[Yaoi] Catch Up! รักนี้พิชิตใจนายโอเมก้า [Mpreg]

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 โชคชะตาเดินหน้าอีกครั้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,740
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 431 ครั้ง
    22 ม.ค. 62

ตอนที่ 1 โชคชะตาเดินหน้าอีกครั้ง

 

 

 

            สามเดือนที่แล้ว

 

            “เอาล่ะ กล่องสุดท้ายแล้ว ไม่มีอะไรแล้วนะพรีม”

 

            “หมดแล้วพี่แพท ที่เหลือคงเอาไว้ที่บ้านน่ะพี่ เผื่อกลับมาค้าง”

 

            หน้าบ้านหลังใหญ่ พรีมกวาดสายตามองข้าวของเพื่อเช็กเป็นครั้งสุดท้ายว่าไม่ลืมอะไร ก่อนที่จะหันไปส่งยิ้มให้พี่สาวที่วางกล่องใบสุดท้ายบนเบาะหลัง แล้วเผื่อแผ่รอยยิ้มไปยังพี่สะใภ้ แต่กลับต้องชะงักเสียเอง เมื่อสบตาวาวๆ คล้ายจะน้อยอกน้อยใจของผู้เป็นแม่

 

            “พรีมไม่จำเป็นต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นเลยนะลูก”

 

            “โธ่ แม่ครับ เราคุยเรื่องนี้กันมาหลายครั้งแล้วนะ” คนฟังได้แต่โอดครวญอย่างเห็นขำ เพราะแม่เขาพูดอย่างนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาเดินไปบอกว่าจะซื้อห้องในคอนโดแถวรถไฟฟ้า

 

            “งั้นแม่ก็บอกหลายครั้งแล้วว่าพรีมไม่เห็นต้องย้ายออกเลย”

 

            ท่าทางดื้อดึงของคนเป็นแม่ที่ทำให้พรีมยิ้มเจื่อน หันไปมองพี่สาวคนเดียวที่กำลังขบขันอย่างเห็นได้ชัด

 

            “แม่คะ พรีมก็บอกเหตุผลแล้วนี่นา”

 

            “แม่ไม่เห็นด้วยเลยสักนิด อะไรกันที่บอกว่าย้ายไปจะได้เดินทางสะดวก ก็พรีมทำงานมาตั้งกี่ปี เดินทางไปกลับไม่เคยมีปัญญา จู่ๆ จะมีปัญหาเอาตอนนี้ได้ยังไง แล้วเรื่องแต่งงานก็เหมือนกัน ถึงแพทจะแต่งงานแล้ว แต่ใช่ว่าพรีมต้องย้ายออกสักหน่อย” คนเป็นแม่ยังว่าอย่างไม่เห็นด้วย ที่พรีมก็เข้าใจว่าแม่เป็นห่วง แม้ว่าเขาจะอายุอานามปาเข้าไปยี่สิบแปดแล้วก็ตาม

 

            “แต่พี่รัมเป็นอัลฟ่านะครับ ไม่ดีหรอก เดี๋ยวชาวบ้านก็เอาไปนินทาเสียๆ หายๆ เรื่องอัลฟ่ากับโอเมก้าอยู่บ้านหลังเดียวกันหรอก” พรีมหันไปขยิบตาให้พี่สะใภ้ ให้ช่วยเออออไปก่อน

 

            ใช่แล้ว พี่เขาเป็นพี่สาว และเจ้าสาวของพี่ก็เป็นผู้หญิงเช่นเดียวกัน

 

            ครอบครัวของพรีมประกอบไปด้วยบิดาที่เป็นอัลฟ่ากับมารดาเบต้า ในขณะที่พรีมเป็นโอเมก้า พี่สาวของเขากลับได้เชื้อบิดาไปเต็มๆ จนเป็นอัลฟ่า แถมยังได้แฟนคนสวยเป็นอัลฟ่าเช่นเดียวกัน อย่างที่ใครๆ ก็บอกว่าเหมาะสมเสียยิ่งกว่ากิ่งทองใบหยก และทั้งคู่ก็ลงเอยด้วยการแต่งงานเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน

 

            “พ่อของลูกก็อัลฟ่า พี่ของลูกก็อัลฟ่า อีกอย่าง ฟีโรโมนของพรีมทำให้อัลฟ่าคนไหนฮีทไม่ได้นอกจาก...”

 

          “แม่คะ!

 

            ทันใดนั้น พี่สาวคนโตก็แทรกขึ้นมาเสียงดัง ทำเอาคนเป็นแม่สะดุ้ง ก่อนที่แววตาดื้อดึงจะเปลี่ยนเป็นรู้สึกผิด มองตรงมายังลูกชายคนเดียวที่เผลอยกมือแตะต้นคอที่มีรอยบางอย่างจารึกอยู่บนนั้นตั้งแต่เมื่อสิบสองปีก่อน แม้เขาจะไม่เจอหน้าคนที่ทำรอยนี้นับตั้งแต่วันที่ได้มันมา แต่บางครั้ง รอยนี้ก็ร้อนผ่าวจนพรีมนึกกลัว

 

            “พรีม แม่ขอโทษ แม่แค่จะบอกว่า...”

 

            “ครับ พรีมเข้าใจ แม่แค่จะบอกว่าพรีมไม่สามารถทำให้อัลฟ่าคนไหนคลั่งได้ จะอยู่ที่บ้านก็ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใครใช่มั้ย แต่น่านะ พรีมซื้อห้องไว้แล้ว เอาไว้วันหยุดเมื่อไหร่ พรีมจะกลับมานอนค้างบ้านเนอะ” คนเป็นลูกก็รู้ดีว่าทุกคนในครอบครัวมองมาอย่างเป็นห่วง เขาเลยส่งยิ้มให้ด้วยท่าทางเหมือนไม่รู้สึกรู้สากับเรื่องราวในอดีต

 

            สาเหตุที่โอเมก้าทุกคนเคยถูกเรียกอย่างเหยียดหยามว่าทำได้แค่อ้าขาให้คนอื่น นั่นก็เพราะโอเมก้าทุกคนจะมีช่วงฮีทเดือนละหนึ่งครั้งที่อาจจะกินเวลาแค่สามวัน หรือนานกว่าสัปดาห์ และช่วงเวลานั้น กลิ่นหรือฟีโรโมนที่ถูกส่งออกมาก็ไม่ต่างจากกลิ่นที่เชิญชวนเหล่าอัลฟ่าให้มาผสมพันธุ์ด้วย เมื่อก่อนวิธีเดียวที่หยุดกลิ่นนั้นได้คือการที่โอเมก้าถูกอัลฟ่ากัด...สัญลักษณ์ของการครองคู่

 

            หากถูกกัด โอเมก้าคนนั้นจะส่งกลิ่นยั่วยวนแค่คู่ของตัวเองเท่านั้น แต่ตอนนี้มีวิธีที่ง่ายกว่า นั่นคือการกินยา

 

            ส่วนพรีม เขาไม่เคยต้องกินยา เพราะเขาไม่ฮีทมาสิบสองปีแล้ว

 

            ไม่ว่าอัลฟ่าคนไหนก็ไม่มีทางคุ้มคลั่งเพราะเขาได้อีก แต่พรีมก็ยังเลือกที่จะย้ายออกไปอยู่คนเดียว ซึ่งแม้เขาจะบอกกับพี่สาวและพี่สะใภ้ว่าเพราะไม่อยากเป็นกขค. แต่เหนืออื่นใด เขาไม่อยากให้ใครนินทาครอบครัวเขาว่าเอาอัลฟ่าต่างสายเลือดและโอเมก้าที่ไม่รู้จะฮีทวันไหนมาอยู่บ้านหลังเดียวกัน

 

            และเขาก็ไม่มีทางเดินไปบอกใครต่อใครหรอกว่าเขาถูกกัดมานานมากแล้ว เพราะมันก็เหมือนประกาศบอกใครต่อใครไปว่าเขาพลาดท่าถูกฟันแล้วทิ้ง

 

            “งั้นเสาร์อาทิตย์หน้าเลย”

 

            “โธ่ แม่ครับ เสาร์อาทิตย์หน้ายังจัดของไม่เสร็จเลยมั้ง” ชายหนุ่มโอดครวญเบาๆ ง้อแม่เต็มที่ กระทั่งอีกฝ่ายถอนหายใจหนักๆ หมุนตัวเดินเข้าบ้านอย่างงอนๆ แล้ว พรีมจึงหันไปมองหน้าพี่สาวที่ยกยิ้มอ่อนใจ

 

            “นี่แกหนีให้พี่รับมือแม่คนเดียวนี่”

 

            “พ่อก็อยู่นะพี่”

 

            “พ่อเถียงสู้แม่ไม่ได้หรอก”

 

            “งั้นพี่แพทก็มีพี่รัมอยู่ช่วยไง” พี่สาวยิ้มกว้างทันที เหล่ไปมองภรรยาคนสวยที่แก้มแดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แล้วไม่ขัดเขินเลยที่จะโอบแขนรอบไหล่อีกฝ่าย ดึงเข้ามาในอ้อมกอด

 

            “ถูก ถ้าแม่มาลงที่พี่ พี่จะเอาไปลงที่รัม”

 

            “พี่แพท!

 

            “อ่ะแน่ะ เขินหรือคะคนสวย”

 

            พรีมได้แต่หลุดขำอย่างอดไม่ได้ โบกมือทำนองว่าไม่ขอยุ่งกับคู่ข้าวใหม่ปลามันแล้ว

 

            “งั้นผมไปแล้วนะพี่ อย่าให้มากนักล่ะ ยังไงนี่ก็หน้าบ้าน” ชายหนุ่มบอกเป็นคำสุดท้าย ก่อนที่จะก้าวขึ้นรถ แล้วขับออกไป ปล่อยให้พี่สาวหอมแก้มสุดที่รักอีกหลายฟอด ก่อนที่จะยอมปล่อยออกจากอ้อมกอด

 

            “พี่แพท...รัมถามได้มั้ย”

 

            “ว่าไงเอ่ย”

 

            “เรื่องพรีม” รัมหันไปมองตามท้ายรถของน้องสามี แล้วกลับมามองหน้าคนรักที่ตีหน้าเครียดขึ้นมาทันที

 

            “ใครเป็นเจ้าของรอยกัดที่คอพรีมกันคะ”

 

            “เด็กโง่ๆ คนหนึ่ง” แพทแค่นยิ้มที่ดูก็รู้ว่าโกรธ

 

            “คะ?”

 

            แพทมองหน้าคนรัก ก่อนที่จะดึงแขนเข้าบ้าน ปากก็เอ่ยเล่าให้ฟังอย่างไม่คิดปิดบัง และเชื่อว่าน้องชายเธอก็คงไม่อยากปิดบังจากคนที่เข้ามาเป็นสมาชิกครอบครัว

 

            “พรีมถูกเพื่อนที่สนิทที่สุดกัดตอนม.ปลาย...ตอนที่ฮีทครั้งแรก ตอนที่พี่เข้าไปเห็นพรีม คือตอนที่น้องชายพี่เนื้อตัวชุ่มโชกไปด้วยน้ำเชื้อของเด็กคนนั้น เลือดไหลโชกจากแผลที่ต้นคอ และน้องชายที่แทบไม่ร้องไห้เลยก็กำลังร้องไห้อย่างหนัก แล้วถามพี่ว่า...ทำไมต้องเกิดมาเป็นโอเมก้า...ทำไมไม่สามารถทัดเทียมกับเด็กคนนั้นได้”

 

            ทำไมต้องถูกชะตากำหนดว่าเป็นผู้แพ้ตั้งแต่เกิดมาบนโลกใบนี้

 

...................................................

 

            “ได้อยู่คนเดียวจนได้ ฮ้า คิดถึงสมัยอยู่หอเลยแฮะ”

 

            พรีมยอมรับล่ะว่าย้ายออกมาอยู่คนเดียวก็มีแอบใจหายบ้าง แต่มากกว่านั้นคือความรู้สึกอิสระอย่างที่ไม่ได้สัมผัสมาตั้งแต่เรียนจบ อยู่บ้านก็มีข้อดีอยู่หรอก แต่อยู่คนเดียวแบบนี้ก็สบายใจไปอีกแบบ อย่างน้อยๆ เขาก็สามารถเดินใส่บ็อกเซอร์ตัวเดียวในห้องได้ ซึ่งถ้าอยู่บ้าน...พี่เขาคนหนึ่งล่ะที่ชอบเปิดประตูเข้ามาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

 

            ความคิดของคนที่มองไปรอบห้องที่...ขนาดเล็กกว่าห้องรับแขกบ้านเขาด้วยซ้ำ

 

            บ้านใหม่ของพรีมประกอบไปด้วยห้องนอนที่วางเตียงหลังใหญ่ก็เกือบเต็มพื้นที่ ถัดมานิดก็เป็นห้องน้ำขนาดกำลังพอดีกับการอยู่คนเดียว เดินออกมาอีกหน่อยก็เป็นห้องรับแขกขนาดกะทัดรัด...กะทัดรัดจริงๆ ชนิดที่วางโซฟาตัวเดียวกับตู้วางทีวีก็แน่นแล้ว พอหันขวามาอีกนิดก็เป็นครัวเล็กๆ ที่ติดกับทางเข้าบ้าน ซึ่งในราคาล้านกว่าบาทบนเส้นทางรถไฟฟ้า แค่นี้ก็ถือว่าหรู

 

            ผู้ชายอยู่คนเดียว ไม่เห็นต้องเอาอะไรมากเลย แค่นี้ก็ผ่อนเป็นสิบปีแล้ว

 

            “ชักหิวแล้วสิ” พรีมหันไปมองนาฬิกาที่บอกว่าจะหกโมงเย็น จนลุกขึ้นบิดขี้เกียจ แล้วก้าวไปคว้ากระเป๋าเงินเพื่อลงไปยังซูเปอร์เล็กๆ ชั้นล่าง

 

            ทำอะไรกินเองน่ะเด็กๆ อย่าดูถูกผู้ชายที่อยู่หอคนเดียวมาสี่ปีเชียว

 

            “โชคดีที่แม่เอาหม้อหุงข้าวมาไว้ติดห้องด้วย” ชายหนุ่มพึมพำพลางคว้าหัวหอมที่แพคเป็นถุง แล้วเดินเลยไปคว้าขวดซอสปรุงรสที่แค่เหยาะก็ทำให้อาหารอร่อยขึ้นโข จากนั้นก็เอาของใช้ส่วนตัวบางอย่างที่ลืมเอามาจากบ้านอย่างพวกแชมพู ครีมนวด ที่โกนหนวดลงตะกร้า แล้วเดินไปจ่ายเงิน

 

          ว่าแต่ทำไมในนี้มันร้อนจังวะ

           

            ความคิดของคนที่กระพือเสื้อไปมา

 

            “สามร้อยสามสิบห้าค่ะ” พรีมส่งยิ้มให้พนักงานสาว พร้อมกับส่งเงินไปให้ แต่เพียงปลายนิ้วสัมผัสโดนอีกฝ่าย เขากลับเป็นฝ่ายชะงักเสียเอง ยามที่ขนลุกซู่อย่างไม่รู้สาเหตุ

 

          ไม่น่า ไม่ใช่น่า...ไม่หรอก

 

            “นี่ค่ะเงินทอน”

 

            “อะ ครับๆ” ชายหนุ่มรีบรับเงินทอนมายัดลงกระเป๋า คว้าถุงพลาสติกมากำเอาไว้แน่น ไม่สนใจสายตาเยิ้มๆ ของพนักงานที่มองมา ขายาวก็รีบสาวขึ้นไปยังอาคาร เอาบัตรแตะเปิดประตู แล้วกดลิฟต์เต็มแรง

 

            “มาเร็วๆ สิวะ มาเร็วๆ”

 

            พรีมกระซิบอย่างร้อนรน เมื่อเขารู้สึกว่าร่างกายกำลังร้อนขึ้นอย่างน่ากลัว ราวกับว่ามันกำลังตอบสนองต่อความต้องการที่ถูกกดทับมาตลอดหลายปี และครั้งนี้เขาก็รู้ด้วยว่ามันเกิดจากอะไร

 

            ครั้งนั้นเป็นครั้งแรก เขาจึงไม่เข้าใจว่าอาการนี้คืออะไร แค่ครั้งนี้มันต่างออกไป

 

            “อึ้ก” ชายหนุ่มแทบจะปล่อยมือที่ถือถุงแล้วขยุ้มหน้าอกตัวเอง เมื่อความร้อนกำลังแผดเผาไปทั่วร่าง ขาเริ่มไร้เรี่ยวแรง และเขารู้สึกว่าร่างกายอ่อนไหวกว่าปกติ เพียงแค่เสื้อผ้าเสียดสีกับผิวกาย ลมหายใจก็ร้อนระอุ จนอยากจะคุดคู้ตัวเข้าหากัน

 

          อยาก

 

            วินาทีนั้น ความรู้สึกรุนแรงและหนักหน่วงโจมตีร่างกายของเขา หัวใจของเขา และมันกำลังกรีดร้องดังก้องในหัวว่า...อยาก

 

            ติ๊ง!

 

            พรีมสูดหายใจเข้าเต็มปอด เพราะเขาจะแสดงอาการตรงนี้ไม่ได้ และมันก็ยังไม่หนักหน่วงเหมือนเมื่อตอนหลายปีก่อนที่ควบคุมอะไรไม่ได้เลย เขายังคงมีสติ ยังคงมีแรงก้าวเข้ามาในห้องโดยสารแคบๆ มองตัวเลขที่เคลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้าในความรู้สึก และเขายังสามารถก้าวเข้ามาในห้องได้อย่างปลอดภัย

 

            ปัง!

 

            “ยา ยาอยู่ไหนวะ” ชายหนุ่มแทบจะเขวี้ยงของที่ซื้อมาลงพื้น พุ่งตรงไปยังกระเป๋าที่มักจะพกยาติดตัวไว้เสมอ แม้ว่าจะไม่ได้ใช้มันเลยในช่วงหลายปีมานี้

 

            เขาเคยคิดว่าร่างกายของเขามันแตกต่างจากโอเมก้าคนอื่น เพราะแม้โอเมก้าคนอื่นจะถูกกัดแล้ว แต่ก็ยังมีช่วงฮีททุกเดือน แต่เขากลับไม่เคยสัมผัสถึงความรู้สึกรุนแรงตอนฮีทอีกเลย ทว่า ตอนนี้มันกลับมาอีกครั้ง

 

            ความร้อนที่กำลังแผดเผาร่างกาย พอๆ กับความชุ่มโชกที่กำลังเปียกชื้นอยู่ภายในกางเกง

 

            หมับ

 

            พรีมเจอยาจนได้ แล้วชายหนุ่มก็ไม่ลังเลเลยที่จะคว้าหลอดยาขึ้นมา แล้วดึงฝาออก กระแทกมันลงบนต้นขาเต็มแรง

 

            ยาฉีดแบบนี้แรงกว่ายาเม็ดที่ต้องใช้เวลาครู่ใหญ่ๆ ในการออกฤทธิ์ แต่มันก็ยังต้องใช้เวลาเกือบห้านาทีกว่าจะควบคุมความต้องการทางเพศที่กำลังเล่นงานร่างกายนี้ได้

 

            ฮวบ

 

            ร่างขาวทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างหมดเรี่ยวแรง ขณะที่กัดฟันแน่น ข่มกลั้นความต้องการรุนแรงที่ตีตื้นขึ้นมาในอก จมูกของเขาเหมือนได้กลิ่นหวานหอมจนแทบบ้า ผิวกายแดงเถือกด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น แล้วที่แย่ที่สุดที่เขารู้สึกถึงของเหลวที่กำลังไหลออกมาจากช่องทางด้านหลัง จนในกางเกงเปียกชื้น

 

            “ใส่...เข้ามา...อยากให้ใส่”

 

            พรีมเกลียดตัวเองที่หลุดเสียงครวญครางในคอ แต่มันห้ามความปรารถนาแสนรุนแรงที่ไม่ได้รับการตอบสนองมานับสิบปีไม่ได้ ร่างกายของเขากำลังบิดเกร็ง ปลายเท้าแยกออกโดยอัตโนมัติ จนพยายามห้ามมือไม่ไปถอดกางเกง เขาไม่ต้องการช่วยตัวเองในตอนที่ฮีท เพราะแค่หลับตา เขาก็รู้ตัวว่ากำลังเรียกร้องขออะไร และจากใคร

 

            เขากำลังอยากได้แท่งเนื้อร้อนของผู้ชายคนนั้นให้กระแทกเข้ามาในร่างกาย

 

          กระแทกเข้ามา กระแทกแรงๆ

 

            “ฮึก ไม่ ไอ้พรีม...ไม่...ไม่เอา...” น้ำตาหยดใสกบดวงตา แต่พรีมไม่ปล่อยให้มันไหลออกมา เขาแค่กุมเป้าตัวเองแน่น นึกถึงงาน นึกถึงที่บ้าน นึกเรื่องอะไรก็ได้ที่ทำให้ลืมความรู้สึกเหล่านี้ แต่มันแทบช่วยอะไรไม่ได้เลย

 

            “ออกฤทธิ์สักทีสิวะ!

 

          บอกกูสิพรีม บอกกูว่ามึงอยากได้แค่ไหน บอกกูสิ

 

            แม้จะผ่านมาหลายปีแล้ว แต่เสียงแหบพร่าที่แฝงด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว และความรุนแรงยังดังก้องอยู่ในหัวของเขา ราวกับว่ามันกำลังสั่งการให้เขาหลุดคำพูดไร้ยางอายออกมา กำกับให้จิตใจเขาเชื่อฟังคำสั่งทุกอย่าง จนต้องหอบหายใจอย่างรุนแรง

 

          บอกเราคำเดียว แล้วพรีมจะได้

 

            เขายังได้ยินเสียงนั้น จนหลับตาลง กัดฟันแน่น แต่เพียงพักเดียว...

 

            “เอา...เอากูที เอากู...แรงๆ”

 

            เฮือก

 

            ชายหนุ่มรู้ว่ากำลังพูดอะไรออกมา แต่มันห้ามตัวเองไม่ได้ ห้ามความรู้สึก อยาก ที่พลุ่งพล่านในอกไม่ได้ เขา...อยากถูกสิ่งนั้นสอดแทรกกายเข้ามาในร่างอีกครั้ง

 

            “แฮก แฮก แฮก...”

 

            สิ่งที่เกิดขึ้นนานเพียงห้านาที แต่มันรู้สึกราวกับชั่วกัปชั่วกัลกว่าที่ฤทธิ์ยาจะแสดงผล จนเสียงหอบหายใจดังก้องไปทั่วทั้งห้องเล็กๆ ขณะที่ก้อนเนื้อในอกที่เต้นกระหน่ำราวกับว่ากำลังมีเซ็กส์ค่อยๆ ลดระดับลงช้าๆ แต่ยังไม่เข้าสู่จังหวะปกติ

 

            “บ้าเอ๊ย” พรีมพึมพำ

 

            “บ้าเอ๊ย! บ้าเอ๊ย!!! บ้าเอ๊ย!!!” ร่างขาวทุบโซฟาเต็มแรง ก่อนที่จะยกมือก่ายหน้าผาก เมื่อคิดว่าเมื่อครู่เขาเพิ่งหลุดอะไรออกมา

 

            ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ไอ้สัญลักษณ์เฮงซวยบนคอก็ยังคงเล่นงานเขาไม่เลิกรา

 

            สัญลักษณ์ที่บอกว่าเขาเป็นของใคร

 

            ความคิดของคนที่ยันกายขึ้นมานั่งช้าๆ ลดมือลงจนเห็นเพียงใบหน้าน่ามองที่แดงก่ำ จากนั้น พรีมก็เลื่อนมือไปถอดกางเกงที่สวมอยู่ออก แล้วโยนไปยังตะกร้าที่วางอยู่ข้างเครื่องซักผ้า ซึ่งเพียงลุกขึ้น

 

            เยิ้มมม

 

            “เหี้ย!

 

            ชายหนุ่มรู้สึกถึงของเหลวที่ไหลออกมาจากช่องทางข้างหลังช้าๆ จนบ็อกเซอร์ทั้งลื่นทั้งเหนียว เป็นการยืนยันว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น และเขาต้องการผู้ชายคนนั้นมากมายแค่ไหน

 

            “แบบไหนดีกว่ากันวะ อยากได้ไอ้นั่นของผู้ชายทุกคนหรือแค่คนเดียว”

 

            คำถามที่พรีมเองก็ไม่อยากหาคำตอบ เพราะแค่นี้ เขาก็รู้สึกเกลียดความเป็นโอเมก้าของตัวเองมากพออยู่แล้ว

 

...............................................

 

            [พี่พรีม พี่พรีมป่วยหรือครับ พี่เป็นยังไงบ้าง]

 

            “ไม่เป็นไรมากหรอก แค่เป็นหวัด”

 

            [ขอคุยบ้างพี่ไอย์ พี่พรีม! พี่ป่วยได้ยังไง ร้อยวันพันปีมนุษย์จอมบ้างานอย่างพี่ที่ไม่เคยลาหยุดสักวันเดียวจะล้มหมอนนอนเสื่อ พี่แน่ใจนะว่าไม่เป็นโรคร้ายแรง]

 

            พรีมสาบานว่าถ้าเจ้าออมอยู่ตรงหน้า เขาจะเขกกะโหลกสักที แค่ลาครั้งเดียวมันถึงขั้นแช่งให้เขาป่วยเป็นโรคร้ายแรงซะอย่างนั้น

 

            “หายเมื่อไหร่จะเอาโรคไปปล่อยใส่แกซะให้เข็ด”

 

            [อูย หายแล้วใครจะกลัว]

 

            คำตอบที่ทำให้คนฟังสั่นหน้าแรงๆ

 

            “เออ งั้นเท่านี้นะ คนไม่สบายจะพักผ่อน”

 

            [อ่าฮะ หายเร็วๆ นะพี่]

 

            [เฮ้ยๆๆ พี่ยังไม่ได้คุยเลย]

 

            พรีมไม่สนใจว่าไอย์จะรีบยึดโทรศัพท์คืนเพื่อคุยกับเขา เพราะชายหนุ่มตัดสายทิ้งทันที ก่อนที่จะนอนแผ่บนเตียงด้วยอาการตัวรุมๆ เหมือนคนเป็นไข้ จนต้องยอมรับแล้วว่าเขาเข้าสู่ช่วงฮีทจริงๆ ด้วย

 

            หลังจากที่เขาฉีดยาเข้าไป พรีมก็ไม่ลังเลเลยที่จะไปหาหมอ แล้วหมอก็บอกว่าแม้จะเป็นเคสที่แปลกที่ไม่เข้าสู่ช่วงฮีทเลยถึงสิบกว่าปี แต่เมื่อมันมาแล้วก็ต้องกินยาให้ครบ จะช่วยลดอาการได้ และยาสมัยนี้ก็มีประสิทธิภาพพอที่จะทำให้โอเมก้าไม่จำเป็นต้องลาหยุดอาทิตย์เต็มๆ ทุกเดือนอีกต่อไป

 

            หมอว่าบางคนที่กินยาครบและไม่ดื้อยาสามารถใช้ชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไปที่ไม่มีอาการฮีทเลยก็ยังได้ แต่เขาที่ไม่ได้กินยาเลยสิบกว่าปี อาจจะต้องทนผลข้างเคียงเช่นเป็นไข้ไปสักระยะหนึ่งก่อนที่ร่างกายจะปรับให้เข้ากับยาได้

 

            ตอนนี้พรีมถึงมานอนแบ็บไม่มีแรงอยู่นี่ไง

 

            สำหรับที่บริษัท ฝ่ายบุคคลรู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นโอเมก้าเพราะต้องยื่นเอกสารรับรองตั้งแต่ตอนสมัครงาน แต่แทบจะไม่มีใครจำได้เพราะพรีมไม่เคยลาหยุดด้วยเหตุผลว่าเพราะเข้าช่วงฮีทเลย แม้กระทั่งครั้งนี้เขาก็โทรลาป่วยเอา ไม่ได้ใช้วันหยุดพิเศษสำหรับโอเมก้า

 

            ส่วนเจ้าน้องๆ ที่บริษัทก็เวอร์ไป ไม่ใช่ว่าพรีมไม่เคยลาหยุดเลยก็แค่นานทีปีหนเท่านั้นแหละ

 

            “ให้ตายเถอะ มาเป็นอะไรตอนแก่วะ” แม้ปากจะบ่น แต่เอาเข้าจริง พรีมกลับโล่งใจด้วยซ้ำที่เพิ่งจะมาฮีทเอาตอนนี้ เพราะขืนฮีทตอนสมัยที่อยู่หอ เขาคงโดนไอ้พวกที่อยากปล้ำโอเมก้าทุ่มลงเตียงไปหลายหน แถมถ้าอาการออกก่อนหน้านี้นิดนึง พ่อกับแม่ก็คงเป็นห่วงจนไม่ยอมให้ย้ายออกมาอยู่คนเดียวอีก มาเป็นตอนนี้คงดีที่สุดแล้ว

 

            “แต่รำคาญไข้ชะมัดเลย”

 

            ความคิดของคนที่หลับตาลงอีกครั้ง แล้วบ้าชะมัด เมื่อเขาฝันเห็นคนที่ไม่อยากจำ และมันก็ชัด...ราวกับตรึงอยู่ในหัวใจ

 

.....................................

 

            “โอย ปวดหัวโว้ย”

 

            หลังจากนอนพักไปสามวันเต็มๆ ในเช้าวันที่สี่ พรีมก็ตื่นมาพร้อมกับอาการกระฉับกระเฉง ร่างกายที่หนักอึ้งแถมเป็นไข้ก่อนหน้าหายวับไปอย่างน่าอัศจรรย์ บ่งบอกว่าอาการฮีทของเขาผ่านพ้นไปแล้ว ซึ่งมนุษย์บ้างานก็ไม่มีทางซะล่ะที่จะนอนอยู่ห้องเฉยๆ ออกมาทำงานทันทีอย่างเกรงว่าปล่อยไว้นานแล้วจะกองสุมเหมือนโต๊ะทำงานของรุ่นน้องตัวดี

 

            หากเขาก็ลืมไปว่าวันนี้ฝ่ายต่างประเทศต้องรับรองลูกค้าชาวไต้หวัน และเขาต้องไปด้วย ตอนนี้พรีมจึงต้องมายืนกุมหัว หลบมุมให้ห่างจากสกายบาร์ของโรงแรมชื่อดัง

 

            ตอนเช้าว่าหายแล้วนะ แต่พอมาเจอคนเยอะๆ กับแอลกอฮอล์ที่จำใจดื่มเข้าไปเหมือนไข้จะกลับมาในนาทีใดนาทีหนึ่ง ดีที่ครั้งนี้คนรับผิดชอบไม่ใช่เขา แถมลูกค้าเองก็กรึ่มได้ที่แล้ว อีกไม่นานก็คงแยกย้าย

 

            “กลับก่อนก็ได้นะพรีม”

 

            “หืม” เพื่อนร่วมงานเดินมาสะกิด “ไอย์บอกพี่ว่าพรีมเพิ่งหายไข้ กลับก่อนก็ได้ เดี๋ยวตรงนี้พี่จัดการเอง”

 

            พออีกฝ่ายว่าอย่างนั้น พรีมก็ไม่ปฏิเสธความหวังดี เอ่ยขอบคุณแล้วเลี่ยงออกมาจากตรงนั้น เพราะอาการที่นึกว่าดีขึ้นแล้ว มันยังไม่เต็มร้อย ตอนนี้ก็มึนๆ เบลอๆ อย่างบอกไม่ถูก ชายหนุ่มจึงรีบลงลิฟต์มายังหน้าโรงแรม พลางกวาดสายตาหาแท็กซี่ที่เขาพอจะขึ้นได้

 

            แม้ว่าตัวโรงแรมจะติดกับรถไฟฟ้า แต่อาการแบบนี้ให้ไปเบียดเป็นปลากระป๋องก็ไม่ไหว แถมให้ขึ้นแท็กซี่ธรรมดาก็ไม่ไว้ใจเท่าไหร่ เนื่องจากเขาอยู่ในช่วงก่ำกึ่งของการหมดฮีท แถมเพิ่งเห็นข่าวแท็กซี่ข่มขืนโอเมก้าสาวหมกป่าไปเมื่อไม่กี่วันก่อน พรีมจึงมองหาสัญลักษณ์พิเศษที่ติดอยู่หน้ารถ

 

            สัญลักษณ์ที่บอกว่าคนขับเป็นโอเมก้า

 

            “สักคันเถอะวะ” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว เพราะแท็กซี่ที่จอดอยู่ด้านหน้าโรงแรมไม่มีสัญลักษณ์ที่ว่าเลยสักคัน เขาเลยเดินออกมาจากหน้าโรงแรมเพื่อมองหาเอาริมถนน

 

            เฮือก!

 

            ตึกตัก! ตึกตัก! ตึกๆๆๆ!

 

            พรีมสะดุ้งสุดตัว เมื่อหัวใจกระตุกหลายที ก่อนที่มันจะเต้นรัวแรง ภาพที่เห็นตรงหน้าทั้งพร่าทั้งเบลอ พื้นที่ยืนอยู่เอียงวูบ เหงื่อเริ่มซึมออกมาทางผิวกาย ลำคอแห้งผาก พอๆ กับร่างกายที่ร้อนราวกับถูกไฟลน จนเซไปพิงกับเสาไฟ

 

          ไม่จริง ก็หมดไปแล้วนี่!!!

 

            ชายหนุ่มตวาดอยู่ในหัว เพราะไม่มีแรงจะเปล่งเสียงออกมา ขาอ่อนจนจะทรุดลงไปกองกับพื้นแล้ว แต่ยังมีสติว่าเขาจะมาทิ้งตัวนั่งบนฟุตบาทไม่ได้ พรีมจึงใช้แรงเฮือกสุดท้าย รีบพาตัวเองเข้าไปซอยหลืบเล็กๆ พลางควานหายา

 

            “อยู่ไหนวะ เหี้ยเอ๊ย!” พรีมทั้งสบถ ทั้งด่าทอกับความประมาทที่คิดว่าตัวเองหมดช่วงฮีทแล้ว สองมือก็พยายามรื้อหายาฉีดที่พกติดตัวเสมอ

 

            “ได้แล้ว”

 

            พรืด...กึก กึก

 

            เขากลับทำยาลื่นหลุดจากมือ จนหล่นบนพื้น แล้วมันก็กลิ้งห่างออกไป จนคนที่ใช้มือหนึ่งขยุ้มอกเสื้อรีบผวาตาม ถ้าไม่ใช่เพราะ...

 

            “โอเมก้า?”

 

            พรีมมองฝ่าภาพที่พร่าเบลอ แล้วพบว่ายาของเขาตกอยู่ในมือของผู้ชายผิวเข้ม ซึ่งสวมเสื้อผ้าแบบคนงานก่อสร้างจนผงะถอยหลัง ไม่ ไม่ใช่เพราะเขาดูถูกว่าอีกฝ่ายดูสกปรก แต่เพราะแววตากักขฬะที่จ้องมองมาเหมือนเห็นเหยื่อนั่นต่างหากที่ทำให้ถอยหลังหนีอีกหลายก้าว

 

            “ขอยา...ผมคืน”

 

            “กำลังฮีทซะด้วย แจ็กพอต!

 

            คนฟังหนาวเยือกไปถึงกระดูก เพราะฟังก็รู้แล้วว่ามันต้องการอะไร แถมไอ้เหี้ยนี่ยังโยนหลอดยาลงบนพื้น จนมันร้าว แล้วกระทืบซ้ำลงไปจนแตกกระจาย ชายหนุ่มจึงใช้แรงทั้งหมดเพื่อวิ่งฝ่าอีกฝ่ายออกไปยังริมฟุตบาท อย่างน้อยก็ยังมีคนผ่านไปผ่านมา

 

            หมับ

 

            เขากลับถูกรวบตัวเอาไว้

 

            “ปล่อย!” พรีมเค้นเสียงสั่ง ยามที่ความรู้สึกขยะแขยงจู่โจมร่างกาย

 

            เขาเป็นโอเมก้าที่ถูกกัดแล้ว ร่างกายจะต่อต้านทุกคนที่ไม่ใช่คู่ของตัวเอง และในเวลาปกติ เขาก็ซัดอัลฟ่าหมอบได้ แต่ในเวลาที่ร่างกายร้อนจี๋ ช่องทางข้างหลังเปียกโชก แข้งขาอ่อนอย่างนี้ เพียงแค่มันกระชาก ร่างกายก็แทบจะปลิวตามแรง

 

            “มามะ จะช่วยให้สบายตัวเองนะน้องโอเมก้า”

 

          น้องมึงสิ!

 

            พรีมสะบัดด้วยแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ ร่างกายต่อต้านสัมผัสของไอ้หมอนี่จนอยากจะอ้วก

 

            “ปล่อยกู!!!” เขาร้องออกไปสุดเสียง เมื่อมือของมันสอดเข้ามาใต้สะโพกแล้วกำลังจับ...เป้ากางเกง

 

          ไม่เอาๆๆๆ ไม่เอา! บัดซบเอ๊ย ทำไมชีวิตกูต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยวะ!!!

 

            พรีมเบิกตากว้าง ความกลัวเข้ามาเกาะกุมหัวใจ...

 

          “ปล่อยผู้ชายคนนั้น เดี๋ยวนี้!

 

            เฮือก!

 

          ไม่จริง ไม่จริงน่า ไม่ใช่ ไม่มีทาง

 

            หากคนที่ก้มหน้าลงกับสะท้านเยือกไปทั้งตัว รู้สึกถึงความร้อนที่ปะทะเข้ากับความเย็นเยียบที่ทำให้เหงื่อไหลท่วม เมื่อเสียงทุ้มต่ำของคนมาใหม่ดังแทรกขึ้นมาเหนือหัว จนไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้น พยายามบอกปัดว่าไม่ใช่อย่างที่คิด ทั้งที่ร่างกายกำลังตอบสนองต่อเสียงเสียงนี้

 

            พรีมรู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นกำลังลูบไล้ขยำไปทั่วกายของเขา

 

            “เสือกเรื่องอะไรด้วยวะ”

 

            “กูบอกว่าให้ปล่อยผู้ชายคนนั้น!

 

            กึก

 

            กรรมกรที่นึกว่าจะได้เหยื่อระบายความใคร่เป็นอันตกใจจนเผลอปล่อยแขนของพรีมที่ทิ้งตัวลงไปนั่งกองกับพื้น เพราะผู้ชายในชุดสูทที่ก้าวเข้ามาใหม่กำลังมองมาด้วยแววตาราวกับสัตว์ร้าย...สัตว์ที่พร้อมจะฉีกกระชากร่างของคนที่ขวางทาง

 

            ไม่ใช่แค่แววตาเท่านั้น แต่บรรยากาศอันตรายที่แผ่ออกมาจากร่างนั้นก็ทำให้กรรมกรหนุ่มลำคอแห้งผาก ขณะที่ความกลัวเกาะกุมหัวใจ

 

            นี่คืออัลฟ่า

 

            ไม่ใช่อัลฟ่าธรรมดา แต่เป็นอัลฟ่าที่โกรธจัดเสียด้วย

 

            “กู...กูไม่ได้ทำอะไรนะ มันยั่วกูเอง ก็ไอ้นี่มันเป็นโอเมก้า...เอื้อก”

 

            “นับหนึ่งถึงสาม ถ้ายังไม่ไสหัวไป...หนึ่ง...” เพียงคนมาใหม่นับหนึ่ง คนฟังก็วิ่งหายเข้าไปในซอยอย่างไม่คิดชีวิต ไม่สนแล้วว่าเป้ากางเกงตุง และคืนนี้คงไม่ได้ปลดปล่อยอย่างที่คาดหวัง ขณะที่คนมาใหม่ก็มองตามร่างนั้น ก่อนที่จะก้มลงมองคนที่ยังนั่งหอบหายใจอยู่บนพื้น

 

            “ไหวมั้ย”

 

          หยุด หยุดพูดได้แล้ว อย่าพูด

 

            พรีมไม่อยากยอมรับว่าทั้งที่เขาเกือบจะโดนข่มขืนแท้ๆ แต่เขากลับเสียวที่ท้องน้อยทันทีที่เสียงทุ้มนั้นดังเข้าหู จนอยากจะหันหลังกลับแล้ววิ่งหนี แต่มันไม่ทันแล้ว

 

            อย่าว่าแต่จะวิ่งหนี แค่ได้ยินเสียงนี้...ขาก็บีบเข้าหากัน

 

            ชายหนุ่มไม่ต้องเงยหน้าขึ้นสบตา เขาก็รู้ด้วยสัญชาตญาณว่าผู้ชายที่เข้ามาช่วยเขาคือใคร เพราะร่างกายกำลังเรียกร้อง กำลังร้อนผ่าว กำลังคร่ำครวญขอการปลดปล่อย เพียงเงาร่างนั้นทอดผ่านร่างของเขาก็รู้สึกเหมือนตกอยู่ใต้ผิวเนื้อแข็งแกร่ง จินตนาการถึงริมฝีปากที่ไต่ไปตามผิวของเขา มือที่สอดแทรกเข้ามาในช่องทางแฉะเฉอะ แล้วดันท่อนเนื้อนั้นเข้ามาจนสุดความยาว

 

          ไม่ ไอ้พรีม ไม่นะ

 

            “แฮก...แฮก...”

 

            พรวด

 

            พรีมกัดฟันแน่น กลั้นเสียงที่เหมือนจะหลุดออกมาจากลำคอ เมื่อของเหลวอุ่นๆ กำลังไหลทะลักออกมาจากช่องทางคับแคบมากขึ้น ทั้งเหนียว ทั้งแหนอะหนะ ทั้งชุ่มโชก เพื่อบอกให้รู้ว่าร่างกายนี้...พร้อมแล้ว

 

            พร้อมสำหรับรองรับความแข็งขืน

 

            เขาเงยหน้าขึ้น มองฝ่าม่านน้ำตาไปยังดวงตาที่เคยคุ้นของคนที่พูดว่า

 

          “เจอตัวจนได้นะพรีม”

 

          อย่าเรียกชื่อ อย่าเรียกชื่อกู อย่าเรียกด้วยเสียงแบบนั้น

 

            “ซ...ซอร์ท”

 

            พรีมหลุดเสียงเรียกคล้ายเสียงคราง ทันเห็นรอยยิ้มที่กระตุกขึ้นของอีกฝ่าย

 

            หมับ

 

            “ป...ปล่อย”

 

            เขาถูกดึงเข้าไปในอ้อมกอดของผู้ชายอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ร่างกายกลับไม่ต่อต้าน มีเพียงการโอนอ่อนเข้าหา แม้ปากจะบอกเหมือนเดิมว่าปล่อย แต่เพียงอีกฝ่ายเลื่อนปลายนิ้วลงมา แล้วสอดลึกเข้าไประหว่างขาทั้งสองขา...

 

            “ทั้งที่เปียกขนาดนี้น่ะหรือ”

 

            “ไม่ชะ...อื้ออออ” พรีมกัดปากจนเลือดซิบ เมื่ออีกฝ่ายกดปลายนิ้วบนช่องทางด้านหลังผ่านกางเกงเบาๆ เขาก็ตัวกระตุก เป็นฝ่ายผวากอดคนข้างกายแน่น และนั่นก็ทำให้เจ้าของนามซอร์ทกระชับร่างของเขาเข้าหาตัว

 

            “หนีไม่พ้นแล้วล่ะพรีม”

 

            คนฟังอยากจะกรีดร้อง อยากจะโวยวายที่หนีเสือปะจระเข้ หากแต่ร่างกายของเขาเองต่างหากที่บอกว่าต้องการจระเข้ตัวนี้ และเดี๋ยวนี้!!!

 

            เขาอยากมีเซ็กส์กับผู้ชายคนนี้

 

++++++++++++++++++++++++

 

            สำหรับ Catch Up รักนี้พิชิตใจนายโอเมก้า ภาค First Son ก็ออกแล้วนะคะ มาขายของค่ะ แต่ภาคที่กำลังลงอยู่นี้คือภาคตอนที่พ่อซอร์ทกับแม่พรีมกลับมาเจอกันหลังจากผ่านไปสิบสองปีค่ะ เป็นภาคแรก ส่วนภาคสองที่เพิ่งออกไปในงานฟิคเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ลูกชายคนแรกของพวกเขาคลอดแล้วงับ ^^

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #นุ้งพรีมท้อง นะคะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 431 ครั้ง

140 ความคิดเห็น

  1. #108 fomeriam690 (@0924211827) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 11:52
    ประโยคสุดท้าย แหม๋~ =,.=
    #108
    0
  2. #77 GJiiii (@No_nepam) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 01:34
    เพิ่งได้มาอ่าน น่าติดตามมาก สู้ๆนะค้าาา
    #77
    0
  3. #62 noparat (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 20:47

    แค่ตอนแรกก็น่าติดตามแล้ว คืนนี้พรีมจะรอดจากซอร์ทมั้ย

    #62
    0
  4. #55 noeyeiei02 (@noeyeiei02) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 18:32
    รอนะคะะะ
    #55
    0
  5. #50 0949496107 (@0949496107) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:14

    ได๋โปรดดดดดด~~~
    #50
    0
  6. #49 0949496107 (@0949496107) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:14

    ได๋โปรดดดดดด~~
    #49
    0
  7. #48 naniha_aomsin (@naniha_aomsin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:41
    รออยู่นะะะ
    #48
    0
  8. #45 jenny (@riyarat) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:03

    รออ่านอยูุ่นะ
    #45
    1
    • #45-1 psniz (@psniz) (จากตอนที่ 2)
      24 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:50
      Pleaseeeee
      #45-1
  9. #44 กาฬวาต (@0950055865) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:12

    รอน่าาาาาาา
    #44
    0
  10. #41 กวีกวี้ (@0614460900aa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 18:45

    อร้ายยย เนื้อเรื่องน่าสนุกมากๆเลยค่ะ ซอร์ทเอ้ยยยทำกับเค้าไว้ตั้งหลายปี งานนี้โดนเกลียดแน่ๆ แถมยังทำเค้าท้องอีก ตายๆๆๆๆๆ

    #41
    0
  11. #39 Feelthelife (@pleularee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 18:21

    พ่อกับแม่มาเจอ๊ะกันแล้ว ทีนี้รอลูกน้อยนะคะ

    #39
    0
  12. #37 tinkerbell.n12 (@tinkerbell12nook) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 17:35
    กลับมาเจอกันจนได้
    เห้ออออ ดีนะมาทันเวลา
    #37
    0
  13. #36 Rung_Jong (@rungjong) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 11:50
    อื่ออออ ชอบมากเลยค่ะ ติดตามนะคะ อยากอ่านภาคลูกด้วย แง้งงง รอเลยค่ะ สงสัยว่าซอร์ทจะใช้ถุงยางจริงๆไหม 55555
    #36
    0
  14. #35 น้ำนิ่ง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 11:43

    ลง e-book รึยังคะ?

    #35
    0
  15. #33 SIR.SAD (@CupCake) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 08:21
    แงงงงง ชอบบบบ ไม่ทำให้ผิดหวังอีกแล้วพี่เมย์ของน้องTT
    #33
    0
  16. #32 aomhhkd (@aomhhkd) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 21:51
    สงสารลูกก ไม่น่ามาปะกันเลย
    #32
    0
  17. #31 nanalinlin (@nanalinlin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 20:42
    ซื้อภาค first son ไม่ทันจะมีขายอีกทีตอนไหนคะ
    #31
    0
  18. #30 monaligo (@monaligo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 19:37
    หนีเสือปะจรเข้แท้ๆพรีมเอ้ย
    #30
    0
  19. #29 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 18:28
    มี e book มัยค่ะ
    #29
    0
  20. #28 nicha2003 (@nicha2003) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 18:08
    น้องงงงงงงงงง
    #28
    0
  21. #27 B_Angry (@B_Angry) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 18:05
    หืมมมม
    #27
    0