[Yaoi] Money Addict ผมมีค่า ต้องกล้าจ่าย! [Boy's Love]

ตอนที่ 30 : ตอนที่ 28 ความพอดีไม่เคยมี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44,899
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,189 ครั้ง
    23 พ.ค. 61


ตอนที่ 28 ความพอดีไม่เคยมี

 

 

 

เฌอแตม

 

            “มึงคิดดู ไอ้เครื่องทำไอติมยังไม่เคยใช้เลยสักครั้งเดียว นี่เล่นมีทั้งแก้วน้ำ จาน ช้อนส้อม ตะเกียบ หมอนรองนั่ง แม้แต่ที่ใส่ทิชชู่ในห้องน้ำยังเป็นเพนกวิน แล้วดูสิไอ้เคอร์ กระบอกน้ำนี่ยังเป็นลายเพนกวินเลย!

 

            “พี่ไคมึงนี่มีพัฒนาการในด้านแปลกๆ นะ จากเปย์ตังค์ เปย์รถ เปย์เครื่องครัว ฮ่าๆๆๆ หนนี้แม่งเปย์เพนกวิน”

 

            “ใช่มั้ยล่ะ!

 

            ผมจะเอาเรื่องนี้ไประบายกับใครได้ นอกจากไอ้เคอร์ ดังนั้น พอเรียนช่วงเช้าเสร็จ แล้วมันชวนออกมากินข้าวหน้ามหาวิทยาลัยเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ผมก็ยอมตามออกมาอย่างง่ายดาย แล้วใช้โอกาสนี้บ่นเรื่องที่เกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ จนเพื่อนสนิทหัวเราะก๊าก

 

             จากนั้นผมก็เอากระบอกน้ำใสลายเจ้านกดุ๊กดิ๊กแกว่งไกวหน้าเพื่อน

 

            “แต่กูว่ามึงไม่เห็นต้องบ่นเลย”

 

            “ไม่บ่นได้ไง ตังค์ทั้งนั้น”

 

            “ก็หน้ามึงไม่ยักกะเสียดายตังค์นี่หว่า” ไอ้เคอร์พูดแปลกๆ ผมเนี่ยนะไม่เสียดายเงิน ขณะที่มันก็เท้าคาง มองผมด้วยรอยยิ้ม แต่ไอ้ดวงตาล้อเลียนนี่อะไรวะ จนต้องย้ำอีกครั้ง

 

            “พี่ไคซื้อของทุกอย่างที่เกี่ยวกับเพนกวินเข้าบ้านนะเว้ย ผ้าเช็ดเท้าลายเพนกวินยังมีเลย ทั้งหมดก็เพราะว่ากูไปบอกเขาว่ารักเพนกวิน” ผมย้ำให้มันท่องขึ้นใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไอ้เคอร์กลับส่ายหัว

 

            “กูรู้แล้ว แต่รอบนี้พี่ไคไม่แปลก มึงนั่นแหละที่แปลก”

 

            “กูแปลกตรงไหน” ยังไงผมก็ไม่เข้าใจ และนั่นก็ทำให้ไอ้เคอร์...จิ้มแก้ม

 

            “โถถถ ทำหน้าดีใจที่เขาซื้อให้ขนาดนี้แล้วยังแกล้งบ่นเนอะเพื่อนกู”

 

            เพียะ

 

            “กูเปล่านะ” ผมรีบปัดมือมันออก ปฏิเสธเสียงสั่น ทำตาโต แต่กลับ...

 

            “อื้อ พี่แตมทำหน้าเหมือนอวดแฟนอยู่เลย”

 

            “เฮ้ย มึงมาได้ไง!!

 

            ผมนี่สะดุ้งจนเกือบตกเก้าอี้ เมื่อจู่ๆ ก็มีเสียงดังมาจากด้านข้าง พอหันไปก็เจอกุมารทองของจริงที่ตามติดมาได้ไงไม่รู้ กำลังนั่งยองๆ เอาข้อศอกเท้าเข่า แล้ววางคางบนฝ่ามือเงยหน้าขึ้นมองผม งานนี้ล่ะขึ้นมึงขึ้นกูด้วยความตกใจ

 

            “ฮิฮิ เติ้ลมานานแล้ว ก่อนพี่แตมจะเข้ามาอีก โน่น นั่งโต๊ะในสุดเลย พี่แตมไม่เห็นเติ้ลเอง”

 

            กุมารทองที่ว่าคือลิตเติ้ลที่ฉีกยิ้มกว้าง หัวเราะอย่างอารมณ์ดี แล้วชี้ไปหลังร้านให้ผมเหลียวกลับไปมอง จนพบกับน้องดร แถมยังมีเพื่อนคนอื่นอีกราวสามสี่คน ซึ่งทั้งหมดยกมือไหว้ผมกับไอ้เคอร์ทันทีที่หันไป

 

            “วันนี้บ่ายอาจารย์แคนเซิลคลาส พวกเติ้ลเลยออกมากินข้างนอก แล้วว่าจะไปดูหนังกันต่อ” ลิตเติ้ลอธิบายเพิ่มเติม แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่ผมอยากรู้

 

            “ใครว่าพี่อวดแฟน” ผมยังไม่ได้บอกใครเลยว่าคบกับพี่ไค ไอ้เคอร์ก็ยังไม่รู้

 

            “ฮ่าๆๆ ไหนเติ้ล ช่วยพี่บอกไอ้แตมทีว่ามันทำหน้าแบบไหน”

 

            “แบบนี้ครับพี่ แฮ่”

 

            ผมได้แต่มองเพื่อนและน้องที่เข้าขากันดีเหลือเกิน เพราะลิตเติ้ลฉีกยิ้มกว้าง ทำตาพราว เท่านั้นไม่พอ ยังทำมือเป็นดอกทานตะวันจนผมพยายามขมวดคิ้วใส่ แน่ใจว่าไม่ได้ทำหน้าติ๊งต๊องแบบนี้แน่ๆ ส่วนไอ้เคอร์ก็หันมาพยักหน้ายืนยัน

 

            “ยกเว้นดอกทานตะวัน มึงยิ้มแบบตัวเล็กตัวน้อยเป๊ะเลยว่ะ”

 

            “ช่ายยย ถ้าเติ้ลไม่บังเอิญเดินมาได้ยินชื่อพี่ไค เติ้ลต้องคิดว่าพี่แตมอวดผัว ไม่ใช่อวดญาติแน่ๆ เลย”

 

            ผมชักไม่แน่ใจแล้วว่าลิตเติ้ลรู้อะไรมาหรือเปล่า แต่น้องก็พูดด้วยดวงตาใสแจ๋ว ไม่มีพิษมีภัย จนต้องยกมือแตะแก้ม เลื่อนไปที่ปากแล้วพบว่ากำลังยิ้มอยู่จริงๆ ด้วย

 

            ไม่นะ ไม่ได้สนับสนุนให้พี่ไคซื้อของฟุ่มเฟือยเลยนะ

 

            “ถ้ามึงจะดีใจก็ดีใจออกมาตรงๆ เถอะไอ้แตม ขนาดนี้แล้ว มึงก็ยอมๆ ให้เขาเปย์ไปเหอะ” ไอ้เคอร์ว่าอย่างขำๆ จนผมอยากเถียงว่าเงินทั้งนั้นนะ แต่ครั้งนี้ไม่ยักกะเถียงออก ได้แต่เหลียวไปมองขวดน้ำพลาสติกลายเพนกวินอย่างเหม่อลอย

 

            “พี่ไคของมึงคงดีใจถ้ามึงบอกไปตรงๆ”

 

            “แต่ถ้าพี่ไคซื้อมาอีกล่ะ”

 

            “มึงก็บอกไปสิว่าดีใจนะครับ แต่พอแล้วนะ เต็มบ้านแล้ว เดี๋ยวแตมเอียนเพนกวินซะก่อน เขาก็หยุดแล้ว ตามใจมึงจะตาย”

 

            “ช่ายยย พี่ไคตามใจพี่แตมจะตาย”

 

            “ฮ่าๆๆ นี่จะเกี่ยวกับเขาทุกเรื่องเลยนะเติ้ล” ไอ้เคอร์แซวรุ่นน้อง แบบที่คนฟังก็หัวเราะเสียงใส

 

            “เติ้ลแค่แสดงความคิดเห็นเองพี่ เนี่ย ชอบก็บอกตรงๆ เหมือนที่เติ้ลบอกพี่โตว่าอยากกินเงาะกระป๋อง พี่เขาเลยส่งมาให้ นี่ได้มายี่สิบกระป๋อง กินจนเบาหวานขึ้นเลย” ผมมองหน้าลิตเติ้ลอย่างตกใจ ไม่คิดว่าคู่นี้จะถึงขั้นส่งของให้กันแล้ว ก็ไหนว่าเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมายังไม่เห็นหน้ากันเลย นี่ผ่านมาไม่กี่วันรู้ที่อยู่บ้านแล้วหรือ

 

            ผมกลืนน้ำลายลงคอ ส่วนไอ้เคอร์...

 

            “มึงนั่นแหละช้า คู่อื่นเขาแซงหน้าเข้าวินไปแล้ว”

 

            “สัส!” ผมด่ามัน ถลึงตาใส่ แต่จังหวะนั้น โทรศัพท์ก็สั่นเตือนจนคว้ามันขึ้นมาดู...มีคนส่งของขวัญมาให้ทางไลน์

 

            “เห็นมั้ย ดีใจก็บอกเขาไปตรงๆ หรือต้องให้กูเอากระจกมาช่วยส่องอีกแรง”

 

            พอผมเปิดขึ้นมาดู ไอ้เคอร์ก็บอกด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ แต่ผมไม่ได้โต้ตอบมันหรอก แค่จ้องมองสติ๊กเกอร์ไลน์อันใหม่ที่มีคนส่งมาให้ และมันก็เป็นลายเพนกวินเสียด้วย ชนิดที่เพื่อนไม่ต้องเอากระจกมาส่อง แค่เงาสะท้อนของหน้าจอโทรศัพท์ฟิล์มแตกยังเห็นชัดเลยว่าผมยิ้มกว้างจนปากแถมจะถึงใบหูอยู่แล้ว

 

            “ว่าแต่ มึงไปบอกเขาเองหรือว่ามึงชอบเพนกวิน” ไอ้เคอร์ว่าไปอีกเรื่อง แบบที่ผมก็ตอบส่งๆ เพราะพิมพ์ข้อความขอบคุณคนที่อาจจะเพิ่งตื่น

 

            “อืม ทำไม”

 

            “ก็แค่สงสัยน่ะ คนเราจะบังเอิญซื้อตุ๊กตาสัตว์ที่ชอบมาเป๊ะขนาดนี้หรือวะ พี่ไคเขาดูมึงจัดรายการหรือเปล่า” ผมเงยหน้าขึ้นมองเพื่อน แล้วส่ายหัวดิ๊ก

 

            “ไม่มีทางหรอก พี่ไคเนี่ยนะจะเข้ามาดู”

 

            “ก็ถ้ามึงว่างั้น...ว่าแต่ เดี๋ยวจะไปดูหนังเรื่องอะไรกันน่ะเติ้ล” เพื่อนผมหันไปสนใจรุ่นน้องที่ยังเกาะขอบโต๊ะแน่น แล้วมันก็เลื่อนจานชีสบอลไปข้างๆ ปากถามไปอีกเรื่องที่ทำให้ลิตเติ้ลยิ้มเฉ่ง คว้าเจ้าลูกกลมๆ แคลอรีสูงเข้าปากเคี้ยวหงับๆ ตอบคำถามแต่โดยดี

 

            ส่วนผมยังคงสนใจแค่โทรศัพท์มือถือ

 

          เฮ้อ เวลาเดินเร็วๆ หน่อยสิ อยากกลับบ้านจะแย่แล้วนะ

 

....................................

 

ต่อค่ะ

 

            “ทุ่มกว่าแล้วนะ”

 

            “ช่ายยย ทุ่มกว่าแล้ว”

 

            “ใจร้ายเนอะ ไอ้เราก็อุตส่าห์รีบกลับ แต่ไม่ออกมาเลย”

 

            “ใจร้ายที่สุดเลยล่ะ”

 

            เปล่า ไม่ใช่ว่าวันนี้ผมพาไอ้เคอร์หรือหนีบเติ้ลกลับมาบ้านด้วย จนนั่งนินทาคนที่ยังอยู่ในห้องทำงานเป็นวรรคเป็นเวร แต่ตอนนี้ผมมีเพื่อนใหม่ที่นั่งอยู่บนตักอย่างเจ้าเพนกวินหน้ากลม แล้วมันก็ไม่ได้มีเวทย์มนต์พูดโต้ตอบผมได้หรอก เป็นผมเองที่เลียนเสียงเล็กๆ ขณะที่จับเจ้าเพนกวินพยักหน้าไปด้วย

 

            ตอนนี้ตุ๊กตาผมมีชื่อแล้วนะ มันชื่อเจ้าเพนกวินล่ะ ถึงจะฟังดูสิ้นคิด แต่ไม่เห็นเป็นไรเลย

 

            “กับข้าวก็ทำเสร็จแล้ว”

 

            “น้ำก็อาบแล้ว”

 

            “ใช่มั้ยล่ะ หอมด้วยนะ”

 

            “ห้อมหอม”

 

            “อือ แต่ไม่อยากให้แกดมหรอก อยากให้พี่ไคชมมากกว่า” ผมพูดเองพากษ์เอง แล้วก็ถอนหายใจ ตีหน้าเจ้าเพนกวินลามกที่ปากอยู่ตรงซอกคอผมไปที แล้วก็เหลียวไปมองประตูห้องทำงานที่ยังปิดสนิท

 

            พี่ไคออกมารับแค่ตอนผมกลับมาด้วยหน้าตาเพลียๆ แล้วก็หายไปทำงานต่อ

 

            ผมหิวข้าวนะ แต่ยังไงก็อยากกินพร้อมพี่ไค

 

            แอ๊ดดดด

 

            “พี่ไค ทำงานเสร็จแล้วหรือครับ” ผมหลุดจากความคิดตัวเองทันที ลุกขึ้นเต็มความสูง มือยังหนีบเจ้าเพนกวินเอาไว้ มองหน้าคนที่เดินออกมาจากห้องทำงานเหมือนหมดพลังงาน ถามอย่างมีความหวัง แต่กลับต้องคอตกซะเอง

 

            “ยังหรอก”

 

            “หรือครับ งั้นแตมเก็บกับข้าวเข้าตู้เย็นก่อนนะ พี่ไคหิวเมื่อไหร่ค่อยเอามาอุ่นทาน” ผมหมุนตัวไปทางโต๊ะกับข้าว ไหล่ตก คอตก คิดว่าวันนี้คงไม่ได้กินข้าวพร้อมกันแล้วแหละ

 

            หมับ

 

            “ไม่ต้องเก็บ” ทันใดนั้น พี่ไคก็ก้าวมาจับมือผมไว้ จนเงยหน้าขึ้นสบตา

 

            “กินก่อนแล้วค่อยกลับไปทำต่อ” เท่านั้น ผมก็ยิ้มกว้างขึ้นมาทันที รู้สึกเหมือนโลกสดใสขึ้นมาทันตา จับชายเสื้อเขาเอาไว้

 

            “จริงหรือครับ”

 

            “อืม” พอพี่ไคพยักหน้า ผมก็รู้ตัวเลยว่ายิ้มหวาน ดีใจจนน่ากลัวเลยล่ะ แล้วก็รีบหมุนตัวไปคว้าชามแกงจืดวุ้นเส้นที่เย็นชืดไปอุ่นในไมโครเวฟ

 

            “วันนี้มีแกงจืดวุ้นเส้น ไข่ตุ๋นแล้วก็ยำหมูมะนาวครับ”

 

            “ฉันช่วยตักข้าวนะ” พี่ไคชะโงกหน้ามาดูจานกับข้าว แล้วผมคิดว่าเขาอมยิ้มนะเมื่อเห็นจานใส่หมูมะนาวสีฟ้าสดที่มีเพนกวินตัวเล็กเกาะขอบจาน จนต้องรีบบอกเขา

 

            “พี่ไครู้มั้ยว่าซื้อมาเยอะเกินไป”

 

            “อะไร”

 

            “ก็นี่ไง” ผมชี้ไปยังแก้วน้ำลายเพนกวินที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ แล้วก็ชี้ไปยังผ้าเช็ดโต๊ะผืนใหม่ที่ยังไม่ได้แกะออกจากซองพลาสติก ไม่อยากเจียระไนเลยว่ามีอะไรบ้าง เพราะคนสั่งซื้อเองก็คงรู้ตัวอยู่แล้ว หากหน้าที่พยายามปั้นให้ดุเข้าไว้กลับอ่อนลงทุกที

 

            “ไม่ชอบหรือ”

 

            “ชอบครับ อื้อ ไม่ๆๆ แตมจะไม่ใจอ่อนสิ ไม่รู้ล่ะ พี่ไคห้ามซื้อเพิ่มนะ ตอนนี้แตมมองไปทางไหนก็เห็นแต่เพนกวิน” ผมรีบบอกเขาเร็วๆ ก่อนที่ตัวเองนั่นแหละที่จะพ่ายแพ้ดวงตาดุๆ ที่ดูหงอยลงอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้พอผมรับรู้อารมณ์ของเขาได้ ใจผมงี้จะละลายเป็นน้ำ

 

            “จะพยายาม”

 

            “พยายามแล้วทำด้วยนะครับ” พี่ไคดูหน้าเสียไปหน่อย จนลังเลเพียงนิด ผิวแก้มก็ร้อนขึ้น แต่ผมก็ไม่อยากให้เขาเข้าใจผิดว่าไม่ชอบ ในเมื่อตัวเองก็นั่งยิ้มเอาๆ อยู่ทั้งวัน

 

            “พี่ไค” เขาหันหน้ามาสบตา

 

            จุ๊บ

 

            “ขอบคุณสำหรับของขวัญนะครับ” ผมจุ๊บแก้มเขาไวๆ แล้วก็รีบหมุนตัวไปเปิดไมโครเวฟ คว้าชามแกงจืด เดินซะขาแทบจะพันกันไปที่โต๊ะกินข้าว ไม่กล้ามองหน้าพี่ไค รู้แค่ว่าตัวเองเนี่ยล่ะที่ทำเอง เขินเอง แล้วก็มองหน้าเขาไม่ได้เอง

 

            พอวางเสร็จแล้ว ผมก็เดินไวๆ ไปคว้าเจ้าเพนกวินมานั่งตักที่โต๊ะกินข้าวด้วย ก้มหน้าก้มตา รอคนที่บอกจะตักข้าว กระทั่งเขาวางจานลงตรงหน้า แต่พี่ไคไม่ได้นั่งตรงกันข้าม เขามานั่งข้างกัน

 

            “ขอโทษที่ทำให้ต้องรอกินข้าวนะ”

 

            “แตมไม่ได้รอนานขนาดต้องขอโทษนี่นา” ผมว่าเสียงเบา แล้วก็เหลือบมองพี่ไคที่กำลังตักกับข้าวให้ผม

 

            “ทีหลังไม่ต้องรอนะ กินก่อนได้เลย”

 

            ผมไม่ตอบคำถาม แค่ตักข้าวเข้าปาก เพราะแค่รอกินข้าวแค่นี้ ทำไมผมจะรอไม่ได้ เมื่อก่อนรอแม่ทำงานกลับบ้านดึกๆ ผมยังรอมาแล้วเลย

 

            ส่วนพี่ไคดูเหมือนว่างานจะเร่งจริงๆ เพราะเขารีบตักข้าวเข้าปาก ไม่รู้ว่ารู้รสหรือเปล่า ไม่ถึงห้านาที ข้าวจานใหญ่ก็กวาดลงท้องจนหมด แล้วเขาก็ลุกขึ้น ดึงมือผมไปกดจูบหนักๆ บอกด้วยน้ำเสียงจริงจังที่ดูรู้สึกผิดยังไงไม่รู้

 

            “ฉันไปทำงานต่อแล้วนะ”

 

          ไปแล้วหรือครับ

 

            ผมเกือบจะหลุดเสียงงอแงออกไปแล้ว แต่ยังดีที่ห้ามปากทัน ได้แต่จำใจพยักหน้าช้าๆ รู้เลยว่าหงอยลงทันที แต่ไม่อยากให้พี่ไคลำบากใจ ผมเลยดันแขนเขาด้วย

 

            “พี่ไคทำงานเถอะ เดี๋ยวแตมเก็บล้างเอง” เขานิ่งไปนิด ทำท่าเหมือนจะพูดอะไร แต่ก็ถอนหายใจ แล้วก็หมุนตัวกลับเข้าห้องทำงานอีกครั้ง กระทั่งประตูปิดลงนั่นแหละ ผมก็ถอนหายใจดังเฮือก ไม่รู้แล้วว่าแกงจืดที่ตั้งใจทำอร่อยหรือเปล่า

 

          ไอ้เราก็นึกอยากใช้เวลาด้วย แต่ทำไงได้ พี่ไคไม่ว่างนี่นา

 

            ผมกินข้าวต่ออย่างหงอยๆ ลุกขึ้นเก็บกวาด แต่ก็ไม่ยอมกลับเข้าห้องนอน จัดการขนแมคบุ๊คออกมานั่งทำการบ้านข้างนอก คอก็คอยแต่จะชะเง้อมองว่าพี่ไคจะออกมาเมื่อไหร่ ทั้งที่อยู่ด้วยกันมาเป็นเดือน ย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าพอเขาเข้าไปแล้วก็มักจะหายยาว

 

            จากนั้น ผมก็นั่งทำการบ้านไปเรื่อยๆ กระทั่งเรียบร้อยก็เข้าไปเช็กอีเมลนิด แล้วก็มาสะดุดเข้ากับเรื่องเจ้านายกับนางฟ้าที่ผมแอบอ่านไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน จนไม่กล้าคลิกเข้าไปอ่านอีกรอบ ไม่อย่างนั้น ผมต้องมีความต้องการอีกแน่ แล้วผมก็ไม่ใจกล้าพอจะขอให้พี่ไคทำเรื่องแบบนั้นด้วยกัน

 

            แม้ใจจริงจะอยากทำอีกก็ตาม

 

            “โอ๊ย ใจกล้าไปแล้วไอ้แตม!” ผมหลับตา สั่นหัว แล้วก็มองไปยังเจ้าเพนกวิน อดไม่ได้ที่จะตีหัวมันเบาๆ

 

            “ไม่ต้องมามองเลย พี่ไคนั่นแหละสอนให้แตมรู้เรื่องพวกนี้” ผมย่นจมูกใส่มัน ตบหัวมันอีกที แต่ตบแล้วก็รู้สึกผิด สุดท้ายก็ดึงมันมากอด เอาหัววางบนเจ้าเพนกวิน มองไปยังประตูห้องทำงาน ไม่ได้สนใจโทรทัศน์ที่เปิดสารคดีสัตว์โลกเลยสักนิด

 

            รู้ว่ามันเปลืองไฟนะ แต่ขอรอพี่ไคอีกหน่อยก็แล้วกัน

 

            จากนั้น ผมก็นั่งดูอะไรไปเรื่อย เอาชีทเรียนมาทบทวน แล้วก็นั่งเกร็งข้อสอบปลายภาคให้ไอ้เคอร์ซะเลย มองนาฬิกาอีกทีก็เป็นเวลาตีสองเข้าไปแล้ว หากประตูห้องทำงานก็ยังปิดสนิท รู้สึกง่วงจนตาแทบปิด ผมก็เลยไหลไปนอนบนโซฟา สองมือกอดเจ้าเพนกวินแน่น

 

            ผมไม่เข้าไปนอนในห้องเพราะไม่รู้ว่าพี่ไคจะนอนห้องไหน แล้วมันคงไม่ใช่เรื่องผิดใช่มั้ยที่อย่างน้อยก็อยากจะนอนข้างเขา ในเมื่อเราเป็นแฟนกันแล้ว

 

            นี่เป็นความคิดสุดท้าย ก่อนที่ผมจะผล็อยหลับไป

 

........................................

 

ต่อค่ะ

 

            เมื่อคืนผมหลับที่โซฟา แต่เช้ามา...ผมตื่นขึ้นบนเตียง

 

            “ตั้งแต่เมื่อไหร่!” ผมตื่นขึ้นมาในตอนเช้าบนเตียงนอนหลังใหญ่เพียงลำพัง ไม่บอกก็รู้ว่าใครพามานอน แต่กลับไม่มีวี่แววว่าพี่ไคจะนอนข้างกัน จนได้แต่กอดเข่า คอตก ซบหน้าลงอย่างอดเหงาไม่ได้ เพราะถ้าผมรอพี่เขาอีกนิดก็อาจจะได้คุยกันก่อนนอนก็ได้

 

            “ไม่เป็นไรวันนี้เอาใหม่”

 

            ผมบอกตัวเอง แล้วลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปเรียน ตั้งหน้าตั้งตารอที่จะกลับบ้าน แต่ดูเหมือนงานพี่ไคจะเร่งมากจริงๆ วันนี้พี่เขาก็ออกมาได้แค่กินข้าวเย็นด้วย แต่ดีหน่อยที่จูบแก้มผมไวๆ แล้วก็กลับไปห้องทำงานอีก คืนนี้ผมก็ยังนั่งรอพี่เขา จำได้ว่ามองนาฬิกาครั้งสุดท้ายก็ตอนตีสาม แล้วก็เข้าอีหรอบเดิม

 

            ผมตื่นมาตอนเช้าบนเตียงนอนหลังใหญ่อีกครั้ง

 

            จากนั้นทั้งอาทิตย์ก็วนลูปอยู่แบบนั้น จนเรียนแทบไม่รู้เรื่อง...ก็ผมนอนไม่พอ!

 

            กระทั่งเข้ากลางสัปดาห์ที่กลับบ้านมาด้วยสภาพแบบผีตายซาก จนเพื่อนร่วมรุ่น ตลอดจนรุ่นพี่รุ่นน้องทักว่าไปทำอะไรมา แต่ใครจะตอบได้ล่ะว่านั่งรอแฟนมาบอกฝันดีอยู่ทุกคืน เพราะแค่บอกไอ้เคอร์ไปทีเดียว มันก็ล้อจนผมสะบัดหน้าหนี

 

          ไหนใครวะที่บอกว่าไม่ติดพี่ไค

 

            เออ ตอนนี้ติดแล้วไง อย่าย้ำเรื่องที่ผ่านมาได้มั้ยล่ะ!

 

            “กลับมาแล้วหรือ”

 

            “พี่ไค” แต่วันนี้ต่างออกไป พี่ไคไม่ได้ขังตัวเองอยู่ในห้อง แต่พี่เขาอยู่ในห้องรับแขกพร้อมกับแมคบุ๊ค จนผมแทบจะวิ่งเข้าไปหา ส่งยิ้มกว้างให้เขา รู้ตัวเลยว่าเสียงที่ถามออกไปตื่นเต้นน่าดู

 

            “งานเสร็จแล้วหรือครับ”

 

            “ยัง...แต่อยากคุยกับเธอ” แค่พี่ไคจับที่หัวไหล่ แล้วเลื่อนมาจับมือ

 

            “ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ต้องรอ” เขามองตาผม แต่ผมคิดว่าเขามองถุงใต้ตามากกว่า วันนี้ใครๆ ก็ทักว่าผมเหมือนแพนด้าจนรีบยกมือมาปิดหน้า

 

            “แตมแค่เผลอหลับที่โซฟาต่างหาก”

 

            “ทุกวัน?”

 

            “ก็...” ผมเงียบไปอึดใจ ลดมือลงช้าๆ ช้อนตาขึ้นมองเขา “...แตมรอแฟนแตมทำงานไม่ได้หรือ”

 

            “...”

 

            พี่ไคดูอึ้ง มือที่จับมือผมดูสั่น แล้วเขาก็เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ เลื่อนอีกมือมาโอบรอบเอวของผมเอาไว้ ดึงเข้าไปจนร่างกายเราแนบชิดกัน จากนั้นเขาก็ซบหน้าลงมาบนหัวของผม ผมได้ยินเขาสูดหายใจลึกๆ ด้วย จากนั้นเขาก็พึมพำ

 

            “เธอกำลังทำให้ฉันเคยตัว”

 

            ผมยิ้ม ซุกตัวเข้าหาเขา ก็ถ้าเราจะเคยชินกับความใกล้ชิดกันแบบนี้ก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือ

 

            นี่เป็นความคิดที่ทำให้ผมยิ้ม แต่หากผมได้เงยหน้าขึ้นมองพี่ไคสักนิดจะเห็นเลยว่าเขากำลังทำหน้าเครียดแค่ไหน

 

................................

 

            “ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาดูแตม และแกล้งแตมนะครับ วันนี้ลากันเร็วนิดนึงเนอะ แตมตาจะปิดแล้ว”

 

            ผมอ้าปากหาวให้กล้องดู ทั้งที่ภาพบนจอค่อนข้างจะ...ทุเรศทุรัง

 

            วันนี้ไม่มีหรอกเฌอแตมคนน่ารัก เพราะผมสัญญากับผู้ฟังประจำไว้ว่าจะปะแป้งขาว จนหน้าอย่างวอกประหนึ่งพอกดินสอพอง มัดจุกน้ำพุกลางหัว ทำตัวบ้าๆ บอๆ หากแต่ใต้ตาดำคล้ำ จนกลั้นอาการหาวแทบไม่อยู่ ก็ได้พวกเจ้อมนั่นแหละที่แกล้งจนพอใจแล้วก็ไล่ให้ไปนอน

 

            อย่าถามเลยว่าหาวกี่ครั้ง นับไม่ถ้วนเถอะ

 

            หลายวันนี้ผมนอนวันละแค่สามถึงสี่ชั่วโมงเอง

 

            หากแต่วันนี้ผมก็ไม่ยอมนอนเร็วเด็ดขาด แม้จะเลิกรายการตั้งแต่ก่อนสามทุ่ม เพราะปิดคอมปุ๊บก็พุ่งไปล้างหน้าปั๊บ จากนั้นก็ออกไปหาคนที่ยังนั่งทำงานอยู่ในห้องนั่งเล่น นี่ถ้าผมไม่ติดสัญญาว่าจะเข้าไปทำหน้าขาววอก ผมคงไม่ยอมลุกจากโซฟาเลยล่ะ ดังนั้น พอเห็นพี่ไคยังไม่ได้หนีเข้าห้อง แต่กำลังทำงานหน้าเครียด ผมก็เลยคว้าเจ้าเพนกวินลูกรัก แล้วเดินไปหย่อนก้นนั่งข้างเขา

 

            ผมก้มหน้ามองเพียงแค่หน้าตัก ถูมือกับกางเกงขาสั้นอย่างประหม่า

 

            “ดึกแล้ว นอนเถอะ”

 

            ขวับๆๆ

 

            “สามทุ่มเองครับ แตมยังไม่ง่วง” ผมรีบตอบ ตื่นเต้นที่ได้อยู่ใกล้เขา หลังจากที่ห่างกันมาเป็นอาทิตย์

 

            “งั้นหรือ” พี่ไครับคำในคอ เขาหันมามองผมนิด เหมือนจะพูดอะไร แต่เขาก็ไม่พูด ก้มหน้าไปมองหน้าจอที่อัดแน่นด้วยภาษาอังกฤษชนิดที่ผมเองก็ถึงกับมึน ก็ไม่ใช่ว่าโง่ภาษาอังกฤษ แต่เจอเหมือนอ่านแท็กซ์เล่มหนาๆ ก็เบลอได้เหมือนกัน

 

            ยิ่งง่วงแบบนี้ด้วย ภาษาอื่นนี่ไม่เข้าหัวเลย

 

            จากนั้น ผมก็นั่งกอดเจ้าเพนกวินไป สลับกับเหลือบมองหน้าพี่ไคไปด้วย รู้เลยว่าพี่เขาจริงจังเวลาทำงานมากแค่ไหน เพราะเขาไม่มีวอกแวกมามองผมเลยสักนิด ปลายนิ้วพิมพ์ไวจนเสียงแต๊กๆ ดังก้องไปทั่วทั้งห้องนั่งเล่น

 

            ทว่าเสียงพิมพ์ที่ดังเข้าหูเป็นจังหวะซ้ำๆ ทำให้หนังตาผมค่อยๆ ปิดลงทีละน้อย

 

            เฮือก!

 

          ไม่สิ ไม่นอนสิ พี่ไคอุตส่าห์ออกมาทำงานข้างนอก

 

            ผมผงกหัวขึ้นมาคล้ายอาการสะดุ้ง รู้สึกเหมือนหลับไปนิดนึงแล้ว จนต้องสั่นหน้าแรงๆ

 

            “ไปนอนเถอะ” พี่ไคก็คงเห็น เพราะเขาหันหน้ามามองผมแล้ว

 

            “ฮื่อ แตมไม่ง่วงนะ” ผมพยายามปฏิเสธ ขณะที่ยกมือขยี้ตา แต่สติมันเลือนลางเต็มที

 

            “ตาเธอจะปิดแล้ว”

 

            “ขอแตมอยู่แบบนี้อีกนิด” ผมยังดื้อรั้นอยู่ ทั้งที่รู้ตัวอยู่เหมือนกันว่าจะไม่ไหวแล้ว ขณะที่พี่ไคก็วางแมคบุ๊คลงที่โต๊ะ แล้วเขาก็มาหาผมทั้งตัว ยื่นแขนมาจับมือที่พยายามขยี้ตาของผม จนผมต้องเงยหน้าขึ้นสบตาเขา จนพบว่าพี่ไคกำลังมองมาด้วยสีหน้าเครียดจัด

 

            “ไปนอนเถอะเฌอแตม”

 

            “ขออยู่แบบนี้อีกนิดได้มั้ยครับ” ผมอ้อนเขา แต่ตาคมกลับเข้มขึ้น

 

            “เธอไม่ควรติดฉันแบบนี้”

 

            “เอ๊ะ”

 

            “เธอทำให้ฉันลำบากใจนะ”

 

            อาการง่วงแทบจะหายเป็นปลิดทิ้ง ตามมาด้วยอาการหายใจไม่ออก ได้แต่มองหน้าพี่ไคที่ดูจริงจังจนน่ากลัว หากแต่คำพูดของเขากำลังดังสะท้อนไปมาในหัวใจของผม

 

            “เธอไม่ควรจะมารอฉันจนอดหลับอดนอน ฉันไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงทำแบบนั้น แต่มันทำให้ฉันลำบากใจ และกังวลจนทำงานไม่ได้ แล้วไม่ใช่แค่คืนเดียว เธอทำแบบนี้มาทั้งอาทิตย์ ทุกคืนฉันต้องออกมาเห็นเธอนอนตากแอร์ฯ อยู่ตรงนี้ จนฉันเองก็ทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน”

 

            “...แตมขอโทษ แตม แตมขอโทษที่ทำให้ลำบากใจ”

 

            สิ้นคำของพี่ไค ผมก็อึ้งจนพูดอะไรไม่ออก แล้วพอเอ่ยออกไปเสียงก็สั่นจนน่ากลัว ขณะที่รีบลุกขึ้น ดึงมือออกจากเกาะกุมของเขา มืออีกข้างกอดเจ้าเพนกวินแน่น

 

            “แตมไม่รู้ว่าพี่ไคไม่ชอบ แตม...แตมแค่อยากอยู่กับพี่ แตมขอโทษ...อึ้ก”

 

            “เฌอแตม!

 

            ผมพูดได้เพียงเท่านั้น แล้วก็รีบวิ่งเข้าห้องนอน เพราะน้ำตาไหลออกมาแล้ว ถ้าผมยังยืนอยู่ตรงนี้อีกนาทีเดียว ผมต้องร้องไห้งอแงจนเขานึกเกลียดผมแน่ๆ

 

          ทั้งที่แตมแค่อยากอยู่กับพี่ แต่ดูเหมือนแตมจะคิดไปเองคนเดียวสินะครับ

 

.................................

 

            ครบค่ะ เมย์อัพพร้อมกันสองตอนเนอะ ตอน 28 – 29 จ้า

            ใครคิดยังไงตอนนี้บอกกันได้น้า (แบบอีพี่เมย์แม่งมุดตุ่มอยู่ไหน นึกว่าตายไปแล้วซะอีก เอ่อ แบบนี้หนูก็เกรงใจนะงับ ขอโยนรองเท้าดีกว่านะ ไม่เอาช้างดาวด้วย แฮ่)

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมถูกเปย์ นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.189K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,384 ความคิดเห็น

  1. #10294 Pimnok2124 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:32
    ถามจริ๊งทำไมสกิลน้องแตมมันเพิ่มพรวดพราดงี้อ่ะจ๊ะ!!
    #10,294
    0
  2. #10241 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 15:41
    ตามน้องไปเลยพี่ไค!
    #10,241
    0
  3. #9433 แหวน (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 13:50

    ฉิิบหายแล้วไงพี่ไคตู ทำน้องร้องใหแล้วไหมล่ะ

    #9,433
    0
  4. #9407 Serin71228 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 01:13
    แตม -จะนอนไม่พออยู่แล้ว นอน!! พี่มันเป็นห่วงงง
    #9,407
    0
  5. #9303 kimleehyun (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 21:48
    พี่เค้าหวังดีนะน้องแตม > <
    #9,303
    0
  6. #9294 wannapa111222 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 07:53
    โอ้ย...พี่ไคทำน้องร้องไห้อ่ะ
    #9,294
    0
  7. #9290 Arfeefah19 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 15:09
    ดูไคเลือกคำพูด เจ็บอ่ะ555
    #9,290
    0
  8. #9165 itzmeboombim (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 19:32

    ทำไมพี่ไคพูดอะไรแบบนี้ สะเทือนใจ

    #9,165
    0
  9. #9156 Som O Usanee (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 15:33
    โถถถถถถถ พ่อคุณของน้อง เลือกคำพูดผิด น้องน้อยใจ เข้าใจผิดกันคนละเรื่องเลย ฮือออออออ
    #9,156
    0
  10. #9091 Meuan Fan. (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 20:49
    ไรททท์น้ำตาเราแตก555555
    #9,091
    0
  11. #9089 echize (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 17:57
    พี่ไคเป็นห่วงหนูนะะะะ แต่คำพูดพี่ไคอาจจะแปลก ๆ ไปหน่อย
    ส่วนพี่ไค น้องอยากอยู่ด้วยอ่า แงงงงงง เราเข้าใจทั้งคู่เลย ต้องสื่อสารกันดี ๆ นะ ไม่เอา ไม่เข้าใจกันผิดนะ
    #9,089
    0
  12. #9064 Noparat (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 08:05

    น้องแตมกำลังเข้าใจพี่ไคผิดนะ

    #9,064
    0
  13. #9049 silently point (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 01:19
    แตมมม พี่เค้าเป็นห่วงหนูนะลูกก
    #9,049
    0
  14. #9048 silently point (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 01:19
    แตมมม พี่เค้าเป็นห่วงหนูนะลูกก
    #9,048
    0
  15. #9047 silently point (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 01:19
    แตมมม พี่เค้าเป็นห่วงหนูนะลูกก
    #9,047
    0
  16. #9038 335360 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 23:49
    หายไปนานคิดถึ้งคิดถึง.....งื้อออแตมอย่าพึ่งน้อยใจเฮียแกเลยน้าาา
    #9,038
    0
  17. #9027 OngBm (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 16:57
    พี่เมย์หายไปไหนมาา สงสารน้องงง พี่ไคเป็นไรเนี่ยยย
    #9,027
    0
  18. #9024 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 12:55
    สงสารน้องงงง ห่วงก็บอกห่วงซิโว๊พ
    #9,024
    0
  19. #9017 loeynahc (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 10:03
    ขอบคุณนะคะพี่เมย์ แต่ถ้าพี่ไม่ไหวพี่ไม่ต้องฝืนแบบน้องแตมก็ได้นะคะ ดูแลสุขภาพด้วยค่ะ เห็นพี่บ่นในทวิตก็แอบเป็นห่วง
    #9,017
    0
  20. #9016 Bibblegum (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 09:02
    ไรท์หายไปอีกแล้ว เราร้องเลยอ่ะ ก็รู้แตมอ่ะมโนเก่งแต่พี่ไคก็ไม่ชัดเจน
    #9,016
    0
  21. #9011 sanomsin (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 07:01

    สงสารน้อง พี่ไคไม่เข้าใจความรู้สึกของแฟนเลย

    #9,011
    0
  22. #9004 PN97:MEIXIAN (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 00:46
    พี่ไคพูดไม่เคลียร์ จะบอกว่าเป็นห่วง แต่ไม่พูดตรงๆ ดันไปพูดว่าลำบากใจ ฮือออ น้องร้องไห้เลยยย
    #9,004
    0
  23. #9003 kanata ryohei (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 00:42
    หายไปนานเลย คิดถึงงงง
    #9,003
    0
  24. #9001 Am'Aom (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 00:32
    พี่เมย์คัมเเบคเเล้วววววววว คิดถึงมากๆนะคะะะะ ฮื่ออ
    #9,001
    0
  25. #8996 karnll518 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 00:02

    น้องงงงงหนูอย่าเพิ่งร้องนะลูกมาคุยกับพี่เขาก่อนพี่ไคแค่เป็นห่วงหนูหนูอย่าเพิ่งคิดอะไรไปไกลนะลูก

    #8,996
    0