[Yaoi] Money Addict ผมมีค่า ต้องกล้าจ่าย! [Boy's Love]

ตอนที่ 20 : ตอนที่ 18 เบื้องหลังมโน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 47,094
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 600 ครั้ง
    23 พ.ย. 60


ตอนที่ 18 เบื้องหลังมโน

 

 

 

เฌอแตม

 

            “อะ...เอาไอ้นั่นถูขา งื้อ เอาจริงอะ”

 

            โอเค ผมรู้ครับว่าไม่ควรจะแอบอ่านสิ่งที่อยู่ในคอมของคนอื่น แต่ผมก็รู้เหมือนกันว่าถ้ามีหนังโป๊อยู่ตรงหน้า เด็กม.ต้นทุกคนก็อยากเปิด!

 

            โอเคอีกล่ะว่าผมไม่ใช่เด็กม.ต้น ผมอาจจะอายุยี่สิบในอีกสองเดือนข้างหน้า แต่ผมก็ไม่เคยอ่านเรื่องอย่างว่ามาก่อนเลยสักครั้ง ดังนั้น นี่จึงเป็นการอ่านเรื่องแบบนี้ครั้งแรก ทั้งที่ตอนแรกก็คิดว่ามันคงเป็นชายหญิง แต่พออ่านไปอ่านมาแล้วเจอว่ามันคือผู้ชายกับผู้ชาย ดวงตาผมก็เบิกกว้าง ไม่อาจจะละสายตาจากหน้าจอได้กระทั่งอ่านถึงบรรทัดสุดท้าย

 

            ภาพแม่งมาเป็นฉากเลย!

 

            ผมไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่ผมอ่านมันแรงหรือไม่แรง แต่เมื่อมันเป็นครั้งแรก...ทุกอย่างก็แรงเสมอนั่นแหละ

 

            ตอนที่อ่าน ผมเผลอบีบต้นขาเข้าหากันตาม นางฟ้า ในเรื่อง แล้วบ้าชะมัดเลย พอ ชายหนุ่ม ในนั้นสั่ง ผมก็เผลอนึกภาพตาม แล้วบ้ายิ่งกว่านั้นคือ...ผมได้ยินเสียงเขาเป็นเสียงของพี่ไค!

 

            ผมรู้ล่ะว่าพี่ไคไม่มีทางพูดจายืดยาว ทำตัวเจ้าเล่ห์แบบ ชายหนุ่มในจอ แต่ผมคงรู้จักคนน้อยเกินไป เพราะภาพของเขาดันแวบเข้ามาแทนที่ เสียงของเขากำลังสั่งให้ผมขอร้อง แล้วเขาก็กำลังถามผมว่ารู้สึกยังไง ทั้งที่มันควรจะเป็นแค่ตัวละคร แต่หน้าผมกลับร้อนวูบวาบ หัวใจสูบฉีดเต็มที่ และ...ร้อนลงล่าง

 

            มันวูบขึ้นมาเลย

 

            ผมวูบตั้งแต่เอาไอ้นั่นถูขาชายหนุ่ม แล้ว และบ้าเอ๊ย ผู้ชายที่ไหนครางเอ็กซ์แตกแบบนั้นวะ!

 

          ไอ้แตมเคยดูหนังโป๊นะ แต่ไอ้แตมไม่เคยรู้เลยว่าอ่านนิยายอย่างว่าแล้วแข็งได้ด้วยอะ!

 

            ผมไม่รู้หรอกว่าผู้ชายทำกับผู้ชายแล้วครางยังไง เสียงกระเส่าแค่ไหน แต่ตรงหน้าผมมันกระเส่ามาก ทั้งอ้อนวอน ทั้งร้องขอ จนอดคิดไม่ได้ว่านี่มันนางฟ้าตรงไหน คนติดเซ็กส์ของชายหนุ่มชัดๆ จนต้องยกสองมือปิดหน้า

 

            เปล่า ไม่ได้อาย

 

            “ฮือ กูอยากอ่านต่อ”

 

            ผมสารภาพเสียงเบาหวิว ก็ทำไงได้ ผมไม่เคยสนใจเรื่องแบบนี้มาก่อน ก็เคยช่วยตัวเองหรอกนะ แต่อารมณ์ว่าทำๆ ไปให้เสร็จ จนกระทั่งตอนนี้แหละที่ผมดันนึกสนใจว่าแล้วผู้ชายกับผู้ชายมันต้องทำยังไงต่อล่ะ ไอ้จับแล้วรูดนี่ก็รู้ แต่ไอ้ที่ ชายหนุ่ม เลื่อนเข้าไปใต้ชายเสื้อนี่จับอะไร...รูตูดหรือ

 

            “งื้อ อย่าคิดสิแตม ไม่เอา ไม่คิดๆ”

 

            ผมสั่นหน้าแรงๆ พยายามปัดไล่ความคิดนี้ออกจากหัว แต่มันก็อยากรู้แทบตายว่า ชายหนุ่ม แค่รูดก็ทำให้ นางฟ้า เสียวขนาดนี้ แล้วถ้าทำมากกว่านี้นี่จะครางออกมาเป็นภาษาเอเลี่ยนเลยหรือเปล่า

 

          มันจะเสียวจริงอะ โอ๊ย ก็บอกว่าอย่าคิดไงไอ้แตม!!!

 

            ผมเอาหัวโขกโซฟาหลายๆ ที เหลือบไปมองหน้าจอที่เปิดหน้าต่างไมโครซอร์ฟ เวิร์ดค้างเอาไว้ แล้วมือไม่รักดีก็เสือกเลื่อนไปข้างหน้า ใจไม่กลัวอายก็นึกอยากจะเลื่อนหาไฟล์ตอนต่อ

 

          อย่านะไอ้แตม อยากอ่านก็หาเอาในเน็ตสิ เดี๋ยวนี้มีเยอะแยะ

 

            เสียงหนึ่งดังขึ้นในใจ

 

          ไม่เอาอะ ก็อยากรู้ว่าชายหนุ่มจะสอนนางฟ้าต่อยังไงนี่

 

            อีกเสียงก็โต้กลับ ทำให้มือที่ยื่นออกไปค้างอยู่ในอากาศ

 

          แล้วถ้าพี่ไคกลับมาแล้วรู้ว่ามึงแอบอ่านล่ะ

 

            ผมดึงมือกลับทันควัน เพราะแค่คิดว่าพี่ไครู้ว่าผมแอบอ่านก็อายมากแล้ว

 

          อ้าว แล้วทำไมพี่ไคถึงมีเรื่องแบบนี้ในคอมล่ะ ไหนว่าไม่โรคจิตไง

 

            ผมกะพริบตาปริบ เมื่อสองเสียงที่ทะเลาะกันในใจทำให้ผมเผลอฉุกคิดตาม มองหน้าจอ แล้วนึกสงสัยว่าทำไมพี่ไคถึงมีเรื่องแบบนี้ในคอมพิวเตอร์ล่ะ แถมยังเป็นผู้ชายกับผู้ชายด้วย ไม่สิ ถึงเป็นผู้ชายกับผู้หญิง ผมก็สงสัยอยู่ดี

 

            “แล้วเขาก็มีเซ็กส์ทอยด้วยนะ”

 

            ตอนนี้ผมนึกไปถึงคำอธิบายเจ้าของเล่นสั่นได้นั่น แล้วจำได้ว่าพี่ไคบอกว่าเรื่องงาน แล้วทำไมงานพี่เขาถึงมีเจ้าฉากอัศจรรย์สอนสั่งเรื่องบนเตียงในคอมได้ล่ะ

 

            ยิ่งคิดผมก็ยิ่งสงสัย แต่การใช้สมองไม่ช่วยให้...ส่วนล่างสบายตัว

 

            “โอ๊ย เลิกคิดเรื่องเอาไอ้นั่นถูขาสักทีสิวะ!

 

          แม่ง นี่กูเห็นภาพตอนโยกสะโพก เอานั่นน่ะถูต้นขาพี่ไคออกเลย

 

            ทันใดนั้นผมก็ชะงัก

 

          เหี้ยล่ะ! แล้วทำไมต้องเป็นต้นขาพี่ไค!!!

 

            ผมแทบจะยกมือทึ้งหัวตัวเอง ส่ายหน้าแรงๆ จากนั้นก็ลุกพรวดขึ้นมายืนตัวตรง เพราะเห็นที ถ้าผมยังคงยืนยันจะตามหาไฟล์ตอนต่อของไอ้นิยายนี่ ผมต้องเผลอนึกว่าตัวเองถูกพี่ไคสอนใช้ช่องทาง ตรงนั้น กับการการันตีว่าดีกว่าเดิมแน่ๆ ดังนั้น...ไม่เอาแล้ว!

 

            พอคิดได้ก็เลยคว้ากระเป๋า จะเดินกลับห้องนอน ไปจัดการไอ้จินตนาการที่เกิดขึ้นเพราะชายหนุ่มและนางฟ้าก่อน

 

            “เอ่อ ขออ่านใหม่อีกนิด”

 

            ในเมื่อมันแข็งตามขนาดนี้ คงไม่มีใครว่าหรอกมั้งที่จะไปจินตนาการภาพแล้วทำตาม ทว่า ผมคงลืมอะไรไปอย่าง...

 

            “ทำอะไรน่ะเฌอแตม”

 

            ขวับ

 

          เหี้ยแล้ว!!!

 

            ผมลืมไปว่าเจ้าของห้องทำงานอยู่บ้านและไม่เคยหายไปไหนนาน!

 

            ตอนนี้ ผมถึงยืนตัวแข็งทื่อ หันหน้าเหมือนหุ่นยนต์ไปทางเจ้าของห้องที่เพิ่งกลับเข้ามา ในมือมีทัปเปอร์แวร์สองชั้นซ้อนกันในถุงพลาสติกใส และดวงตาคู่คมก็กำลังกดลงมองมือของผมที่ยังจับฝาพับหน้าจอ แล้วก็หันหน้ามามองผมด้วยแววตา...น่ากลัวฉิบ

 

            “ปะ..เปล่า!

 

            เรื่องอะไรที่ผมจะยอมรับล่ะว่าอ่าน มือที่จับกระเป๋าเป้ก็เลื่อนมาบังที่เป้ากางเกง ขอร้องให้มันช่วยสงบลงเร็วๆ เถอะ

 

            “อ่านหรือยัง”

 

          ตรงประเด็นไปมั้ย!

 

            ผมสะดุ้ง สั่นหน้ารัวเร็ว ไม่รู้ทำไมถึงปฏิเสธ ทั้งที่พี่ไคต่างหากที่ต้องรู้สึกผิดที่ทำตัวโรคจิตเอาอะไรแบบนี้มาอ่านกลางห้องนั่งเล่น แต่ผมกลับไม่ยอมรับ รีบปล่อยมือออกจากฝาพับ

 

            “อ่านอะไร แตมไม่ได้อ่าน”

 

          บ้าฉิบ เสียงโคตรสั่น

 

            “จริงหรือ” พี่ไคถามย้ำอีกครั้ง จนได้แต่พยักหน้าแรงๆ

 

            “อื้อๆๆ แตมเพิ่งกลับมา แล้ว...เอ่อ ใช่ๆ แปลกใจที่เห็นพี่เอาคอมมาทำงานข้างนอก แต่ยังไม่ทันจะเห็นอะไรเลย พี่ก็กลับมาแล้ว แตมกลับมาก่อนพี่ไคแป๊บเดียวเอง นิดเดียวจริงๆ” ผมว่าพิรุธผมเพียบเลยนะ แต่แววตาของพี่ไคกลับอ่อนลง เขาพยักหน้าให้ผมช้าๆ แล้วเดินเอาถุงไปวางไว้ในเคาน์เตอร์ครัว

 

            “เพื่อนฉันเอาของมาให้ เลยลงไปเอา น่าจะสวนกับเธอ”

 

            “อ่า แตมขอไปอาบน้ำก่อนนะ เหนียวตัวจังเลย”

 

            โอเค ผมไขข้อข้องใจแล้วว่าทำไมเขาเปิดจอทิ้งไว้ เพราะเขาคงคิดว่าลงไปแป๊บเดียว แล้วกลับมา ส่วนผมก็คงสวนทางกับเขาจังๆ หน้าจอโน้คบุ๊คถึงไม่กลายเป็นจอดำเมื่อปล่อยทิ้งไว้นานๆ ผมก็เลยได้แอบอ่านสิ่งที่อยู่ในนั้นตั้งแต่ต้นจนจบ แต่เวลานี้ไม่ใช่เวลาคุยเรื่องนั้น ผมขอเข้าห้องได้หรือยังอะ

 

            “เดี๋ยวก่อน”

 

          งื้อ

 

            นี่ถ้าครางออกมาได้จะร้องงี้ดๆ เลย แต่ผมก็ทำได้แค่หันกลับไปมองเจ้าของห้อง คนที่เดินตรงมาหาผม แล้ว...

 

            หมับ

 

            “เหนื่อยมั้ย”

 

          มาถามอะไรเอาวันนี้!

 

            โอเค ผมบอกให้พี่ไคจับมือผมได้ แต่ไม่ใช่ตอนนี้สิ ตอนที่ผมพยายามซ่อนอะไรบางอย่างด้วยความอับอาย แต่กลับถูกดึงมือไปกุมเอาไว้ น้ำเสียงเรียบนิ่งนั่นก็ดูอ่อนลงจนใจสั่น แต่ห่าเถอะครับ บางอย่างมันก็สั่นซู่ไปด้วย เพราะยิ่งรู้สึกอยู่ พอมีใครมาแตะมันก็ขนลุกซู่ซ่าแปลกๆ

 

            “เหงื่อเต็มมือ”

 

            พี่ไคขมวดคิ้ว แล้วดึงมือไปแบออกตรงหน้าเขา แล้ว...ใช้ปลายนิ้วโป้งคลึงที่กลางฝ่ามือ

 

            “ทำงานเหนื่อยมั้ย”

 

            เขาคงห่วง ก็เขาบอกแล้วว่าเขาจะจีบผม แต่มันใช่เรื่องมั้ยที่เขามานวดคลายเส้นกลางฝ่ามือให้ผมแบบนี้ จนรีบดึงมือกลับ

 

            “แตมจะไปอาบน้ำ” ผมบอกอย่างมุ่งมั่น หมุนตัวเตรียมเผ่น

 

            หมับ

 

            “เหวอ!” หากยังไม่ทันจะหนี พี่ไคก็คว้าเข้าที่สะโพกจนร้องเสียงดัง มือเผลอปล่อยกระเป๋าเป้ตกพื้น นึกดีใจที่ตอนนี้หันหลังให้เขาอยู่

 

            “เปื้อนน่ะ” พี่ไคปัดเสื้อที่ยาวคลุมสะโพกผมให้ แต่ทำไมล่ะ ทำไมเขาต้องมาอ่อนโยนจนเหมือนลูบเบาๆ ด้วย!

 

            ตอนนี้ผมยืนนิ่งแล้ว แข็งเหมือนก้อนหินเลย ยามรับรู้ถึงฝ่ามือที่ลูบปัดไปมาบนสะโพกแล้วปัfผ่านก้นหลายๆ ที

 

            “ออกแล้ว นี่กระเป๋า...”

 

            พอออกหมดแล้วพี่ไคก็ก้มลงเก็บกระเป๋าให้ เงยหน้าขึ้นมาหมายจะส่งให้ผม แต่...

 

            ตอนนี้พี่ไคมองหน้าที่ร้อนผ่าวของผม แล้วก็ก้มลงมองข้างล่าง จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมามองดวงตาผมที่กำลังจะร้องไห้ ก้มลงมองอีกครั้ง และสุดท้ายก็เงยขึ้นมามองหน้าที่กำลังจะปล่อยเสียงสะอื้นออกมาอยู่แล้ว พร้อมทั้งยังบอกด้วยคำที่ผมอยากร้องไห้ใส่หน้าแม่งเลย

 

            “เธอตั้งอยู่นี่เฌอแตม”

 

            แม่นุกห้ามว่าผมหยาบคายนะ แต่ผมมีเพียงประโยคเดียวที่อยากตะโกนใส่หน้าญาติแม่

 

          เออ ก็เพราะมึงนั่นแหละ!!!

 

..........................................

 ต่อค่ะ

 

ไค

 

            ช่วงนี้ผมกำลังฟุ้งซ่าน กำลังหมกมุ่น กำลังมีความสุขจนเหมือนคนบ้า นับตั้งแต่วันที่ผมมีโอกาสได้จูบเฌอแตม ผมก็รู้สึกเหมือนตัวเองยืนอยู่ขอบปากเหวตลอดเวลา

 

            ก่ำกึ่งระหว่างจะบินได้กับกลัวว่าจะต้องตกลงไป

 

            มันคือความรู้สึกที่มีความสุขยามเขายอมรับจูบของผม พอๆ กับความกลัวว่าเขาจะหนีหายไป แล้วไม่รู้ทำไม ทุกทีผมก็บอกว่าเฌอแตมน่ารักเหมือนนางฟ้าอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ผมยิ่งมองเขาเหมือนเทพธิดาตัวน้อยๆ ไม่ว่าเขาจะยิ้ม จะหัวเราะ หรือทำหน้าลังเลใจ ผมก็รู้สึกว่าเขาน่ารักจนอยากจะบ้าตายจริงๆ

 

            ผมเป็นคนนิสัยเสียอย่างหนึ่ง เพราะว่าผมพูดไม่เก่ง แสดงความรู้สึกไม่เป็น ผมถึงชอบเขียน การเป็นนักเขียนของผมก็เริ่มต้นจากตรงนั้น เพราะผมไม่รู้จะปฏิสัมพันธ์กับใคร ผมก็เลยเขียนและเขียน แล้วทนายความที่ดูแลผลประโยชน์เมื่อก่อนก็แนะนำว่าให้ลองส่งสำนักพิมพ์ แล้วก็ผ่านการพิจารณา ขายได้ มันเลยเป็นอาชีพของผมในทุกวันนี้

 

            ตอนนี้ผมเองก็กำลังระบายจินตนาการมากมายลงหน้ากระดาษ

 

            ก่อนหน้านี้ผมฝึกภาษาไทยด้วยการเขียนบรรยายความรู้สึกถึงเฌอแตมที่กี่หน้ากระดาษก็ไม่พอ แต่ตอนนี้มันกำลังหนักข้อมากยิ่งขึ้น ผม…คิดถึงเขาในแง่นั้น

 

            ผมยอมรับว่ามีบางช่วงเวลาที่ผมคิดไม่ดีกับเด็กคนนี้ เวลาผมมองปากเขา แก้มเขา ตาฉ่ำน้ำของเขา บางครั้งที่ได้สัมผัสร่างกายของเขา ผมก็ห้ามความชั่วร้ายในหัวใจไม่ได้ แต่พอจูบกันแล้ว มันก็หนักหน่วงจนผมต้องหาทางระบายออก

 

            วิธีนั้นคือ…การเขียน

 

            ผมระบายความอัดอั้นลงในหน้ากระดาษ เพื่อที่ผมจะได้ระงับความต้องการเวลาอยู่ต่อหน้าเฌอแตมได้ ผมเรียนรู้แล้วว่าห้ามทำตามอย่างที่ใจคิด ผมนึกอยากจับก็จับไม่ได้ สัมผัสก็ไม่ได้ เพราะผมไม่อยากให้เฌอแตมโกรธ ผมต้องขออนุญาตเขาก่อน ดังนั้นอะไรที่มากกว่าจับมือหรือจูบ ผมต้องระบายมันออกด้วยทางอื่น

 

            วันนี้ก็เหมือนกัน ผมกำลังขยับปลายนิ้วบนแป้นคีบอร์ด ดำดิ่งสู่ความรู้สึกที่ผมหยุดยั้งมันไม่ได้

 

            ผมอยากสัมผัสเฌอแตมมากกว่ากอด มากกว่าจูบ ผมอยากให้เขาอนุญาตให้ผมครอบครองเขา

 

            “อย่าเกลียดฉันเลยนะ”

 

            ผมเคาะแป้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะแหงนหน้าพิงพนักโซฟา พึมพำเบาๆ หวังว่าเขาจะไม่โกรธที่ผมเอาเขามาเขียนแบบนี้ แต่แล้ว โทรศัพท์ผมก็ดังจนต้องลุกไปรับ

 

            [ลงมาเอาของหน่อย กูอยู่หน้าคอนโด]

 

            ปกป้อง เพื่อนสนิทหนึ่งเดียวของผมโทรมา จนเหลือบไปมองนาฬิกา รู้ว่าเฌอแตมยังไม่กลับก็เลยลุกไปหยิบกุญแจ ใส่รองเท้า แล้วลงไปหาเพื่อน

 

            “หวัดดีพี่ไค ยิ้มหน่อยดิพี่”

 

            ทันทีที่ผมลงไปยังลานจอดรถคอนโด คนที่เปิดกระจกลงมาทักทายไม่ใช่เพื่อนสนิท แต่เป็นแฟนเพื่อน

 

            “แน่ะ ให้ผู้ชายอื่นยิ้มให้ พี่ก็หึงเหมือนกันนะครับ”

 

            “โหยพี่ป้อง กับพี่ไคอะนะ อย่าเทียบเลย ยังไงพี่ป้องของผมก็ดีกว่าร้อยเท่า อย่าว่าแต่ยิ้มเลยแค่หน้าบึ้งๆ ก็หล่อกว่าพันเท่าแล้ว เนอะ” กั๊กหันไปยิ้มให้คนขับ จนเพื่อนผมหัวเราะอย่างเอ็นดู ยกมือโยกหัวแฟนเบาๆ แล้วหันมาหาผม

 

            “พอดีจะไปดูหนังกับน้องกั๊กน่ะ ผ่านมาทางนี้ เลยเอาของกินมาให้” เพื่อนผมชี้ไปยังหลังรถที่มีถุงพลาสติกหลายใบ จนหันไปมองตาม

 

            “ว่าแต่มึงดูอารมณ์ดีนะ”

 

            ปกป้องทัก จนผมก็ขมวดคิ้ว ยกมือจับปากตัวเอง ผมเองยังนึกเลยว่ากำลังยิ้มอยู่ ไม่แปลกที่เพื่อนผมจะรู้สึกได้

 

            “มีอะไรดีๆ สินะ”

 

            “เฮ้ยๆ เรื่องเด็กพี่ไคหรือ” กั๊กหันมาทำหน้าอยากรู้

 

            “เขาอายุมากกว่ากั๊ก แล้วเขาก็ไม่ใช่เด็กพี่”

 

            “แต่พี่ไคอยากได้เขาเป็นเด็กพี่นี่” เด็กหน้าตาน่าเอ็นดูยิ้มเจ้าเล่ห์ ทำท่าอยากแซวผมเต็มที่ จนต้องส่ายหน้าช้าๆ

 

            “เปล่า ไม่ได้อยากได้เป็นเด็กของตัวเองจริงๆ”

 

            “อ้าว” กั๊กดูงงมากที่ผมพูดแบบนี้ แต่ไม่ใช่ปกป้องที่หัวเราะเสียงดัง

 

            “มันยังพูดไม่จบครับน้องกั๊ก” คนฟังหันมาสบตาผมอีกครั้ง จนผมบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

          “พี่อยากรักเขา และอยากให้เขารักพี่”

 

            กั๊กนิ่งไปเลย มองผมตาโต จนปกป้องหัวเราะเสียงดัง ลูบผมเด็กตัวเล็กอย่างอ่อนโยน

 

            “ชัดมั้ยหืม น้องกั๊ก”

 

            “แจ่มแจ๋วเลยพี่ป้อง อื้อหือ ถึงขั้นแดกจุดเลยกู”  กั๊กหันมาย่นคิ้วใส่ผม แล้วว่า

 

            “ทำไมพี่ไคไม่พูดแบบนี้กับเด็กพี่ล่ะ ถึงพี่ไคจะหล่อสู้พี่ป้องไม่ได้นะ แต่พี่ไคพูดงี้ต้องยอมกันบ้างล่ะน่า ถ้าเขาไม่ยอมก็ปล้ำแม่งเลย” ผมขมวดคิ้วฉับ ผมไม่มีความคิดที่จะปล้ำเฌอแตมเลยสักนิด จนจะแย้งแต่ไม่ทันเพื่อน

 

            “ไอ้ไคเป็นคนดีกว่านั้นครับน้องกั๊ก เออ มึงเปิดประตูหยิบเองได้มั้ย กูขี้เกียจลง”

 

            “โหย พี่ป้องรู้ใจพี่ไคงี้ กั๊กก็หึงนะ”

 

            ผมขี้เกียจฟังคู่รักงอนใส่กัน ผมเลยเดินอ้อมไปเปิดประตูด้านหลังของรถเจ็ดที่นั่ง หยิบถุงออกมาถามว่าใช่มั้ย พอเพื่อนพยักหน้าก็ปิดให้ แล้วอ้อมมาฝั่งคนขับ

 

            “ขอบใจ วันนี้เฌอแตมจะได้ไม่ต้องทำกับข้าวด้วย”

 

            “วันไหนก็พาน้องเขาไปที่ร้านสิ”

 

            “ไว้จะลองถาม”

 

            ผมคุยกับเพื่อนอีกไม่กี่ประโยค ปกป้องก็ขอตัวกลับ เพราะเดี๋ยวไม่ทันรอบหนังที่จองไว้ ผมเองก็กลับขึ้นมาบนห้องพร้อมกับทัปเปอร์แวร์สองกล่อง เปิดดูก็น่าจะเป็นข้าวคลุกกะปิ สงสัยว่าเพื่อนผมคงทำเยอะเกินเลยเอามาแบ่งให้

 

            ตั้งแต่ผมกลับมาเมืองไทย วันเสาร์จะเป็นวันที่ผมกับเพื่อนมาเจอกัน ปกป้องระบายให้ผมฟังเรื่องที่อยากเจอกับกั๊กอีกครั้ง ส่วนผมก็ปรึกษาเรื่องที่ผมแสดงความรู้สึกไม่เก่ง เผลอแป๊บเดียว วันเสาร์ก็กลายเป็นว่าเพื่อนไม่มาบ้านผม ผมก็ไปนั่งกินเบียร์บ้านมัน กระทั่งเพื่อนผมสมหวัง

 

            ตอนนี้วันเสาร์เราไม่ได้เจอกันแล้ว แต่เพื่อนก็ยังมาส่งอาหารให้บ้างในวันที่ว่าง เพราะรู้ว่าผมทำกับข้าวไม่เป็น

 

            ของแห้งในห้องผมก็เพราะเพื่อนเอามาทิ้งเอาไว้

 

            ผมคิดพลางเปิดล็อกห้อง แล้วของในมือก็แทบร่วง เมื่อเห็นว่าใครอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ของผม…เฌอแตม

 

            ผมไม่รู้ว่าผมซ่อนพิรุธดีมั้ย แต่เมื่อเขายืนยันว่าไม่ได้อ่าน ผมก็โล่งใจ แล้วก็ฮึดสู้จากคำพูดของกั๊ก เดินไปจับมือเขา แล้วไม่รู้ว่าผมควรจะดีใจดีหรือเปล่าเมื่อเห็นว่าเขา…ตั้ง

 

            ในเมื่อเฌอแตมมองผมน้ำตาเอ่อ ทำท่าจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว

 

            “ปล่อย” พอเขาสั่งคำเดียว ผมก็ปล่อยมือทันที มองเขาที่วิ่งหนีเข้าห้องไป ท่ามกลางความช็อกสุดขีด

 

            เขา…อ่านงานของผมแล้ว

 

            คำถามหนึ่งก้องอยู่ในหัว…เขาจะรังเกียจผมมั้ย

 

            ความคิดที่ทำให้ผมรีบปิดเครื่อง ยกสองมือกุมขยับ อยากจะชกตัวเองสักทีที่สะเพร่าขนาดนี้ เพราะเฌอแตมคงกลับมากลัวผมอีกแน่ ผมอาจจะไม่ได้เขียนชื่อเขาลงไป แต่ไม่ว่าใครที่มองเฌอแตมก็ต้องคิดเหมือนผมทั้งนั้น เขาเป็นนางฟ้าตัวน้อยๆ

 

            เขารู้แน่ว่าผมเป็นคนละเลงเรื่องเลวๆ ที่อยากทำกับเขาลงไป

 

          ให้ตาย!!!

 

            ผมไม่รู้ว่านั่งเครียดอยู่อย่างนั้นนานแค่ไหน กระทั่ง…

 

            “พี่ไค”

 

            ประตูห้องเปิดออกอีกครั้ง แล้วเฌอแตมในชุดอยู่บ้านก็โผล่หน้าออกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ เรียกเสียงเบาจนผมหันขวับไปมองหน้า

 

            “เป็นไงบ้าง”

 

          ไอ้ไค! ไม่มีอะไรที่ถามดีกว่านี้หรือวะ!!!

 

            ผมอยากสบถอย่างขัดใจตัวเอง ขณะที่เฌอแตมก็หน้าแดงแจ๋ แดงไปหมดตั้งแต่หน้ายันคอ ยันสองมือ ซึ่งปกติ ผมคงจินตนาการเรื่องแปลกๆ แต่ตอนนี้ผมกลัวเขาโกรธมากกว่าเลยได้แต่ยืนตัวตรง มองเขาเดินก้มหน้ามาอยู่ข้างๆ แล้วเขาก็…ช้อนตาสั่นๆ ขึ้นมอง

 

            “แตม…เอาออกแล้ว ขอโทษครับ”

 

            “ขอโทษฉันทำไม”

 

            ผมงงจริงๆ ผมคิดว่าผมต่างหากที่ควรจะขอโทษเขา แต่เขากลับมองผมตาสั่นๆ แล้วหลบตาอีกครั้ง

 

            “ก็แตมดัน เอ่อ งื้อ รู้สึก”

 

          น่ารักฉิบหาย

 

            ผมพยายามตั้งสติ บอกตัวเองว่าไม่ใช่เวลามาเพ้อ ผมต้องสารภาพความจริง และหากเขาจะเกลียดผม ผมก็ต้องยอมรับ

 

            “แตมขอโทษที่ถือวิสาสะอ่าน แต่ก็ความผิดพี่ไคนั่นแหละ”

 

            ใช่ ทั้งหมดเป็นความผิดผม

 

            “พี่ไคเปิดทิ้งไว้เอง แตมไม่ได้ตั้งใจนะ”

 

            ผมรู้ เพราะผมเอง

 

            ตอนนี้เฌอแตมสบตาผมอีกครั้ง สองมือบีบกันแน่น แล้วกระซิบเสียงเบา

 

            “แต่…แต่พี่ก็ไม่ควรเปิดข้อมูลทำงานทิ้งไว้แบบนี้”

 

          หืม ทำงาน?!

 

            ผมงุนงง เพราะนี่ไม่ใช่ข้อมูลงานของผมแน่ แต่เป็นงานของผมเอง จนเผลอจ้องตาอีกฝ่ายเหมือนอยากได้คำตอบ แล้วไม่รู้ว่าผมไปกดดันเขาหรือเปล่า เฌอแตมเลยโพล่งขึ้นมาเสียงดัง

 

            “แตมรู้น่าว่าพี่ไคไม่ได้โรคจิต ตอนเปิดหนังโป๊หนก่อน พี่ก็บอกแล้วว่าเป็นข้อมูลทำงาน แต่อย่ามาเปิดทิ้งไว้กลางบ้านสิ แตมก็เลยเผลออ่าน แล้วแตมไม่เคยอ่านอะไรแบบนี้ ไม่เคยจริงๆ นะ มันเลยทำให้แตม…อยากรู้” ท้ายประโยคเฌอแตมว่าเสียงเบาหวิวเหมือนจะร้องไห้

 

            “พออยากรู้ก็อ่าน พออ่านแล้วก็ งื้อ รู้สึกนี่”

 

            เฌอแตมสารภาพออกมาทั้งหมด แต่ผมกำลังประมวลผล

 

            ตกลงแล้วว่าความลับของผมยังไม่แตกสินะ เขานึกว่าผมหาข้อมูลทำงาน เขาไม่คิดว่าผมเป็นคนเขียนสิ่งเหล่านั้น จนนึกโล่งอก แถมเฌอแตมยังไม่มีท่าทีจะรังเกียจผมเลยสักนิด เขายื่นมือมาจับชายเสื้อผม ช้อนตามองผม ถามเหมือนจะร้องไห้

 

            “ไม่โกรธแตมนะ”

 

            ตูม!!!

 

            วินาทีนั้น ผมได้ยินเสียงบางอย่างระเบิดในหัว ถ้าถามผมเมื่อสองเดือนก่อนว่าผมคิดมั้ยว่าเฌอแตมจะมีวันมองผมในแง่ดีแบบนี้ ผมคงบอกเลยว่าไม่มีทาง แต่พอเขากำลังเปลี่ยนมุมมอง ทั้งที่ความจริงผมมันเป็นไอ้โรคจิตจริง ผมก็รู้สึกเหมือนบินจากขอบเหวนั้น

 

            ผมอยากกอดเขา อยากรวบตัวเขา อยากจูบเขาหนักๆ

 

            “ไม่โกรธหรอก”

 

            ผมจะโกรธได้ยังไง ชีวิตนี้ผมไม่เคยคิดโกรธเขาเลยสักครั้ง แล้วผมก็เหมือนถูกเปิดสวิทซ์ ผมยื่นมือไปแตะแก้มเขา สัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าว แต่เฌอแตมไม่หนี เขาแค่ย่นคอ หลับตาปี๋ที่ดูน่ารักน่าเอ็นดู จนผม…โน้มหน้าไปกดจมูกที่แก้มเขาอย่างทนไม่ไหว

 

            ผมอยากจูบปากของเขาด้วยซ้ำ แต่เกรงว่าเขาจะโกรธ จากนั้น ผมก็ผละออกห่างนิด มองเฌอแตมที่ลืมตาขึ้นมองผมอย่างงุนงง แล้วถามเสียงไร้เดียงสา

 

          “วันนี้พี่ไคไม่จูบแตมหรือ”

 

ต่อค่ะ

 

            ผมเกือบจะหยุดหายใจกับคำถามนั้น ขณะที่เฌอแตมก็เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรออกมา เพราะเขาตะปบปิดปากตัวเอง

 

            “ปะ...เปล่านะ แตมไม่ได้พูดอะไร”

 

            แต่ผมห้ามตัวเองไม่ไหวแล้ว

 

            หมับ

 

            ผมจับมือเขาไว้ กดจูบที่ฝ่ามือหนักๆ มองคนที่ทำตาโตแก้มแดง แล้วถาม

 

            “งั้นจูบได้มั้ย”

 

            เฌอแตมนิ่งไปอึดใจ แล้ว…พยักหน้า

 

            “อืม”

 

            ท่าทางนั้นทำให้ผมจูบเขากระทั่งเขาต้องร่ำร้องขออากาศหายใจ

 

            ทำไงดี ผมอาจจะไม่สามารถเป็นคนดีอย่างที่เพื่อนผมบอกแล้วก็ได้ ผมจะอดใจไม่ปล้ำเด็กน่ารักที่วิ่งเล่นอยู่ทุกห้องหัวใจผมได้ยังไงกัน

 

.....................................

 

            “ตกลงว่าพี่ไคเป็นนักเขียน”

 

            “ใช่”

 

            “แล้วนี่ก็ข้อมูลทำงาน”

 

            “อืม”

 

            “แล้ว เอ่อ มีตอนต่ออีกมั้ย”

 

            “หืม”

 

            หลังจากจูบกันแล้ว ครั้งนี้เฌอแตมไม่หนีผมเข้าห้องอย่างหนก่อน อาจจะเพราะเขาดูขาอ่อนกว่าคราวนั้น ผมเลยให้เขานั่งบนโซฟา แล้วก็นั่งตาม ทุกอย่างอยู่ในความเงียบหลายอึดใจ ก่อนที่เขาจะเริ่มต้นถามผมว่าทำงานอะไร จนเข้าใจผิดไปเต็มประตูว่าสิ่งที่เขาอ่านคือข้อมูลงานของผม แต่ผมยังไม่ทันที่จะรวบรวมความกล้าแก้ความเข้าใจผิด เขาก็เงยหน้าขึ้นมองผมตาปริบๆ ถามเสียงเบา

 

            แน่นอนสิว่าผมประหลาดใจ ผมนึกว่าเขาจะต่อว่าว่าผมเป็นแค่ไอ้โรคจิตที่อ่านเรื่องอย่างว่ากลางห้อง แต่เขากลับเหลือบมองโน้ตบุ๊คผมอีกที

 

            “ก็แตมแค่อยากรู้”

 

            “ชอบหรือ”

 

            ผมถามอะไรออกไปนะ ไม่มีทางอยู่แล้วที่เขาจะชอบอะไรแบบนี้ ในสายตาผม เฌอแตมก็เหมือนนางฟ้าตัวน้อยๆ ที่ไร้เดียงสา เขาไม่เหมือนผมหรอกที่หมกมุ่นกับเรื่องที่อยากสัมผัสเขาจะบ้าตาย

 

            “ปะ เปล่าครับ” นั่นสินะ คำตอบควรเป็นแบบนี้แหละ

 

            “แต่แตม...ก็อยากอ่าน”

 

            ผมเหลียวกลับไปมองหน้าเขาที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตา บีบขาสองข้างเข้าหากัน สองมือก็บีบกันแน่น พึมพำแทบไม่มีเสียง

 

            “แตมไม่เคยอ่าน ก็แค่...ก็น่าสนใจดี เลยอยากรู้เฉยๆ แตมไม่ได้ลามกนะ ก็แค่ เอ่อ อยากรู้เฉยๆ ว่าเขาจะทำอะไรกันต่อ แค่นั้นเอง” ท่าทางของเด็กตรงหน้าผมทำให้ผมก็ต้องรีบตั้งสติ เพราะแก้มแดงปลั่งของเขา มือที่บีบแน่นอย่างเขินอาย น้ำเสียงแผ่วหวานที่หวานยิ่งกว่าในจินตนาการ แล้วยัง...ลูกแก้ววาวใสที่เหลือบมามองตาผม

 

            “อยากอ่านสินะ”

 

            “เปล่า...งื้อ ครับ” เขายอมรับจนได้ ก้มหน้าก้มตาอีกครั้ง

 

            “แต่ไม่มีตอนต่อหรอกนะ”

 

            “อ้าว”

 

            ผมเคยคิดว่าไม่มีทางเอาความคิดต่ำๆ ของผมให้เขาอ่าน แต่พอเฌอแตมเงยหน้าด้วยสีหน้าเสียดาย ผมก็หยิบเครื่องมาเปิดใหม่อีกครั้ง เอาวางลงบนตัก แล้วผมก็ต้องระงับตัวเองสุดความสามารถ เมื่อเขาขยับเข้ามาใกล้ผม สองมือวางลงบนท่อนแขนเหมือนเด็กน้อยที่อยากรู้อยากเห็น ยื่นหน้ามามองจอ ใกล้...จนได้กลิ่นสบู่หอมๆ

 

            เขาก็ใช้สบู่กลิ่นเดียวกับผม แต่พอลอยมาจากตัวเขา...หอมจนอยากจะสูดดมใกล้ๆ

 

            “อยากรู้อะไรต่อล่ะ”

 

            เฌอแตมกัดปากจนผมอยากจะก้มลงขบปากเขาอีกที แต่ก็ห้ามใจเอาไว้ มองคนที่บีบท่อนแขนผมแน่นกว่าเดิมนิดเหมือนไม่รู้ตัว

 

            “อยากรู้...ว่าสอนอะไรต่อ”

 

            ผมว่าความคิดของผมหลังจากนี้เป็นสิ่งที่บ้าชะมัด แต่ผมก็ถาม

 

            “ถ้าฉันได้ตอนใหม่มาแล้วจะส่งให้นะ”

 

            “จริงหรือ” เฌอแตมเงยหน้าขึ้นมองผมตาเป็นประกาย เขย่ามือผม ดูจะอยากรู้เรื่องต่อมากๆ และให้ตายเถอะ การที่เขาทำท่าทางแบบนี้ใส่ผม ทำให้ผมมีเรื่องที่อยากเขียนละเลงความคิดต่ำๆ ของผมมากมายเลยล่ะ

 

            “เดี๋ยวฉันส่งตอนนี้ให้เธอก่อน”

 

            “จริงนะพี่ไค” เฌอแตมยื่นหน้าเข้าใกล้ผมกว่าเดิม ยันตัวเข้ามาหา จนผมพยักหน้า แต่หางตากลับเห็นต้นคอและกระดูกไหปลาร้าสวยๆ จนต้องรีบหลบตา

 

            ผมก็มีขีดความอดทนเหมือนกัน

 

            ตอนนี้ผมอยากจูบปากเขาจนเขาครางเสียงหวาน อยากจะสัมผัสทั่วตัวเขา อยากจะพรมจูบผิวเนื้อขาวๆ อยากจะสอนให้เขารู้จักตัณหาราคะจากสัมผัสของผม จนเขาร่ำร้องขอผม จนเขาขาดผมไม่ได้เหมือนที่ผมปรารถนาแค่ตัวเขา ผมอยาก...

 

            “ฉันว่าเธอถอยไปหน่อยดีกว่า”

 

            “เอ๊ะ”

 

            ผมอยากจะถอนคำพูดคืน เพราะรอยยิ้มของเฌอแตมหายไปทันที เขาเม้มปากเข้าหากัน แล้วหลุบตาลงต่ำ

 

            “แตมขอโทษ”

 

            “ไม่ เฌอแตม เธอไม่เข้าใจ”

 

            “พี่ไคก็คงคิดว่าแตมเป็นเด็กไม่ดี ว่าพี่เอาไว้ แล้วทำเหมือนกัน” ทำไงดี ผมควรทำยังไงดี ถ้าผมบอกเขา เขาต้องมองผมในสายตาไม่ดีอีกแน่ แต่ผมก็ทนเห็นเขาทำหน้าสลดไม่ได้ จนผมสูดหายใจ แล้วก็...ชี้

 

            “ไม่ใช่ แต่เพราะนี่ต่างหาก”

 

            เฌอแตมก้มลงมองตามมือผม แล้วก็อ้าปากค้าง

 

            “พี่ไค!!!

 

            ผมคงถูกเขาเกลียดอีกแน่ ในเมื่อส่วนที่ผมพยายามควบคุมแต่ไม่เคยทำได้ตอนอยู่ใกล้เด็กคนนี้กำลังร้อนผ่าวขึ้นมา และเขาก็กำลังทำตาโต จนผมยกมือกุมหน้า

 

            “นี่เพราะแตมหรือ” ผมไม่รู้เขาทำหน้ายังไง แต่ผมก็พยักหน้า ยอมรับความผิดแต่โดยดี

 

            “เพราะว่าพี่ไค...ชอบแตม เลยเป็นแบบนี้...ใช่มั้ย”

 

            ผมพยักหน้าอีกที ก่อนที่จะหันขวับแทบไม่ทัน เมื่อได้ยินประโยคนี้

 

          “งั้น...ให้แตมช่วยมั้ย”

 

            นี่เมื่อกี้ผมหูเพี้ยนหรือเปล่า!!!

 

....................................

 

            ครบค่ะ เมย์จำไม่ผิดแฮะ ตอนหน้าชื่อตอนขอผมจับ ขอผมทัชจริงๆ ด้วย ชื่อตอนก็บอกแล้วเนอะว่าเนื้อหาจะไปในทิศทางไหน นี่พอน้องเปิดใจ น้องแตมของแม่จะแรดอย่างเจ้ากั๊กไม่ได้นะลูก ขอผู้ชายเขาจับ นี่ถ้าไม่ใช่พี่ไค ไม่อยากจะคิดภาพเลยว่าต่อจากนี้จะเป็นไง ฮา

            ตอนนี้คนหนึ่งก็เปิดใจ ยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามอบให้ ขณะที่อีกคนก็กลัวเด็กจะถอยห่าง เอาล่ะ หลังจากนี้จะอยู่ที่น้องแตมแล้วค่ะ จะได้จะเสีย น้องต้องตัดสินเอง เพราะอีกคนมันตามใจน้องแน่นอน XD

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมถูกเปย์ นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 600 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,384 ความคิดเห็น

  1. #10320 GOT-MarkBam (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 23:03
    นว้องงงง ก้านมะยมในมือสั่นพั่บๆ
    #10,320
    0
  2. #10313 Chompoo_mg (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 20:41
    ไอเ_ี้ยยยยยยยยยยยย อมกกกก.ๆๆๆๆๆ กรีดร้องงง
    ปล.ป้องกั๊ก ชื่อเรื่องอะไรง่ะค้าบบบบบ
    #10,313
    1
    • #10313-1 antima0947951177(จากตอนที่ 20)
      29 เมษายน 2562 / 09:37
      SUGAR AD- ค่ะ (กั๊ก อิมเมจเป็นแทฮยอง BTS )
      #10313-1
  3. #10303 Maddox_DMC06 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:17
    รูดก้านมะยม
    #10,303
    0
  4. #10276 Pimnok2124 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:58
    สงสารพี่ไคอ้ะโอ๊ยยยย
    #10,276
    0
  5. #10232 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 14:55
    น้องแต๊มมมมมมมมมTvT
    #10,232
    0
  6. #10173 Orathaiks (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 23:10
    โถ่พี่ไคต้องมีความอดทนแค่ไหน555555
    #10,173
    0
  7. #10147 Pusu (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 10:54

    ลูกกก จัดไปคร้า

    #10,147
    0
  8. #10124 rattanalak44 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 11:08
    อร๊ายยยย!! แตมลูก หนูจะแรดไปหน่อยแล้วนะ อิพี่จะทนไม่ไหวเอานะ5555
    #10,124
    0
  9. #10080 NNHYENA (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 16:30
    แต๊มมมมมมมมม!!!!!!
    #10,080
    0
  10. #9932 ^^นูน่าหัวสีชมพู^^ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 02:24
    อห. ที่ไม่ได้แปลว่าโอ้โห หรืออื้อหือ หัวใจกูวจะวาย
    #9,932
    0
  11. #9909 View516 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 19:11

    อ้ากกกกหัวใจจะวาย จะช่วยอะไรพี่เขาละลูกจ๋า
    #9,909
    0
  12. #9693 lills (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 17:02
    ก้อชชชชชชน้องงแตมมมม
    #9,693
    0
  13. #9585 Red_Bunny (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 18:27
    โอ้ก๊อดดดดด หนูกล้ามากลูก!!!!!!
    #9,585
    0
  14. #9396 หางสีเงิน (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 13:11
    แตมมมมหนูเป็นกั๊กเวอร์ชั่นแบ๊วสินะลูกกกกก
    #9,396
    0
  15. #9386 Serin71228 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 06:50
    เฌอแตมลูกฉันหายไปไหน? แตมมมม!!
    #9,386
    0
  16. วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 07:02
    คนใสใสหายไปไหนแล้ววว
    #9,284
    0
  17. #9259 meinwonderland; (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 12:39
    น้องงงงงงงงง
    #9,259
    0
  18. #9095 Nobody_Perfect (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 21:33
    เดี๋ยว!!!!! หน่องแตม!!!! เด็กดีไม่อ่อยนาจาาาา
    #9,095
    0
  19. #8893 kindlyjh (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 21:30
    แงงง น้องแตมเหมือนลูกหมาน้อยเลย น่ารักกก ใสซื่อมาก
    #8,893
    0
  20. #8874 แคนต้าลูปปปป ^^ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 20:12
    จัดไปน้องแตม!!!
    #8,874
    0
  21. #8776 pcy921 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 15:07
    พี่เขาช่วยหนูเยอะแล้ว หนูต้องช่วยพี่เขาบ้างนะลูก เด็กดี
    #8,776
    0
  22. #8755 DKdabble (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 23:11
    ชอบในความซื่อและตรงไปตรงมาของน้องแตมมม อยากอ่านก็บอกว่าอยาก อ่า เอ็นดูวว แต่หนูไปขอช่วยพี่เค้าอย่างนั้น มันจะอันตรายต่อตัวหนูเองนะลูกก
    #8,755
    0
  23. #8619 birumu (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 03:21
    น้องคงไม่รู้ว่าเรื่องที่อ่านน่ะเรื่องของตัวเอง อิพี่ไคโรคจิตแรงๆ
    #8,619
    0
  24. #8382 M I N E. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:24
    แต๊มมมมมมมมมมมมมมมมมมม
    #8,382
    0
  25. #7716 mahnuch (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 11:18
    แตมลู๊กกกก / ยกมือปิดตา
    #7,716
    0