[Yaoi] Money Addict ผมมีค่า ต้องกล้าจ่าย! [Boy's Love]

ตอนที่ 26 : ตอนที่ 24 น้อยใจ ไกลห่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 40,404
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 545 ครั้ง
    13 ม.ค. 61


ตอนที่ 24 น้อยใจ ไกลห่าง

 

 

 

เฌอแตม

 

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

            “เฌอแตม นอนหรือยัง”

 

            “...”

 

            ผมมองบานประตูที่ปิดสนิทพร้อมล็อกกุญแจอย่างแน่นหนาด้วยแววตาไม่เข้าใจอะไรเลยสักนิด ขณะนึกไปถึงมื้อเย็นที่อึดอัดจนน่ากลัว ถ้าไม่มีแม่อยู่ด้วยสักคน ผมคงรีบลุกหนีแล้วขังตัวเองอยู่ในห้องนอนตั้งแต่ตอนนั้น แต่เพราะมีแม่อยู่ด้วย ผมถึงฝืนกินของโปรดแบบไม่รู้รสลงคอ

 

            แม่เองก็คงรับรู้ถึงบรรยากาศแปลกๆ

 

          ถ้าน้องแตมเหงา น้องแตมกลับไปอยู่บ้านกับแม่มั้ย

 

            ผมปฏิเสธแม่เสียงเบาหวิว หากแต่หนักแน่น จนแม่เองก็จนใจจะชวน ได้แต่มองซ้ายมองขวา พยายามชวนผมคุยเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ หากผมก็ทำได้แค่ถามคำตอบคำ ใจลอยไปไหนแล้วก็ไม่รู้ จนแม่ก็ถอนหายใจ มองพี่ไคด้วยสายตาลำบากใจนิดๆ

 

          ทำไมทุกคนคิดว่าผมจะเหงาล่ะ ผมไม่ได้เหงาหรอก ผมแค่...น้อยใจต่างหาก

 

            พี่ไคก็คงรู้นานแล้วว่าต้องเดินทาง แม่เองก็คงรู้จากคำบอกเล่าทุกปี แล้วทำไมถึงมีแค่ผมล่ะที่ไม่รู้ และพอได้รู้ก็เพราะความบังเอิญที่แม่นึกขึ้นได้

 

            เขาไม่เห็นบอกอะไรผมเลย

 

            ดังนั้น พอหลังมื้อเย็นที่ผมฝืนกินจนหมด ผมก็เลี่ยงไปล้างจานชาม ยืนยันกับแม่ที่เข้ามาช่วยว่าน้องแตมไม่ได้เป็นอะไร แค่ตกใจกับกำหนดการเดินทางที่เร็วจนพูดไม่ออกเฉยๆ แม่เองก็คงรู้ว่าผมไม่ยอมพูดแน่ๆ เลยยอมกลับก่อน

 

            ผมรู้นะว่าไม่ดีเลยที่แม่อุตส่าห์มาหา มาอยู่ด้วยกัน มาใช้เวลากับผม แต่ผมกลับทำตัวงี่เง่าใส่ทุกคน ยิ่งพอแม่ลงไปข้างล่าง โดยมีพี่ไคไปส่ง ผมก็รีบเข้าห้องนอน ลงกลอนประตู ขังตัวเองอย่างสมบูรณ์เพื่อมานั่งกอดเข่า ถอนหายใจอยู่มุมห้อง กระทั่งเจ้าของบ้านมาเคาะเรียก

 

            ตอนนี้ผมไม่อยากคุยกับพี่ไคเลย

 

            ไม่ใช่เหตุผลเพราะเกลียดขี้หน้า แต่เพราะ...ชอบมากเกินไปต่างหาก

 

            ทำไมพี่ไคไม่บอกผมเองล่ะ ทำไมต้องให้ได้ฟังจากคนอื่น แม้คนคนนั้นจะเป็นแม่ของผมเอง

 

            ผมเคยได้ยินว่าการนั่งเครื่องไปอเมริกาก็ใช้เวลากว่ายี่สิบชั่วโมง แค่นั่งไป-นั่งกลับก็ใช้เวลาสองวันเข้าไปแล้ว และพี่ไคคงไม่มีทางไปอยู่โน่นแค่วันเดียวแล้วบินกลับหรอก ต้องมากกว่านั้นอยู่แล้ว ซึ่งแค่คิดว่าผมต้องอยู่คนเดียวในห้องกว้างใหญ่แห่งนี้นานนับสัปดาห์

 

            ฟึ่บ

 

            ผมก็ยิ่งซบหน้ากับหัวเข่า

 

          การบอกแตมว่าต้องเดินทางมันยากมากเลยหรือ

 

            ก่อนหน้านี้ผมอาจจะไม่ยอมคุยกับพี่ไคเลย แต่ช่วงหลังมานี้ ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้วนี่นา เรากินข้าวเย็นด้วยกันบ่อยๆ คุยกันมากขึ้น ใช้เวลาด้วยกัน ทำแม้กระทั่งจูบกันแล้ว แต่พี่ไคกลับไม่ปริปากบอกเรื่องนี้กับผมเลย จนผมยิ่งนึกเกลียดตัวเองขึ้นมา

 

            นี่เป็นวันครบรอบวันตายของพ่อแม่เขา ถ้ามีคนห้ามผมไม่ให้ไปทำบุญให้พ่อตอนวันครบรอบ ผมเองก็คงโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ผมจึงไม่ชอบความรู้สึกงี่เง่าที่ตัวเองมาคิดมาก เพียงเพราะพี่ไคไม่ยอมบอกผมด้วยตัวเอง มันทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองเห็นแก่ตัวและน่ารังเกียจชะมัด

 

            อาจจะจริงอย่างที่ไอ้เคอร์ว่า ผมมันก็แค่หมาหวงก้างดีๆ นี่เอง

 

            “พี่ไคจะไปไหนก็เรื่องของเขา ไม่เห็นจำเป็นต้องบอกมึงสักคำ” ผมย้ำกับตัวเอง หากใจก็ยิ่งรู้สึกแย่กว่าเดิม เพราะมันทำให้ผมคิดได้ว่า แม้เราจะทำอะไรหลายอย่างด้วยกัน แต่ผมกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันมากกว่าเจ้าของบ้านกับลูกจ้าง

 

            มันจะแปลกอะไรที่เขาไม่บอกอะไรกับลูกจ้าง

 

            พอผมคิด ผมก็ยิ่งน้อยใจ

 

            ก๊อก ก๊อก

 

            “เฌอแตม คุยกันหน่อยได้มั้ย” พี่ไคยังอยู่หลังบานประตู จนผมเม้มปากแน่น แต่ก็ขยับไปนั่งพิงหลังกับประตู

 

            “เฌอแตม” เขาก็คงรู้สึกถึงแรงกระแทกตอนที่หลังผมพิงประตู เพราะเขาเอ่ยเรียก แต่ผมก็ยังไม่ยอมตอบ แค่กอดเข่าแน่นกว่าเดิม

 

            “อยู่ตรงนั้นใช่มั้ย”

 

            “...”

 

            “ฉันขอโทษที่ไม่ได้บอกเธอ” เสียงของพี่ไคใกล้แค่นิดเดียว แต่ผมกลับรู้สึกว่าตัวเขาห่างไกลจนน่ากลัว

 

            “ช่วงนี้มีหลายเรื่องจนฉันเองก็ลืมไปเหมือนกัน เพิ่งจะนึกออกเมื่อไม่กี่วันก่อน เพราะเพื่อนร่วมงานทักมา เพิ่งจะจองตั๋วไป ฉันตั้งใจจะบอกเธอเมื่อวาน แต่เพราะเกิดเรื่องซะก่อน...เฮ้อ แต่เธอคงไม่อยากรู้สินะ” ทำไมผมจะไม่อยากรู้ อยากรู้สิ อยากรู้มากด้วย

 

            “...” แต่ผมก็ไม่ยอมปริปาก

 

            “ฉันจะเอาเงินค่าอาหารใส่ไว้ในกล่องที่ห้องครัว ส่วนเงินเดือนเธอจะให้ไว้ก่อนวันเดินทาง” พี่ไคไม่อธิบายอะไรมากกว่านั้น เขาบอกเรื่องที่ผมไม่อยากรู้เลยสักนิด

 

          ช่างแม่งเรื่องค่าอาหารหรือเงินเดือนไปเถอะ

 

            “งั้นก็...ฝันดีนะ”

 

            ผมได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาที่ห่างออกไป และนั่นก็ทำให้ผมยิ่งกอดตัวเองแน่น

 

            แค่นี้หรือ พี่ไคมีเรื่องจะบอกผมแค่เรื่องเงินค่าอาหารกับเงินเดือน แต่ไม่บอกผมว่าจะไปกี่วันเลยด้วยซ้ำ มันแปลว่ามีแค่ผมใจเสียคนเดียวสินะที่ต้องอยู่คนเดียวเป็นเวลากี่วันก็ไม่รู้ นี่มีแค่ผมที่เศร้าอยู่คนเดียวเพียงแค่คิดว่าจะต้องอยู่ห่างจากพี่ไค...คนที่ก้าวเข้ามามีบทบาทในหัวใจมากขึ้นทุกที

 

            ผมเงยหน้าขึ้นมองห้องนอนใหญ่ของคอนโด ผมก็เคยคิดนะว่ามันกว้างมาก แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอ้างว้าง หากเพียงคิดว่าผมจะต้องอาศัยอยู่ในห้องนอนที่ใหญ่ขนาดนี้ในห้องชุดที่กว้างขวางเกินกว่าจะอยู่คนเดียวเป็นเวลาหลายวัน ผมก็กลัวจนหลับตาลง กอดตัวเองแน่น

 

          ไม่เห็นเป็นไรเลยแตม มึงอยู่หอคนเดียวตั้งปีกว่า กับแค่อยู่คนเดียวในห้องพี่ไคไม่กี่วัน ไม่เป็นไรหรอก ไม่เป็นไร

 

            ทว่า ความเคยชินที่มีใครอยู่ด้วยจนเคยใจมันทำให้การอยู่คนเดียวยิ่งน่ากลัว

 

..................................

 

 

            วันนี้ผมเรียนไม่รู้เรื่องเลย ได้แต่นั่งมองอาจารย์สอนด้วยแววตาเลื่อนลอย บทเรียนเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ไม่รู้ด้วยว่าเพื่อนคุยเล่นอะไรกัน ผมแค่เข้าเรียน กินข้าว เข้าเรียน แล้วก็กลับมาที่ห้องด้วยความหวังที่ว่าจะคุยกับพี่ไค แต่ต้องมาพบว่า...เขาไม่อยู่

 

            ตั้งแต่ผมมาอยู่นี่ น้อยนับครั้งได้จริงๆ ที่เขาจะไม่อยู่ในห้อง แต่นี่เขากลับทิ้งกระดาษโน้ตเอาไว้ว่าวันนี้จะออกไปทำธุระ ไม่ต้องรอกินข้าว จนผมยิ่งหงอยหนัก กวาดสายตามองไปรอบห้องชุดแล้วพบว่ามันกว้างแสนกว้าง

 

            ตกลงแล้วผมก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าพี่ไคจะไปกี่วัน

 

            “กว้างชะมัดเลย”

 

            ผมหันหลังให้ห้องชุดกว้างๆ เอาข้าวกับแกงส้มที่เหลือเมื่อวานมาอุ่น แล้วก็นั่งกินเงียบๆ ตาก็คอยมองนาฬิกา แต่สองทุ่มก็แล้ว สามทุ่มก็แล้ว เจ้าของห้องก็ยังไม่กลับมาอยู่ดี จนได้แต่เดินเข้าห้องด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก

 

            “ไม่รอแล้ว ทำไมต้องรอ ขนาดจะไปไหนไกลๆ ยังไม่บอกกันเลย!” ผมตะโกนบอกห้องที่ว่างเปล่า พยายามไม่สนใจว่าพี่ไคจะกลับมากี่โมง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดีว่าผมก็นอนฟังเสียงเปิดประตู จนผล็อยหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้

 

            สุดท้าย ผมก็ไม่รู้อยู่ดีว่าเขากลับมาเมื่อไหร่

 

......................................

 

ต่อค่ะ

 

            “จากกรุงเทพฯ ถึงซานฟรานฯ ห่างกัน 12,758 กิโลเมตร...”

 

            “เป็นห่าอะไรวะไอ้แตม มึงนั่งมองแผนที่โลกมาทั้งเช้าแล้วนะ”

 

            ผมเหลียวไปมองเพื่อนสนิทที่ดูจะงุนงง ไม่แปลกหรอก ก็ผมยืมโทรศัพท์มือถือมันมาตั้งแต่เช้า แล้วก็เข้าไปเช็กดูโน่นนี่นั่น สุดท้ายก็เปิดแผนที่โลกที่มีตัวบอกเวลาแต่ละประเทศด้วยท่าทางเหม่อลอย กระทั่งตอนนี้ที่ฟุบหน้ากับหลังมือ เอียงคอมองมือถือของมัน พึมพำเรื่องระยะห่างที่ผมจดจำได้ขึ้นใจ

 

            ประเทศไทยกับอเมริกาห่างกันคนละซีกโลกเลย

 

            “ไกลจังเลยว่ะไอ้เคอร์”

 

            “อะไรของมึง” ไอ้เคอร์ถามอย่างงงๆ แล้วผมก็คว่ำหน้าโทรศัพท์เพื่อนลงกับโต๊ะ แล้วถอนหายใจหนักๆ ไม่ตอบคำถาม เพราะนี่คือวันพุธแล้ว...วันที่พี่ไคเดินทาง

 

            ผมยังไม่ได้คุยอะไรกับเขาเลย เมื่อวันจันทร์เขาก็ไม่อยู่ เมื่อวานเองก็อยู่แต่ในห้อง ได้ยินเสียงเหมือนเก็บของ จนผมนึกลังเลว่าควรจะเข้าไปหาเขาเองดีมั้ย หากแต่ความน้อยใจมันเพิ่มพูนมากขึ้น สุดท้ายก็หนีเข้าห้องบ้าง แต่กลับมานั่งใจเสียเมื่อนึกว่าพี่เขาจะเดินทางออกจากประเทศหรือยัง

 

            เขาจะเห็นโน้ตผมมั้ย

 

            ...เดินทางปลอดภัยนะครับ...

 

            “หรือพี่ไคของมึงทำอะไรมึงอีก”

 

            “...”

 

            ผมชะงัก ไม่ได้ถึงขั้นหันไปมองหน้าเพื่อน แต่ก็ชะงัก แล้วก็เอียงหน้าหนีเพื่อนไปอีกฝั่ง เป็นการยอมรับกลายๆ ว่าเกี่ยวกับคนชื่อไคจริงๆ จนได้ยินเสียงหัวเราะ

 

            “เอ้า น้องแตม ถ้าไม่เล่าให้พี่เคอร์ฟัง พี่เคอร์ก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอกนะ”

 

            “ทำยังกับเล่าแล้วมึงช่วยกูได้”

 

            “ช่วยได้ไม่ได้ต้องลองดู”

 

            “มึงทำให้พี่ไคไม่ไปซานฟรานฯ ได้มั้ยล่ะ”

 

            “เฮ้ย อย่าบอกนะว่าเสี่ยไคทิ้งมึงแล้ว”

 

            หมับ

 

            “เฮ้ย กูขอโทษ วางมือถือลงนะแตม กูเพิ่งซื้อมาได้ไม่กี่เดือน” ผมรู้ตัวก็ตอนที่เพื่อนเหวอ ทำท่าจะพุ่งเข้ามาแย่งเครื่องในมือผม ตอนนั้นแหละถึงรู้ว่าคว้ามือถือเครื่องละหลายหมื่นจะปาใส่เจ้าของ จนต้องสูดหายใจลึกๆ วางคืน แล้วด่ามัน

 

            “พี่ไคไม่ได้ทิ้งกู...ไม่ได้ทิ้ง...”

 

            ทำไมเสียงของผมถึงสั่นแทนที่จะด่าไอ้เพื่อนบ้านี่ล่ะ จนไอ้เคอร์ที่ได้เครื่องคืนแล้วขมวดคิ้วฉับ ขยับมานั่งข้างๆ แล้วทำหน้าจริงจัง

 

            “งั้นมึงทำหน้าเหมือนกลัวถูกทิ้งทำไม” ผมไม่เห็นรู้เลยว่าทำหน้าแบบนั้น จนก้มหน้าลง จากนั้น ความอึดอัดก็ทำให้ผมระบายเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อหลายคืนก่อนให้เพื่อนสนิทฟัง โดยที่ไอ้เคอร์เองก็ไม่แทรกหรือกวนตีน มันแค่ฟังอย่างตั้งใจ

 

            กระทั่งผมเล่าจบ มันกลับยิ้ม แถมยังส่งมือมาโยกหัวผมอีกแน่ะ

 

            “ไอ้แตมเอ๊ย”

 

            “อย่ามาจับหัวกู” ผมเบี่ยงหน้าหลบ ไม่ชอบใจที่มันมองผมอย่างเอ็นดู ทั้งยังว่าขำๆ ทั้งที่เนื้อหาไม่ขำเลยสักนิด

 

            “มึงรู้ตัวมั้ยว่าตอนนี้มึงให้ความสำคัญกับพี่ไคของมึงมากแค่ไหน”

 

            “กูเปล่า”

 

            “อืม เปล่าเลย แค่พี่ไคบอกว่าจะไม่อยู่แค่ไม่กี่วัน มึงก็มานั่งดูระยะทางที่มึงกับเขาจะไกลกัน แถมคนตั้งใจเรียนอย่างมึงกลับนั่งนิ่งทั้งคาบ ถามเถอะว่ะว่าวันนี้ได้จดโน๊ตให้กูเอาไปซีร็อกซ์หรือยัง สักตัวก็ไม่มี นี่ต้องเหนื่อยจดเองทั้งคาบอีก” ไอ้เคอร์ยังมีหน้าพูดแบบไม่รู้สำนึก จนอยากจะแดกหัวมัน หากคำพูดของมันก็ทำให้ผมนิ่ง

 

            “แล้วถ้ากูฟังไม่ผิด มึงยังมานั่งคิดน้อยใจที่ได้รู้จากแม่แทนที่จะเป็นพี่ไค ถามหน่อย ตอนนี้มึงลำดับความสำคัญของแม่ไว้อันดับหนึ่ง หรือมีใครมาแทนที่ตำแหน่งนั้นไปแล้ว”

 

            “แม่...ยังไงก็เป็นแม่” ผมเถียงค้างๆ คูๆ ส่ายหน้าไม่ยอมรับความจริง

 

            ยังไงแม่ก็สำคัญที่สุดสำหรับผม

 

            ไอ้เคอร์ไม่โต้ตอบเรื่องนี้ มันแค่โยกหัวผมเบาๆ

 

            “กูจะบอกอะไรให้นะ ถ้ามึงน้อยใจ มึงก็บอกเขาไปตรงๆ ถ้ามึงเหงาก็บอกเขาไปซะ ไม่มีใครมานั่งตรัสรู้ในสิ่งที่มึงคิดหรอกนะ แล้วถ้ามึงปล่อยเอาไว้ พี่ไคของมึงนั่นแหละจะเข้าใจผิดว่ามึงโกรธที่เขาไปไหว้หลุมศพพ่อแม่ ทั้งที่ความจริง มึงก็แค่ติดเขาเท่านั้น”

 

            “กูไม่ได้ติดพี่ไค”

 

            “ครับๆ ไม่ติดครับ ไม่เล้ย แค่พี่ไคมา เพื่อนเพิ่น น้องเนิ้งนี่ไม่สน วิ่งปรู๊ดไปหาคนที่มึงเคยเกลียดเลยเนอะ” สักวัน ผมจะเอาปากกาจิ้มตาไอ้เคอร์จริงๆ สักที เพราะเกลียดแววตารู้ทันของมันไปซะหมด

 

            “แถมพี่ไคของมึงใจเสียแล้วมั้ง หึๆ ระวังเถอะไอ้แตม”

 

            “อะไรของมึงอีก” ผมยิ่งเครียดๆ ต้องมาเจอท่าทางเจ้าเล่ห์ของมันอีก

 

            “ระวังพี่ไคคิดว่ามึงเกลียดจนไปรอบนี้หิ้วหนุ่มหัวทองกลับมาล่ะ จะว่าไปพี่ไคถึงจะหน้าเอเชีย แต่หุ่นฝรั่งเอาเรื่อง ต้องมีฝรั่งมาหลงชอบบ้างล่ะน่า” ผมน่าจะเอามือถือปาใส่หัวมันจริงๆ

 

            “แล้วพี่ไคไปเมื่อไหร่”

 

            “วันนี้”

 

            “ห้ะ! วันนี้!!!” ผมควรจะตลกสินะที่ได้เห็นคนอย่างไอ้เคอร์เหวอหนัก แต่ผมหัวเราะไม่ออก พยักหน้าพร้อมทั้งกัดปาก ยืนยันเสียงเบา

 

            “อืม วันนี้”

 

            “กี่โมง”

 

            “ไม่รู้ แต่คง...ถึงสนามบินแล้ว”

 

            “โดยที่มึงกับเขายังไม่ได้คุยกันเลยเนี่ยนะ” ผมพยักหน้า มองหน้าไอ้เคอร์ที่เหมือนจะอ้าปากด่าผม แต่สีหน้าผมคงแย่มากพอแล้ว เพราะมันก็ถอนหายใจหนักๆ

 

            “ยังดีนะที่มึงกับกูเกิดในยุคนี้ เอาเป็นว่าส่งข้อความไปบอกเขาหน่อย พอเขาถึงโน่นแล้วจะได้โทรกลับมาหา” ผมควักโทรศัพท์ขึ้นมาทันที สูดหายใจเข้าลึกๆ เชื่อสิ่งที่เพื่อนพูดหมดใจ เพราะผมจนปัญญาจะแก้ไขด้วยตัวเอง

 

            หากก็ต้องมานั่งมองแป้นอย่างไม่รู้จะพิมพ์อะไรดี

 

            ผมมีเรื่องจะบอกเขามากมาย แต่เรียบเรียงไม่ถูก

 

            RRRRRRRRRRRrrrrrrrrrrrrrrr

 

            เฮือก

 

            “เห็นมั้ย โชคดีที่เราเกิดยุคนี้ มีอะไรจะบอกก็บอกเขาซะ” ตอนนั้นเองที่โทรศัพท์ของผมส่งเสียงดัง ซึ่งเพียงเห็นชื่อบนหน้าจอ ไอ้เคอร์ก็ว่าขำๆ ตบไหล่ผมสองที แล้วมันก็เป็นฝ่ายเดินเลี่ยงไปทางอื่น ขณะที่ผมก็กดรับแบบไม่ต้องคิดซ้ำสอง

 

            “พี่ไค”

 

            [...]

 

            อีกฝ่ายกลับเงียบ จนผมเรียกชื่ออีกครั้ง

 

            [เธอรับสาย ฉันนึกว่าคิดไปเอง ค่อยยังชั่ว]

 

            ผมนิ่ง ฟังเสียงที่บอกถึงความโล่งใจของเขา แล้วเกิดพูดอะไรไม่ออก ทั้งที่ผมอยากจะบอกเขาว่าไม่ได้โกรธที่เขาจะไปเยี่ยมหลุมศพพ่อแม่ ไม่ใช่เรื่องนั้นเลยสักนิด ผมแค่อยากให้เขาบอกผมด้วยตัวเอง แค่แอบน้อยใจ แต่ไม่ได้โกรธ

 

          พี่ไคจะไปกี่วัน...จะไปนานมั้ย...จะกลับมาเมื่อไหร่...จะไปที่ไหนบ้าง...จะคิดถึงแตมบ้างมั้ย

 

            คำถามมากมายเกิดขึ้นในใจ แต่ทุกอย่างจุกอยู่ที่ลำคอ

 

            [ตอนนี้ฉันอยู่สนามบิน กำลังจะขึ้นเครื่อง ฉันจะกลับมาอาทิตย์หน้าเพราะต้องแวะไปที่นิวยอร์กเรื่องงานก่อนกลับ อยู่คนเดียวก็ล็อกบ้านให้แน่นหนา อย่ากลับดึก ถ้าอยากกินอะไรก็สั่งนะ แล้วฉันบอกให้พนักงานคอนโดคอยรับของแล้วเอาขึ้นมาให้แล้ว ดูให้แน่ใจว่าเป็นพนักงานก่อนที่จะเปิดประตูรับ ฉันทิ้งกุญแจรถไว้ให้ เอาไปใช้นะ ถ้ามีอะไรโทรมาได้ทันที กี่โมงฉันก็จะรับ และขอบคุณที่รับสายฉัน]

 

            แล้วผมก็ยิ่งรู้สึกร้อนที่ดวงตากับคำพูดมากมายของเขา ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลคือเขาเป็นห่วงผมมาก อีกทั้งเขายังขอบคุณ ทั้งที่ผมเป็นแค่เด็กขี้น้อยใจขี้แย ผมต่างหากที่ควรจะขอบคุณที่เขาโทรมาก่อนที่จะขึ้นเครื่อง

 

            [งั้น...เท่านี้นะ]

 

            “เดี๋ยวพี่ไค!” ผมร้องเรียกเสียงดัง ไม่สนใจว่านักศึกษาคนอื่นจะมองยังไง รีบละล่ำละลักบอก

 

            “แตมไม่ได้โกรธที่พี่จะไปเยี่ยมหลุมศพพ่อแม่นะ แตม แตมแค่...” พอรู้ว่าเขากำลังจะขึ้นเครื่อง ผมก็เรียบเรียงคำพูดไม่ถูก ได้แค่หันรีหันขวางหาตัวช่วย แล้วก็เห็นเพื่อนสนิท จนคำของมันแวบเข้ามาในหัว ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วบอกสิ่งที่อยากบอกที่สุด

 

            “พี่ไคเดินทางปลอดภัยนะครับ แล้วก็รีบกลับมาไวๆ...พี่ไคทำให้แตมไม่อยากอยู่คนเดียวอีกแล้ว”

 

            ผมพูดออกไปจนได้ แล้วกลั้นหายใจรอฟังคำตอบ

 

            [ฉันจะรีบกลับบ้านเรานะ]

 

            พี่ไควางสายไปแล้ว แต่ทำให้ผมก้มหน้าลง ไม่อยากให้ใครเห็นว่าผมกำลังทำหน้าเหมือนอยากร้องไห้ คำพูดของพี่ไคยามเอ่ยถึงบ้านที่เขาเคยสูญเสียไปแวบเข้ามาในหัว แต่เขาเพิ่งจะบอกใช่มั้ยว่าตอนนี้ผมคือบ้านหลังนั้นสำหรับเขา

 

            ผมไม่น่าน้อยใจงี่เง่าเลย ไม่งั้นอย่างน้อย ผมก็ได้กอดพี่ไคแน่นๆ แล้วบอกว่า...รีบกลับมานะครับ

 

........................................

 

ต่อค่ะ

 

            “งั้นวันนี้เราลากันด้วยเพลงนี้นะครับ”

 

            ผมเปิดเพลงเหงาๆ เศร้าๆ เป็นการจบการจัดรายการในคืนนี้ หลังจากที่พูดคนเดียวอยู่นานกว่าสองชั่วโมงจนถูกใครๆ แซวว่าวันนี้ว่าง ซึ่งก็จริง ผมว่างมากเลยล่ะ เพราะจากที่ต้องคอยทำความสะอาดห้องที่ใครบางคนชอบทำรก วันนี้ทุกอย่างกลับสะอาดเอี่ยม ไม่ต้องทำกับข้าว ไม่มีรายงานค้าง มันว่างจนผมต้องพยายามหาอะไรทำเพื่อไม่ให้ตัวเองฟุ้งซ่าน

 

            เมื่อก่อนผมก็จัดแบบนี้ ทีเดียวสามชั่วโมงยังเคย แต่พอย้ายมาอยู่กับพี่ไคแล้ว อย่างมากก็ชั่วโมงครึ่ง เพราะมีหลายสิ่งหลายอย่างให้ทำ รู้ตัวอีกทีก็ดึก รู้ตัวอีกทีก็ถึงเวลานอน...

 

          พี่ไคเดินทางไปได้วันที่สองแล้ว

 

            ครืด ครืด

 

            ผมนั่งนิ่งอยู่หลายนาทีถึงรู้สึกตัวว่ายังมองแมคบุ๊คเครื่องใหม่อย่างเหม่อลอย หันหน้าไปมองโทรศัพท์ที่กำลังสั่นแรงๆ จนรีบคว้ามันขึ้นมาดู หวังว่าจะเป็นข้อความสั้นกุดของคนพูดน้อย หากแต่เป็นใครบางคนต่างหาก...พี่ Whosomeone

 

            Whosomeone: คุณแช่ม วันนี้เป็นอะไร หน้าบูดเป็นตูดลิงบาบูนเลยนะ

 

            ผมสะดุ้ง รีบบอกว่าไม่จริงน่า คิดว่าตัวเองปั้นหน้าดีแล้วนะ

 

            Whosomeone: จริงสิ หน้าอย่างผมไม่โกหกหร้อก เล่นเปิดแต่เพลงเศร้าจนผมจะชีช้ำตาม วันนี้มีใครวิ่งไล่งับหางหรือ ไม่สิ คุณแช่มไปวิ่งไล่งับหูใครเขาหรือเปล่า

 

            ทุกทีผมคงส่งสติ๊กเกอร์หน้าโกรธไปหลายทีที่ถูกบอกว่าเป็นหมา แต่ครั้งนี้ผมแค่พิมพ์ไปสั้นๆ ว่าเปล่าครับ ไม่ได้เป็นอะไร รู้สึกไม่ตลกกับคำพูดของพี่ฮูอย่างทุกครั้ง แล้วพี่ฮูก็คงสัมผัสได้ เพราะเขาก็เปลี่ยนเป็นโหมดจริงจัง

 

            Whosomeone: เป็นอะไรหรือเปล่า เล่าให้ผมฟังได้นะ

 

            ผมจะบอกเขาได้ยังไงล่ะว่าก็แค่เหงา ก็แค่ไม่อยากอาหาร ก็แค่คิดถึงใครสักคนที่ไม่ยอมติดต่อมาแม้แต่ข้อความเดียวมากๆ จนแทบนอนไม่หลับ

 

            สุดท้าย ผมก็บอกปัดพี่ฮูไปแค่ว่าผมง่วง แล้วราตรีสวัสดิ์เขา จากนั้นก็ปีนขึ้นเตียงเพื่อล้มตัวลงนอน แต่ก็เหมือนเมื่อคืนที่พี่ไคเดินทาง ในหัวเอาแต่คิดว่าเขาถึงที่หมายหรือยัง ทำไมเขายังไม่ติดต่อมา เขามีปัญหาอะไรหรือเปล่า แล้วก็มาหงอยซะเองเมื่อคิดว่าแล้วมึงเป็นใคร เขาถึงต้องติดต่อมาบอกทุกความเคลื่อนไหว

 

            “เป็นคนที่คิดถึงพี่มากๆ ไง”

 

            ผมซุกหน้าเข้าหาหมอน หากแต่ไออุ่นของคนที่เคยนอนเตียงเดียวกันมันเปลี่ยนเป็นความเย็นของเครื่องปรับอากาศ จนถอนหายใจอย่างหนักหน่วง พยายามพลิกซ้ายพลิกขวา ในหัวก็ยังแค่แต่คิดถึงเรื่องไม่เป็นเรื่อง

 

            พรึ่บ

 

            “โอ๊ย เป็นบ้าอะไรวะไอ้แตม!” ผมลุกพรวดขึ้นมานั่งบนเตียง พลิกผ้านวมไปอีกทางอย่างหงุดหงิด รู้เลยว่ายังไงก็คงนอนไม่หลับ จนคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา ลังเลว่าควรจะส่งอะไรไปหาพี่ไคก่อนดีมั้ย ถ้าเขาสะดวกก็ติดต่อมาเอง จนหลับหูหลับตาพิมพ์ไปว่า

 

            ...ที่นี่เที่ยงคืนแล้ว แต่แตมนอนไม่หลับ...

 

            เงียบ

 

            ห้านาทีก็แล้ว สิบนาทีก็แล้ว เขาก็ยังไม่ตอบกลับมา จนหลับตาลง

 

            “พี่ไค” ผมกระซิบเรียกชื่อเขา แล้วก็ลุกขึ้นจากเตียง มองฝ่าความมืดไปแล้วก้าวยาวๆ โดยไม่เปิดไฟ เพื่อออกจากห้อง เพื่อเลี้ยวไปยังห้องอีกฝั่ง เปิดประตูเข้าไป ก่อนที่จะแทรกตัวขึ้นไปยังเตียงที่มีขนาดใหญ่เท่ากับห้องที่ผมนอน หากแต่มีบางสิ่งที่ต่างออกไป

 

            กลิ่นอายของคนที่นอนอยู่ที่นี่ทุกคืน

 

            ผมหนีมานอนห้องของพี่ไค

 

            ครืด ครืด

 

            “อ้ะ”

 

            ผมที่ซุกหน้ากับหมอนจนรู้สึกผ่อนคลายกว่าเดิมนิด คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาทันที มองสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ แล้วคนที่ทำยังไงก็นอนไม่หลับ แถมยังอารมณ์บูดจนผู้ฟังทักก็หลุดยิ้มออกมาอย่างดีใจ กอดโทรศัพท์เครื่องเก่าเอาไว้แน่น เพราะบนนั้นปรากฏข้อความสั้นกุดที่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ส่งมา

 

            ...ดึกแล้ว นอนซะ ฝันดี...

 

            ไม่อยากเชื่อว่ามันเพียงพอให้ผมนอนหลับสนิท และฝันดีตามคำอวยพรของคนพูดน้อยจริงๆ

 

.....................................

 

            “พี่แตมคร้าบบบบบบ”

 

            “เจ็บนะเติ้ล”

 

            “พี่แตมๆ ไปเล่นบ้านพี่แตมได้มั้ยอ่า”

 

            วันนี้เป็นอีกวันที่ผมหนีน้องรหัสตัวเองไม่พ้น เพราะแค่เดินเลี้ยวออกมาจากห้องน้ำ ใครบางคนก็พุ่งหลาวมากระโดดกอดคอ ดัดเสียงเรียกซะหวาน จนต้องยันหน้ากระตือรือร้นของมันเอาไว้

 

            “ฮ่าๆๆ วันนี้ไม่มีแซลมอนห้าพันนะเติ้ล พี่ไคของไอ้แตมไม่อยู่” ไอ้เคอร์ที่เดินตามมาก็ว่าขำๆ ยื่นมือไปป้ายเช็ดที่เสื้อน้อง แบบที่ตัวเล็กตัวน้อยก็ไม่รู้เรื่อง เพราะทำหน้าเสียดายทันที จนชักอยากเดินหนีซะแล้วสิ

 

          นี่เสียดายแซลมอนหรือพี่ไค ตอบดีๆ ไม่งั้นตัดสายทิ้งแน่

 

            ผมสะดุ้งกับความคิดตัวเอง จนต้องรีบหันหน้าหนี

 

            “พี่ไคไปไหนอะพี่เคอร์”

 

            “ไป...”

 

            “ไม่รู้สักเรื่องได้มั้ย ก็แค่เขาไม่อยู่” ผมเป็นฝ่ายตัดบท ไม่สนใจสายตาวิบวับรู้ทันของเพื่อน แล้วหันไปมองหน้าน้องรหัส

 

            “ไม่มีอะไรเลี้ยงด้วยนะ”

 

            “โหย พี่แตมงกอ่า แต่ไม่เป็นไร เติ้ลบอกว่าจะไปเล่นคือไปเล่นจริงๆ ไม่ได้ไปกินฟรี อ้ะ แต่ถ้าได้ฟรีก็กินนะ” ลิตเติ้ลยิ้มเผล่ ไม่รู้สึกรู้สา แต่ผมกำลังงงกับคำว่าไปเล่นของมัน เพราะที่บ้านไม่มีอะไรให้เล่นแน่ๆ เครื่องเกมสักเครื่องยังไม่มีเลย

 

            “เล่นอะไร”

 

            “กีต้าร์ไงพี่แตม” ลิตเติ้ลยิ่งยิ้มกว้าง

 

            “หืม”

 

            ผมมองน้องรหัสที่กำลังทำท่าดีดกีต้าร์ล่องหนให้ดูอย่างโคตรแปลกใจ ขณะที่ลิตเติ้ลก็ว่าต่ออย่างร่าเริง

 

            “วันนี้พี่แตมจะจัดรายการอีกป่ะ ให้เติ้ลไปเล่นกีต้าร์ให้นะ หนก่อนสนุกมาก นี่เติ้ลได้เพื่อนหลายคนจากช่องแชทของพี่แตมด้วยนะ อ้อ ที่สำคัญคือสัญญากับพี่โตไว้แล้วว่าจะดีดกีต้าร์ให้เขาฟังอีก แต่เติ้ลร้องเพลงได้แค่ระดับเฉยๆ อะ เสียงไม่เพราะเหมือนพี่แตม เพราะงั้นเติ้ลเล่น พี่ร้อง ลงตัวโคตร” ผมมองรุ่นน้องที่กำลังชูนิ้วโป้งว่าแจ่มแมวมากให้ผมดู ไม่ถงไม่ถามผมสักคำว่าอยากได้ตัวมันมั้ย

 

            ส่วนไอ้เคอร์น่ะหรือ หัวเราะก๊ากไปแล้ว

 

            “เออดีๆ เรียกกระแสไงไอ้แตม ได้ข่าวว่าคนฟังเองก็ชอบน้องตัวน้อยตัวนิดนี่ กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่”

 

            “ไม่กรี๊ดได้ไง พี่โตเล่นประกาศจะจีบมันกลางช่อง” ผมงึมงำ มองลิตเติ้ลที่ยังคงรอคำตอบผมด้วยแววตาเป็นประกาย ท่าทางอยากไปเล่นด้วยน่าดู จนชักใจอ่อน แล้วก็อย่างที่เพื่อนสนิทว่ามีหลายคนอยากให้เติ้ลโผล่ไปอีก แม้น้องมันจะยืนยันว่าไม่โชว์หน้า แต่แค่เสียงก็คงพอล่ะมั้ง

 

            “แต่พี่ไม่มีรถออกมาส่งหรอกนะ” ผมขับรถไม่แข็งพอที่จะเอามินิคันละหลายล้านมาขับเล่นตอนกลางคืน จนลิตเติ้ลนิ่งไปนิด หันไปมองพี่เทคสุดที่รักของมัน

 

            “งานนี้พี่บายว่ะ มีนัด อ้อ เจ้าของบ้านไม่อยู่ พี่ไม่อยากไปด้วย เดี๋ยวมีคนเข้าใจผิด”

 

            “อ้าว แต่เติ้ลก็ไปนะพี่”

 

            “ฮ่าๆๆๆ อย่างเติ้ลน่ะไม่มีใครเข้าใจผิดหรอก แต่อย่างพี่นี่เข้าใจผิดทั้งม.” ผมไม่รู้ไอ้เคอร์จะคิดมากทำไม พี่ไคก็เห็นแล้วว่ามันเป็นเพื่อนผม เขารู้หรอกน่า แต่ก็ไม่เถียง หันไปมองหน้าน้องรหัสที่หงอยลงทันที แต่ก็แค่สองวิล่ะนะ

 

            “งั้นพรุ่งนี้วันเสาร์ ไปเล่นพรุ่งนี้แทน แล้วไปค้างบ้านพี่แตมด้วยเลย ไอเดียเก๋กู้ดสุดๆ” มันพูดเอง ชมเอง ยกนิ้วโป้งให้ตัวเองจนผมอยากกุมขมับ เพราะเจ้าของบ้านไม่อยู่ จะให้ผมอนุญาตให้คนอื่นเข้าบ้านได้ยังไง

 

            “เอาน่า มึงเองจะได้ไม่เหงา”

 

            “ช่ายยยย มีเติ้ลอยู่คนเหมือนมีคนอยู่เป็นสิบเลยนะพี่แตม” มันมีหน้าโฆษณาตัวเองพร้อมฉีกยิ้มฟันขาวเหมือนโฆษณายาสีฟัน ขณะที่ผมก็เริ่มโอนเอียง เพราะต้องยอมรับแล้วว่าห้องนั้นมันทำให้ผมรู้สึกเหงาแปลกๆ เอาแต่เผลอมองไปทางห้องทำงาน เหมือนคิดว่าพี่ไคจะใช้ประตูโดราเอมอนโผล่มาตรงหน้าได้

 

            “ขอถามพี่ไคก่อน”

 

            สุดท้ายผมก็แบ่งรับแบ่งสู้ ทั้งที่ใจจริงตอบตกลงไปแล้วเกินครึ่ง ก็ในเมื่อมีคนช่วยเรียกแขกฟรีๆ มาอยู่เป็นเพื่อน แถมที่สำคัญยังมีข้ออ้างที่จะคุยกับพี่ไคอีกต่างหาก แม้จะเป็นเจ้าลิตเติ้ลที่สนิทกับพี่ไคเกินกว่าเหตุ...ครั้งนี้จะไม่ยกโคมไฟทุ่มหัวก็แล้วกัน

 

.............................................

 

            ครบค่ะ เชื่อเมย์มั้ย ช่วงเวลาที่พี่ไคได้ข้อความแล้วเงียบหายไปน่ะ ไม่ใช่ยังไม่อ่านนะคะ อ่านแล้ว แต่ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงเพื่อคิดว่าควรจะตอบกลับมายังไงดี ไม่อยากจะว่าเลย แต่ทำไมพี่ไคอ้อนอ่อนอะ พี่สู้พี่ป้องไม่ได้เลย ถ้าเป็นพี่ป้อง รับรองว่าเล่นเซ็กส์โฟนข้ามทวีปแล้ว นี่ไม่แค่ฟันธงนะ ฟันเฟิร์ม ฟันกั๊กให้เลยทีเดียว

            ส่วนเจ้าตัวน้อยตัวนิดเป็นอีกหนึ่งคู่ที่อยากเขียนมากเลยค่ะ อยากให้เห็นตอนเขาจีบกับพี่โตจัง นี่ยังอยากบอกแตมเลยว่า ไม่ต้องแรดให้ได้เท่ากั๊กหรอกลูก เอาเท่าเจ้าเติ้ลก็พอแล้วล่ะ XD

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมถูกเปย์ นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 545 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,384 ความคิดเห็น

  1. #10346 shin ai2 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 19:08
    โธ่ ไปเมกาอาทิตย์เดียวทำเป็นเหงา นี่ห้าปีแล้วยังไม่ร้องไห้เลย ฮึกกกก
    #10,346
    0
  2. #10329 Angun Suntornkomol (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 22:33

    จะเข้าบล็อคได้ไง แนะนำหน่อยค่ะ

    #10,329
    0
  3. #10286 Pimnok2124 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:03
    อ่านทอล์คแล้วขำ+ยิ้มละมุนให้ความพี่ไคเลยจ้า555+
    #10,286
    0
  4. #10285 Pimnok2124 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:59
    รักคำว่าบ้านเราเหลือเกิน น้ำตาซึมไหลแล้วไหลอีก (เอ๊ะถ้าซึมแล้วทำไมมันไหลว่า..) ช่างเถ๊อะ!!55555
    #10,285
    0
  5. #10284 Pimnok2124 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:55
    โอ๊ยนึกถึงตอนพี่พอร์ชไปทำงานตปทนานๆแล้วกลับมาหาเดียร์เร็วกว่ากำหนดเลย ตอนนั้น2วีครึป้ะ? ถ้าจำไม่ผิด งื่อๆๆๆ
    #10,284
    0
  6. #10283 Pimnok2124 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:52
    แต่ที่แน่ๆคือน้องแตมนิสัยเด็กมากกก ละอิพี่มันก็คือมีความเข้าในตัวน้องด้วยงะ คือดีย์ อิจฉา
    #10,283
    0
  7. #10237 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 17:12
    โอ๋เอ๋นะรู้ก//ลูบหัว
    #10,237
    0
  8. #10179 Orathaiks (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 19:26
    หนุ่มน้อยขี้เหงา555555
    #10,179
    0
  9. #9696 lills (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 22:24
    น่ารักกกกก
    #9,696
    0
  10. #9392 Serin71228 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 08:14
    คู่นี้นี่น่าดูน่าลุ้นอยู่นาาา #โตเติ้ล
    #9,392
    0
  11. #9087 sasitorn1 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 09:00
    ถ้าจบคู่พี่ไคกะแตมอยากอ่านคู่พี่โตกะน้องเติ้ลอ่ะฟินนนยาวไป
    #9,087
    0
  12. #8880 แคนต้าลูปปปป ^^ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 20:49
    พี่ไคต้องเป็นคนที่แคร์ความรู้สึกแตมมากๆอะ ขนาดพิมพ์ตอบกลับมายังคิดนานเลย ฮื้ออออ พี่ไคน่ารัก
    #8,880
    0
  13. #8782 pcy921 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 16:43
    ติดพี่ไคไปแล้ว5555
    #8,782
    0
  14. #8410 Thitaphorn Tiemnara (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:41
    ไรท์ๆๆๆนั่นพี่ป้องนะ555555
    อยากอ่านคู่พี่โตกับน้องเติ่งเลยอิอิ
    #8,410
    0
  15. #8296 Naii M. (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:34
    เดี๋ยวววว ช่วยให้เกียรติพี่ป้องในฐานะพระเอกคนนึงด้วยยย 55555
    ปล. อยากอ่านเรื่องพี่โตกับน้องตัวนิดจัง
    #8,296
    0
  16. #8166 waem93 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 07:52
    ฮือ talkของไรท์แบ่บพี่ป้องงง!!!!55555555555555
    #8,166
    0
  17. #8154 Som O Usanee (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 21:07
    ‘คิดถึง’ พิมพ์แบบนี้นะคะน้องแตมมมมมม อิอิ แอบน้อยใจพี่ไค พี่ไคก็โทรมาง้อเด้อออออออ โอ๊ย เอ็นดูคู่นี้มากค่ะ ส่วนเจ้าตัวน้อยตัวนิดก็ร่าเริง สดใส น่ารักมาเลยเชียว อิอิ
    #8,154
    0
  18. #7871 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 10:44
    คิดถึงก็บอกไปนะแตม
    #7,871
    0
  19. #7827 itzmeboombim (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 21:57
    คิดถึงก็บอก พี่ไคจะได้รีบกลับ
    #7,827
    0
  20. #7722 mahnuch (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 15:03
    สงสารแตม พี่ไครีบกลับเน้อออ น้องงอแงแล้ว
    #7,722
    0
  21. #7696 Noparat (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 22:43
    พี่ไคมีเด็กน่ารักคิดถึง ^^
    #7,696
    0
  22. #7694 sofar_fa (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 20:48
    เหมือนเจ้าน้องมันจะรู้ว่าพี่มันเหงา รึมันอยากจะไปอ่อยพี่โตกันแน่วะ 555555

    ส่วนพี่ไค พี่ไตจ๋าาาา รีบกลับมาได้แล้ว มีคนกำลังจะเฉาตายคาห้องนอนพี่แล้วนะเออ
    #7,694
    0
  23. #7693 bestapinya (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 20:29
    รออออออ
    #7,693
    0
  24. #7692 PN97:MEIXIAN (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 20:12
    อยากให้พี่ไคกลับมาเร็วๆ เฮ้อออ รอวันที่ทั้งสองคนนี้...กัน ย้อนกลับไปที่กั๊ก...คู่นั้นแป๊บเดียวเสร็จ
    #7,692
    0
  25. #7691 Natika Thuamthet (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 15:50
    รอเลยค้าบบบ
    #7,691
    0