[Yaoi] Money Addict ผมมีค่า ต้องกล้าจ่าย! [Boy's Love]

ตอนที่ 37 : ตอนที่ 35 สิ่งที่ล้ำค่ายิ่งกว่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,709
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,301 ครั้ง
    4 ต.ค. 61


ตอนที่ 35 สิ่งที่ล้ำค่ายิ่งกว่า

 

 

 

เฌอแตม

 

            “เฌอแตม เดี๋ยวจะมีแขกมานะ”

 

            “ใครครับ...อุ๊ป ฮ่าๆๆๆๆ”

 

            ไม่ใช่ว่าพี่ไคกำลังจี้เอวผมจนหัวเราะลั่นหรอกนะ แต่ไม่ชินจริงๆ กับผมทรงใหม่ของแฟนตัวเอง...สกินเฮด

 

            จากใจเลยว่าไม่เข๊าไม่เข้า

 

            พี่ไคเองก็คงรู้ตัวเพราะว่าเขายกมือลูบหัวเกรียนๆ ของตัวเองด้วยหน้านิ่งๆ แต่นั่น ผมเห็นว่าแก้มของเขาแดงขึ้นมาหน่อยด้วยล่ะ ยิ่งช่วงนี้กำลังมีงานอดิเรกชอบสังเกตพี่ไค พอเห็นปฏิกิริยานิดหน่อย ผมก็จำขึ้นใจเลยว่าหมายถึงอะไร...ใครว่าคนหน้านิ่งเขินไม่เป็นกัน

 

            “ไม่ต้องลูบแล้วครับ เดี๋ยวมันก็ยาว” ผมพยายามปลอบใจทั้งที่กลั้นขำแทบแย่ วันที่พี่ไคไปตัดผม ผมก็ไปเป็นเพื่อนเขานะ ได้ยินช่างบอกว่าบางส่วนมันไหม้เกือบถึงหนังหัว ตัดทิ้งแล้วให้ขึ้นใหม่คงดีกว่า พี่ไคก็บอกงั้นตัดเลย พอตามใจช่าง...ออกมาเกรียน

 

          อื้อ หล่อน้อยลงนิดนึงแหละ

 

            “ฮิฮิ”

 

            จากเดิมผมว่าพี่ไคหน้าตาเหมือนมาเฟียฮ่องกงใช่มั้ย ทั้งคิ้วเข้ม ตาเฉียง ไหนจะทรงผม การแต่งตัวที่นึกว่าเป็นมาเฟียมาเอง แต่พอมาเฟียตัดสกินเฮด ผมว่านี่เลย เหมือนนักเลงม.ปลายในซีรีส์ญี่ปุ่น คือหน้าเด็กลงหลายเบอร์ ความน่ากลัวถดถอยไปหลายระดับ

 

            “ไม่หัวเราะแล้วครับ ไม่หัวเราะแล้วเนอะ” พอเห็นพี่ไคทำท่าจะเดินหนีเข้าห้อง ผมก็รีบไปดึงแขนเขาไว้ก่อน บอกอย่างงอนง้อ ส่งยิ้มอ้อนๆ ให้จนเห็นพี่ไคอ่อนลง แต่การยกมือลูบหนังหัวอีกหลายทีก็ทำให้ผมกลั้นยิ้มแทบตาย จนต้องรีบเปลี่ยนเรื่อง

 

            “ว่าแต่พี่ไคบอกว่าใครจะมานะครับ”

 

            ผมดึงเขาไปนั่งบนโซฟา แล้วก็ทิ้งตัวลงที่นั่งประจำกายหลังจากที่บอกรักกันแล้ว...ตักพี่ไคไง

 

            ช่วงแรกก็เขินๆ แต่พอทำไปหลายวันเข้าก็ชักชิน เดี๋ยวนี้พัฒนาขึ้นเป็นนั่งตักดูทีวีกันแล้วด้วยนะ แม้ผมจะรู้สึกว่าพี่ไคมองผมมากกว่าหน้าจอก็เถอะ เอาน่า ถึงหน้าผมจะร้อนผ่าวๆ แต่ผมจะพยายามทำใจกล้าหน้าด้านต่อไป อาจารย์กั๊กบอกมาว่าอายไม่กลัว กลัวไม่ได้ผัวดีกว่า

 

            สโลแกนน่ากลัวจนฟังครั้งแรกแล้วตกใจเลยล่ะ

 

            “ทนายความ”

 

            “จะทำเรื่องไล่แตมออกจากบ้านหรือครับ” พี่ไคงี้ทำหน้าดุจนแอบกลัว แต่พอมองหัวแล้วก็หลุดยิ้มออกมาจนได้ ขณะที่เขาก็โอบสองมือรอบเอวผม ส่ายหน้าช้าๆ

 

            “ถ้าทำเรื่องจดทะเบียนก็อีกเรื่องนึง”

 

            “ทนายนะครับ ไม่ใช่พนักงานเขต” ผมก็งึมงำโต้ตอบ “ตกลงพี่ไคให้ทนายมาทำไมอะ”

 

            “ทำเรื่องยกทรัพย์สินครึ่งหนึ่งให้อยู่ในชื่อเธอ”

 

            “ห๊ะ!!!” งานนี้ต่อให้ใจเย็นแค่ไหนก็ร้องลั่นด้วยความตกใจ หันกลับไปมองหน้าเขาที่พยักหน้ายืนยัน แถมยังทำท่าว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติ แต่มันไม่ปกติสำหรับผมแน่ มีใครบ้างเรียกทนายความมาบ้านเพื่อจัดการยกทรัพย์สินให้ครึ่งหนึ่ง แฟนกันก็เถอะ ไม่มีใครทำหรอกนะ

 

            “เรื่องเงินสดคงแบ่งได้ไม่ยากหรอก แต่เรื่องอสังหาฯ ต้องปรึกษาทนายอีกที ฉันมีคอนโดที่นี่ แล้วยังมีอพาร์ตเมนท์ที่นิวยอร์ก ที่ดินที่ซานฟรานฯ แล้วก็หุ้นจำนวนหนึ่งที่ถือไว้ เงินปันผลก็ค่อนข้างดี อ้อ แล้วก็ยังมีค่าตอบแทนลิขสิทธิ์หนังสือที่เขียน...”

 

            “พี่ไค! หยุดก่อน หยุดก่อนนะ” ผมรีบจับมือเขาไว้ เขย่าเรียก ก่อนที่เขาจะร่ายจำนวนทรัพย์สินของเขาออกมาจนหมด เพราะผมยังตั้งตัวไม่ทัน จะแบ่งอะไรกันล่ะ ไม่ใช่คู่สามีภรรยาที่แต่งงานแล้วแบ่งสินสมรสตอนหย่าสักหน่อย

 

            “แตมไม่ได้อยากได้เงินพี่นะ”

 

            “แต่ฉันไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย”

 

            “ซ้ำรอย?”

 

            “ถ้าฉันตายไปกะทันหัน ทรัพย์สินนี้จะได้เป็นของเธอ จะได้ไม่เหมือนคราวของพ่อ...”

 

            เพียะ

 

            “ตบปากตัวเองเลยนะพี่ไค!” ทันใดนั้น ผมก็โกรธ และมากพอที่จะตะปบปิดปากของพี่ไคเสียงดัง หันไปจ้องหน้าเขาตาเขม็ง แล้วว่าด้วยเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ

 

            “พี่ไคอย่าพูดเหมือนจะตายจากแตมไปวันนี้พรุ่งนี้นะ แตมไม่ยอมหรอก ตบปากตัวเองเลยนะ!

 

            “เฌอแตม ไม่มีใครห้ามความตายได้หรอกนะ”

 

            “แต่แตมไม่ยอมให้พี่ไคทิ้งแตมไปนี่” ถ้าเขายังยืนยันจะพูดเรื่องนี้ ผมก็ยืนยันว่าจะร้องไห้ใส่หน้าจริงๆ ด้วย เราเพิ่งตกลงกันได้ บอกรักกันได้ไม่นาน พอเขาพูดเรื่องตาย ผมก็กลัวจนตัวสั่นแล้ว ซึ่งพี่ไคก็คงรู้ตัวแล้ว เขากอดผมเอาไว้ โยกตัวไปมา

 

            “ฉันแค่พูดเผื่อเอาไว้”

 

            “เผื่อก็ไม่เอา”

 

            “เฌอแตม”

 

            “...”

 

            “เข้าใจฉันเถอะนะว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นฉันไม่อยากให้เธอต้องลำบาก” พี่ไคดันไหล่ผมให้หันไปสบตาเขา แล้วก็ขยับเข้ามากดจูบที่แก้มอย่างงอนง้อ

 

            “ถ้าเราแต่งงานกันแล้ว ฉันก็คงสบายใจว่าเธอต้องได้แน่นอน แต่เธอก็คงยังไม่ยอมบินไปแต่งกับฉันตอนนี้แน่ ฉันเลยคิดว่าการที่เธอถือทรัพย์สินส่วนหนึ่งไว้คงดีกว่า และเพื่อความสบายใจของฉันด้วย ฉันไม่อยากให้เกิดเรื่องเหมือนตอนพ่อเธอตาย” ผมรู้ว่าเขาห่วงผม แต่...

 

            “แตมไม่ต้องการเงินของพี่” ผมยังดื้อรั้นต่อไป ยิ่งให้มาเพราะกลัวว่าตัวเองจะตายก่อน ผมยิ่งไม่อยากรับ ผมกลัวด้วยซ้ำว่าถ้ารับมาแล้วจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า ดังนั้น ผมจึงซบหน้าลงที่บ่าของเขา ส่ายหน้าไปมาหลายที

 

            “แต่...”

 

            “แตมอาจจะงกนะ แต่แตมขอพี่ไคอยู่กับแตมนานๆ มากกว่าเงินพวกนั้น” ผมช้อนตาขึ้นมอง

 

            ผมรู้นะว่าผมกำลังพลาดเงินจำนวนมหาศาล แต่ผมไม่แคร์หรอก ถ้าเลือกระหว่างเงินกับผู้ชายที่กอดผมอยู่ ผมเลือกโดยไม่คิดซ้ำสองเลยว่าขอพี่ไคดีกว่า มีเงินเยอะแค่ไหน ถ้าไม่มีคนคนนี้ หัวใจมันก็ไม่อบอุ่นหรอก

 

            “นะครับ”

 

            “เฮ้อ ทำแบบนี้ฉันจะพูดอะไรได้” ผมยิ้มให้พี่ไคทันที เพราะแปลว่าเขายอมยกเลิกเรื่องโอนทรัพย์สินครึ่งหนึ่งอะไรนั่นมาให้ผมแล้ว ในจังหวะเดียวกับที่เสียงออดหน้าห้องดังขึ้น จนผมรีบลุกขึ้นยืน หันมามองเจ้าของบ้านอย่างไม่แน่ใจ

 

            “แล้วแบบนี้ต้องเชิญคุณทนายกลับเลยมั้ยครับ”

 

            “ไม่ ยังมีเรื่องอื่นอีก” พี่ไคเป็นฝ่ายลุกขึ้นไปเปิดประตูหน้ารับ ส่วนผมก็เดินเข้าไปในครัว เตรียมมองว่าแขกมากันกี่คน ผมจะได้เตรียมแก้วน้ำถูก แต่พอชะโงกหน้าออกมาดูเท่านั้นแหละ

 

            “อาเพิร์ท!” ผมก็อ้าปากค้าง ขณะที่ฝ่ายนั้นก็หันมาสบตาผมพอดี

 

            “แตม?”

 

            ผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาที่แต่งกายเนี้ยบด้วยชุดสูทสีควันบุหรี่ ที่ยิ่งเสริมบุคลิกให้น่ามองไปอีกหลายเท่าตัวคนนี้เป็น...อาแท้ๆ ของไอ้เคอร์!

 

            “รู้จักกันหรือ”

 

            ผมรีบก้าวมายืนข้างคนที่ถามเสียงเรียบ แต่ผมว่าดวงตาพี่ไคดูน่ากลัวกว่าเดิมนะ เลยรีบตอบคำถาม

 

            “อาของไอ้เคอร์ครับพี่ไค...สวัสดีครับ อาเพิร์ท ทนายที่พี่ไคว่าคืออาเองหรือครับ” ผมรีบยกมือไหว้อาของเพื่อนสนิทที่เจอหน้ากันแล้วหลายครั้ง รู้อยู่ว่าบ้านของไอ้เคอร์เป็นสำนักงานกฎหมายชื่อดัง โดยมีอาเป็นคนบริหาร รวมทั้งเป็นทนายมือหนึ่งที่บริษัทใหญ่ๆ ต่างต้องการตัว พี่ชายไอ้เคอร์เองก็เพิ่งเรียนจบโทจากอังกฤษกลับมาฝึกงานกับที่บ้าน

 

            ส่วนตัวมัน...หนีกฎหมายแบบหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่เรียน

 

            “อาก็แปลกใจเหมือนกันที่เห็นแตมที่นี่...ก็ว่าเรื่องคุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินที่ไหน” อาของไอ้เคอร์ยกยิ้มนิด ไม่บอกอะไรมากกว่านั้น จนผมต้องเงยหน้าขึ้นมองพี่ไค ซึ่งเขาอธิบายให้ฟังชัดเจนกว่า

 

            “ฉันรู้จักคุณพิชเยศตอนย้ายมาอยู่เมืองไทยน่ะ ขอให้เขาช่วยจัดการเรื่องการถือครองกรรมสิทธิ์ที่นี่ ดีที่ฉันถือสองสัญชาติ เรื่องมันเลยง่ายขึ้น แต่ก็มีปัญหาตามมาหลายอย่าง เลยติดต่อกันมาเรื่อยๆ ได้เขาช่วยไว้หลายครั้ง” ผมพยักหน้าช้าๆ พอเข้าใจเรื่องราวบ้างแล้ว

 

            “แล้วตกลงเรื่องโอนทรัพย์สิน แตมจะเป็นผู้รับโอนใช่มั้ยครับ”

 

            ผมส่ายหน้าหวือ กระตุกแขนพี่ไคหลายทีว่าผมไม่เอานะ และนั่นก็ทำให้เขาถอนหายใจ

 

            “คงต้องเปลี่ยนแผนเป็นทำพินัยกรรมแทน”

 

            “พี่ไค!” ผมเรียกเขาเสียงดังลั่น กระตุกมือเขาแรงๆ และนั่นก็ทำให้เขาหันมาสบตาผม

 

            “ฉันไม่ทิ้งเธอไปไหนหรอก ที่ทำก็เพื่อความสบายใจของฉันเอง กว่าจะได้ใช้มันก็อาจจะห้าสิบปีข้างหน้าก็ได้” ผมอยากจะโต้เถียงมากกว่านี้ แต่เพราะอาไอ้เคอร์อยู่ด้วย และผมก็ไม่สนิทใจกับเขามากพอจะโวยวายพี่ไคให้เขาเห็น ผมเลยก้มหน้าลงเป็นเชิงยอมรับ แต่เดี๋ยวคืนนี้ค่อยคุยกันอีกรอบ

 

            “งั้นอีกเรื่องนึง...เราจะไปกันเลยมั้ยครับ”

 

            คุณอาวัยสามสิบหกแต่ยังคงหล่อเหลาถามขึ้นมาด้วยท่าทางเป็นการเป็นงาน จนผมกะพริบตาปริบ แต่พี่ไคก็จับมือผมกระชับแน่น แล้วพยักหน้ากับอีกฝ่าย

 

            “ไปกันเลย”

 

            “เราจะไปไหนกัน”

 

            คำถามที่ผู้ชายอีกสองคนไม่ยอมตอบ

 

.......................................

 

 

ต่อค่ะ


 


            “หลังจากที่ได้รับทรัพย์สินทั้งหมดจากการตายของสามีเก่าแล้ว เธอก็ได้เอาเงินส่วนหนึ่งไปลงทุนทำธุรกิจกับเพื่อน แต่เพราะขาดทุน เพื่อนเลยเอาเงินทั้งหมดหนีไป และหลังจากนั้นไม่นาน เธอก็ได้แต่งงานกับพ่อหม่ายลูกติด แต่เพราะอีกฝ่ายติดการพนันอย่างหนัก ทรัพย์สินส่วนใหญ่จึงถูกผลาญไปทั้งหมด เท่าที่ผมทราบคือไม่ว่าจะลงทุนทำอะไรก็มักจะขาดทุนจนต้องปิดลงหลายครั้ง กระทั่งเหลือร้านก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ที่ทำมาแล้วประมาณสามปี แต่เท่าที่ตามเรื่องจะขาดค่าเช่าให้เจ้าของที่มาสองเดือนได้แล้ว”


 


            ผมกำลังฟังคำของอาเพิร์ทที่วิ่งเข้าหูซ้ายทะลุออกหูขวา เพราะดวงตากำลังจับจ้องผ่านกระจกรถยนต์ติดฟิล์มสีเข้มไปยังผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่กำลังยืนด่าผัวอยู่หน้าร้านก๋วยเตี๋ยวเรือที่ไร้ลูกค้า ส่วนคนที่ถูกไล่ก็หันมาชี้หน้าด่ากลับ กลายเป็นสงครามตีกันของผัวเมียที่ไม่ว่าใครต่างก็เบือนหน้าหนี


 


            ผู้หญิงคนนั้น...เมียเก่าของพ่อ


 


            “นอกจากนั้น ผมยังได้ยินว่าไปเซ็นค้ำประกันให้ลูกติดของสามีคนนี้จนหนี้สินท่วมหัว” อาเพิร์ทที่อยู่ตำแหน่งคนขับหันมาสบตากับผม


 


            “คุณคงไคติดต่อมาหาอาเพราะอยากฟ้องเพื่อทวงสิทธิ์ของเด็กคนหนึ่งที่เขาดูแลอยู่ ให้ควรจะได้รับสิ่งที่เป็นของเขา อาเลยให้คนช่วยตามเรื่อง ตอนแรกอาไม่รู้ว่าเป็นแตม ถึงจะเคยฟังเรื่องจากเคอร์มาบ้างแล้ว อาเลยจะถามแตมว่าอยากให้อาดำเนินเรื่องให้มั้ย” ผมไม่รู้จะตอบคำถามของอาเพิร์ทยังไง เลยหันไปสบตาพี่ไค


 


            “ฉันขอร้องให้ช่วยตามเรื่องให้ตั้งแต่วันที่เธอร้องไห้”


 


            ผมเม้มปากเข้าหากัน แล้วหันไปมองผู้หญิงที่ชี้หน้าด่าผมกลางตลาดว่าเป็นไอ้ตัวซวย


 


            นี่หรือคือผู้หญิงสวยที่เคยเดินเข้าไปเหยียบย่ำผมกับแม่นุกกลางงานศพของพ่อ คนที่จ้างนักกฎหมายมาจัดการมรดกทุกอย่าง จนผมกับแม่ลำบากกันแทบตาย แต่ผู้หญิงคนนั้นกำลังยืนน้ำตาไหลอยู่หน้าร้านก๋วยเตี๋ยวเก่าๆ ตะโกนสาปส่งสามีใหม่ โยนของตามหลัง ก่อนที่จะทิ้งตัวลงไปนั่งปิดหน้า และเขาก็ดูน่าเวทนากว่าผมเมื่อสิบปีก่อนด้วยซ้ำ


 


            เขาคือคนคนเดียวกันหรือ


 


            “เขา...ไม่มีอะไรจะคืนแตมแล้วล่ะครับพี่ไค”


 


            “แต่แตมมีสิทธิ์ในฐานะทายาทที่ได้รับทรัพย์มรดก” อาเพิร์ทบอกกับผม แต่ผมส่ายหน้าช้าๆ


 


            “ขนาดแม่นุกยังไม่คิดถึงเงินจำนวนนั้นเลย แตมจะไปคิดถึงมันทำไมล่ะครับ แล้วเขา...ก็รับผลที่ทำลงไปแล้ว” ผมยังมองผู้หญิงคนนั้น แล้วหันกลับมาหาพี่ไคที่นั่งอยู่เบาะหน้าคู่กับเจ้าของรถ จากนั้นก็ยื่นมือไป ซึ่งพี่ไคก็จับมือผมทันที บีบเพื่อให้กำลังใจ จนผมสูดหายใจลึก       


 


            “แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ติดค้างเรื่องความรู้สึกของแตม”


 


            ผมไม่ฟ้องร้องเขาหรอก จะไม่ซ้ำเติมในวันที่เขาลำบาก เหมือนวันที่เขาซ้ำแผลของเราสองแม่ลูกที่เสียพ่อไป แต่ผมยังรับฝากบางอย่างจากเขาเอาไว้ และผมคิดว่ามันถึงเวลาที่จะคืนให้เขาทั้งหมด จนปล่อยมือพี่ไค แล้วผมก็ก้าวลงจากรถ เดินตรงไปยังผู้หญิงที่นั่งทิ้งตัวร้องไห้


 


            “มันเวรกรรมอะไรของกู เวรกรรมอะไรที่กูต้องเจอแบบนี้!


 


            ผมได้ยินเขาคร่ำครวญกับตัวเอง จนกำมือแน่นขึ้น


 


            เงาของผมทาบทับไปยังตัวเขา และเขาก็กำลังเงยหน้าขึ้นมามองผม ซึ่งทันทีที่เห็น เขาก็ค้าง ก่อนที่จะรีบผุดลุกขึ้นยืน ทำท่าเหมือนผมเป็นศัตรูจากชาติปางก่อน


 


            “นี่แกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!” เขาดูอับอายกับสภาพที่เป็นอยู่ แต่ผมไม่ได้สนใจเรื่องพวกนั้นหรอก ผมแค่เอ่ยช้าๆ ชัดๆ เพื่อบอกให้เขารู้ว่าผมไม่ได้เป็นอย่างที่เขาเคยพูดใส่หน้า ถึงเวลาที่ผมควรจะรักษาแผลนี้ได้แล้ว


 


            “ผมแค่จะมาบอกคุณครับว่าผมไม่ใช่ตัวซวย ไม่ใช่ตัวเกะกะในชีวิตใคร”


 


            เขามองผมอย่างหวาดระแวง ขณะที่ผมส่งยิ้มให้เขา


 


            “ผมอาจจะไม่มีค่าในสายตาคุณ แต่ผมมีค่าสำหรับอีกหลายคนที่อยู่เคียงข้างผม และผมไม่ใช่ตัวเกะกะ อย่างน้อยที่สุด ผมก็มีค่าพอให้คนคนหนึ่งเลือกที่จะรักและอยู่เคียงข้างผม วันนี้ผมเอาคำพูดที่คุณว่าไว้มาคืนครับ และอยากให้จำไว้...ผมเป็นเด็กที่เกิดมาพร้อมกับความรักครับ”


 


            ผมมองตาของเขานิ่ง เห็นคำผรุสวาทมากมายที่พร้อมจะออกจากปากของคนตรงหน้า เขาแค่ยังอึ้ง ยังคิดอะไรมาตอบโต้ไม่ถูก และผมก็บอกกับเขาเป็นประโยคสุดท้าย


 


            “ขอให้คุณโชคดีนะครับ”


 


            ผมจะไม่เจ็บแค้นเขา เพราะถ้าเขาไม่ฮุบมรดกทั้งหมดไป พี่ไคก็จะไม่มีโอกาสยื่นมือเข้ามาช่วยแม่ แม่จะไม่ติดต่อกับเขา เขาจะไม่รู้เรื่องของผม และเราจะไม่มีโอกาสได้เจอกัน ถ้าเงินตรงนั้นแลกกับการที่ผมได้เจอกับผู้ชายที่ชื่อคงไค ผมก็ไม่คิดจะทวงคืน


 


            สิ่งที่เสียไปเทียบไม่ได้เลยกับความรักที่ผมได้มาในตอนนี้


 


            “ไอ้เด็กเวร! มึงมาสมเพชกูใช่มั้ย ไอ้เด็กเหี้ย!!!


 


            เขาคงหาเสียงเขาเจอแล้ว แต่ผมไม่สนใจ ผมแค่เดินขึ้นบนรถของอาเพิร์ท มองหน้าอาเพื่อน แล้วหยุดอยู่ที่พี่ไค


 


            “แบบนี้ดีแล้วหรือ” ผมยิ้ม


 


            “อื้ม แบบนี้ดีที่สุดแล้วครับ”


 


            หากมีผู้ชายคนนี้ยื่นมือมาให้ผมจับเอาไว้ จะกี่ร้อยกี่พันล้านมาวางตรงหน้า ผมก็ไม่ยอมแลกหรอก


 


........................................


 


            “แบบนี้ดีแล้วหรือ”


 


            “อื้อ ดีที่สุดแล้วครับ”


 


            อาเพิร์ทกลับไปแล้ว ส่วนผมก็ถูกพี่ไครั้งเอาไว้ตั้งแต่ทางเข้าบ้าน ถามคำเดิมซ้ำๆ จนต้องหันไปส่งยิ้มให้เขา ม่านหมอกในหัวใจสลายหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงความสดใส แม้ว่าผมจะเพิ่งไปเผชิญหน้ากับผู้หญิงที่เคยด่าว่าจนเก็บมาเป็นปมในใจก็ตาม


 


            และผมก็ยิ่งรู้สึกดีเมื่อพี่ไคมองผมด้วยแววตาเป็นห่วง


 


            ผมเลือกแบบนี้ล่ะถูกแล้ว


 


            ผมจับมือพี่ไค แล้วเดินเข้าบ้าน โดยที่เขาก็ก้าวตาม จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องครัว ถามเสียงสดใส


 


            “อยากทานอะไรมั้ยครับ เดี๋ยวแตมทำให้ หรือออกไปทานข้างนอกกัน”


 


            “สั่งมามั้ย เธอคงเหนื่อยแล้ว” ผมไม่รู้ว่าเขาจะห่วงทำไม เมื่อก่อนผมทำงานพิเศษตั้งหลายอย่าง เอาแค่ร้านเสื้อผ้า วันนึงก็แทบไม่ได้นั่ง นี่แค่นั่งรถไปแล้วก็กลับไม่ถึงสองชั่วโมง จะเหนื่อยอะไรกันล่ะ หากแต่ความห่วงใยของเขาก็ทำให้ผมยกยิ้มจางๆ


 


            “แตมไม่เหนื่อยหรอก รู้มั้ยว่าทำไม”


 


            เขาส่ายหัว จนผมจิ้มนิ้วที่อก


 


            “เพราะแตมมีพี่ไคไงครับ” ผมหัวเราะอีกนิดเมื่อเขาทำหน้าไม่เข้าใจ เลยยอมพักเรื่องทำกับข้าวไว้ก่อน เดินเข้าไปชิดตัวเขา จับมือเขาไว้ แล้วแกว่งไกวเหมือนเด็กๆ แต่ดวงตาก็ไม่ยอมละไปทางไหนนอกจากดวงตาคมที่เคยมองว่าดุและโหดเหี้ยม แต่มาบัดนี้ผมรู้แล้วว่าอบอุ่นยิ่งกว่าใครทั้งนั้น


 


            “พี่ไคถามว่าแตมแน่ใจแล้วใช่มั้ย...ใช่มั้ยครับ” พี่ไคพยักหน้า


 


            “คำตอบของแตมคือแตมแน่ใจ ไม่ว่าเขาจะเคยทำให้แตมร้องไห้ โทษตัวเอง คิดว่าแตมเป็นตัวเกะกะหรือน่าสมเพชแค่ไหน แต่พี่ไคไม่ใช่หรือครับที่บอกให้แตมรู้ว่ามันไม่ใช่แบบนั้น ตัวของแตมมีค่า แม่คลอดแตมมาด้วยความรัก พ่อปกป้องแตมเอาไว้ แม่นุกก็ห่วงใยแตมเสมอ แล้วแตมยังมีน้องสาวอย่างที่รัก ที่สำคัญ...พี่ไคเป็นคนที่ทำให้แตมเข้าใจว่าตัวเองมีค่ามากมายกับใครบางคนแค่ไหน”


 


            ผมเขย่งเท้าไปกดจูบที่ปากพี่ไคเบาๆ


 


            “พี่ไคทำให้แตมรู้ว่าการเป็นที่รักของใครสักคนเป็นยังไงไงล่ะครับ แตมไม่สนใจแล้วว่าผู้หญิงคนนั้นจะพูดว่าอะไร ตราบใดที่พี่ไคเห็นค่าของแตม...แตมก็มีความสุขที่สุดแล้ว”


 


            “มานี่มา”


 


            พี่ไคดึงผมเข้าไปกอดจนหายใจแทบไม่ออกเลยแหละ ผมเองก็กอดเขากลับ รับรู้ถึงจูบอุ่นๆ ที่แตะข้างขมับ กับเสียงทุ้มที่กระซิบข้างหู


 


            “เธอจะเป็นที่รักของฉันตลอดไป”


 


            “อืม แตมรู้แล้ว เพราะพี่ไคบอกรักแตมทุกวันทุกเวลาเลยนี่เนอะ” ผมดึงหน้าพี่ไคเข้ามาให้ปลายจมูกเราถูไถกัน ตอนนี้ชักเคยชินกับความใกล้ชิดระดับนี้ ไม่ใช่ว่าหัวใจไม่พองฟูแล้ว มันยังฟูฟ่องทุกครั้ง แต่ผมแค่คุ้นเคยกับความอบอุ่นของผู้ชายคนนี้


 


            “ชื่อแตมใช่มั้ย”


 


            ผมอมยิ้ม มองอีกฝ่ายที่ชะงัก


 


            “พี่ไคไม่เคยเรียกแตมว่าแตมเฉยๆ เลยใช่มั้ย”


 


            มันไม่ใช่ประโยคคำถาม แต่เป็นประโยคบอกเล่าที่บอกให้เขารู้ว่าผมรู้แล้ว


 


            “ครั้งแรกที่เราเจอกัน พี่ไคเรียกแตมว่าอะไรนะ”


 


            ครั้งแรกที่เราเจอกันในงานเลี้ยงแต่งงานเล็กๆ ของแม่ เขาทักทายผมว่า...


 


            Je t'aime


 


            พี่ไคเอ่ยเรียกผมอีกครั้งด้วยสำเนียงฝรั่งเศส ซึ่งผมเพิ่งมานึกออกไม่นานนี้ว่ามันไม่ใช่การเรียกชื่อ แต่พี่ไคบอกรักผมตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกัน และบอกรักทุกครั้งที่เรียกชื่อผม


 


            “ตอนนั้นเรียกชื่อหรือบอกรักครับ”


 


            พี่ไคก็ทำให้ผมหัวใจพองฟูอีกครั้ง มีความสุขจนไม่สนแล้วว่าใครจะมองผมว่ายังไง ตราบใดที่ผู้ชายคนนี้อยู่เคียงข้าง เพราะเขาตอบผมว่า...


 


            “ฉันบอกรักเธอ”


 


            เห็นมั้ย พี่ไคล้ำค่ากว่าอะไรทั้งหมดที่ผมเคยได้รับมาในชีวิตนี้เลย


 

......................................

 


            ครบค่ะ เหลือแค่บทส่งท้ายตอนสุดท้ายแล้ว แม้ว่าแตมจะไม่เอาเรื่อง แต่กรรมก็ตามสนองไปแล้วล่ะเนอะ ใครเบียดเบียนใครไว้ก็ใช้กรรมไป ถึงจะผ่านมานานมากแล้ว แต่เขาก็รับกรรมของเขาไปแล้วล่ะจ้า ส่วนแตม แค่มีพี่ไคอยู่ข้างๆ ก็พอแล้ว เงินพันล้านร้อยล้านมันเทียบกับคนที่เข้าใจเราไม่ได้หรอก ยิ่งคนที่ไม่เคยมีใครเป็นของตัวเองจริงๆ อย่างน้องแตมด้วย พี่ไคมีค่ากว่าอะไรทั้งหมดแหละคร้าบ

            สำหรับเฟซเมย์ 

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมถูกเปย์ นะคะ

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมถูกเปย์ นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.301K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,384 ความคิดเห็น

  1. #10368 Xakas (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 02:01
    หื้ออออ พี่ไคคคคคคค
    #10,368
    0
  2. #10347 shin ai2 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 22:26
    โอ๊ยยยยยย มะไหววว ใจจจจจ พี่ไครักมั่นคงมาก
    #10,347
    0
  3. #10249 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 11:46
    ละมุน...พี่ไคอะ บอกรักน้องมานานแล้วววว
    #10,249
    0
  4. #10248 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 11:45
    ละมุน...พี่ไคอะ บอกรักน้องมานานแล้วววว
    #10,248
    0
  5. #10155 baekbow (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 17:01
    งื้อออออออ ตอนนี้แตมก็ปลดทุกพันธนาการออกจากใจได้แล้วสินะ หลังจากนี้ก็มีความสุขมากๆนะแตม
    #10,155
    0
  6. #10149 itzmebb (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 22:12

    ผ่านเรื่องทุกข์เรื่องเสียใจมาเยอะแล้วมาเจอกับพี่ไคก็เหมือนการเยียวยาและของขวัญของแตม พี่ไคเต๊าะน้องตั้งแต่แรกเจอเลยเหรอ

    #10,149
    0
  7. #10140 rattanalak44 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 15:54
    น่ารักอ่ะ
    #10,140
    0
  8. #10135 กวีกวี้ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 08:12

    โอ้ยยยยย โหมดนี้ตูละลายยยยย

    #10,135
    0
  9. #10102 yimyam1234567890 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 07:32
    ฮรือไรท์จะจบแล้วววไม่อยากจบเลยย
    #10,102
    0
  10. #10093 Noparat (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 05:33

    น่ารัก น้องแตมโชคดีที่เจอพี่ไคและพี่ไคก็โชคดีที่เจอน้องแตม

    #10,093
    0
  11. #10083 NNHYENA (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 22:47
    ขอพี่ไค ได้มั้ย 55
    #10,083
    0
  12. #10021 SungEun~ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 10:02
    พี่ไคนี่สุดยอดแห่งผัวละ อยากได้พี่ไคของตัวเองต้องหาจากไหนค้าาา
    #10,021
    0
  13. #9941 bonitakuk (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 00:12
    แฮปปี้💓💞
    #9,941
    0
  14. #9940 Pueanho (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 00:41
    เอาละอาเพิร์ทนี่ฉันมโนเป็นเพิร์ธ ธนพนธ์ไปแล้วอ่ะนุ้งเอ้จะมาเป็นอาเพิร์ทไม่ได้สิ แง // นี่คิดว่าที่แตมทำคือถูกแล้วอ่ะอาจจะแบบความรู้สึกน้อง ณ ตอนนั้นมันไม่ได้เจ็บปวดอะไรแล้ว ทุกอย่างปลดล็อคหมดแล้วและถ้าน้องอยากได้มรดกคืนเจ้เค้าก็คงจะไม่มีให้ การพูดที่น้องแตมพูดต่อหน้าเจ้เค้าแอบอยากให้น้องจิกกัดนิดนึง แต่ก็แตมอ่ะเนอะใจดีที่สุดเลยเฌอแตมเอ้ย♥️
    #9,940
    0
  15. #9938 Tono_Miya (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 22:30
    น้องเป็นคนดีจังค่ะ เป็นนี่อาจจะตามบี้อ่ะ เงินที่เขาเอาไปเป็นสิ่งที่พ่อไว้จะให้เราไหม แต่คิดไปคิดมา มีความสุขแล้วก็อย่าไปทำร้ายคนอื่นเลยดีกว่า มีพี่ไคนี่ก็ไม่เอาไรแล้วชีวิต แง้
    #9,938
    0
  16. #9924 1251212512 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 15:18
    ทำไมเราเขิน555 จะจบแล้วหรออ ขอตอนพิเศษดั้ยมั้ยยยย
    #9,924
    0
  17. #9922 Som O Usanee (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 01:09
    อุ่นกว่าไมโครเวฟก็คุณคงไคของน้องแตมนี่แหละค่ะ โอ๊ยยยยยย บอกรักตั้งแต่เจอหน้ากันไปเลยค่ะ งุ้ยยยยยยย
    #9,922
    0
  18. #9916 ระริน (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 14:29

    อยากมีพี่ไคเป็นของตัวเอง ????

    #9,916
    0
  19. #9915 simlikesturtle. (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 13:48
    ใจฟูมากเลยค่ะ;-; จะจบแล้วจริงๆหรอเรื่องนี้
    #9,915
    0
  20. #9912 sofar_fa (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 00:17
    เหหหหหห จะจบแล้วเรอะ!!
    นานเหมือนกันนะเนี่ยกลับเรื่องนี้ (อย่าถามถึงเรื่องอื่นที่หนูยังดองไว้ บอกตรงๆยังทำใจอ่านไม่ได้ 55555) ตอนแรกที่อ่านคือเรารุ่นเดียวกับแตมรึเปล่านะ แล้วตอนนี้ เราก็แก่กว่าแตมแล้วอ่ะ เรียกน้องแตมได้เต็มปากแล้ว 5555

    แตมเกิดมาเพื่อเป็นที่รักจริงๆนะ น้องได้รับความรักจากพ่อแม่ และที่สำคัญคือแม่นุก ที่แม้จะไม่ใช่แม่แท้ๆแต่ก็รักเหมือนลูกแท้ๆและสอนน้องมาได้ถึงขนาดนี้ น้องเป็นคนที่น่ารักได้ขนาดนี้ส่วนหนึ่งก็เพราะแม่นุกเลย

    ส่วนพ่อคนหน้าตายด้านของเรา เห็นหน้าด้านๆ เอ๊ะ ฟังแปลกๆแฮะ หน้าตายด้านสิเห้ย นั่นแหละ เห็นหน้าตายด้านงี้แต่ในใจพี่แกคือโคตรอบอุ่นเลย บ้าจริง พี่ไคชอบทำให้เราเขินอ่ะ
    #9,912
    0
  21. #9910 lovetfboysforever (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 19:22

    พี่เมย์พี่ยากันมดไหมง่ะกัดจนเจ็บไปหมดแล้ว555555

    #9,910
    0
  22. #9908 Exo_finland (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 19:02
    อ่านละมดขึ้นตามากกกก
    #9,908
    0
  23. #9907 รักษ์อักษร แสงพิทักษ์ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 16:24

    โอ้ยย เขินนนน
    #9,907
    0
  24. #9906 oeioeii1 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 14:53

    งื้ออออ สวีทเวอร์~~~
    #9,906
    0
  25. #9905 aunaunmtyj (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 12:45
    โอ้ยยยยยย มดกัน หวานกันจริงๆ อิจฉาความรักของเขา พี่ไคทำไมงานดีขนาดนี้ อยากได้คนแบบพี่ไคเลยอ่ะ กิกิ
    #9,905
    0