[Yaoi] Money Addict ผมมีค่า ต้องกล้าจ่าย! [Boy's Love]

ตอนที่ 33 : ตอนที่ 31 ไร้เดียงสา VS ร้ายเดียงสา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42,411
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,104 ครั้ง
    26 มิ.ย. 61


ตอนที่ 31 ไร้เดียงสา VS ร้ายเดียงสา

 

 

 

เฌอแตม

 

            “แตมบังเอิญเจอเมียเก่าพ่อครับ ฟืดดดดดด”

 

            “เอาอีกมั้ย”

 

            “อื้อ แตมทำเองได้นะ”

 

            “สั่งน้ำมูก”

 

            “งื้อ ฟืดดดดดดด”

 

            ตอนนี้ผมเหมือนเด็กสามขวบเลยล่ะ ไม่เพียงแต่ถูกพี่ไคอุ้มมานั่งบนโซฟาเท่านั้น แต่เขากำลังใช้กระดาษทิชชู่บีบจมูกผมแล้วสั่งให้สั่งน้ำมูก บอกว่าทำเองได้ เขาก็มองมาตาดุ จนได้แต่ทำตามแต่โดยดี จากนั้นเขาก็เริ่มเช็ดหน้าเช็ดตาให้ บอกอย่างห่วงใย

 

            “ตาช้ำ...เอาน้ำแข็งประคบมั้ย”

 

            ผมส่ายหน้า กอดเขาเอาไว้ รู้สึกสบายใจขึ้นกว่าเดิมเยอะแล้ว แต่ก็ไม่ยอมลุกไปจากอ้อมกอด

 

            ก่อนหน้านี้พอผมเห็นหน้าพี่ไค ผมก็ร้องไห้จะเป็นจะตาย ความอดทนมันพังไปหมด เหมือนหัวใจรับรู้ว่าผมสามารถแสดงความอ่อนแอให้ผู้ชายคนนี้เห็น แล้วเขาจะไม่นึกสมเพช จะไม่เวทนา เขาจะคอยอยู่เคียงข้าง แล้วปลอบประโลมจนผมดีขึ้น

 

            ตอนนี้ผมดีขึ้นมากพอที่จะพูดคุยกับเขาแล้ว ผมจึงเล่าให้เขาฟังว่ามีใครพูดอะไรใส่หน้าผม

 

            พี่ไคคงรู้เรื่องนี้มาจากแม่นุกแล้ว เพราะเขาดูไม่แปลกใจเลยที่พ่อผมมีเมียตั้งสามคน แถมยังซับซ้อนไปมา เขาแค่กอดผมเอาไว้ ปลอบผมว่าอย่าไปฟังในสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นพูด ถึงผมจะรับปาก แต่มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่ผมจะเผลอคิดถึง

 

            ยังไงเรื่องนี้ก็ยังสดเกินกว่าจะทำเหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้น

 

            ผมมีปมในใจว่าเป็นตัวเกะกะใครๆ ก็เพราะคำพูดของผู้หญิงคนนั้น แต่ครั้งนี้ ผมจะไม่ให้มันมาบ่อนทำลายตัวผมอีก พี่ไคพูดถูก คนอื่นไม่เห็นค่า แต่ผมต้องเห็นค่าของตัวเองสิ...ชีวิตที่พ่อกับแม่แท้ๆ ให้ผมมา และแม่นุกก็ปกป้องมาตลอด

 

            หากมีคำหนึ่งที่ผมยังเอาแต่คิดถึงมัน

 

            “พี่ไค...เขาพูดว่าแตมเป็นคนที่ทำให้พ่อต้องตาย”

 

            “อย่าไปฟังเขา”

 

            “แต่แตม...จำคืนที่พ่อตายไม่ได้นะพี่ไค” ผมเงยหน้ามองเขาอย่างหวาดหวั่น นี่เป็นเรื่องหนึ่งที่ผมพยายามไม่นึกถึงมาตลอด วันที่พ่อตาย ผมตื่นมาพร้อมกับรับรู้ว่าพ่อเสียชีวิตลงไปแล้ว ขณะที่ความทรงจำมันเลือนลาง พอจะนึก อะไรบางอย่างก็บอกว่าอย่าไปนึกถึงมัน

 

            “มันผ่านมาแล้วเฌอแตม อย่าเอาคำพูดของคนแบบนั้นมาใส่ใจ” ผมก้มหน้าลง ก่อนที่จะหลับตา ให้พี่ไคเช็ดหน้าให้

 

            “นั่นสินะ” ผมเองก็ไม่อยากนึกถึงแล้วมาร้องไห้งอแงอีก เมื่อกี้ก็ทำเอาปวดตา ปวดหัวไปหมด

 

            ผมว่าผมต้องเก็บกดแน่ พอร้องทีก็โฮเดียวเลย

 

            “แต่อยากเอาคืนมั้ย”

 

            “เอ๊ะ” ผมลืมตาอีกครั้ง มองพี่ไคอย่างงุนงง

 

            “ที่เขาเอาไป อยากจะทวงคืนหรือเปล่า” ผมยังไม่เข้าใจคำถามของพี่ไค และเขาก็เสริมต่อ “เธอมีสิทธิ์ทวงคืนสิ่งที่เป็นของเธอตามกฎหมาย”

 

            พี่ไคพูดเหมือนกับไอ้เคอร์เลย มันเองก็บอกผมยิกๆ ว่าให้ที่บ้านมันช่วยฟ้องให้มั้ย แต่ผมก็ปฏิเสธมาตลอด แม้กระทั่งตอนนี้...

 

            “แตมไม่อยากเจอเขาอีกแล้ว” ผมอาจจะโกรธเขา เกลียดเขา แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือผมไม่อยากจะโคจรไปเจอกับผู้หญิงที่ด่าว่าพ่อแม่ผมอีกแล้ว ทั้งผมทั้งแม่ก็ไม่ได้ลำบากเหมือนตอนที่พ่อเพิ่งเสียด้วย แม่มีความสุขกับครอบครัวใหม่ ผมเองก็มีความสุขกับชีวิตตอนนี้ มันไม่มีประโยชน์ที่จะไปขุดคุ้ยเรื่องเก่าๆ

 

            ผมไม่อยากเจอหน้าแล้วโดนด่าจนร้องไห้แล้วด้วย

 

            “เขาบอกว่าแตมจะต้องเป็นเมียน้อยเหมือนแม่ แตมไม่ได้เป็นงั้นใช่มั้ย” ผมเงยหน้าขึ้นมองพี่ไค ทำเอาคนที่กำลังคร่ำเคร่งกับการพยายามพยาบาลหน้าตาดูไม่ได้ของผมขมวดคิ้วฉับ

 

            “พี่ไคไม่ได้แต่งงานกับใครมาก่อนใช่มั้ย”

 

            “หืม”

 

            “ไม่ได้จดทะเบียนสมรสแล้วแตมมารู้ตอนหลังนะ แตมไม่อยากเป็นเมียน้อยใครนะ เมียเก็บก็ไม่เอา” ผมถามอย่างหวาดหวั่น แล้วให้ตายสิ คนหน้าตายดันหัวเราะ พี่ไคหัวเราะจริงๆ หัวเราะแบบไม่ใช่แค่ส่งเสียงในคอด้วย เขาหัวเราะออกมาเสียงดัง แล้วก็บีบจมูกผม

 

            “ฉันมีเมียแล้ว”

 

            กึก

 

            หัวใจผมหล่นไปที่ตาตุ่ม ผมไม่อยากเจอชะตากรรมเดียวกับแม่แท้ๆ ไม่อยากต้องทรมานใจอย่างแม่นุกที่ผู้หญิงอีกคนยังกอดทะเบียนสมรส แล้วอ้างสิทธิ์ว่าเป็นเมียหลวงแน่น และนั่นก็ทำให้ผมหน้าเสียลงเรื่อยๆ แบบที่พี่ไคเองก็ทำหน้าแปลกใจ แต่ก่อนที่ผมจะพูดหรือทำอะไร

 

            “เธอไง” เขาลูบแก้มผม

 

            “คิดอะไรอยู่ ฉันก็มีเธอแค่คนเดียว”

 

            บ้าจังเลยเนอะ พี่ไคก็พูดสั้นๆ ห้วนๆ เสียงโมโนโทน แต่กลับทำให้ผมยิ้มออกมาจนได้

 

            “แตมเป็นผู้ชายนะ”

 

            “ไม่เห็นเกี่ยวกับเรื่องเพศ บก.ฉันก็แต่งงานกับผู้ชาย” ผมตาโต มองพี่ไคที่พยักหน้า แล้วเสริมต่อ

 

            “คุกเข่าขอแต่งงานที่ตึกเอ็มไพร์สเตท”

 

            “อื้อหือ”

 

          เปิดเผยสุดๆ ไปเลย

 

            ผมได้แต่มองพี่ไคทึ่งๆ เขาทำเหมือนเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปกติ จนเอะใจบางอย่าง

 

            “พี่ไค...แตมไม่เคยถาม แต่พี่...ทำกับผู้ชายเป็นได้ยังไงอะ” แก้มผมร้อน แต่ผมก็อยากรู้ ผมก็รู้หรอกว่าผู้ชายทำกันมันต้องทำที่ไหน แต่ไม่รู้ถึงขั้นต้องทำยังไง ซึ่งพอมาคิดดูดีๆ แล้ว พี่ไคเก่งมากเลยด้วย ครั้งแรกผมถึงกับตื่นขึ้นมาพร้อมกับคำว่าสุดยอดในหัว ซึ่งมันต้องหมายความว่าพี่ไคต้องผ่านมาแล้วอย่างโชกโชนใช่มั้ย...กับผู้ชายหน้านิ่งแบบนี้เนี่ยนะ

 

            “สมัยไฮสคูล เพื่อนที่อยู่หอสอนให้”

 

            “เอ๊ะ” ผมเบิกตากว้าง ส่วนพี่ไคก็เล่าเหมือนเรื่องปกติ

 

            “ตื่นมากลางดึกแล้วเจอเขาใช้ปากให้อยู่ หลังจากนั้นก็ทำกันหลายที แต่ทางนั้นก็มีแฟนแล้ว ก็เหมือนเรื่องเล่นสนุกของเด็กๆ”

 

            “เล่นสนุก!” ผมไม่เคยคิดว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องเล่นสนุกนะ

 

            “พี่ไคผ่านมาแล้วกี่คน”

 

            “อืม” อะไรคือการที่พี่ไคยกมือขึ้นมานับนิ้ววะ จนผมคว้าหมอนอิงลายเพนกวินมาตีเข้าที่ไหล่ นี่ไม่มีกะจิตกะใจจะเก็บไว้เป็นความลับเลยหรือไง กะว่าถามอะไรจะบอกหมดเลยสินะ แล้วบ้าชะมัด ผมกลัวถูกเปรียบเทียบกับคนอื่น

 

            “ไม่เอา แตมไม่อยากรู้แล้ว ไม่ฟังแล้ว”

 

            “นี่หึง?”

 

            เกลียดคนหน้าตายที่ถามหน้านิ่งชะมัด

 

            “ไม่รู้ด้วยแล้ว! นี่จะตอบตามจริงทุกอย่างเลยหรือ”

 

            “ถ้าเธออยากรู้ก็จะบอก”

 

          เหมือนตอนที่เอาเซ็กส์ทอยมาถูก้นน่ะหรือ ฮึ่ย!

 

            “แปลว่าพี่ไคไม่มีเรื่องไหนเป็นความลับเลยใช่มั้ย”

 

            “...”

 

          อ้าว ทำไมเงียบล่ะ

 

            ผมเงยหน้าขึ้นมองตาเขา แล้วพบว่าพี่ไคหลบตาเป็นพัลวัน แถมสายตายังหันไปมองประตูห้องทำงานที่ราวกับแดนสนธยาในความรู้สึกของผมอีก

 

            เมื่อก่อนกลัว แต่ตอนนี้ชักอยากรู้แฮะ

 

            “พี่ไค แตมขอ...”

 

            ติ๊ง

 

            ก่อนที่ผมจะเอ่ยปากขอจบ โทรศัพท์ก็ส่งเสียงขึ้นมาก่อน เลยรีบคว้ามันขึ้นมาดู แล้วพบว่าเป็นพี่ฮู จนนึกลังเล ในเมื่อผมกำลังอยู่กับพี่ไค แต่กับพี่ฮู ผมก็ไม่เคยละเลยข้อความของเขาเลยสักครั้ง สำหรับผม พี่ฮูเป็นมากกว่าแค่คนฟังคนหนึ่ง เขาเหมือนพี่ชายจนช่วงหนึ่งผมยังเผลอคิดเลยว่าเขาพิเศษกว่านั้น

 

            ตั้งแต่แรกที่ผมเริ่มเป็นดีเจในการีน่า พี่ฮูเป็นคนแรกๆ ที่มาฟังประจำ กดวีไอพีให้ คอยส่งเพชร ส่งของให้ เวลาใครมาหาเรื่องในช่องก็คอยออกมาจัดการ ถามสารทุกข์สุขดิบประจำ ดังนั้น เขาจึงค่อนข้างพิเศษกว่าคนอื่น จนหันไปมองพี่ไคอย่างไม่แน่ใจ

 

            “ตอบก่อนเถอะ” คนพูดทำท่าจะลุกขึ้น แต่ผมคว้าแขนเอาไว้

 

            “พี่ไค พี่ฮูเป็นคนฟังในการีน่าที่แตมเป็นดีเจอยู่ แตมจัดมาเป็นปีแล้ว ที่เติ้ลมาหนก่อนแล้วแตมร้องเพลงก็ใช่ แล้วที่แตมพูดบ้าพูดขอคนเดียวบ่อยๆ ก็เพราะจัดรายการ พี่ฮูเขาเป็นคนฟังครับ แตมคุยกับเขาได้ใช่มั้ย” ผมอยากบอกพี่ไคไว้ก่อน ไม่รู้สิ อาจจะอยากบอกให้เขาสบายใจ

 

            แต่บางทีอาจจะเป็นการยืนยันเพื่อความสบายใจของตัวเองมากกว่าว่าใจของผมอยู่กับใคร

 

            ผมมีความสุขที่ได้คุยกับพี่ฮู แต่ผมสุขกว่าที่อยู่กับพี่ไค

 

            ไอ้เคอร์เคยบอกว่าพี่ฮูจีบผม แม้ปากจะไม่เชื่อมัน แต่ในใจลึกๆ ก็พอจะรู้อยู่ แล้วผมก็เคยอมยิ้มมีความสุขที่ได้เห็นข้อความของเขา

 

            “ฉันเข้าใจ” พี่ไคว่าแค่นั้น ผมเลยสบายใจขึ้นนิด ยามที่ก้มลงมองข้อความที่ส่งมา

 

            ทว่า หากผมเงยหน้าขึ้นมองพี่ไค ผมคงจะได้เห็นว่าเขาจ้องหน้าจอผมเขม็งมากแค่ไหน

 

...............................

 

ต่อค่ะ

 

            “เฌอแตม อันนี้หรือเปล่า”

 

            “พี่ไคไม่รู้จักเต้าหู้ไข่หรือครับ”

 

          หน้าแบบนี้ไม่รู้ชัวร์

 

            วันนี้ผมออกมาซื้อของกับพี่ไค เนื่องจากซูเปอร์มาเก็ตที่ผมเป็นสมาชิกส่งคูปองประจำเดือนมาให้ พอเห็นว่าข้าวสารถูกมาก ผมจะพลาดได้ยังไง ตอนนี้เลยเดินเข็นรถไปตามชั้น ดูทุกรายการที่ลดราคาแล้วใช้บัตรสมาชิกลดได้ แล้วผมก็กลัวพี่ไคเบื่อที่ผมละเอียดละออ คำนวณทุกบาท เลยขอให้พี่เขาช่วยไปหยิบเต้าหู้ให้หน่อย แต่รู้มั้ยว่ากลับมาสภาพไหน...ขนมาทุกชนิดเต็มอ้อมกอด

 

            ลองนึกภาพผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาที่ควรจะเดินอยู่บนถนนแฟชั่นด้วยกางเกงสแลคกับเสื้อเชิ้ตสีเข้ม คาดเข็มขัดหนังแบรนด์ดังกำลังยืนกอดเต้าหู้กลางห้างสิ...ไม่เข๊าไม่เข้า

 

            นอกจากนั้นที่ถือมายังไม่มีเต้าหู้ไข่เลยสักอัน

 

            “ไม่ใช่หรือ”

 

            “ไม่อะ”

 

            “งั้นซื้อไปหมดเลยมั้ย”

 

            “ไม่เอาครับ แตมจะเอาแค่เต้าหู้ไข่”

 

          คอตกเลยอะ

 

            ผมมองคนตัวโตที่เดินแหวกแม่บ้านกลับไปยังชั้นของสดอีกครั้ง แล้วตลกชะมัด ทุกคนแหวกทางประหนึ่งมาเฟียฮ่องกงเดินผ่าน

 

          อื้อ หน้าดุๆ ยังใช้ได้ผลทุกครั้ง

 

            ผมว่าคนอื่นคงมองพี่ไคเหมือนที่ผมมองเมื่อก่อนแหละ แต่เดี๋ยวนี้ผมกลับมองว่าหน้าดุเข้มของเขาน่ารักจะตาย เลยอดไม่ได้ที่จะเข็นรถตาม อยากรู้เหมือนกันว่าคนไม่เคยจ่ายตลาด ไม่เคยซื้อของเข้าบ้านจะไปยืนจ้องชั้นวางเต้าหู้อีกกี่นาที

 

            ตอนนี้นึกภาพออกเลยตอนที่พี่ไคไปซื้ออาหารแช่แข็งให้ผม เขาคงซื้อทุกชนิดเผื่อว่าผมจะชอบสักอัน ไม่อยากบอกเลยว่ายังเหลือเต็มตู้เย็น บางอันหมดอายุไปแล้วด้วย

 

            “นี่ไงเต้าหู้ไข่ แบบธรรมดาหรือแบบไข่ขาว...ฮ่าๆๆๆ หน้าแบบนี้ไม่รู้สินะ”

 

          ใครน่ะ

 

            หากผมกลับเป็นฝ่ายชะงักเสียเอง เมื่อชะโงกหน้าไปดูแล้วพบว่าพี่ไคไม่ได้อยู่คนเดียว แต่เขากำลังยืนอยู่กับผู้ชายหน้าตาดีอีกคนที่เตี้ยกว่าเขาหน่อย ยิ้มกว้าง ตบไหล่พี่ไคอย่างสนิทสนมจนผมขมวดคิ้ว ไม่รู้ทำไมถึงไม่กล้าเดินออกไป

 

            “เอาไปทั้งคู่มั้ย” ผู้ชายคนนั้นถาม พี่ไคก็ส่ายหน้า แต่...

 

            “ต้องอย่างเดียวสินะ กูว่าไม่น่าใช่เต้าหู้ไข่ขาว น่าจะเต้าหู้ไข่แบบหลอดสีเหลือง เอากี่หลอดล่ะ...ไม่ได้ถามเขาอีกสิ” ทำไมแค่มองตาแล้วรู้ใจขนาดนั้นวะ พี่ไคไม่เห็นพูดอะไรสักคำ จนผมกะพริบตาปริบ แต่หลบไม่ทันแล้ว เมื่อพี่ไคหมุนตัวกลับหลังหันมา แล้วสบตากัน

 

            ผมเลยเดินเข้าไปหาเขา เงยหน้ามองคนแปลกหน้าที่ยิ้มกว้างให้ผม

 

            “สวัสดีครับ น้องเฌอแตมใช่มั้ย พี่ชื่อปกป้องนะ เรียกป้องเฉยๆ ก็ได้ เป็นเพื่อนสนิทไอ้ไค”

 

          เอ๊ะ เพื่อนหรือ

 

            ผู้ชายเจ้าของรอยยิ้มอบอุ่นที่ยิ่งขับให้ใบหน้าคมยิ่งหล่อเหลามองผมด้วยรอยยิ้มเอ็นดู

 

            “เอ่อ ครับ พี่รู้จักผมได้ไง”

 

            “ไอ้ไคเล่าให้ฟัง หึๆ ทุกเช้าสายบ่ายเย็นเลยล่ะ” พี่เขาว่าขำๆ เหลือบตามองพี่ไค แต่ผมกลับนิ่งไปแล้ว

 

            “คนที่บอกว่าเป็นปาติซิเย่” พี่ไคเสริมอีกหน่อย

 

            “ครับ พี่เปิดร้านขนมหวานอยู่ แต่ก็เป็นร้านเล็กๆ นะ ไม่รู้น้องแตมจำได้หรือเปล่า พี่เป็นคนทำเค้กต้อนรับน้องแตม ตอนที่ย้ายไปอยู่กับหมอนี่ ตอนนั้นน้องแตมน่าจะเห็นมันนั่งคิดแล้วคิดอีกว่าจะให้พี่เขียนหน้าเค้กว่าอะไรดี”

 

            “ป้อง”

 

            “โอเคๆ กูไม่แฉแล้วก็ได้ ว่าแต่ เมื่อกี้ขำว่ะ ก็ว่าใครคุ้นๆ ยืนซึมอยู่ เข้ามาใกล้แล้วชัดเลย เพื่อนกูนี่หว่า ซึมเพราะหาเต้าหู้ไข่ไม่เจอซะด้วย” พี่ป้องหัวเราะร่วน ตบบ่าพี่ไคอีกสองที แบบที่พี่ไคก็โคลงหัวนิด แต่ที่ผมสะดุดคือพี่เขาอ่านอารมณ์พี่ไคออกด้วย จนเผลอหลุดปากออกไป

 

            “พี่ป้องเข้าใจพี่ไคขนาดนั้นเลยหรือครับ”

 

            “ขนาดมองตาก็รู้ใจเลยล่ะครับน้องแตม” พี่ป้องยิ้มกว้าง หันไปพยักหน้าให้อีกคน แล้วพี่ไคเองก็พยักหน้ารับ บอกผมเรียบๆ

 

            “ป้องรู้ใจฉันที่สุดแล้ว”

 

            “พูดแบบนี้เดี๋ยวน้องเขาก็เข้าใจผิดหรอก”

 

          เออ เข้าใจด้วยว่าคำว่าหึงมันเป็นยังไง!

 

            พี่ป้องคนนี้ดูเป็นคนอัธยาศัยดีนะ แต่ไหงผมกลับไม่ชอบเขาอย่างบอกไม่ถูกล่ะ อาจจะเพราะ...มือที่ยังโอบรอบไหล่พี่ไคอยู่ก็ได้

 

            “ว่าแต่เดี๋ยวจะไปไหนต่อหรือเปล่า”

 

            “เปล่า”

 

            “งั้นดีเลย เดี๋ยวแวะไปที่บ้านสิ ไปด้วยกันนะครับน้องแตม” ผมยิ้มไม่ออก แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธเมื่อคนคนนี้เป็นเพื่อนสนิทพี่ไค แล้วผมไม่ได้คิดไปเองแน่ที่ดูเหมือนพี่ไคเองก็ดีใจที่เจอเพื่อน เพราะมุมปากเขายกขึ้น แววตาดูผ่อนคลายกว่าปกติ หากสิ่งที่ทำให้ผมอดคิดไม่ได้...คุยกันเช้าสายบ่ายเย็น

 

          ว้อท! ทั้งที่แตมอยู่บ้านเดียวกับพี่ แต่ได้คุยกับพี่น้อยกว่าพี่คุยกับเพื่อนเนี่ยนะ!

 

........................................

 

ต่อค่ะ

 

            “นั่งตามสบายเลยนะครับน้องแตม”

 

            “ครับ ขอบคุณครับ”

 

            “ไอ้ไค ช่วยกูชงกาแฟหน่อยสิ”

 

            หลังจากซื้อของเรียบร้อย พี่ไคก็ขับรถพาผมมายังร้านเค้กข้างโรงเรียนที่มีบรรยากาศน่ารัก แต่เพราะผมรู้ว่าพี่ป้องเรียนทำขนมมาจากฝรั่งเศส แถมยังเก่งชนิดคนปากหนักเอ่ยชม ผมเลยนึกว่าร้านจะใหญ่กว่านี้ แต่ก็สำรวจได้ไม่นาน พี่เขาก็พาขึ้นมายังชั้นสาม แล้วพบว่าข้างบนเป็นที่อยู่อาศัย

 

          สวยเลยแหละ

 

            ห้องกว้าง เพดานสูง กระจกรายล้อม แล้วยังมีบันไดที่นำไปสู่ชั้นลอยที่น่าจะเป็นห้องนอน อย่างไม่บอกคงไม่มีทางรู้ว่ามีห้องสวยๆ ซ่อนอยู่ในตึกแถวที่ชั้นล่างเป็นร้านเค้ก

 

            หากผมก็ละความสนใจจากบ้านพี่ป้อง เมื่อเจ้าของบ้านบอกกับเพื่อนสนิทง่ายๆ

 

            พี่ไคเองก็วางของที่ถือมาแล้วเดินไปเปิดตู้ราวกับรู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน ชงกาแฟอย่างคล่องแคล่วจนกลิ่นหอมลอยฟุ้งมาถึงผมที่นั่งอยู่บนชุดรับแขก สายตาก็มองเพียงแผ่นหลังของผู้ชายสองคนที่แนบชิดกันอย่างสนิทสนม บทสนทนาลื่นไหลเสียยิ่งกว่าตอนพี่ไคอยู่กับผมเสียอีก

 

          เขาบอกว่าเขาผ่านมาเยอะ แล้วพี่ป้องล่ะ...

 

            จู่ๆ ผมก็กัดปากแน่น เมื่อนึกเรื่องที่พี่ไคเคยบอก...เขานอนกับเพื่อนในหอได้ แล้วกับเพื่อนสนิทคนนี้ล่ะ

 

            เอื้อก

 

            ผมเผลอกลืนน้ำลายลงคอ มองหัวไหล่ของผู้ชายหน้าตาดีและตัวโตสองคนที่แนบชิดกัน รู้สึกว่าสองคนนี้แทบไม่มีระยะห่างให้กันเลย แล้วไม่ว่าพี่ไคพูดอะไร ก็เหมือนพี่ป้องจะรู้ใจไปซะหมด ไม่สิ ไม่ต้องพูดด้วยซ้ำ พี่ป้องก็หยิบนั่นส่งนี่ถึงมือโดยไม่ต้องขอ

 

          สนิทกันเบอร์ไหนวะเนี่ย

 

            “ลาเต้อุ่นๆ ครับ ไม่รู้ว่าไคเคยชงกาแฟให้น้องแตมชิมหรือยัง แต่พี่รับรองว่าอร่อยมากนะ เก่งกว่าพี่ที่เปิดร้านขนมอีก” พี่ป้องเอากาแฟแก้วเล็กที่เต็มไปด้วยฟองนมนุ่มๆ มาวางตรงหน้า แต่ที่ทำให้ผมชะงักคงเป็นคำตอบของคนที่ยังง่วนอยู่หน้าเครื่องชงกาแฟ

 

            “แต่มึงเป็นคนสอน”

 

            “ฮ่าๆๆๆ ก็ศิษย์ล้างครูไปแล้วไง”

 

            “พี่ป้องกับพี่ไคสนิทกันจังเลยนะครับ” ผมทักเสียงเบา

 

            “ก็สนิทนะครับ...ปรับทุกข์กันบ่อยๆ” พี่ป้องว่าง่ายๆ แล้วหันไปมองพี่ไคด้วยสายตาขบขัน

 

            “เมื่อก่อนเจอกันทุกอาทิตย์ แต่เดี๋ยวนี้ยกเลิกไปแล้ว เปลี่ยนเป็นมันวีดีโอคอลมาหาพี่แทน” ผมชะงักมือที่จับแก้ว ไม่เห็นรู้เลยว่าเขาไปวีดีโอคอลตอนไหน แล้วไหงตอนที่ไปอเมริกาไม่เห็นคอลมาหาผมสักครั้ง แต่กลับคอลหาเพื่อนเขาเนี่ยนะ

 

            “พี่ไคไม่เห็นคอลมาหาผมเลย” ผมหลุดปาก และนั่นก็ทำให้พี่ป้องยิ่งยิ้มกว้าง มองตาผมนิ่ง

 

            “เพราะพี่พิเศษสำหรับไคไงครับ”

 

            กึก

 

            ผมอึ้ง รู้สึกเหมือนถูกตบหน้า มองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่อยากเชื่อหู รู้สึกเหมือนเจอกับศัตรูที่สู้ไม่ได้ ขณะที่พี่ไคก็เดินมาพร้อมกาแฟสองแก้ว ส่งให้พี่ป้องแก้วนึง แล้วส่ายหัว

 

            “เล่นอะไรน่ะ”

 

            “กูไม่ได้เล่น”

 

            “อยากเล่นเป็นผู้ร้ายหรือไง”

 

            “เขาเรียกตอบแทน ก็มึงเคยรับบทเป็นผู้ร้ายให้กูมาก่อน”

 

            “กูก็เป็นตัวร้ายในสายตาใครๆ อยู่แล้ว”

 

          อะไร พวกพี่คุยอะไรกัน จะแสดงความสนิทสนมให้ผมดูทำไม!

 

            ผมไม่เข้าใจว่าพวกเขาสองคนกำลังคุยอะไรกัน เหมือนเข้าใจกันอยู่สองคน ขณะที่ผมก็กำแก้วกาแฟแน่นขึ้น เม้มปากเข้าหากันเป็นเส้นตรง หากก็ต้องตะลึงงัน เมื่อจู่ๆ พี่ป้องก็เอื้อมมือไปโอบเข้าที่เอวของพี่ไคที่ยืนอยู่ข้างเก้าอี้ หันมาสบตาผม แล้วว่าง่ายๆ

 

            “ไอ้ไคไม่ใช่พระเอกของน้องแตมหรือครับ งั้นพี่ขอคืนนะ”

 

            !!!

 

            “ป้อง!” พี่ไคเรียกเพื่อนเสียงเข้ม แต่ทำไมพี่ไม่แกะมือที่โอบเอววะ!

 

            ขณะที่มือผมสั่น สั่นจนกาแฟในแก้วก็เกือบกระฉอก จนรีบวางมันลง ลุกพรวดขึ้น

 

            “แตม...แตมจะกลับบ้านแล้ว!

 

            ผมโกรธสิ โกรธมากด้วย ผมไม่เคยคิดว่าจะเจอใครมาประกาศสงครามกันโต้งๆ แต่นี่ผมไม่ได้คิดไปเองใช่มั้ยที่เพื่อนพี่ไคคนนี้กำลังประกาศสงครามกับผม กำลังบอกว่าเขาเหนือกว่า กำลังบอกว่าเขารู้จักพี่ไคดีกว่า และผมก็สู้ไม่ได้ แล้วถ้าพวกพี่จะสนิทกันขนาดนี้ จะพาผมมาเห็นภาพบาดตาทำไม!

 

            แน่เลย พี่ป้องคนนี้ต้องเคยเป็นมากกว่าเพื่อนของพี่ไค!

 

            “เฌอแตม เดี๋ยว!

 

            “แตมจะกลับ ปล่อยแตม!

 

            ปัง!!!

 

            “ผัวคร้าบบบบบบ เมียมาแล้ว เฮ้ย!!!

 

            พี่ไคพุ่งเข้ามาจับแขนผมไว้ ผมเองก็สะบัดหนี จะพุ่งออกจากห้อง แต่ยังก้าวได้ไม่ถึงสองก้าวดีเลย ประตูหน้าก็เปิดผางออก ตามมาด้วยเสียงสดใสของคนที่ตะโกนแบบไม่อายฟ้าดิน และคนมาใหม่ก็เบิกตากว้าง ร้องลั่นกับภาพที่เห็น

 

            “พี่ไคมาตีท้ายครัวตอนกั๊กไม่อยู่หรือ!” เด็กคนนั้นพุ่งเข้ามาทันที แต่ไม่ได้จับแยกผมกับพี่ไคที่ยื้อกันอยู่ หากเป็น...พุ่งเข้าไปกอดเอวเจ้าของบ้าน

 

            คนที่กำลังหัวเราะอย่างอารมณ์ดีจนผมหันไปเขม่น แต่กลับสบตาคนมาใหม่ที่ประกาศก้อง

 

            “นี่ผัวกั๊กนะ”

 

            “ห๊า!

 

            ผมถึงกับเหวอ ตั้งตัวไม่ทันว่ามันเกิดอะไรขึ้น ยิ่งคนที่เพิ่งจะประกาศสงครามกับผมกำลังกอดเด็กหนุ่มคนนั้นแน่น กดจมูกที่แก้มหนักๆ บอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก็ยิ่งแล้วใหญ่

 

            “วันนี้ไอ้ไคมากินข้าวบ้านเราด้วยนะ”

 

            “ทำไมไม่เห็นบอกก่อน วันนี้กั๊กอุตส่าขอแม่มาค้างบ้านพี่ป้องได้ นี่ล้างมาจากบ้านเลยนะ เอี่ยมอ่องแบบว่าพี่ป้องใส่ปุ๊บ เข้าพอดีปั๊บเลยอะ” ผมหน้าร้อนขึ้นเรื่อยๆ นี่พวกเขาไม่ได้พูดสองแง่สองง่ามให้ผมคิดลึกใช่มั้ย แล้วนั่นอะไรอะ อะไรคือพี่ป้องบีบตูดเด็กคนนั้นด้วย

 

            “คืนนี้ค่อยว่ากันนะครับ”

 

            “คืนนี้ว่ากันแล้วจับตูดกั๊กทำไม”

 

            “ก็นิ่มนี่นา”

 

            “พี่ป้องพูดงี้ กั๊กจะว่าอะไรได้”

 

            ผมอ้าปากเหวอขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่พี่ไคก็วางมือลงบนบ่าของผม แล้วบอกด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ

 

            “นั่นกั๊ก แฟนป้อง”

 

            “เอ๋” ผมเหลียวไปมองหน้าพี่ไคอย่างตกใจ แล้วหันไปมองหน้าเจ้าของบ้านที่มีรอยยิ้มพราวอยู่

 

            “เมื่อกี้น้องแตมหึงไอ้ไคมั้ย”

 

            “...”

 

            แน่นอนว่าผมพูดไม่ออก และเหมือนความเงียบจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด

 

            ขณะที่พี่ป้องก็เปลี่ยนจากรอยยิ้มท้าทายเป็นรอยยิ้มเข้าใจ บอกด้วยน้ำเสียงคล้ายปลอบกัน

 

            “พี่ขอโทษที่เล่นมากไปหน่อยนะครับ ถ้าน้องแตมหึง พี่ก็ดีใจแทนเพื่อน พี่กับไคเป็นแค่เพื่อนกันครับ เมื่อกี้แค่ทดสอบอะไรนิดหน่อย...ถือว่าใช้หนี้กันแล้วนะไค” ท้ายประโยค พี่ป้องบอกกับพี่ไคที่ทำให้ยิ่งงงหนัก และคนที่เฉลยก็ไม่ใช่ผู้ชายตัวโตสองคน หากเป็นเด็กหนุ่มตัวเล็กปากแดง

 

            “อย่าบอกนะว่าพี่ป้องยั่วให้เด็กพี่ไคหึงอะ”

 

            ผมขมวดคิ้ว...เด็กพี่ไคคือผมงั้นหรือ

 

            “อืม ก็เมื่อก่อนเคยลากมันมาให้ถูกน้องกั๊กเกลียดนี่นา” พอเจ้าของบ้านพยักหน้า เด็กคนนั้นก็ร้องอ้อ ก่อนที่จะวิ่งมาหยุดตรงหน้าผม ส่งยิ้มให้

 

            “พี่ๆ อย่าโกรธพี่ป้องเลยนะ คืองี้ครับ เมื่อก่อนพี่ป้องเคยใช้พี่ไคยั่วให้ผมหึงจะได้รู้ใจตัวเองไวๆ แล้วผมนะ โคตรเกลียดพี่ไคเลย เจอหน้าแต่ละทีมีแต่แยกเขี้ยวใส่ พี่ป้องเขาก็รู้สึกผิดที่ลากเพื่อนเข้ามาด้วย เขาเลยชดใช้คืน คงไปเผลอทำให้พี่หึงพี่ไคกลับบ้าง แต่ถ้าพี่หึงแล้ว แปลว่าพี่กับพี่ไคแฮปปี้เอนดิ้งแล้วสินะ ต่อไปนี้พี่ไคจะได้ไม่ต้องโทรมารบกวนเวลาผมกับพี่ป้องแล้วเนอะ” ผมหน้าแดงขึ้นเรื่อยๆ มองทุกคนที่กำลังสรุปเหมือนกันว่าผมหึง แล้วผมไม่ได้ใจกล้าหน้าด้านนะที่จะประกาศตรงๆ ว่าใช่

 

            “ขอโทษแทนสองคนนี้ด้วยนะ”

 

            พี่ไควางมือบนไหล่ บอกด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆ แต่ดูเกรงว่าผมจะโกรธจนสั่นหน้าช้าๆ

 

            “ไม่...ไม่เป็นไรครับ”

 

            “คู่นี้ค่อนข้างเปิดเผยน่ะ”

 

            “ก็ไม่เห็นต้องปิดนี่นา เนอะ พี่ป้อง” น้องที่ชื่อกั๊กหันไปยิ้มให้เจ้าของบ้าน แล้วพี่ป้องก็กดจูบที่ปากน้องเขาไวๆ

 

            “เซี้ยวนักนะเรา”

 

            “ฮื่อออ จูบเดียวเองหรือ”

 

            ที่ร้องฮื่อ ไม่ใช่ว่ามีแขกอยู่นะ แต่น้องเขากลับงอแงว่าอยากได้อีก และนั่นก็ทำให้ผมอ้าปากพะงาบๆ ซึ่งก่อนที่จะเห็นอะไรมากกว่านี้ พี่ไคกลับยกมือปิดตาทั้งสองข้างของผม

 

            “เฌอแตมดูอยู่นะ”

 

            ไหงทำเหมือนผมเป็นเด็กคนเดียวในนี้ล่ะ น้องกั๊กคนนั้นยังดูเด็กกว่าผมเลย

 

            “อ้าว พวกพี่ยังไม่มีอะไรกันอีกหรือ ไหนว่าจีบติดแล้ว ช้าจัง” แม้ตาจะถูกปิด แต่หูยังได้ยินชัดทุกคำ และผมก็เลือกที่จะจับมือพี่ไคเพื่อปิดหน้าผมมากยิ่งกว่าเดิม บอกตรงๆ เลยว่ารู้สึกหน้าบางไปทันทีเมื่อเจอน้องกั๊กคนนี้

 

            แม้จะแค่จูบ แต่เรื่องแบบนี้ต้องทำในที่ลับตาคนไม่ใช่หรือ!

 

            นี่ผมไร้เดียงสาเกินไป หรือน้องเขาร้ายเดียงสาเกินไปกันแน่

           

............................................

 

            ครบค่ะ มันแรดลูก น้องแตม เจ้ากั๊กมันแรด เออใช่ ต้องบอกเรื่องที่หายไปรอบนี้ก่อนเนอะ

            เมย์หายไปเขียนต้นฉบับพี่พระพายมาครับผม หนังสือจะออกกับสำนักพิมพ์ Deep ในเครือสถาพรในงานวายบุ๊คแฟร์จ้า ในชื่อเรื่อง “Love Sky พระพายหมายฟ้า” รอบนี้เลทส่งงานไปสิบวัน จริงๆ กำหนดส่งคือวันที่ 15 ส่งจริงวันที่ 25 เมย์แบบ อูย จะตายอะงับ ปิดทุกสิ่งอย่าง มือถือ เน็ต โซเชียล นั่งเขียนแต่พี่พระพายจริงๆ ซึ่งออกมาเป็นพระเอกหน้าด้านคนนึงเยย แฮ่ ภูมิใจนำเสนอค่ะ เอาล่ะ พอส่งงานไปหนึ่งเรื่อง เลยถึงเวลามาอัพฟิคบ้างแล้ว

            ส่วนตอนนี้ก็ได้เจอกันแล้วนะคะ สาบานได้ว่าแตมอายุเยอะกว่า แต่ความรู้เรื่องอย่างว่าต่ำเตี้ยยิ่งกว่าเด็กประถม ส่วนเจ้ากั๊ก แม้จะเด็กกว่า แต่เรื่องแบบนั้นนี่ไปไกลลิบจนน้องแตมตามไม่ทันแน่นอน ก็ขนาดแตมต้องเรียกเจ้ากั๊กว่าอาจารย์ก็คิดดูแล้วกันเนอะ ตอนนี้พระนายจากเรื่อง #ผมหวาน ก็มาเจอะเจอกับ #ผมถูกเปย์ แล้วจ้า แฮ่

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมถูกเปย์ นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.104K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,384 ความคิดเห็น

  1. #10365 Xakas (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 00:53
    5555555คิดถึงความเซี้ยวนี้อะ55555
    #10,365
    0
  2. #10304 Bee Pee Wee (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:16
    น้องกั๊กก็คือน้องกั๊กอยู่วันยังค่ำ แต่ก็อดร้องออกมาว่า น้องงงงงงงงงง ไม่ไหว
    #10,304
    0
  3. #10244 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 16:21
    กั๊กลูกกกก55555555555
    #10,244
    0
  4. #10152 Pantawan Khaokaew (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 23:53
    ตอนแรกคิดว่าข้าวปั้นแรดแล้วนะ...คือแพ้อิกั๊กขาด55555
    #10,152
    0
  5. #10138 rattanalak44 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 09:24
    อยากอ่านพี่ป้องกะน้องกั๊ก แล้วอ่ะ
    #10,138
    0
  6. #10099 MaiNatkamon (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 02:00
    คู่กั๊กกับป้องนี่ไปไกลมาก55555 จำได้ว่าหนูเคยใสๆนะกั๊กลูก
    #10,099
    0
  7. #9721 aaaaaa (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 22:00

    โอ้ยย เรื่องแบบนี้ อย่าไปสู้กัับกั๊กเลยย5555 อิพี่ป้องมันร้ายยยย

    #9,721
    0
  8. #9715 sofar_fa (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 23:03
    กั๊กลูกกกกกกกกก 555555555
    พอมามองจากมุมมองของคนอื่นคือกั๊กโคตรแรด 555555
    #9,715
    0
  9. #9640 wnpp11 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 16:50
    -น้องกั๊กกกก555555 โว้ยยยย กั๊กไว้บ้างก็ได้ลูกกกกก
    #9,640
    0
  10. #9604 Thitaphorn Tiemnara (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 21:29
    โอ้ยยยยย กั๊กโว้ยยยยยย 55555555เเกนี่มันเเรดอ่ะ ><
    #9,604
    0
  11. #9501 Nebbianuvolaa (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 15:49
    กั๊กแบบว้อยยยยยยยน55555556555
    #9,501
    0
  12. #9442 noparat (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 12:51

    น้องกั๊กชัดเจนไปมั้ย เห็นใจพี่กั๊กบ้าง เขินหน้าแดงหมดแล้ว ^^

    #9,442
    0
  13. #9441 joker555666 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 00:26
    แตมคือสววรคภูมิ​ กั๊กนี่ปรโลก​ อกอีแป้นจะแตก​ ล้างรอเลยเหรอ​ แตมเค้ายังกลัวไส้กรอกเลย​ จำไม่ผิด​ กั๊กอยากแดกไอติมอุ่น​ เอาความสมดุลของนายเอก2เรื่องนี้มานะะะะะะ
    #9,441
    0
  14. #9440 itzmeboombim (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 12:46

    น้องแตมใสๆตามไม่ทันเจ้ากั๊กหรอก

    #9,440
    0
  15. #9436 แหวน (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 15:35

    น้้องกั๊กเราเปิดเผยซะไม่กั๊กไว้สมชื่อเลย ทำเอาน้องแฒมเราไปไม่เป็นเลย

    #9,436
    0
  16. #9430 iamkfhtr (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 21:10
    ชอบบบบย อร้ายยยยย 😍
    #9,430
    0
  17. #9428 baekbow (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 07:55
    สงสารน้องแตมเลยค่ะ ที่เห็นนั่นมันเบๆมาก น้องกั๊กคือมนุษย์หื่นที่หื่นมากกกกกกก เจอประโยคล้างมาจากที่บ้านแล้วแม่หัวใจจะวาย 5555
    #9,428
    0
  18. #9427 † FuNe ~ Real † (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 23:01
    กั๊กจะแรดไปไหนลูกกกก อายแตมบ้างไรบ้าง 555
    #9,427
    0
  19. #9426 sanomsin (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 04:10

    บอกได้คำเดียวเลยว่า แรดเหลือเกิน นุ้งกั๊ก อย่าเอาเยี่ยงอย่างนะคะน้องแตม. เราเด็กใสๆเนอะ

    #9,426
    0
  20. #9425 เชิญนั่งค่ะขอบคุณค่ะ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 11:30
    คุณ Whosomeone คือใครอ่ะ ตอนแรกนึกว่าพี่ไค หรือแฟนเก่าพี่ไค? เอ๊ะ????
    #9,425
    0
  21. #9424 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 13:58
    กั๊กมันแรดดดดนะน้องแตม 55555
    #9,424
    0
  22. #9423 KangFRung (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 13:19
    เอาน้องแตมออกห่างจากกั๊กเดี๋ยวนี้เลยค่ะ
    #9,423
    0
  23. #9422 naadaa11 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 11:41
    ใสใส มากเวอร์
    #9,422
    0
  24. #9421 Bebepatta (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 00:03
    มาไวๆนะค้า
    #9,421
    0
  25. #9419 nuang1 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 10:25
    ไร้เดียงสา×ร้ายเดียงสา ตรงจริงๆ
    #9,419
    0