[Yaoi] Money Addict ผมมีค่า ต้องกล้าจ่าย! [Boy's Love]

ตอนที่ 32 : ตอนที่ 30 คนที่มีค่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25,259
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,050 ครั้ง
    24 พ.ค. 61


ตอนที่ 30 คนที่มีค่า

 

 

 

เฌอแตม

 

            “นี่ นี่ นี่แน่ะ ฮึ”

 

            “อืม เฌอแตม”

 

            “ตื่นแล้วหรือครับพี่ไค”

 

            เช้านี้ผมตื่นมาด้วยความรู้สึกว่าร่างกายเบาหวิว มองหน้าใครอีกคนอยู่สักพัก ก็ฝืนร่างกายไปรื้อหาอะไรบางอย่างมาจากกระเป๋าเป้ที่ใส่อุปกรณ์การเรียน จัดการพักหนึ่ง พี่ไคก็ขยับตัวช้าๆ เปลือกตาขยับ แล้วส่งเสียงแหบต่ำจนน่ากลัวเรียกชื่อผม

 

            ส่วนผมน่ะหรือ ก็ยิ้มหวานส่งให้ไง

 

            “นี่แน่ะ”

 

            “โอ๊ย” แล้วก็ทุบไปเต็มอก ทำเอาพี่ไคสะดุ้ง ดูหายง่วงทันควัน

 

            หมับ

 

            “ยังโกรธอยู่หรือ” พี่ไคก็รีบรวบมือผมไว้ ถามเสียงอ่อนอ่อย จนอยากจะบอกว่าใช่หรอกนะ แต่มันก็ไม่ได้โกรธเท่าเมื่อคืนแล้ว แถมก็เอาคืนเรียบร้อย ผมเลยทำปากยื่น

 

            “อยากให้แตมโกรธมั้ยล่ะ”

 

            “ไม่อยาก”

 

            “งั้นทีหลังอย่าไล่แตมอีกนะ ถ้าไล่อีกที แตมจะร้องไห้ให้ตายไปเลย” ผมยิ่งมีปมกลัวถูกทิ้งอยู่ด้วย ไอ้การหนีออกจากบ้านคงไม่ทำหรอก แต่เรื่องร้องไห้จนน้ำหมดตัวนี่อาจจะเป็นไปได้ และนั่นก็ทำให้พี่ไคกระชับมือผมมั่น ดึงเข้าไปในอ้อมกอด

 

            “ฉันไม่เคยไล่เธอนะ”

 

            “เมื่อคืนไง” ผมยังโยเยใส่ จนพี่ไคยิ่งหน้าเสีย

 

            “เมื่อคืนไม่ได้ไล่จริงๆ” ผมมองหน้าเขาสักพัก จ้องนิ่งๆ จนผู้ชายตัวโตยิ่งหน้าสลดกว่าเดิม แล้วก็เป็นผมเองนั่นแหละที่ตีหน้านิ่งได้ไม่นาน หลุดหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ ยิ่งมองหน้าเขาก็ยิ่งขำ ก็เลยใช้อีกมือตีอกไปหลายๆ ที ไม่ได้ลงแรงจนเขาเจ็บ เหมือนตบแปะเบาๆ อย่างหมั่นไส้

 

            “อืม แตมเชื่อแล้ว”

 

            พี่ไคบีบมือผมแทนคำขอบคุณ และผมก็เปลี่ยนเรื่องเสียงจริงจัง

 

            “พี่ไค พี่ไคคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะแตมเผลอหรือครับ” เขาหน้าเครียดทันที โอบอีกมือมารอบเอวผม เหมือนกลัวผมจะหายไปนาทีใดนาทีหนึ่ง แล้วก็เอ่ยด้วยท่าทางทรมานใจ

 

            “ฉันรู้ว่าเธอไม่เคยมีใคร ทั้งชีวิตเธอมีแค่แม่ ฉันจึงกลัวว่าเพราะฉันเป็นคนแรกที่ก้าวเข้ามาในชีวิตเธอ เธอเลยอาจจะเข้าใจผิดระหว่างความรักกับ...ตัวแทน”

 

            ผมไม่เข้าใจในวินาทีแรก ก่อนที่จะเบิกตากว้างเมื่อพี่ไคเอ่ยต่อ

 

            “ฉันกลัวว่าเธอจะยึดเหนี่ยวฉันเอาไว้แทนพ่อเธอ”

 

            ผมพูดอะไรไม่ออก รู้สึกถึงความโกรธที่เหมือนดูถูกกัน แต่เพียงพักเดียว ใจก็สงบลง เมื่อมองแววตาของใครอีกคนที่หวาดกลัวมากกว่าตัวผม บีบมือผมแน่นจนมือเราชื้นไปหมด

 

            พี่ไคต่างหากที่กลัวคำตอบผมมากกว่า

 

            นั่นสินะ มันก็ไม่แปลกที่เขาจะคิดว่าผมยึดเหนี่ยวเขาเป็นที่พึ่งสุดท้าย เหมือนคนจมน้ำแล้วเห็นขอนไม้ลอยมา เลยคว้าจับเอาไว้เพื่อยื้อชีวิต เพื่อไม่รู้สึกโดดเดี่ยวและเปล่าเปลี่ยวอีกต่อไป

 

            ข้อสรุปที่ผมหลับตาลง แล้วส่ายหน้าช้าๆ

 

            “พี่ไคไม่แก่พอที่จะเป็นพ่อของแตมหรอกนะ”

 

            “...”

 

            “และแตมไม่คิดจะนอนกับพ่อตัวเองด้วย”

 

            ผมลืมตา มองหน้าเขา ส่งยิ้มให้ จากนั้นก็ซบหน้าลงกับแผ่นอกของพี่ไค ทิ้งตัวลงแนบชิดเขา ฟังเสียงหัวใจที่เต้นแรงจนน่ากลัว แต่อีกความหมายคือเขากำลังหวาดหวั่นกับคำตอบของผม

 

            “คืนที่ดาวเต็มฟ้าฉันจินตนาการเห็นหน้าเธอ~” พี่ไคคงแปลกใจที่จู่ๆ ผมก็ร้องเพลง นึกขำกับเสียงแหบและแตก แต่ผมก็ยังคงร้องต่อไป รู้สึกว่าเสียงหัวใจที่เต้นแรงขึ้นของพี่ไคเป็นจังหวะดนตรีที่เพราะที่สุด ชนิดที่กีต้าร์ของเติ้ลสู้ไม่ได้

 

            ผมวางมือลงบนแผ่นอกของเขา

 

            “ละเมอไปไกล มองไม่เห็นเป็นดาว จันทร์ที่ดูสดใสนั้นเป็นดั่งใจเธอหรือเปล่า...หากมันเป็นจริง จะเก็บเอาจันทร์ มาใส่ใจ...แม้ไม่รู้ ว่าเธอจะอยู่ไหน ขอฝากใจ ไปถึงหน่อย ใจดวงนี้ อาจยังมีค่าน้อย แต่จะขอ...เพียงรักเธอ” ผมรู้สึกว่าแก้มร้อนจนน่ากลัว แต่ผมก็ยังพยายามร้องเท่าที่เสียงแหบๆ จะอำนวย

 

            “เพลงนี้ชื่อคืนที่ดาวเต็มฟ้าครับพี่ไค แล้วพี่รู้มั้ยว่ามันเป็นเพลงรัก” ผมเงยหน้าจนเห็นปลายคางของเขา อดไม่ได้ที่จะขยับตัวไปจุ๊บเบาๆ ขณะที่พี่ไคก็โอบแผ่นหลังผมแน่น เขาขยับลงมาหมายจะมองหน้าผม แต่ผมก็รีบซุกลงกับอก

 

            “เฌอแตม...”

 

            “และพี่ไครู้มั้ย” ผมไม่ยอมให้เขาแทรก รีบว่าต่อทันที

 

          “...แตมร้องเพลงนี้ให้พี่”

 

            เพลงรักที่ร้องให้กันก็มีความหมายเดียว

 

            หมับ

 

            ทันใดนั้น พี่ไคก็ดึงตัวผมขึ้นมานอนบนอก จนขาของเราเกี่ยวกัน แนบชิดจนผมยิ่งซุกหน้ากับซอกคอ ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมองด้วยสองเหตุผล หนึ่งคืออาย สองคือผมไม่กล้ามองหน้าพี่ไคเท่าไหร่

 

            “ตอนที่พี่ไคยังไม่กลับมา แตมคิดถึงพี่มาก มากจนแตมร้องเพลงนี้ให้คนตั้งหลายร้อยฟัง ขอโทษนะครับที่ไม่ได้ร้องให้พี่ฟังก่อน” ผมสารภาพ ตอนนั้นล่ะมั้งที่ผมรู้ตัวชัดเจนว่าผมรู้สึกยังไงกับพี่ไค เหงาจนหลุดปากบอกใครๆ ว่าคิดถึงเขามากแค่ไหน

 

            “นั่นเธอร้องให้ฉัน” เสียงของพี่ไคดูอึ้ง

 

            “อืม” ผมพยักหน้า

 

            “แตมไม่รู้หรอกว่านี่คือความเผลอหรือเปล่า แต่แตมมั่นใจว่าพี่ไคไม่ได้เป็นตัวแทนของพ่อแตมแน่นอน แล้วแตมก็คงไม่เผลอมีอะไรกับพี่ด้วย ครั้งแรกอาจจะใช่ แต่ความเผลอคงไม่ทำให้เกิดครั้งที่สอง แล้วจะมีครั้งที่สาม ครั้งที่สี่...ใช่มั้ยครับ” ผมช้อนตาขึ้นมอง พูดเองก็แทบจะมุดดินเอง เพราะผมกำลังบอกเขาว่าพร้อมจะมีอะไรกับเขามากกว่านี้

 

            มันจะไม่หยุดลงแค่ครั้งที่สองหรอกใช่มั้ย

 

            “ขอบคุณนะ” พี่ไคขยับขึ้นมานั่งทั้งที่มีผมอยู่บนตัวของเขา กระชับตัวผม กดจูบที่ขมับแล้วขยับมาหอมแก้ม เขาสัมผัสผมอย่างอ่อนโยน จนอดรู้สึกไม่ได้ว่าตัวเองเป็นที่รักใคร่

 

            “ขอบคุณสำหรับเพลงและขอโทษที่ทำให้มีน้ำตา”

 

            “เอ้ะ พี่ไครู้ได้ไงว่าแตมร้องไห้” ผมชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตาเขา มองเข้าไปในดวงตาของคนที่อึ้งไปนิด ก่อนที่เขาจะยื่นมือมาแตะแก้มผม ลูบไล้แผ่วเบา แล้วมาหยุดที่หางตา

 

            “เธอร้องอยู่ตอนนี้”

 

            ผมรีบกะพริบตาถี่ๆ แล้วพบว่าดวงตาเปียกชื้น

 

            “เหมือนกระต่าย” พี่ไคกดจูบที่หางตา รู้สึกหวานจนหัวใจพองโต ทว่าพอมองหน้าเขา ผมก็รีบดันอกพี่ไคออก

 

            “งั้น...ตกลงกันแล้วนะ”

 

            “จะไปไหน” ผมรีบลุกขึ้นจนเขารั้งข้อมือไว้ก่อน ให้ทำหน้างอใส่

 

            “ก็ไปเรียนสิครับ ใครบางคนพูดเองนี่ว่าไม่อยากให้แตมติดพี่มากเกินไป” อย่างน้อยพี่ไคก็พูดถูกว่าผมติดเขามากไป แต่ผมเพิ่งจะมีแฟนคนแรกนี่ ผมก็เลยไม่รู้ว่าเราควรจะมีระยะห่างแค่ไหน เอาแต่คิดว่าชอบความรู้สึกอุ่นๆ นุ่มๆ จั้กจี้หัวใจตอนอยู่ใกล้เขา

 

            “ไหวหรือ” เป็นพี่ไคซะเองที่จับแขนผมแน่น กดสายตามองสะโพกที่อยู่ใต้ผ้าห่มจนต้องยกมือปิดตา

 

            “มองอะไรน่ะ” เขาจับมือผมออก แล้วบอกเสียงเรียบ

 

            “เมื่อคืนตอนที่ฉันเช็ดตัวให้ รูตรงนั้นแดงแจ๋เลย ไม่เจ็บหรือ...”

 

            “หวา!!!” ผมตะครุบปิดปากเขาแน่น เบิกตากว้าง ไม่คิดว่าตอนที่หลับไปจะมีใครบางคนทำอะไรร่างกายผม

 

            “ไม่เอา แตมไม่ฟัง แดงเดิงไรไม่รู้ แตมจะไปเรียนแล้ว อยู่ใกล้พี่ไคไปหัวใจทำงานหนักเกิน” ผมไม่คุยกับเขาแล้ว ถือว่าเคลียร์หมดแล้ว เลยปิดปากพร้อมดันหน้าเขาแรงๆ พี่ไคก็ยอมทิ้งตัวไปนอนแผ่บนเตียงอีกครั้ง แต่ยังไม่ยอมปล่อยแขนผม กระตุกเบาๆ

 

            “เฌอแตม...เย็นนี้กินข้าวเย็นกันนะ” ผมอยากจะเอาคืน แต่คิดว่าเอาคืนพอแล้ว เลยส่งยิ้มให้

 

            “อื้อ เย็นนี้เจอกันครับ” พี่ไคยอมปล่อยมือผมจนได้ จนรีบลุก แล้ววิ่งไวๆ ไปทางห้องน้ำ ไม่อยากให้พี่ไคเห็นก้นกลมๆ เท่าไหร่

 

            “อ้อ พี่ไค” ผมโผล่หน้าออกมาจากประตูห้องน้ำอีกที มองหน้าเขา แล้วอดจะหลุดหัวเราะไม่ได้

 

            “หืม”

 

            “ตื่นแล้วอย่าลืมไปล้างหน้านะครับ เดี๋ยวจะหาว่าแตมไม่เตือน” ผมเหลือบไปมองหมอนที่นอนหนุนเมื่อครู่ เห็นหัวปากกาเมจิกที่ซ่อนไม่มิด กลั้นยิ้มจนแก้มบุ๋ม แล้วผลุบเข้าห้องน้ำไปทำความสะอาดร่างกาย ปล่อยให้อีกฝ่ายยังนั่งงงอยู่บนเตียง

 

            แตมบรรจงเขียนให้เลยนะ

 

            ผมคิดพลางหัวเราะอย่างขบขัน ก็ตอนนี้บนหน้าผากพี่ไคมีคำว่า...คนขี้โกง...ด้วยปากกาเมจิกน่ะสิ

 

          โทษฐานที่ทำแตมร้องไห้ ถูจนหน้าผากหลุดไปเถอะ ฮึ!

 

....................................................

 

            “น้องแตมดีกับพี่ไคแล้วครับ ขอโทษน้าที่ทำให้เป็นห่วง”

 

            [ค่อยยังชั่ว รู้ตัวมั้ยว่าเวลาเราโกรธแล้วน่ากลัว เด็กอะไรโกรธแล้วไม่ออกหน้า ไม่โวยวาย หนีเข้าห้องไปร้องไห้ทุกที]

 

            “แม่อ่า น้องแตมก็โวยวายนะ”

 

            [เวลาน้องแตมโวยวายแปลว่าไม่ได้โกรธจริง ถ้าโกรธจริงจะหนีไปร้องไห้]

 

            “โธ่ แม่อ่า”

 

            ผ่านไปหลายวันแล้วหลังจากที่ผมทะเลาะแล้วก็ดีกับพี่ไค จากที่เขาเอาแต่เก็บตัวในห้องทำงาน พี่ไคก็ยอมออกมาอยู่ที่ห้องนั่งเล่น กินข้าวด้วยกัน บางทีก็เข้านอนพร้อมกัน สิ่งที่ดูเหมือนจะพัฒนาก็แค่เรื่องพี่ไคชอบแตะเนื้อต้องตัวบ่อยๆ บางทีก็กอด บางทีก็จูบ แล้วตลกชะมัด ข้างล่างนี่แข็งโป๊กเลย แต่เขาก็ไม่กล้าทำมากกว่านั้น ถ้าผมไม่อนุญาตอยู่ดี แล้วคิดว่าผมจะใจกล้าเหมือนคืนนั้นทุกวันหรือไง

 

            ส่วนที่ตลกกว่าคือพี่ไคล้างปากกาเมจิกที่เขียนว่าคนขี้โกงไม่ออก จนเดินหน้าผากเลอะอยู่ตั้งหลายวัน เห็นทีไรก็หลุดหัวเราะ ไม่เหลือความโกรธเลยสักนิด...นี่แอบถ่ายเก็บไว้ในมือถือด้วยนะ

 

            พอวันนี้แม่โทรมาก็เลยยืนยันว่าหายโกรธกันแล้ว แม้แม่จะถามเรื่องที่พี่ไคไปอเมริกาโดยไม่บอกกล่าวก็เถอะ แต่มันก็ทะเลาะแล้วคืนดีเหมือนกันนั่นแหละนะ

 

            [ว่าแต่จะวันเกิดน้องแตมแล้วนะ ต้องกลับมากินข้าวบ้านนะลูก]

 

            “อื้อ แตมดูตารางสอบแล้ว แตมสอบเสร็จก่อนถึงวันเกิด แม่ฮะ...แตมชวนพี่ไคไปด้วยได้มั้ย” ถึงผมจะหลีกเลี่ยงไม่ค่อยเข้าบ้านใหม่แม่สักเท่าไหร่ แต่ยังไงวันเกิดก็ยังกินข้าวด้วยกัน แล้วอีกไม่กี่อาทิตย์ ผมก็จะอายุยี่สิบปีบริบูรณ์แล้วด้วย

 

            [ได้ แม่ก็กะจะชวนไคเขาอยู่แล้ว อ้ะ แม่วางก่อนนะลูก แม่ขับรถอยู่]

 

            “ครับ รักแม่น้า”

 

            ผมเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า อีกมือก็กระชับถุงกับข้าวที่ผมแวะตลาดซื้อก่อนเข้าห้อง ขณะที่อีกมือก็ควานหากุญแจรถคันสวย...พี่ไคยัดเยียดให้ผมเอามาใช้ บอกว่าถ้าไม่ใช้จะไปส่งและมารับทุกวัน แล้วดูจากเวลาการนอนของทางนั้นแล้ว ตอนเช้าขับเองอาจจะปลอดภัยกว่า

 

            ปิ๊บๆ

 

            “แตม...เฌอแตม?” ผมกำลังจะเปิดประตูหลังเพื่อเก็บของ แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงร้องเรียกอย่างไม่แน่ใจ แล้วเพียงหันไป...ร่างกายก็ชาวาบตั้งแต่หัวจรดเท้า

 

            แกเป็นเด็กที่ไม่น่าเกิดมาเลย

 

            เฮือก!

 

            ปึง

 

            ผมก้าวถอยหลังอย่างลืมตัว กระแทกกับประตูรถจนมันปิดลง เบิกตากว้าง มองคนตรงหน้าที่มีภาพของผู้หญิงหน้าตาดีเจ้าของดวงตาเกรี้ยวกราดและเกลียดชังซ้อนทับขึ้นมา ผมจำเขาได้แล้ว...เขาเป็นเมียเก่าของพ่อผม

 

            คนที่ชี้หน้าด่าว่าผมเป็นตัวเกะกะใครต่อใครในงานศพของพ่อ

 

            “นี่แกจริงๆ สินะ ไอ้ลูกเมียน้อย!

 

            “คะ...คุณพูดเรื่องอะไรครับ”

 

            “อย่ามาทำไขสือ แกคือไอ้เด็กเฌอแตมคนนั้นใช่มั้ย”

 

            “ผม...ผมไม่รู้จักคุณ”

 

            “ฮึ ยิ่งโตหน้าตาแกก็ยิ่งเหมือนแม่ สันดารยังถอดกันมาสมเป็นแม่ลูก ก็แม่แกนั่นแหละที่แย่งผัวฉันไป จำไม่ได้หรือวะ แล้วแกเองก็คงทำเหมือนแม่ ไม่งั้นแกจะมีปัญญาขับรถคันละหลายล้านได้ยังไง!” ผู้หญิงวัยกลางคนที่ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยจนดูแก่กว่าอายุจริงไปหลายปีกำลังพูดเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ และผมก็กำลังมือไม้สั่นอย่างทำอะไรไม่ถูก

 

            ความกลัวในวัยเด็กมันยังฝังแน่นอยู่ในหัวใจ

 

            “แม่...แม่ผมไม่ได้เป็นเมียน้อยใคร แม่กับพ่อผมรักกัน” ผมพยายามเถียง พยายามทวงคืนสิ่งที่แม่แท้ๆ ของผมเป็น

 

            “แต่ฉันคนนี้เป็นเมียแต่ง! ยังไงแม่แกก็เป็นเมียน้อย และแกก็เป็นลูกเมียน้อย!

 

            เขาตะโกนใส่หน้าผม ซึ่งผมก็ไม่สามารถเถียงเขาได้

 

            แม้พ่อกับแม่แท้ๆ ของผมรักกันมาก่อนที่พ่อจะถูกจับแต่งงานกับผู้หญิงตรงหน้า แต่คนที่นอนกอดทะเบียนสมรสก็คือคนคนนี้ พ่ออาจจะรักแม่ มาหาแม่ แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานะของแม่แท้ๆ เป็นแค่เมียน้อย เขาพูดถูก...ผมเป็นแค่ลูกเมียน้อย

 

            “ทำไม...ทำไมคุณต้องพูดแบบนี้ด้วย...เรื่องมันผ่านมาเป็นสิบปีแล้ว คุณก็เอาไปหมดแล้วนี่” ผมจะไม่ร้องไห้ต่อหน้าผู้หญิงคนนี้ แต่คำพูดของผมกลับทำให้ดวงตาร้ายกาจยิ่งคุกรุ่นมากกว่าเดิม

 

            “เพราะแกเป็นตัวทำลายชีวิตฉัน!! ถ้าไม่มีแก พ่อแกก็ยังอยู่กับฉัน ชีวิตฉันคงไม่เป็นแบบนี้! แล้วแม่แกเองก็เหมือนกัน มันคงไม่ตายตอนคลอดแก พ่อแกก็คงไม่ถูกรถชนตาย แกมันก็แค่ไอ้เด็กตัวซวย!

 

          อย่าร้องนะ อย่าร้องเชียวนะ

 

            ผมรู้สึกหูอื้อตาลาย คนผ่านไปผ่านมากำลังยืนมองผมกับเขา แต่ผมไม่สนใจ ตอนนี้มีเพียงคำพูดที่ว่าผมเป็นคนฆ่าพ่อกับแม่ดังก้องในหัว แต่ผมจะไม่ร้องไห้ จะไม่แสดงความอ่อนแอให้คนที่เยาะเย้ยชีวิตของผมและครอบครัวต้องสะใจ

 

            “ถึงพ่อไม่มีผม...พ่อก็ไม่มีทางรักผู้หญิงร้ายกาจอย่างคุณ”

 

            “ไอ้เด็กเวร!

 

            ผมไม่สนใจผู้หญิงที่ตะโกนด่าผม ทำท่าจะพุ่งเข้ามาจิกทึ้งตัวผม เพราะผมรีบหมุนตัวขึ้นรถ กดล็อก ไม่สนใจว่าอีกฝ่ายกำลังทุบรถอยู่ ผมรีบสตาร์ทเครื่อง แล้วขับออกจากตรงนั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมกับหัวใจที่เหมือนจะแหลกสลายเมื่อถูกย้ำเตือนว่าผมไม่เป็นที่ต้องการไม่ว่ากับใคร

 

            ผมเป็นฆาตกรฆ่าพ่อแม่ตัวเองหรือ...ผมไม่สมควรเกิดมาบนโลกใบนี้หรือ

 

            “ไม่ร้องไอ้แตม...ไม่ร้อง ก็บอกว่าอย่าร้องไงวะ!” มือที่จับพวงมาลัยสั่นจนรู้สึกได้ แต่ผมก็ยังพยายามบังคับรถด้วยสติทั้งหมดที่เหลือ ผมรู้เพียงว่าผมอยากจะกลับบ้านให้เร็วที่สุด ไปหาคนที่ผมจะสามารถร้องไห้ออกมาดังๆ

 

          แตมไม่ใช่ตัวซวยใช่มั้ย บนโลกใบนี้ยังมีคนต้องการแตมอยู่ใช่มั้ย

 

........................................

 

ไค

 

            ปัง!

 

            “กลับมาแล้ว...เฌอแตม!

 

            หมับ

 

            “พะ ไค ฮึก ฮื่ออออออออออ”

 

            “เฌอแตม เกิดอะไรขึ้น”

 

            “ฮื่ออออ ฮึก ฮึก ฮึก”

 

            ผมกำลังชงกาแฟตอนที่ประตูห้องเปิดออก แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากทักทายด้วยคำที่ซ้อมอยู่ทุกวัน ใบหน้าเปื้อนน้ำตาของเฌอแตมก็ทำให้ผมทิ้งทุกอย่าง พุ่งตรงไปหาเขา เหมือนที่เขาก็วิ่งมาหาผม กอดเอาไว้ด้วยสองมือ จากนั้นเขาก็ซบหน้ากับบ่า แล้ว...ปล่อยโฮ

 

            เฌอแตมไม่เคยร้องไห้หนักขนาดนี้มาก่อน

 

            เท่าที่ผมเห็น เขามักจะน้ำตาคลอน้อยๆ ที่ทำให้ผมทนไม่ไหวทุกครั้งไป หรืออย่างมากก็คืนที่เราทะเลาะกัน แต่เขายังมีแรงจะพูดคุยกับผม บอกผมว่าเขารู้สึกยังไง แต่ครั้งนี้ต่างออกไป สิ่งที่เขาทำคือการขยุ้มเสื้อผมแน่น น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลซึมลงบนเสื้อของผม ปล่อยเสียงร้องไห้อย่างกลั้นไม่อยู่

 

            ฮวบ

 

            “แตม...เป็นแค่...ตัวซวย ฮึก ฮึก...”

 

            จู่ๆ เขาก็หมดแรงแล้วทิ้งตัวลงนั่งพับอยู่บนพื้น สองมือยังกำขยุ้มเสื้อผมไว้ จนผมเอนตัวลงตาม มองเห็นน้ำตามากมายที่กำลังหยดลงพื้น แล้วเสียงสะอื้นแบบฟังไม่รู้เรื่องก็ดังมาจากปากของเขา

 

            เฌอแตมดูอ่อนแอจนน่าสงสาร

 

            หมับ

 

            “ฮึก ฮื่ออออออออ” ผมทิ้งตัวลงนั่ง รวบเขาเข้ามาในอ้อมกอดทันที มือหนึ่งดันหัวเขาซบลงที่บ่า อีกมือกอดรอบเอวของเขาเอาไว้ ดึงให้เขาขึ้นมานั่งตักเพื่อเป็นเบาะรองนั่ง ซึ่งผมอยากเป็นมากกว่าเบาะ ผมอยากเป็นที่รองรับความเจ็บปวดของเขาด้วย

 

            “ใจเย็นๆ เฌอแตม เธอกำลังทำให้ตัวเองหายใจไม่ออก” เขาสะอื้นจนร่างกายกระตุก ท่าทางเหมือนหายใจไม่ออก แล้วผมกลัวว่าถ้ามากกว่านี้แล้วเขาจะชัก จนพยายามลูบหัวลูบไหล่ ให้เขาเย็นลงกว่านี้

 

            ขวับๆๆๆ

 

            เฌอแตมยังคงร้องและก็ร้อง พร้อมกับส่ายหน้าไปมาบนบ่าของผม เขาพยายามพูดอะไรบางอย่าง แต่มีเพียงเสียงขลุกขลักกับเสียงสะอื้นจนตัวโยน

 

            ผมคิดว่าถึงถามเขาตอนนี้ก็คงไม่ได้คำตอบ ผมจึงกอดเขาเอาไว้แน่น คอยเช็ดน้ำตาให้ แม้มันจะไม่ดีขึ้นเลย ตาของเขาเริ่มแดงช้ำ จนต้องกดจูบที่เปลือกตาสั่นระริกแผ่วเบา กระซิบบอกเขาว่าไม่เป็นไร ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะคงอยู่กับเขาตรงนี้

 

            ได้โปรดเถอะพระเจ้า ผมขอรับความเจ็บปวดของเขาเอาไว้เอง ได้โปรดอย่าให้เขาต้องทรมานใจอีกเลย

 

            “ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร” ผมโยกตัวเขาเบาๆ ขยับไปพิงผนังตรงทางเข้าบ้าน ปล่อยให้เขาร้องออกมาเท่าที่อยากร้อง ถ้ามันจะช่วยให้เด็กคนนี้รู้สึกดีขึ้นสักเล็กน้อยก็ยังดี

 

            ผมไม่แน่ใจว่านั่งกอดเขาอยู่นานแค่ไหน อาจจะครึ่งชั่วโมง หรือเกือบชั่วโมง ตอนนี้ดวงตาของเขาช้ำไปหมด จนผมต้องพยายามไม่ให้เฌอแตมขยี้ตา รวบสองมือเอาไว้ ดึงมากอดรอบตัวผม โยกตัวเขาไปเรื่อยๆ กระทั่งเสียงสะอื้นเริ่มจางหาย อาการสั่นและกระตุกแบบคนหายใจไม่ออกก็สงบลง จนนึกโล่งใจ

 

            “พี่ไค...” เสียงของเขาแหบจนน่าสงสาร

 

            เฌอแตมเหมือนจะแตกหักลงได้ทุกเมื่อ

 

            “ว่ายังไง” ผมพยายามพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดเท่าที่คนหน้าตายอย่างผมจะทำได้ ลูบเส้นผม ประคองท้ายทอยเมื่อเขาเงยหน้าเปรอะเปื้อนขึ้นมองตา จนเห็นลูกแก้วที่สั่นระริกเหมือนจะพังทลาย แล้วเขาก็ถามผม

 

            “แตม...แตมไม่ควรเกิดมาบนโลกใบนี้หรือครับ”

 

            “ไปเอาความคิดนี้มาจากไหน!” ผมเบิกตากว้าง มองเขาด้วยสายตาตกตะลึง

 

            “เขาบอกแตมว่า...ฮึก อึ้ก ไม่มีใครต้องการแตม แตมเป็นแค่กาฝาก แค่...ตัวเกะกะ แค่เด็กที่ไม่มีใครต้องการ แตมทำให้แม่แท้ๆ ฮึก ฮึก ต้องตาย ทำให้แม่นุกต้องลำบาก เขาบอกว่าแตมเป็นฆาตกร ถ้าแตมไม่เกิดมาก็จะไม่มีใครตาย ถ้าแตมไม่อยู่บนโลกใบนี้...ทุกคนจะมีความสุข” เฌอแตมกลับพรั่งพรูทุกอย่างออกมา แล้วเขาก็ตัวสั่นจนผมรีบกอดเขาแน่น

 

            “ไม่ เฌอแตม เธอคือความสุขของฉัน”

 

            “แต่...แต่พี่ไค...ถึงพี่ไคไม่เจอแตม...สักวันพี่...พี่ก็ต้องเจอคนที่ทำให้พี่มีความสุข...เด็กอย่างแตม...จะหาที่ไหนกะ...”

 

            “ไม่! เธอก็คือเธอ ไม่มีใครแทนที่เธอได้หรอกนะเฌอแตม!!

 

            ผมไม่เคยคิดตวาดใส่เขาเลยสักครั้ง แต่ผมกลับทนไม่ได้ที่เขาบอกเหมือนเขาไม่มีค่า เขามีสิ เขามีค่าที่สุดในสายตาของผม และผมเชื่อว่าเขามีค่าสำหรับอีกหลายคน ไม่ว่าจะเป็นพ่อเขา แม่เขา หรือพี่นุกเองก็ตาม

 

            “อย่าฟังคำของคนที่ต้องการทำลายเธอ ฟังฉันสิ ฟังฉันคนที่ต้องการเธอ!

 

            เขามองหน้าผม แล้วเขาก็สะอื้น

 

            “เธอไม่ใช่ฆาตกร เธอไม่เคยฆ่าใคร ทุกคนล้วนต้องตายกันทั้งนั้น แค่จะตายเร็วหรือตายช้า พ่อแม่เธอตายเพื่อปกป้องเธอ แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอเป็นคนฆ่าพวกเขา เธอต้องคิดสิว่าเธอมีค่าจนพวกเขายอมสละชีวิตเพื่อปกป้องเธอเอาไว้ คิดสิเฌอแตมว่าเธอต้องมีชีวิตอยู่ในส่วนของพวกเขา รักชีวิตที่เขาให้ และเห็นค่ามันมากกว่าใคร เข้าใจมั้ย”

 

            ผมเข้าใจนะว่าเฌอแตมคิดอะไรอยู่ ผมต้องเข้าใจสิ เพราะผมเองก็อยู่ในรถวันที่พ่อแม่ตาย

 

            ในวันที่ครอบครัวเราไปเที่ยวแล้วรถพลิกคว่ำลงเขา ผมอยู่ในรถกับพวกท่าน แต่ผมเป็นคนเดียวที่ไม่ตาย แม่ผมจับมือของผมไว้ก่อนที่จะจากโลกไปด้วยรอยยิ้มที่พยายามปลอบใจผม บอกว่าผมจะปลอดภัย ผมต้องติดอยู่ในรถคันนั้นพร้อมกับศพของพ่อแม่อยู่เกือบสองวัน ทีมช่วยเหลือจึงพาผมออกไปได้ และผมก็สูญเสียอารมณ์ความรู้สึกไปในวันนั้น

 

            ครั้งแรกที่ผมสนใจเฌอแตมคือเรื่องราวของเขา

 

            ทำไมเฌอแตมถึงสะดุดใจผมนัก ก็เพราะพี่นุกเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นในอุบัติเหตุเมื่อสิบปีก่อน

 

            แวบแรกที่ได้ฟัง ผมคิดว่าเฌอแตมเหมือนกับผม แต่เมื่อได้เจอตัว เขาอ่อนแอกว่าผมมาก ต้องการการปกป้องมากกว่าผม และรู้ตัวอีกที หัวใจผมก็ปรารถนาที่จะปกป้องเขา จะไม่ยอมให้มีเรื่องอะไรมาทำให้เขาเสียใจ แต่ผมกลับทำผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้แต่ตอนนี้ ผมก็ยังปลอบใจเขาไม่ได้เลย

 

            ผมต้องทำยังไง พูดยังไง แสดงออกยังไง เขาถึงเข้าใจว่าเขามีค่ากับผมมากแค่ไหน

 

            “ฉันจะไม่มีวันมีความสุขถ้าเธอไม่อยู่ในอ้อมกอดของฉันเหมือนตอนนี้”

 

            ถ้าไม่มีเขา ผมก็ยังคงเดินทางไปเรื่อย พยายามหาสถานที่ที่ผมอยากจะอยู่ไปตลอด ซึ่งอาจจะไม่มีวันเจอ เขาทำให้ผมเจอบ้าน ทำให้ผมเจอคนที่ผมอยากทุ่มเทชีวิตเพื่อปกป้อง อยากเป็นคนซับน้ำตา และทำทุกอย่างแม้แต่นั่งคิดคำพูดวันละหลายร้อยประโยคเพื่อที่จะคุยกับเขาแค่ห้านาที

 

            แหมะ แหมะ

 

            เฌอแตมปล่อยน้ำตากลิ้งลงมาบนฝ่ามือของผม แล้วเขาก็จับข้อมือผมไว้ ซบหน้ากับฝ่ามือ

 

            “แตมอยู่กับพี่ได้ใช่มั้ย ฮึก แตมไม่ใช่ตัวซวย...ในชีวิตพี่ไคใช่มั้ย...ใช่มั้ยครับ” เขาถามเหมือนเด็กที่ร่ำร้องขอคำตอบจากผู้ใหญ่

 

            ผมส่งยิ้มให้เขาเท่าที่ผมจะทำได้ แล้วเอ่ยด้วยเสียงจริงจังที่สุด

 

            “เธอคือพรแห่งความสุขในชีวิตของฉัน”

 

            ทันใดนั้น เขาก็โผมากอดผมเอาไว้แน่น ร้องไห้ออกมาอีกครั้ง หากแต่ครั้งนี้ผมกลับยิ้มได้

 

            “แตม...แตมจะไม่ฟังคำใครที่ไหนอีกแล้ว...จะไม่ฟังคนแบบนั้นอีกแล้ว”

 

            ใช่ เฌอแตมควรจะมั่นใจได้แล้วว่าเขามีค่าต่อใครๆ โดยเฉพาะกับผู้ชายที่ชื่อคงไคคนนี้

 

...........................................

 

            ครบค่ะ อันนี้ยังอัพชดเชยให้เนอะ แหะๆ ก็แบบว่าหายนาน เลยไม่อยากตัดตอนอะงับ แต่หลังจากนี้เรื่องนี้จะกลับมาอัพปกตินะคะ ปกติคืออะไร ก็ตัดฉับๆ ไง ยิ้มแห้งๆ อ้อ ตอนนี้น้องแตมก็ไปเจอเมียเก่าพ่อเนอะ ผู้หญิงร้ายกาจที่เอาทุกอย่างของแตมไป ทำให้แม่และน้องแตมต้องเจอความลำบากในชีวิต แล้วนี่ยังมาสร้างน้ำตาอีก ซึ่งคิดหรือว่าพี่ไคจะยอมอยู่เฉยๆ ก็เขารักของเขามากขนาดนี้นี่นา เนอะ

            ลูกน้ำอ่านเรื่องนี้ด้วยอะ ดีใจ เขินเลย ><

            ขออนุญาตขายของนะคะ ใครสนใจเรื่องนี้ สามารถเจอกันในแบบรูปเล่มได้ที่งานตลาดฟิควันที่ 26 พ.ค.ค่ะ ที่บูธ C9-10 ครับผม มีเรื่องนี้ไปด้วยค่ะ แต่เรื่อง Sugar Addict เมย์เหลือแค่สิบชุดนะคะ เรื่องที่เอาไปลงตามนี้เลย แต่อาจจะมีเรื่องอื่นเล็กน้อยประปราย คือเมย์กำลังจัดของอะงับ

 

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมถูกเปย์ นะคะ

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.05K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,384 ความคิดเห็น

  1. #10243 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 16:09
    ลูบหัวน้องงงงงง
    #10,243
    0
  2. #10137 rattanalak44 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 08:52
    สงสารร้องอ่ะ
    #10,137
    0
  3. #9603 Thitaphorn Tiemnara (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 21:13
    อย่าไปหังมันลูกกกกกกก
    #9,603
    1
    • #9603-1 Thitaphorn Tiemnara(จากตอนที่ 32)
      14 สิงหาคม 2561 / 21:14
      *ฟัง สิวะหังอะไร๊
      #9603-1
  4. #9435 แหวน (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 15:15

    ฮืือออออ น้องแฒมขาาาาา อย่าไปฟังอีป้านั่นเลยฟังพี่ไคคนเดียวก็พอแล้วนะ

    #9,435
    0
  5. #9409 Serin71228 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 01:37
    ฮูยยย มีแต่ปมๆๆ และปมจนงงหมดแล้วค่ะซิสส
    #9,409
    0
  6. #9304 kimleehyun (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 23:08
    อ่านแล้วกลัวจะมีดร่าม่า เกี่ยวกับพี่ไคจัง กลัวว่าจะมีสาเหตุที่ทำให้มีเหตุการณ์อะไรผมซักอย่างที่ ทำให้น้องแตมหวนกลับมาโทษตัวเองอีกจังเลย ไหนจะห้องทำงานล็อคและสั่งห้ามเข้าอีก ถ้ามีเหตุให้น้องแตมเข้าไปแล้วเจอ กระดาษโน้ตต่างๆที่พี่ไคปักหมุกเอาไว้ เกี่ยวกับการสรรหาคำพูดต่างๆที่จะเอามาพูดกับน้องอีก มันต้องงมีเหตุที่ทำให้น้องแตมต้องได้เข้าไปในห้องทำงานของพี่ไคนั้นแน่ๆเลย
    #9,304
    0
  7. #9296 wannapa111222 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 09:58
    สงสารน้องอ่ะ
    #9,296
    0
  8. #9171 itzmeboombim (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 21:58

    พี่ไคก็เสียพ่อแม่ไปเหมือนที่น้องแตมเสียพ่อนี่เอง

    #9,171
    0
  9. #9158 Som O Usanee (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 16:13
    ฮืออออออ ร้องไห้หนักพอ ๆ กับน้องแตมก็เรานี่แหละค่ะ สงสารน้องแตมเน้อะที่ต้องเจอคนแบบผู้หญิงคนนี้อะ เนี่ย คนที่ก็แค่พูด พูดไปเรื่อย เพียงแค่อยากระบายความแค้นในใจตัวเอง แต่คำพูดไม่กี่คำมันกัดกินและฝังใจเด็กคนหนึ่งมานานแค่ไหน ดูดิ คนที่สักแต่จะพูด มลพิษทางการได้ยินจริง ๆ เลยนะคนแบบนี้อะ ตัวเองไม่มีความสุขก็เลยพยายามจะยัดเยียดสิ่งไม่ดีให้คนอื่นด้วย แย่ชะมัด
    #9,158
    0
  10. #9137 baekbow (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 08:54
    ร้องห้ายยยยยยย สงสารน้อง ผู้หญิงคนนั้นก็จริงๆเลย เป็นบ้าหรอป้า เขาไม่ได้รักตัวก็ไม่รู้จักยอมรับความจริง จนเขาตายไปแล้วก็ยังจองเวรไม่เลิก เป็นโรคจิตป่ะ ทุกอย่างตัวเองก็ได้ไปหมดแล้ว ยังจะมาระรานอะไรอีก ไม่เป็นไรนะแตม ใครที่ไม่ได้คิดดีกับเราเราก็อย่าไปใส่ใจ มาให้ค่ากับคนที่คิดดีกับเราดีกว่า
    #9,137
    0
  11. #9111 SungEun~ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 23:09
    แงงงง ถ้าน้องแตมจะร้องไห้ต่อกันสองตอนขนาดนี้ หนูก็ร้องตามน้องแตมไปแล้ว สงสารน้องอ่ะ ยัยป้าร้ายกาจมาก แต่เพิ่งรู้เหตุผลที่พี่ไคหน้านิ่งนะเนี่ย พี่ไคต้องจัดการยัยป้าหนักๆเลยน้า
    #9,111
    0
  12. #9109 echize (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 12:53
    พี่ไคคนอบอุ่น ฮือออออออออออ
    #9,109
    0
  13. #9108 baconjelly2 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 00:06
    ขวัญเอ้ยขวัญมาน้องแตมมมม
    #9,108
    0
  14. #9107 Born 2 Be Yaoi (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 20:11

    โง้ยยยยยยยยยยยย อบอุ่นหัวใจเว่อร์ พี่ไคละมุนอ่ะ อีป้านั่นน่าตบเว่อร์

    #9,107
    0
  15. #9105 Nebbianuvolaa (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 19:41
    ใจจะขาดแทนน้องแตมลูกกกT__T
    #9,105
    0
  16. #9104 sunnyday_ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 18:17
    อย่าฟังคำคนอื่นอีกนะหนูแตม ไม่อยากให้ร้องไห้
    #9,104
    0
  17. #9103 annything (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 17:44
    พี่ไคดูแลน้องด้วยนะะ
    #9,103
    0
  18. #9102 Nnattann (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 11:41
    สงสารน้องแตมจัง พี่ไคต้องอยู่ข้างๆน้องนะ
    #9,102
    0
  19. #9098 Kim-kibom (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 23:10
    สงสารน้องจริงๆ..พี่ไครักแตมเยอะๆนะ
    #9,098
    0
  20. #9097 Nopara (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 22:19

    สงสารน้องแตม ตอนนี้พี่ไคเหมือนเป็นทุกอย่างของน้องแตม

    #9,097
    0
  21. #9094 LOVE_Yaoi_ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 21:15
    น่ารักกกก
    #9,094
    0
  22. #9093 Kyoheizing (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 21:13
    สงสารน้องแตม พี่ไคจัดการคนร้ายกาจให้หนักเลย มาทำน้องร้องไห้ได้ไง
    #9,093
    0
  23. #9086 aunaunmtyj (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 08:22
    เหตุการณ์ทั้งคู่เกิดขึ้นคล้ายกันเลย แต่พี่ไคเข้มแข็งสุดๆอ่ะ ชอบคำพูดพี่ไคตลอด ทำให้เราคิดตามไปด้วยจริงๆนะ ชอบบบบบ น้องแตมต้องเข้มแข็งไว้นะ
    #9,086
    0
  24. #9085 PiPi (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 02:58

    งุ้ยยยยย สงสารแตม แต่พี่ไครักแตมมากนะ รักมาแต่ไหนแต่ไรตามติดชีวิตคอยช่วยมาตลอดใช่มั๊ยละพี่ฮู

    #9,085
    0
  25. #9084 mymindmiew (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 01:02
    โอ๋ๆเจ้าแตม ขอบคุณพี่ไคสำหรับคำพูดดีๆ ไม่ต้องร้องไห้นะเจ้าแตม
    #9,084
    0