้าไปเป็นเพื่อน"

ไม่ต้องหรอก ฉันไปคนเดียวได้จ้ะ"

พี่น้ำอ้อยมองฉันอย่างเป็นกังวลสุดขีด ฉันเลยต้องย้ำบอกว่าไม่เป็นอะไร ไปคนเดียวได้อีกประมาณแปดรอบ นางถึงยอมขึ้นรถตรงไปหอในอย่างที่ฉันบอก เออ... นี่ ฉันต้องอยู่หอในของมหาลัยด้วยอะ ฮ่าๆๆ ตล๊กกก ตลก รู้สึกเหมือนถูกคุณหญิงแม่ส่งมาเรียนโรงเรียนประจำยังไงยังงั้น เท่าที่ฉันอ่านรายละเอียดคู่มือนิสิตใหม่มา เขาบอกว่าเด็กปีหนึ่งทุกคนต้องอยู่หอใน (เป็นข้อบังคับกันเลยทีเดียว) ยกเว้นเสียแต่ว่าจะเป็นคนพิษณุโลกและมีบ้านอยู่ไม่ไกลจากมหาลัยมาถึงจะได้รับการยกเว้น

ว่าแต่คณะบริหารฯ ไปยังไงวะ

ฉันบอกว่าไปคณะบริหารแต่จริงๆ ไม่ได้เรียนบริหารหรือบัญชีอะไรแนวนั้นเลยจ้า ทายสิฉันเรียนอะไร!... ฉันเรียนการจัดการการท่องเที่ยวค่า!! (หรือเรียกว่าทัวร์แบบสั้นๆ) ที่เลือกเรียนเพราะฉันคิดว่าง่ายดีมั้ง แถมฟังดูสนุกอ่ะ เหมือนได้ไปเที่ยวเยอะเลยเรียนไอ้นี้นี่ล่ะ กะง่ายเอาไว้ก่อนนั่นเอง ฉันมองซ้ายมองขวาหาป้ายบอกทางอยู่พักหนึ่ง กระทั่งเห็นรถตู้สีฟ้าๆ ขับมาตรงนี้ O_o ห๊าาา!!! นี่...นี่มันรถไฟฟ้าหรือตู้อบเคลื่อนที่ที่อยู่ในนิยาย โอมายก๊อดด!! ฉันได้เห็นมาของจริงแล้วค๊า!! ถ่ายรูปลงอินตาแกรมอวดพวกชะนี....

...ไม่สิ...ฉันไม่มีเพื่อนแก๊งชะนีล่าฝันนั่นอีกแล้ว พวกนางเลิกคบฉันไปแล้ว

ไม่เป็นไร!! ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกก็ได้ ไม่มีใครดูฉันดูเองเนี่ยล่ะ นี่ไงฉันมาเห็นรถไฟฟ้าที่อยู่ในนิยายแล้ว เย่ๆ ต่อไปก็ต้องลานปลูกข้าวของคณะเกษตร แล้วก็บ่อปลาที่คณะวิศวะ กรี๊ดดดด เฮียสองงงง >_< เค้ามาตามหาตะเองแล้วนะ

หนู!! ตกลงจะขึ้นรถหรือเปล่า"

หะ...หา"

ฉันมองลุงคนขับรถไฟฟ้าที่ตะโกนถามผ่านช่องหน้าต่างคนขับรถ

เท่าไหร่คะลุง"

ฉันถามเตรียมจะควักแบงก์ออกมาจ่าย ตายหอยยย มีแต่บัตรเครดิตด้วยดิ เป็นบัตรแพลนตินั่มด้วย แบบนี้มันจะบ่งบอกฐานะไปหรือเปล่า ฉันรีบซุกบัตรทองเอาไว้ในกระเป๋าเพราะกลัวคนจะเห็น ฉันให้ใครรู้ฐานะตัวเองไม่ได้เด็ดชาด

เด็กใหม่สินะ ฮ่าๆๆ ฟรีครับ นี่เป็นรถของมอ ขึ้นได้เลย"

ฟรี!!!”

โอมายก๊อดด!! มันฟรีเหรอเนี่ย เกิดมาฉันไม่เคยเจอของฟรีมาก่อน ใครๆ ก็บอกว่าของฟรีไม่มีในโลก แล้วถึงฟรีก็ไม่ดีด้วย อีกอย่างนะฉันโคตรรวย ฉันซื้อได้ทุกอย่าง ฉันเลยไม่สนของฟรี ในแก๊งฉันมักจะพูดเสมอว่า 'ของฟรีมีไว้ให้คนจน' (ตอนที่เครื่องสำอางคฺแมค แถมเทสเตอร์รองพื้นมาให้ใช้ ฉันเลยต้องแกล้งทำเป็นไม่เอาค่ะ ฮืออ กลัวเพื่อนล้ออ่ะ)

หนูจะไปไหนล่ะ"

ปะ..ไป คณะบริหารค่ะ"

ขึ้นมาโล๊ดดดดด"

บรื่นนน~~

รถออกตัวแล้วค่ะ ฉันขึ้นรถไฟฟ้าของมหาลัยที่เฮียสองเคยเรียน!! กรี๊ดดด ไม่อยากจะเชื่อว่าฉันกำลังทำแบบเดียวกับที่นางเอกในนิยายเคยทำ ฉันกำลังเป็นเจ้เปรี้ยวอ่ะ >_< แอร๋ย ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะมาไกลได้ขนาดนี้ แต่เออ.. รถมันร้อนจริงวะ คือไม่มีแอร์อ่ะ มีแต่ระบบหน้าต่างค่ะ -_-; แล้วอากาศข้างนอกร้อนประมาณหนึ่งร้อยองศา สมแล้วที่โดนฉายาตู้อบโดเรมอนเคลื่อนที่ ฉันนั่งอยู่ไม่กี่นาทีลุงคนขับก็ให้ฉันลง...

ถึงตึกวิทยาการแล้ว"

อะไรคือวิทยาการ -_-' ฉันไม่รู้ แต่บอกให้ลงก็ลงค่ะ ตั้งแต่หน้าพังนี่ว่านอนสอนง่ายขึ้นเยอะเลย คือรู้สึกว่าหน้าผีแล้วยังขี้วีนนี่จะไม่มีที่ให้อยู่ไง เลยต้องสงบเสงี่ยมสักนิด ฉันแหงหน้ามองตึกคณะบริหารเสียงเจี้ยวจ้าวดังออกมาเป็นระยะๆ ... ตอนนี้เองที่ฉันเริ่มจะกลัวๆ ขึ้นมาบ้างแล้ว คือฉันเอาผ้าคลุมหน้าไว้อยู่ (เหลือแต่ตา) ถ้าเปิดออกแล้วคนจะเผ่นกระเจิงมั้ยนะ มันจะเลวร้ายถึงขั้นไม่ให้เข้าเรียนที่นี่เลยหรือเปล่า กลัวคนประท้วงต้อต้านคนหน้าผีมาเรียนหนังสือจัง ฮือ~ ฉันถ่อมาไกลตั้งสามร้อยกว่ากิโลเชียวนะ อย่าผลักไสฉันให้ไกลเลย อยากขอ~

รออะไรอยู่ ไม่เข้าไปล่ะน้อง เด็กใหม่หรือเปล่าเนี่ย"

....”

ฉันหันไปตามเสียงทุ้มกังวาลที่ดังมาจากด้านหลัง...แล้วก็ชะงักด้วยความอึ้ง

O_O

โอ้-มาย-ก๊อด-เนส!!

ฉันครางในใจ นี่ถ้าไม่มีผ้าคลุมปิดไว้ โลกคงรู้แล้วว่าฉันอ้าปากหวอไปแล้ว กรี๊ดดดด

เด็กวิยาการหรือเปล่าเนี่ย"

เขาถามซ้ำพร้อมกับเลิกคิ้วนิดหน่อย ผู้ชายตรงหน้าฉันนี่....คือ...แบบว่า...

พี่แม็คกลายเป็นแค่เล็บขบเน่าของเขาเท่านั้นเอง คนอะไรจะหล่อได้ขนาดนี้ คือหล่อแบบ... กรี๊ดด!! เห็นแล้วใจเต้นไม่เป็นจังหวะ หายใจติดขัด มีอาการ ตุ้มๆ ต่อมๆ โอ๊ยใจเต้น!! คนนี้หล่อที่สุดตั้งแต่ฉันจำความได้เลยมั้งเนี่ย! เห็นดารามาก็เยอะ เห็นไฮโซมาก็แยะ แต่คนตรงหน้าฉันมันให้ความรู้สึกเรียลลล เรียลสุดๆ โอ้มายก๊อด!! เหมือนตับสดๆ ที่ยังไม่ได้ปรุงแต่ง เหมือนเครื่องในที่เพิ่งควักออกมา! หน้าไม่โบ๊ะ ผมไม่เซ็ท น้ำหอมไม่ฉีด แต่โคตรหล่อระเบิดเลยให้ตาย *O*

เฮ้ย น้อง...หูหนวกป่ะเนี่ย"

บร้ะ!! กะความสูงด้วยสายตาแล้ว... คุณพี่ท่านนี้น่าจะสูงร้อยแปดสิบห้าเป็นอย่างต่ำค่ะท่านผู้ชม!! ทำไมฉันรู้น่ะเหรอ เพราะฉันสูงร้อยเจ็ดสิบน่ะสิ (พอดีเลยเนอะ ทั้งสูงทั้งหน้าเละ =_= มันคืออะไรคะ!! ก็เประตะน่ะสิ เย่!) มาตฐานชายไทยคือร้อยเจ็ดสิบห้า ส่วนใหญ่ก็สูงกว่าฉันนิดเดียวเท่านั้น เรียกว่าแทบสูสีเลยล่ะเวลายืนใกล้กัน ใครหน่วยก้านดีหน่อยสักร้อยแปดสิบเซนขึ้นไป ก็จะสูงกว่าฉันอยู่คืบหนึ่ง แต่พอฉันใส่ส้นตึกสักห้านิ้วปุ๊ป เราก็ยืนแทบจะเสมอกันในบันดล (พี่แม็คขอร้องไม่ให้ฉันใส่ส้นสูง เขาบอกว่ากลัวฉันเดินไม่ถนัด แต่ฉันรู้นะว่าเขาทนไม่ได้ที่ชะนีจะสูงกว่าเขา)

แต่ถ้าสูงเกินหนึ่งร้อยแปดสิบห้าอัพแบบคุณพี่คนนี้... ฉันก็จะได้เป็นนางเอกนิยายนิดนึงอ่ะ แบบว่าแหงนคอคุยกับพระเอกอะไรเงี้ย กรี๊ดดด >O< เลิศค่ะเลิศศศ!!

อ้าว เฮ้ย!! มีปากหรือเปล่าเนี่ย เป็นใบ้ใช่มั้ยเนี่ย"

โห ดุซะด้วย!! นะ...นี่มัน... เฮียสองชัดๆๆ >_< อร๊ายยย

เอาพงเอาผ้าปิดหน้าปิดตาแบบนี้ ไม่ร้อนหรอน้อง หายใจทางไหนเนี่ย...แขนเหรอ -_-”

คุณพี่รูปหล่อถามพลางจ้องแบบสงสัยมากๆ แล้วก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ

โอย...หล่อ หล่อแบบดาวกระเจิงไปเลยจ้า ถึงจะไม่ใช่แนวหล่อตี๋แบบเฮียสองในนิยาย แต่คนนี้ก็ได้อยู่นะคะ! ฉันรู้สึกว่าเขาดูเหมือนคนมีเชื้อคนตะวันตกนิดหนึ่ง รูปร่างสูงผอมแต่ไม่แห้งก๋องแก็ง มีเนื้อมีหนังมีกล้ามกำลังน่าขบ ผมสีโค้ก จมูกโด่งมากเหมือนยัดเสาไฟฟ้าเข้าไปทั้งแท่ง ท่าทางดูขี้โกงนิดๆ ร้ายหน่อยๆ แต่ก็ฮอทอย่างบอกไม่ถูก!! คำถามคือ...ผู้ชายหล่อตระการตา เพอร์เฟคไปหมดทุกซอก ทุกมุม ทุกรูขุมขนและรูขนแขนแบบนี้ เขามาทำอะไรไกลเมืองหลวงขนาดนี้! อย่าบอกนะว่าเป็นนิสิตของที่นี่ด้วยงั้นเหรอ โอ้....มหาลัยนี่เป็นแหล่งสะสมคนหล่อแหงๆ ตัดสินใจถูกแล้วที่มาเรียนที่นี่ ขอบคุณพระเจ้า!

เฮ้ย พูดไม่ได้ปะวะ"

อ๊ะ เอ่อ พะ...พูดได้ค่ะ"

ตกลงเรียนเอกไร พี่จะได้พาไปถูก"

ว้าย! เห็นพูดจาโผงผาง ท่าทางเฮ้วๆ แบบนี้ กลับมีน้ำใจอย่างไม่น่าเชื่อ กรี๊ดด >_< เลิศค่ะเลิศศศศศ

นะ...หนูเรียนการจัดการการท่องเที่ยวค่ะ"

อ้าว! เฮ้ย เด็กทัวร์เหมือนกัน แบบเนี่ยก็สนุกเลยเงี้ย!! ตอนรับน้องเดี๋ยวพี่จัดให้ถึงใจเลย"

...”

เสียงหัวเราะและท่าทางที่เปิดเผยของคุณพี่ทำให้ฉันแอบชะงักไปนิดหน่อย หัวใจฉันเหมือนโดนคุณพี่เอาเท้าขยี้จนเป็นรู...จากนั้นเขาก็กระโดดลงมานั่งอยู่กลางใจซะแล้ว >_< ผู้ชายคนนี้ช่างยิ้มได้น่ารักแตกต่างจากท่าทางเฮ้วๆ ร้ายๆ นั่นอย่างคนละขั้ว เพราะลักยิ้มทั้งสองข้างแก้มนั่นทำให้เขายิ่งดูมีเสน่ห์อย่างล้นเหลือ หน้านิ้งก็เท่ ด่าฉันก็หล่อ ยิ้มก็น่ารัก โอย...ฉันยอมมอบเครดิต 'หล่อแบบพี่ มีสิบเมียก็ยังได้' ให้กับเขา เอาไปเล้ยยยยย เหมาะสมมากค้า!!!

แปะๆๆๆ

โอ้... พระเจ้า หนูดีใจๆ ที่มาเรียนที่นี่

ถ้าหน้าไม่พัง ฉันก็คงไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้ เย้!! ดีใจจังที่หน้าเป็นหนองและสิวไปทั่ว (เอ่อ...)

ตามมาดิ เดี๋ยวพี่พาไปที่ซุ้ม เด็กใหม่เค้าก็ไปลงชื่อรายงานตัวกันตรงนั้นล่ะ"

ขะ...ขอบคุณค่ะ"

ฉันเดินก้าวชับๆ ตามคุณพี่สุดหล่อเข้าไปในคณะ ลักกี้ๆๆ >O< ดีนะที่มีผ้าคลุมหน้าอยู่ ไม่งั้นเขาก็เห็นความกระดี้กระด๊าเหมือนปลากระดี่ได้น้ำของฉันไปแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันลืมความกังวลเรื่องหนังหน้าของตัวเอง สรรพคุณของผู้ชายหล่อมันเป็นแบบนี่เอง

พาน้องมาให้อีกคนคร้าบบบบ"

ฉันเห็นเด็กคนอื่นๆ กำลังยืนเข้าแถวกันอยู่ ท่าทางแต่ละคนดูตื่นๆ เขินๆ บ่งบอกให้รู้ว่าเลยว่าคงเป็นนิสิตใหม่แบบเดียวกับฉัน แถมทุกคนยังมีป้ายคล้องคออันใหญ่เบ้ง รูปป้ายรถเมล์พร้อมกับชื่อเล่นของตัวเอง บรรยากาศที่คึกคักและเสียงที่คุยเจี้ยวจ้าวตลอดเวลาทำให้ฉันเริ่มรู้สึกตื่นเต้นไปด้วย เสียงกลองและเพลงจังหวะสนุกสนานดังลั่นไปทั่วทั้งซุ้ม มีคนแต่งตัวแปลกๆ (เดาว่านี่คงเป็นรุ่นพี่ เด็กใหม่คงไม่มาเต้นเหมือนโดนผีสิงแบบนี้อ่ะ) ใส่เสื้อยืดประจำคณะกับกางเกงเลย์เต้นประกอบจังหวะ พวกเขาโยกหัว โยกตัว ส่ายสะโพกกันอย่างเมามัน ส่วนเด็กใหม่ก็หัวเราะครื่นที่เห็นรุ่นพี่เต้นแบบบ้าๆ บอๆ โดยไม่อายกันเลยสักนิด

อา... แอบรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกแฮะ มันอบอุ่นแล้วก็เป็นกันเองดีอ่ะ

ในสังคมที่ฉันจากมา... การมาเต้นเวิ้นเว้อประหนึ่งคนโดนผีเข้าแบบนี้ จะโดนกำจัดค่ะ!! ถ้าจะเต้นต้องเป็นพวกลีลาศ ไม่ก็เพลงฝรั่งมันส์ๆ ในคลับไฮโซนู่นล่ะ มาตีกลอง ตีฉิ่งโล้งเล้งแบบนี้ อาจถูกหามไปหลังคาแดงได้

'หนูแดง หนูแดง หนูแดงง แทงก็แทงไม่เข้า แทงจนปวดหัวเข่า...'

นี่ฉันยังไม่ได้พูดถึงเพลงที่เขาเต้นกัน ก็อย่างที่ได้ยิน... ลองไปร้องแบบนี้กลางงานกาล่าดินเนอร์ มีหวังถูกยิงเป้ากลางงานแน่ (นี่ยังไม่ได้นับท่าเต้นส่อๆ นั่นอีก) เอาล่ะ... ฉันต้องหยุดเปรียบเทียบกับชีวิตฟู่ฟ่านั่นเสีย เพราะตอนนี้ชีวิตมหาลัยของฉันกำลังจะเริ่มแล้วต่างหาก ก้าวใหม่ที่ฉันไม่เคยเหยียบลงมาก่อน... ก้าวที่หนูแดงอย่างฉันจะโดนแทงจนปวดหัวเข่า เย้ย!! ไม่ใช่

น้องคะ หาชื่อตัวเองแล้วก็เซนต์ให้พี่ด้วยค่ะ"

ฉันหันกลับมาหาพี่ผู้หญิงที่นั่งจัดการเอกสารอยู่บนโต๊ะ รีบก้มลงมองหาชื่อตัวเอง อยู่ไหนน้า...'จุนิตา อยู่เผือก' ฉันไล่หาไปเรื่อยๆ... จนกระทั่งเจออยู่ตรงกลางกระดาษ แต่ชื่อแอบเขียนผิดไปนิดหน่อยนะ... จริงๆ ไม่หน่อยอ่ะ

'จุนิตา อยู่เสือก'

หน้ามืดเล็กน้อยค่ะ แหม่ ฟังดูเป็นคนสาระแนไม่ใช่น้อย คนอะไรนามสกุลแบบนี้ แง TOT คนพิมพ์นี่ก็ไม่ได้คิดเลยนะยะ คนบ้าอะไรจะตั้งนามสกุลอยู่เสือก ไม่เอะใจสักนิดเลยเรอะ

เอ่อ...พี่ คะ”

น้องชื่อเล่นอะไรคะ"

ชื่อ...”

เฮ้ยๆ เอาป้ายชื่อมานี่ผึ้ง เดี๋ยวเราเขียนให้น้องคนนี้เอง เด็กเราพามา"

แหวะ เสือ! จะดีเหรอ สงสารน้องเค้าเหอะ ลายมือนายทุเรศจะตาย"

ขอบคุณนะที่ตั้งใจฟัง -_- ถ้าลองเป็นเมื่อก่อนฉันคงกรี๊ดๆ แล้วก็เอากระดาษปาหน้าไปแล้ว แต่อย่างที่บอก...โลกนี้ไม่มีที่ให้คนหน้าผีและขี้วีน ฉันทำแบบนั้นไม่ได้ค่ะ

ทุเรศที่ไหน เขาเรียกว่าศิลปะเว้ยย ตกลงชื่อไรน้อง..”

พี่สุดหล่อแย่งป้ายมาจากเพื่อนแล้วก็หันมาถามฉันซ้ำ

ชื่อจู...เนียร์ค่ะ"

'แทงไม่เข้าสักที วาสลีนสิพี่ ทาตรงนู้นตรงนี้...'

เพลงหนูแดงนี่ดังเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณซะงั้น มันดังซะจนฉันชักไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะได้ยินชื่อฉันหรือเปล่า แต่พอเห็นคุณพี่สุดหล่อในสามโลกเขียนขยุกขยิกบนป้ายฉันก็วางใจ

อ่ะ เอาไป"

และเมื่อรับมา ฉันก็ยืนตะลึงงึงงังอยู่ตรงนั้นสักครู่...

ละ..ลายมือแบบนี้สมควรสลักไว้ในศิลาจารีกเป็นอย่างยิ่ง... กรมศิลปกรตามหาลายมือพ่อขุนรามอยู่หรือเปล่า ฉันขอเสนอพี่คนนี้ค่า TOT

N'จู

เฮ้ย!!! O_O ฉันชะงักไปเล็กน้อย...เดี๋ยวนะ N'จู มันย่อมาจาก น้องจู หรือเปล่า

อะไรคือจู!! จูคือตัวอะไร!!! คำว่าเนียร์หายไปไหนคะท่านพี่

ชื่อแปลกดีนะเราอ่ะ คนอะไรชื่อจู เกิดมาไม่เคยได้ยิน ฮ่าๆ"

ใช่ที่ไหนละยะ!! ฉันรีบแย้งทันควัน

พะ...พี่คะ หนูชื่อจูเนียร์ค่ะ ไม่ใช่จู"

อ้าวเหรอ! เมื่อกี้ไม่ได้ยินอ่ะ ได้ยินแต่จู"

ช่วย...แก้...ได้มั้ยคะ"

ไม่ได้ -_- ที่ไม่พอแล้ว ไม่เห็นไง"

ฉันมองป้ายด้วยความอเน็ดนาถใจ นี่ถ้าไม่เห็นว่าเอามือเขียน คงนึกว่าเอาเท้าคีบปากกากตวัดมาแล้วล่ะยะ ตัวหนังสือใหญ่ยังกับเอาสิบล้อมาจอดเรียงกันสิบคันงั้นล่ะ ฉันว่าต่อให้เป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์ก็ยังไม่พอหรอก

งั้นเปลี่ยนป้ายได้มั้ยคะ"

ฉันถามอย่างมีความหวัง แต่พี่สุดหล่อหันขวับ! ตอบคำเดียวสั้นๆ พร้อมกับยักคิ้วอย่างกวนโอ๊ย

"เปลือง"

...”

ฉันเงียบ อย่าให้โมโหนะยะ!! เดี๋ยวเปิดผ้าสะบัดหนองใส่ซะเลยนี่ แงๆๆ ไม่เอา ฉันไม่อยากชื่อจู ไม่อาวว ไม่อ้าววว

ชื่อจูไปนั่นล่ะดีแล้ว เท่จะตาย พยางค์เดียวแบบพี่ไง เสือ!”

เขาบอกแล้วยักคิ้วกวนๆ ให้ฉันหนึ่งที มันเป็นภาพที่น่ารักเสียจนฉันลืมไปเลยว่าตัวเองกำลังโมโหเขาอยู่

'เสือ'

โอ้... ฉันไม่เคยคิดเลยว่าคนที่ใช้ชื่อเล่นมาจากชื่อสัตว์อย่างช้าง ม้า วัว ควาย นี่มันเท่ตรงไหน พวกไฮโซ ไฮซ้อ ดารา นักร้อง ไอดอลที่ฉันรู้จักก็ล้วนแต่ใช้ชื่อคิกขุ โมเอะ เลิศๆ หรูๆ กันทั้งนั้น สรรหากันเข้าไปสิตั้งแต่ปิงปิง ปาแปง เป๊ปเป้ คาเรย์ เทอร์เรซ สตาร์ลิน บลาๆๆ แต่คนตรงหน้าฉันเนี่ยแค่... 'เสือ' สั้นๆ บ้านๆ แต่เขาทำให้มันดูเลิศขึ้นมาได้ไงก็ไม่รู้

เฮ้ย ยังไม่ขอบคุณพี่อีกเหรอ อุตส่าห์เขียนป้ายให้นะเนี่ย”

ขะ...ขอบคุณค่ะพี่เสือ"

เออ ชื่อจูเฉยๆ ก็ได้ฟะ แต่ไม่เห็นมันเท่เหมือนเสือเลยอ่ะ คนอะไรชื่อจู ฮื้อ!!


 

ขอคนละเม้นให้ชื่นใจหน่อย ตอนหน้าจะมา talk แบบยาวๆ ถ้ายังมีคนอ่าน T.,T /เจอคำผิดฝากแจ้งด้วยนะคะ ขอบคุณทุกคนๆ มากที่ช่วยบอกค่ะ บางทีแต่งเองมันเบลอๆ มองไม่เห็นจริงๆ ช่วยได้เยอะเลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 132 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9,949 ความคิดเห็น

  1. #9944 Dreammimi1 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 11:35

    ขำจนเก้าอี้สะเทือน
    #9,944
    0
  2. #9808 Janny-magic (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2558 / 14:50
    สนุกมากค่ะ ชอบๆ
    #9,808
    0
  3. #9796 Km'single (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 19:36
    น่ารัก >////< นางเอกตลกดี ชอบๆๆ
    #9,796
    0
  4. #9791 oO['K-Kin']Oo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มีนาคม 2558 / 10:54
    ตามมาจากละครค่ะ เห็นตัวอย่างแล้วน่าสนุกดี
    ตัวนิยายเองก็สนุกดีค่ะ อ่านไปก็คิดถึงฉากที่ มน. ไป
    แล้วจะตามไปอุดหนุนหนังสือนะคะ// พระเอกในนิยายนี่คือพี่พุฒชัดๆ
    ชอบมากๆเลยค่ะ
    #9,791
    0
  5. #9785 flower of smile (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มีนาคม 2558 / 12:57
    เพิ่งตามมาน่ะค่ะ อย่างฮาอ่ะ ชอบค่ะชอบ
    #9,785
    0
  6. #9784 ผงขี้ฝุ่น (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 16:15
    ชอบจังเลยอ่านไปมีแอบขำเบาเบา555
    #9,784
    0
  7. #9783 las vegus (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มีนาคม 2558 / 20:49
    อื้ยยยยย เจอกันแล้ว พี่เสือน่ารักมากเลย นี่ได้ฟีลตอนรับน้องมาก พี่ก็พากันร้องเล่นเต้นสันกันไปเว้ย ส่วนน้องก็นั่งเงิบ ดูพี่คณะตัวเองเต้น 55555
    #9,783
    0
  8. #9763 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 22:21
    นิยายเนื้อเรื่องแบบนี้ก็สอนอะไรหลายๆอย่างดีนะค่ะ อ่านแล้วบางทีก็คิดได้เลยอะ สู้สู้นะค่ะพี่เมย์
    #9,763
    0
  9. #9744 solid water (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 เมษายน 2557 / 16:46
    ปลอมแปลม -*- คงจะเป็น ปลอมแปลง สินะ -3- ตรงแถวตอนที่จูเนียร์บอกว่า ฉันบอกอย่างมั่นใจว่า 'อยู่เผือก' เป็นนามสกุลของพี่น้ำอ้อย
    #9,744
    0
  10. #9737 เฟิส (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2557 / 16:56
    ชอบอ่านนะค่ะ สนุกดี เพิ่งได้อ่านไม่กี่ตอน ตอนที่พิมเป็นหนังสือแล้ว
    #9,737
    0
  11. #9724 ‘ โอเมก้า.3D ’ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มีนาคม 2557 / 22:50
    ครู รร. เค้าเองชื่อ จู =3=
    #9,724
    0
  12. #9688 sirada (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:00
    หนูก็ยังชื่อ จู แปลกตรงไหนแต่ในภาษาจีนจูก็หมายความว่าหมูนะ (แต่จริงๆแล้วก็แค่เพื่อนชอบเรียกว่าจูอ่ะ จริงๆไม่ได้ชื่อจูหรอก)
    #9,688
    0
  13. #9681 jnaincek (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557 / 14:22
    สนุกมากค้าาาชอบบบ^^
    #9,681
    0
  14. #9649 viviview (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557 / 20:57
    สนุกและฮามากคร่ะ555
    #9,649
    0
  15. #9579 DreamWorld (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557 / 10:36
    ช็อคตรงอยู่ 5555555555555
    #9,579
    0
  16. #9233 Zunshine (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 / 17:09
    นิยายน่าอ่านมากค่ะ^^
    #9,233
    0
  17. #9175 swant.pt (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 / 11:22
    สนุกมากเลยค่ะ ชอบๆๆๆ
    #9,175
    0
  18. #9109 The_sun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 / 05:03
    พี่เสือ.... ชื่อเท่อ๊ะ ><เสือจู Vs หมาจู 5555
    #9,109
    0
  19. #8831 ลิเคียวร์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มกราคม 2557 / 18:26
    งือ เขินพี่เสือเบาๆ
    น้องจูหรอ 555 เราเรียกชื่อเพื่อนชื่อนี้เหมือนกัน เรียกแล้วน่ารัก><
    #8,831
    0
  20. #8736 monthakan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มกราคม 2557 / 17:38
    คำว่าจับพี่เขียนว่าจบค่ะ แล้วก็ลองมือลองเท้า คือมันรอเรือนะคะ แล้วก็คำว่าเซนต์เขียนว่าเซ็นค่าถึงจะถูก ป.ล นิยายน่าอ่านมากเลยค่า ช้อบๆ
    #8,736
    0
  21. #8720 น้องเหม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มกราคม 2557 / 15:33
    สนุกมาก~
    #8,720
    0
  22. #8713 ซินเนีย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มกราคม 2557 / 13:44
    อ่านตอนนี้แล้วนั่งหัวเราะยุคนเดียว55555 คนอะไรชื่อ จู ก๊ากกกกกกกก
    #8,713
    0
  23. #8652 'm auayfuu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มกราคม 2557 / 00:18
    พี่เสือ ❤ ฮ่าาาาาาา .
    #8,652
    0
  24. #8581 snowbam (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มกราคม 2557 / 21:30
    นามสกุลน่ารักเชียว แงะๆ
    #8,581
    0
  25. #8396 Bambee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มกราคม 2557 / 12:51
    น้องจู อยู่ ..... 555555 ชอบมากค่ะ ฮาดี มีคำผิดตรงวรรคท้ายๆ คำว่า อเน็จอนาถ ค่ะ 😝
    #8,396
    0