[Yaoi] Love Director วาดรักกำกับใจ #อาฟรอสสอนเด็ก

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 10 สัมผัสอาหลาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,124
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,114 ครั้ง
    6 เม.ย. 62

ตอนที่ 10 สัมผัสอาหลาน

            “อาฟรอสสสสสส”

            “ว่าไงไอ้หลานรัก”

            หมับ!

            “ฟอด! ฟอด!! คิดถึงครับอา”

            เพราพนาได้ยินจากเพื่อนมาไม่รู้กี่ครั้งแล้วว่ามันเทิดทูนอาของมันมาก แต่เขาไม่คาดคิดจริงๆ ว่าหลานชายวัย 20 ปีจะมีปัญญาโผเข้าไปกระโดดกอดใช้ขาเกี่ยวเอวอาหนุ่มวัย 38 ปีเหมือนมันเป็นแค่เด็กห้าขวบได้อย่างเป็นธรรมชาติขนาดนี้

            เท่านั้นไม่พอ เพราเพลิงยังหอมแก้มอาทั้งสองข้างอย่างแสนรัก จนเพ้นท์สัมผัสได้เลยว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างเขาหน้าเครียดมากขึ้นทุกที

          อย่าว่าแต่พี่สินธุ์ที่เครียดเลย กูยังเครียดแทน

            สองคนนั้นลืมไปหรือเปล่าว่าคนหลานนี่โตจนมีผัวเป็นตัวเป็นตนแล้วนะ

            แต่ไม่ใช่แค่คนหลานเท่านั้นที่คุ้นเคย คนเป็นอาเองก็กอดเอวหลานอย่างเคยชิน หัวเราะเสียงดัง หอมแก้มเพลิงกลับ ทำเหมือนเจอเด็กขี้อ้อนน้ำหนักไม่กี่โล

            “คิดถึงอาบ้างมั้ยเรา”

            “มากกกก คิดถึงอาฟรอสมากๆ คิดถึงที่สุดเลย”

            “ฮึๆ คิดถึงแต่ไม่มาหานะ”

            “อาก็ไม่ไปหาเพลิงเหมือนกัน”

            เพลิงเชิดหน้าอย่างแสนงอน ยอมกลับมายืนบนพื้นดีๆ ปล่อยให้อาคีบปลายจมูกแล้วส่ายไปมาอย่างเอ็นดู

            “อาต้องยอมแพ้ใช่มั้ย หืม”

            “อื้มมมม เพราะเพลิงเป็นหลานรักอา”

            เพราพนาสาบานได้ว่าไม่เคยเห็นไอ้เพลิงอ้อนใครขนาดนี้มาก่อน แม้แต่กับพี่สินธุ์เอง

            ตอนนี้เพื่อนสนิทอาจจะกลับมายืนสองขาบนพื้นแล้ว แต่สองมือก็กอดแขนอาหนุ่มแน่น ซบหน้าลงบนลาดไหล่ แล้วด้วยความที่เพลิงตัวเล็กอยู่แล้ว ก็ยิ่งเกิดเป็นภาพที่แสนน่ารักน่าเอ็นดู ยามที่คนน่ารักระดับจักรวาลอย่างมันเอาแก้มไถแขนผู้ชายตัวโตที่มีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ

            “โอเค งั้นอายอมก็ได้”

            เพ้นท์อยากจะแย้งว่าอาอย่าตามใจมันแบบนั้น รู้มั้ยว่ามันเอาแต่ใจแค่ไหน แต่มาคิดอีกที เขาไม่พูดดีกว่า รู้สึกเหมือนกันว่าช่วงหลังๆ เวลาอยู่กับอาฟรอส เขาก็แปลงร่างเป็นเด็กอยู่บ่อยครั้ง จนยืนอยู่เงียบๆ มองสองอาหลานทักทายกันให้พอใจ

            “ไอ้เพลิงสนิทกับอามากครับพี่สินธุ์”

            ไม่เพียงเท่านั้นยังเอ่ยปลอบผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างๆ ไปด้วย

            “พี่รู้ แต่พี่แค่รู้สึกว่า...สู้ไม่ได้”

            คนฟังหันไปมองคนพูดที่ดูสลดลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาใต้แว่นกรอบใหญ่ก็ยังคงมองสองอาหลาน จนเพ้นท์ส่งยิ้มปลอบใจ

            “พี่สู้ได้ครับ”

            เขาคนหนึ่งแหละที่มั่นใจว่าไอ้เพลิงรักผู้ชายคนนี้มาก

            หากว่ากันตามตรง พี่สินธุ์ไม่มีอะไรที่เหมือนอาฟรอสเลย ใช่ พี่สินธุ์อาจจะดูเป็นสุภาพบุรุษ แต่พี่สินธุ์เป็นคนที่ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ไหนจะสุภาพอ่อนโยน หน้าตาก็ไปคนละทางกับอา แต่ไอ้เพลิงที่เคยบอกว่าพี่สินธุ์ไม่หล่อๆ กลับเถียงคอเป็นเอ็นถ้ามีใครว่าพี่สินธุ์และบอกว่าคนนี้อะหล่อสุขุมนุ่มลึกที่สุดแล้ว

            ถ้ามันไม่รักพี่สินธุ์มาก มันไม่ออกตัวแทนหน้าทิ่มดินขนาดนั้นหรอก

            “จริงเหรอครับน้องเพ้นท์”

            เขาพยักหน้ารับ ไม่เสริมเหมือนที่คิดในใจว่า พี่ทำให้มันเพ้อหาวันละสามเวลาหลังอาหารยังไม่มั่นใจอีกได้ยังไง

            พอเพื่อนสนิทอย่างเพราพนายืนยัน พี่สินธุ์ก็เริ่มยิ้มออก ประจวบเหมาะกับที่สองอาหลานทักทายกันเสร็จแล้ว เพราะเพราเพลิงปราดเข้ามาทันที ยกมือขึ้นกอดเอวพี่สินธุ์อย่างหวงแหน แล้วหันมามองหน้าเพราพนา บอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง

            “ต่อให้มึงเป็นเพื่อนสนิทกู กูก็ไม่แบ่งคนของกูกับมึงหรอกนะ”

            เขาอยากจะแหมให้ลั่นโลก เมื่อก่อนล่ะบอกไม่เอาๆ ดูมันเดี๋ยวนี้สิ

            เพ้นท์หันไปยิ้มขำๆ ใส่พี่สินธุ์ที่หน้าบานไปแล้ว

            “เห็นมั้ยล่ะพี่สินธุ์”

            “คุยอะไรกันเหรอ” ไอ้เพลิงถามอย่างอยากรู้ จนเพื่อนสนิทยิ้มเหี้ยม ยกมือจิ้มหัวไปที

            “มึงไม่รู้สักเรื่องบ้างเหอะ”

            “แต่อาก็อยากรู้นะ”

            คนฟังหันไปมองเจ้าของบ้าน แล้วพบกับรอยยิ้มแบบเดียวกับหลานชายเป๊ะๆ

            อารมณ์ว่าอยากรู้อะไรก็ต้องได้รู้

            “ไม่มีอะไรหรอกครับอา”

            อาฟรอสยิ้ม ไม่พูดอะไร แต่จากการที่อยู่ด้วยกันมาหลายวัน เขาคิดว่าถ้าอาอยากรู้เดี๋ยวก็คงหาจังหวะถามจนรู้อยู่ดี ซึ่งคราวนี้คนที่เข้ามาขัดจังหวะคือผู้ชายตัวโตแว่นหนาที่ยกมือไหว้ผู้ใหญ่สุดในนี้

            “สวัสดีครับ”

            เจ้าของบ้านหันไปมองหน้า แล้วบอกด้วยน้ำเสียงใจดี

            “เจอกันสักทีนะ”

            “ครับ ผมชื่อสินธุ์ครับอา”

            “อาฟังเรื่องของสินธุ์มาบ้างแล้วละ ชอบของขวัญที่อาส่งไปให้มั้ย”

            พอถามเรื่องนี้ไอ้เพลิงงี้หัวเราะเสียงดังลั่น พยักหน้าหงึกหงัก ตอบคำถามแทนพี่สินธุ์ที่ยิ้มแห้งๆ

            “ชอบครับอา เพลิงโคตรชอบเลยล่ะ สัตว์ร้ายในฝันสุดๆ”

            ตรงนี้อาจจะมีแค่เพราพนาที่ไม่รู้เรื่อง ซึ่งอาฟรอสก็คงสังเกตเห็นท่าทางมองซ้ายมองขวาอย่างหวังว่าจะมีใครไขข้อข้องใจ แต่ก็ไม่กล้าถาม เพราะเป็นเรื่องของคนบ้านนี้ อาหนุ่มเลยอธิบายให้เขาฟังเสียงนุ่มๆ

            “อาส่งรูปปั้นเสือดำไปให้เป็นของขวัญคู่นี้ ได้ยินจากพรรณมาหลายทีแล้วว่าเพลิงเรียกสินธุ์ว่า...สัตว์ร้าย” เชื่อหรือไม่ว่าคนที่หน้าแดงวาบขึ้นมาทันทีคือผู้ชายตัวโตแว่นหนาที่ยกมือเกาคออย่างขัดเขิน ซึ่งหากใครมาเห็นภาพนี้ก็คงไม่มีวันเชื่อแน่ว่าผู้ชายคนนี้แหละที่ปราบไอ้เพลิงอยู่หมัด แถมคนเป็นแฟนยังรีวิวให้ฟังอีกว่า...บนเตียงดุมาก

            เพ้นท์ก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งมาตลอด กระทั่งโทรไปหาไอ้เพลิงวันนั้น

            “อาฟรอสก็ช่างแหย่ พี่สินธุ์เดินผ่านรูปปั้นทีไรหน้าแดงทุกที”

            “เราก็อายกับเขาบ้างสิ” อาฟรอสว่าขำๆ

            “ไม่เอาครับอา พี่พายบอกว่าด้านได้อายอด”

            “พี่พายก็ช่างสอนมึงเนอะ” เพราพนาว่าอย่างเหนื่อยใจแทนพี่ชายมัน เพราะเห็นทีคงมีคนแถวนี้ใส่ร้ายพี่ชายแล้วล่ะ เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ว่ามันเป็นของมันเองเหรอ ซึ่งไอ้เพลิงก็ทำตาโต แล้วชี้นิ้วไปหาเจ้าของบ้าน

            “มึงว่าอาฟรอสทำไม”

            “ห้ะ? กูไปว่าอาฟรอสตอนไหน” เพ้นท์ก็งงสิ กระทั่ง...

          “ก็อาเป็นคนสอนเจ้าพายเอง”

            “...”

            เขาอึ้ง แต่อายิ้ม แล้วเพราพนาก็รู้ว่างานเข้า

            “ผมไปเอาของลงจากรถนะครับ”

            ถ้าเขาทำอะไรให้เจ้าของบ้านไม่พอใจ เชื่อเถอะว่าคนแก่ดื้อสะบัดแสนเอาแต่ใจต้องโผล่มาอีกแน่ แล้วคราวนี้ไม่รู้จะเรียกร้องอยากกินแค่หน่อไม้หรืออะไรที่หายากกว่านั้น ดังนั้น เขาว่าเขาลี้ภัยจากตรงนี้ก่อนดีกว่า จำได้ว่าอาสวมเบลซเซอร์ทับนี่นา ตอนนี้เห็นแค่เสื้อยืดกางเกงยีน เพราะงั้นต้องไปเอาลงจากรถ

            “พอดีเลย อาก็เอาของลงมาคนเดียวไม่ไหว” อาฟรอสก็ก้าวตาม

            “ผมช่วยมั้ยครับ”

            “ไม่ต้องๆ แค่อากับเพ้นท์ก็พอแล้ว”

            อาบอกกับพี่สินธุ์อย่างใจดี แล้วก็เดินนำไปยังรถคันที่เอาออกไปใช้วันนี้ จนเพ้นท์รีบตาม

            “เพ้นท์ถือเสื้อกับโน๊ตบุ๊คให้อาก็แล้วกัน”

            “แค่นี้ผมคนเดียวก็ไหวนี่ครับ” เพ้นท์ถามอย่างไม่เข้าใจ เพราะทั้งรถที่ต้องเอาลงก็มีแค่นี้ แต่ก็คว้าเสื้อมาพาดแขน อีกมือเอาแมคบุ๊คมากอดเข้าอก ซึ่งอาฟรอสก็แค่ยิ้ม ไม่พูดอะไรนอกจากเดินไปเปิดท้ายรถ เพ้นท์ที่เดินตามถึงได้เห็นลังโฟมใบใหญ่

            “นี่อะไรครับ”

            “อาหารพิเศษเลี้ยงหลานเขยไง”

            อาฟรอสว่าแล้วก็เปิดกล่อง ซึ่งของในนั้นก็ทำให้เพ้นท์พุ่งเข้าไปชะโงกหน้ามองอย่างตื่นเต้น

            “คิงแคลบเหรอครับ!

            สิ่งที่อยู่ในกล่องโฟมคือปูสีแดงสดตัวใหญ่มากสองตัวซึ่งอัดเข้าไปในกล่องโฟมใบใหญ่ ตัวใหญ่ชนิดที่เขาเคยเห็นแค่ในทีวี เคยเห็นในรายการอาหารที่บอกว่าราคามันสูงลิบลิ่ว แล้วขนาดเท่านี้ ดูสดขนาดนี้ เพ้นท์ไม่กล้าเดาราคาจริงๆ ว่าเจ้าสองตัวนี้เท่าไหร่

            “อือ พออารู้ว่าเพลิงจะพาแฟนมาแนะนำให้อารู้จัก อาเลยโทรไปขอให้เพื่อนช่วยหามาให้เลยนะ แพงเอาเรื่อง อาถึงบอกไงว่าอยู่กินข้าวเย็นกันก่อน” เพ้นท์พยักหน้าไวๆ อย่างตื่นเต้น แต่พอหันไปมองหน้าอา เขาถึงพบว่าเอาตัวเข้ามาเบียดอาฟรอสขนาดไหน

            ไหล่เกยไหล่ เงยหน้าทีจมูกแถมจะแตะแก้มอา

            ไม่รู้ว่าเพราะถูกจูบเมื่อวันก่อน หรือเพราะเพิ่งเห็นเสน่ห์ของอาวันนี้ เพ้นท์ถึงหน้าร้อนแปลกๆ

            พอแบบนี้เขาจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง ถอยหลังหนี

            “ทุกทีอาทักทายกับไอ้เพลิงแบบนั้นเหรอครับ”

            “ทำบ้างก็ได้นะ”

            “ทำไมผมต้องทำด้วยล่ะ”

            คนตัวโตยิ้ม แล้วว่าเสียงกลั้วหัวเราะ

            “ก็เมื่อกี้เห็นทำหน้าอิจฉาอยากได้แบบนั้นบ้าง”

            “ผมเปล่า!

            เพ้นท์ปฏิเสธเสียงหลง มั่นใจว่าไม่เคยทำหน้าอิจฉาเพื่อน อาจจะเคยคิดอยากมีอาฟรอสเป็นของตัวเอง แต่ขนาดที่กระโดดกอดเอวหอมแก้มหลายฟอด บอกกันเสียงดังว่าคิดถึงมากแค่ไหนนี่เขาไม่ได้คิดเลย...จริงๆ นะ

            “หึๆ อาก็แค่ล้อเล่น แล้วนี่หน้าแดงทำไม”

            “ผม...ผมตื่นเต้นอยากกินปูครับ”

            เพ้นท์ว่าหน้ามุ่ย แล้วก็รีบหอบข้าวของของอาเข้าบ้านอย่างว่องไว เพราะตอนแรกไม่รู้หรอกว่าหน้าแดงหรือเปล่า แต่พออาทักแล้ว...มันร้อนแปลกๆ

            เขาไม่ได้เขินอาฟรอสใช่มั้ยวะ

 

.......................................

            “นี่มึงเป็นเมียอากูเหรอ”

            “พูดอะไรของมึง”

            เพราพนาที่สภาวะอารมณ์กลับมาเป็นปกติแล้วได้แต่ทำหน้าแปลกๆ เมื่อเพื่อนสนิททักขึ้นมา พอหันไปมองหน้าก็พบว่าเพลิงกำลังนั่งเท้าคางอมยิ้มอยู่ตรงเก้าอี้สตูล จนหันกลับมาสนใจปูตัวเท่าควายที่กำลังหาวิธีเอาลงหม้อนึ่ง

            เพ้นท์ตัดสินใจเอาตัวหนึ่งมานึ่ง อีกตัวจะเอามาทำเป็นชาบูปูเหมือนที่เคยเห็นในทีวี

            ส่วนน้ำจิ้มไม่ต้องเหมือนเขาหรอก เพ้นท์เชื่อว่าอาหารทะเลกับน้ำจิ้มซีฟู้ดคือสิ่งที่ฟ้าประทานมาคู่กัน

            “ก็นี่ไง เอาเสื้ออาไปเก็บเข้าตู้ให้ เอาโน้ตบุ๊คไปเก็บในห้อง แล้วยังทำกับข้าวให้อากินทุกวัน ปรนนิบัติขนาดนี้ไม่เรียกเมียแล้วเรียกอะไรวะ ภรรยาเหรอ”

            “ความหมายเหมือนกันไอ้เพลิง”

            “เออ กูรู้ แล้วยังไง จะเป็นเมียหรือภรรยา”

            เพ้นท์ตัดสินใจหักขาปูไม่งั้นเอาลงหม้อไม่ได้ แล้วตอบคำถามเพื่อนไปด้วย

            “เผื่อมึงจะลืมไปว่ามึงจ้างกูมาเป็นนายกำนัลของอามึง”

            หน้าที่ของเขาก็ทำทุกอย่างอยู่แล้วนี่

            “แล้วมึงเคยได้ยินมั้ยว่านางกำนัลก็เลื่อนขั้นเป็นสนมได้นะ”

            “อะไรของมึงวะไอ้เพลิง” คนที่กำลังยุ่งกับปูหันไปมองหน้าเพื่อน แล้วพบกับรอยยิ้มหมายมาดเหมือนตอนที่มันเล็งอยากได้ใครสักคนขึ้นเตียง แล้วบ้าชะมัด ส่วนใหญ่ก็เสร็จไอ้เพลิงทุกราย

            จากนั้น คนน่ารักก็บอกเต็มปากเต็มคำ

            “กูกำลังบอกมึงไงว่าหน้าที่มึงขาดแค่ขึ้นเตียงกับอากูก็เลื่อนขั้นเป็นเมียได้แล้ว”

            ฟิ้ว ว!

            เพราพนาไม่ตั้งใจจริงๆ ตอนที่ขว้างขาปูในมือไปทางเพื่อน ซึ่งมันก็หลบทัน

            “โหมึง ปูตัวละเป็นหมื่น ขาละพันเลยนะเว้ย ขว้างมาได้ไง เสียของ”

            “ไปเก็บมาเลยไอ้เพลิง เอามาล้างน้ำแล้วนึ่งก็แดกได้เหมือนเดิม” พอเขาสั่งอย่างหน่ายใจ เพื่อนสนิทก็หัวเราะอย่างขบขัน แต่ก็ยอมเดินไปหยิบขาปูกลับมาคืนพ่อครัวใหญ่แต่โดยดี หากไม่วายที่ตอนเดินผ่านจะกระซิบเสียงเบา

          “อากูลึกถึงใจแน่นอนนะมึง”

            “ไอ้เพลิง!


ต่อค่ะ


            พอเขาหันไปถลึงตามองมัน เพื่อนสนิทก็หัวเราะคิกๆ ถอยทัพกลับไปที่เก้าอี้ตัวเดิม ในจังหวะที่เจ้าของบ้านก็เดินเข้ามา


            “คุยอะไรกัน เสียงดังไปถึงข้างบน แล้วสินธุ์ไปไหนแล้วล่ะ”


            เพ้นท์หันไปมองแล้วพบว่าอาฟรอสเปลี่ยนจากชุดสุดเท่กลับมาเป็นกางเกงเลกับเสื้อยืดตัวใหญ่ใส่สบายแล้ว ซึ่งมันควรจะทำให้เขาสบายใจสิ คุ้นเคยสิที่เห็นแบบนี้ตั้งแต่วันแรกที่มาที่นี่ แต่ไม่รู้ว่าเพราะไปเปิดสวิทซ์เข้าให้แล้วหรือเปล่าที่พอเห็นอาแต่งแบบนี้ก็...ดูดีไปอีกแบบ


          หรือที่ผ่านมาสายตาสั้นจริงวะ


            “ไปดูต้นไผ่ของอาอะ เขาบอกว่าอยากปลูกที่บ้านบ้าง สีมันเขียวสดดี”


            “ถ้าจะเอาขุดไปลงได้เลยนะ อาว่ามันชักจะรกๆ แล้วเหมือนกัน”


            “งั้นอาบอกพี่สินธุ์เลย...ท่าทางจะอยากสนิทกับอานะ ก็น่าล่ะเนอะ เพลิงกับอาสนิ๊ทสนิทกัน พี่สินธุ์ก็อยากสนิทกับคนที่เพลิงรักเป็นธรรมดา” หลายประโยคหลังเพลิงยกมือป้องปากเหมือนกระซิบ แต่ระดับเสียงยังเท่าเดิม มั่นใจในตัวเองไม่เปลี่ยนแปลงว่าที่พี่สินธุ์อยากสนิทกับอาก็เพราะตัวมัน


            หมับ!


            ขณะที่อาฟรอสก็วางมือลงบนหัวสีน้ำตาลแดงของเพลิงอย่างเอ็นดู


            “งั้นอาต้องแปลงร่างเป็นยักษ์ทดสอบหลานเขยมั้ย”


            “เพลิงรู้ว่าอารักเพลิงเกินกว่าจะยอมเห็นเพลิงใจเสียตอนเห็นพี่สินธุ์ถูกแกล้ง”


            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า รู้ใจอาจริงเจ้าเด็กคนนี้”


            อาฟรอสก็ไม่ปฏิเสธ แล้วขยับเข้ามายืนข้างๆ เปิดทางให้หลานชายกอดเอวด้วยความเคยชิน ไม่ว่าอะไรที่เพลิงเอาหน้าไปไซ้ท้อง


            เพ้นท์เชื่อแล้วว่าคู่นี้สนิทกันจริงๆ จนเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมอาฟรอสชอบมาสัมผัสตัวเขา


            อาสกินชิพกับเพลิงจนติดเป็นนิสัยล่ะมั้ง พอเขาอายุไล่เรี่ยก็เลยเหมาเอาว่าเป็นหลานชายอีกคน


            ชายหนุ่มคิดแบบนั้นแล้วก็สบายใจ พอเอาปูลงหม้อได้ก็หันมาทำน้ำจิ้มซีฟู้ด


            “แล้วไม่ช่วยเพื่อนบ้างเหรอ”


            “ฮื่อ เพลิงกินเป็นอย่างเดียว”


            “เหมือนอาเลย”


            เพ้นท์ได้ยินเสียงสองอาหลานหัวเราะเสียงดัง เข้าขากันดียิ่งกว่าอะไรซะอีก


            ส่วนเขาก็ชินแล้วล่ะ เมื่อก่อนทำให้ไอ้เพลิงมันก็นั่งดู พอมาทำให้อาฟรอสก็นั่งเอาแต่ใจ


            “แล้วเป็นไงบ้างครับอา เพื่อนเพลิงผ่านประเมินมั้ย”


            คนกำลังทำอาหารกลุ้มก็ตอนนี้แหละ เขามั่นใจว่าเขาทำเต็มที่แล้วนะ แต่ก็ไม่รู้ว่าอาฟรอสต้องการระดับไหน ช่วงหลังๆ เขาเองก็ชักเถียงอาบ่อยขึ้น จนเหลือบไปมองหน้าก็พบว่าเจ้าของบ้านก็กำลังมองเขาอยู่ แล้วก็ยิ้มกว้างพอเห็นเขาแอบมอง


            “อืมม ผ่านมั้ยนะ”


            ชายหนุ่มรู้ว่าอากำลังแกล้ง


            “เพื่อนเพลิงเก่งทุกอย่างเลยนะครับอา เรียนก็ดี งานบ้านก็เลิศ กับข้าวนี่ไม่ต้องพูดถึง ทำอะไรก็อร่อย อ้อ แต่เพลิงให้คะแนนพิสวาศ ช่วงนี้พี่สินธุ์เลยทำอร่อยกว่า เป็นพี่ใหญ่ใจเย็นด้วยนะ มีสาระตลอดล่ะอา นิสัยดีเลิศเป็นที่รักของทั้งอาจารย์แล้วก็คนในคณะ อาจจะบ่นมากไปนิด เป็นพวกขี้ห่วง แต่พอหักลบกับหน้าตาและนิสัย ผ่านฉลุย ซื้อถาวรไปเลย”


          นี่กูรู้สึกไปเองมั้ยว่าไอ้เพลิงโฆษณาเกินจริง


            “ไอ้เพลิง กูมาเป็นแม่บ้าน ไม่ได้มาเป็นเมียอา”


          “แล้วอยากเป็นมั้ยล่ะ”


            กึก!


            นายเพราพนาสาบานได้ว่าจะไม่ชะงักแรงแบบนี้เลยถ้าคนที่ยังชงไม่เลิกคือไอ้เพื่อนบ้า แต่คนที่ถามทะลุกลางปล้องขึ้นมากลับมาเป็นอาหนุ่มเจ้าของบ้านที่ตอนนี้ไปยืนซ้อนหลังหลาน ใช้สองมือกอดรอบไหล่ วางคางลงบนกลางกระหม่อมเพลิง แต่สายตาจับจ้องมาที่เขา


            ส่วนรอยยิ้ม...ทำไมเจ้าเล่ห์ทั้งอาทั้งหลานวะ


            ขณะที่เพ้นท์ก็รู้สึกว่าเขาสะดุ้งสะเทือนแรงมากกับคำถามนี้


            จิตใจที่หนักแน่นและมั่นคงกับคนคนเดียวมันสั่นเสียจนน่ากลัว หากเพ้นท์ก็ยังเป็นเพ้นท์ที่อยู่กับคนอย่างเพลิงได้ เพราะตอบด้วยน้ำเสียงปกติ


            “อยากเป็นสิครับ แม่บ้านน่ะ เงินเดือนดีกว่าทำงานบริษัทอีก”


            เขาขอตะครุบตัวเลือกแม่บ้านเอาไว้อย่างเหนียวแน่น


            “แต่เป็นเมียอากูเงินเดือนดีกว่านั้นอีกนะ...ใช่มั้ยอา”


            “มันอยู่ที่ผลงาน”


            ไม่รู้วันนี้อาฟรอสนึกคึกอะไร เพราะเล่นตามหลานหมด


            “ผลงานอะไรครับอา งานบ้านกับเสน่ห์ปลายจวักก็น่าจะผ่านหมด ที่เหลือก็...” ไอ้เพลิงมันกินยามาผิดหรือเปล่า เพ้นท์รู้สึกตั้งแต่เจอกันแล้วว่ามันชงเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แล้วอาฟรอสก็ตามประสาคนรักหลานไง ตามใจตลอด ตอนนี้ก็เลยหันมาต่อคำหลานว่า...


            “ลีลาบนเตียง”


            แล้วสองอาหลานก็หัวเราะชอบอกชอบใจ


            ขณะที่เพราพนาก็ยังเป็นคนเดิมที่ไม่ประสากับเรื่องแบบนี้เพราะผิวแก้มร้อนกว่าเดิมแล้ว เรียวปากเม้มเข้าหากันอย่างไม่รู้ว่าควรจะตอบโต้ยังไงดี


            “แกล้งกันได้แกล้งกันไป”


            พ่อครัวใหญ่เลยหันมาสนใจกับน้ำจิ้มที่ทำต่อ ไม่สนใจอาฟรอสที่ว่าขำๆ


            “หมายถึงลีลาการนวด เด็กทะลึ่ง”


            “เนอะอา เพื่อนเพลิงทะลึ๊งทะลึ่ง”


            เพราพนาอยากตอบโต้เหลือเกินว่าคนที่ทะลึ่งจริงๆ น่ะหาไม่ยากหรอก มึงไปส่องกระจกก็เจอ!!!


            เขาสาบานได้ว่าตลอดเวลาที่หน้าร้อนผ่าวๆ ก็เพราะมีคนลามกสองคนพูดแต่เรื่องใต้สะดือกันตลอดเวลาที่ทำอาหาร ไม่ใช่ว่าไปเผลอคิดตาม จริงนะเว้ย!


.................................


            แม้ว่าเพราพนาจะต้องรับมือกับสองอาหลานที่นิสัยคล้ายกัน แต่เมื่อหักลบจากรสชาติของปูยักษ์ที่ได้ลิ้มลอง เขาก็ว่าคุ้มค่าที่ต้องมาตกเป็นเป้าให้โดนแหย่ เพราะเนื้อปูทั้งหอมทั้งหวาน กินเปล่าๆ ก็แทบจะขึ้นสวรรค์ได้อยู่แล้ว พอจิ้มน้ำจิ้มเข้าไปด้วยนะ ฟินลืมตายกันเลยทีเดียว


            “ดื่มหน่อยมั้ย”


            ขณะที่อาฟรอสก็ถามอย่างเจ้าบ้านที่ดี มองไปยังพี่สินธุ์


            “ขอบคุณครับ แต่ไม่ดีกว่า ผมคออ่อนมากเลยครับอา”


            “บางทีเพลิงเลยแอบมอมพี่สินธุ์บ่อยๆ แก้วเดียวกำลังพอดีอะอา ถ้าเกินกว่านั้นเพลิงก็จะชวด เพราะพี่สินธุ์ชิงหลับใส่” เพลิงก็เล่าอย่างไม่ปิดบัง ผิดกับพี่สินธุ์ที่ดูเขินอย่างเห็นได้ชัด หากก็ไม่ปรามอะไรแฟนหนุ่มที่พูดจาเปิดเผยแบบนี้


            เพ้นท์เชื่อนะว่าพี่สินธุ์รักที่ตัวไอ้เพลิงมาก มันเองก็รู้เลยแสดงนิสัยแบบไม่ปิดบังเลยสักนิด


            “ลำบากหน่อยนะ อาเลี้ยงแบบตามใจมากไปหน่อย”


            คนฟังเชื่อว่าเจ้าของบ้านว่าไปงั้นแหละ ดูให้ท้ายไอ้เพลิงจะตาย ลองพี่สินธุ์ชักสีหน้าสิ อาฟรอสนั่นแหละที่จะไม่พูดดีแบบนี้ด้วย


            “ผมจะพยายามตามใจให้เท่าอานะครับ”


            “พี่สินธุ์! อย่าบ้าจี้ ผมขอร้อง เห็นใจเพื่อนฝูงที่อยู่รอบตัวมันบ้าง” คนกำลังกินปูสำลักทันที สั่นหน้าแรงๆ นึกภาพไอ้เพลิงเอาแต่ใจกว่านี้ กล้ากว่านี้ เขาก็ปวดหัวตุบๆ


            “มึงอะ อย่าขัดพี่สินธุ์ดิ เขาเป็นรุ่นพี่เรานะเว้ย คนเราต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่ อากูสอนมา”


            มันเกือบจะดี ถ้าไม่มีตรงที่ต่อท้าย


            เขากลัวตรงอาสอนมาเนี่ย


            “เพราะงั้น มึงก็ต้องเชื่อฟังอากูมากๆ ด้วยล่ะ เชื่อกูว่าแล้วจะดีเอง”


            “ฮึๆ”


            เพ้นท์ไม่กล้าตีความเสียงหัวเราะของอาฟรอสจริงๆ ว่าหมายความว่ายังไง เลยตัดสินใจก้มหน้าก้มตากินปูต่อ อีกครั้งที่เขาไม่ทันเห็นรอยยิ้มของอาฟรอสยามมองไปที่หลานชายอย่างรู้ทัน ทั้งยังยกมือคาดโทษ แบบที่เพลิงก็แลบลิ้น ยิ้มหวานไม่สะทกสะท้าน


..........................................


            “ขอบคุณนะครับอาที่ให้ผมอยู่กินด้วย”


            “ไม่เป็นไร แล้วให้อาไปส่งมั้ย”


            “ไม่เป็นไรครับ ไอ้เพลิงบอกว่าพี่สินธุ์จะแวะไปส่ง อาทำงานทั้งวัน พักผ่อนเถอะครับ”


            ใจจริงเพราพนาก็ไม่แน่ใจว่าที่ไม่อยากให้อาไปส่งเพราะสถานการณ์แปลกๆ ที่เกิดขึ้นทั้งวันหรือเปล่า แต่เขาพูดจริงเรื่องที่อยากให้อาพัก เพราะดูเหมือนอาจะทำงานยาวมาตั้งแต่เมื่อวาน ไม่รู้หรอกว่าทำอะไร แต่วุ่นวายทั้งวันยังไงก็เหนื่อยอยู่แล้ว


            “โอเค วันนี้ขอบใจนะที่เอาของไปส่งให้”


            “ไม่เป็นไรครับ” เพ้นท์บอกด้วยรอยยิ้มกว้าง ดีใจที่เป็นประโยชน์ แล้วก็เดินไปคว้ากระเป๋าที่วางทิ้งไว้ หมายจะไปหาเพื่อน แต่ติดที่คนตัวโตคว้าต้นแขนเอาไว้ก่อน จนเลิกคิ้ว หันไปมองแทนคำถาม


            “เอาไว้อาจะตอบแทนให้ทีหลังนะ” อาฟรอสยิ้มอุ่นๆ อีกแล้ว


            “ไม่เป็นไรครับอา แค่นี้เอง อาก็ให้ค่าแท็กซี่ผมมาแล้ว”


            “ถือว่าติดเอาไว้สองเรื่องแล้วนะ” อาฟรอสก็ยังเป็นอาฟรอสที่ไม่ฟังในเรื่องที่ไม่อยากได้ยิน แต่เขาสงสัยมากกว่า


            “สองเรื่องไหนครับ”


            “ก็เรื่องวันนี้กับที่อาชิงจูบแรกเพ้นท์ไปไง”


            “ผม...ผมลืมไปแล้ว อาก็ขอโทษผมแล้วด้วย ช่างมันเถอะครับ”


            เพราพนาถึงกับลน อุตส่าห์ลืมๆ ไปแล้วอาก็ดึงมันขึ้นมาพูดอีก


            “ช่างได้ไง อาบอกแล้วไงว่าเป็นเรื่องสำคัญของเพ้นท์ อาก็ให้ความสำคัญด้วย เพราะงั้นอาติดไว้ก่อนนะ” คนฟังเม้มปากเข้าหากัน แล้วก็เงยหน้าขึ้นสบตาคู่คม เห็นแววดื้อดึงในดวงตาคู่นั้น เรียนรู้แล้วว่าอาฟรอสเอาแต่ใจได้ยิ่งกว่าไอ้เพลิงเสียอีก จนกดหน้าลงหงึกหงัก


            “แล้วแต่อาเลยครับ”


            อาฟรอสยิ้มอย่างพอใจคำตอบ


            “ไอ้เพ้นท์! เสร็จยังมึง เดี๋ยวดึกแล้วน้องมึงเป็นห่วง”


            ตอนนั้นเองที่ไอ้เพลิงตะโกนมาจากหน้าบ้าน จนรีบยกมือไหว้เจ้าของบ้าน


            “งั้นผมกลับก่อนนะครับ อาอยากกินอะไรพรุ่งนี้ก็ไลน์มาบอกได้นะ” เพ้นท์ว่าไวๆ เพราะอย่างที่เพื่อนว่า เขาไม่ได้บอกน้องก่อนว่าจะกลับดึก เดี๋ยวก็ไม่ยอมนอน รอจนกว่าเขาจะกลับเข้าบ้าน อีกมือก็ปลดมืออาที่จับต้นแขนอยู่ แต่...


            ฟอด!


            !!!


            ชายหนุ่มกลับตัวแข็งทื่อ เมื่อไม่เพียงปลดมืออาฟรอสได้ แต่กลับถูกดึงเข้าไปใกล้ แล้วอาก็จรดปลายจมูกลงบนแก้มเขาหนักๆ จนรู้สึกได้ถึงสัมผัสที่กดลงมา อุณหภูมิของร่างกาย รวมทั้งลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารินรดข้างแก้ม ดวงตาก็เบิกกว้าง หันกลับไปมองหน้าอาอย่างไม่เชื่อสายตา


            “อะ...อา”


            แต่คนขโมยหอมแก้มก็ยังยิ้มกว้าง


            “อย่าบอกนะว่าหอมแก้มครั้งแรก ไม่งั้นอาคงติดหนี้เพ้นท์สามหน” อาฟรอสว่าด้วยน้ำเสียงขบขัน จนคนทางนี้ตั้งสติ


            “อาคิดว่าผมเป็นหลานอาเหมือนไอ้เพลิงเหรอครับ”


            เขาคิดว่าอาเคยชินกับการสัมผัสใกล้ชิดหลานมากเกินไปจนเผลอมาทำแบบเดียวกับเขา ซึ่งคำถามนี้ก็ยิ่งทำให้อาฟรอสยิ้มกว้างกว่าเดิม


            “แล้วเราคิดยังไงล่ะ”


            เพ้นท์มองตา แต่ยอมรับว่าเขาอ่านอาฟรอสไม่ออกจริงๆ จนได้แต่เอ่ยเสียงเบา


            “ผมคิดว่าผมเหมือนหลานอาครับ”


            “งั้นก็เป็บแบบนั้นแหละ”


            อาฟรอสก็ตอบรับง่ายๆ ยามที่ปล่อยแขนที่จับเอาไว้แน่นออก แล้วก็ทำแบบเดิม...ลูบหัวเบาๆ


            “ไป กลับบ้านได้แล้ว เดี๋ยวน้องเป็นห่วง”


            คนฟังก็พยักหน้าหงึกหงัก พยายามปลอบใจตัวเองว่าเขาโดนน้องชายเล่นแก้มก็บ่อย แค่เคยชินกับการมีผู้ใหญ่ตัวโตมาหอม...คงไม่ยากเท่าไหร่หรอกมั้ง


            ความคิดของคนที่เดินลูบแก้มป้อยๆ ไปให้เพื่อนทักว่าถูกยุงกัดเหรอ


.................................


            ในด้านของพัทธ์ธีระ พอรถของแฟนหลานแล่นออกไปจากบริเวณบ้าน ชายหนุ่มที่ยืนกอดอกมองตรงหน้าบ้านก็ส่ายหัวน้อยๆ รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏบนใบหน้า


            “เด็กหนอเด็ก”


          ถ้าอยากเป็นหลาน งั้นเดี๋ยวจะทำตัวเป็นอาให้


            ความคิดของคนที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วพิมพ์ข้อความลงไปอย่างรวดเร็ว


            ...ส่งเพ้นท์แล้วโทรหาอาด้วยล่ะ อาอยากรู้เรื่องคนที่เพ้นท์ชอบ...


            พอส่งไปแล้ว ฟรอสก็ลดมือลง เงยหน้ามองไปยังทิศทางที่รถแล่นจากไป พร้อมกับรอยยิ้ม...หมายมาด


            ต้นตำรับรอยยิ้มอยากได้ต้องได้ของบรรดาสามพี่น้องชนิดของแท้และดั้งเดิม


......................................

            ครบค่ะ ซวย <<< หมายถึงเพ้นท์นะเออ ไม่ใช่คนเขียน แฮ่

            เพ้นท์ซวยแล้วล่ะ ดูตัวอย่างสามพี่น้องสิ พี่พายอยากได้ก็พุ่งชน เจ้าเพลิงอยากได้ก็ต้องปล้ำ น้องสาวคนเล็กอย่างพรรณก็ลีลาแพรวพราว แล้วนี่เป็นอาจารย์ที่ฝึกวิทยายุทธให้เชียวนะ อาฟรอสเขาไม่ปล่อยเพ้นท์ให้ลอยนวลแล้วล่ะ อยู่ที่ว่าจะเป็นของอาเร็วหรือช้าเท่านั้นเอง แต่อาเขาถือคติ รู้เขารู้เรารบร้อยชนะพัน (?) ดังนั้น เรื่องของเพ้นท์จะออกมาจากปากเพลิงทั้งหมดแน่นอน

            สำหรับเฟซเมย์ 

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmark

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #อาฟรอสสอนเด็ก นะคะ

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #อาฟรอสสอนเด็ก นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.114K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

910 ความคิดเห็น

  1. #909 lmllastw_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 มีนาคม 2564 / 01:27
    ปวดหัวกับอาหลานครอบครัวนี้มากค่ะ55555555 แต่น่ารักกันมากจริงๆ
    #909
    0
  2. #902 FDB88 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2563 / 06:55

    น้องเพ้นท์หนีปายยยยย 5555

    #902
    0
  3. #861 12311232123312 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 12:44
    ฮืออออออ
    #861
    0
  4. #836 pommys (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 10:40
    คุณอาเอาจริงแล้วค่าาาาา
    #836
    0
  5. #726 rattanalak44 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 22:19
    รอนานมากกกกก
    #726
    0
  6. #707 Kmmbs may (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 14:20
    อาฟรอสสส กรี๊ดดด
    #707
    0
  7. #679 SungEun~ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 18:21
    เพิ่งมาอ่านอะพี่เมย์ แบบว่าอยากกรี๊ดมาก อาฟรอสอบอุ่นมากๆ แต่ก็เจ้าเล่ห์กับน้องมากด้วย
    #679
    0
  8. #678 itzmebb (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 19:24

    อาจะเอาจริงแล้วนะ

    #678
    0
  9. #676 aranyasoysaard (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 12:58
    รอนะคะ
    #676
    0
  10. #674 wassana014 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 15:21
    เขินหนักมากกรี้สรออานะคะ
    #674
    0
  11. #673 Pimnok2124 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 11:07
    -ไปส่องกระจกก็เจอ!! โอ่ย น้องง555+
    #673
    0
  12. #672 Pimnok2124 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 11:05
    อาฟรอสเป็นหมันแล้วคือจะลึกถึงใจยังไง แง มันจะแข็งขึ้นมาได้จริงๆหรอ;-;
    #672
    0
  13. #657 aunaunmtyj (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 18:58
    น้องมาเจอตัวพ่อเลย55555 รอดูอาลงมืออิอิ
    #657
    0
  14. #655 นักโทษหมายเลข0 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 18:07
    งื้ออออ เขินนนน
    #655
    0
  15. #653 mon9228 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 17:05
    เอ..ที่บอกว่าจะเป็นอาให้นี่ อาแบบไหนกันนะคะอาฟรอส รุกแรงแบบนี้น้องเพ้นท์ใจไม่ดีเลยเนี่ย 5555
    #653
    0
  16. #646 noparat (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 12:42

    เพลิงคือมือชงอันดับหนึ่ง เพ้นท์ได้เป็นอาสะใภ้แน่นอน ^^

    #646
    0
  17. #644 Bovie_Kuannapa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 13:33
    อาฟรอสเริ่มลงมือจริงจังแล้ว
    #644
    0
  18. #643 CrazyMrs.ZhangXing (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 01:30
    เสร็จเเน่อิหนู หึหึหึ
    #643
    0
  19. #642 giftfully (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 23:37
    อาฟรอสจีบน้องดีๆสิคะ55
    #642
    0
  20. #641 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 22:56
    โดนล็อคเป่าซ่ะแล้ว
    #641
    0
  21. #640 Muaynan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 22:43
    อาาาาาาา รอนะค้า
    #640
    0
  22. #639 MarateeChesan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 22:32
    จ้าาาาาา โชคดีนะเพ้นนนน
    #639
    0
  23. #638 thefoam (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 22:31
    กรี๊ดคือดี อาขาาา
    #638
    0
  24. #637 Airzaa1810 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 22:26
    อาาาาาาาา _จะมาทำแบบนี้กับเพ้นท์ไม่ได้นะ
    #637
    0
  25. #636 Patida9 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 22:04

    คุ้มที่รอ
    #636
    0