[Yaoi] Money Addict ผมมีค่า ต้องกล้าจ่าย! [Boy's Love]

ตอนที่ 29 : ตอนที่ 27 เช้าที่เปลี่ยนแปลง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39,805
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 882 ครั้ง
    3 มี.ค. 61


ตอนที่ 27 เช้าที่เปลี่ยนแปลง

 

 

 

เฌอแตม

 

            ผมมีอะไรจะสารภาพแหละ...ผมไม่ได้คิดว่าเมื่อคืนเราจะข้ามขั้นถึงขั้นมีอะไรกัน

 

            ตอนที่ผมถามพี่ไคว่าไม่ทำหรือ ผมคิดถึงแค่ตอนที่เราเอาส่วนนั้นมาถูกันแล้วรู้สึกดี ขอบเขตความรู้ของผมมันมีอยู่แค่นั้น ดังนั้น ตอนที่พี่ไคยกสะโพกผมขึ้นเหมือนว่าผมตัวเบาโหยง แล้วเลีย...เอ่อ ตรงนั้น ด้วยการปาดไปมา แล้ว เอ่อ แหย่ลึกๆ ลึกมากด้วย ผมถึงตกใจแทบตาย แต่ไม่มีแม้แต่แรงจะต่อต้านเขา มันเหมือนว่าพี่ไคดูดเรี่ยวแรงของผมไปทั้งหมด

 

            ผมเสียวตรงนั้นมาก ทั้งข้างหน้าและข้างหลัง วูบวาบในท้องน้อย แล้วคนที่ประสบการณ์เป็นศูนย์อย่างผมจะมีสติเพื่อบอกว่าพี่ไคเข้าใจผิดได้ยังไง

 

            ผมเปล่าขอมีเซ็กส์ด้วยนะ แต่พอเกิดขึ้นจริง...ผมกลับรู้สึกดีใจ

 

            มันมากกว่าแค่การมีอะไรกัน ท่ามกลางความวูบวาบ สมองมึนเบลอ ล่องลอยเหมือนโดนยา ผมสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนของพี่ไค สัมผัสของเขาที่ติดตรึงอยู่บนผิวของผม มือของเขาที่ลูบไล้ทั่วทั้งตัว สัมผัสในส่วนที่ผมไม่เคยแตะต้องด้วยซ้ำ ทุกอย่างทำให้ผมรู้ว่าเขาถนอมผมมากแค่ไหน

 

            หากให้เลือกอีกครั้ง ผมก็คงเลือกทางนี้เหมือนเดิม

 

            ในจินตนาการของผมคิดว่าขนาดอย่างพี่ไคแทงทีต้องไส้ไหล แต่ในความเป็นจริง...มันสุดยอดมากๆ เลย

 

            ผมไม่อยากเป็นเด็กไม่ดีในสายตาใครๆ นะ แต่ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ แม้ว่าการลืมตาตื่นขึ้นมาจะทำให้ผมแสบก้นจนขาสั่น แถมยังเหมือนมีอะไรคาอยู่ในนั้นตลอดเวลา แต่การตื่นมาแล้วเห็นคนที่ถนอมผมกำลังกอดผมเอาไว้ หลับสนิทอยู่ข้างกาย ผมก็หลับตาปี๋ กอดผ้าห่มแน่น

 

          เขินฉิบ

 

            หากเหนือกว่าความเขินคือสิ่งที่ปลุกให้ผมลืมตาตื่นต่างหาก จนพยายามดึงตัวออกจากอ้อมกอด หากแต่ความแสบก้นและปวดสะโพกทำให้ผมหน้าร้อนฉ่า รู้สึกเหมือนขายังสั่นอยู่เลย มือข้างหนึ่งก็เลยยันเตียง แต่มืออีกข้างดันพลาดไปยันอก

 

            พรึ่บ

 

          แงงงงง ตื่นแล้วอะ

 

            “อื้อ” ผมยังไม่ทันจะโวยวายเลย พี่ไคที่เหมือนยังไม่ตื่นดีก็ดึงผมเข้าไปกอด จนน้ำตาซึม บีบขาเข้าหากันแน่น พยายามผลักอกเขาออก

 

            “ฉันฝันดีจัง” อย่าบอกนะว่าพี่ไคคิดว่าผมเป็นความฝัน แต่ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น เมื่อเขามองผมด้วยแววตาอ่อนโยนจนไม่เหลือคาบคนหน้าดุ สองมือที่ไม่กล้าแตะตัวผมกลับลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่า เลื่อนมาลูบเข้าที่สะโพก ก่อนที่จะบีบเข้าที่ก้นกลม จากนั้น...

 

            “ฮื่อออ!” ผมหลุดเสียงร้องออกมาทันที เมื่อเขากระตุกก้นผมเข้าไปหาจนส่วนหน้าเราแนบกัน

 

            “พะ...พี่ไค อย่า...” พี่ไคกลับกดจูบที่กกหูผม จนเสียววาบ ร่างกายคล้อยตาม แต่ผมกลับพยายามสั่นหน้าสุดความสามารถ

 

            “ขออีกนิดนะ”

 

          ฮื่อ ตื่นสิพี่ไค อย่านะ

 

            ผมครางสั่นอยู่ในใจ เพราะใช้แรงทั้งหมดพยายามบีบหน้าขา แต่เขากลับก้มหน้าลงมากดจูบที่ปากของผมเบาๆ มือที่จับก้นก็ลูบมันวนเป็นวงกลมจนวูบวาบไปหมด หากความวาบนี้ก็ยิ่งไปกระตุ้นปฏิกิริยาของร่างกาย ดังนั้น พอเขาพรมจูบทั่วหน้า แล้วเลื่อนมือมาจับที่ส่วนหน้า...

 

            “ฮื่ออออออออ”

 

            “เฌอแตม?”

 

            “ฮึก” ผมสะอื้นในคอ เมื่อพี่ไคเบิกตากว้าง ดูเหมือนเขาจะตื่นเต็มตาทันที เพราะว่า...

 

            “ฮื่อ แตมบอกแล้วไงว่าอย่า แตม...” น้ำตาผมกลิ้งลงกระทบแก้มด้วยความอาย ก่อนที่จะว่าเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน

 

            “แตม...ปวดฉี่”

 

          ไม่ใช่แค่ปวด มันเล็ดเลอะมือพี่ไคแล้วด้วย

 

            เท่านั้นแหละ ผมก็ยกสองมือปิดหน้า สะอื้นด้วยความอับอาย เพราะที่ตื่นเช้าขนาดนี้ ไม่ใช่เพราะปวดเนื้อปวดตัวหรอก ปวดฉี่ต่างหาก แล้วพอพี่ไคจับๆ ลูบๆ มันก็เผลอปล่อยออกมาน่ะสิ งานนี้จะไม่ให้ผมอายได้ยังไง อยากจะมุดดินหนีเลย แต่ผมยังต้องใช้ความพยายามในการอั้นมันต่อไปก่อน

 

            พรึ่บ

 

            “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรนะ”

 

          ไม่เป็นไรบ้านพี่สิ ลองมาฉี่เล็ดบ้างมั้ยล่ะ!

 

            ผมอยากจะโวยวาย แต่ทำได้แค่ซุกหน้ากับท่อนแขนที่อุ้มผมขึ้นจากเตียงทันที ตอนนี้มีสติแค่ยกมือปิดหน้า แต่ไม่ปิดข้างล่าง ร้องไห้อย่างอายสุดๆ แถมไม่มีแรงเดินเอง ให้พี่ไคอุ้มเข้าห้องน้ำ แล้วใครสั่งใครสอนไอ้คนหน้าตายให้ทำแบบนี้

 

            “ปล่อยออกมาสิ”

 

            พอพี่ไคปล่อยผมยืนหน้าโถส้วม เอาตัวเอนพิงเขา พี่ไคก็เล่นจับของผมแล้วแอ่นไปทางโถ นี่คิดว่าผมเป็นเด็กสองขวบที่ยืนฉี่เองไม่เป็นหรือไง แต่พอเขาบอกให้ปล่อย ผมที่อั้นมาสักพัก ก็...

 

            ซ่า...

 

            มีเท่าไหร่ปล่อยออกไปให้หมด แถมด้วยมือของพี่ไคด้วย จนทั้งร้องไห้ ทั้งพิงพี่ไค ทั้งยกมือปิดหน้า

 

            “ไม่เป็นไร ไม่สกปรกหรอก”

 

          ใครบ้างคิดว่าของเสียของร่างกายไม่สกปรกวะ แม่งงงง

 

            เขายังมีหน้ามาปลอบ แต่ผมพูดไม่ออกแล้ว ยืนยันว่าจะแค่พิงอกปิดหน้าอยู่แบบนั้น แม้พี่ไคจะอุ้มผมขึ้นอีกครั้ง เพื่อพาไปนั่งในอ่างอาบน้ำ จากนั้นเขาก็ดึงฝักบัวมาล้างความสะอาดให้ผม เท่านั้นไม่พอ ผู้ชายคนนี้ไม่คิดว่าผมจะอายบ้างหรือไง เขาถึงกดสบู่เหลวมาถูตัวให้

 

            เออ ไม่ใช่แค่ถูตัว จะไส้กรอกหน้า จะโดนัทหลัง จะหัวนมก็ถูทำความสะอาดให้ทั้งหมด ส่วนผมน่ะหรือ...ปิดหน้าลูกเดียว

 

            “ฮึก...ฮื่อ...” จากนั้น ผมก็สะอื้นหนักกว่าเดิม เพราะว่า...

 

            “ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันทำให้”

 

            พี่ไคดูแปลกใจ ผมไม่เห็นหน้าเขาหรอกเพราะซ่อนทุกอย่างใต้ฝ่ามือ แต่ผมก็รู้นะว่าเขากำลังจับของผมอย่างถนอม ตอนนี้ไม่ได้ถูทำความสะอาด แต่เป็นการรีดน้ำออก

 

            อื้อ ก็ผมรู้สึกกับมือของพี่เขาที่อาบน้ำให้นี่นา

 

            “อ้ะ ฮึก พี่ไค...พี่ไค ฮื่อออออออ”

 

            งานนี้ผมก็ทำได้แค่นั่งบีบขา ปิดหน้า ปล่อยให้พี่ไคปลดปล่อยให้สบายตัว เช้านี้ผมจึงไม่ได้แค่ฉี่แตกเท่านั้น แต่ผมยังแตกอย่างอื่นคามือพี่ไคเขาเลยด้วย ดังนั้น จะไม่ให้อายตอนนี้ แล้วจะอายตอนไหนล่ะ

 

          แม่จ๋า ข้ามประตูไปครั้งเดียว แต่น้องแตมเหมือนถูกพี่ไคพาผ่านโลกไปอีกสิบปีเลย

 

            ผมร้องหาแม่ ก่อนที่จะสะดุ้งสุดตัว

 

          อ้ะ อาห์ พี่ไค พี่ไคหยุดรูดได้แล้ว แตมไม่มีอะไรจะปล่อยออกมาแล้วนะ พี่คิดจะทำให้แตมน้ำหมดตัวตายเลยหรือไง

 

........................................

 

ต่อค่ะ

 

          สุดยอดในหลายๆ ความหมาย

 

            หลังจากเหตุการณ์ในห้องน้ำ ผมก็ถูกพี่ไคจับแต่งตัว แล้วอุ้มพามานั่งอยู่ที่โซฟา จนยกเข่าขึ้นมากอด ดึงหมอนมารอง แล้วซบหน้ากับหมอนอีกที แล้วผมเปล่าเศร้า ผมอายมากต่างหาก ไม่สนใจแล้วด้วยว่าพี่ไคจะพังครัวทิ้ง ผมยืนยันว่าจะนั่งเขินอยู่แบบนี้ ตรงนี้ไม่ไปไหนด้วย

 

            ส่วนเรื่องเรียน...โดดสิครับ สภาพนี้ไปเรียนก็คงถูกล้อ

 

            “กินอะไรไหวมั้ย” ทว่าพอพี่ไคดูกังวลกับอาการของผม เลยยอมตอบเขา

 

            “ขนมปังก็ได้ครับ แตมซื้อไว้เมื่อวาน แตมขอหนึ่งแผ่น” หากเสียงก็ดังกว่ายุงบินผ่านนิดเดียว

 

            หลังจากนั้นไม่นาน ขนมปังปิ้งสองแผ่นก็ถูกยกมาวางตรงหน้าผม แผ่นหนึ่งทาเนยน้ำผึ้ง อีกแผ่นทาแยมเหมือนให้ผมเลือกที่ชอบ เลยดึงแผ่นที่ทาแยมมาเล็มไปเรื่อยๆ พี่ไคถึงยอมลุกไปเทนมมาวางไว้ข้างกัน จากนั้นเขาก็กลับมาจัดการอีกแผ่นที่เหลือ แล้ว...นั่งมองหน้าผม

 

            “พี่ไคอย่ามองสิ” ผมหันหน้าหนี เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นยังสดใหม่เกินไปจนยังตั้งตัวไม่ทัน

 

            “ขอมองได้มั้ย” เขายังเป็นเขาที่ขอผมก่อน จนบอกทีเล่นทีจริง

 

            “แตมคิดตังค์นะ”

 

            “อืม เท่าไหร่พอ” พี่ไคทำท่าจะลุกขึ้นไปหยิบเงินมาให้จริงๆ จนผมรีบดึงแขนเขาไว้ก่อน

 

            “แตมล้อเล่น ล้อเล่นนะ พี่ไคจะมองก็มองสิ แตมแค่...อาย”

 

            “อ้อ ที่ฉี่...”

 

            “พี่ไค!!!” ผมรีบเรียกเขาเสียงดัง เพราะดูเหมือนพี่ไคจะไม่มีต่อมอายเหมือนผมสักนิด เอ่ยออกมาหน้าตาเฉย แต่เขาก็ยอมหยุดพูด ยื่นมือมาแตะแก้มของผม แล้วแนบฝ่ามือลงมา จนผมก็เผลอเอียงหน้าเข้ามือของเขา

 

            “ไม่ต้องอาย ฉันมองว่าน่ารักด้วยซ้ำ”

 

            ไม่ว่าเมื่อไหร่ พี่ไคก็ไม่เปลี่ยนสไตล์การพูดของเขาเลย หน้าเขายังนิ่ง คำพูดเขายังตรง ทั้งยังสั้นกุด แต่ไหง ผมเองล่ะที่แปลก เพราะไม่ว่าเขาพูดอะไรก็เหมือนจะทำให้ใจสั่นได้เสมอ จนดึงหมอนมาตีไหล่เขาหลายที งึมงำว่าบ้า เอาคืนเรื่องในห้องน้ำด้วย

 

            เขาก็ไม่ยักว่าอะไร ยอมให้ผมตีแต่โดยดี กระทั่งเหนื่อยเอง หอบเอง

 

            “แตมอิ่มแล้ว แตมขอนอนนะ” ผมทิ้งตัวลงนอนบนโซฟา เพราะเมื่อยไปหมดทั้งตัว มากกว่าทำงานที่ร้านเสื้อผ้าทั้งวันเสียอีก ส่วนพี่ไคก็เดินเอาจานและแก้วไปเก็บในครัว นึกกลัวเขาทำแตก แต่ไม่มีแรงลุกไปดู ยังรู้สึกว่าต้นขาสั่นอยู่เลย

 

            ผมเลยคว้ามือถือเพื่อไลน์ไปบอกเพื่อนสนิทว่าวันนี้โดดนะ ฝากจดโน้ตให้ด้วย แม้จะรู้สึกว่าฝากไอ้เคอร์อาจจะได้แค่ลายมือไก่เขี่ยกลับมาก็ตาม

 

            จากนั้น ผมก็หลับตาเพื่อพักสายตา แต่ก็ได้ยินเสียงกุกกัก จนลืมตาอีกครั้ง มองไปแล้วเห็นว่าพี่ไคกำลังนั่งขัดสมาธิ รื้อข้าวของออกจากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ตั้งสามใบ ไม่รู้เอาไปทำไมเยอะแยะ หากความสนใจก็ทำให้ผมชะโงกหน้าไปดูนิด แต่ติดที่แผ่นหลังกว้างของเขาบังเกือบมิด

 

            ผมเห็นห่อช็อกโกแลตยี่ห้อดังด้วยล่ะ

 

            ขวับ

 

            “ไม่นอนหรือ” ทันใดนั้น พี่ไคก็หันกลับมาสบตาทันควัน ผมเลยหลบไม่ทัน

 

            “แตมแค่เอนตัวเฉยๆ” ผมยอมรับล่ะว่าแอบดู แต่พี่ไคไม่ว่าอะไร เขาแค่ลุกจากกระเป๋าเดินทาง แล้วคว้าบางอย่างติดมือมาให้

 

            “อันนี้ของเธอ”

 

            “ครับ?” ผมมองช็อกโกแลตยี่ห้อดังในอ้อมกอดพี่ไคที่ถูกวางเรียงบนโซฟา จนทวนคำอย่างแปลกใจ

 

            “ของฝาก...ชิ้นเล็กพอมั้ย”

 

            ผมเคยบอกเขานี่เนอะว่าถ้าเป็นของชิ้นเล็กๆ ผมจะรับ พอเขาจำได้ ผมก็หลุดยิ้มออกมาอย่างดีใจ เพราะของแบบนี้แหละที่ผมกล้ารับ แถมเป็นของฝากชิ้นแรกที่ได้จากพี่ไคด้วย ผมเลยรับถุงมาดู คิดว่าคงไม่กล้ากิน ก็ของขวัญแรกตั้งแต่คบกันนี่นา

 

            “ขอบคุณครับ” ผมกอดถุงแน่น มองพี่ไคที่เดินกลับไปที่กระเป๋าอีกครั้ง แล้วหันมาสนใจช็อกโกแลตชิ้นน่ารักในแพ็กเกตสวยๆ

 

            “แล้วก็นี่...นี่ และนี่...”

 

            ผมกำลังมองช็อกโกแลตเพลินๆ คนที่กลับไปรื้อกระเป๋าก็กลับมาอีกครั้ง แล้วก็เอากล่องคุ้กกี้ มาร์เมโล่ M&M ในโหลแก้ว และขนมหวานสารพัดวางเรียงจนผมต้องลุกขึ้นมานั่ง มองจำนวนของฝากอย่างอึ้งๆ แล้วเหลียวมองหน้าคนซื้อ

 

            “ชิ้นเล็ก แต่แค่หลายชิ้น” นี่เขากำลังแก้ตัวกับผมใช่มั้ย เสียงถึงอ่อนลงขนาดนั้น

 

            “ทั้งหมดนี่ของแตมหรือ” พี่ไคพยักหน้า แต่เขาก็ยอมเสริมอีกนิด

 

            “อืม เห็นอะไรก็อยากซื้อมาให้” ผมไม่ชอบที่เขาใช้เงินสิ้นเปลืองเลย แค่ช็อกโกแลตกล่องเดียว ผมก็ดีใจแล้ว แต่พอเขาพูดแบบนี้ ผมกลับใจอ่อน ยิ่งเขาถามอย่างไม่แน่ใจด้วยแล้ว

 

            “รับไว้ได้มั้ย ตั้งใจเอามาให้” ผมจะทำอะไรได้ล่ะ นอกจากงึมงำ

 

            “แค่ครั้งนี้นะครับ” แค่นี้ก็กินไปได้ทั้งปีแล้วมั้ง ไม่รู้จะหมดก่อนวันหมดอายุมั้ย เรียกว่ากระเป๋าเดินทางใบใหญ่หนึ่งใบอัดแน่นไปด้วยขนมของฝาก แถมยังมีที่ทับกระดาษรูปเทพีสันติภาพติดมาด้วยอีกแน่ะ

 

            “โอเค” ผมว่าพี่ไคทำหน้าเหมือนดีใจ แล้วเขาก็ลุกออกไปอีก ครั้งนี้ไม่ได้รื้อกระเป๋าใบแรกต่อ เพราะในนั้นมีแต่ขนม แต่เขากำลังไปลากกระเป๋าอีกใบมาเปิดข้างโซฟา จนผมชักตงิดใจ ชะโงกหน้าไปดูอย่างอยากรู้อยากเห็น หากก็ตามมาด้วยความช็อก

 

            “อันนี้ก็ให้เธอ อันนี้ด้วย นี่ก็ใช่”

 

            พี่ไคกำลังเอาของมาวางเรียงบนโต๊ะรับแขก เหมือนโต๊ะโชว์สินค้า แล้วไม่ใช่แค่ชิ้นเดียว!

 

            ตอนแรกมีหมวกสามใบ ตามมาด้วยรองเท้าสองคู่ เสื้อยืดและเสื้อเชิ้ตที่แค่เห็นแบรนด์ก็สูดปากด้วยความเสียวกระเป๋าจะฉีก กางเกงอีกหลายตัว กระเป๋าเงินหนังแท้ เสื้อแจ็กเกต แล้วยังมีน้ำหอมสองขวดกับกระเป๋าเป้อีกหนึ่งใบ

 

            “ของเธอหมดเลย”

 

            “ห้ะ” หน้าผมตอนนี้ต้องน่าเกลียดแน่ เพราะอ้าปากแบบหุบไม่ลง

 

            กระเป๋าเดินทางใบที่สองก็มีแต่ของผมทั้งหมด!

 

            “พะ พี่ไค แต่...”

 

            “เธอบอกว่าจะรับใช่มั้ย”

 

          งื้อ ทำไมต้องทำตาแบบนั้นใส่ด้วย ขี้โกงที่สุดเลย

 

            “พี่ไค มันเปลือง” ผมไม่กล้าตีราคาของในกระเป๋าของเขาด้วยซ้ำ มูลค่ามันต้องมากจนผมช็อกตายแน่ แต่พี่ไคขยับมาจับมือ

 

            “ถ้าเป็นเธอ แค่นี้ไม่เท่าไหร่หรอก” มันไม่เท่าไหร่สำหรับเขา แต่มากมายมหาศาลสำหรับผม

 

            จากนั้นพี่ไคก็ประสานปลายนิ้วกับมือผม กระชับเอาไว้แน่น แล้วดึงไปกดจูบที่หลังมืออย่างอ่อนโยน

 

            “รับไว้เถอะนะ” ผมหันไปมองข้าวของมากมาย ทั้งที่ตั้งปณิธานว่าจะไม่รับของใครฟรีๆ จะเห็นค่าของเงิน จะไม่ใช้จ่ายสิ้นเปลือง แต่ผมอดดีใจไม่ได้ หัวใจที่คิดว่าจะเต็มไปด้วยความเสียดายเงินกลับพองฟู ไม่ใช่เพราะพี่ไคเปย์ให้ผมหนักมาก แต่เพราะเขากำลังบอกว่าตลอดเวลาที่อยู่โน่น เขาคิดถึงผม

 

            มันมากกว่าความดีใจแต่เป็นความตื้นตัน

 

            ไม่ว่าพี่ไคจะให้ช็อกโกแลตผมถุงเดียวหรือทั้งหมดนี่ ผมก็ยังดีใจอยู่ดี

 

            “แค่ครั้งนี้นะครับ” ผมยกประโยชน์ให้ก็ได้ แม้คนที่ได้ประโยชน์จะเป็นผมมากกว่าก็ตาม

 

            “แล้วก็มีอีกอย่าง”

 

            “เดี๋ยว! มีอีก?” เท่านั้นแหละ รอยยิ้มผมหุบฉับ จะตะกายตามเขาว่ายังมีอีกหรือวะ นี่ถลุงไปเท่าไหร่กัน! ไม่สิ แล้วพี่ไคเอาเสื้อผ้าข้าวของตัวเองไว้ตรงไหน กระเป๋าใบสุดท้ายก็ใบเล็กกว่าเจ้าสองใบนี้โขเลย จนได้แต่ขยับเข้าไป ไม่สนใจแล้วว่าขาจะสั่น ก้นยังเจ็บ

 

            นี่ถ้าเขางัดของแบรนด์มาอีกชิ้น ผมจะน้ำลายฟูมปากให้เขาดู!

 

            !!!

 

            “นี่ของเธอ” ทว่า ของชิ้นสุดท้ายที่ออกมาจากกระเป๋าใบที่สามกลับทำให้ผมนิ่งอึ้ง

 

            มันไม่ใช่ของฝากยี่ห้อดัง ไม่ใช่ของจากช้อปหรู ไม่ใช่เสื้อผ้ารองเท้าที่ใส่ทีต้องกลัวเปื้อน เพราะมันคือ...ตุ๊กตา

 

          “ของขวัญที่เราคบกัน”

 

            ผมมองหน้าพี่ไค ดวงตาเบิกกว้าง

 

          มันเป็นตุ๊กตาเพนกวิน!

 

            เจ้าก้อนขนปุกปุยตัวใหญ่ในมือพี่ไคคือตุ๊กตาเพนกวินแน่นอน และมันกำลังมองผมด้วยสายตาออดอ้อนให้ใจละลาย เหมือนกับคนถือไม่มีผิด ที่กำลังบอกว่านี่คือของขวัญที่เราคบกัน หากแต่ผมดีใจมากกว่านั้น ใจเต้นกว่านั้น เพราะผมเพิ่งพูดว่าชอบเพนกวินไปไม่นาน!

 

            เขากับผมใจตรงกัน

 

            ผมดีใจจนเผลอรับมันมากอดเอาไว้แน่น ซบหน้าลงกับขนนุ่มที่ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ แล้วความนิ่มของมันก็ทำให้ผมถูแก้มแรงๆ ถูกอกถูกใจตุ๊กตาตัวนี้น่าดู เพราะนี่แหละที่ผมบอกพี่ไคมาตลอด ของสักชิ้นที่ราคาไม่ต้องสูง แค่มีใจจะให้ก็ดีใจแล้ว

 

            “ขอบคุณครับพี่ไค แตมชอบมากเลย” ผมกอดมันแน่น เงยหน้าส่งยิ้มให้พี่ไค แล้วกลับมาจุ๊บปากเจ้าเพนกวินตัวน้อย

 

            “พี่ไครู้ได้ยังไงว่าแตมชอบเพนกวิน”

 

            “...พอดีไปเห็นแล้วนึกถึงเธอ” ผมไม่ทันสังเกตว่าพี่ไคเงียบไปอึดใจก่อนจะตอบ ผมแค่กอดมันแน่นกว่าเดิม ถูไถหน้าเข้าหา ใจเต้นรัวแรง ถูกใจกว่าของอย่างอื่นที่พี่ไคซื้อมาให้รวมกันซะอีก

 

            “ดีใจที่ชอบนะ”

 

            “รักเลยล่ะครับ”

 

            กึก

 

            ผมหมายถึงเพนกวินในมือ แต่ผมพูดตอนเงยหน้าสบตาพี่ไค แล้วก็ต้องชะงักเสียเอง เพราะสิ่งที่เห็นไม่ใช่ใบหน้าเรียบนิ่ง หากแต่เป็นริมฝีปากของเขาที่ยกสูงขึ้น ผมไม่รู้ว่าพี่ไครู้ตัวมั้ย แต่เขากำลังยิ้มกว้างจริงๆ ดวงตาที่มองมาอบอุ่นจนผมใจสั่น และนั่นผลักดันให้ผมพูดเสียงเบา

 

          “รักจริงๆ นะ”

 

            พี่ไคนิ่งไป แล้วเขาก็ขยับมานั่งข้างผม เอื้อมมาดึงผมให้ขยับไปนั่งตัก ซึ่งผมก็ไม่ขัดขืน สองมือยังกอดเพนกวินเอาไว้ด้วย

 

            “ฉันขอรางวัลนะ”

 

            ปากของผมสั่นระริกเลยตอนที่พี่ไคก้มลงมาจูบปากของผมแผ่วๆ เขาไม่ได้กดคลึง หรือดูดมันเหมือนเมื่อวาน เขาแค่แนบปากลงมาจนผมสั่นไปทั้งตัว วูบวาบไปหมด หลับตาลงเพื่อสัมผัสกับปากของพี่ไคที่สั่นไม่ต่างกัน

 

            เราปล่อยให้ปากแตะปากแบบนั้น ก่อนที่พี่ไคจะขบเบาๆ แล้วผละออกมา เพื่อแนบหน้าผากกับหน้าผากของผม

 

            “คิดถึง”

 

            ผมหลับตา ซึมซับความอบอุ่นของพี่ไค

 

            เขาเคยบอกผมว่าสถานที่ตรงนี้จะเป็นที่ของผม ผมเข้าใจคำพูดนี้แล้ว แค่การได้นั่งตักเขา กอดเขา สัมผัสตัวเขา ผมก็รู้สึกว่าผมเจอแล้ว...สถานที่ที่พร้อมต้อนรับผมเสมอ

 

            ผมว่าผมเจอใครคนนั้นของผมแล้ว ไค ที่เป็นของผม

 

...................................

 

ต่อค่ะ

 

            “พอเสร็จเรื่องที่ซานฟรานฯ ฉันก็บินไปนิวยอร์ก อยู่โน้นแค่สองวัน แล้วก็กลับมาเลย”

 

            “ไม่เหนื่อยหรือครับ”

 

            “ไม่หรอก อยากกลับมาให้ไวที่สุด”

 

            ผมใช้เวลาช่วงเช้าหมดไปกับการเก็บของที่พี่ไคซื้อมา ตกลงกับเขาว่าคงต้องเอาขนมไปช่วยแจกหลายๆ คนให้ช่วยทาน ไม่อย่างนั้น ผมคนเดียวคงทานไม่หมดแน่ เลยแบ่งไปให้แม่นุก ฝากไอ้เคอร์ ไอ้เติ้ล และพี่ไคก็แยกไว้ส่วนหนึ่งที่จะเอาไปฝากเพื่อนที่เป็นเชฟขนม

 

          ชักอยากเจอเพื่อนพี่ไคคนนี้แล้วสิ

 

            ผมคิดพลางจัดการแยกผ้าของพี่ไคลงตะกร้าตามประเภท ปากก็คุยเรื่องการเดินทางกับเขา ซึ่งพี่ไคก็เล่าพลางช่วยผมขนของไปเก็บเข้าตู้

 

            “ปีหน้าไปด้วยกันมั้ย”

 

            กึก

 

            ผมต้องชะงักมือ มองหน้าพี่ไค ก่อนที่จะถามอย่างตื่นเต้น

 

            “แตมไปได้หรือ”

 

            “ได้สิ อยากพาไปแนะนำให้พ่อแม่รู้จัก” แก้มผมร้อนขึ้น มองเขาที่ขยับมานั่งข้างกัน จนเอนตัวพิงไหล่ สองมือกอดเจ้าเพนกวินเอาไว้แน่น

 

            “งั้นแตมจะรีบทำงานเก็บเงินค่าตั๋ว”

 

            “ทำทำไม ฉันออกให้” เขาว่าเสียงดุ

 

            “ไม่เอา แตมไม่อยากได้ชื่อว่าเกาะพี่ไคกินนี่ ถึงจะ...คบกันแล้ว” ผมเบาเสียงในตอนท้าย ยกปลายนิ้วแตะปากตุ๊กตาเล่น

 

            “เออ พี่ไคโอนเงินมาให้แตมทำไม” พอพูดถึงเรื่องนี้ ผมก็เด้งตัวขึ้นมามองหน้าเขา ถามอย่างนึกขึ้นได้ เพราะระหว่างอาทิตย์ที่เขาไม่อยู่ ผมเอาบัญชีไปเช็กยอด แล้วพบว่านอกจากเงินที่ได้จากการีน่า ดันมีเงินก้อนโตโอนเข้ามาด้วย แล้วไม่ต้องเดาเลยว่าฝีมือใคร

 

            “ค่าเทอมไง”

 

            “ก็...”

 

            “เธอตกลงแล้วนะ” งานนี้พี่ไคเร็วกว่า เลยย่นจมูกใส่

 

            “พี่เป็นพ่อแตมหรือไง ส่งเสียกันด้วย”

 

            “ไม่เป็นพ่อ เป็นอย่างอื่นแทนได้มั้ย” เขาทำหน้าจริงจัง

 

            “อาเสี่ยกินเด็กอะดิ” พูดเองก็ละอายใจเอง เพราะดูเหมือนผมจะกลืนน้ำลาย เต็มใจเป็นเด็กเสี่ยไคซะแล้ว

 

            “เงินมันเยอะไปนะครับพี่ไค” ผมแย้งไว้ก่อน มองหน้าเขา ซึ่งพี่ไคทำหน้าครุ่นคิด

 

            “แต่ตอนนี้ฉันมีสิทธิ์ส่งเสียเธอนะ”

 

            “สิทธิ์ไหนกัน” ผมก็เถียงสิ ไม่คิดเหมือนกันว่าคนหน้าตายจะพูดว่า...

 

            “สิทธิ์ที่ฉันเป็นสามีเธอไง”

 

            ฉ่า

 

            ผมไม่รู้เหมือนกันว่าระหว่างพี่ไคทำตาพราววิบวับเหมือนผู้ชายร้อยเล่ห์ กับทำหน้าจริงจังประหนึ่งกำลังขอผมแต่งงาน อันไหนที่จะเขินน้อยกว่ากัน เพราะพอเขาพูดคำว่าสามีที่แปลง่ายๆ ว่าผัวจบปุ๊บ ความร้อนนี่แผ่ไปทั่วหน้าไอ้แตม จนมุดตุ๊กตาหนี

 

            “หรือฉันต้องใช้คำว่าผัว”

 

          โอ๊ย ผู้ชายคนนี้!

 

            “ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้! แตมนอนแล้ว” ผมล้มตัวลงนอนตักเขา รู้สึกว่าเขาตัวแข็ง แต่สุดท้ายก็ยื่นมือมาลูบหัวผม

 

            “ไปนอนที่เตียงมั้ย”

 

            “แตมนอนตรงนี้ไม่ได้หรือ” ผมเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รู้เลยว่าใช้เสียงเหมือนตอนที่อ้อนแม่

 

            “ไม่ใช่ไม่ได้ แต่เดี๋ยวไม่สบาย” พื้นก็เย็นจริงๆ นั่นแหละ ผมเลยลุกขึ้น โดยที่มือหนึ่งยังหนีบตุ๊กตาเอาไว้ แล้วปีนขึ้นไปบนโซฟาอีกครั้ง ช้อนตามองพี่ไคอย่างไม่แน่ใจ แล้วตบเบาะข้างตัว

 

            “พี่ไคนั่งนี่นะ” ผมร้องขอ พี่ไคก็ตามใจด้วยการขยับขึ้นมานั่ง แล้วผม...ก็ทำใจกล้าหน้าด้านทิ้งตัวลงไปนอนตักอีกครั้ง

 

            “แบบนี้ได้มั้ย” ผมไม่มองหน้าเขาหรอก แค่กอดตุ๊กตา ซุกหน้าเข้าหาความนิ่ม ขดตัวอยู่บนตักของเขา ใจเต้นตุบๆ อยู่ในอก ไม่อยากเชื่อกับความกล้าของตัวเอง ซึ่งแม้ตักพี่ไคจะแข็ง แต่มันอุ่นมากเลยนะ กลิ่นที่ลอยออกมาจากตัวเขาก็หอม ผมเลยเริ่มง่วงอีกครั้ง

 

            ฟึ่บ

 

            จากตอนแรกที่ผมนอนกอดตุ๊กตา หนุนหน้าขา หันหลังให้พี่ไค ผมก็พลิกตัว แล้วเอาเพนกวินไว้ที่ช่วงอก ซุกหน้าเข้าหาแผ่นท้องของพี่ไคแทน ชักคุ้นเคยกับกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่โชยมาจากตัวของเขาแล้ว พึมพำบอกเขาว่าขอนอนหน่อยนะครับ

 

            และหลังจากนั้นพักใหญ่ กว่าที่พี่ไคจะเอ่ยบางอย่างจนลอยเข้าหู

 

            “น่ารักแบบนี้ ถ้าฉันหัวใจหยุดเต้นไปจะทำยังไง” เขาลูบไหล่ผม กล่อมจนหลับไปอีกครั้ง ทั้งที่ในใจกำลังตอบคำถามเขา

 

          แตมไม่ยอมให้พี่ไคหัวใจหยุดเต้นหรอก แตม...อยากอยู่แบบนี้ไปนานๆ

 

....................................

 

            “มีของส่งมาถึงคุณคงไคครับ”

 

          ทำไมเหตุการณ์คุ้นๆ

 

            สองวันถัดมา ผมกำลังจะออกไปเรียน แต่เพียงเปิดประตูห้อง ผมก็พบกับพนักงานหน้าตาคุ้นเคยที่ส่งยิ้มมาให้ พร้อมกับยื่นกล่องพัสดุที่ทำเอานิ่งไปหลายอึดใจ รู้สึกเหมือนเรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อน จนเหลียวไปมองห้องที่ว่างเปล่า

 

            พี่ไคบอกเมื่อวานแล้วว่าต้องเร่งสรุปงานที่คุยกับบก.ครั้งที่ไปนิวยอร์ก ตอนนี้ก็คงยังหลับอยู่ ไม่ก็ทำงานโต้รุ่ง จนเหลียวกลับมามองพนักงานส่งของอีกครั้ง

 

            “ข้างในเป็นอะไรหรือครับ”

 

            “เอ่อ ผมไม่ทราบครับ” นั่นสิ คนรับของแทนจะรู้ได้ยังไง ผมเลยเซ็นชื่อแล้วรับกล่องนั้นมาถือ

 

          เบาแฮะ ไม่ใช่สารพัดเครื่องครัวหรอก

 

            ผมโล่งใจไปเปราะ แต่พนักงานตรงหน้าก็ยังไม่ไปไหน ขณะที่ลิฟต์ก็เปิดออก แล้วก็พบกับพนักงานหน้าตาคุ้นๆ ที่กำลังเข็นรถเหมือนที่ใช้กันในโรงแรม และบนนั้นมีกล่องพัสดุอีกหลายใบ จนกะพริบตาปริบ มือที่จับกล่องสั่นน้อยๆ

 

            “อย่าบอกนะว่า...”

 

            “ครับ ของคุณคงไคทั้งหมด”

 

            ผมงี้อ้าปากหวอ มองกล่องหลายใบตรงหน้า แล้วอย่าหาว่าเสียมารยาทเลยนะ ผมก้มลงแกะใบที่เซ็นรับแล้วออกอย่างรวดเร็ว แล้วก็เจอ...สลิปเปอร์

 

            รองเท้าแตะใส่อยู่บ้านธรรมดาคงไม่ทำให้ผมอึ้งหรอก ถ้าไม่ใช่เพราะส่วนนุ่มนิ่มที่สอดเท้าเป็น...หัวเพนกวิน

 

            เท่านั้นแหละ ผมงี้หันไปคว้ากล่องอีกใบมาแกะแบบไม่สนมารยาท แล้วพบว่าในนั้นคือแก้วน้ำสองใบลายเพนกวิน กับจานลายเพนกวินที่เหมือนเด็กอนุบาลใช้ จนทิ้งตัวฮวบไปนั่งที่พื้น

 

            “เฮ้ย น้องเป็นอะไรมั้ย”

 

            “กูไม่น่าเลย ไม่น่าเลย” ผมไม่สนใจคำถาม กลับครวญครางออกมาอย่างหมดแรง

 

          กูไม่น่าบอกว่ารักเพนกวินเลย ดูสิ่งที่ผัวผม เอ๊ย พี่ไคสั่งซื้อมาสิ นี่เขาเอาเวลาไหนไปสั่งของพวกนี้กันล่ะเนี่ย!!!

 

            ผมลืมไปได้ยังไงว่าเขาเป็นคนช่างเปย์ งานนี้ได้จัดห้องเป็นอนุบาลเพนกวิน แล้วจากที่ชอบ ผมต้องเอียนเจ้านกหน้ากลมหุ่นดุ๊กดิ๊กที่จะไปอยู่ทุกทีในห้องนี้แน่

 

          โอย นี่จะหาความพอดีจากผู้ชายที่ชื่อคงไคได้มั้ยเนี่ย!       

 

.....................................

 

            ครบค่ะ ขอตอบแทนว่าไม่ได้ค่ะ พี่ไคเขาแสดงความรักด้วยการใช้เงินอะเนอะ หน้ามันไม่แสดงอารมณ์ก็ซื้อของเปย์เนี่ยแหละ แล้วความพอดีไม่มีอยู่บนโลกใบนี้ไง อะไรที่น้องบอกว่าชอบ น้องโดนใจ พี่แกก็หาซื้อมาทุกอย่างที่คิดออก แต่ก็นะ อนุบาลเพนกวิน ขออนุญาตขำ นึกหน้าคนหล่อจัด (อ้อ มาดผู้ร้ายด้วยนะ) นั่งคลิกสินค้าที่เกี่ยวกับเพนกวินหน้าคอมสิ ไม่ใช่พี่ไคทำไม่ได้นะเออ

            วันนี้ไปมีต Astro มาค่ะ น้องน่ารักมากกกกกก ติดบ่วงเด็กอะงับ อึนอูน่ารักผุดๆ ไปเลย ฮือออ

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมถูกเปย์ นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 882 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,384 ความคิดเห็น

  1. #10375 nok0711 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 14:09

    555ขำน้ำตาไหลเลย

    #10,375
    0
  2. #10363 Xakas (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 23:51
    โธ่ลูก เอ็นดูพี่ไค555555
    #10,363
    0
  3. #10330 SuNny_ms (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 15:44
    อยากมีผัวแบบพี่คงไค555555
    #10,330
    0
  4. #10240 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 14:48
    อยากเห็นน้องแตมในชุดเพนกวินนนนนน
    #10,240
    0
  5. #10214 Krystal wing (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 10:17
    อยากมีผัวรวยเงยนะคะจังหวะนี้
    #10,214
    0
  6. #10182 Orathaiks (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 23:18
    พั้ไคน่ารักอีกแล้วแง่ เปงผัวน้องแตมเต็มตัวแบ่
    #10,182
    0
  7. #10133 rattanalak44 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 04:35
    อิจฉาแตมได้มั้ยอ่ะ
    #10,133
    0
  8. #10107 PandaPhung (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 13:27
    ตัลล้ากกกก แพนกวินก็ตัลล้ากกกก พี่ไคก็ตัลล้ากกกก น้องแตมก็ตัลล้ากกกก
    #10,107
    0
  9. #9923 26430 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 13:51
    แพงกวิ้งตั้ลล้าก อยากขโมยจังไม่ใช่ขโมยพี่ไคนะขโมยแพงกวิ้ง555
    #9,923
    0
  10. #9730 Pokky_bow (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 09:15
    โอ๊ยยยยยยยยย...😍😍😍
    #9,730
    0
  11. #9699 lills (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 20:57
    โอ้ยยยพี่ไคคน่ารักอะ5555555
    #9,699
    0
  12. #9613 Namfon_Pk0 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 12:48
    อยากให้มีพี่ไคตามจำนวนประชากรเมีย
    #9,613
    0
  13. #9611 Tigerjunear (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 20:14
    อยากได้คุนไคเปนของตัวเอง ชบสายเปร์
    #9,611
    0
  14. #9594 Red_Bunny (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 22:56
    ก็เฮียแกสายเปย์ จะให้อยู่เฉยๆก็กะไรอยู่55555
    #9,594
    0
  15. #9439 MdCharlotte (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 23:17
    เอ็นดูน้องแตมเหลือเกิน
    #9,439
    0
  16. #9432 แหวน (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 13:25

    5555พี่ไคก็ยังคงเป็นพี่ไคแน่ะ สายเปย์ตลอด

    #9,432
    0
  17. #9406 Serin71228 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 01:05
    เปย์จนอยากได้เป็นผั-- .โดนแตมตบ
    #9,406
    0
  18. #9398 หางสีเงิน (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 14:01
    โคตรเปย์T///T
    #9,398
    0
  19. #9299 ๐ฝนสีเลือด๐ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 16:34
    ความพอดีของพี่ไคมันไม่มีจริงๆ 5555
    #9,299
    0
  20. วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 06:51
    มีความเปย์ด้วยเพนกวิน555
    #9,289
    0
  21. #9271 Jeels jeletto (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 19:02
    น่ารักน่าเอ็นดู
    #9,271
    0
  22. #9260 meinwonderland; (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 17:48
    อิพี่ ฮือเอ็นดู555
    #9,260
    0
  23. #9189 Ampo (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 18:58

    OMG พี่ไค พี่ไคคคคคคค หาผู้ชายแบบนี้ได้อีกที่ไหนอะ

    ฉันรักเค้าาาาาาา อิจฉาน้องแตมโง้ยยย 5555

    #9,189
    0
  24. #9101 Nobody_Perfect (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 23:58
    โอยยยย นี้นอนชักดิ้นชักงออยู่บนเตียง คือฟินจิกหมอนนนนสาแบบคงไคหาซื้อได้ที่ไหนนนนน ขอวาป้ด้อจ้า 😁😁😂😂
    #9,101
    0
  25. #8925 ชีวิตคือนิยาย (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 21:42

    ผัวดี มีชัยไปกว่าครึ่ง555

    #8,925
    0