[Yaoi] Money Addict ผมมีค่า ต้องกล้าจ่าย! [Boy's Love]

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 7 ข้อเสนอกับที่อยู่ใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42,172
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 629 ครั้ง
    1 ก.ค. 60



ตอนที่ 7 ข้อเสนอกับที่อยู่ใหม่

 

 

 

เฌอแตม

 

            "แตม!!! แตมไม่เป็นไรใช่มั้ยลูก ไม่เป็นไรนะ!!!"

 

            ทันทีที่ผมก้าวลงจากรถแท็กซี่ แม่ที่ยืนรออยู่ตรงรั้วบ้านก็พุ่งเข้ามาจับเนื้อจับตัว ใบหน้าสวยในวัยสามสิบห้านองด้วยน้ำตา ดวงตาสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวสุดขีด และนั่นบอกผมว่าแม่เป็นห่วงมากแค่ไหน จนความกลัวที่ผมอาจจะมารบกวนทุกคนที่นี่เบาลงอย่างไม่น่าเชื่อ

 

            "แม่ น้องแตมไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร"

 

            "แตม...น้องแตม ฮึก แม่...แม่จะเป็นบ้าตอนที่น้องแตมโทรมาบอก...ขวัญเอ๊ยขวัญมานะลูก"

 

            แม่ร้องไห้ สองมือจับแก้มผมเอาไว้มั่น สำรวจไปทั่วหน้าผมว่าไม่เป็นไรจริงๆ ก่อนที่จะเลื่อนมาจับเนื้อจับตัว ดึงแขนผมขึ้นมาดูว่าไม่เป็นไร จนพยายามกลั้นก้อนสะอื้นลงคอ เข้มแข็งให้แม่เห็น

 

            "น้องแตมไม่เป็นไรจริงๆ พอรู้ว่าไฟไหม้ น้องแตมก็วิ่งอออกมาเลย เลยเหลือแค่นี้" ผมค่อยๆ ยกกรอบรูปครอบครัวที่มีผมกับพ่อแม่ขึ้นมาให้ดู ทั้งที่ตัวผมเองก็รู้สึกผิดที่เอามาได้แค่นี้

 

            หมับ

 

            แต่แล้ว แม่ก็รวบผมไปกอดเอาไว้แน่น ตอนนี้ผมสูงกว่าแม่ตั้งเยอะ แม่เลยซบหน้าลงกับอกผม ทั้งที่เมื่อก่อนผมเป็นฝ่ายซบอกแม่ มันบอกให้ผมรู้ว่าผมโตแล้ว โตกว่าเมื่อก่อนเยอะ จนไม่น่าทำให้แม่เป็นห่วงแบบนี้ แต่ตอนนั้นเองที่ผมชะงัก เพราะแม่บอกว่า....

 

          "ขอแค่น้องแตมปลอดภัยเสียไปเท่าไหร่ก็ช่างมันนะลูก น้องแตมสำคัญกับแม่ที่สุด"

 

            ผมว่าจะไม่ร้องไห้แล้วนะ แต่ผมก็ร้องจนได้

 

            หมับ

 

            "แม่ นะ..น้องแตม ทำไง...ทำไงดี...ฮึก มันไหม้หมดเลย ทุกอย่าง...ขะ...ของน้องแตมไปหมดแล้ว ฮือ" ความกลัวทั้งหมดแปรเปลี่ยนเป็นน้ำตา ผมก๊อกแตก ผมกอดแม่กลับ ตัวสั่นเหมือนลูกนก สองมือที่กอดเอวแม่ก็สั่นไปหมด จนแม่ยื่นมือมาลูบหัว บอกอย่างปลอบประโลม ทั้งที่แม่เองก็สะอื้น

 

            แต่แม่ไม่ได้สะอื้นเพราะเสียดายของนอกกาย แม่สะอื้นเพราะโล่งใจต่างหาก

 

            "ไม่เป็นไรลูก ไม่เป็นไร ของพวกนั้นซื้อใหม่ได้ ไม่เป็นไรนะแตม"

 

            ผมยิ่งสะอื้นหนัก น้ำหูน้ำตาไหลเป็นทาง แล้วผมก็ซบลงบนไหล่แม่ อยากจะฟ้องว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง อยากจะเล่าว่าผมกลัวมากแค่ไหน แต่ผมกลับพูดไม่ออก ไม่กล้าบอกให้แม่รู้ว่าผมเจออะไรมา จนได้แต่กอดแม่แน่น

 

            หลังจากที่ผมตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าถูกลากออกมากลางซอย มีเพื่อนร่วมหอนั่นแหละที่ทั้งลากมา ทั้งพัด ทั้งโบกยาดม แถมตื่นมาไฟมันก็เริ่มมอดแล้ว แต่คนยังวิ่งกันวุ่นวายไปหมด คนส่วนใหญ่ก็เริ่มติดต่อเพื่อน ติดต่อที่บ้าน เพราะอยู่ต่อไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ผมเองก็เหมือนกัน จะให้นั่งเฝ้าหอที่ดูยังไงก็รู้ว่าไม่เหลือซากไปทำไม สุดท้าย ผมเลยตัดสินใจเอาเงินที่เหลือในกระเป๋าเรียกรถกลับบ้าน แล้วโทรบอกแม่ว่าเกิดอะไรขึ้น

 

            เนื่องจากไฟไหม้ตอนดึก ตอนนี้อย่าแต่ออกข่าวเลย คนทั่วไปก็นอนหลับไม่ฟังข่าวทั้งนั้น แม่ก็เลยตกใจแทบตายแบบนี้

 

            ผมรู้ว่าไม่ดี แต่ผมกลับดีใจที่แม่...เป็นห่วง

 

            หมับ

 

            "แม่เขาพูดถูก อาก็ดีใจที่แตมปลอดภัย"

 

            ผมลืมไปเลยว่าพ่อเลี้ยงผมอยู่ด้วย มารู้สึกตัวตอนที่อีกฝ่ายวางมือลงบนไหล่ผม บีบเบาๆ จนเงยหน้าไปสบตาแล้วเจอกับรอยยิ้มใจดีกับดวงตาที่แสดงให้เห็นถึงความห่วงใย จนสูดน้ำมูก ยกมือปาดไปมาบนหน้า

 

            ผมอาจจะแสดงความอ่อนแอให้แม่เห็นได้ แต่ยังไงผมก็ไม่สามารถเห็นพ่อเลี้ยงเป็นคนใกล้ชิดระดับนั้นได้ ผมเลยพยายามส่งยิ้มให้ พึมพำขอบคุณ

 

            พ่อเลี้ยงผมไม่ใช่ไม่ดีหรอกนะ เขาเป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่งเลย เขาดูแลแม่ดีมาก รับได้ที่แม่มีผม แต่ยังไงผมก็ไม่สนิทใจกับเขาอยู่ดี ไอ้เคอร์ยังเคยพูดเลยว่าเพราะผมรู้สึกว่าเขาแย่งแม่ผมไปหรือเปล่า แม้จะปฏิเสธหัวชนฝาว่าผมไม่เห็นแก่ตัวแบบนั้น ทว่า...

 

          ผมอาจจะโกหกคนทั้งโลกได้ แต่ผมโกหกตัวเองไม่ได้

 

            "ผมไม่เป็นไรครับอา"

 

            "งั้นเข้าบ้านกันเถอะ นุกพาลูกเข้าบ้านดีกว่า แตมมาเหนื่อยๆ"

 

            “อะ ใช่ๆ ไปน้องแตม เข้าบ้านนะลูกนะ” ผมฝืนยิ้มส่งให้ พยักหน้ารับ ยอมถูกแม่จูงมือเข้าบ้าน แล้วดันให้นั่งลงบนโซฟา

 

            "แน่ใจนะลูกว่าไม่เป็นไร"

 

            "น้องแตมไม่เป็นไรจริงๆ" ผมยืนยัน ยกมือปาดไปบนใบหน้า แต่แม่จับมือผมไว้ มองเข้ามาในดวงตา

 

            "น้องแตม" แม่จริงจังจนผมตั้งใจฟัง

 

          "กลับมาอยู่บ้านเราเถอะนะลูก"

 

            "..."

 

            ผมพูดอะไรไม่ออก แล้วผมห้ามตัวเองไม่ได้จริงๆ ตอนที่หันไปมองพ่อเลี้ยง จนทางนั้นก็รีบบอก

 

            "มาอยู่นี่เถอะนะแตม อย่าเกรงใจอาเลย"

 

            แม่ผมหันไปมองพ่อเลี้ยง จากนั้นก็วกกลับมามองหน้าผมอีกครั้ง สองมือเลื่อนมาจับมือผมแน่น แล้วคนที่ยอมตามใจให้ผมไปอยู่หอข้างนอกคนเดียวก็ว่าด้วยน้ำเสียงจริงจังจนน่ากลัว

 

            "น้องแตม แม่รู้นะว่าลูกเกรงใจพวกเรามาตลอด แต่อย่าคิดแบบนั้น ไม่ว่าเมื่อไหร่น้องแตมก็เป็นลูกแม่นะ ไม่ว่าแม่จะแต่งงานใหม่ หรือมีน้อง น้องแตมก็ยังเป็นลูกแม่...กลับมาอยู่กับแม่นะลูก"

 

            ผมไม่แปลกใจที่แม่รู้ว่าผมคิดอะไร แม่กับผมสนิทกันมาก ตอนที่ไปอยู่หอ แม่เองก็ลังเล แต่แม่ก็ยอมตามใจเพราะเห็นว่าผมต้องการแบบนั้นจริงๆ แต่ตอนนี้เหมือนแม่จะไม่ยอมง่ายๆ เพราะสองมือยึดแขนผมมั่น จนผมเองก็ลังเล เหลียวไปมองพ่อเลี้ยงอีกครั้ง

 

            "มาอยู่ด้วยกันเถอะแตม" พ่อเลี้ยงผมบอก

 

            "ที่นี่อาจจะอยู่ไกลจากมหา'ลัยลูก แต่แม่ไม่อยากให้น้องแตมอยู่คนเดียวอีกแล้ว ถ้าเกิดอะไรขึ้นอีก น้องแตมจะทำยังไง ถ้าครั้งหน้าไม่ใช่แค่ไฟไหม้ล่ะ แม่จะทำยังไง" แม่กำลังจะร้องไห้อีกครั้ง จับมือผมแน่น ไม่ต่างจากวันที่พ่อเสีย จนผมเองก็เม้มปากแน่น

 

          ควรมาอยู่กับแม่จริงๆ ใช่มั้ย จะไม่รบกวนทั้งคู่ใช่มั้ย

 

            หัวใจผมเต้นรัวแรง รู้สึกเหมือนมีสิ่งให้ยึดเหนี่ยว แต่ตอนนั้นเอง..

 

            "แงงงงงงงงง ฮึก ฮึก ฮืออออออ"

 

            เฮือก!!!

 

            ทันใดนั้นเสียงร้องของสุดที่รักก็ดังลั่นบ้าน ทำเอาผมสะดุ้งโหยง แม่เองก็เงยขึ้นไปมองชั้นสองอย่างลังเล ขณะที่พ่อเลี้ยงเองก็รีบบอก

 

            "นุกคุยกับลูกเถอะ เดี๋ยวพี่ขึ้นไปดูที่รักให้"

 

            ท่าทางที่แม่เองก็ละล้าละลัง จนผมเป็นฝ่ายพลิกมือขึ้นมากุมมือแม่

 

            "แม่ขึ้นไปดูน้องเถอะ น้องแตมไม่เป็นไร เห็นมั้ยว่าแข็งแรงดี แต่ที่รักอาจจะหิวนมก็ได้ แม่ไม่ขึ้นไป อาก็ทำอะไรไม่ได้นะครับ" ผมฝืนยิ้มส่งให้ เข้าใจว่าน้องต้องการแม่มากกว่าผม และนั่นก็ทำให้แม่นิ่งไปอึดใจ แล้วยื่นมือมาลูบแก้มผมเบาๆ

 

            "เดี๋ยวแม่มานะ แล้วแม่จะมาเอาคำตอบว่าน้องแตมจะกลับมาอยู่นี่"

 

            ผมไม่ตอบคำถาม มองคนที่ยอมผละขึ้นชั้นสองไปดูน้องสาววัยหกเดือนของผม ปล่อยให้ผมอยู่คนเดียวในห้องนั่งเล่นไม่คุ้นตา เพราะตั้งแต่แม่แต่งงานใหม่ก็ย้ายมาอยู่บ้านหลังนี้ ส่วนผมเองก็ตัดสินใจออกไปอยู่หอ ดังนั้นบ้านไอ้เคอร์อาจจะคุ้นเคยกับผมมากกว่าที่นี่ด้วยซ้ำ

 

            หมับ

 

            สองมือผมบีบกันแน่น เหลียวไปมองภาพถ่ายที่ผมเอาติดตัวมา...ภาพของพ่อแม่และตัวผม

 

            ขณะที่เสียงร้องของที่รักก็ดังไปทั่วบ้าน แม้น้องจะยังเป็นแค่เด็กทารกที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราว แต่สำหรับผมแล้ว มันไม่ต่างจากเสียงที่กำลังบอกว่าไม่มีที่ของผมในบ้านหลังนี้

 

            ที่นี่คือบ้านของแม่กับครอบครัวใหม่ต่างหาก

 

            "ไม่ได้หรอกแตม หมดเวลาของมึงไปแล้ว รบกวนพวกเขามากกว่านี้ไม่ได้หรอก"

 

            ความคิดที่ทำให้ผม...น้ำตาไหล

 

.................................

 

            "ลูกหมายความว่าไงว่าจะไม่อยู่นี่"

 

            หลังจากที่นั่งคิดคนเดียวเงียบๆ และแม่ลงมาอีกรอบ ผมก็บอกสิ่งที่อยู่ในใจออกไป จนแม่ตอบกลับด้วยท่าทางไม่เห็นด้วย ดูโกรธที่ผมดื้ออย่างเห็นได้ชัดอย่างที่ผมก็รู้ว่าแม่เป็นห่วง แต่ผมก็กล้ำกลืนทุกความรู้สึก บอกแม่ด้วยน้ำเสียงละอายใจ

 

            "น้องแตมรู้ครับว่ากำลังเอาแต่ใจตัวเอง แต่ว่าที่นี่อยู่ห่างจากมหา'ลัยน้องแตมตั้งเยอะ ถ้าเดินทางก็ต้องเสียทั้งเวลาทั้งค่ารถ น้องแตมอาจจะต้องขอค่าหอกับมัดจำแม่ก่อน แต่น้องแตมจะทำงานมาคืนให้..."

 

            "มันไม่ใช่เรื่องเงิน มันเป็นเรื่องที่แม่ห่วงลูกต่างหาก!!!"

 

            แม่ไม่เคยขึ้นเสียงกับผม แต่ครั้งนี้แม่กำลังโกรธมาก จนผมก้มหน้าลงทันที

 

            "งั้นน้องแตมไปอยู่กับเพื่อน..."

 

            "เฌอแตม!"

 

            แม่แทรกขึ้นมาเสียงเข้ม จนผมก็บีบมือแน่น แต่ผมคิดว่าผมอยู่นี่ไม่ได้หรอก อาจจะเป็นใจผมเองที่ไม่อยากอยู่ เพราะผมคิดว่าที่นี่ไม่ใช่ที่อยู่ของผม มันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว

 

            ความคิดที่ทำให้ผมใช้หัวอย่างหนักว่าควรจะทำยังไงดี ควรจะกล่อมแม่ยังไง ควรจะบอกแม่ยังไง

 

          ให้ไอ้เคอร์ช่วยดีมั้ย ถึงจะไม่อยากรบกวนมัน ถ้าบอกว่าไปอยู่กับมันจนหาหอใหม่ได้ล่ะ

 

            "แม่ครับ..."

 

            "ยังไงแม่ก็ไม่ยอมให้น้องแตมไปอยู่คนเดียวอีกแล้ว! ถ้าคราวหน้าไม่ใช่แค่ไฟไหม้ ถ้ามันเป็นอะไรที่ร้ายแรงกว่านั้น แล้วน้องแตมเป็นอะไรขึ้นมา แม่จะทำยังไง น้องแตมคิดถึงใจแม่บ้างสิ"

 

            แม่แทรกเสียงแย้งของผม จนผมบีบมือแน่น น้ำตาคลอเบ้า เพราะคิดว่าคงไม่มีทางออกแล้ว และตอนนั้นเอง...

 

          "งั้นให้เฌอแตมไปอยู่กับผม"

 

            ขวับ

 

            อย่าว่าแต่ผมเลยที่หันไปมอง ทั้งแม่ ทั้งพ่อเลี้ยงก็หันไปมองเป็นตาเดียว แล้วผมก็ต้องเบิกตากว้าง เพราะ...

 

            "คุณไค!!!"

 

            ไอ้เจ้าหนี้หน้าหล่อแต่โรคจิตที่กำลังยืนอยู่ตรงกรอบประตู!!!

 

            "ไค ไคมาได้ยังไงเนี่ย น้องโทรบอกหรือ"

 

          เปล่า ไม่มีทาง ผมไม่มีทางโทรหามันอยู่แล้ว ขนาดไอ้เคอร์ยังไม่รู้เรื่องเลย

 

            ผมสั่นหน้าแรงๆ แต่เหมือนไม่มีใครสนใจผม เพราะตอนนี้กำลังมองผู้ชายที่สูงจนหัวแทบจะชนขอบประตู ซึ่งเข้ามาได้ยังไงก็ไม่รู้ ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ และกำลังถือวิสาสะเข้ามาในบ้านโดยไม่มีใครชวน แต่แม่ดูเหมือนจะสนใจสิ่งที่พูดก่อนหน้านี้มากกว่า

 

            "แล้วที่ไคบอกว่าจะให้น้องไปอยู่ด้วยนี่หมายความว่ายังไง"

 

            ไอ้ผู้ร้ายหน้าหล่อมันก็ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

 

            "ห้องผมอยู่ไม่ไกลจากยูของเฌอแตมเท่าไหร่ ถ้ามีปัญหาเรื่องเดินทางก็เอารถผมไปใช้ แล้วค่ากินค่าหอก็ไม่ต้องจ่าย อีกอย่างถ้าอยู่กับผมก็แปลว่าไม่ได้อยู่คนเดียว พี่นุกเองก็คงไม่มีปัญหาถ้าเฌอแตมจะไปอยู่กับผม" มันสรุปรวบรัดแบบไม่ถามผมสักคำ จนผมเองก็เม้มปากแน่น

 

            "แต่น้องจะไม่ไปรบกวนไคหรือ"

 

            "แม่!"

 

            ผมร้องอย่างไม่เห็นด้วย เพราะแม่พูดแบบนี้แปลว่าแม่เองก็ลังเลแล้วว่าจะให้ผมไปอยู่กับไอ้บ้านี่แล้ว

 

            "หรือถ้าพี่ไม่ไว้ใจผม ผมจะโทรมาบอกทุกเย็นก็ได้" คุณไคเองก็ไม่สนใจเสียงแย้งของผม เพราะคุยกับแม่ต่อ อย่างที่แม่ก็นิ่งไปอึดใจ แต่ยังไม่เห็นด้วยอยู่ดี

 

            "พี่ไม่ใช่ไม่ไว้ใจไคนะ แต่พี่เกรงใจ"

 

            "ผมเต็มใจ"

 

            "แต่ว่า..."

 

            "ถ้าเฌอแตมอยู่นี่ก็ต้องตื่นแต่เช้าไปเรียน อีกอย่างพี่เองก็มีลูกเล็ก เด็กวัยนี้ต้องทำการบ้าน ทำรายงาน ต้องการสมาธิในการเรียน เด็กเล็กจะรบกวนสมาธิเปล่าๆ นอกจากเหนื่อยกับเดินทางแล้วก็ต้องเจอเสียงร้องทั้งคืน ผมว่าให้ไปอยู่กับผมจะประหยัดทั้งเวลา ทั้งค่าใช้จ่าย และไม่ต้องเหนื่อย" นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินคุณไคพูดเยอะขนาดนี้ จนได้แต่กะพริบตาปริบ แม้จะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบดุจเดิม ผมก็ยังคิดว่าไม่น่าไว้ใจสุดๆ แต่...

 

            "มันก็จริงอย่างที่ไคว่า"

 

          แม่งได้ผลด้วย!!!

 

            "แม่ แม่ไม่ถามน้องแตมก่อนหรือ" ผมรีบแย้ง เพราะแค่ทำความสะอาดห้องมัน ผมก็แทบแย่ นี่ถ้าไปอยู่ด้วยกัน ผมได้ร้องไห้สามเวลาหลังอาหารแน่

 

            หมับ

 

            "เฮ้ย!" ทันใดนั้นเองคนที่เข้ามากลางคันก็คว้าข้อมือผมมั่น แล้วออกแรง...ลาก

 

            "ผมขอคุยกับเฌอแตมสักครู่"

 

            “เดี๋ยวไค นี่มันอะไรกันเนี่ย”

 

            ว่าจบ มันก็ไม่ถามความคิดเห็นผมสักคำ ไม่ฟังเสียงแย้งของแม่ เพราะจัดการลากผมออกมาหน้าบ้านทันที จนผมต้องร้องด้วยเสียงกระซิบ ไม่อยากให้แม่เป็นห่วงมากกว่านี่

 

            "ปล่อยผมนะ! มีอะไรก็คุยกันในบ้านก็ได้"

 

            "หรือเธออยากกลับมาอยู่บ้าน"

 

            ผมงี้เงียบกริบเลย ยอมเดินตามมันออกมาถึงหน้าบ้าน แบบที่ไอ้คุณไคก็หันกลับมาสบตา

 

            "เธอไม่อยากอยู่บ้านนี้ใช่มั้ย"

 

            "ทำไม...ทำไมผมถึงไม่อยากอยู่" ผมแย้งเสียงตะกุกตะกัก ไม่ชอบเลยที่มันเดาความคิดผมออก แถมยังพูดจี้ใจดำขนาดนี้

 

          "เพราะที่นี่ไม่มีที่สำหรับเธอ"

 

            "..."

 

ต่อค่ะ

 

            ผมเม้มปากแน่นมาก เพราะผมรู้สึกเหมือนจะร้องไห้ ไม่ชอบเลยที่อีกฝ่ายเอาความดำมืดในจิตใจของผมมาตีแผ่ขนาดนี้ จนผมเองก็อ้าปากจะเถียงว่าไม่ใช่ ไม่มีทาง ผมจะไม่อยากอยู่ในที่ที่แม่อยู่ได้ยังไง

 

            "ต่อให้ทุกคนที่นี่ต้อนรับเธอยังไง เธอก็จะยังรู้สึกว่าไม่มีที่ให้เธอ ต่อให้เธอมีพี่นุก แต่เธอก็คิดว่าที่นี่คือบ้านของครอบครัวใหม่พี่นุก ไม่ใช่เธอ แล้วเธอจะทนอยู่ที่นี่ไปทำไม..."

 

            "คุณอย่าพูดเหมือนรู้ดีนะ!!!!"

 

            ผมห้ามตัวเองไม่ทัน ไม่ได้คิดว่านี่คือเจ้าหนี้ ผมตวาดใส่ ยกมืออีกข้างขึ้นมาเช็ดน้ำตา

 

            "คุณไม่รู้อะไรเลย...ไม่รู้หรอกว่าผมรู้สึก...ยังไง คุณไม่มีทางรู้"

 

            ผมสะอื้นในคอ ร้องไห้เหมือนเด็กเล็กๆ ที่ไร้ที่พึ่ง เพราะส่วนลึกในใจผมรู้ว่าเขาพูดถูก คำพูดที่ว่าผมเกิดมาเป็นตัวเกะกะยังดังก้องในหัว แต่จะให้ผมทำยังไงล่ะ ผมอยากอยู่กับแม่ แต่ก็ไม่อยากมาขัดขวางความสุขของแม่ แต่แล้วคนที่ผมเกลียดขี้หน้าก็บอกด้วยน้ำเสียง...เข้าใจ

 

            "ทำไมฉันจะไม่เข้าใจ ในเมื่อฉันก็เสียทั้งพ่อทั้งแม่ตอนที่เล็กกว่าเธอตั้งเท่าไหร่"

 

            กึก

 

            ผมชะงัก เงยหน้าขึ้น มองฝ่าม่านน้ำตาไป และผมคิดว่าแม้อีกฝ่ายจะหน้าตาราบเรียบแต่ทำไมกันวะ ทำไมผมรู้สึกว่าคุณไค...เศร้า

 

            "ฉันเข้าใจ เฌอแตม เข้าใจกว่าที่เธอคิดว่าฉันเข้าใจ" เขาบอกผมด้วยน้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิม และแม้สีหน้าท่าทางจะไม่ต่างจากผู้ร้ายคนเดิม แต่ฝ่ามือที่จับข้อมือของผมกลับอุ่นจนไม่น่าเชื่อ ราวกับถ่ายทอดกำลังใจให้

 

            “ไปอยู่กับฉัน ตกลงมั้ย”

 

            ผมยังสั่นหน้า ผมมีเหตุผลมากมายที่จะปฏิเสธคำชวนนี้ ทั้งไม่รู้จักกัน ไม่สนิทกัน ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน ผมจะทำความลำบากให้คนคนนี้ไม่ได้ แต่ผมยังไม่ทันจะเรียบเรียงคำพูด คนที่โผล่มากลางดึกได้ยังไงก็ไม่รู้ ก็บอกด้วยน้ำเสียง...ต่อรอง

 

            “ฉันก็ไม่ได้ให้เธอไปอยู่ฟรีๆ เธอก็เห็นแล้วนี่ว่าฉันเป็นคนไม่มีระเบียบ เวลาทำงาน ฉันจะไม่สนใจอะไรรอบข้างเลยสักนิด ดังนั้น เธอเองก็ทำงานให้ฉันอยู่แล้ว ก็ถือว่าช่วยทำทั้งอาทิตย์ แลกกับค่าอยู่ค่ากินก็ได้ และต่อไปนี้ ฉันจะจ่ายเงินเดือนให้ แล้วถ้าเธอยังอยากใช้หนี้ เธอก็หักส่วนนั้นมา...ข้อเสนอนี้ตกลงมั้ย”

 

            ผมอยากจะแย้งนะ แต่เมื่อคิดดูแล้ว จะมาหาหอเอากลางคันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ไหนจะค่ามัดจำอีก ถ้าผมไปอยู่ก็คือว่าทำงานไปด้วย อาศัยด้วย มันก็ยังพออยู่ในระดับที่รับได้ จนผมก้มหน้าลงมองมือตัวเอง แบบที่คุณไคพูดด้วยประโยคที่ทำให้ผม...นิ่งงัน

 

          “ถ้าเธอไม่มีที่ของเธอ งั้นไปอยู่ที่ของฉัน”

 

          ทำไมภาพมันพร่าวะ ทำไมมือของคุณไคที่จับผมถึงสั่นไปหมด

 

            วินาทีนั้นเอง ผมถึงรู้ว่าผม...ร้องไห้

 

            แปะ

 

            ผมควรจะปัดมือออกสินะ แต่ผมทำได้แค่นิ่ง แค่สูดหายใจลึกๆ ตอนที่คุณไคยกมือวางลงบนหัวของผม คำพูดของเขาสะท้อนก้องในหัวใจ

 

            “งั้นเป็นอันตกลงนะ”

 

            ตอนนั้นผมตอบได้แค่...

 

            “อื้ม” จากนั้น ผมก็ยืนปาดน้ำตา ปล่อยให้คุณไคจูงมือผมเข้าบ้าน แล้วเป็นคนต่อรองให้ผมออกมาอยู่ข้างนอก และครั้งนี้ อาจจะเพราะแม่เห็นว่ามีคนช่วยดูแลก็ได้ แม้จะไม่เต็มใจ แต่แม่ก็ยอม

 

            ตอนนี้ผมได้แต่บอกตัวเองว่า...ต้องไม่เป็นไร ผมต้องไม่เป็นไร ไม่ว่าอยู่ที่ไหน ผมก็ต้องไม่เป็นไร

 

...........................................

 

            “เธอมีข้าวของแค่นี้หรือ”

 

            “ครับ มันไหม้ไปหมดแล้ว”

 

            ภายในรถมินิคูเปอร์คันสวยที่เคยเอามาให้ผม คนหลังพวงมาลัยกำลังชวนคุย ทั้งที่ผมไม่มีอารมณ์คุยด้วยเลยสักนิด คืนนี้ผมเจอมาเยอะ ทั้งไฟไหม้ ทั้งเรื่องแม่ แถมยังตัดสินใจไปอยู่กับคนข้างๆ ดังนั้น ผมจึงมองออกไปนอกหน้าต่าง พลางนึกว่าต่อจากนี้ผมจะทำยังไงดี

 

            ค่าเทอมกำลังใกล้เข้ามา แต่ผมต้องซื้อข้าวของใหม่ทั้งหมด ทั้งชุดนักศึกษา ทั้งอุปกรณ์การเรียน แล้วผมยังต้องจัดรายการ ตอนนี้ผมเหลือแค่โทรศัพท์มือถือเครื่องเดียว กับเสื้อผ้าอีกนิดหน่อยที่อยู่กับแม่ ดังนั้น ผมต้องคิดแล้วว่าพอเช้ามา ผมควรจะทำอะไรเป็นอย่างแรก

 

            พรืด พรืด

 

            ให้ตาย ทำไมผมมองภาพไม่ชัดอีกแล้วนะ

 

            “นอนเถอะ เดี๋ยวถึงแล้วฉันเรียก”

 

            ผมก็อยากนอนนะ แต่นอนไม่หลับ ไม่ใช่เพราะอยู่กับผู้ชายอันตรายคนนี้ด้วย แต่ผมรู้สึกว่าพยายามให้ตาย ผมก็นอนไม่หลับอยู่ดี จนเป็นฝ่ายพึมพำ

 

            “คุณรู้ได้ยังไงว่าหอผมไฟไหม้”

 

            “ฉันเห็นข่าว”

 

          นั่นสินะ ทำยังกับว่าเขาเฝ้ามองมึงงั้นแหละ

 

            ผมก้มลงมองมือตัวเอง ที่ซึ่งความอบอุ่นยังคงเหลือทิ้งไว้ตรงนั้น รู้สึกมองอีกฝ่ายในแง่ที่ดีขึ้นมานิด อย่างน้อยเขาก็ช่วยผม

 

            “คืนนี้เธอค้างกับแม่ก็ได้นะ”

 

            “ไม่ได้หรอก ถ้าผมค้าง...ผมก็จะกลับไปอ้อนแม่อีก” แม่เองก็อยากให้ผมค้างคืนที่บ้าน แต่ผมทำไม่ได้หรอก ถ้าทำอย่างนั้นจริงๆ ผมอาจจะดื้อดึงไม่ยอมออกมาอยู่ข้างนอกอีกแล้วก็ได้ ผมอาจจะอ้อนแม่ทั้งวันทั้งคืน อาจจะเห็นแก่ตัวให้แม่อยู่กับผมแค่คนเดียว ดังนั้น ผมทำแบบนั้นไม่ได้

 

            คำตอบที่อีกฝ่ายแค่เงียบ หันไปมองท้องถนนแล้วขับไปยังคอนโดนหรูแห่งนั้นอีกครั้ง

 

            คราวนี้เป็นครั้งแรกที่ผมเดินเข้าห้องของเขาโดยไม่ต้องบังคับ แล้วก็มายืนคว้างอยู่กลางห้อง ไม่รู้ว่าควรอยู่ตรงไหน หรือห้องไหน แล้วเหมือนเจ้าของห้องจะรู้ เพราะ...

 

            หมับ

 

            “มานี่”

 

            ผมยอมเดินตามแรงจูงของเขา เหนื่อยจนไม่มีแรงจะเถียงแล้ว คิดว่าเขาคงยกห้องนอนให้ผมซุกหัวนอนสักห้อง ไม่ใช่...

 

            “นี่ห้องคุณนี่”

 

            ผมแย้งเสียงหลง หันไปมองตาอย่างตื่นๆ ที่อีกฝ่ายโต้กลับมา

 

            “ฉันไม่ปล้ำเธอหรอก นอนซะ”

 

            “แต่...”

 

            “นอน” พอคุณไคย้ำด้วยหน้านิ่งๆ ผมจะทำอะไรได้ล่ะ มาอาศัยเขาอยู่แล้วนี่ ได้แต่หย่อนตัวลงนั่งบนเตียง

 

            ฮวบ

 

            “เฮ้ย ทำไมคุณขึ้นมาด้วย” ผมเกือบจะเด้งตัวลุกขึ้น เมื่อเจ้าของห้องก็นั่งลงบนเตียงเหมือนกัน แต่ไม่ทันจริงๆ...

 

            หมับ

 

            “เฮ้ย คุณไค!” เขารวบเอวผมแล้วดึงให้ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงจนได้แต่ร้องลั่น สองขาสองแขนกำลังจะยันตัวหนี แต่ติดที่เสียงทุ้มเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อน

 

            “นอนซะ ถ้าอยากอ้อนก็อ้อนฉัน คืนนี้เธอเจอมาหนักพอแล้ว”

 

            กึก

 

            ผมนิ่ง ผมพูดอะไรไม่ออก แม้แต่ตอนที่ถูกดึงลงไปนอนกลางเตียงอีกครั้ง ได้แต่มองตาเจ้าของอ้อมกอดที่ก้มลงมาสบตากับผมเหมือนกัน แล้วมือที่กอดเอวก็เลื่อนไปลูบหัว

 

            “ถ้าอยากร้องก็ร้องมา”

 

            ทำไมไม่รู้ทั้งที่คำพูดนี้ทั้งห้วน ทั้งสั้น ทั้งหาความอ่อนโยนไม่ได้ แต่ทำไม น้ำตาที่คิดว่าแห้งเหือดไปแล้วถึงไหลออกมาอีกครั้ง ทำได้แค่ยอมปล่อยตัวให้เขาดึงผมไปกอด หน้าของผมซบลงบนอกกว้าง สองมือเลื่อนไปจับชายเสื้ออีกฝ่ายเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงร้องไห้กำลังลอดออกมาจากริมฝีปาก

 

            “ผม...ไม่มีที่กลับแล้ว...ไม่มี ฮึก...น้องแตมไม่มีที่อยู่...อีกแล้ว...พ่อ...แม่ ไม่เหลือแล้ว...ไม่เหลืออะไรเลย...น้องแตม...ฮึก...ไม่...”

 

            ผมเกลียดตัวเองที่มากระจองอแงกับคนที่เกลียดขี้หน้า แต่ผมปฏิเสธความอบอุ่นของร่างกายที่โอบกอดร่างผมไม่ได้ มันเหมือนวินาทีที่แม่กอดผมในงานศพพ่อ

 

            ผมรู้สึก...ปลอดภัย

 

            หมับ

 

            คุณไคไม่พูดอะไรมากกว่านั้น เขาแค่กอดกระชับตัวของผมแน่นขึ้น ไม่ว่าอะไรที่น้ำตากำลังซึมลงบนเสื้อเชิ้ตของเขา น้ำมูกก็เลอะเป็นด่างดวง เขาแค่กอดผมเอาไว้ ปล่อยให้เด็กไร้ที่อยู่คนนี้แสดงความอ่อนแอออกมาเท่าที่ใจอยาก

 

            “น้องแตม...ฮึก...เหนื่อย...เหนื่อยมาก...”

 

            ผมพยายามทำตัวเข้มแข็งยังไง แต่จริงๆ ผมก็แค่คนอ่อนแอที่ต้องการที่พึ่ง จนได้แต่บอกตัวเองว่าที่ผมทำแบบนี้เพราะคุณไคเหมือนท่อนไม้สุดท้ายที่ลอยน้ำผ่านมา ถ้าผมไม่ยึดเอาไว้...ผมก็จะไม่เหลือที่พึ่งอีกเลย

 

            “เธอพยายามได้ดีแล้ว เฌอแตม...เธอทำดีแล้ว”

 

            “ฮึก”

 

            จริงๆ แล้ว ผมอาจจะอยากให้ใครสักคนชมว่าที่ผมพยายามมาทั้งหมดนี่ไม่เสียเปล่า ดังนั้น พอเขาพูดเหมือนนั่งอยู่กลางใจ ผมถึงสะอื้นตัวสั่น จับชายเสื้อเขาเอาไว้มั่น หลับตาลง ปล่อยให้น้ำหยดใสไหลลงอาบแก้ม แล้วผมเองนั่นแหละ...ผมเองที่ซุกตัวเข้าหาความอบอุ่น

 

            ผมรู้สึกว่าเขากำลังลูบหัวผมอยู่ แล้วเสียงกระซิบก็ดังข้างหู

 

          “ถ้าเธอไม่มีที่อยู่ ที่ตรงนี้...คือที่ของเธอ”

 

            ผมไม่รู้หรอกว่าที่อยู่ที่เขาพูดหมายถึงคอนโดแห่งนี้หรืออะไรกันแน่ แต่ผมก็ซุกหน้าเข้าหาอก รู้สึกถึงความปลอดภัยที่สุดในคืนนี้ แล้วคืนนั้นทั้งคืน ผมก็เอาแต่ร้องไห้ กอดคนที่ผมบอกตัวเองว่าเกลียดเอาไว้แน่นที่สุด ราวกับว่ายึดสถานที่นี้เอาไว้กับตัว

 

            ตอนนั้นผมไม่รู้เลยว่าที่แห่งนี้จะกลายมาเป็นสถานที่ของผมจริงๆ...แม้จะอีกนานก็ตาม

 

.................................

 

            ครบค่ะ ที่ตรงนี้ไม่ใช่หมายถึงห้องของพี่ไคนะเออ แต่ตรงนี้ ในหัวใจดวงนี้ต่างหาก แต่น้อมแตมยังไม่เข้าใจค่ะ ยังไม่รู้ความหมายที่ใครอีกคนกำลังพยายามบอก แม้ว่าจะด้วยหน้านิ่งๆ เสียงเรียบๆ เหมือนเซลล์บนหน้าตายหมดของพี่ไคก็ตาม แต่ผู้ชายคนนี้เข้าใจดีเลย การไม่มีบ้าน การไม่มีพ่อแม่ การไม่มีสถานที่ที่จะให้กลับไป พี่ไคเข้าใจนะคะ แต่มันก็ยากอะเนอะที่จะสื่อให้อีกฝ่ายรู้นะว่าเขาเองก็อยากทำอะไรให้น้องแตมมากแค่ไหน

            ทำไมเรื่องมันหม่นๆ หว่า เซ็ต Addict ต้องหื่นเข้าว่าสิ ไหงแค่แรกๆ สีมันหม่นๆ เทาๆ เอาล่ะ หลังจากนี้ล่อเด็กเข้าบ้านแล้ว อะไรก็ง่ายกว่าเดิมเย้ออออออ (หรา) XD

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมถูกเปย์ นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 629 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,384 ความคิดเห็น

  1. #10369 nuiguide (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 16:42
    น้ำตาแตกสองตอนติด
    #10,369
    0
  2. #10319 GOT-MarkBam (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 16:32
    ร้องไห้ตามน้องแตมเลย หนูลูกสงสาร
    #10,319
    0
  3. #10314 faiifaiiiiz (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 14:00
    ร้องอะ สงสารน้องแตม
    #10,314
    0
  4. #10254 Nam_MB (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 19:43

    นี้พึ่งมาอ่านร้องไห้จนตาบวมเลย
    #10,254
    0
  5. #10217 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 18:23
    น้องงงงงงงงงงงง
    #10,217
    0
  6. #10202 krumeawnaka (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 06:02
    น้ำตาไหลเลย
    #10,202
    0
  7. #10196 Golden23 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 19:07

    //ลูบหัว

    #10,196
    0
  8. #10189 Garciare (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 13:26
    ฮืออ สงสสรอ่า เเตมลูกเอ้ย
    #10,189
    0
  9. #10162 Orathaiks (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 18:47
    แงงงงงน้ำตานองตามน้องแตมไปติดๆ สงสารน้องจังไม่อยากให้น้องคิดมากเลยแง้ แม่เค้าก็รักหนูเหมือนเดิมนะลู๊ก ;_;
    #10,162
    0
  10. #10114 rattanalak44 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 01:37
    หวังว่าพี่ไคคงจะใจดีกับน้องนะ
    #10,114
    0
  11. #10098 MaiNatkamon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 21:52
    ร้องไห้เลยค่ะ สงสารน้องง ขอบคุณไคที่อยู่ข้างๆน้องคอบเข้าใจน้อง ฮือ
    #10,098
    0
  12. #10069 Pusu (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 07:13

    ให้คุณไคเขาดูแลไปเนอะ

    #10,069
    0
  13. #10057 yukai (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 21:35

    ขอบคุณ
    #10,057
    0
  14. #10016 sagi N. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 08:56

    ร้องไห้ติดกันมาสองตอนแล้ว อินหนักมากกกก เหมือนเห็นตัวเอง...
    #10,016
    0
  15. #9723 OkarunZera (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 11:33
    กลับมาอ่านรอบที่3รออัพ ก็ยังร้องไห้ตามน้องแตมทุกรอบ
    #9,723
    0
  16. #9679 lills (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 20:36
    น้ำตาไหลแล้ววววฮือ
    #9,679
    0
  17. #9582 OkarunZera (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 17:01
    ร้องไห้ตามน้องแตมเลย
    #9,582
    0
  18. #9562 realtae1 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 11:52
    อ่านตอนแตมกอดแม่ร้องไห้ก้น้ำตาคลอแล้ว เพลงวันแม่มาอีกจุดนี้น้ำตาแตกจ้า ㅠㅅㅠ
    #9,562
    0
  19. #9437 ieieoma (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 08:06
    สดุดตรงคำว่าหรือตลอดมันดูเข้ายังไงไม่รู้
    #9,437
    0
  20. #9298 ๐ฝนสีเลือด๐ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 02:31
    ขอได้มั๊ยผู้ชายคนนี้ ขอพี่ไคให้หนูเถอะ หลงจะตายแล้วจริงๆ
    #9,298
    0
  21. วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 22:24
    เข้าใจความรู้สึกแตมㅠㅡㅠ
    #9,275
    0
  22. #9180 Nanthara (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 13:14
    สงสารน้องแตมจริงๆๆอ่านไปน้ำตาคลอไปด้วยฮือๆๆๆๆๆๆๆ
    #9,180
    0
  23. #9100 LUKMOO909 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 23:55
    ฮักๆเลยค่ะ น้ำตามาเต็ม
    #9,100
    0
  24. #8890 kindlyjh (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 15:24
    น้องแตมลูก ฮือ คุณไคดูแลน้องด้วยนะ
    #8,890
    0
  25. #8864 a98842016 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 23:21
    😭😭😭😭😭😭😭😭
    #8,864
    0