[Yaoi] Money Addict ผมมีค่า ต้องกล้าจ่าย! [Boy's Love]

ตอนที่ 22 : ตอนที่ 20 อย่ามาทะลึ่ง!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43,359
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 606 ครั้ง
    2 ธ.ค. 60


ตอนที่ 20 อย่ามาทะลึ่ง!

 

 

 

เฌอแตม

 

            “ไอ้เติ้ลเอ๊ย ถ้าอาจารย์อ้อมรู้ว่าลูกรักเขาทำตัวแบบนี้ในวิชาเขา มึงโดนดีดแน่”

 

            “ไม่เป็นไร กูตัวไม่เล็กเหมือนชื่อ ดีดไงกูก็กระเด็นไม่ไกลหรอก”

 

            “เออๆ ลอกไป สอบไม่ได้ขึ้นมาจะขำให้”

 

            “ไม่เป็นไร พี่รหัสกูเก่ง เดี๋ยวไปให้พี่รหัสกูติว”

 

            “พี่แตมคงติวให้มึงหรอก”

 

            “อูย มึงไม่รู้ซะแล้วว่ากูนี่มือกีต้าร์ประจำตัว...โอ๊ย!

 

            ผมเดินลงมาจากตึกคณะตั้งแต่ได้ยินเสียงแจ้วๆ ของน้องรหัสตัวดี แล้วเดินมาข้างหลัง แต่ยังไม่ทัก จะรอฟังก่อนว่ามันกับเพื่อนสนิทอย่างน้องดรคุยอะไรกัน จนยกนิ้วแตะริมฝีปากให้รุ่นน้องอีกคนพยักหน้ารับ แต่พอได้ยินว่าลิตเติ้ลคิดจะมาหวังพึ่งใบบุญผม...ผมก็เขกหัวมันสิ

 

            นี่ผมเปล่าหมั่นไส้มันตกค้างจริงๆ นะ

 

            “ใครวะ...อ้ะ! พี่แตม หวัดดีคร้าบบบบ” ลิตเติ้ลก็มองมาเหมือนจะเอาเรื่องในแวบแรก แต่เมื่อเห็นว่าเป็นผม ก็ยกมือไหว้ ฉีกยิ้มกว้างทันควัน แล้วยังไม่วายที่จะแบมือมาตรงหน้า จนผมขมวดคิ้วฉับ

 

            “อะไร”

 

            “ขนมเลี้ยงน้อง”

 

            “มีแต่มะเหงกน่ะจะกินมั้ย”

 

            “อูยยย” อีกฝ่ายยกมือกุมหัวทันที ส่ายหน้าขวับ ทำหน้าน้อยอกน้อยใจที่ผมเคยรู้สึกผิด แต่มาตอนนี้ ผมไม่ยักกะรู้สึกแบบนั้น มีแต่ความหมั่นไส้ล้วนๆ ยิ่งตอนที่เติ้ลงึมงำ

 

            “แต่ไม่เป็นไร เติ้ลกินแซลมอนจากพี่ไคคุ้มแล้ว”

 

          ขออีกสักโป๊กได้มั้ยวะ

 

            ผมนี่เงื้อมือขึ้นมาแล้ว แต่ติดที่ไอ้เคอร์จับแขนเอาไว้ก่อน มันเองก็หัวเราะตาพราว ดูจะขำเวลาผมฟาดงวงฟาดงาใส่รุ่นน้องเหลือเกิน

 

            โอเค ก่อนหน้านี้บอกไม่ได้หึง แต่ตอนนี้ยอมรับก็ได้ว่า...หวง!

 

            ไอ้เคอร์เองก็ดูรู้ทัน แต่มันไม่พูดอะไร แค่หันไปพยักหน้ารับไหว้น้องดร ก่อนที่จะหันมาหาเจ้าตัวเล็กตัวน้อยที่ขนาดตัวไม่ได้เล็กเหมือนชื่อ

 

            “ได้ข่าวว่าถูกจีบหรือเติ้ล”

 

            “ห้ะ ไอ้เติ้ลเนี่ยนะพี่ มีใครอยากได้มันทำผัวด้วยหรือ” ผมอยากพยักหน้าเห็นด้วยกับน้องดร แต่ปัดความจริงที่ว่ากำลังมีผู้ฟังของผมคนหนึ่งอยากจะจีบมันทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้าไม่ได้ ตอนแรกก็คิดว่าล้อกันเล่นขำๆ แต่พอพี่โตเขากดวีไอพีให้ผม ผมก็จะยอมบอกไลน์ผมให้ แล้วเชิญเข้ากรุ๊ป แต่พี่โตบอกว่าไม่เป็นไร เขาไลน์มาเพื่อถามหาไลน์เติ้ลอีกที

 

            สรุปแล้วที่พี่โตกดวีไอพีให้ผมเพื่อหาทางไปคุยกับเติ้ล?

 

            นี่ผมงงจริงๆ นะว่าพี่เขาไปนึกถูกใจตอนไหน ก็วันนั้นไม่เห็นหน้า ไม่เห็นหุ่น ได้ยินแค่เสียงกับฝีมือเล่นกีต้าร์เท่านั้น

 

            “อูย ดูถูกกูนะมึง กูมีของกูก็แล้วกันน่า” เติ้ลตบอกอย่างภาคภูมิใจ แต่คราวนี้เคอร์ส่ายหน้า

 

            “พี่ฟังมาจากไอ้แตมแล้ว พี่ว่าอย่าเลย หน้าก็ไม่เคยเห็น” เพื่อนผมเตือนด้วยความหวังดี และผมก็เห็นด้วย แต่ลิตเติ้ลกลับยิ้มร่า หันไปเปิดกระเป๋า จากนั้นก็คว้าไอแพดขึ้นมาชูหน้าพวกผม ปากก็ว่าอย่างภาคภูมิใจ

 

            “ไม่เป็นไรพี่เคอร์ เติ้ลยึดไอ้นี่มาจากพี่สาว”

 

            “ไอแพด? แล้วไง?”

 

            “อ่าฮะ นี่ไง เติ้ลก็แค่เปิดไลน์ใหม่ไว้คุยกับพี่โต เอาภาพกีต้าร์ขึ้น เห็นม้า แค่นี้ก็ไม่อันตรายแล้ว แค่คุยด้วยเอง แล้วเซนส์เติ้ลก็บอกว่าพี่โตคนนี้ไม่เลวร้ายอะไรหรอก เติ้ลว่าเขาแค่อยากคุยเรื่องเพลงมากกว่า” ผมชักปวดหัวกับซิกเซ้นส์มันแล้วนะ นี่ตกลงมันเรียนบัญชีหรือไสยศาสตร์วะ

 

            “เห็นมั้ยปลอดภัยหายห่วง”

 

            ผมชักห่วงแล้วสิว่าน้องรหัสผมเต็มเต็งจริงๆ หรือเปล่า แล้วผมคงแสดงออกทางสีหน้ามากไป เพราะลิตเติ้ลว่าต่ออย่างร่าเริง

 

            “ไม่ต้องห่วงเติ้ลน่าพี่แตม แค่คุยไลน์ ไม่ได้ไปนัดเจอกันสักหน่อย พี่แตมเองก็ต้องเอาใจพวกที่กดวีไอพีให้ใช่มั้ยล่ะ พี่เคอร์ติวเข้มว่าด้วยเรื่องดีเจการีน่าตอนไปส่งเติ้ลเมื่อคราวก่อนแล้ว” มันก็ใช่ที่ผมเองก็ต้องคุยเล่น ตามใจพวกยูสเซอร์เสียเงิน แต่ผมก็ไม่คิดจะขายน้องกินหรอกนะ แม้เจ้อมจะบอกว่าพี่ชายกระเป๋าหนักแค่ไหนก็ตาม

 

            “เติ้ลเองก็อยากมีเพื่อนคุย ยิ่งพี่โตชมว่าเติ้ลเก่งนะ โอ๊ย ตัวนี่สั่นริกๆ อยากถูกชมอีกเลยล่ะ”

 

            บางทีผมก็สงสัยว่าห่วงมันทำบ้าอะไรวะ

 

            “เอาไงดี” แต่ผมก็หันไปถามไอ้เคอร์ก่อน ซึ่งมันก็นิ่งไปนิด

 

            “เอาเป็นว่าถ้าเติ้ลจะคุย พวกพี่ก็ไม่ห้ามหรอก แต่อย่าไว้ใจคนที่เจอกันในเน็ตง่ายๆ ก็แล้วกัน” ผมนึกว่าเพื่อนจะห้าม แต่ไอ้เคอร์กลับยอมซะงั้น จนผมลังเลแรงมาก ด้วยพื้นฐานที่ว่าผมไม่ใช่คนที่ไว้ใจใครง่ายๆ แต่ที่ยอมให้ไลน์ส่วนตัวคนนี้คนนั้นก็เพราะงานล้วนๆ เลยไม่แน่ใจว่าควรจะเอาไลน์เฉพาะกิจของเติ้ลให้พี่คนโตดีหรือเปล่า

 

            “เดี๋ยวนะ ตกลงคนที่จีบมึงนี่ใครวะไอ้เติ้ล”

 

            “ไม่รู้สักเรื่องจะตายมั้ยวะไอ้สันดอน”

 

            “สัส กูชื่อดร เดี๋ยวก็ไม่ให้ลอกงานอาจารย์อ้อมซะเลยนี่!

 

            “อ้ะ ขอโทษๆๆๆ พรุ่งนี้ก็ส่งแล้ว มึงไม่ใจร้ายกะกูหรอกเนอะ”

 

            RRRRrrrrrrrrrrr

 

            ผมกำลังคิดหนักยามมองรุ่นน้องสองคนเถียงกัน แต่แล้ว โทรศัพท์ของผมก็สั่นแรงๆ จนรีบคว้าขึ้นมา แล้วก็นิ่งไปอึดใจ จากนั้น...มุมปากของผมก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มกว้างขึ้นเรื่อยๆ

 

            “พี่แตมเป็นไร ทำหน้าเหมือนถูกหวย”

 

            ผมย่นคิ้วใส่รุ่นน้องที ขณะที่เลื่อนปลายนิ้วเข้าสู่แอพพลิเคชั่นไลน์ กดเข้าไปในหน้าของลิตเติ้ล แล้ว...

 

            ติ๊ง

 

            “นั่นไลน์พี่โต ไปตัดสินใจเอาเองว่าจะคุยมั้ย...ไอ้เคอร์ กูกลับก่อนนะ”

 

            “อ้าวเฮ้ย!

 

            ความลังเลผมหายวับไปเพียงเพราะข้อความสั้นๆ ข้อความเดียว

 

            ...ฉันอยู่หน้าคณะ...

 

            เท่านั้นแหละ รุ่นน้องจะโดนหลอกโดนต้มหรือถูกเซนส์มันแทงข้างหลังก็ช่างแม่ง ผมจัดการหมุนตัววิ่งไปยังหน้าตึก ไม่ฟังเสียงเพื่อนที่ร้องถามอย่างงุนงง กระทั่งเห็นรถมินิคูเปอร์คันสวยจอดเด่นเป็นสง่า ผมก็รีบก้าวเร็วๆ ไปหา เปิดประตูขึ้นไปนั่งข้างคนขับอย่างรวดเร็ว

 

            “พี่ไคมาได้ไง”

 

            “มารับ”

 

            “ไม่ๆ หมายถึงพี่ผ่านมาหรือ” ผมยิ้มให้คนขับ แบบที่พี่ไคก็ส่ายหน้าช้าๆ แล้วเขาก็บอกด้วยประโยคที่ทำให้ผมหุบยิ้มไม่ลง

 

            “เปล่า ไม่ได้ผ่านมา แต่ตั้งใจมารับ”

 

            ไม่ได้แค่แวะผ่าน แต่ตั้งใจมาหา...เจตนาที่แตกต่างทำให้หัวใจผมเต้นด้วยจังหวะที่แปลกไป

 

            “...”

 

            ผมสบตากับพี่ไค แล้วพบว่าเขาเองก็จ้องหน้าผมนิ่ง จากนั้นเขาก็ยื่นมือออกมา จนผมเองก็เผลอเกร็งตัว แต่ไม่หนี มองฝ่ามือข้างนั้นที่เลื่อนมายังแก้มของผม ใจเต้นผิดไปหลายจังหวะ รู้ตัวเลยว่ากำลังรอคอยอะไรบางอย่าง แต่แล้ว...มือข้างนั้นกลับเลยผ่านหน้าผมไป

 

            “รัดเข็มขัดนะ”

 

            เพล้ง!

 

          โอ๊ย กูอาย!

 

            ผมได้ยินเสียงกระจกบนหน้าแหลกละเอียด จากที่นึกว่าเขาจะจับแก้ม จะหอมแก้ม หรือ เอ่อ จูบปาก พี่ไคกลับเลื่อนไปดึงสายเข็มขัดนิรภัยมารัดให้ผมอย่างรวดเร็ว บอกเสียงเรียบนิ่งจนแก้มผมร้อนผ่าว แต่นี่เปล่าเขิน...อายสิครับ!

 

          นี่มึงหวังอะไรของมึงวะไอ้แตม!

 

            ผมก่นด่าตัวเอง แต่แล้ว...

 

            ฟึ่บ

 

            “ทีหลังไม่ต้องรีบ เหงื่อเต็มหน้าเลย ฉันรอได้” คนขับยื่นมือมาเช็ดเหงื่อที่หน้าผากให้ผม จนผมช้อนตาขึ้นมองเขาอีกครั้ง แล้วอดรู้สึกไม่ได้ว่าเขาเป็นห่วง จนไม่กล้าบอกความจริงเลยว่าเหงื่อนี่มันซึมตั้งแต่ออกจากห้องเลกเชอร์เย็นฉ่ำมาเจออากาศร้อนๆ ภายนอกแล้ว ไม่ได้เกี่ยวกับที่ผมรีบวิ่งมาหาเขาเลย แต่...พี่ไคก็พูดไม่ผิดหรอก

 

            ผมก็รีบมาหาทันทีที่เห็นข้อความจริงนั่นแหละ

 

            นอกจากนั้น ผมคงต้องปิดปากเงียบต่อไปเพราะว่า...ผมชอบที่พี่ไคเช็ดหน้าให้ผมอย่างอ่อนโยน

 

.................................................

 

ต่อค่ะ

 

          วันนี้เราไปกินข้าวด้วยกันมั้ย

 

          แต่วันนี้แตมมีงาน

 

          หลังเลิกงานไง

 

          เอ๋?

 

          เย็นนี้...ฉันขอไปรับนะ

 

            แม้ว่านับตั้งแต่ครั้งที่ผมจับตรงนั้นของพี่ไคจะไม่มีอะไรคืบหน้า แต่ผมก็พบว่าผมกำลังสนิทกับพี่ไคมากขึ้น กำลังวางใจเขามากขึ้น เพราะจากที่เราแค่กินมื้อเย็นด้วยกัน (เพราะบางทีพี่ไคเพิ่งเข้านอนในตอนเช้าเลยไม่อยากกวน) เขาก็แวะมารับผมที่มหาวิทยาลัยอีกสองสามครั้ง คุยกันเรื่องสัพเพเหระอย่างเรื่องซักผ้า ล้างจาน อยากทานอะไร ซึ่งอาจจะดูไร้สาระ แต่ผมกำลังอุ่นใจ

 

            ผมพบว่าผมชอบที่คุยเรื่องธรรมดาๆ กับเขา มันทำให้ผมรู้สึกว่าเราใกล้กัน แล้วเมื่อเช้า ตอนที่ผมกำลังจะออกจากบ้าน เพราะต้องมาทำงานในร้านเสื้อผ้า พี่ไคก็โผล่ออกมาจากห้องทำงาน เอ่ยปากชวนผมกินข้าว อย่างที่หากเป็นเมื่อก่อนคงปฏิเสธแบบไม่คิดซ้ำสอง แต่คราวนี้ผมกลับเสียดายที่ต้องมาทำงาน แล้วเชื่อมั้ยล่ะว่าผมเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มในอีกหลายวินาทีต่อมา เมื่อเขาบอกว่าจะมารับ

 

          เย็นนี้เราจะไปกินข้าวกัน

 

            ผมยิ้มกว้างเลยล่ะ ผมไม่ได้หวังว่าจะกินอะไรแพงๆ หรอกนะ มันไม่อยู่ในเศษเสี้ยวความคิดผมด้วยซ้ำ และการที่ผมก็ไม่ได้ออกมากินข้าวข้างนอกกับคนอื่นที่นอกเหนือจากแม่และเพื่อนมานานมากแล้ว ผมเลยตั้งตารอว่าเมื่อไหร่จะเลิกงานสักที

 

          ทำไมวันนี้เวลามันผ่านไปช้าจัง

 

            ผมคิดแบบนั้น แต่ก็ไม่มีอะไรที่ทำให้ผมรู้สึกสุขน้อยลงเลย

 

            “วันนี้แตมดูอารมณ์ดีนะ มีเรื่องดีๆ หรือ” มันมากพอให้เพื่อนร่วมงานเอ่ยปากทัก

 

            “เอ๋ ชัดขนาดนั้นเลยหรือพี่” ผมยกมือแตะปากตัวเอง แบบที่อีกฝ่ายพยักหน้าแรงๆ

 

            “อื้อ วันนี้เหมือนได้ยินแตมฮัมเพลงด้วย แน่ะ มีนัดกับแฟนหรือจ๊ะสุดหล่อ” อีกฝ่ายกระเซ้า แต่ทำให้ผมหน้าร้อนวูบขึ้นมาทันที เพียงแค่คิดถึงคนที่ผมนัดด้วย

 

            “แฟนอะไรล่ะครับ เปล่าสักหน่อย”

 

            ผมเปล่าเป็นแฟนพี่ไคสักหน่อย พี่ไคยังจีบผมไม่ติดเลย...หรือเปล่าวะ

 

            “แน่ะๆๆ หน้าแดงนะเรา”

 

            “โธ่ ไม่มีอะไรจริงๆ ครับ อ้ะ...รับทุกตัวเลยมั้ยครับ” ก่อนที่ผมจะเผยไต๋ให้เพื่อนร่วมงานรู้ ผมก็รีบส่งยิ้มให้ลูกค้าที่ก้าวออกมาจากห้องลองเสื้อ รับตะกร้าและป้ายหมายเลขที่บอกว่าลูกค้าเอาเสื้อผ้าไปลองกี่ชุดคืน ถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ

 

            “ไม่เอาสองตัวนี้ค่ะน้อง ที่เหลือเอาหมด”

 

            “ขอบคุณมากนะครับ”

 

            “ขอบคุณนะคะ”

 

            ผมส่งตะกร้าคืนให้ แล้วหันไปมองห้องลองชุดที่ดูว่างกว่าปกติ

 

            “วันนี้ลูกค้าไม่ค่อยเยอะเนอะ”

 

            “นั่นสิ สงสัยเพราะเลยสิ้นเดือนมาแล้ว”

 

            อาทิตย์ก่อนก็ยุ่งจะเป็นจะตาย ไหนจะลูกค้าเต็มร้าน ไหนจะเปลี่ยนสินค้าโชว์ แถมไอ้เคอร์ยังมากวนประสาทเล่นอีก พอวันนี้มาประจำอยู่ที่ห้องลองชุดกับพี่ผู้หญิงอีกคนเลยรู้สึกว่างแปลกๆ

 

            “น้อง น้องครับ”

 

            ผมว่าผมคงบ่นมากเกินไป เพราะทันใดนั้น ลูกค้าทางฝั่งห้องลองผู้ชายก็ร้องเรียก จนเหลียวกลับมามองเพื่อนร่วมงาน ต่างฝ่ายต่างสงสัย แต่ผมก็รีบเดินไปหาคนที่ยื่นหน้าโผล่ม่านกั้น แล้วถามด้วยรอยยิ้มสุภาพ

 

            “มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคุณลูกค้า” อีกฝ่ายโน้มหน้ามานิด จนผมต้องพยายามไม่ให้ก้าวถอยหลังหนี

 

            “ซิปติดน่ะ”

 

            “เอ่อ” พอเขาบอกปัญหา ผมก็ถึงกับนิ่งไปหลายอึดใจ เพราะมั่นใจว่าเสื้อผ้าช่วงนี้เน้นหนักที่เสื้อยืด กับเสื้อโปโล ไม่ใช่พวกเสื้อกันหนาวที่มักจะมีซิปติดมาด้วย ดังนั้น ไอ้ที่ติดเนี่ยไม่น่าใช่ท่อนบน แต่น่าจะเป็นท่อนล่างอย่างกางเกง

 

            สิ้นการประมวลผล ผมก็แทบจะหันไปมองเพื่อนร่วมงานอีกคน เพราะลืมไปว่าทางนั้นก็ผู้หญิง

 

          ยังไงก็ต้องกูนี่หว่า!

 

            “ช่วยหน่อยได้มั้ย มันติดกับบ็อกเซอร์”

 

            แม้จะมีคนชมว่าผมน่ารักยังไง แต่ผมก็เป็นผู้ชาย ผมก็พอจะเข้าใจปัญหาหนักอกเวลาซิปติด ยิ่งตรงนั้นด้วย คงไม่มีใครอยากให้พนักงานทั้งร้านมาช่วยแงะซิปหรอก และผมก็ยืนยันอีกทีว่าเป็นผู้ชาย ดังนั้นมันจึงไม่เสียหายเท่าให้พี่ผู้หญิงอีกคนมาช่วย

 

            “ลองค่อยๆ รูดดูนะครับ”

 

            “ถ้าพี่ทำได้จะเรียกน้องมามั้ย” ลูกค้าเริ่มอารมณ์เสีย จนผมก็ลังเลเพียงครู่

 

            “ผมขอดูหน่อยครับ” ผมยื่นหน้าเข้าไปในห้องลองชุดแคบๆ แล้วเกือบจะผงะหนี เมื่ออีกฝ่ายดึงเสื้อขึ้นมาเหนือพุงโตๆ จนเห็นขนยุบยับ แถมกางเกงยีนส์ที่ทางนั้นสวมก็ดูจะตัวเล็กกว่าขนาดจริงไปหลายไซส์ ไม่แปลกที่มันจะติด ที่สำคัญคือซิปที่ไปติดกับบ็อกเซอร์มันหมิ่นเหม่ตรงนั้นน่าดู

 

            “น้องเข้ามาช่วยพี่เลยได้มั้ย”

 

            “เอ่อ มีกฏว่าห้ามปิดม่านอยู่กับลูกค้าสองคนครับ ผมว่า...”

 

            “แล้วจะให้พี่ทำยังไงวะ! จะประกาศให้พี่อายลั่นร้านเลยมั้ย!” อีกฝ่ายยิ่งไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ และท่าทางลังเลของผมก็คงทำให้เพื่อนร่วมงานสังเกตเห็น เพราะทางนั้นก็เดินมาหา และนั่นก็ทำให้ลูกค้า...

 

            หมับ

 

            “เฮ้ย”

 

            ฟึ่บ

 

            อีกฝ่ายดึงผมเข้ามาในห้องลองชุด แถมยังปิดม่านอย่างรวดเร็ว จนตื่นตระหนก แต่ยังพอมีสติยื่นหน้าออกไปนอกม่านเพื่อบอกกับเพื่อนร่วมงาน

 

            “ลูกค้าซิปติดพี่ เดี๋ยวผมลองช่วยดูก่อน”

 

            “พี่ไปบอกผู้จัดการให้มั้ย”

 

            “เดี๋ยวขอผมลองดูก่อนแล้วกัน” ผมฝืนยิ้มส่งให้ ไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ กระทั่งอีกฝ่ายกลับไปประจำที่หน้าทางเข้าห้องลองเสื้ออีกครั้ง ผมก็หันมามองลูกค้าตัวโตที่กำลังทำหน้าเอาเรื่อง

 

            “ขออนุญาตนะครับ”

 

            ตอนนี้เสียงของผมเริ่มสั่น ยามที่ก้มลงมองเป้ากางเกงอีกฝ่าย แต่นี่ไม่ใช่ความรู้สึกตื่นเต้นเหมือนตอนที่จับของพี่ไค หากแต่เป็นความกลัวจับใจเหมือนตอนที่ผมโดนตรงนั้นของพี่ไคครั้งแรก จนรู้สึกว่ามือเริ่มชื้นไปด้วยเหงื่อ แต่ก็ทำใจสู้ด้วยการยื่นไปจับปลายซิปแล้วรูดเบาๆ

 

            “เบาๆ สิน้อง”

 

          กูเบาแล้วโว้ย!

 

            ผมแทบจะกลั้นหายใจ เพราะจากมุมนี้มันมองไม่เห็น ผมเลยต้องก้มตัวลงอีกหน่อย ซึ่งทางนั้นก็เต็มใจแบบที่ผมไม่ต้องการด้วยการแอ่นตรงนั้นมาให้ ซึ่งการเข้าใกล้ ทำให้ผมเห็นขนยุบยับชัดมากขึ้น และมันก็ทำให้ผมเห็นว่าซิปติดกับผ้าของบ็อกเซอร์ยังไงชัดเจนขึ้นด้วย

 

            “มันเกี่ยวกันอยู่ครับพี่”

 

            “น้องก็รีบดึงสิ”

 

            จากใจเลยว่าอยากร้องหาผู้จัดการแล้ว

 

            ผมรีบปัดไล่ความงอแงในใจ แล้วหายใจเฮือก ยื่นมือเข้าไปจับปลายซิปข้างหนึ่ง จับกับขอบบ็อกเซอร์อีกข้างหนึ่งเพื่อดึงให้มันหลุดจากกัน แต่...

 

          กูโดน ไอ้เหี้ย! กูโดน!

 

            ผมสั่นไปทั้งตัว เมื่อมือที่คีบบ็อกเซอร์จับโดนตรงนั้นแน่ๆ จนขนลุกซู่ไปทั้งตัว รู้สึกแย่อย่างบอกไม่ถูก แต่ปลอบใจตัวเองว่านี่ลูกค้า แล้วเขาก็กำลังใจเสียที่ถอดกางเกงไม่ได้ แค่กลั้นใจนิดเดียวเดี๋ยวมันก็หลุด ผมเลยหลับหูหลับตา พยายามแก้ซิปที่ติดด้วยความสามารถอันน้อยนิด เพื่อพบว่า...

 

            “น้อง ออกแรงหน่อยสิ”

 

          มัน...มัน...มันขยาย!

 

            เวลานี้ผมไม่ตลกแล้ว เพราะส่วนที่ควรจะสงบอยู่ในบ็อกเซอร์กำลังแข็งโดนมือผมอยู่ แถมเสียงของลูกค้าที่เร่งก็กำลังกระเส่า จนผมทำใจกล้าเหลือบขึ้นมองหน้าเขา แล้วพบว่าเขากำลังทำหน้า...xเต็มที่

 

ต่อค่ะ

 

            หมับ

 

            “จับไปเลยสิน้อง ยึกๆ ยักๆ เมื่อไหร่จะเสร็จ”

 

          ไม่เอาๆๆๆ ไม่เอานะ

 

            อีกฝ่ายบอกปนหอบไม่พอ เขายังคว้ามือผมจับหมับเข้าที่เป้ากางเกงซึ่งกำลังแข็งโด่ตอบโต้มือผมอย่างรวดเร็ว จนสติผมกระเจิดกระเจิง ความกลัวเข้าครอบงำหัวใจ พอๆ กับความรู้สึกคลื่นไส้ที่จู่โจมลำคอ อย่างที่ผมมั่นใจว่าต่างจากตอนพี่ไคลิบโลก

 

            ตอนนี้ผมขยะแขยง!

 

            “อืม อูย น้อง แก้ซิปสิ หน้าที่ไม่ใช่หรือ”

 

          หน้าที่เหี้ยอะไรล่ะ!

 

            ผมอยากจะสบถใส่หน้า แต่สิ่งที่ผมทำคือน้ำตาคลอเบ้า อึ้งจนตัวแข็ง กลัวจนทำอะไรไม่ถูก หาเสียงที่ร้องขอความช่วยเหลือไม่เจอ ยิ่งมันกำลังดันมือผมให้โดนตรงนั้นมากขึ้น ผมก็รู้ตัวเลยว่าผมกำลังจะร้องไห้

 

            “หน้าน้องนี่โคตรน่ารัก”

 

            มันจงใจเรียกผมมาทำแบบนี้อยู่แล้วสินะ!

 

            “พะ...พี่ ปล่อยผมเหอะ ขะ...ข้างนอกคนเยอะแยะนะพี่” ผมเอาสติสุดท้ายมาขอร้องมัน แต่ไอ้หื่นกามนี่ไม่สนใจ มันยิ่งทำหน้ากระสันที่ทำให้ผมสั่นไปทั้งตัว บังคับมือผมให้ถูกับส่วนนั้นใต้กางเกง หอบหายใจกระเส่า แล้วในขณะที่ผมตั้งใจจะรีบถอยออกนอกม่าน

 

            หมับ

 

            มันกลับใช้อีกมือขยำตูดผมแล้วดึงเข้าหาตัว

 

            “พะ...พี่ ปล่อย ปล่อยผมเหอะ ปล่อยผม” ตอนนี้ผมมือไม้อ่อนไปหมด ขยะแขยงจนแทบจะอ้วก เมื่อมันลูบก้นผม ถูไอ้นั่นเข้าหามือผม จนผมรู้ว่าผมไม่โอเคกับตรงนั้นของผู้ชายทุกคน เอาจริงๆ คือผมโอเคแค่กับพี่ไค และนั่นทำให้ผมน้ำตาเล็ด

 

            “ผะ...ผมร้องเรียกคนอื่นนะพี่”

 

            “ชู่ววว เอาสิ ใครก็คิดทั้งนั้นแหละว่าน้องเต็มใจเข้ามาเล่นกับพี่ อูย หน้าน้องนี่น่ารักจริงๆ”

 

            ท่าทางจะร้องไห้ของผมทำให้มัน...แข็งกว่าเดิม

 

          ไม่เอาแล้วๆๆ แม่จ๋า ช่วยน้องแตมด้วย พี่ไค ช่วยแตมด้วย ไม่เอาแล้ว แตมกลัว กลัว ฮึก...

 

            “พี่ไค พี่ไค พี่ไค พี่ไค”

 

            ผมไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่ริมฝีปากผมกำลังขยับเรียกชื่อคนที่ผมอยากพึ่งพามากที่สุด และนั่นไม่ใช่แม่ แต่เป็น...พี่ไค

 

            “พี่ไค ช่วยแตมด้วย”

 

            ผมร้องออกไปเท่าที่สติตัวเองมี แต่มันกลับเบาหวิวเหมือนคนไม่มีแรง และยิ่งเร่งอารมณ์ของไอ้โรคจิตที่เอาตัวมาถูมือผมมากขึ้นไปอีก มันคงย่ามใจว่าผมไม่ขัดขืน แต่แท้จริงคือสติผมกำลังจะดับแล้ว ผมกลัวจนจะเป็นลมล้มตึงได้อยู่แล้ว จนบอกตัวเองว่าห้ามนะ ถ้าผมล้มไป ผมไม่รู้เลยว่ามันจะทำอะไรผม มันไม่มีทางพาผมไปนอนบนเตียงดีๆ อย่างพี่ไคหรอก!

 

          ฮึก พี่ไค...

 

            ฟึ่บ

 

            “เฌอแตม!!!

 

            “คุณลูกค้าคะ ไม่...ว้าย!!!

 

            ทันใดนั้นเอง ม่านข้างหลังผมก็ถูกกระชากเต็มแรง แต่สิ่งที่ทำให้ผมดีใจยิ่งกว่าคือเสียงเข้มจัดของคนที่ผมอยากเจอมากที่สุด คนที่ถูกเพื่อนร่วมงานผมพยายามห้ามเอาไว้ แต่กลับต้องร้องวี้ดว้ายอย่างตกใจเมื่อเห็นว่าผมอยู่ในสภาพไหน

 

            “พี่ไค ช่วยแตม...ฮึก...ด้วย”

 

            ผมเพิ่งรู้ตัวว่าร้องไห้ เพราะผมมองหน้าพี่ไคไม่ชัด และก็เห็นภาพต่อจากนี้ไม่ชัดเช่นเดียวกัน

 

            หมับ

 

          “go to f*cking hell!!!

 

            ผมรู้แค่ว่าผมถูกกระชากออกจากตัวไอ้เหี้ยนั่น จนเหวี่ยงไปข้างหลังพี่ไค ขณะที่เพื่อนร่วมงานผมก็รีบจับแขนเอาไว้ ในหูได้ยินคำสบถดังลั่นอย่างที่ไม่คิดว่าคนใจเย็นอย่างพี่ไคทำได้ จากนั้นก็ได้ยินเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของไอ้หื่นกาม จนต้องปาดน้ำตาออกจากหน้า

 

            ผัวะ!

 

            ผมไม่แน่ใจว่าพี่ไคต่อยไอ้เหี้ยนั่นไปกี่หมัด แต่คงมากพอที่จะทำให้มันล้มไปกองกับพื้น แล้วพี่ไคก็ไม่ลังเลเลยที่จะกระแทกปลายรองเท้าเข้าที่ไอ้ส่วนน่าขยะแขยงที่มันเอามาถูกับผมเต็มแรง ให้มันจุกจนพูดไม่ออก ได้แต่นอนกุมเป้า เป็นกระสอบทรายให้พี่ไคกระทืบ จนเสียงรองเท้ากระแทกก้อนเนื้อดังไม่หยุด

 

            “หยุดครับคุณลูกค้า! หยุดก่อน หยุด!

 

            ผู้จัดการร้านวิ่งเข้ามา พยายามจะหยุดพี่ไค แต่กลับถูกคนตัวโตเหวี่ยงออกมาข้างหลัง จนเพื่อนร่วมงานที่บีบแขนผมด้วยความตกใจเขย่าผมแรงๆ

 

            “ตายแล้วๆๆ ทำไงดีๆ”

 

            มันมากพอที่จะเรียกสติผมคืนมา จนผมเอ่ยเรียก...

 

            “พี่ไค”

 

            กึก

 

            ท่อนขายาวที่กำลังจะกระแทกก้อนเนื้อบนพื้นชะงักกลางอากาศ แล้วพี่ไคก็หันกลับมามองผมทันที ดวงตาคู่คมที่เปี่ยมไปด้วยความโกรธ แปรเปลี่ยนเป็นความเสียใจ และนั่นก็ทำให้ผม...ร้องไห้

 

            “พี่ไค ฮึก พี่ไค...”

 

            หมับ

 

            ผมเพียงยื่นมือออกไปข้างหน้า พี่ไคก็พุ่งเข้ามารวบผมเข้าไปในอ้อมกอด มือข้างหนึ่งลูบหลังผม มืออีกข้างลูบหัวผม ขณะที่ผมเองก็ซุกหน้าเข้าหาลาดไหล่ของเขา สองมือขยุ้มเสื้อพี่ไคแน่น พร้อมกับความรู้สึกที่ว่าผมปลอดภัยแล้ว สถานที่ตรงนี้คือที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับผม

 

            ความรู้สึกขยะแขยงเหมือนถูกความอบอุ่นปัดไล่ออกไป ขณะที่ทำได้แค่ร้องไห้งอแงเป็นเด็กๆ ร้องเรียกแต่ชื่อพี่ไคซ้ำๆ

 

            “พี่ไค ฮึก...พี่ไค แตมกลัว...แตมกลัว...”

 

            “ไม่เป็นไรเฌอแตม ไม่เป็นไร ฉันอยู่ตรงนี้ ฉันมาช่วยเธอแล้ว ไม่เป็นไร” สัมผัสที่ลูบหัวทำให้ผมหลับตาลง ปล่อยน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าให้ไหลลงมา พยายามซุกเข้าหาอ้อมกอดเขาเหมือนจะสิงเข้าไปในร่างของพี่ไค

 

            “นี่มันเกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย”

 

            “ไอ้หมอนั่นบอกว่าซิปติดแล้วเรียกแตมเข้าไปช่วย หนูก็เห็นว่านานนะพี่ แต่ไม่กล้าเข้ามา รู้ตัวอีกทีคุณลูกค้าคนนี้ก็พุ่งเข้ามาในห้องลอง พอหนูจะห้าม เขาก็กระชากม่านออก หนูเลยเห็นว่ามันกำลังเอาไอ้นั่นถูตัวแตมอยู่ แจ้งตำรวจเลยพี่ ไอ้โรคจิตพรรค์นี้ต้องเอาให้มันขึ้นหน้าหนึ่ง!” ผมได้ยินเพื่อนร่วมงานบอกกับพี่ผู้จัดการ ขณะที่ทั้งพนักงาน ทั้งลูกค้าก็เริ่มมามุงดูแล้ว

 

            ผมควรจะโล่งใจที่ไม่ถูกเข้าใจผิดว่าเต็มใจ แต่ผมกลับโล่งใจยิ่งกว่าที่พี่ไคอยู่ตรงนี้

 

            “แตมเป็นไงบ้าง” ผมได้ยินเสียงพี่ผู้จัดการ เขายื่นมือมาแตะไหล่ผม แต่ทำให้ผมสะดุ้งสุดตัว และนั่นก็ทำให้พี่ไคดึงตัวผมหลบ

 

            “เดี๋ยวทางนี้พี่จัดการเอง วันนี้กลับไปพักก่อนนะ” ผู้จัดการบอกด้วยน้ำเสียงเห็นใจ

 

            สภาพร้องไห้งอแงของผมคงย่ำแย่มากจริงๆ แม้จะอายที่เป็นผู้ชายแต่แสดงความอ่อนแอออกมาแบบนี้ แต่พอมีพี่ไคอยู่ด้วย ผมกลับรู้สึกว่าความอ่อนแอพร้อมที่จะทะลักทลายออกมา มันยิ่งกว่าตอนที่ผมอยู่กับแม่เสียอีก เพราะนั่นผมกลัวว่าแม่จะกังวล แต่พอเป็นพี่ไค ผมพบว่าผมพร้อมที่จะขอความช่วยเหลือจากเขา

 

            “ฮึก...ครับ ครับ”

 

            ผมพยักหน้าแรงๆ ตอนนี้ผมไม่มีแรงทำงานต่อแล้ว และไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาใครด้วย แต่...

 

          “ไม่ เฌอแตมจะลาออก”

 

            ทันใดนั้น พี่ไคก็เอ่ยแทรกขึ้นมาระหว่างผมกับพี่ผู้จัดการ จนผมก็เงยหน้าเปื้อนน้ำตาขึ้นมองเขา จนพบกับดวงตาวาวโรจน์ที่น่ากลัวไปอีกหลายสิบเท่า ทั้งที่ปกติเขาก็มีดวงตาที่น่ากลัวอยู่แล้ว ขนาดที่พี่ผู้จัดการเองก็ผงะ

 

            ส่วนพี่ไคกอดผมแน่นขึ้น ดันหน้าผมให้ซบกับคอของเขา

 

            “ผมไม่ยอมให้เฌอแตมทำงานที่ต้องเสี่ยงเจออะไรแบบนี้อีก!” เขาว่าเสียงเข้มจนเหมือนคำสั่ง

 

            “เดี๋ยวสิคุณ แตมยังไม่ได้พูดอะไรเลย” ผมรู้ว่าช่วงนี้ขาดคน ไม่แปลกที่ผู้จัดการจะรีบแย้ง แต่ไม่ทันคนที่กอดผมอยู่

 

            “ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่ยอม!

 

            “พี่ไค ตะ...แต่ แตมต้อง...ใช้เงิน...” ผมก็พยายามบอกเขาเสียงสั่น และเขาก็ก้มลงมองผม แววตาที่ดูน่ากลัวอ่อนลงทันที

 

            “ไม่เป็นไร ฉันจัดการให้ได้ เราจะกลับบ้านกัน โอเคนะ”

 

            ผมรู้ว่าผมควรจะแย้งเขา แต่ผมกลับพยักหน้ารัวๆ จับเสื้อเขาไว้แน่น ไม่สนแล้วว่าผมจะต้องลาออกหรือไม่ ตอนนี้ผมขอวางการตัดสินใจทั้งหมดให้กับคนที่เข้ามาช่วยผม

 

            “หลีก ผมจะพาเฌอแตมกลับ!

 

            พี่ไคว่าจบก็พาผมออกจากร้านอย่างรวดเร็ว พาให้ผมเดินไปยังลานจอดรถ พาผมขึ้นรถ อย่างที่ผมได้แค่ทำตามที่เขาบอก เพราะผมรู้...พี่ไคจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ผม

 

            ไม่ใช่แค่มือของผมที่กำลังจับมือของเขา แต่ผมกำลังวางหัวใจของผมไว้ให้เขาทั้งดวง

 

..................................

 

            ครบค่า แม้ว่าน้องแตมจะถูกขยำตูด ถูกเอาเป้าถูมือ แถมยังเปิดโหมดเด็กขี้แง แต่ถ้าพี่ไคจะทำตัวแบบนี้ ก็ปล่อยให้น้องถูกลวนลามไปเถอะเนอะ ทุกทีพี่ไคเขาเป็นคนใจเย็นเป็นน้ำค่ะ ไม่ใช้กำลังด้วย หน้านี่นิ่งยังกับร้อยไหม ดังนั้น การที่เขาแสดงออกว่าโกรธจัดแบบนี้ แปลว่าโกรธแทบคลั่งจริงๆ ทั้งหมดนั่นก็เพราะเด็กที่ชื่อเฌอแตมคนเดียวเลย คนที่เขาทั้งรักและห่วงนั่นเอง

            เขาว่าเวลาเราเจอเรื่องแย่ๆ เราจะคิดถึงคนที่เราพึ่งพาได้เนอะ และครั้งนี้ เด็กน้อยก็ดูเหมือนะรู้ตัวแล้วว่าได้วางหัวใจลงบนมือของ ไคคนนั้น ไปเรียบร้อยแล้วนั่นเอง ตอนหน้าค่ะ เราต้องล้างพิษ!

            เมย์ฝากขอบคุณทุกคนที่เข้ามาแสดงความยินดีทั้งในเฟซ และทวิตเตอร์ด้วยนะคะ อาจจะตอบทุกคนไม่ครบ แต่ขอบคุณมากๆ เลย เมย์จบโทใบนี้ได้ ส่วนหนึ่งก็มาจากกำลังใจจากนักอ่านทุกคนที่ยังรอคอยนิยาย แม้เมย์จะหายไปจัดการภารกิจตัวเองหลายครั้ง ปีนี้เมย์หายไปครึ่งปีได้เลย ตอนนี้รับโทแล้ว จะพยายามขยันครับผม ><

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมถูกเปย์ นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 606 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,384 ความคิดเห็น

  1. #10383 Choo_only (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 11:45
    ขยะแขยง นี่เคยถูกลวนลามบอกเลยนะว่า ขยะแขยงมากๆ
    #10,383
    0
  2. #10333 MyUniverseOSH (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 13:34

    นึกถึงเพลงนี้เลย
    อยู่กันอย่างนี้นานๆนะเธอ จากกันวันไหนฟ้าคงจะผิดหวัง อยู่กันตรงนี้หัวใจจะฝากฝัง ใส่มือเธอนั้น อย่าไปไหน อย่าไปไหน อย่าไปไหน ..
    น้องแตมฝากหัวใจดวงน้อยวางใส่ในมือของพี่ไคแล้ว ดูแลน้องดีๆนะ
    #10,333
    0
  3. #10281 Pimnok2124 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:18
    โอ๊ยขอตั๊นหน้า-สัตว์เลื้อยคลานนั่นอีกซักรอบได้มั้ยคะ!!!!!!!
    #10,281
    0
  4. #10280 Pimnok2124 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:11
    หรือถูกเซนส์มันแทงข้างหลังนี่ในแง่ของการกระทำหรือว่าสำนวนคะ!!
    #10,280
    0
  5. #10279 Pimnok2124 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:10
    หรือพี่บิ๊กคือคนที่พี่เคอร์จ้องงาบ
    #10,279
    0
  6. #10278 Pimnok2124 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:10
    พี่ฮูจะเป็นคนเดียวกับพี่บิ๊กไหม
    #10,278
    0
  7. #10234 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 15:20
    *ชูป้ายไฟพี่ไค*
    #10,234
    0
  8. #10175 Orathaiks (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 00:05
    กี้ดล้างพิษด่วนๆๆๆๆ
    #10,175
    0
  9. #9934 ^^นูน่าหัวสีชมพู^^ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 02:59
    ดี้ดี บอกเลย
    #9,934
    0
  10. #9388 Serin71228 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 07:34
    โอยยยย ช็อตนี้เสียขวัญไปหมดแล้ววว
    #9,388
    0
  11. #9264 CyaaZila (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 21:28
    ซ๊อตนี้เทหัวให้พี่ไคเต็มดวง
    #9,264
    0
  12. #9096 NakaYuFirst (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 21:51
    พี่ไคค ปลอบน้องเร็วววว
    #9,096
    0
  13. #8876 แคนต้าลูปปปป ^^ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 20:54
    พี่ไคต้องลบล้างรอยนั่นนะ🙏🏻
    #8,876
    0
  14. #8778 pcy921 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 15:30
    โชคดีพี่ไคมาช่วยทันเนอะ
    #8,778
    0
  15. #8757 DKdabble (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 23:32
    พี่ไคคคคคคคค น่าเอาให้กระอักเลือดไปเลยย
    #8,757
    0
  16. #8611 silently point (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 01:33
    รักพี่ไคคคค ฮืออออ ไม่ได้ๆๆๆ ของแตมมๆๆๆ
    #8,611
    0
  17. #8384 M I N E. (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:37
    อยากจะเข้าไปจีกหัวแล้วตบโรคจิตไห้ตายคามือ แกทำอะไรลูกข้านนนนนนนนนน
    #8,384
    0
  18. #7718 mahnuch (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 11:36
    -โรคจิตตตต ตบบบบบบบ
    สมควรที่โดนพี่ไคกระทืบ -งงงงงงง
    #7,718
    0
  19. #7382 onionringo (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 19:39
    พีไคเท่ที่สุด!!!!!
    #7,382
    0
  20. #7082 HHO~ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 18:50
    พี่ไคอัดมันให้เละ!!
    #7,082
    0
  21. #6838 sanomsoi (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 08:42
    อัศวินม้าขาวพี่ไคมาช่วยแล้ว. ย้องแตมไม่เป็นอะไรแล้วเนอะ. โอ๋ๆๆฟ
    #6,838
    0
  22. #6755 baconjelly2 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 17:53
    อุ้วววววหุวววววพี่ไคเท่ผุดๆๆๆๆ
    #6,755
    0
  23. #6745 pondist (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 20:19
    นี่ตอนหนูแตมของเจ้โดนอิพุงยื่นโรคจิตทำแบบนั้นใส่นี่ เจ้ก็ร้องหาพี่ไคๆๆๆๆๆเหมือนกันนะ งืออออออ แบบพี่ไคโว้ยย มาซักทีโว้ยยยยงี้5555555555
    #6,745
    0
  24. #6739 baekbow (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 12:30
    โห ไคพูดเยอะมาก!!! ถุ้ย! ผิดประเด็น 555 ถึงกับลาออกกันเลยทีเดียว สงสารน้องมากคงผวาน่าดู เอาจริงๆแตมไม่ทำงานไคก็เลี้ยงได้นะ แต่เข้าใจว่าน้องก็คงลำบากใจ ไม่ได้เป็นไรกันจะมาอยู่ให้เขาเลี้ยงได้ไงล่ะเนอะ ไคจะหางานอะไรให้น้องทำนะ ขวัญเอ้ย ขวัญมานะลูก
    #6,739
    0
  25. #6728 Kim-kibom (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 22:21
    พี่ไคแมนมากๆๆๆ ต้องปลอบใจนะเคอะ
    #6,728
    0