[Yaoi] Money Addict ผมมีค่า ต้องกล้าจ่าย! [Boy's Love]

ตอนที่ 27 : ตอนที่ 25 คืนที่คิดถึงกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41,013
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 585 ครั้ง
    22 ม.ค. 61


ตอนที่ 25 คืนที่คิดถึงกัน

 

 

 

เฌอแตม

 

            “ฮัลโหล กู้ดมอร์นิ่ง น้องตัวน้อยตัวนิด ลิตเติ้ลตัวจิ๋วมาแล้วครับผม”

 

          กูอาจจะคิดผิดก็ได้

 

            “เฮ้ยพี่แตมๆๆ เดี๋ยวเด้ อย่าเพิ่งปิดลิฟต์ อย่าเพิ่งทิ้งน้อง”

 

            ลิตเติ้ลโทรมาหาผมตอนสิบเอ็ดโมงว่ามาถึงแล้ว ก็เลยลงมารับ แต่เพียงประตูลิฟต์เปิดออกแล้วเจอเจ้าเด็กหน้าหล่อที่ทำตัวติ๊งต๊องด้วยการยิ้มยิงฟัน ยกมือตะเบ๊ะ บอกว่าตัวเองตัวจิ๋ว ทั้งที่สูงกว่าผม ผมก็หันไปมองปุ่มลิฟต์ แล้ว...กระแทกปุ่มแม่ง

 

            เท่านั้นแหละ ไอ้น้องรหัสนี่แทบจะแทรกทั้งตัวทั้งมือมากันประตูเอาไว้

 

            “พี่แตมใจร้ายอ่า” กระทั่งมันเข้ามาในลิฟต์ได้แล้ว เติ้ลก็หันมาโอดครวญใส่ผม แบะปาก ทำตาตก แต่พอเห็นว่าผมยังถลึงตาใส่ มันก็สามารถเปลี่ยนมาทำตัวดุ๊กดิ๊กถูไหล่ผมอย่างอ้อนๆ เหมือนกระเป๋ากีต้าร์ใบใหญ่ที่มันสะพายอยู่ไม่หนักเลยสักนิด

 

            “ใจดีดีกว่า เพราะวันนี้พี่แตมให้เติ้ลมาเล่นด้วย”

 

            เฮ้อ ผมใจอ่อนกับเติ้ลจริงๆ ด้วย

 

            สุดท้าย ผมก็ถอนหายใจ เพราะแม้จะนึกหมั่นไส้เจ้าเด็กนี่ แต่ก็ปฏิเสธมันไม่ค่อยลง ยิ่งเวลายิ้มกว้าง ทำตัวอ้อนแข้งอ้อนขา ไม่น่าล่ะที่ไอ้เคอร์รับเป็นน้องเทคกิตติมาศักดิ์

 

            “พี่ไคต่างหากที่อนุญาต”

 

            “อันนี้เติ้ลรู้อยู่แล้ว พี่ไคใจดีสุดๆ ใจดีมากๆ ใจดีโคตรๆ แค่เห็นวันแรกเติ้ลก็รู้แล้ว เอ่อ แต่พี่แตมก็ใจดีนะ แล้วเติ้ลก็รักพี่แตมโคตรๆ เลยด้วย” ผมไม่รู้หรอกว่าทำหน้ายังไงใส่น้อง แต่การที่ลิตเติ้ลเปลี่ยนคำทันควันก็พอจะเดาออกว่าคงหน้าเดียวกับตอนที่จะคว้าโคมไฟทุ่มหัว

 

            “ว่าแต่ เติ้ลมาคิดดูดีๆ แล้ว พี่แตมโคตรหวงพี่ไคอะ”

 

            “...”

 

            ผมไม่ได้ตอบคำถาม แค่เดินนำออกจากลิฟต์เพื่อตรงไปปลดล็อกประตูห้อง ทั้งที่ใจก็กระตุกไปหลายที

 

            “พี่เคอร์เตือนเติ้ลว่าอย่าพูดถึงพี่ไคมาก เดี๋ยวพี่แตมกินหัว”

 

          ไอ้ปากโป้ง!

 

            “ไม่ได้หวงสักหน่อย” หนก่อนที่ลิตเติ้ลมา ผมยังไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขานี่ ยังเลี่ยงเขาอยู่เลย ผมไปหวงอะไรให้ใครเห็น ถ้ามาตอนนี้อาจจะเถียงได้ไม่เต็มปากว่าติดพี่ไคไปแล้ว แต่หนก่อนไม่น่านะ แต่เจ้าน้องรหัสที่วางกีต้าร์แล้ววิ่งไปกระโดดขึ้นโซฟาก็ยังว่าต่อ

 

            “ขนาดทำร้ายน้องอะ นี่ถ้าเติ้ลไม่รู้ว่าพวกพี่เป็นญาติกัน เติ้ลจะบอกว่าพี่แตมหึง ไม่ใช่แค่หวงด้วย”

 

            “...กินข้าวเที่ยงมายัง” ผมเปลี่ยนเรื่อง เดินเลี่ยงเข้าไปในครัว

 

            “ยางงงง ยังครับผม เติ้ลรู้ว่าพี่แตมใจดีต้องทำอะไรให้เติ้ลกิน” เจ้าเด็กรูปหล่อก็ยืดตัวมาใช้สองมือเกาะโซฟา ร้องอย่างกระตือรือร้น ยอมเปลี่ยนเรื่องตามทันควัน จนต้องพ่นลมหายใจออกทางจมูกแรงๆ

 

          น้องใครวะโคตรเห็นแก่กิน

 

            ผมไม่พูดออกมาหรอก เดี๋ยวเด็กมันสวนว่าแล้วพี่รหัสอะไรวะโคตรเห็นแก่เงินแล้วจะจนมุม ผมเลยรื้อของในตู้เย็น ยังดีที่ของที่แม่เอามายังอยู่เต็มตู้ ผมเลยหยิบผักอย่างละเล็กอย่างละน้อย หมูสับ และไข่ไก่ออกมาวางเคียงข้าวสวยที่ห่อพลาสติกใสแช่ไว้เป็นห่อๆ

 

            ในเมื่ออยู่คนเดียวทั้งสัปดาห์ก็เลยหุงข้าวทีเดียวแล้วแพคเก็บไว้ห่อละพอดีมื้อจะได้ไม่เปลืองไฟ

 

            “พี่แตมร้อนอะ เปิดแอร์ฯ ได้เปล่า” ลิตเติ้ลหันมามองผมตาใสแจ๋ว แน่นอนล่ะว่าสั่นหัว

 

            “เปิดทำไม เปลือง”

 

            “แต่หนก่อนมายังเปิดเลย”

 

            “เพราะพี่ไคอยู่หรอก เจ้าของบ้านไม่อยู่ ใช้ไฟตามใจชอบได้ไง” เติ้ลแบะปากอย่างงอนๆ แต่ก็ยอมแพ้ ถามหาอย่างอื่นแทน

 

            “งั้นพัดลมล่ะพี่แตม”

 

            นั่นแหละปัญหา เชื่อมั้ยล่ะครับว่าห้องนี้ไม่มีพัดลม ไอ้ที่ผ่านมาก็ไม่ทันคิดเพราะเข้ามาก็เย็นตลอด มาเฉลียวใจก็ตอนอยู่คนเดียวล่ะว่าค่าไฟบ้านนี้ต้องอานแน่ ก็เล่นเปิดเครื่องปรับอากาศแทบจะตลอดยี่สิบชั่วโมง พัดลมสักตัวยังไม่มี

 

            “พี่แตมอย่าบอกนะว่าไม่มี”

 

            “อืม”

 

            “ย้ากกกก ร้อนอะ เติ้ลร้อน ฮื่อ ลมระเบียงก็ร้อน” ผมควรจะขำหรือเหนื่อยใจดีเมื่อเจ้ารุ่นน้องมันดิ้นปัดๆ อยู่บนโซฟา แล้วก็หันมาทำหน้าอ้อนแข้ง

 

            “พี่แตมครับ พี่แตมคนสวย พี่แตมคนน่ารัก พี่แตมคนดีที่หนึ่งของเติ้ล”

 

            ผมทำหน้าไม่ถูกกับคำยอของมัน นี่ผมควรจะดีใจมั้ยที่มันชมว่าสวยบ้างล่ะ น่ารักบ้างล่ะ นี่มันลืมไปหรือเปล่าว่าผมเป็นผู้ชาย แต่ก่อนที่เจ้ารุ่นน้องจะมาวิ่งไล่งับหางตัวเองรอบตัวผม พร้อมคำชมประหลาดๆ ผมก็เลยพยักหน้าส่งๆ

 

            “เปิดแค่ห้องนี้นะ แล้วไปปิดประตูห้องอื่นด้วย” ก่อนหน้านี้ผมเปิดประตูแต่ละห้องเพื่อระบายอากาศ ดังนั้นแม้แต่ห้องนอนผมยังเปิดอ้าซ่า ให้ลิตเติ้ลเบิกตากว้าง แล้วกระโจนจากโซฟาไปวิ่งไล่ปิดประตูให้อย่างรู้งาน ส่วนผมก็จำใจไปเปิดแอร์ฯ ให้

 

            “พี่แตมๆ นี่ห้องไรอะ” เจ้าหนูจำไมยังไม่หมดคำถามอีกหรือวะ

 

            ผมเหลียวไปมองตามสายตา

 

            “ห้องทำงานพี่ไค เขาไม่ให้เข้าไป เฮ้ย บอกว่าไม่ให้เข้าไงเติ้ล” น้องผมอายุสิบแปดหรือแปดขวบวะเนี่ย เพราะผมพูดอยู่ดีๆ เจ้าตัวกลับเอื้อมมือไปบิดลูกบิดซะงั้น จนรีบก้าวยาวๆ ไปหา แล้วก็เจอกับรอยยิ้มกว้างของเจ้าเด็กนี่

 

            “แหะๆ ล็อกอะพี่แตม อยากรู้จังมีอะไรอยู่ในนี้...โอ๊ย” ผมเขกหัวมันเต็มแรง ไม่สนด้วยว่าน้องมันจะเจ็บ

 

            “อย่าซนได้มั้ย”

 

            “โหยพี่แตม พี่ไม่อยากรู้หรือ เปิดให้เห็นทุกห้อง มีแค่ห้องเดียวล็อกเอาไว้ ต่อมเผือกมันเต้นตุบๆ เลย”

 

            “แล้วอยากให้เอามีดจิ้มต่อมเผือกให้แตกตายมั้ย”

 

            “โหด!

 

            “เสือก!” ผมหรี่ตา ด่าน้อง แต่อีกฝ่ายก็ไม่มีสลด หัวเราะเสียงใส

 

            “อื้อ เติ้ลขี้เสือกนะพี่แตม” โอเค ผมยอมแพ้

 

            ติ๊ง

 

            “โอ๊ะ พี่โตแน่เลย” ทันใดนั้น เสียงบางอย่างก็ดังแทรกสงครามระหว่างพี่น้องรหัส แล้วลิตเติ้ลก็เบิกตาขึ้นนิด ถลาไปยังกระเป๋าแล้วรื้อเอาไอแพดออกมา จากนั้นก็ยิ่งยิ้มร่า จนผมอดไม่ได้ที่จะเดินไปดูคนเปลี่ยนอารมณ์เร็วจนตามไม่ทัน

 

            “ตกลงยังคุยกันอยู่หรือ”

 

            “อื้อ ทุกวันพี่แตม พี่โตตลกดี ดูดิ นี่ตอนนี้พี่เขาอยู่ขอนแก่น เห็นว่าไปเที่ยวกับเพื่อน” ผมขมวดคิ้ว ไม่ใช่เพราะน้องคุยกับพี่ชายของเจ้อมทุกวัน แต่เพราะภาพที่มันส่งมาให้ผมดูต่างหาก...ภาพจานเปล่าที่คงเคยมีขนมสักชิ้น แต่ตอนนี้มีแยมสีสดที่ถูกเจ้าของจานเอามาปาดเป็นตายิ้มกับริมฝีปากโค้งขึ้น ด้านข้างก็มีมือคล้ำแดดของผู้ชายชูสองนิ้วให้

 

            “พี่โตบอกว่ากินเผื่อ แล้วถ้าวันนี้เล่นกีต้าร์เพราะจะส่งขนมของฝากมาให้”

 

          แน่ใจหรือว่าสองคนนี้เพิ่งคุยกันได้อาทิตย์กว่าๆ

 

            ผมมองน้องรหัสด้วยสายตาทึ่งๆ ไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจีบกันไม่นาน มีส่งภาพส่งขนมให้กันแล้วด้วย ผมมาอยู่กับพี่ไคเป็นเดือน เขาส่งข้อความหาผมได้ไม่ถึงสิบครั้งเลย

 

            “ส่งภาพให้ดูเลยหรือ”

 

            “อ่าฮะ พี่โตเขาเลี้ยงแมว เติ้ลเลยอยากเห็นรูป พี่โตก็ถ่ายส่งมาให้ นี่ไง” เติ้ลเลื่อนบทสนทนาในไลน์ที่ยาวเหยียดจนผมเบิกตาโพลง เพราะมันยาวมาก ยาวชนิดที่เลื่อนจนนิ้วแทบล็อกถึงจะเจอภาพแมว แต่ก่อนหน้านั้นยังมีภาพถ่ายอีกเป็นสิบ

 

            “หลังจากนั้น พอเขาไปไหนก็ชอบส่งรูปมาให้ดู แต่เติ้ลไม่ได้ส่งให้หรอกนะ เติ้ลจำได้ว่าพี่เคอร์กับพี่แตมห้ามไว้ว่าอย่าไว้ใจคนแปลกหน้า เห็นม้า พี่โตยังไม่เคยเห็นหน้าเติ้ลเลยนะเออ” มันยังมีหน้าพูดอย่างอวดๆ จนชักอยากตบหัวทิ่ม แต่ติดที่...

 

            “แล้วพี่ไคไม่ส่งภาพมาให้ดูบ้างหรือพี่แตม ตอนนี้อยู่ เมกานี่ ไปเที่ยวไหนไม่ส่งมาอวดบ้างหรือ”

 

            ผมเจ็บจี้ดๆ ที่เหมือนถูกลิตเติ้ลแซงหน้าแถมทิ้งไม่เห็นฝุ่น จนกดหัวมันไปที

 

            “พี่ไคไม่ชอบถ่ายรูป นั่งนิ่งๆ อย่าซนล่ะ ไปทำข้าวผัดก่อน”

 

            “เย้”

 

            ผมหนีกลับเข้าห้องครัว แล้วก็มายืนจับขอบเคาน์เตอร์แน่น แบะปาก ทำตาจะร้องไห้ จากนั้นก็แอบควักโทรศัพท์ขึ้นมาดู ซึ่งนอกจากข้อความสั้นๆ ที่ตอบกลับว่าอนุญาตให้เติ้ลมาค้างบ้านได้ เขาก็เงียบหายไปเลย

 

            “อย่าว่าแต่ภาพเลย ข้อความสั้นเป็นตอยังไม่มี”

 

            ผมงอนเขาได้มั้ยเนี่ย!

 

..........................................

 

ต่อค่ะ

 

            “อยากเห็นหน้าน้องตัวเล็กหรือครับ เอ จะให้เห็นดีมั้ยน้า”

 

            ...เถอะนะพี่แตม นะๆๆๆ พี่แตมอยากได้อะไร เดี๋ยวส่งเซ่นให้เลย...

 

            ...จะเอา จะเอาอ่า อยากเห็นหน้าตัวเล็กอ่า...

 

            ...เดี๋ยวพี่ส่งเพชรให้ เอากี่เม็ดว่ามา ขอดูหน้าให้หายอยากหน่อยเถอะนะ...

 

            “ทุกคนสนใจตัวเล็กแบบนี้ งั้นวันนี้ให้ตัวเล็กจัดแทนแล้วกัน แตมงอนแล้ว”

 

            หลังกินข้าวเย็นเสร็จ ผมก็ทำตามแผนที่วางไว้คือจัดรายการตั้งแต่ทุ่มครึ่ง ซึ่งพอบอกว่าวันนี้มีแขกรับเชิญพิเศษมาเป็นน้องตัวน้อยตัวนิด ทุกคนก็พุ่งความสนใจไปที่น้องรหัสผม จนผมแกล้งทำปากยื่น ว่าอย่างงอนๆ ทั้งที่อดขำไม่ได้

 

            ทำไมน่ะหรือ ก็เจ้าเติ้ลส่ายหน้าขวับๆ อยู่ข้างกล้องนี่ไง

 

            ส่วนต้นเหตุที่ทำให้ใครๆ เรียกร้องก็คงเป็น...

 

            Big: ไม่ต้องให้ดูหรอก พี่หวง

 

            เออ พอพี่ชายเจ้อมที่ตอนนี้ทุกคนเรียกว่าพี่โตว่ามา คนอื่นก็ยิ่งอยากเห็น ส่วนเจ้าตัวน้อยตัวนิดที่ได้ชื่อแบบไม่เป็นทางการว่าน้องตัวเล็กก็ยืนยันกับผมว่าเปล่าให้พี่โตเห็นหน้านะ คุยกันแค่ในไลน์เฉยๆ

 

            “ตัวเล็กเขาไม่ยอมโชว์หน้าเนี่ยสิ ฟังเสียงแทนก็แล้วกันเนอะ งั้นมาเล่นถามคำถามกันดีกว่า ใครมีคำถามอยากถามตัวเล็กบ้างเอ่ย” ผมก็เปิดเพลงคลอไม่ให้เงียบเกินไป ขณะที่อ่านที่ช่องคอมเม้นต์

 

            ...น้องตัวเล็กเป็นรุกหรือรับคะ...

 

            ผมแทบเงิบ เหลียวไปมองหน้าน้องรหัสที่กลั้นหัวเราะจนเสียงดังขลุกขลัก

 

            “รุกหรือรับคืออะไรหรือครับ ถ้าเล่นบอล ตัวเล็กชอบเป็นฝ่ายรุกครับ ตั้งรับเฉยๆ มันไม่สนุก” หน้าผมหัวเราะ แต่ในใจคิดออกเพียงคำเดียว...กวนตีน

 

            ...พี่โตจีบตัวเล็กจริงมั้ย...

 

            ...วร้ายๆๆ เสียงตัวเล็กน่าฟังอ่า อ้ะ แต่พี่แตมก็น่ารักน้า...

 

            ...ใช่ๆ พี่โตมีโอกาสมั้ยอ่า อัพเดตหน่อย...

 

            ส่วนใหญ่มีแต่คำถามอยากรู้อยากเห็น หลังจากที่พี่โตประกาศก้องไปหนก่อน ผมเลยเปลี่ยนเรื่อง ก่อนที่เจ้าตัวเล็กที่ว่าจะกวนตีนคนออกสื่อ

 

            “แตมว่าเรามาเปลี่ยนคำถามกันดีกว่า อย่าง...ตัวเล็กชอบสีอะไร”

 

            ลิตเติ้ลมองผมตาใส แล้วตอบเสียงใสกว่า

 

            “ทุกสีที่สวยครับ”

 

            “ชอบฟังเพลงแนวไหน”

 

            “แนวไหนก็ได้ที่โดนใจ”

 

            “งั้นตัวเล็กชอบกินอะไร”

 

            “ทุกอย่างที่อร่อย โดยเฉพาะของฟรีที่พี่แตมเลี้ยง แฮ่” เห็นมั้ย ขนาดคำถามพื้นๆ มันยังทำผมปวดหัวได้เลย แม้นั่นจะทำให้หลายคนส่งเลข 5 แทนเสียงหัวเราะเต็มกล่องแชทก็ตาม

 

            ...งั้นตัวเล็กชอบหมาหรือแมว...

 

            ...แมวแน่เลย...

 

            ...ตัวเล็กเป็นแมวแน่ๆ...

 

            หลังจากที่ผมมาจัดรายการ แถมถูกจิ้นคู่กับไอ้เคอร์ ผมเลยได้ความรู้ที่ไม่ควรรู้อย่างเช่นว่าภาษาญี่ปุ่นใช้คำว่าแมวเป็นศัพท์แสลงเรียกฝ่ายรับ ตอนนี้ทุกคนเลยระดมดันให้เติ้ลเป็นแมว เหมือนตอนที่เคยถามผมเมื่อครึ่งปีก่อนเป๊ะๆ ทั้งที่ผมคิดว่าเติ้ลมันต้องตอบแบบนี้แน่...ทุกตัวที่น่ารัก

 

            นี่คาดการณ์จากความน่าจะเป็นด้วยสถิติล้วนๆ เลยนะ สถิติความกวนโอ๊ยของลิตเติ้ลไง

 

            “ม่ายยยยยย ตัวเล็กไม่ชอบทั้งหมาทั้งแมวหรอก เพราะว่า...” หากคำตอบไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะลิตเติ้ลว่าเสียงร่าเริง แล้วก็ก้มหัวมาทางผมจนเห็นขวัญกลางกระหม่อม

 

            “...ตัวเล็กชอบให้คนอื่นเอ็นดูตัวเล็กมากกว่า เอ้า พี่แตมลูบหัวตัวเล็กเร็ว ตัวเล็กชอบ” มันมีหน้าส่ายหัวดุ๊กดิ๊กอีกต่างหาก ย้ำอีกทีว่าน้องรหัสผมมีใบหน้าที่เข้าขั้นหล่อมาก แต่ก็ปัญญาอ่อนมากเช่นกัน

 

            ส่วนช่องแชทน่ะหรือ กรีดร้องกับความน่ารักของน้องรหัสผมจนแทบไหม้ นอกจากนั้นยังส่งทั้งลูกอม ทั้งปรบมือ ทั้งกล่องของขวัญ ทั้งเพชร จนผมคาดว่าการจัดรายการคืนนี้จะโคตรคุ้ม หรือผมควรจะล่อให้เติ้ลมาช่วยผมบ่อยๆ ดี

 

          บางทีไอ้เคอร์อาจจะเป็นของตายไปแล้ว

 

            “แล้วพี่แตมอะ พี่แตมชอบสัตว์อะไร” ผมหลุดจากความคิดตัวเอง หันมามองหน้าคนถาม จนนิ่งคิดไปนิด

 

            “อืม เพนกวิน”

 

            “ทำไมอะพี่ เพราะน่ารัก?” เติ้ลถามผมเหมือนหลายๆ คน ซึ่งผมก็เล่าด้วยรอยยิ้ม

 

            “นั่นก็มีส่วน แต่ที่ชอบมากที่สุดก็เพราะเพนกวินส่วนใหญ่จะมีคู่ครองตัวเดียวตลอดชีวิต มันทำให้รู้สึกประทับใจ ไม่คิดหรือว่าการมีใครสักคนอยู่เคียงข้างตลอดไปเป็นเรื่องที่โรแมนติกน่ะ” ผมชอบหมาหรือแมวนะ แต่ถ้าถามว่าประทับใจสัตว์ประเภทไหนก็คงเป็นพวกนกล่ะมั้ง โดยเฉพาะพวกที่ครองคู่กันตัวเดียวตลอดชีวิต แต่ที่เลือกเพนกวินเพราะมันก็มีส่วนเหมือนมนุษย์...มันหาหินที่สวยที่สุดมามอบให้กับคู่ของมัน เมื่ออีกฝ่ายรับก็เป็นคู่กันตลอดไป ก็เหมือนมนุษย์ที่พยายามหาแหวนเพชรน้ำงามเท่าที่หาได้เพื่อสวมเข้าที่นิ้วนางข้างซ้ายอีกฝ่าย หากแต่มนุษย์ไม่ได้ใจเดียว

 

            ผมลดรอยยิ้มลงช้าๆ เพราะนึกถึงพ่อที่มีผู้หญิงถึงสามคนในชีวิต ผมนึกถึงแม่ที่รับรักพ่อเลี้ยง ผมนึกถึงตัวอย่างความรักมากมายรอบตัวแล้วหัวใจก็อดจะกลัวไม่ได้

 

            ทำไมคนเราไม่เหมือนนกพวกนั้นล่ะ ทั้งที่ผมขอแค่คนเดียว คนที่จะเป็นของผม คนที่ผมไม่ต้องแบ่งปันกับใคร คนที่จะอยู่เคียงข้างไม่ว่าผมจะทำอะไรหรืออยู่ที่ไหน...ผมขอแค่คนเดียวเท่านั้นพอ

 

            ทันใดนั้นผมก็เห็นภาพของผู้ชายคนหนึ่ง

 

            “พี่แตมๆ” ผมหลุดจากภวังค์ มองหน้าคนเรียก แล้วพบว่าลิตเติ้ลกำลังทำตาโต

 

            “น้ำเน่า...แต่ก็เห็นเงาจันทร์เนอะ”

 

            แต๊วๆๆๆๆ

 

            ผมแทบจะดึงกีต้าร์มันมาทุ่ม เพราะลิตเติ้ลแซวเสร็จก็ใส่ซาวน์ประกอบด้วยการกรีดนิ้วบนสายกีต้าร์หลายที จนผมยังเห็นเลยว่าหน้าผมบนจอแดงแปร๊ดแค่ไหน

 

            “อุ๊ยพี่แตมหน้าแดงด้วย”

 

            เออ ถ้ายังแซวอยู่จะโกรธจนหน้าดำด้วย

 

            “หมดช่วงคำถาม เรามาฟังเพลงกันดีกว่าครับ” ผมไม่สนใจข้อความแซวว่าผมเปลี่ยนเรื่อง บ้างก็ว่าผมโรแมนติก บ้างก็ตีความว่าผมหมายถึงไอ้เคอร์ ซึ่งถึงมันจะเอาหิน (ซึ่งหมายถึงเพชรที่เม็ดโตที่สุด) มาให้ ผมก็ไม่มีทางมองมันมากกว่าเพื่อน จากนั้นก็เปลี่ยนเรื่องด้วยการเขียนชื่อเพลงแล้วส่งให้ลิตเติ้ลดู

 

            “วันนี้มีมือกีต้าร์ทั้งที แตมเลยอยากจะขอร้องเพลงนี้ให้ทุกคนครับ”

 

            เพลงที่จู่ๆ ก็แวบเข้ามาในหัวของผม พร้อมกับภาพของใครบางคนที่โน้มหน้ามาจูบปาก

 

            ผมให้สัญญาณน้อง มองเติ้ลที่เปลี่ยนจากรอยยิ้มขี้เล่นเป็นท่าทางจริงจัง ยามที่มันกรีดปลายนิ้ว ให้เสียงดนตรีเพราะๆ ดังขึ้นมา จนผมอดคิดไม่ได้ว่าถ้าหากมีสาวๆ มาเห็นน้องผมตอนนี้ก็คงต้องตกหลุมเสน่ห์บ้างล่ะน่า หากแต่ไม่ใช่ผม เพราะผมหลับตาลงช้าๆ

 

            “ปล่อยให้ใจ เข้าข้างตัวเองทุกที ว่าจะมี เธออยู่กับฉัน[1]

            แม้วันนี้ จะยังไม่มีวันนั้น ก็จะฝัน จะเฝ้ารอ

            รอคำว่ารัก จะมีให้เธอเท่านั้น

            ในใจฉันไม่มีที่ว่างให้ใคร อยากให้วันพรุ่งนี้ เธอรับรู้และเข้าใจ...ที่ว่ามีใครที่พร่ำเพ้อ”

 

          ฉันไม่อยากจูบดาวดวงไหน แต่ฉันขอจูบเธอใต้เงาพระจันทร์...ได้มั้ย

 

          ฉันชอบเธอ

 

            คืนนั้นเขาบอกชอบผม หากแต่ตอนนี้ผมมีคำถาม คำว่าชอบของเขาใช่คำว่ารักหรือเปล่า...ใช่ความหมายเดียวกับที่ผมกำลังร้องเพลงนี้ออกไปมั้ย

 

                        “คืนที่ดาวเต็มฟ้าฉันจินตนาการถึงหน้าเธอ

            ละเมอไปไกล มองไม่เห็นเป็นดาว

            จันทร์ที่ดูสดใสนั้นเป็นดั่งใจเธอหรือเปล่า

            หากมันเป็นจริง จะเก็บเอาจันทร์ มาใส่ใจ

                        แม้ไม่รู้ ว่าเธอจะอยู่ไหน ขอฝากใจ ไปถึงหน่อย

            ใจดวงนี้ อาจยังมีค่าน้อย แต่จะขอ เพียงรักเธอ”

 

          คิดถึง คิดถึง ผมคิดถึงพี่

 

                        “คืนที่ดาวเต็มฟ้าฉันจินตนาการถึงหน้าเธอ

            ละเมอไปไกล มองไม่เห็นเป็นดาว

            จันทร์ที่ดูสดใสนั้นเป็นดั่งใจเธอหรือเปล่า

            หากมันเป็นจริง จะเก็บเอาจันทร์

            คืนที่ดาวเต็มฟ้าจะเก็บเอาจันทร์...มาใส่ใจ”

 

            ผมอาจจะทำเป็นว่าไม่เป็นไร แต่ผมเหงา ช่วงเวลาเพียงไม่กี่วันที่อยู่คนเดียวเทียบไม่ได้กับตอนที่อยู่หอคนเดียวนานนับปี เพราะหัวใจดวงนี้มันเคยชินแล้วกับการที่มีใครบางคนอยู่เคียงข้าง

 

            เขาเป็นคนที่ผมเคยเกลียดน้ำหน้า คนที่ผมเคยอคติ แต่บัดนี้กลับเป็นคนที่ทำให้ผม...คิดถึงที่สุด

 

            เขาที่เป็นของผมแค่คนเดียวและไม่มีใครอื่น

 

            “พี่แตม”

 

            เพลงจบลงไปแล้ว ขณะที่ผมพยายามปัดไล่ความคิดในใจออกไป สำนึกว่ากำลังจัดรายการอยู่ ผมจึงเปิดตาขึ้นมาช้าๆ คิดว่าที่เติ้ลหยุดเล่นเพราะว่าผมร้องจบ ที่เรียกเพราะว่าผมนิ่งไป แต่ผมกลับพบว่า...ผมกำลังร้องไห้

 

            “คิดถึง” ผมกระซิบ และมันคงดังเข้าไปในไมโครโฟน จนกะพริบตาปริบ รีบเรียกสติที่กระเจิดกระเจิง

 

            “แตมคิดถึงทุกคนจนร้องไห้เลยนะ ทุกคนคิดถึงแตมมั้ยครับ”

 

            ผมพยายามแก้ไขสถานการณ์ด้วยรอยยิ้มหวานๆ เห็นแล้วว่ามีทั้งคนเชื่อและไม่เชื่อ แต่หากใครไม่เชื่อ ผมก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะแท้จริง คำว่าคิดถึงนี้ ผมไม่ได้ส่งให้ผู้ฟังทุกคน แต่อยากบอกกับคนที่อยู่อีกซีกโลกหนึ่งว่ากลับมาเร็วๆ นะ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเขาไม่มีทางเห็น

 

            เขาไม่มานั่งฟังอะไรแบบนี้หรอก

 

          เมื่อไหร่...พี่ไคจะกลับมาหรือครับ

 

..........................................

 

ต่อค่ะ

 

            คืนที่ผมร้องไห้มีคนเข้าชมมากที่สุดที่ผมเป็นดีเจเลย แถมยังได้ทั้งเพชร ทั้งของมากมายที่ส่งมาเป็นกำลังใจให้ มีพวกดีเจขี้อิจฉาบางคนที่แซะผมในกรุ๊ปบริษัทด้วยว่าผมตอแหล เรียกคนดู แต่ผมไม่สนใจหรอก เพราะเพียงแค่เติ้ลกลับไป ผมก็กลับมาหงอยหนักกว่าเดิม

 

            ผมยอมรับแล้วว่าติดพี่ไคมาก และมันเปลี่ยนเป็นความคิดถึง

 

            น่าแปลกนะที่ผมแบ่งแม่กับน้องได้ แบ่งพ่อกับแม่ได้ แต่ผมกลับไม่อยากแบ่งพี่ไคให้ใครคนไหนเลย

 

            “กูกำลังมีความรัก”

 

            “หืม”

 

            ในบ่ายวันอังคาร ผมเปรยกับเพื่อนสนิทที่แทบจะสัปหงกฟังอาจารย์บรรยาย และไอ้เคอร์ก็เด้งหัวขึ้นมามองผมด้วยแววตาประหลาดใจ จนต้องย้ำอีกครั้ง

 

            “กูกำลังมีความรักว่ะไอ้เคอร์”

 

            ผมจะอายุยี่สิบปีแล้ว แต่ยี่สิบปีมานี้ ผมไม่เคยมีความรักที่ไม่ใช่แบบครอบครัวมาก่อนเลย และไม่เคยสนใจด้วย กระทั่งตอนนี้ที่ผมเองก็หนีมันไม่ได้ ปฏิเสธมันไม่พ้น เพราะหัวใจกำลังรับรู้ว่าความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพราะใคร จากนั้นก็หันไปสบตาเพื่อน

 

            “กูรักเขา” ขณะที่ไอ้เคอร์มองผมเหมือนตัวประหลาด

 

            “นี่มึงเพิ่งรู้หรือ”

 

            “นี่มึงรู้?” ผมสวนกลับอย่างงุนงง แบบที่เพื่อนสนิทกลั้นยิ้มกว้าง

 

            “อืม รู้ รู้ตั้งแต่วันที่มึงคิดจะเอาโคมไฟทุ่มใส่เติ้ลแล้ว” ผมนิ่ง ก้มหน้าลง เพราะดูเหมือนผมจะเป็นคนเดียวที่รู้สึกตัวช้าขนาดนี้ แต่ก็ต้องเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อไอ้เคอร์ว่าต่อ

 

            “แล้วมีอีกเรื่องที่มึงต้องรู้นะ”

 

            “อะไร”

 

            เพื่อนสนิทผมมองมาด้วยแววตาอบอุ่น เหมือนมันกำลังน้องชายสักคน แล้วก็บอกว่า

 

          “มึงควรจะบอกเขา ไม่ใช่บอกกู”

 

            ผมอึ้ง แล้วก้มหน้า ขณะที่ภาพของคนคนนั้นปรากฏขึ้นในหัว พร้อมกับหลายสิ่งที่เขาทำให้ผม แล้วทำได้แค่รับคำเพื่อน

 

            จากนั้นผมก็ซบหน้าลงกับท่อนแขน มือกำโทรศัพท์ที่ไร้การติดต่อแน่นกว่าเดิม

 

          แตมมีอะไรจะบอก พี่ไคกลับมาเร็วๆ นะ

 

..............................................

 

            “รักนะ รักนะครับ แตมรักพี่นะ แล้วพี่ไคล่ะรักแตมมั้ย อื้อ ไม่เอาๆ ถามพี่ไคดีกว่ามั้ยว่าคำว่าชอบคือรักใช่มั้ย...เฮ้อ ทำไมยากจัง นี่ต้องคุกเข่าบอกด้วยมั้ยอะ”

 

            ตอนนี้ห้าทุ่มกว่าเข้าไปแล้ว ผมเองก็จัดรายการ กินข้าว อาบน้ำแล้วเตรียมตัวเข้านอน (ห้องพี่ไค) แต่ก็ไม่ง่วงเลยสักนิด จนได้แต่เงยหน้ามองเพดาน ปากพึมพำเรื่องที่คุยกับเพื่อนเมื่อตอนบ่ายซ้ำๆ ก่อนที่จะถอดถอนใจเพราะไม่รู้ว่าควรทำยังไงดี

 

            เพื่อนบอกว่าให้บอกไปตรงๆ ว่ารู้สึกยังไง

 

            ผมหลับตาอีกครั้ง ก่อนที่จะจินตนาการเป็นหน้าของพี่ไค

 

            “พี่ไค แตมรัก...อื้อ!!! ทำไม่ได้!” พอนึกว่าเขาอยู่ตรงหน้า ผมก็ยกสองมือปิดตา แล้วขดตัวเป็นก้อน กลิ้งซ้ายทีขวาทีบนเตียงอย่างเขินจัด แก้มร้อนเหมือนไฟอัง หัวใจเต้นแรง จากนั้นก็ยกขาถีบผ้าห่มหลายๆ ที เพื่อระบายความรู้สึก

 

            “ก็แค่พูดไปไงว่าแตมขอโทษที่เคยมองพี่ไม่ดี ขอโทษที่เคยดื้อ ขอโทษที่ทำตัวแย่ ตอนนี้พี่ไคอาจจะคิดว่าแตมเป็นเด็กใจง่าย แต่แตมคิดว่าความรู้สึกที่มีให้พี่มันมากกว่าแค่ชอบ มากกว่าแค่ขอบคุณ แต่เป็นความรัก...โว้ย ใครมันจะกล้าพูดวะ!” ผมงี้ทิ้งตัวซุกหมอน แล้วโขกหัวหลายที พูดเองยังรู้เลยว่ามันไม่เวิร์ก

 

            “พอๆ เช็กมือถือแล้วนอนได้แล้ว” ก่อนที่ผมจะถีบผ้าห่มจนตกเตียงหมดผืน ผมก็รีบคว้าโทรศัพท์มาเปิด ตั้งใจจะไล่ดูเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์และไอจีผ่านๆ สักรอบ ถ้าไม่มีอะไรน่าสนใจก็จะนอนแล้ว ซึ่งมันก็ไม่มี ผมเลยแวะเข้าไปเช็กอีเมล์หน่อย

 

            หากก็ต้องตาโต

 

            “ส่งมาสองวันแล้ว!

 

            ในกล่องขาเข้ามีอีเมลเข้าและฉบับที่สะดุดตาที่สุดซึ่งมีชื่อว่า “latest chapter

 

            ผมจำอีเมล์คนส่งได้ขึ้นใจ เพราะเขาเคยส่งตอนก่อนหน้านี้เข้ามาทางนี้เหมือนกัน จนเผลอยิ้มกว้าง หากรอยยิ้มก็เปลี่ยนเป็นความลังเล เมื่อเดาได้ว่าเนื้อหาข้างในคืออะไร แล้วผมควรจะอ่านตอนนี้เลยดีหรือเปล่า

 

            ตอนใหม่ของเจ้านายกับนางฟ้าแน่นอน

 

            “อ่าน ไม่อ่าน แต่ถ้าอ่านแล้วตั้งล่ะ” นิ้วผมสั่นอย่างไม่รู้จะกดดีหรือไม่ดี แต่แล้ว...

 

            “นี่เอาไว้ตรงไหน”

 

            “ชู่ว เงียบหน่อย เดี๋ยวก็ตื่นหรอก”

 

            “โหยพี่ ปิดไฟมืดขนาดนี้ ถ้าไม่ถามก็ไม่รู้จะเอาวางไว้ตรงไหนนี่หว่า” ผมแทบจะทิ้งโทรศัพท์ เพราะเสียงไม่คุ้นเคยดังลอดเข้ามาในห้องนอนที่เปิดประตูทิ้งไว้ จนความกลัวเกาะกินหัวใจ มั่นใจว่าไม่รู้จักสองเสียงของผู้ชายที่บุกรุกเข้ามาในห้องแล้วแน่

 

            ผมกลิ้งลงจากเตียงอย่างว่องไว มือควานหาโทรศัพท์กลับมากำไว้แน่น ก้าวไปชิดขอบประตูอย่างกล้าๆ กลัวๆ มองไฟทางเข้าห้องที่ถูกเปิดแค่ดวงเดียว ซึ่งปรากฏเงาตะคุ่มๆ ของคนที่กำลังยกของชิ้นใหญ่

 

          ขโมย! ทำไงดี ต้องทำไงดี!

 

            ผมควรจะโทรหาตำรวจ โทรหาพนักงานข้างล่าง หรือซ่อนตัวต่อไป ขณะที่กลัวจนมือที่กำมือถือชื้นไปด้วยเหงื่อ มองไอ้พวกขโมยที่บุกเข้ามาในห้องได้ยังไงก็ไม่รู้ และมันกำลังเคลื่อนเข้ามาถึงกลางห้อง

 

            แอ๊ด

 

            เท่านั้นไม่พอ ประตูห้องเปิดอีกครั้ง แล้วก็มีพวกเข้ามาเพิ่มอีกคน!

 

          ‘ถ้ามีอะไรโทรมาได้ทันที กี่โมงฉันก็จะรับ

 

            ผมตัดสินใจวินาทีนั้น ยกโทรศัพท์ขึ้นมาติดหูทั้งที่สมองบอกว่าให้โทรหาตำรวจ โทรหาคนที่จะช่วยได้ แต่ความกลัวกำลังผลักดันให้โทรหาคนที่ตัวเองไว้วางใจที่สุด และเสียงสัญญาณกำลังดังขึ้น พร้อมกับ...

 

            RRRRRRRrrrrrrrrrrrr

 

            !!!

 

            ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องของโทรศัพท์ก็ดังมาจากหน้าประตูห้อง จนผมเบิกตากว้าง หันขวับไปมองเงาของคนที่ก้าวเข้ามาใหม่ และเขา...กำลังกดเปิดไฟให้สว่างจ้าจนผมต้องหรี่ตา

 

            ผมลุกขึ้น ทิ้งมือข้างที่ถือโทรศัพท์ไว้ข้างตัว มองตรงไปยังผู้ชายที่เดินมาหยุดกลางห้อง...คนที่มีใบหน้าแข็งกระด้างจนถูกค่อนว่าเป็นมาเฟียบ้างล่ะ ผู้ร้ายบ้างล่ะ คนใจร้ายก็มาก แต่เขากำลังมองตรงมาที่ผมพร้อมกับริมฝีปากที่ยกขึ้น

 

            “พี่ไค...”

 

            ตุบ

 

            จากนั้น ผมก็ไม่รู้ตัวเลยว่าปล่อยมือถือร่วงลงพื้น เพราะผมพุ่งเข้าไปหาเขาทันที แล้วก็ยกสองมือกอดรอบตัวเขา ซบหน้าเข้ากับซอกคอ สิ่งที่ท่องมาหายวับไปหมด มีเพียงเสียงสั่นๆ ที่ละล่ำละลักบอก

 

            “พี่ไค พี่ไค กลับมาแล้ว คิดถึงจะตายแล้ว คิดถึงมากๆ ทำไมไม่โทรหาแตมเลย ทำไมไม่ส่งข้อความมา ทำไมทิ้งแตมไว้คนเดียว พี่ไคใจร้าย” ผมว่าเขา แต่ผมก็กอดเขาแน่น ทั้งยังเขย่าตัวเขาเหมือนเด็กที่เรียกร้องความสนใจ รู้สึกถึงความคิดถึงที่ล้นทะลัก

 

            จากนั้นผมก็เงยหน้าขึ้นมองเขา

 

            “พี่ไค แตมคิดถึงพี่”

 

            ฟึ่บ

 

            พี่ไคกอดผมกลับ โน้มหน้าผากเข้ามาหาผม แล้วเขาก็กระซิบ

 

            “ฉันก็คิดถึงเธอ”

 

          พี่ไคกลับมาแล้ว กลับมาจริงๆ ด้วย

 

            หัวใจผมยินดี ปากของผมยิ้มกว้าง แก้มของผมร้อนจัด ตาของผมต้องฉายชัดถึงความสุข และผมก็ไม่คิดปฏิเสธเขาเลยสักนิดเมื่อเขาโน้มหน้าลงมา เพื่อสัมผัสริมฝีปาก

 

            “เอ่อ อะแฮ่ม”

 

            เฮือก

 

            ผมเกือบจะหลับตาแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเสียงกระแอมที่ทำให้ผมหันขวับด้วยอาการสะดุ้ง แล้วก็แทบจะหันกลับมาซุกหน้าที่ซอกคอคนตัวโต เพราะว่า...

 

            “เอ่อ ของของคุณคงไคมีเท่านี้นะครับ”

 

            คนที่ผมคิดว่าเป็นขโมยกลับเป็นพี่ยามกะดึกข้างล่าง! และเขาสองคนกำลังมองผมด้วยแววตาลำบากใจ ซึ่งผมก็ไม่มองสำรวจมากกว่านั้น เพราะผละจากพี่ไค แล้ว...วิ่งหนีเข้าห้องสิวะ!

 

            “แหะๆ ขอโทษนะครับที่ขัดจังหวะ”

 

            “ไม่เป็นไร นี่”

 

            “ขอบคุณครับ! ขอให้คืนนี้มีความสุขนะครับ!!

 

            ผมไม่รู้ว่าพี่ไคให้ทิปเขาไปเท่าไหร่ แต่มันต้องมากพอ เพราะพวกเขาส่งเสียงตื่นเต้นพร้อมคำอวยพรทำเอาผมทิ้งตัวนอนบนเตียง ดึงผ้านวมมาคลุมตัว ปิดหน้าตัวเองมั่น ซึ่งตอนนี้ไม่ได้มีคำว่ารักอยู่เต็มหัวหรอก มีอีกคำต่างหาก

 

            อาย อาย! อาย!! อาย!!! อายโว้ย!!!!

 

...................................

 

            ครบค่ะ วันนี้ไม่รู้จะทอล์กอะไรดีเลย แค่อ่านทวนก็ใช้เวลาเป็นชั่วโมงเพราะไม่เข้าหัวเลย ขอบคุณที่ให้กำลังใจมาค่ะ เรื่องแมวเป็นเรื่องเดียวที่พอเกิดอะไรขึ้น จิตใจเมย์จะดิ่งลงเหวจนกู่ไม่กลับ เดี๋ยวเมย์ก็ดีขึ้น ขอบคุณนะคะ

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมถูกเปย์ นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 585 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,384 ความคิดเห็น

  1. #10324 finnjae (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 02:14

    เอ็นดูน้องแตมมมมมม น่ารักจัง เลิกซึนแล้วอ้อนเก่งเลย พี่ไคดีใจแย่
    #10,324
    0
  2. #10323 ychibi (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 23:14
    น้องเติ้ลดื้อแหะ ไปเปิดห้องบ้านคนอื่นซี้ซั้วได้ไง ไม่น่ารักเลย ปรับปรุงด่วน !
    #10,323
    0
  3. #10290 Pimnok2124 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:12
    ตอนแรกนึกว่าอีกสองคนคือพี่ป้องกับนุ้งกั๊ก ทำไมกลายเป็นลุงยามแก่ๆได้ล่ะคะฮ่วย!!
    #10,290
    1
  4. #10289 Pimnok2124 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:10
    ทำไมต้องเข้านอนห้องพี่ไคอ่ะลู๊กกก!!!
    #10,289
    0
  5. #10288 Pimnok2124 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:07
    เนโกะไปอีกจ้55555555
    #10,288
    0
  6. #10287 Pimnok2124 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:06
    นี่เป็นคนเดียวรึเปล่าคะ ที่ชอบอ่านเจ้-อมเป็นเจิ้มมมมม😂😂😂😂 ไม่ต่างอะไรกับ ตา-กลม ตาก-ลม เลย ถถถ
    #10,287
    0
  7. #10238 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 17:49
    โอ๊ยน้องลูก555555
    #10,238
    0
  8. #10180 Orathaiks (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 21:51
    น้องแตมเลิกซึน~
    #10,180
    0
  9. #10131 rattanalak44 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 02:20
    พี่กลับมาแล้ว
    #10,131
    0
  10. #9697 lills (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 22:48
    น่ารักกกก
    #9,697
    0
  11. #9614 OkarunZera (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 18:04
    อยากให้พี่ไคแทนตัวเองว่าพี่จัง
    #9,614
    0
  12. #9574 Naughtya-girl (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 21:54
    อ๊ายยย พี่กลับมาแล้ว ><
    #9,574
    0
  13. #9393 Serin71228 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 08:27
    พี่กลับมาแว้ววววว!!!
    #9,393
    0
  14. #8881 แคนต้าลูปปปป ^^ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 21:17
    เพิ่งรู้ตัวเนาะแตมมมม
    #8,881
    0
  15. #8783 pcy921 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 16:54
    55555555555
    #8,783
    0
  16. #8634 KobVien (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 08:56
    สนุกมาก
    #8,634
    0
  17. #8411 Thitaphorn Tiemnara (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:12
    เอ็นดูจังเลยยน้องเเตมม ><
    #8,411
    0
  18. #8395 lopenav (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:48
    เขินมือจีบบบบบบบน่ารักมากกกกกกกกกก ยหเีหห้กาห้ีหหรกขก
    #8,395
    0
  19. #8301 baekbow (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:34
    โหยยยยย ติดพี่มากกกกกก นี่อ่านไปก็ลุ้นไปว่าไคจะมาได้ยินตอนน้องซ้อมบอกรักหรือป่าว 555 แล้วอะไรคือการพี่กลับมาปุ๊บกระโดดกอดปั๊บ เอ็นดูเด็กคิดถึงพี่ // คู่น้องตัวเล็กกับพี่โตก็น่าอ่าน
    #8,301
    0
  20. #8169 itzmeboombim (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 16:25
    คิดถึงพี่ไคมาก ทีนี้หายเหงาแล้วนะแตม
    #8,169
    0
  21. #8155 Som O Usanee (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 21:35
    โถถถถถถถถ ไม่เหงาแล้วนะน้องแตมมมมมมมมม
    #8,155
    0
  22. #8143 KangFRung (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 10:26
    555 รู้ตัวครั้งแรกกับความอายโคตรๆครั้งแรก
    #8,143
    0
  23. #8128 Kim-kibom (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 21:01
    หายเหงาแล้วนะแตม
    #8,128
    0
  24. #8117 Noparat (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 19:35
    พี่ไคกลับมาแล้ว น้องแตมหายเหงาแล้วนะ
    #8,117
    0
  25. #8116 baconjelly2 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 19:23
    แงงงงงงงง๊น่าร้ากกกกกกก
    #8,116
    0