[Yaoi] Catch Up! รักนี้พิชิตใจนายโอเมก้า [Mpreg]

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4 โลกกลมหรือคนลิขิต 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,779
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 186 ครั้ง
    25 มิ.ย. 62

ตอนที่ 4 โลกกลมหรือคนลิขิต

 

 

 

            พรีมไม่คิดเลยว่าอดีตเพื่อนสนิทในความทรงจำจะโตมาน่าถีบได้ขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นคำพูดอวดดี ท่าทางมั่นใจ ไหนจะแววตากวนโอ๊ย ทั้งหมดนั่นทำให้เขาโกรธ และอยากจะเหวี่ยงหมัดใส่หน้าไอ้หมอนี่สักสองสามที จนมองตรงไปด้วยแววตาจะกินเลือดกินเนื้อ

 

            ฟึ่บ

 

            “เฮ้อ โทษที ท่าทางเราจะหึงมากไปหน่อย”

 

            ยังไม่ทันจะได้ทำตามใจคิดด้วยซ้ำ ทางนั้นก็เป็นฝ่ายยกมือเสมอไหล่ก่อน แต่ไอ้คำพูดที่พ่นออกมาจากปากเนี่ยสิที่ทำให้คนฟังตาวาว

 

            “มึงมีสิทธิ์อะไรมาหึงกู”

 

            “ก็สิทธิ์ของ...”

 

            “ถ้ามึงจะบอกว่าเพราะไอ้นี่ กูจะบอกให้รู้ว่าเรื่องมันจบไปตั้งแต่สิบสองปีก่อนแล้ว!” พรีมไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายพูดจบ จัดการชี้นิ้วที่หลังต้นคอตัวเอง ดักทางว่ารอยกัดนี่ไม่เกี่ยวอะไรมานานมากแล้ว

 

            “แต่ยังไงพรีมก็เป็นของเรา”

 

            กึก

 

            คนฟังยิ่งโกรธขึ้นไปอีก รู้สึกเหมือนเป็นสิ่งของที่คนตรงหน้าเขียนชื่อเอาไว้ แล้วพออยากจะเล่นเมื่อไหร่ก็หยิบขึ้นมา ซึ่งถึงแม้โชคชะตาจะทำให้เขาถูกอีกฝ่ายกัด แต่เขาจะไม่ยอมถูกทำเป็นสิ่งของแบบนั้นแน่ โดยเฉพาะกับคนคนนี้

            มันก็มองเขาว่าเป็นแค่โอเมก้า ไม่ใช่คนที่ชื่อพรีม

 

            “ฝันเอาหรือไง”

 

            “งั้นเราก็ฝันว่าเอาเข้าไปในตัวพรีม”

 

            หมับ

 

            ชายหนุ่มกำหมัดแน่น โกรธอย่างที่ไม่เคยโกรธใครมาก่อน แต่สิ่งที่เขาทำไม่ใช่การสวนหมัดให้มีเรื่องวุ่นวายตามมา หากเป็นการเดินกระแทกไหล่อีกฝ่ายให้พ้นทาง ก้าวยาวๆ เข้าไปในอาคาร ดึงการ์ดขึ้นมาแตะปลดล็อก แล้วเปิดประตูเข้าไปด้านใน ไม่ลืมที่จะดึงประตูปิดก่อนที่คนด้านหลังจะตามมาทัน

 

            “เผื่อมึงไม่รู้ ที่นี่เฉพาะคนที่อาศัยอยู่เท่านั้น” พรีมยิ้มเย็น หมุนตัวไปกดลิฟต์อย่างคลายใจลงนิด

 

            แม้ห้องจะเล็กเมื่อเทียบราคากับคอนโดหลายแห่ง แต่ก็คุ้มค่าเมื่อแลกกับระบบรักษาความปลอดภัยที่มั่นใจได้เลยว่าต่อให้เป็นแม่คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ แต่ถ้าผู้อยู่อาศัยในคอนโดแห่งนี้ไม่ลงมาเปิดให้เอง พนักงานไม่มีทางเปิดให้เป็นกรณีพิเศษแน่นอน แถมตอนนี้หน้าล็อบบี้ยังไม่มีคน...

 

            ติ๊ด

 

            “เฮ้ย!” แต่คนรอลิฟต์กลับสะดุ้งโหยง เมื่อได้ยินเสียงปลดล็อก ซึ่งพอหันไปมอง...

 

            “มึงเข้ามาได้ไง”

 

            ฟึ่บ

 

            อีกฝ่ายตอบคำถามด้วยการชูการ์ดในมือ จนพรีมเบิกตากว้าง

 

            “อย่าบอกนะว่ามึงอยู่ที่นี่”

 

            “ลิฟต์มาแล้ว” อีกครั้งที่ซอร์ทว่าไปอีกเรื่อง จนพรีมชักหมดความอดทน

 

            “มึงตอบคำถามกูมาเดี๋ยวนี้นะ ไอ้ซอร์ท!” แทนที่อีกฝ่ายจะสลดลงบ้าง แต่ไม่เลย สิ่งที่ไอ้อดีตเพื่อนทำคือการยกยิ้มกว้าง ดวงตาคู่คมอ่อนลงจนยิ่งขับให้ใบหน้าคมน่ามอง

 

            “ยอมเรียกชื่อเราแล้วหรือพรีม นึกว่าจะโกรธจนไม่ยอมเรียกชื่อแล้ว”

 

            “...”

 

            คนผมปะบ่าหันหน้าไปทางอื่นอย่างหงุดหงิดที่ซอร์ทยังคงมีใบหน้าเปื้อนยิ้ม จนเหมือนกับเพื่อนสมัยเด็กคนเดิม แต่เขาต้องไม่ลืมว่าเพื่อนคนนั้นเองนั่นแหละที่กัดคอเขาอย่างไร้ความปรานี  ตอกย้ำให้เขาสำนึกว่าเขาเป็นเพียงโอเมก้าที่แสนต่ำต้อย

 

            มันเองไม่ใช่หรือที่เรียกมึงว่าโอเมก้าๆ

 

            “เอ่อ ขอทางหน่อยนะคะ” พรีมชะงัก แล้วก็หน้าร้อนวูบเมื่อลิฟต์ที่เปิดออกมีผู้หญิงที่กำลังยืนหน้าแดง มองซ้ายมองขวา ซึ่งจากสายตา รู้เลยว่าเข้าใจผิดไปไกลลิบโลก และถ้าสลับตำแหน่งกัน อีกฝ่ายคงไม่อยากก้าวเข้ามาขัดจังหวะ แต่เพราะตอนนี้ทางนั้นจะเดินออก ผู้ชายตัวโตสองคนเลยขวางทางเสียมิด

 

            “เชิญครับ” ซอร์ทเป็นฝ่ายหลีกทาง ส่งยิ้มให้

 

            หมับ

 

            “จะไปไหนน่ะพรีม” เขาล้มเลิกความคิดที่จะเข้าลิฟต์แล้ว ตั้งใจจะไปทางหนีไฟแทน แต่ช้าเกินไป เมื่อไอ้คนที่ก้าวไปดันประตูให้เปิดค้างมันเร็วกว่า เพราะซอร์ทคว้าแขนเอาไว้ทัน แล้วดึงให้เข้าไปในห้องโดยสารด้วยกัน

 

            “ปล่อยกูนะไอ้ซอร์ท ปล่อย!

 

            “พรีม”

 

            “อย่ามาเรียกชื่อกู!

 

            “เฮ้อ...ขอโทษนะครับ แค่ผัวเมียทะเลาะกันนิดหน่อย”

 

            “เฮ้ย!” แถมไอ้บ้านี่ยังมีหน้าหันไปบอกกับหญิงสาวที่ยังไม่ทันก้าวไปไหน ทำเอาพรีมร้องลั่น ตวัดสายตากลับมามองหน้า แล้วพบกับรอยยิ้มกว้างของคนที่ก้มลงมาสบตา

 

            “เราว่าพรีมเข้าลิฟต์มาดีๆ ดีกว่าให้คนทั้งคอนโดลงมาดูเราทะเลาะกันนะ” คนฟังจ้องตากลับ เหลือบไปมองผู้หญิงคนนั้นที่ละล้าละลัง ดูท่าจะรอดูสถานการณ์ก่อนว่าผัวเมียทะเลาะกันจริงหรือเปล่า แล้วเขาไม่อยากตกเป็นขี้ปากชาวบ้านด้วย

 

            “กูเดินดีๆ ได้” สุดท้ายก็สะบัดมือทิ้ง แล้วยอมก้าวเข้าลิฟต์ที่ประตูปิดลงจนได้

 

            ทันทีที่ประตูปิดลง ความเงียบก็เข้ากลืนกินผู้ชายทั้งสอง

 

            “ร่างกายเป็นยังไงบ้างพรีม”

 

            “...”

 

            “เราไม่ได้ตั้งใจจะทำรุนแรงขนาดนั้น แต่เราทนไม่ไหว”

 

            “...”

 

            “มันตั้งสิบสองปีมาแล้ว พอเราเจอพรีม เราก็ตบะแตก...”

 

            หมับ...โครม!!!

 

            “มึงจะพูดอีกนานมั้ย!!!

 

            พรีมตั้งใจจะนิ่งให้ถึงที่สุด แต่เมื่อผู้ชายด้านข้างยังคงพูดไม่หยุด ทำท่าเหมือนเรายังสนิทกันเหมือนเมื่อสิบสองปีก่อน เขาก็ทนไม่ไหว รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่หอบหายใจหนักๆ กระชากคอเสื้อของซอร์ท แล้วกระแทกติดกับกำแพงลิฟต์ด้านหนึ่งไปแล้ว

 

            “กูไม่อยากฟังอะไรก็ตามที่ออกมาจากปากมึง ไอ้อัลฟ่าเฮงซวย”

 

            “แต่อัลฟ่าเฮงซวยคนนั้นก็เป็นอัลฟ่าของพรีมนะ”

 

            “กูไม่ต้องการ กูไม่เคยต้องการ!” เขาตะเบ็งเสียงใส่

 

            “อัลฟ่าก็เป็นเหมือนกันหมด คิดว่าสูงส่งกว่าคนอื่น คิดหรือว่าเป็นอัลฟ่าแล้วจะทำอะไรก็ได้หรือวะ”

 

            คนตรงหน้ามองเข้ามาในดวงตา ดวงตาคู่คมเข้มขึ้น แล้วเอ่ยคำที่ทำให้พรีมแทบล้มทั้งยืน

 

            “แต่ก็ทำได้มากกว่าโอเมก้าทำ”

 

            “มึง!” เขาสะบัดแขนออกจากลำคออีกฝ่าย มองด้วยแววตาผิดหวังไม่ต่างจากหลายปีก่อน

 

            “มึงก็ไม่ต่างจากคนอื่น เออ กูเป็นโอเมก้า สะใจมั้ยล่ะว่ามึงชนะกูแล้ว ชนะกูทุกอย่าง กูก็เป็นแค่โอเมก้าโง่ๆ ที่เคยคิดว่ามึงเป็นเพื่อน แต่มึงก็ไม่ต่างจากคนอื่นที่ดูถูกกู” ท้ายเสียงเขาเบาลงอย่างน่าใจหาย แต่มันไม่ทำให้สีหน้าอีกฝ่ายเปลี่ยนไปเลย เพราะซอร์ทแค่เงยหน้าขึ้นมองตัวเลขที่เคลื่อนขึ้นข้างบนอย่างที่พรีมลืมไปหมดแล้วว่าเขาต้องลงชั้นไหน

 

            ติ๊ง

 

            “มาสิ ถึงแล้ว”

 

            ตอนนี้ชายหนุ่มเจ้าของผมปะบ่าเจ็บใจจนคิดอะไรไม่ออก ดังนั้น พอถูกลากออกจากลิฟต์ เขาก็ทำได้แค่เดินตาม เม้มปาก พยายามควบคุมสติที่โกรธจนลมออกหู และคิดว่าจะมีอะไรที่พูดตอกหน้ามันได้บ้าง แต่กลับพบว่า...ไม่มีเลย

 

            ตอนนี้เขาไม่มีอะไรจะสู้มันได้สักอย่าง

 

            ปัง

 

            ประตูห้องปิดลงตามหลัง จนพรีมสะดุ้งเฮือก เงยหน้าขึ้นมองถึงเพิ่งรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ห้องเขา

 

            หมับ

 

            หากไม่มีเวลาสำรวจมากนัก เมื่อทันใดนั้น อีกฝ่ายก็จับต้นแขนทั้งสองข้าง จนต้องตวัดไปมองตา แล้วพบกับดวงตาเข้มจัดที่เอ่ยออกมาช้าๆ ชัดๆ

 

            “เราไม่เคยสะใจที่พรีมเป็นโอเมก้า แต่เราดีใจต่างหากที่พรีมเป็นโอเมก้า”

 

            “มันต่างกันตรงไหน สุดท้าย กูก็เป็นโอเมก้า ส่วนมึงเป็นอัลฟ่า” เขาพูดอย่างเจ็บปวด

 

          “ตรงที่เราจะได้ครอบครองพรีมแค่คนเดียวไงล่ะ”

 

            กึก

 

            พรีมสบตาอีกฝ่ายอย่างมึนงงไปชั่วขณะ ไม่รู้ว่ามันกำลังล้อเล่นอะไรอยู่

 

            “และตอนนี้พรีมเป็นของเรา ของเราแค่คนเดียว” พรีมสะดุ้ง เมื่ออีกฝ่ายส่งมือมาจับที่หลังคอของเขา ใช้ปลายนิ้วแหวกเรือนผมยาวปะบ่าเพื่อสัมผัสกับผิวเนื้อด้านในอย่างอ่อนโยน และรอยกัดนั้นกำลังร้อนผ่าวราวกับตอบสนองผู้ที่สร้างมันขึ้นมา

 

            “เราถึงดีใจว่าพรีมเป็นโอเมก้า เพราะมันหมายความว่าพรีมจะเป็นของอัลฟ่าอย่างเราแค่คนเดียวเท่านั้น” ซอร์ทบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาเปิดเผย และด้วยสีหน้าแบบนี้ รอยยิ้มนี้ และสถานะการเป็นอัลฟ่าของผู้ชายคนนี้ คงทำให้คนมากมายตกหลุมเสน่ห์อย่างไม่มีทางปีนขึ้นมา

 

            พลั่ก

 

            แต่ไม่ใช่กับพรีม

 

            ผู้ชายที่ผลักอกอีกฝ่ายออกไป

 

            “กูไม่รู้หรอกนะว่ามึงวางแผนจะทำอะไร แต่ถ้าอยากได้โอเมก้าที่อยู่ในโอวาท มึงไปหาคนอื่นเถอะ เพราะคนคนนั้นไม่ใช่กู” เขาหมุนตัวกลับ อยากออกจากห้องที่ใหญ่กว่าห้องเขาไม่รู้กี่เท่าตัวสักที

 

            “ทำไมพรีมต้องมองอัลฟ่าในแง่ร้ายแบบนั้น”

 

            ขวับ

 

            “เพราะมึงนั่นแหละที่ย้ำว่ากูเป็นโอเมก้าก่อน บ้าเอ๊ย ตั้งแต่ตอนเด็กๆ กูคิดว่ามึงมองกูที่เป็นกู ไม่ใช่เพศงี่เง่าอะไรนั่น แต่แล้วมึงก็กลับมาย้ำอยู่เหมือนเดิมว่ากูเป็นแค่โอเมก้า เป็นแค่ทาสเซ็กส์ของมึง”

 

            “แล้วพรีมจะยึดติดกับคำว่าโอเมก้าทำไม”

 

            “มึงก็พูดได้สิ มึงไม่เจออย่างกูนี่ มึงไม่รู้ว่ากูเจออะไรมาบ้าง ไม่รู้ว่าชีวิตกูบัดซบแค่ไหนตั้งแต่รู้ว่าเป็นโอเมก้า!!!

 

            พรีมตะโกนออกมาสุดเสียง โกรธจนไม่รู้จะควบคุมยังไงดีแล้ว เพราะคนตรงหน้านี่ไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าเขาต้องเจอกับอะไรบ้าง จากเด็กที่ใครๆ คิดว่าต้องเป็นอัลฟ่าแน่ๆ แต่กลับพบว่าเป็นแค่โอเมก้า แถมถูกเพื่อนที่ไว้ใจที่สุดกัด ถูกคนรอบข้างหมางเมินเพียงเพราะเพศที่กำหนดไม่ได้ มันเหมือนอยู่ที่สูงแล้วถูกถีบตกลงมา คนที่เป็นอัลฟ่าไม่มีทางเข้าใจหรอก

 

            ในเมื่อโลกนี้แค่เกิดมาเป็นอัลฟ่าก็เหมือนมีคนปูทางให้เดินไปสู่ความสำเร็จแล้วนี่

 

            “...”

 

            สิ้นคำ ทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบ พรีมทันเห็นแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกผิด แต่เขากลับมองว่ามันคือความสมเพช จนตัดสินใจหมุนตัว ก้าวออกจากห้องอย่างรวดเร็ว

 

            “พรีม!

 

            “อย่าตามมา กูไม่อยากเห็นหน้ามึง!

 

            เขารีบวิ่งออกจากห้อง กระแทกกับปุ่มลิฟต์เพื่อลงไปยังห้องของตัวเอง

 

            ปัง!

 

            อีกครั้งที่เขากระแทกประตูปิดอย่างไม่สนใจว่าเพื่อนข้างห้องจะด่า แล้วพรีมก็ใช้สองมือกุมหน้า

 

          เจ็บใจ เจ็บใจ! เจ็บใจ!!!

 

            “ทำไมต้องเป็นมึง ทำไมวะ!

 

            แท้จริงแล้วเขาเองนั่นแหละที่ยึดติดกับคำว่าโอเมก้า แต่นั่นก็เพราะเขาไม่อยากแพ้ เขาก็แค่อยากยืนอยู่ข้างเพื่อนสนิทคนเดิมด้วยฐานะที่เท่าเทียม ไม่ใช่ต่างกันลิบโลกแบบนี้

 

.................................

 

            50% ค่ะ เอ่อ ถ้าถามว่าอัพช้าแล้วยังจะมาครึ่งตอนอีกเหรอ คำตอบคือเมย์ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เพราะพอเห็นจุดไข่ปลาเยอะๆ แล้วก็หยุดฉับ อะ ตรงนี้แล้วกัน แหะๆ นิสัยไม่ดีโลยยยยยยย เนี่ย พอเมย์วกกลับมาอ่านเรื่องนี้ ตอนแรกสองคนนี้เขาแรงกันงี้เลยเหรอ พรีมนี่แรงกับซอร์ทขนาดนี้เลย อืม เล่มสองนี่โคตรผัวเมีย ส่วนเล่มหนึ่งนี่ยังไงดีล่ะ ก็อย่างข้างบนอะเนอะ

            อยากงอแงมากมายก่ายกอง คือนอนไม่พองับ พอมีเวลาว่างก็อดไม่ได้ที่จะนอนแล้วก็นอน เพราะตอนออกกอง เมย์ไปพร้อม PM บ้าง โลเคชั่นบ้าง อื้อหือ เช้าสุด แล้วพอดีทางกลับทางเดียวกับน้องที่เป็นโลเคชั่น เมย์เลยรอน้องกลับพร้อมกัน มันก็จะดึกๆ หน่อย (เอ่อ ก็ไม่หน่อยหรอก) ส่วนตอนนี้เมย์รอซีนพะงัน พะงันแล้วก็พะงัน แฮ่ XD

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #นุ้งพรีมท้อง นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 186 ครั้ง

140 ความคิดเห็น

  1. #140 Pandatadam (@waris_nun) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 08:47
    รออ่านนะคะ 😂😂😂😂
    #140
    0
  2. #138 Am_BigBear (@porapha) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 17:20
    มี E book ไหมคะ??
    #138
    0
  3. #133 noparat (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 19:16

    ถ้าฟรอสรักพรีมจริง ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก

    #133
    0
  4. #132 OhsehunB29 (@OhsehunB29) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 16:58

    รออ่านอยู่น่าาา ไรท์ยังสสบายดีอยู่ใช่ไหม?
    #132
    0
  5. #127 0zee0 (@0zee0) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 10:31
    เล่มสองนี่ชื่อเรื่องอะไรคะ ไรท์ อยากอ่านอ่างื้อออออ
    #127
    0
  6. #126 GJiiii (@No_nepam) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 04:00
    รอลุ้นต่อไปปปป
    #126
    0
  7. #125 aomhhkd (@aomhhkd) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 22:00
    ต้องง้อกันแร้วค่ะ
    #125
    0
  8. #124 perth * (@perth39) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 22:29
    อยากอ่านต่อแล้วฮืออออ อยากเหนการง้อเมีย55555 ติดตามต่อไปนะค่าาาา
    #124
    0
  9. #123 Firstsce (@warangkana7972) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 22:16
    อัพแล้ว ฮื่ออออออ ผัวเมียทะเลาะกันจริงๆ 555555 เราให้กำลังใจนะพี่เมย์ ร๊ากกกก
    #123
    0
  10. #122 ฺCAnon (@bigcat1889) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 22:09
    เค้าว่าตีกันบ่อยๆ จะมีลูกเยอะฮับไรท์5555
    #122
    0
  11. #121 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 21:27
    นี้มันผัวเมียทะเลาะกันจริงๆ
    #121
    0
  12. #120 pimpikachimon (@pimpikachimon) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 21:26
    พรีมมมลูกกก
    #120
    0