[Yaoi] Love Director วาดรักกำกับใจ #อาฟรอสสอนเด็ก

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 11 ความพอดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,455
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 600 ครั้ง
    9 พ.ค. 62

ตอนที่ 11 ความพอดี

          นี่มีกูคนเดียวหรือเปล่าที่รู้สึกว่าผิดปกติ

            นายเพราพนาถามตัวเองอย่างไม่แน่ใจ ยามเหลือบมองไปยังผู้ชายตัวใหญ่ที่กำลังกินน้ำอยู่ข้างตู้เย็น ซึ่งทางนั้นก็เหมือนจะรู้ตัวว่าถูกแอบมอง เพราะอาฟรอสก็หันกลับมา เลิกคิ้วแทนคำถาม จิบน้ำไปด้วย จนพ่อครัวใหญ่หันกลับมาสนใจข้าวผัดที่กำลังทำอยู่

            เมื่อคืนเขาก็เก็บกลับไปคิดแล้วว่าที่อาชอบสัมผัสตัวเขาก็เพราะเอ็นดูเหมือนหลาน ยิ่งได้ยินคำยืนยันจากปากอาว่าคิดแบบนั้นจริงๆ เพ้นท์ที่ควรจะหลับอย่างสบายใจก็ยังกระสับกระส่าย รู้สึกว่ามันไม่สมเหตุสมผลอย่างไรไม่รู้ แต่ก็หาเหตุผลมาแย้งไม่ได้

            อาก็ใจดีกับทุกคน กับพี่สินธุ์ก็ใจดีด้วย แต่ไม่รู้สิ เพ้นท์แอบรู้สึกว่าอาชอบเอาแต่ใจกับเขามากกว่าใจดี

            พอคิดว่าตัวเองพิเศษกว่าคนอื่น เจ้าตัวก็ส่ายหน้าหวือ

          บ้าแล้ว คิดว่าพิเศษได้ไง ไอ้เพลิงต่างหากที่ควรจะได้เป็นหลานรักคนพิเศษ

            เพ้นท์จึงหลับไปพร้อมกับข้อสงสัยเต็มหัวที่หาคำตอบไม่ได้

            สุดท้าย เขาก็เลิกคิด บอกตัวเองว่าให้คิดแค่เรื่องงานกับหาเงินมาซื้อกีต้าร์ก็พอแล้ว เรื่องอื่นไม่ต้องไปคิดให้มากความ เรื่องบางเรื่องก็หาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้ และหนึ่งในนั้นคือการกระทำแปลกๆ ของคนบ้านนี้

            ถึงจะกอดถึงจะหอมก็เรื่องปกติ

            หมับ!

            “นี่ผัดข้าวหรือแก้โจทย์พีทาโกรัส”

          นี่ไงที่ว่าแปลก!

            พ่อครัวใหญ่สะดุ้งโหยง เพราะทันใดนั้น คนที่กินน้ำเสร็จก็เดินมาซ้อนหลัง ยกมือโอบเอว เอี่ยวตัวมามองหน้า ถามด้วยน้ำเสียงขบขัน จนคนที่แก้โจทย์ไม่แตกเสียทีเม้มปากเข้าหากัน

            ตั้งแต่เช้า อาแตะตัวเขาเยอะไปมั้ย!

            “อามากอดผมทำไมเนี่ย”

            “หวงอะไร อาก็กอดของอาหลายทีแล้ว”

            มันก็เถียงไม่ออกหรอก แต่ที่ผ่านมาตอนกอดกัน คือตอนที่ไอ้เพ้นท์น้ำตาแตก เลยถูกดึงไปกอดปลอบไม่ใช่เหรอ แต่ประเภทผัดข้าวก็เดินมากอด เดินผ่านตัวก็โอบไหล่ พอจะเรียกเอาไว้ก็ไม่ส่งเสียง แต่ดึงมือแทน มันมีแค่เขาคนเดียวที่รู้สึกว่าแปลกงั้นเหรอ

            “มันทำลำบากครับอา อาตัวใหญ่”

          ไม่อยากเสริมว่าเกะกะหรอกนะ

            “ว่าอาเกะกะเหรอ”

            “เปล่านะ”

            “สาบานสิว่าไม่ได้คิด”

            “...”

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

            พออาฟรอสเถียงชนะก็หัวเราะอย่างชอบใจ แต่ก็ยอมคลายมือที่กอดเอวออก แล้วเดินไปประจำตำแหน่งที่โต๊ะกินข้าว อย่าคิดว่าผู้ชายคนนี้จะยอมยกแม้กระทั่งแก้วน้ำที่เพิ่งกินไปเมื่อกี้ไปด้วย เพราะทุกอย่างคือหน้าที่ไอ้เพ้นท์ที่ก็แค่ถอนหายใจ

            ชายหนุ่มจัดการตักข้าวผัดปูใส่จานจนพูน แล้วก็โรยด้วยเนื้อปูที่เหลือเมื่อวานกับต้นหอมซอย ไม่สนใจเสียงคนแก่บางคนที่แว่วมาว่าอย่าโรยหญ้าลงบนจานอา แล้วก็ยกไปเสิร์ฟให้ถึงมือพร้อมพริกน้ำปลา

            “เอามาทำไม”

            อาฟรอสยกถ้วยใบเล็กขึ้นมาถามด้วยสีหน้าสงสัย

            “ก็เผื่ออาจะเติมไงครับ”

            บ้านเขาขาดพริกน้ำปลาไม่ได้เลยนะ จะข้าวผัด ผัดกระเพรา แกงเขียวหวาน เผื่อใครชอบรสจัดก็ใส่เพิ่มเข้าไป แต่อาฟรอส่ายหน้า

            “ไม่ต้องหรอก อร่อยแล้ว”

            “อายังไม่ได้กินเลยสักคำ” เพ้นท์ก็แย้งน่ะสิ ซึ่งอาฟรอสก็ยิ้ม มองตาเขา แล้วบอกด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนทำแทบลอยได้

            “อาเชื่อมือเพ้นท์อยู่แล้ว”

            จากนั้นคนตัวโตก็เริ่มตักข้าวเข้าปาก พยักหน้าสองที แล้วก็ดันถ้วยพริกน้ำปลาคืน

            “เห็นมั้ยว่าไม่จำเป็น”

            “จริงเหรอ ผมยังไม่ได้ชิมเลย” เพ้นท์ผัดไปตามสัญชาตญาณ ยังไม่ได้ลองชิมสักคำ ซึ่งอาฟรอสก็ตักข้าวแล้วยื่นมาตรงหน้า

            “งั้นชิม”

            คนฟังก็ได้แต่อึ้ง มองช้อนที่ยื่นมาแทบจะถึงริมฝีปาก แล้วหันกลับไปมองข้าวที่ยังมีอยู่ในกระทะ

            “เดี๋ยวผมไปชิมตรงนั้นก็ได้...”

            “เร็ว อาเมื่อย”

            อีกครั้งที่อาฟรอสไม่สนใจจะฟังในสิ่งที่ไม่อยากได้ยิน เพราะเจ้าตัวกำลังวนช้อนไปมาตรงริมฝีปากของเขา จนเพ้นท์ลังเลใจ มองหน้าอาก็พบว่าทางนั้นกำลังดื้อ รู้เลยว่าขืนไม่ตามใจต้องถูกกวนทั้งวันแน่ เขาก็เลยโน้มหน้าเข้าไปใกล้ ยกมือทัดผมแล้วอ้าปากรับ

            “...”

            ตอนนั้นเพ้นท์เองก็ประหม่า ไม่รู้คิดไปเองมั้ยว่าสายตาที่อาจ้องมามีพลังอำนาจแปลกๆ ไม่ใช่อาฟรอสที่อบอุ่นอย่างยามปกติ ซึ่งก้อนเนื้อในอกก็ตอบสนองต่อการจ้องรุนแรงนั้นด้วยการเต้นแรงในอก จนได้แต่รีบดึงหน้าขึ้น เคี้ยวข้าวแก้มตุ้ย

            “เป็นไง”

            “ผม...ผมว่าจืดไปหน่อยครับ”

            จู่ๆ เสียงของเขาก็ติดขัดไปนิด จนรีบปรับอารมณ์ให้ปกติ เพราะพอหันไปมองหน้าอาอีกที แววตานั้นมันหายไปแล้ว

            พอร่างเพรียววิจารณ์อาหารตัวเอง ทางนั้นก็หัวเราะ

            “จืดไปสำหรับเพ้นท์ แต่พอดีสำหรับอา อร่อยแล้ว”

            ทำไมอาฟรอสถึงรู้วิธีที่ทำให้คนฟังดีใจขนาดนี้นะ!

            ความรู้สึกแปลกๆ ในอกหายวับไปหมด เหลือเพียงหัวใจที่พองฟู ดีใจที่มีคนบอกว่าอาหารที่เขาทำอร่อย จนเพ้นท์ยิ้มกว้าง ดวงตาแพรวพราว ขอบคุณเสียงใส แล้วก็เดินอารมณ์ดีกลับไปตักข้าวผัดที่เหลือลงจาน จากนั้นก็กลับมานั่งกินข้าวกับอา

            ตอนแรกเพ้นท์ว่ามันจืดไปนิด แต่ไปๆ มาๆ เขากลับไม่แตะพริกน้ำปลาเลยสักหยด

            พออาฟรอสบอกว่าอร่อย มันก็...อร่อยจริงๆ ด้วย

........................................

            “อาฟรอส ผมจะล้างจาน”

            “ก็ล้างไปสิ อาไม่ได้ช่วยล้างสักหน่อย”

            นายเพราพนาอยากจะถามตัวเองเหลือเกินว่าทำไมถึงชอบคล้อยตามอาง่ายๆ ตอนแรกก็ยังคิดเรื่องที่อาชอบแตะตัว แต่พออาชวนกินข้าว บอกว่าอร่อย เรื่องพวกนั้นก็หลุดออกไปจากหัวใจ กระทั่งกินเสร็จ เก็บจานมาล้าง เขาถึงนึกขึ้นได้

            ไม่ใช่อะไร อาฟรอสเดินมาเอาข้อศอกพาดกับไหล่เขาเสียอย่างนั้น

            พอประท้วงก็มีคนออกตัวว่าเปล่ามาช่วยล้างอีก

            “ผมก็ไม่ได้ขอให้อาช่วยสักหน่อย แต่เอามือออกไปได้มั้ยครับ ผมขยับตัวไม่ถนัด”

            “เด็กสมัยนี้เรื่องมากจัง”

            “หือ”

            เพ้นท์ก็งงสิ เขาไปเรื่องมากอะไรตรงไหน เลยเลิกคิ้วแทนคำถาม หันไปมองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ

            “อ้าว เมื่อกี้อากอดเอวก็บอกว่าขยับลำบาก อาก็เลยวางที่ไหล่แทนยังลำบากอีกเหรอ ตกลงว่าจะเอาไงกันแน่ จะให้อากอดเอวหรือจับไหล่ เลือกมาซะอย่างสิ แก่แล้วนะ อาก็มึนเหมือนกัน” เพ้นท์ว่าตัวเขามึนกว่านะ ได้แต่กะพริบตาปริบๆ มองอาฟรอสที่ยกอีกมือป้องปากเพื่อหาวหวอด

            “เอ้า เลือกเร็ว จะให้กอดเอวหรือจับไหล่ ไม่เลือกอาเลือกให้นะ”

            “เดี๋ยวนะอา! ทำไมผมต้องเลือกด้วยล่ะ!!!

            ทันทีที่ตั้งสติได้ เพ้นท์ก็ถามอย่างไม่อยากเชื่อหู

            ไอ้สองข้อนั้นจำเป็นต้องเลือกจริงดิ แล้วทำไมต้องเลือกด้วยวะ

            “อ้าว ก็อาอยากให้เลือก”

            อาฟรอสบอกอย่างเอาแต่ใจ ซึ่งคนทางนี้ที่มั่นใจว่ารับมือกับเด็กก็แล้ว เพื่อนจอมดื้อก็แล้ว คุณตาแสนดื้อรั้นก็แล้วยังชักไปไม่เป็น

            “แต่ผมไม่เลือกนี่ ผมจะล้างจาน อาออกไปจากห้องครัวเลยนะ ผมจะเช็ดครัวด้วย”

            อาฟรอสมองหน้า แล้ว...

            หมับ!

            “งื้ออออ”

            เพ้นท์ส่งเสียงร้องออกมาเพราะอาฟรอสดึงจมูก ไม่ได้คีบแล้วส่ายเหมือนไอ้เพลิงนะ คีบแล้วดึง

            “อาไปก็ได้ เฮ้อ เป็นเจ้าของบ้านแท้ๆ แต่โดนไล่ เด็กเดี๋ยวนี้ไม่สนใครแก่ใครเด็กกันแล้วสินะ” ว่าแล้วก็ปล่อยจมูก แล้วก็เดินออกไปจากห้องครัว จนเพ้นท์อยากถามจริงๆ ว่าตกลงที่ทำทั้งหมดนี่คือหาเรื่องแหย่เขาเล่นฆ่าเวลาใช่มั้ย

            นี่เขางงจริงๆ นะว่าวันนี้อาฟรอสมาไม้ไหน มันรับมือไม่ทัน

.......................................

            “เพ้นท์มานี่”

            “อะไรครับอา”

            หลังจากที่หมกตัวอยู่ในห้องครัวอยู่พักใหญ่ๆ เพ้นท์ที่ลั่นวาจาว่าจะเช็ดครัวก็เช็ดจริงๆ ล้างจานชามเสร็จก็ทำความสะอาดเคาน์เตอร์ เตาแก๊ส เตาอบ ไมโครเวฟ ขัดมันทุกซอกทุกมุม มั่นใจว่าเอี่ยมแล้วถึงเดินเช็ดมือออกมาจากห้องครัว แต่พอเจอหน้าอาฟรอสที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่ตรงโซฟา อาก็กวักมือเรียก

            แม้จะไม่ไว้ใจที่โดนแหย่มาตั้งแต่เช้า แต่เพ้นท์ก็ยอมเดินเข้าไปหา แล้วก็นั่งลงเมื่ออาตบเบาะ

            ตุบ!

            “เฮ้อ สบาย”

            “อาฟรอส นี่ตักผม”

            “เออ ก็ไม่ใช่ตักอา อารู้”

            ทันทีที่เขาหย่อนก้นลงนั่ง อาฟรอสก็เอนตัวเอาหัวลงมานอนหนุนตัก ซึ่งเพ้นท์ก็แอบสะดุ้ง แต่เจ้าตัวก็ตั้งสติอย่างว่องไว เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ซึ่งพอทักไป อาก็ตอบกลับหน้าตาย แล้วทำท่าจะนอนอยู่แบบนี้นี่แหละ

            ครั้งนี้มันต่างออกไป เขาสั่นแปลกๆ

            ตอนนั้นก็คิดแค่ว่าญาติผู้ใหญ่ๆ แต่ครั้งนี้พอก้มลงมองหน้าอา พออาเงยหน้าขึ้นมามองกลับ พอได้เห็นใบหน้าระยะประชิด ใจก็ไพล่นึกไปถึงตอนที่อาเข้ามาใกล้จนหัวใจสั่น ดวงตาก็พาลมองต่ำลงไปที่ริมฝีปากที่รู้ว่าทั้งนุ่มทั้งอุ่น มันมากพอให้เพ้นท์...

            ฟึ่บ!

            “โอ๊ย หัวอา”

            ชักขาหนีแม่ง

            อาฟรอสที่หัวกระแทกลงกับเบาะโซฟาร้องเกินจริงไปโข กลับมาลุกขึ้นนั่ง มองหน้าเด็กน้อยที่มุ่ยลง

            “งกนะเรา”

            “หมอนก็มีครับอา ถ้าไม่พอเดี๋ยวผมขึ้นไปเอาจากบนห้องให้”

            “มันไม่เหมือนกัน”

            “ก็หนุนได้เหมือนกัน” เพ้นท์ก็เถียงสิ ดึงขาหนีเพื่อบอกว่าไม่ให้หนุนหรอกนะ ขณะมองคนตัวโตที่ขยับเข้ามานั่งขัดสมาธิบนโซฟา เคลื่อนเข้ามาใกล้เสียหัวเข่าแทบจะแตะโดนสะโพกของเขา

            “เหมือนที่ไหน มันไม่ได้ช่วยให้หายเหงามือ”

            “เหงามือ?

            หมับ!

            “หวา!!

            เพ้นท์ทวนถาม แต่อาไม่ตอบเป็นคำพูด อาตอบด้วยการดึงแขนเขาแรงๆ จนคนที่ตั้งตัวไม่ทันก็เอนทั้งตัวทั้งหัวไหล่เข้าไปหาอ้อมอกอาอย่างรวดเร็ว ให้เจ้าตัวร้องเสียงหลง ตกใจเสียจนต้องยกสองมือไปยันอกของอาฟรอสเอาไว้แทน

            “ก็บอกว่าเหงามือไง”

            “ก็ให้ไปกอดหมอน”

            เพ้นท์พยายามดิ้น แต่สู้แรงได้ที่ไหน เพราะอาส่งเสียงเหมือนกำลังมันเขี้ยว แล้วก็ลากเขาให้ขึ้นไปนอนเกยอก เลื่อนสองมือมากอดรอบเอวอย่างรวดเร็วยิ่งกว่า กระชับมั่น กลายเป็นกรงขังมนุษย์ที่ยากจะหลุดออกมาง่ายๆ

            “หมอนมันไม่อุ่น เอาน่า อาก็บอกแล้วไงว่าเหงามือ”

            คนฟังไม่กล้าตีความว่าเหงามือในรูปแบบไหน ได้แต่เงยหน้าแดงก่ำขึ้นไปมองหน้าเจ้าของอ้อมกอด

          ใกล้กว่าเดิมอีกเว้ย

            “ผมไม่ใช่ไอ้เพลิงนะอา”

            เอาเป็นว่าขอตีความตื้นๆ ว่าหมายถึงการกอดหลานก็แล้วกัน

            อาฟรอสเองก็ยิ้ม ไม่ได้ปฏิเสธ

            “ทุกทีอาก็กอดไอ้เพลิงงี้เหรอ”

            “เมื่อวานก็เห็นแล้วนี่”

            พออาฟรอสบอกแบบนั้น คนที่พยายามดิ้นขลุกๆ ก็ยอมสงบลง นึกถึงความใกล้ชิดของอากับไอ้เพลิงเมื่อวานแล้วค่อยคลายใจ ทั้งยังแอบรู้สึกผิดไม่น้อยที่เผลอใจสั่น หน้าแดง คิดเรื่องไม่เป็นเรื่องว่าอาแตะต้องเขาแบบเกินเลยไปนิด

            ก็เห็นแล้วนี่ว่าอานึกอยากกอดไอ้เพลิงก็กอด ไอ้เพลิงนึกอยากอ้อนอาก็อ้อน เห็นเต็มสองตาเลยว่ามันกระโดดไปนั่งตักอาด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติ ทั้งยังหันไปบอกพี่สินธุ์เสียงใสด้วยว่าไม่ต้องคิดมาก บ้านนี้สนิทกันขนาดนี้แหละ

            ดังนั้น การที่อาดึงเขามานอนเกยอกนี่ก็แค่ไม่มีหลานให้กอดสินะ

            “ผมไม่ได้เป็นหลานอานะ” เพ้นท์ยังอดแย้งไม่ได้

            “แต่ก็อยากเป็น”

            “...”

            เด็กน้อยไม่เถียง เพราะเป็นเรื่องจริงที่เขาอยากมีอาแบบนี้สักคน ซึ่งนั่นก็ทำให้อายิ้ม เลื่อนมือมาลูบแผ่นหลังเหมือนกล่อมเด็ก ปากก็เล่าไปด้วย

            “รู้ใช่มั้ยว่าเพลิงกับพรรณอายุห่างกันแค่ไม่กี่ปี ตอนที่เพลิงเกิดมาน่ะมีทั้งคนโอ๋ทั้งเอาใจ ก็เลยติดทุกคน แต่พอพรรณเกิดมา แม่เขาก็ต้องดูแลคนเล็ก เพลิงเลยแอบมาน้อยใจกับอาบ่อยๆ อาก็ต้องทำแบบนี้แหละ กอดแล้วก็ลูบหลังบอกว่าทุกคนรักเพลิงนะ ไปๆ มาๆ เพลิงก็ติดอามากกว่าแม่เขาซะอีก ตอนเด็กๆ พอนอนไม่หลับทีไรก็กระโดดมานอนบนเตียงกับอา บอกว่าลูบหลังหน่อย เล่านิทานหน่อย กอดหน่อยไม่งั้นไม่นอน แล้วก็หลับคาอกอาอยู่บ่อยๆ”

            อาฟรอสกำลังบอกใช่มั้ยว่าทำแบบนี้เป็นเรื่องปกติ

            “ไอ้เพลิงมีมุมน่ารักกับเขาด้วยเหรอครับ”

            สัมผัสของอาที่ลูบแผ่นหลังสบายจนผ่อนคลาย

            “เดี๋ยวนี้ก็น่ารักดีออก” คนหลงหลานยังเถียงแทน

            “ไม่เถียงว่าหน้ามันน่ารักครับอา” นอกนั้นไม่ต้องพูด คิดว่าอาน่าจะรู้นิสัยมันมากกว่าเขา ซึ่งผู้ใหญ่ตัวโตก็หัวเราะ จากนั้นก็บอกด้วยน้ำเสียงขบขัน

            “แต่เด็กน่ารักคนนั้นก็มีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้ว เฮ้อ อาแก่แล้วจริงๆ สินะ จู่ๆ ก็เหงาขึ้นมาตอนคิดว่าเพลิงคงไม่มาอ้อนอาอย่างเมื่อก่อนแล้ว” อาฟรอสเหมือนพูดเล่น แต่ทำไมไม่รู้ที่คนฟังสัมผัสได้ว่าอาเหงาจริงอย่างที่ปากบอก จนเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นแค่ปลายคางของคนที่กำลังยิ้มอ่อน

            “ถึงมันจะมีแฟน มันก็เห็นอาสำคัญที่สุดนะครับ”

            เขาก็ปลอบจนได้

            “สำคัญ แต่จะไม่ใช่ที่สุดอีกต่อไป”

            “...”

            เพ้นท์เงียบเสียงลง เขาก็อยากปลอบมากกว่านั้น แต่เขาไม่เข้าใจความรู้สึกของอา ถ้าพูดก็พอจะเข้าใจหรอกว่าเพราะอาเลี้ยงไอ้เพลิงมาเองกับมือ อาจจะรักเหมือนลูกแท้ๆ พอลูกแท้ๆ มีคนสำคัญยิ่งกว่าก็เหมือนพ่อแม่ที่ส่งลูกไปแต่งงานกับคนอื่น เขาพูดได้ว่าอาคงคิดแบบนี้ แต่ไม่เข้าใจความรู้สึกแท้จริง

            แต่ที่แน่ๆ...

            “อาเหงาเหรอครับ”

            “คิดว่าไงล่ะ”

            เขาว่าอาเหงา

            ไหนจะหย่า ไหนจะหลานๆ พากันมีแฟน

            เพ้นท์ขอโทษความขี้ห่วงของตัวเองก็แล้วกันที่ทำให้หลุดปากพูดออกไป

            “งั้นผมเป็นหลานให้อาได้นะ”

            “หืม?

            “คือ คือผมอาจจะไม่ได้น่ารักอย่างไอ้เพลิง หรือขี้อ้อนอย่างมัน แต่อย่างน้อย ผมก็อยู่เป็นเพื่อนอาฟรอสได้นะครับ” เขาก็อยากมีอาแบบนี้เหมือนกัน ซึ่งถ้าเป็นให้แล้วอาจะไม่เหงา เขาก็อยากเป็นนะ ซึ่งนั่นเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากปากของคนฟัง

            “แน่ใจ แค่อากอดก็ดิ้นซะแล้ว”

            “ไม่ดิ้นแล้วก็ได้...ก็กอดแบบอาหลาน”

            อาฟรอสหัวเราะ รับคำทั้งเสียงหัวเราะ

            “ใช่ แบบอาหลาน”

            พออายืนยันอีกครั้ง เพ้นท์ที่คิดไม่ตกตั้งแต่เมื่อคืนก็คลายใจ แถมยังดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่อาฟรอสคนนี้เห็นเขาเป็นหลานอีกคน จากที่จะดิ้นรนหาอิสรภาพ เขาก็ยอมนอนดีๆ ให้คนเหงามือได้กอด ซึ่งพอยอมนิ่งก็สัมผัสได้ว่าแผ่นอกนี้นอนสบาย แถมยังอุ่นอย่างไม่น่าเชื่อ

            “แล้วใครว่าเพ้นท์ไม่น่ารัก”

            “ไม่ต้องมีบอกใครบอก ผมก็รู้ตัวครับ” เขารู้ตัวมานานแล้วว่าไม่น่ารัก ซึ่งมันก็ไม่ได้น่าน้อยใจอะไร จะมีก็แค่เวลาที่อยู่กับพี่กัสแล้วโดนชมว่าหล่อเท่านั้น นั่นแหละที่ทำให้ใจเสีย ดังนั้น ถึงอาบอกว่าไม่น่ารักก็จะไม่คิดมากหรอก แต่...

          “น่ารักสิ น่ารักพอดีสำหรับอา”

            เพ้นท์เงยหน้า มองตา แล้ว...มุดหนีเข้าอก

            “เอ้าๆๆ เขินเหรอเจ้าหลานคนใหม่”

            ชายหนุ่มไม่ตอบ แต่ใช่ เขาเขิน

            เขาเคยอยากน่ารักมาโดยตลอด แต่พออาฟรอสบอกเช่นนี้ เพ้นท์ก็รู้สึกว่าเขาไม่ต้องน่ารักเหมือนใครหรอก เพราะอย่างน้อยก็ พอดี สำหรับบางคน

            แล้วยิ่งกับอาฟรอสที่หัวใจรู้สึกเทิดทูนมากขึ้นทุกทีด้วยนะ

            ท่าทางมุดอกหนีที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่าน่ารักเสียจน คุณอา มอง คุณหลานคนใหม่ ด้วยสายตาเช่นไร

..........................................

            ปรี๊นๆ

            “เพ้นท์”

            เพราพนาเพิ่งจะลงจากรถประจำทางได้ไม่ถึงนาที ตอนที่รถญี่ปุ่นคันหนึ่งแล่นมาจอดเทียบข้างเขาพร้อมทั้งกดแตร ซึ่งพอหันไปมอง คนขับก็กดกระจกลงมาส่งเสียงเรียกด้วยรอยยิ้มที่ทำให้ดวงตายิบหยี

            “พี่กัส!!

            ผู้ชายที่ทำให้เพ้นท์ยิ้มกว้างทั้งปากทั้งตา ส่งเสียงเรียกอย่างดีใจ

            “ขึ้นมาสิ” เขากระโดดขึ้นรถอีกฝ่ายอย่างไม่ลังเล

            “เจอกันพอดีเลย”

            “วันนี้พี่กัสกลับบ้านเหรอ ช่วงนี้กลับบ่อยนะครับ” เพ้นท์ถามอย่างกระตือรือร้น หัวใจพองโตที่ได้เห็นหน้าคนที่ไม่ได้เจอมาทั้งอาทิตย์ เขาคิดว่าจะไม่ได้เจอไปอีกสักพักหรือกระทั่งวันเกิดของอีกฝ่ายด้วยซ้ำ เพราะช่วงหลังพี่กัสไม่ค่อยกลับบ้าน แต่นี่เจอติดกันมาสองอาทิตย์แล้ว

            “อืม คิดถึงกับข้าวฝีมือเพ้นท์ไง”

            คนฟังยิ่งยิ้มกว้าง ใบหน้าแดงเรื่อ หัวใจเต้นแรง

            “งั้นวันนี้พี่กัสอยากกินอะไร เพ้นท์จะทำสุดฝีมือเลย”

            “แต่วันนี้ไปกินไม่ได้น่ะ แม่พี่บอกว่าทำกับข้าวไว้รอแล้ว ไม่กินเดี๋ยวแกน้อยใจ”

            “อ้าว วันนี้คุณป้าอยู่บ้านเหรอ”

            “อือ นึกคึกอะไรไม่รู้บอกว่าอยากทำข้าวคลุกกะปิ โทรเรียกพี่ให้กลับมากินด้วย” เพ้นท์เข้าใจทันทีว่าอีกฝ่ายไม่ได้คิดถึงกับข้าวเขาอย่างปากพูดหรอก ก็แค่มารดาอีกฝ่ายเรียกกลับมา แต่เขาไม่ได้น้อยใจ อาจจะเพราะชินแล้ว อีกอย่าง การได้เจอหน้ากันไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็สำคัญกว่าทั้งนั้น

            “ฝึกฝีมือสำหรับปีใหม่หรือเปล่า” เพ้นท์ตั้งข้อสงสัย

            ปิดเทอมของมหาวิทยาลัยเขาเริ่มต้นสัปดาห์ที่สองของเดือนธันวาคม นี่ก็ปิดมาเกือบสองสัปดาห์แล้ว อีกไม่กี่วันก็ถึงช่วงปีใหม่ หลายบ้านก็เริ่มเตรียมตัวรับเทศกาลหยุดยาวแล้ว บ้านของพี่กัสก็คงเหมือนกัน เพราะทุกปีบ้านนั้นจะเชิญญาติมากินข้าวด้วยตลอด

            “งั้นมั้ง แต่เลี้ยงข้าวคลุกกะปิอะเหรอ ฮ่าๆ ช่างเหอะ พี่มีหน้าที่แค่มาชิม แล้วบ้านเพ้นท์ล่ะ ปีใหม่นี้ไปไหนมั้ย”

            “เหมือนทุกปีแหละพี่ พ่อไม่ชอบไปไหนช่วงเทศกาล เขาไม่ชอบคนเยอะ ปีนี้ก็คงอยู่บ้านแหละ ก็แค่ไปกินข้าว ดูหนัง โยนโบว์ฯกันบ้าง”

            “เออเนอะ ปีก่อนพ่อเราก็ข้อเท้าพลิกนี่”

            เพ้นท์พยักหน้า ช่วงนี้พอน้องๆ ชวนว่าไปโยนโบว์ลิ่งกัน พ่อปฏิเสธเสียงแข็ง เพราะจากคนเก่งประจำบ้าน สไตรค์รัวๆ ปีก่อนดันคึกมากไปหน่อย วิ่งแล้วขาพลิกตรงลานเลย อายไม่พอ ต้องไปหาหมออีก แกเลยว่าเลิก ไม่เล่นแล้ว

            “เอ้า ถึงแล้ว”

            “ขอบคุณนะพี่กัส”

            “ไม่เป็นไร เออ เพ้นท์ๆ”

            พอรถแล่นเข้ามาในซอยบ้าน พี่กัสก็จอดให้เขาลงหน้าบ้านก่อนที่จะเคลื่อนรถไปจอดบ้านตัวเอง แต่ตอนที่เพ้นท์กำลังจะก้าวลงจากรถ ทางนั้นก็เรียกเอาไว้

            “เดี๋ยวสักทุ่มครึ่ง ไม่สิ สองทุ่มมาบ้านพี่สิ ขึ้นไปบนห้องเลย พี่มีอะไรให้ดู”

            “คะ ครับ ได้ครับๆ”

            คนถูกชวนขึ้นห้องชะงักไปอึดใจ ก่อนที่จะพยักหน้าแรงๆ พยายามตั้งสติที่ปลิวไปตั้งแต่ชวนไปบ้านแล้ว ซึ่งพี่กัสก็ยิ้มให้ รอจนเขาปิดประตูเรียบร้อยก็เลื่อนรถไปจอดบ้านตัวเอง ปล่อยให้คนทางนี้...ยิ้มกว้างเหมือนคนบ้า

            “ไม่เข้าบ้านอะพี่เพ้นท์”

            “เข้าๆ วันนี้อยากกินอะไรรูป พี่ทำสุดฝีมือเลย”

            เพราพนาหันไปตามเสียงทักของน้องชาย บอกด้วยน้ำเสียงร่าเริง แล้วก็เดินฉิวเข้าบ้านด้วยอารมณ์ที่เรียกว่าดีติดเพดาน

            เขาได้คุณอาใจดีมาหนึ่งคน แถมพี่กัสยังชวนไปที่ห้องอีก วันนี้ดวงต้องดีมากแน่ๆ

            ท่าทางที่รูปถอนหายใจ ยังคงยืนเกาะประตูรั้วมองตามหลังพี่ชาย แล้วเหลียวไปมองรถที่จอดอยู่ข้างบ้าน พึมพำกับตัวเอง

            “จะกลับมาทำไมบ่อยๆ ให้พี่กูต้องเจ็บวะ”

            เด็กหนุ่มไม่ได้เกลียดนิสัยของพี่ชายข้างบ้าน แต่เกลียดที่มาทำให้พี่ชายเขาเปลี่ยนจากสุขเป็นเศร้าได้ในชั่วอึดใจ

........................................

            ตลอดมื้อเย็นที่ผ่านมา เพราพนาลุกลี้ลุกลนอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีสมาธิฟังสองฝาแฝดที่พูดคุยกัน เอาแต่เหลือบมองนาฬิกาว่าเมื่อไหร่จะสองทุ่ม ซึ่งพอล้างจานเก็บกวาดเรียบร้อย และเข็มนาฬิกาบอกว่าใกล้สองทุ่ม เขาก็รีบเดินไปยังข้างบ้านด้วยความตื่นเต้นสุดขีด

            “ป้าครับ หวัดดี”

            “อ้าวเพ้นท์ ขึ้นไปเลยลูก เจ้ากัสส่งเสียงดังมาตั้งแต่เย็นแล้ว”

            เขาไปทักทายเจ้าของบ้านแล้วก็ขึ้นบันไดไปอย่างคุ้นเคย หลับตาเดินยังมั่นใจเลยว่าขึ้นไปห้องพี่กัสถูก แต่นี่เล่นมีเสียงกีต้าร์ดังลอดมาเป็นระยะนำทาง จนเจ้าตัวนึกแปลกใจ ทั้งยังตื่นตระหนก

          ไม่ใช่ว่าพี่กัสซื้อกีต้าร์นั่นมาแล้วหรอกนะ

            เพ้นท์ก้าวไวขึ้น เปิดประตูที่แง้มเอาไว้ เข้าไปในห้องนอนของคนที่กำลังปรับสายกีต้าร์อยู่

            “พี่กัส”

            “มาๆ นั่งสิเพ้นท์”

            เจ้าตัวคิดว่าคงตื่นเต้นกว่านี้ ถ้าไม่กังวลว่าอีกฝ่ายจะซื้อสิ่งที่เขาอยากให้เป็นของขวัญมาหรือยัง แล้วก็แทบจะถอนหายใจด้วยความโล่งอกเพราะว่ากีต้าร์คลาสิคในมือของผู้ชายอีกคนไม่ใช่ยี่ห้อและรุ่นที่ทางนั้นอยากได้ แต่ความกังวลก็ยังไม่หมดไป

          หรือพี่กัสตัดสินใจซื้อตัวนี้มาแทนแล้ว

            “ไหนพี่กัสบอกว่าอยากได้กิ๊บสันไงครับ”

            เขากังวลจนโพล่งมันออกมา มองคนที่นั่งปรับสายอยู่บนเตียง

            “อ้อ นี่เหรอ ของเพื่อน ยืมมันมาน่ะ ช่วงนี้พี่ซ้อมอยู่”

            “เฮ้ออ”

            “ทำไมเหรอ”

            เพราพนาสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นแววตาสงสัย

            “เปล่าๆ เห็นพี่กัสบอกว่าอยากได้กิ๊บสันนี่”

            “พี่บอกเหรอ ใช่ๆ สวยนะ พี่ไปจับของจริงมาแล้ว แต่แพงเอาเรื่องเลย พี่ยังลังเลอยู่เลยว่าควรจะซื้อดีมั้ย”

            “อย่าเพิ่งซื้อ!!!

            คนฟังเผลอห้ามออกมาเสียงดัง จนเจ้าของห้องเลิกคิ้ว

            “คือ...คือเพ้นท์จำได้ว่าพี่บอกว่าสวย เลยไปดูๆ มาเหมือนกัน แพงนะพี่ เกือบแสนเลย เสียดายตังค์ เล่นตัวไหนก็เหมือนกันแหละ” เขารีบแก้ตัวอย่างลนลาน รู้ตัวว่าพิรุธมาเต็ม แต่พี่กัสก็ยังเป็นคนเดิมที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว เพราะอีกฝ่ายพยักหน้าเห็นด้วย

            “เพราะแพงเนี่ยแหละที่ทำให้พี่ลังเล แต่ไม่ใช่ตัวไหนก็เหมือนกันหรอกนะ ต้องยี่ห้อนี้เท่านั้น”

          พี่กัสอยากได้ เพ้นท์จะหามาให้นะ จะหามาให้ได้เลย

            ร่างเพรียวกระซิบเสียงแผ่ว หัวใจมีความหวังขึ้นมาว่าเขาจะหาสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการมาให้ได้

            “เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ เพ้นท์ช่วยฟังเพลงที่พี่ร้องหน่อยสิ”

            “ได้เลยพี่”

            เขาก็รับคำอย่างกระตือรือร้น ดีใจแทบแย่ที่จะได้ยินพี่กัสเล่นกีต้าร์ร้องเพลงสดๆ ให้ฟัง เชื่อเลยว่าวันนี้เขาต้องหลับฝันดีแน่ ซึ่งพอเพ้นท์ตกลงแล้ว อีกฝ่ายก็ยิ้มกว้างอย่างยินดี ตั้งท่า กรีดนิ้วจนเสียงดนตรีเพราะๆ ดังไปทั่วทั้งห้องนอน

            “ในโลกที่มีความวกวน

            ในโลกที่ทุกคนต้องดิ้นรน

            ที่สับสน ร้อนรนจนใจ นั้นแสนเหนื่อย~

            เสียงเพลงฉันดีใจที่มีเธอนุ่มๆ ดังมาจากพี่กัส จนคนฟังหน้าร้อนวาบ หัวใจเต้นรัวแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ยิ่งเพ้นท์เงยหน้าขึ้นไปมองตาแล้วพบว่าอีกฝ่ายกำลังยิ้มตาพราว ดูหล่อเสียจนเขาไม่กล้ามองตรงๆ จนหลุบสายตาลงมองมือตัวเอง

            ขอแค่เป็นพี่กัสร้องก็เพราะที่สุดแล้ว

            “ฉันดีใจที่มีเธอ ฉันดีใจที่เจอเธอ เธอคือกำลังใจเดียวที่มี ไม่ว่านาทีไหน”

            เขาหายใจไม่ออก หัวใจมันพองกลัวจะระเบิดออกมาจริงๆ

            เพ้นท์ไม่รู้ว่าเขามีแรงนั่งฟังแบบไม่เขินตายจนจบได้ยังไงก็ไม่รู้ แต่ก็ฟังพี่กัสร้องจนจบ

            “เป็นไง ใช้ได้มั้ย”

            “ดีมากครับพี่” มันมากกว่าดีมาก มันดีที่สุด แต่ไม่รู้จะหาคำไหนมาบรรยายความรู้สึกตอนนี้ดี ซึ่งพี่กัสก็หัวเราะอย่างโล่งอก

            “ขอบใจที่ให้กำลังใจ แต่พี่ว่ายังไม่ดีหรอก ต้องซ้อมอีกเยอะ”

            “แต่เพ้นท์ว่าดีมากแล้วนะ”

            อีกฝ่ายยังสั่นหน้า กอดกีต้าร์ตัวนั้น แล้วบอกด้วยน้ำเสียงร่าเริง

            “ยังไม่ดีพอที่จะเอาไปร้องให้นินฟังหรอก”

          เอ๊ะ!

            “...พี่...นิน?

            คำถามที่พี่กัสก็บอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

            “อื้อ พี่จะร้องให้นิน”

            น่าแปลกนะที่วินาทีก่อน เพ้นท์ยังยิ้มกว้างเหมือนคนบ้า แต่นาทีนี้ รอยยิ้มทั้งหมดก็เลือนหายไปเหลือเพียงเสียงตอบรับเบาหวิว

            “งั้นเหรอครับ”

          เจ็บจังเลย

.....................................

            ครบค่ะ บางทีก็ไม่รู้ว่าควรสงสารหรืออิจฉาเพ้นท์ดี ในขณะที่หัวใจเต็มไปด้วยผู้ชายคนหนึ่งที่เอาแต่ทำร้ายความรู้สึกซ้ำๆ แบบไม่รู้ตัว ตอนนั้นเองก็มีผู้ชายอีกคนเข้ามาในชีวิต คนที่พร้อมจะดูแลและเอ็นดู เพียงแต่ว่าเพ้นท์ยังไม่มองเขาไปมากกว่าแค่ อาของเพื่อน แต่เชื่อเถอะเนอะ อย่างอาฟรอส ถ้าเขาอยากได้ล่ะก็ มีหรือที่เขาจะยอมหยุดแค่เพื่อนหลาน แต่เพราะอาฟรอสคืออาฟรอสไง บางทีถึงต้องค่อยเป็นค่อยไป

            บางทีชีวิตคนเราก็แค่อยากเจอคนที่ พอดี กันเท่านั้นเอง <<< นี่เศร้ามาจากไหนเนี่ย!

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #อาฟรอสสอนเด็ก นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 600 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

910 ความคิดเห็น

  1. #910 lmllastw_ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 มีนาคม 2564 / 01:39
    อา จริงๆก็อยากจะยกกัสให้เป็นตัวละครที่บื้อที่สุดของพี่เมย์เลย แบบน้องแสดงออกชัดมากแล้วนะ แกใจร้ายจัง
    #910
    0
  2. #903 FDB88 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2563 / 09:34

    เพ้นท์ควรพอได้แล้วอ่ะ เข้าใจแหละว่าแอบรักมาตั้งนานคือกัสก็ชัดเจนมั้ยว่ามีแฟนอยู่แล้วและรักแฟนมาก ถ้าเจ็บก็คือเพราะตัวเองอย่างเดียวเลย ควรรักตัวเองให้มากเหมือนที่อาฟรอสบอก

    #903
    0
  3. #862 12311232123312 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 15:35
    แงงงงงง
    #862
    0
  4. #838 pommys (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 13:48
    เจ็บแต่ไม่จำ
    #838
    0
  5. #837 pommys (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 13:48
    เจ็บแต่จำ
    #837
    0
  6. #788 noparat (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 09:24

    สงสารเพ้นท์ ทำทุกอย่างเพื่อคนที่ตัวเองรัก แต่เค้าไม่เคยมองเห็นเลย

    #788
    0
  7. #787 Tip55 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 09:14

    เพ้นท์จับอาฟรอสทำผัวเถอะ

    #787
    0
  8. #732 Hongfah32 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 23:37
    เพ้นท์เอ้ยย!!เลิกโง่รักเขาสักทีเถอะลูก เขาไม่ได้รักเรา เขาไม่เคยรักเราเลยยย หันกลับมารักตัวเองดีกว่าเนอะ หรือไม่ก้ไปรักกับคนแก่แถวๆนั้นก้ได้เนอะๆ555
    #732
    0
  9. #728 sanomsin (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 04:33

    เหมือนรู้สึกอกหักตามเพ้นท์ไปด้วย แต่ไม่เป็นไรยังมีอาฟรอสไว้ดามหัวใจ

    #728
    0
  10. #727 rattanalak44 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 23:04
    สงสารเพ้นท์
    #727
    0
  11. #724 wansingh (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 19:33
    ทิ้งไปนานเกินไป จนลืมเนื้อหาที่เคยอ่านมา
    #724
    0
  12. #711 mmmr2 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 22:24
    กัสไม่รู้จริงดิ สงสารน้องอ่ะ อาต้องรีบลุยแล้วนะคะ
    #711
    0
  13. #708 Moji Kaaaato! (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 17:58
    ทำไมนึกถึงสายนึงในพุททอล์กพุทโทร555555 สงสารเพ้นอยู่แต่ไม่เข้าใจหนักมาก ก็รู้อยู่แล้วแต่ก็ยังนะ...เฮ้อออ ส่วนอาฟรอสก็กร้าวใจเหลือเกินนนนนนน
    #708
    0
  14. #706 Dummy'P (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 21:59
    เหมือนกัสหลอกให้น้องซื้อกีตาร์ให้เลยอะ
    #706
    0
  15. #705 Punches_099 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 20:50
    อาอ่ะ รีบจัดการเพ้นท์ได้แล้ววไม่อยากให้น้องผิดหวังงง
    #705
    0
  16. #704 Pployntk (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 14:28
    รีบมาต่อนะไรท์ สนุกมากก
    #704
    0
  17. #703 Nun7036 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 11:51
    เจ็บแทนเลย555 น้องค้าบบบบบบบบ แงงง ถ้ามันเจ็บจนทนไม่ไหวก็เดินออกมานะหนู ไปหาคนที่เค้ารักหนูดีกว่านะลูก อกอุ่นๆของอาฟรอสยังว่างนะ ไม่คิดมากนะคนดี
    #703
    0
  18. #702 peartws (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 11:08
    เหมือนกัสหลอกให้เพ้นท์ซื้อของให้อะ.. หรือคิดไปเอง??
    #702
    0
  19. #701 creamfriday (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 01:11
    น้องจ๋าาา อกอายังว่างนะคะหนู
    #701
    0
  20. #700 Airzaa1810 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 00:15
    อยากให้อาฟรอสมาเอาเพ้นท์เป็นแฟนเร็วๆๆเห็นด้วยกับรูปอ่ะเราไม่ชอบกัสเลยยยยย
    #700
    0
  21. #699 reinaria (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 22:22
    กัสไม่รู้จริงหรอ แบบน้องแสดงออกชัดอยู่นะ
    #699
    0
  22. #698 con_kyexonextdoor (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 18:28
    อาอยู่หนายยยย
    #698
    0
  23. #696 sasikarnkamol (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 09:30
    โหหหเจ็บเเทน
    #696
    0
  24. #695 Come here!! (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 08:17
    ชอบน้องรูปปป
    #695
    0
  25. #694 Gift_angle_7 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 00:11
    อยากให้เพ้นเลิกชอบกัสแล้วอ่ะแงงงงง​ คุณอาจัดการเลยนะคะ!
    #694
    0