[Yaoi] Money Addict ผมมีค่า ต้องกล้าจ่าย! [Boy's Love]

ตอนที่ 24 : ตอนที่ 22 ผ้าห่มอุ่น แต่ผิวคนอุ่นกว่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 54,527
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 613 ครั้ง
    23 ธ.ค. 60


ตอนที่ 22 ผ้าห่มอุ่น แต่ผิวคนอุ่นกว่า

 

 

 

เฌอแตม

 

            นั่นสิ ผมจะมองหน้าพี่ไคได้ยังไงล่ะ

 

            “พี่ไค...ไม่ต้องเช็ดให้...ก็ได้นะ งื้อ”

 

            ผมเพิ่งจะตั้งคำถามว่าผมจะมองหน้าพี่ไคยังไงเมื่อห้านาทีที่แล้ว และห้านาทีต่อมา ผมก็ต้องยกสองมือปิดหน้า เนื้อตัวอ่อนปวกเปียก เพราะเมื่อใครอีกคนควบคุมลมหายใจได้แล้ว เขาก็ลุกขึ้นมาคว้าผ้าขนหนูที่ร่วงไปข้างเตียงมาเช็ดทำความสะอาดให้

 

            นี่เข้าใจใช่มั้ยว่ากางเกงขาสั้นผมยังทิ้งหมิ่นเหม่อยู่ตรงขอบสะโพก!

 

            พี่ไคจึงกำลังใช้ผ้าชื้นเช็ดแผ่นท้องให้ผมจนเสียววาบ แต่ที่ทำให้ผมยกมือปิดหน้าก็เพราะว่าเขากำลังเช็ดทำความสะอาดให้แม้แต่...ตรงนั้น

 

            ฮือ เขาจับส่วนอ่อนปวกเปียกขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดจนเอี่ยมอ่องเลย

 

            โอเค ผมอาจจะเพิ่งเอามินิค็อกเทลไปถูกับเขาก็จริง แต่มันใช่เรื่องมั้ยที่เขากำลังจับมันขึ้นมาเช็ดให้อย่างถนอม

 

            ผมรู้ว่าเขาอ่อนโยนแถมเอาใจใส่ แต่ถามผมสักคำมั้ยว่าอายหรือเปล่า

 

            นี่ถ้าทำตัวเป็นไรฝุ่นมุดเข้าผ้าปูที่นอนได้ ผมคงทำไปแล้ว

 

            “ฉันทำให้”

 

          พี่อย่าทำเหมือนเมื่อกี้เป็นประโยคคำถามที่ต้องตอบสิ!

 

            พอเขาตอบ ผมก็ยิ่งอาย เพราะพี่ไคพูดด้วยน้ำเสียงปกติเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องทำ ซึ่งผมก็ไม่รู้อีกเหมือนกันว่านี่เป็นเรื่องธรรมดาหรือเปล่าที่ต้องทำความสะอาดให้ เอ่อ นี่ผมเป็นอะไรกับเขานะ เอาเป็นว่าคนที่เพิ่งจะเอาไอ้นั่นถูกันก็แล้วกัน

 

            ผมกางนิ้วออกช้าๆ เพื่อมองหน้าพี่ไค แล้วถามเสียงสั่น

 

            “แล้วพี่...”

 

            “ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันไปอาบน้ำ” เขาก้มลงมองตัวเอง ไม่สนใจเสื้อเชิ้ตสีเข้มที่ตอนนี้เลอะคราบคาว แล้วหันกลับมาเช็ดให้จนแน่ใจว่าผมสะอาดดีแล้ว เขาก็ดึงกางเกงขึ้นมาสวมให้เหมือนเดิม

 

            “ดีที่ไม่เลอะเสื้อ”

 

            เขายังสำรวจอีกว่าเสื้อยืดที่ผมใส่ไม่เลอะอะไรแล้วก็ลุกจากเตียง

 

            “หิวมั้ย”

 

            พอเขาถาม ผมก็หิวขึ้นมาทันที เพราะตอนเที่ยงก็กินไปนิดเดียว กะเก็บท้องไว้กินมื้อเย็นกับพี่ไค จนได้แต่พยักหน้า ทั้งที่สองมือยังปิดแก้มไว้ เหลือเพียงแค่ลูกตากลมๆ

 

            “ฉันโทรสั่งมานะ”

 

          เฮ้ย!

 

            วินาทีก่อนผมอาย แต่พอฟังอีกฝ่ายบอกว่าจะโทรสั่งเท่านั้นแหละ ผมก็รีบคว้าชายเสื้อของเขาเอาไว้ สั่นหน้าแรงๆ ด้วยท่าทางตื่นตระหนก เหตุการณ์แซลมอนมื้อละห้าพันแวบเข้ามาในหัวทันที จนต้องรีบบอกเสียงสั่น

 

            “มะ...ไม่ต้องสั่งนะพี่ไค”

 

            “แต่เธอคงออกไปกินไม่ไหว” เขาเลิกคิ้ว

 

            “แตมทำให้กินได้นะ”

 

            “เธอเหนื่อยแล้ว”

 

            การที่พี่ไคกวาดสายตามองผมหัวจรดเท้า ทำเอาหน้าร้อนซู่ หัวใจเต้นตุบๆ ขาสั่นพั่บๆ เรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้แทบจะกรอซ้ำเล่นรอบสอง แต่ด้วยความงก เอ๊ย มัธยัสถ์ ผมยังพยายามโต้เถียงด้วยใจสั่นๆ ต่อไป

 

            “แตม...แตมอยากกินมาม่า ต้มมาม่ากินก็ได้ครับ”

 

            “แต่...”

 

            “นะพี่ไค”

 

            ผมไม่รู้ว่าผมมองเขายังไง อาจจะเป็นสายตาของคนงกขั้นสุดก็ได้ เพราะพี่ไคนิ่งไปนิด ก่อนที่จะพยักหน้า

 

            “งั้นฉันอาบน้ำก่อน เดี๋ยวทำให้”

 

          เรื่องสิ ขนาดไม่มีแม่บ้านคืนเดียว ห้องยังวินาศสันตะโรขนาดนั้น ถ้าปล่อยให้ต้มมาม่า พรุ่งนี้ไม่ต้องตื่นมาเก็บครัวตั้งแต่ตะวันยังไม่ขึ้นหรือไง

 

            ผมคิด แต่ผมไม่พูด ปล่อยชายเสื้อพี่ไค มองอีกฝ่ายที่เดินกลับห้องไปอาบน้ำตามที่บอก แล้วก็นั่งนิ่ง สูดหายใจเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิง สองมือกุมอกข้างซ้ายมั่น ยังตื่นเต้นกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่หาย สองขาก็เตะปัดๆ บนที่นอนอย่างเขินอายสุดขีด

 

            “ตั้งสติสิไอ้แตม ตั้งสติ”

 

            ผมตบแก้มเบาๆ แต่สมองก็เอาแต่คิดเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ จนย้ำหลายครั้งว่าหากยังเอาแต่นั่งนิ่งคิดเรื่องนั้นอยู่ พี่ไคต้องอาบน้ำเสร็จแล้วไปทำครัวพังแน่ จนผมตัดสินใจลุกขึ้นแล้วตรงดิ่งไปเข้าห้องน้ำ หมายจะล้างมือล้างหน้าสักหน่อย ซึ่งพอเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกปุ๊บ

 

            “มึงเมาพี่ไคหรือวะไอ้บ้าแตม!

 

            ผมไม่เคยเมาเหล้า เพราะไม่กิน แต่หลายคนบอกว่าเวลาผมกินดอยคำแล้วหน้าจะเหมือนคนเมา ดังนั้น การที่แก้มผมแดงแจ๋ ตาผมฉ่ำเยิ้ม แถมปากบวมช้ำแบบนี้ก็คงเป็นอาการเดียวเท่านั้น...เมาพี่ไค

 

            อือ ผมเมามากจนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยล่ะ

 

            ไอ้เคอร์เคยบอกว่าเวลาหน้าผมเป็นแบบนี้ ต้องมีพวกที่คิดไม่ดีกับผมแน่ๆ ซึ่งผมก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่พอคิดว่าผมทำหน้าแบบนี้ใส่พี่ไคตลอด ผมก็อยากรู้ว่าพี่ไคคิดยังไงกับผม เพราะนี่ไม่ใช่แค่อาการเมาดอยคำแล้ว มันมากกว่านั้น จนผมยังอดคิดไม่ได้เลยว่าหน้าผมดูยั่วๆ ยังไงไม่รู้

 

            “พี่ไคคงไม่คิดว่าแตมยั่วพี่หรอกนะ” ผมเปล่าคิดยั่วพี่ไคเลยนะ จนชักกังวล แต่กังวลได้ไม่นาน รีบจัดการล้างมือ ล้างหน้า แล้วออกไปต้มมาม่าอย่างว่องไว ทั้งที่หัวใจยังทำงานหนักไม่เลิก

 

            ปุด ปุด ปุด...

 

            ผมมองหม้อที่ตั้งไฟเอาไว้ น้ำในหม้อเริ่มเดือดแล้ว เลยหย่อนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสองซองลงไป แล้วหันไปรื้อหาเครื่องที่จะใส่เพิ่ม แต่เพราะตอนแรกตั้งใจไว้ว่าพอกินข้าวกับพี่ไคเสร็จจะชวนคนมีรถไปซื้อของเข้าบ้านด้วยกันต่อ ทั้งตู้เย็นเลยเหลือไข่แค่สองฟอง อาหารแช่แข็งอีกเพียบ แล้วก็...

 

            “ทำไมต้องเหลือแต่นี่ด้วยวะ” ผมงึมงำ มองไส้กรอกสี่เส้นแล้วทำหน้าไม่ถูก

 

            สิ่งที่เกิดขึ้นแวบเข้ามาในหัวอีกครั้ง ซึ่งในเวลาที่สติครบถ้วนสมบูรณ์ ผมกล้าบอกเลยว่าผมไม่เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ตลอดเวลาที่พี่ไคช่วยผมลบรอยจากไอ้ลูกค้าบ้านั่น พี่ไคไม่ได้สักแต่ทำเลยสักนิด ทั้งที่เขาก็ดูทรมานขนาดนั้น เขาแตะต้องผมอย่างถนอม กอดผมอย่างอ่อนโยน ขนาดจะพลิกตัวผมลงบนเตียงยังค่อยๆ ทำเลย

 

            “ตัดสินใจไม่ผิดหรอก”

 

            ผมคว้ามีดมาหั่นไส้กรอกพอดีคำ แล้วโยนลงหม้อ เติมเครื่องปรุง แล้วก็ตอกไข่เป็นการปิดท้าย 

 

            “เฌอแตม” พอดีกับที่เจ้าของห้องก้าวเร็วๆ เข้ามาในครัว

 

            “ทำทำไม” ผมเงยหน้าขึ้นมองเขา รู้ว่าพี่ไคคงยังพูดไม่จบ เพราะเขาว่าเสียงเครียด

 

            “เธอน่าจะพัก”

 

            นี่เขาคิดว่าผมเพิ่งเสียบริสุทธิ์หรือไงนะ

 

            ผมเหวอไปนิด ก่อนที่จะหลุดยิ้มออกมา หัวใจรับรู้ถึงความห่วงใยตามแบบฉบับหน้าแข็งกระด้างของเขา คนที่เข้ามาช่วยยกหม้อไปวางไว้ที่โต๊ะกินข้าว ทำท่าเหมือนว่าผมเพิ่งโดนเขาเสียบแล้วเจ็บจนเดินไม่ได้

 

            พอผมคิด ผมก็หน้าร้อนจัด รู้สึกเหมือนเครื่องจะแฮงค์เอาดื้อๆ ขนาดแค่นี้ผมยังแทบแย่ ถ้าเขาทำมากกว่านั้นล่ะก็...ผมมิตายหรือไง

 

            “เฌอแตม” ทว่าพี่ไคกลับเรียกผมเสียงเครียด ก้าวเข้ามาชิดตัว แล้วเขาก็พึมพำขออนุญาต ก่อนที่จะยื่นมือเย็นๆ เพราะเพิ่งอาบน้ำมาแตะที่ข้างแก้ม

 

            “เธอไข้ขึ้น”

 

            “เปล่าสักหน่อย” ผมรีบปฏิเสธ รู้สึกดีกับมือเย็นๆ ที่แตะแก้ม แต่ก็รีบเบี่ยงหลบ เพราะผมเปล่าไข้ขึ้น ผมคิดเรื่องทะลึ่งอย่างไม่น่าให้อภัยต่างหาก ตอนนี้อย่าว่าแต่หน้าเลย ตัวก็ร้อน ร้อนไปหมดนั่นแหละ ยิ่งมองพี่ไคก็ยิ่งวูบวาบแปลกๆ จนเลี่ยงไปหยิบชามกับช้อนส้อมอย่างละสองมาวางที่โต๊ะ

 

            “แต่...”

 

            “แตมไม่ได้ไข้ขึ้นนะ แตมแค่รู้สึกร้อนๆ” ผมอ้างไปเรื่อย แล้วก็ส่งชามให้เขา

 

            จากนั้น ผมก็เลี่ยงการมองหน้าด้วยการเริ่มต้นตักเส้นกับน้ำลงชาม รู้สึกว่าไม่ได้กินเจ้าบะหมี่ประทังชีวิตนี่นานแล้ว ก็ตั้งแต่มาอยู่กับพี่ไคล่ะมั้ง มันไม่มีมื้อไหนที่ผมต้องอดเหมือนตอนที่อยู่หอคนเดียวเลยสักครั้ง และนั่นก็ทำให้ผมนึกขึ้นได้

 

            “พี่ไค เรื่องลาออก” ผมจำได้แล้วว่าพี่ไคบอกกับพี่ผู้จัดการว่าผมจะลาออก แต่ถึงแม้จะเกิดเรื่องขึ้น ผมก็ยังไม่อยากเสียรายได้ตรงนั้นไป

 

            ทันทีที่ผมพูดจบ พี่ไคที่ทำท่าจะตักบะหมี่บ้างก็วางช้อนลง มองหน้าผม จนต้องรีบพูดต่อ

 

            “แตมไม่ลาออกได้มั้ย แตมรู้นะว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น แตมเองก็ช่วยตัวเองไม่ได้ แต่เพราะแตมตกใจด้วย ครั้งหน้าแตมจะไม่เข้าไปอยู่กับลูกค้าสองต่อสองแบบนั้นแล้ว แล้วที่นี่ทุกคนก็เป็นคนดี แตมเองก็ต้องหาเงินส่งตัวเองเรียน แตมเลยไม่อยากลาออก...” ในความเป็นจริง พี่ไคไม่ใช่ผู้ปกครองผม ผมไม่จำเป็นต้องถามเขาก็ได้ แต่ตอนนี้ผมไม่อยากให้เขาโกรธ

 

            “เฌอแตม ฉันขอร้อง ลาออกเถอะ”

 

            ผมพูดยังไม่ทันจบ เขาก็แทรกขึ้นมา แต่เขาไม่ได้โต้ผมด้วยเหตุผล เขากลับขอร้องผมด้วยน้ำเสียงจริง ก่อนที่จะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่ผมทนไม่ได้

 

          “เพราะเธอเป็นคนสำคัญของฉัน”

 

          พี่ไคขี้โกง

 

ต่อค่ะ

 

            ผมอาจจะเพิ่งรู้ว่าผมแพ้น้ำเสียงแบบนี้ ซึ่งคนอื่นอาจจะสงสัยว่าต่างกันตรงไหน แต่ผมเข้าใจแล้วว่าพี่ไคกำลังขอร้องผม กำลังอ้อนวอนผม ยิ่งเขากำลังพูดเต็มปากว่าผมเป็นคนสำคัญของเขา หัวใจที่เคยคิดว่าเป็นปราการเหล็กไม่ยอมให้มีความรักกล้ำกลายเข้ามาก็เหลวเป็นน้ำ

 

            หัวใจผมเต้นแรง และคิดได้เพียงว่าเขาขี้โกงจริงๆ

 

            “ฉันไม่อยากเห็นแบบนั้นอีก”

 

            “มัน...แตมว่า...มันคงไม่เกิดขึ้นแล้ว” ให้ตายเถอะ เสียงผมอ่อนอ่อยมากจริงๆ ไหนวะ ไอ้เฌอแตมที่ทวงเงินค่ารายงานเพื่อนยิกๆ อย่างไม่มีการผ่อนปรน

 

            “เฌอแตม”

 

            “ที่นั่นค่าแรงดี” ผมยกเหตุผลสุดท้ายมาต่อรอง ทั้งที่ใจคิดว่าช่างมันเถอะ แค่ทำดีเจกับเงินเดือนที่พี่ไคให้ก็พอใช้แล้ว เก็บออมสักหน่อยก็ได้ค่าเทอมแบบสบายๆ จนหากเพื่อนสนิทอยู่ตรงนี้ คงล้อเลียนซะผมเสียหมา

 

            ครืด

 

            “อ้ะ พี่ไค” ทว่าพี่ไคกลับลุกขึ้นไปเฉยๆ จนผมตกใจ

 

            เขาโกรธผมหรือ นั่นสิ เขาอุตส่าห์ไปช่วยแล้ว ผมยังดื้อดึงกับเขาอีก จนใจหล่นตุบไปที่ตาตุ่ม ความลังเลในตอนแรกหายวับไปเลย เพราะผมไม่อยากให้เขาโกรธ ไม่อยากให้เขามองว่าผมดื้อ แต่ผมยังคงนั่งนิ่งอยู่กับที่ พร้อมกับดวงตาที่เริ่มร้อนขึ้น

 

          พี่ไคโกรธแล้ว

 

            เขาไม่เคยโกรธผม ตลอดมามีแต่ผมที่โกรธเขา พอคิดว่าเขาโกรธ ผมก็ทำอะไรไม่ถูก

 

            “เฌอแตม” ผมหันขวับไปมองเขา แล้วพบว่าพี่ไคออกมาจากห้องทำงานพร้อมกระดาษหนึ่งแผ่น จากนั้นก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าผม จนเกือบจะส่งมือไปคว้าชายเสื้อเขา แต่ครั้งนี้ผมกลับกลัวขึ้นมา นี่หรือคือความรู้สึกของพี่ไคทุกครั้งที่จะแตะต้องผม

 

            นี่สินะคือความกลัวว่าคนที่เราแคร์จะไม่พอใจเรา

 

            ใช่ ผมกำลังแคร์พี่ไค

 

            ผมจึงก้มหน้าบีบชายเสื้อยืดแน่น

 

            “ถ้าฉันขึ้นเงินเดือน เธอคงไม่พอใจ และถ้าฉันโอนเงินให้เลย เธอก็คงโกรธ งั้นถ้าฉันขอจ่ายค่าเทอมให้เธอแทนล่ะ จะโอเคมั้ย”

 

            “เอ๊ะ” ผมตกใจ เงยหน้าสบตาเขา แล้วพบว่าพี่ไคเอาจริง

 

            “ฉันรู้ว่าเธอไม่อยากรับเงินใครฟรีๆ งั้นเอาอย่างนี้ ฉันจะออกค่าเทอมให้เธอทุกเทอม แลกกับที่เธอต้องได้เกรดมากกว่า 3.50 ในแต่ละเทอม ถือว่าเป็นทุนการศึกษา ซึ่งถือว่าไม่ได้ฟรีๆ เพราะเธอต้องเรียนหนักเพื่อให้ได้เกรดเท่านี้ โอเคมั้ย” เขาโบกกระดาษในมือ และผมก็ได้เห็นตารางค่าเทอมคณะผม จนได้แต่อ้าปากน้อยๆ จะปฏิเสธเพราะพี่ไคไม่ได้อะไรเลย

 

            เขาไม่ใช่องค์กรการศึกษาที่มอบทุนให้กับเด็กเรียนดีสักหน่อย

 

            “แต่ว่าพี่ไค...”

 

            หมับ

 

            ทันใดนั้น เขาก็คุกเข่าตรงหน้าเก้าอี้ของผม แล้วยื่นมือมาจับแขน สีหน้าของเขาเหมือนคนจนหนทาง จนทุกคำพูดของผมกลืนหายไปในลำคอ

 

            “อย่าปฏิเสธฉัน ฉันไม่รู้แล้วว่าจะมีวิธีไหนอีกที่จะขอร้องเธอ” ผมยอมรับเลยว่ามือผมสั่น ขณะที่ในหัวก็ถามตัวเองว่าทำไมเขาถึงทำเพื่อผมขนาดนี้

 

            “เธอจะว่าฉัน จะโกรธฉันที่เอาเงินมาตัดสินปัญหาก็ได้ แต่ขอร้อง ลาออกเถอะ ฉันเป็นห่วง”

 

            ผมลังเลอะไรอยู่นะ ระหว่างได้ทำงานในร้านเสื้อผ้ากับความห่วงใยของผู้ชายคนนี้ คำตอบมันชัดเจนอยู่แล้ว จนผมพลิกฝ่ามือไปจับข้อมือเขาบ้าง แล้วบีบกลับ

 

            “พี่ไคพูดอีกทีได้มั้ยครับ” เขามองหน้าผม แล้วก็อ้าปาก

 

            “ฉันรู้ว่าเธอไม่อยากรับเงินใครฟรีๆ...”

 

            “ไม่ใช่ครับ ประโยคสุดท้าย” พี่ไคนิ่ง แต่เขาก็พูดออกมา

 

          “ฉันเป็นห่วงเธอ”

 

            ผมมองหน้าเขา ผู้ชายที่ผมเคยอคติที่สุดในโลก แต่ความห่วงใยที่เขามีให้ผมในวันนี้ทำให้ผมรู้ว่าตัวเองโง่มากแค่ไหนที่มองเขาเป็นซาตานตัวร้ายมาตลอด คนที่มีเงินมากมายจนซื้อรถคันละหลายล้านให้ผมได้ แต่กลับทำหน้าอับจนหนทาง จนได้รู้ว่าเขาไม่ใช่ซาตาน และเขาก็ไม่ใช่เทวดา เขาเป็นผู้ชายธรรมดาที่ห่วงผมเท่านั้น

 

            หมับ

 

            ผมสูดหายใจ บีบมือเขาแน่น

 

            “แตมจะลาออกครับ พี่ไคไม่ต้องจ่ายค่าเทอมให้แตมหรอก”

 

            ผมตัดสินใจได้แล้ว แต่เขาส่ายหน้า

 

            “ฉันอยากจ่ายให้”

 

            “ฮื่อ ไม่เอา” ผมจะรับเงินเขาฟรีๆ ได้ยังไง ขณะที่ดึงให้พี่ไคลุกขึ้น จนเขาขยับมานั่งเก้าอี้ข้างกัน

 

            “ถ้าบอกว่าจีบ” แล้วผมก็หน้าร้อนซะเอง อยากจะย้ำเหลือเกินว่าถ้าจะจีบด้วยการให้ของ ผมจะรับแค่ชิ้นเล็กๆ แต่เขายังไม่ยอม

 

            “งั้นค่าเกษียณ”

 

            “แตมยังเรียนไม่จบเลย เกษียณได้ไง” ถ้าแค่ลาออกจากงานพิเศษแล้วได้ค่าเทอมไปอีกสองปีเศษ คงไม่มีใครทำงานพิเศษแล้วล่ะ

 

            หากพี่ไคก็ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เพราะเขายังทำหน้าครุ่นคิด แม้ว่าผมจะดึงชามเขามาตักมาม่าใส่เครื่องพร้อมน้ำซุปที่ชักจะอืดลงชามให้แล้วก็ตาม กระทั่งดันชามไปตรงหน้า เขาก็พูดขึ้นมาอีก

 

            “งั้นค่าเสียหายที่ฉันรูดของเธอล่ะ”

 

            “แค่กๆๆๆๆ”

 

            ผมงี้แดงตั้งแต่หน้ายันคอ เบิกตากว้าง มองคนตัวโตที่พูดออกมาหน้าตาย ดีเท่าไหร่แล้วที่ซดน้ำซุปต้มยำไปนิดเดียว ไม่งั้นได้สำลักตายห่า มองคนที่พยักหน้ายืนยันเหตุผลต่อไป

 

            “เธอเป็นผู้เสียหาย งั้นเป็นเงินชดใช้”

 

            “แตม แค่ก...ไม่ได้ขายตัวนะ”

 

            “แต่ฉันอยากซื้อ” หากเป็นก่อนหน้านี้ผมคงโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงแล้ว แต่พอสบตาพี่ไคที่ดูจริงจัง ผมก็ได้แต่มองคนที่กำลังเสริมต่อท้ายอีกนิด

 

          “ฉันอยากซื้อทั้งกายทั้งใจของเธอด้วยซ้ำ”

 

          ทำไมกูถึงเขินขนาดนี้วะ

 

            “ถ้าเธอพร้อมขายเมื่อไหร่ บอกฉันนะ” ผมจะพูดได้ยังไงว่าตอนนี้ไม่ได้ขายแล้ว รู้สึกเหมือนทั้งกายทั้งใจจะให้พี่ไคไปฟรีๆ เสียกว่าครึ่ง จนได้แต่ก้มหน้ามองชามมาม่าอืดๆ รู้เลยว่าตั้งแต่เจอพี่ไค ผมเหมือนจะแหกกฎของตัวเองไปหลายข้อ เพราะว่า...

 

            “แค่ค่าเทอมนะครับ”

 

            ผมบอกแล้วไงว่าถึงจะงก แต่ผมจะไม่รับของใครมาฟรีๆ เพราะไม่อยากโดนดูถูก แต่กับเขา ผมรู้สึกว่าพี่ไคจะไม่มีวันดูถูกหรือเวทนาผมเหมือนอย่างที่เมียหลวงของพ่อเคยทำ

 

            ถ้าจวนตัวจริงๆ ผมค่อยขอเขาก็ได้ล่ะมั้ง

 

            ตอนนี้ผมคิดแค่ว่าถ้าเงินที่เก็บไว้ไม่พอจ่ายค่าเทอมแต่ละครั้ง ผมค่อยขอยืมพี่ไคทีหลัง แต่ผมเผลอลืมไปว่าพี่ไคคือคนที่โอนเงินหนึ่งล้านเข้าบัญชีผมง่ายๆ ดังนั้น ตอนที่ผมตอบตกลง พี่ไคก็พร้อมจะโอนค่าเทอมสี่ปีมาให้ผมโดยไม่สนใจเลยว่าผมจะเรียนจบปีสองแล้ว

 

            ผมจึงมารู้เอาตอนหลังล่ะว่าตอนที่กินมาม่า คนข้างๆ ไม่ได้กดโทรศัพท์เล่นเกม เช็กงาน หรือข้อความเด้ง แต่เป็นการโอนเงินเข้าบัญชีผมอย่างรวดเร็วและว่องไวต่างหาก

 

..........................................

 

ต่อค่ะ

 

            “พักผ่อนซะนะ”

 

            หลังกินข้าวเย็นเสร็จ พี่ไคก็อาสาล้างจาน แต่ผมห้ามเอาไว้ จัดการวางทุกอย่างลงซิงค์เพราะกะจะล้างพรุ่งนี้เช้า จากนั้นก็ต้องนึกแปลกใจ เพราะพี่ไคเดินมาส่งผมถึงห้องนอน แล้วไม่ใช่แค่ประตูห้องนะ เขาเข้ามาดูจนแน่ใจว่าผมซุกตัวเข้าไปในผ้าห่มแล้ว

 

            “ฝันดี” เขายื่นมือมาลูบหัวผม แล้วทำท่าจะผละออกไป

 

            “พี่ไค” ผมเองซะอีกที่เป็นฝ่ายเรียกเขา จนเขาหันกลับมามอง ทั้งที่ผมก็ไม่รู้ว่าเรียกเขาเอาไว้ทำไม

 

            ผมแค่...แค่อยากอยู่กับเขาอีกหน่อยล่ะมั้ง

 

            “ว่าไง”

 

            “เอ่อ พี่ไค...จะกลับไปทำงานหรือครับ”

 

            “เปล่า” พอเขาส่ายหน้า ผมก็กัดปาก ก้มหน้าลงจนคางชิดอก

 

            มันไม่ดีใช่มั้ยที่แค่ทำแบบนั้นไปครั้งเดียว ผมกลับอยากให้เขาอยู่ข้างผมอีกนิด แต่ผมไม่มีเหตุผลอะไรที่จะรั้งเขาเอาไว้เลย แล้วผมก็ไม่หน้าด้านเหมือนน้องรหัสที่จะบอกไปตรงๆ เหมือนกัน จนเป็นฝ่ายยอมแพ้ ตั้งใจจะบอกฝันดีกับเขา

 

            “กลัวหรือ”

 

            “ครับ?” อีกครั้งที่ผมทวนคำอย่างสงสัย แต่ดูเหมือนเขาจะคิดว่าผมกลัว เพราะเขานั่งลงข้างเตียง แล้วส่งมือมาแตะแก้มผม

 

            “ไม่ต้องกลัว มันทำอะไรเธอไม่ได้แล้ว”

 

            พี่ไคคงนึกถึงลูกค้าบ้านั่น แต่ผมลืมเรื่องของมันไปแล้ว ยอมรับล่ะว่าตอนนั้นกลัว แต่พอพ้นออกมาแล้ว ผมก็รู้สึกดีขึ้นเยอะ อีกทั้งเรื่องของพี่ไคก็เต็มหัวจนไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่น ซึ่งผมควรจะบอกให้พี่ไคสบายใจ แต่กลับปิดปากเงียบ ยอมให้เขาลูบแก้มผมอย่างเบามือ

 

            “ฉันจะไม่ยอมให้มันทำอะไรเธอ” พอเขาบอกผมแบบนั้น ผมก็เผลอ...

 

            “พี่ไคนอนที่นี่ได้มั้ย” พอรู้ว่าพูดอะไรออกไปก็แทบจะปิดปากตัวเอง เบิกตาโพลง หน้าร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนรีบแก้ตัวเสียงสั่น

 

            “แตม คือ แตมกลัว”

 

            ผมชักกลัวตัวเองมากกว่าที่พูดแบบนี้ออกไป

 

            แล้วแทนคำตอบ พี่ไคลุกขึ้นยืนจนผมหน้าเสีย รู้สึกว่าตั้งแต่เปิดใจรับพี่ไคเข้ามา ตัวเองชักจะใจง่ายมากขึ้นเรื่อยๆ แถมครั้งนี้ยังใจกล้าหน้าด้านขอให้เขานอนด้วยกันในห้อง ไม่แปลกที่เขาจะเอือมผม

 

            ทำไงดี แค่คิดว่าเขาจะเอือมผมแล้ว หัวใจก็วูบโหวงเอาดื้อๆ

 

            “ปิดไฟแล้วนะ”

 

            “....ครับ” ผมได้แต่พึมพำตอบรับ มองภาพที่มืดลง พร้อมกับดวงตาที่ชื้นขึ้น แล้วก็หลับตาข่มความอับอาย

 

            ฟึ่บ

 

            “!!!

 

            หากผมก็ต้องตกใจแทบตาย เมื่อคนที่ควรจะก้าวออกจากห้องกลับแทรกตัวขึ้นมาบนเตียงอีกฝั่งจนผมตัวแข็งทื่อ รับรู้ได้ถึงเตียงที่ยวบไหวไปมา

 

            “นอนเถอะ คืนนี้ฉันอยู่เป็นเพื่อน”

 

            ทำไมนะ ทั้งที่ผมไม่ได้แตะต้องโดนตัวของพี่ไคเลยสักนิด แต่ผมกลับรู้สึกถึงไออุ่นของเขาที่แผ่มาถึงจุดที่ผมนอน ใบหน้าที่แดงด้วยความอับอาย เหมือนจะร้อนขึ้นเพราะความขัดเขิน ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากที่เกิดหลายอย่างขึ้น ผมไม่กล้าพอที่จะซุกตัวเข้าหาพี่ไคหรอก ทำได้แค่นอนตัวแข็งอยู่ฝั่งตัวเอง พร้อมกับหัวใจที่เต้นรัว

 

            ใครบางคนตามใจผมอีกแล้ว

 

            “ฝันดีครับพี่ไค”

 

            ผมกระซิบบอกเขา แล้วก็กอดตัวเองแน่น ซุกหน้าลงกับหมอนอย่างขัดเขิน ได้ยินเสียงเขาตอบรับในคอ จนรีบหลับตาลง

 

            ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบจนแทบได้ยินเสียงหายใจของอีกฝ่าย

 

            เวลายังคงเดินผ่านไปทุกนาที ผมเองก็คลายความตื่นเต้นลงได้บ้างแล้ว แต่ผมกลับนอนไม่หลับ ทั้งที่คิดว่าความเหนื่อยล้าจะทำให้ผมหลับเป็นตาย แต่นี่รู้สึกตาค้างยิ่งกว่ากินกาแฟสักสิบแก้ว ก่อนที่จะนึกขึ้นได้ว่านอกจากแม่ ผมไม่เคยนอนเตียงเดียวกับใครมาก่อนเลยนี่นา

 

            ถ้าไม่นับรวมการเข้าค่ายรด.ที่นอนในเต๊นท์เดียวกันเป็นกองพัน แม้แต่ไอ้เคอร์ยังไม่เคยนอนเตียงเดียวกับผมด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้พี่ไคกำลังนอนอยู่ห่างออกไปนิดเดียว จนผมยิ่งนอนไม่หลับ มันกระสับกระส่ายไปหมด ก่ำกึ่งระหว่างความตื่นเต้นกับความประหม่า

 

            แม้ผมจะนอนไม่หลับ แต่ผมก็ไม่มีความคิดที่จะขอให้พี่เขากลับห้อง จนได้แต่ขดตัวเป็นก้อนกลม แล้วอดคิดไม่ได้ว่าวันนี้หนาวจัง

 

            ไม่ใช่แค่หนาวธรรมดา หนาวมากเลยแหละ

 

            ผมตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ยี่สิบห้าองศาตลอด แต่วันนี้ดูเหมือนอากาศจะต่ำกว่านั้น จนนึกขึ้นได้...พี่ไคไปปรับมันใช่มั้ย

 

            ไม่ใช่ว่าตอนที่ผมบ่นว่าร้อนเลยทำให้พี่ไคไปเปลี่ยนอุณหภูมิของแอร์ฯ ทั้งห้องหรอกนะ

 

            คราวนี้แหละ ผมนี่ขดตัวเป็นก้อนเลย เพราะแม้ผ้านวมจะหนา แต่ช่องว่างระหว่างผมกับพี่ไคที่นอนห่างกันก็ทำให้ลมภายนอกมันเข้ามาข้างในจนอดจะสั่นไม่ได้ แต่ก็ไม่กล้าลุกไปปรับ ได้แต่พยายามข่มใจให้หลับอยู่แบบนั้น จนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน

 

            “เฌอแตม” ผมได้ยินเสียงพี่ไคเรียก แต่ผมไม่กล้าขยับตัว ไม่อยากบอกให้เขารู้ว่าผมตื่นเต้นแค่ไหน

 

            ยวบ

 

            ผมเกือบห้ามอาการสะดุ้งไม่ได้ เมื่อรู้สึกถึงฟูกที่ขยับอยู่ด้านหลัง พร้อมกับไออุ่นที่ปะทะโดนตัว

 

          พี่ไคอยู่ใกล้แค่นี้!

 

            พี่ไคคงคิดว่าผมนอนหลับแล้วแน่ๆ เพราะรู้สึกเหมือนเขาชะโงกหน้ามาดู แต่การที่เขานิ่งไป ทำให้ผมคิดว่าเขาคงจะกลับไปนอนที่เดิม แต่มันไม่ใช่...

 

            “อย่าเพิ่งตื่นเลยนะ” เขากระซิบกับผมเสียงเบา

 

            หมับ

 

            ทันใดนั้น ความหนาวเย็นก็พลันเปลี่ยนเป็นความอบอุ่น เมื่อเขาเลื่อนมือมาพาดเข้าที่เอวของผม แล้วดันตัวเข้ามาจนแผ่นอกของเขาแนบกับแผ่นหลังของผม ส่งผ่านความร้อนที่ทำให้ตัวผมอุ่นจนน่ากลัว ผมยิ่งนอนนิ่งกว่าเดิม ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว

 

            “ขอโทษที่ฉวยโอกาส แต่ฉันไม่อยากปล่อยเธอ” พี่ไคกอดผมแน่นขึ้น ซบหน้ากับศีรษะของผม จนผมยิ่งใจสั่น

 

          คนฉวยโอกาสที่ไหนขอโทษกัน

 

            ผมได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นแรงมาก มันสะท้อนอยู่ตรงแผ่นหลังของผม จนผมเองก็กลัวเขาจะได้ยินเสียงหัวใจของผมเหมือนกัน แต่พี่ไคคงคิดว่าผมหลับสนิทไปแล้วแน่ๆ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เข้ามากอดผมแบบนี้ จากนั้น เขาก็เอ่ยอีกคำที่ทำให้หัวใจของผมอุ่นเหมือนร่างกาย

 

            “อย่าทำให้เป็นห่วงอีกนะ”

 

            ผมเคยคิดว่าเขาเป็นพวกปากหนัก แต่เขากลับบอกซ้ำๆ ย้ำหลายครั้งให้ผมรู้ว่าเขาเป็นห่วงมากแค่ไหน ผมก็แค่ต้องเปลี่ยนมุมมองต่อผู้ชายคนนี้ ทุกอย่างที่ผมสัมผัสมาตั้งแต่ต้นก็กลับตาลปัตรทั้งหมด

 

            ก่อนหน้านี้ผมนอนไม่หลับ แต่น่าแปลก พอพี่ไคกอดผมเอาไว้ ส่งผ่านความอบอุ่นมาให้ ผมกลับรู้สึกง่วงงุนมากขึ้นทีละน้อย และก่อนจะรู้ตัว ผมก็เอามือวางทาบทับมือของเขาที่กอดผมเอาไว้อีกที แล้วก็เข้าสู่นิทราที่มีฝันหวานรออยู่

 

          พี่ไคอุ่น...ดีจัง แตมเป็นคนเดียวที่รู้ว่าพี่เป็นคนอบอุ่นแค่ไหน

 

            นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ผมบอกตัวเองก่อนที่จะหลับไป

 

...........................................

 

            ครบค่ะ นายเอกเซ็ตนี้มีหรือไม่แฮด อืม พอมาคิดแล้วก็จริงเนอะ น้องแตมเองก็มีความแฮดในตัว (คือทำใจด่าน้องแรดไม่ได้จริงๆ แต่เจ้ากั๊กนี่ด่าเอาๆ) คือเหมือนมีหลบในอะจ้า เอาเข้าจริง เจ้าตัวก็มีความอยากอ้อน อยากน้วยพี่ไคอยู่เต็มที่ ยิ่งพอปล่อยตัวปล่อยใจไปแล้ว ก็ยิ่งอยากแสดงออกชัดๆ เนอะ ส่วนพี่ไคก็แบบ พ่อคนดี พ่อเทวดา พ่อคนประเสริฐ บอกเลยว่าเรื่องนี้ถ้าน้องแตมไม่รุก ก็อย่าหวังเลยว่าจะได้เสียเป็นผัวเมีย แฮ่

            อ้อ พอดีมีคนถามเข้ามาหลายช่องทางว่าเรื่องนี้ยังมีหนังสืออยู่หรือเปล่า คำตอบคือมีนะคะ สามารถติดต่อได้ผ่านเพจเฟซบุ๊คเลยฮ้าบบบบบ แอดมินประจำการตอบคำถามให้อยู่เนอะ อีกเรื่องจ้า นิยายเรื่องบังเอิญรักที่กำลังจะทำซีรีส์ในปีหน้านี้มีแอดทวิตอย่างเป็นทางการแล้วเนอะ ที่             https://twitter.com/lovebychanceS

            สามารถติดตามข่าวสารได้ที่ช่องทางนี้เลยฮ้าบ ใครจะเป็นเอ้เป็นพีท ประกาศที่นี่เลยครับผม

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมถูกเปย์ นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 613 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,384 ความคิดเห็น

  1. #10335 MyUniverseOSH (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 14:31
    จำสถานะที่น้องแตมให้พี่ไค

    "คนที่เพิ่งจะเอา-นั่นถูกัน"

    5555555 เป็นแฟน แถมคาบเกี่ยวไปถึงสถานะว่าที่สามีกันแล้วลูก
    #10,335
    1
    • #10335-1 MyUniverseOSH(จากตอนที่ 24)
      14 พฤศจิกายน 2562 / 09:01
      จำอะไรเล่า!! ขำต่างหาก
      #10335-1
  2. #10282 Pimnok2124 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:31
    อหหหห ดูเมคเซ้นส์ครั้งแรกเลยอ่ะพี่ไค เกรด3.5ขึ้นแลกเงินค่าเทอม สุดยอด!!
    #10,282
    0
  3. #10236 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 16:49
    พี่ไคละมุนอ่า งือออออ
    #10,236
    0
  4. #10127 rattanalak44 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 19:44
    ยิ่งอ่านยิ่งดี
    #10,127
    0
  5. #9695 lills (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 20:46
    พี่ไคอบอุ่นนนนนมาก
    #9,695
    0
  6. #9593 Red_Bunny (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 21:50
    ละมุนไปอีกกกกกก งือออออ คือดีย์งามมากกกก> #9,593
    0
  7. #9420 Bebepatta (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 23:44
    คุณไคคนดี 2018
    #9,420
    0
  8. #9390 Serin71228 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 07:48
    แบบบบบบบ แบบมัน แงงงงง อบอุ่นเหลือเกิน งุ้ยๆๆๆ
    #9,390
    0
  9. วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 13:43
    จากซาตานกลายเป็นเทพบุตรเลย โถ่ พ่อคู้นนน
    #9,285
    0
  10. #9273 to_eyyyoooo (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 20:35
    ละมุนมากค่าา
    #9,273
    0
  11. #8894 kindlyjh (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 22:50
    พี่ไคคนดี ฮรุกกก
    #8,894
    0
  12. #8878 แคนต้าลูปปปป ^^ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 07:44
    อยากได้ผู้ชายแบบพี่ไคมาเปย์บ้างจังค่ะ แง้ง
    #8,878
    0
  13. #8780 pcy921 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 16:19
    น่ารักกกก
    #8,780
    0
  14. #8759 DKdabble (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 00:03
    ขอพี่ไคอีกสักคนได้มั้ยคะ จะห่อกลับบ้านนนน
    #8,759
    0
  15. #8385 M I N E. (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:51
    อหหหหหหหหหหหห นี่คนหรือพระอาทิตย์ ทำไมอบอุ่นนนนนนนน
    #8,385
    0
  16. #8278 loocbomb (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 12:33
    อหหห พี่ไคเวลอัพอะ

    น่ารักขึ้นเรือยๆ
    #8,278
    0
  17. #7998 Namtan_Eiei94 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 22:56
    อยากได้คนจ่ายค่าเทอมให้มั่งง่ะ อิจเฌอแตม555
    #7,998
    0
  18. #7869 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 10:01
    พี่ไคอบอุ่นมากกกกกก
    #7,869
    0
  19. #7822 MIA_MIA (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 19:32
    พี่ไคคนแมน น้องแตมน่ารักกกกก
    #7,822
    0
  20. #7816 Thitaphorn Tiemnara (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 21:07
    ละมุนหัวใจ ทำไมพี่ไคช่างเป็นคาดีอบอุ่นขนาดนี้คะะะ กรี๊ดดดดด
    #7,816
    0
  21. #7720 mahnuch (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 13:31
    โอ้ยยย ใจบางมากกก ชอบมากกก
    ฮืออออ พี่ไคคือดี คือผัวมาก โอ้ยยยย
    #7,720
    0
  22. #7565 itzmeboombim (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 17:41
    พี่ไคทำเอาใจบาง พ่อคนดี
    #7,565
    0
  23. #7476 แหวน (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 02:31
    เค้าเอาใจใส่และคอยให้ความอบอุ่นกับน้องเเตฌเราเสมอเลนน้าาาาาา

    #7,476
    0
  24. #7373 Noparat (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 22:21
    พี่ไคอบอุ่น อ่อนโยนกับน้องแตมเสมอ
    #7,373
    0
  25. #7364 minixiuminseok (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 23:25
    พ่อเทพบุตร ดีเหลือเกินดีงามอะไรขนาดนี้พี่ไคคนดีของน้องงง ขอพี่ไคได้มั้ยแตม
    #7,364
    0