[Yaoi] Money Addict ผมมีค่า ต้องกล้าจ่าย! [Boy's Love]

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 ผู้ชายขายตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 66,329
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 982 ครั้ง
    7 ก.พ. 60




ถ้าชอบแตม อย่าลืมซื้อแตมด้วยนะครับ ><


++++++++++++++++++++++++++++++

บทที่ 1 ผู้ชายขายตัว

 

 

 

เฌอแตม

 

            "มึงได้ยินมั้ยว่าไอ้บ้านั่นมันซื้อมินิคูเปอร์คันละสามล้านมาจอดหน้าหอ แล้วมันก็โยนกุญแจรถมาให้กู มันคิดว่ารวยนักหรือไววะ!!!"

 

            "คันละสามล้านนะมึง ไม่ใช่สามร้อย ยังถามอีกเนอะว่ารวยหรือเปล่า"

 

            "ไอ้เคอร์!"

 

            ผมไม่ได้อยากตวาดเพื่อน ไม่ได้อยากอารมณ์เสียใส่เพื่อน แต่มันอดไม่ได้จริงๆ ที่พอโทรไประบายเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่สิบนาทีที่ผ่านมา มันกลับหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจ นี่ถ้าอยู่ตรงหน้าคงมีขยี้หัวผมเล่นด้วยแน่ๆ แล้วดูเหมือนพอผมอารมณ์เสีย มันก็กลั้นหัวเราะจนขลุกขลักในคอ

 

            "แฮ่ม ฮ่าๆ อะแฮ่มๆ กูจริงจังแล้วมึง จริงจังแล้ว ฮ่าๆๆๆ"

 

          จริงจังบ้านพ่อมันสิ หัวเราะขนาดนั้น

 

            ความคิดที่ทำให้ผมยิ่งหงุดหงิดอย่างอดไม่ได้ แล้วตั้งใจจะตัดสายทิ้งถ้าคุยกับเพื่อนแล้วไม่ช่วยอะไร แต่มันถามขึ้นมาก่อน

 

            "แต่มึงก็ยังอุตส่าห์รู้เนอะว่าคันนั้นมันสามล้าน"

 

            "..."

 

            ผมไม่ตอบคำถาม เพราะไอ้เคอร์เองก็คงรู้เหมือนกันนั่นแหละว่าไม่มีทางอยู่แล้วที่ผมจะไม่เช็กราคา ก็พอไอ้บ้านั่นมันโยนกุญแจมาให้ แล้วกลับไปโดยทิ้งแววตาดูถูกไว้ให้ผม ผมก็วิ่งลงไปดูรุ่นรถ แล้วก็เซิร์สหาอย่างบ้าคลั่ง อยากรู้ว่าคราวนี้ผู้ชายคนนั้นเอาเงินมาตบหัวผมเท่าไหร่

 

            ทำไมถึงบอกว่าคราวนี้น่ะหรือ

 

            ใช่ครับ!!! นี่ไม่ใช่ครั้งแรก และนี่ไม่ใช่เงินจำนวนหลักล้านแรกที่มันโยนให้ผม!!!

 

            [เอาน่า ดีกว่าโยนเงินเข้าบัญชีอย่างหนก่อนตั้งเยอะนะมึง ก็มึงบอกเขาเองไม่ใช่หรือว่าแน่จริงก็มาให้ตรงหน้าสิวะ] ไอ้เคอร์เองก็คิดเรื่องเดียวกับผม เพราะมันพยายามบอกด้วยน้ำเสียงปลอบๆ ทั้งที่ผมได้ยินเต็มสองหูว่าแม่งหัวเราะขลุกขลักในคอ ชนิดที่อยากเอาไม้ลูกชิ้นจิ้มคอแม่งสักที

 

            “มึงอย่าพูดถึงเรื่องนั้นได้มั้ย คิดแล้วหงุดหงิด”

 

            ผมว่าอย่างหัวเสีย คิดถึงล้านแรกที่มันให้ผมแล้วทำเอาปรี๊ดแตก ก็ลองคิดดูสิว่าพอตื่นมา ไปกดตังค์ที่เอทีเอ็ม แล้วเจอตัวเลขในบัญชีจาก 1,400 บาท พุ่งทะยานไป 1,001,400 บาทได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ ทำเอาช็อกตาตั้ง วิ่งเข้าธนาคารแทบไม่ทัน ยืนยันว่ามีอะไรผิดพลาดแน่ๆ ส่วนทางนั้นก็ยืนยันว่ามีการโอนเงินเข้ามาจริงๆ ไม่ได้เกิดจากความเลินเล่อของแบงก์แต่ประการใด

 

          ไม่มีทาง จะมีใครโอนเงินล้านมาให้ผมได้ยังไง!’

 

            ผมจำได้ว่าตอบพนักงานแบงก์ไปอย่างนั้น ไม่อยากให้มารู้ตอนหลังว่าไม่ใช่เงินผมแล้วถูกจับ ดังนั้น ผมต้องยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองก่อนว่าไม่ได้มีพ่อค้ายาที่ไหนโอนเงินที่จะฟอกมาผิดบัญชี ซึ่งขณะที่เถียงกับพนักงานหน้าดำหน้าแดงอยู่นั้น โทรศัพท์ก็เข้า

 

          [ได้รับหรือยัง]

 

          ‘เดี๋ยวนะ เดี๋ยว! นี่ฝีมือคุณหรือวะ

 

          [ได้ยินมาจากแม่เธอว่ากำลังขัดสน เอาไปใช้ซะสิ]

 

          ‘ผมไม่เอา มาเอาเงินคุณคืนไปเลย

 

            ผมอาจจะเดือดร้อนเรื่องเงินจนถึงขั้นขัดสน แต่เรื่องอะไรที่ต้องทนคำดูถูกแบบนี้ ผมเลยยืนยัน แล้วก็โกรธจนแทบจะน้ำตาไหล เพราะปลายสายมันบอกง่ายๆ

 

          [ฉันไม่เอาคืน ไม่อยากได้ก็โยนทิ้งไปเลย]

 

            วินาทีที่ได้ยินประโยคนั้น ความโกรธนี่แล่นมาถึงคอเลย เพราะผมรู้ค่าของเงิน รู้ดีว่ากว่าจะได้มาแต่ละบาท มันเหนื่อยยากแค่ไหน ดังนั้น การได้ยินคนมาพูดใส่หน้าว่าให้โยนเงินล้านนึงทิ้งไปซะก็เหมือนดูถูกคนที่ใช้แรงกายแลกเงินอย่างผม ดังนั้น ผมเลยตะโกนออกมาว่า

 

            ฟังให้ดีนะคุณไค ผมไม่ใช่อีหนูของคุณ เอาเงินคุณไปยัดก้นคนอื่นเถอะ!!!’

 

            ตอนนั้นผมโกรธมาก โกรธจนแบบตะโกนลั่นธนาคาร มารู้ตัวตอนที่วางหูไปแล้ว หอบหายใจหนักๆ นั่นแหละว่าทุกคนกำลังมองมาเป็นตาเดียว แม้แต่พนักงานแบงก์ก็เบิกตากว้าง จนได้แต่รีบคว้าสมุดบัญชีแล้วจ้ำอ้าวออกมา แต่ยังทันได้ยินเสียงนินทาไง

 

          หน้าตาก็ดีไม่น่าขายตัวเลยเนอะ

 

          เหี้ยสิ!

 

            เท่านั้นไม่พอ ผมต้องวิ่งไปขอให้แม่ช่วยเอาเงินหนึ่งล้านไปคืนพ่อคนน่าหมั่นไส้ และฝากบอกไปด้วยว่า ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก ถ้าคิดจะดูถูกกัน มาเจอกันตัวต่อตัวเลยดีกว่า จนแม่เองก็ลำบากใจ แต่ใครจะคิดล่ะว่ามันกล้ามาจริงๆ แถมมาพร้อมกับการอัพเลเวลจากหนึ่งล้าน เป็นสามล้านเศษได้อย่างน่ามหัศจรรย์

 

            [กูว่านะ เขาคงอยากสอยมึงใจจะขาดแล้วล่ะ]

 

            ไอ้เคอร์เอาซะผมหัวทิ่มเลย ได้แต่แยกเขี้ยวใส่โทรศัพท์

 

            [จริงๆ มึงขายๆ เขาไปก็ดีนะ ได้ตังค์ใช้นะมึง]

 

            “เหี้ย!

 

            ผมก็ด่ามันสิ ฟังไอ้เคอร์หัวเราะอย่างชอบอกชอบใจ เพราะมันรู้ดีว่าต่อให้ผมขัดสนแค่ไหนก็ตาม ผมก็ไม่มีทางเอาเงินของคนที่ดูถูกผมแบบนี้ แล้วอีกอย่าง...

 

            “มึงอย่าพูดบ้าๆ นั่นญาติแม่กูนะ”

 

            [แต่มึงกับแม่มึงไม่ใช่แม่จริงๆ สักหน่อย]

 

            ผมงี้หน้าตึงเลย ไม่ชอบที่ใครมาพูดว่าผมกับแม่ไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน มันก็ใช่หรอกว่าแม่ไม่ใช่คนให้กำเนิดผม แต่แม่ก็เป็นคนเลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยคิดเลยว่าผมเป็นลูกของผู้หญิงคนอื่นกับพ่อ แถมพอพ่อผมตายไปตอนผมอายุได้แค่สิบขวบ แม่ยังเป็นคนหาเลี้ยงดูผมที่ไม่ใช่สายเลือดเดียวกันจนมาถึงตอนนี้

 

            ไหนจะปัญหาสารพัดกับครอบครัวเก่าของพ่อที่แม่ต้องเจออีก ดังนั้น พอแม่ตัดสินใจแต่งงานใหม่ หลังจากที่ไม่ยอมคบกับใครเพราะเป็นห่วงผม ผมที่เป็นตัวฉุดให้แม่ลำบากมานานหลายปีจึงไม่อยากรบกวนท่านอีกต่อไป พอผมเข้ามหาวิทยาลัย ผมเลยจะอยู่ด้วยตัวเองให้ได้ ตอนปีแรกน่ะลำบากเลือดตาแทบกระเด็น มาปีนี้ที่ค่อยยังชั่วลงหน่อย

 

            ตอนนี้ผมมีงานที่ทำเงินได้

 

            [เฮ้ยๆ กูขอโทษ อย่าเงียบสิวะ กูลืมไปว่ามึงไม่ชอบให้พูดแบบนี้]

 

            เพื่อนสนิทก็รู้เพราะมันว่าอย่างรู้สึกผิด ไม่มีแววหัวเราะแล้ว

 

            “เออๆ ช่างเหอะ วางแล้วนะ กูจะไปเตรียมตัว”

 

            [โอเค เดี๋ยวเจอกัน]

 

            ผมไม่โกรธเพื่อนหรอก เพราะรู้ว่ามันไม่ได้มีเจตนาร้าย มันห่วงผมมากด้วยซ้ำ เคยพูดอยู่หลายครั้งว่าถ้าไม่ไหวค่าหอก็ให้ไปอยู่บ้านมัน แต่ผมทำงั้นไม่ได้หรอก มันเองก็มีครอบครัวของมัน บ้านมันจะคิดยังไงที่เอาผมไปอยู่ด้วย

 

            พอแล้ว ผมจะไม่ยอมเป็นภาระใครอีกเด็ดขาด

 

            ติ๊ง!

 

            ความคิดที่ต้องชะงัก เมื่อโทรศัพท์ที่เพิ่งตัดสายไปมีข้อความใหม่เข้า แล้วคนที่ส่งมาก็ทำให้อารมณ์ที่ดีขึ้นนิดดิ่งลงเหวอีกครั้ง

 

                        ...ถ้าไม่พอใจมาคุยกับฉัน อย่ารบกวนแม่เธอ โตจนรู้แล้วว่าอะไรควรอะไรไม่ควร...

 

            “ไอ้!!!

 

            ผมงี้ด่าไม่ออกเลย สองมือกำหมัดแน่น มองข้อความนั้นจนแทบจะทะลุจอ เห็นหน้าไอ้หมอนั่นมันยืนสั่งสอนด้วยสีหน้าตายด้าน แล้วก็แสยะยิ้มดูถูกชัดเจนชนิด HD จนต้องสูดหายใจฟืดๆ ปิดเครื่องแล้วโยนไปอีกทาง เพราะถ้าผมตอบมันไปตอนนี้ก็มีแต่คำด่าทั้งนั้นนั่นแหละ

 

            “ไม่อยากเชื่อเลยว่าคนอย่างนี้จะเป็นญาติกับแม่!

 

            ผมบอกแล้วใช่มั้ยว่าไอ้ผู้ชายปากน่าต่อยนี่เป็นญาติกับแม่ผม ผมรู้มาบ้างว่าเป็นญาติห่างๆ แถมรายนั้นยังไปโตที่ต่างประเทศ เพิ่งจะกลับไทยมาตอนที่แม่ผมแต่งงานใหม่ ซึ่งตอนแรกผมไม่ได้สนใจเลยสักนิด เพราะมันยังบินไปๆ มาๆ แต่แล้วจู่ๆ วันหนึ่งเมื่อราวหกเดือนก่อน มันก็โผล่หัวกลับมาพร้อมบอกว่าจะตั้งรกรากที่ไทย เท่านั้นไม่พอ

 

          ไค ยังไงพี่ฝากน้องแตมด้วยนะ เดี๋ยวนี้เขาก็โตเป็นวัยรุ่นแล้วไม่ค่อยฟังอะไรพี่เลย ไครุ่นราวคราวเดียวกัน น่าจะคุยกันได้

 

            ขอโทษนะครับ แม่ถามผมสักคำหรือยังว่าอยากรู้จักมันหรือเปล่า แถมรุ่นราวคราวเดียวกัน? อายุห่างกันตั้ง ปี! ผมคนนึงล่ะที่ไม่เอาอะไรไปเล่าให้มันฟังแน่

 

            ส่วนใครว่าผมไม่ฟังแม่ ผมฟังนะ ที่ผมดื้อมาอยู่หอและไม่ยอมรับเงินแม่ก็เพราะตอนนี้แม่มีน้องกับพ่อใหม่ แล้วผมจะรบกวนทั้งคู่ได้ยังไงล่ะ

 

            คนนอกอย่างผมก็ต้องย้ายออกมาเท่านั้นเอง

 

            ความคิดที่ทำให้ผมก้มหน้าลง ตามันชื้น มือที่กำโทรศัพท์คลายลงนิด แต่เพียงพักเดียว ผมก็ฮึดด้วยการสูดหายใจลึกๆ โยนโทรศัพท์ไปอีกทาง แล้วคว้ากิ๊บอันใหญ่มาหนีบผมสีน้ำตาลให้เสยขึ้นไป ก้าวเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตา จากนั้นก็ขยับไปนั่งบนเตียง

 

            ผมเอากระจกมาตั้งตรงหน้า ซับน้ำออกจากหน้าให้หมด แล้วคว้าคุชชั่นมาถือไว้ จากนั้นก็ตบเบาๆ ให้ทั่วหน้าอย่างประหยัดสุดขีด ไม่ใช่อะไร

 

          ตลับนึงแม่งซื้อข้าวแดกได้ตั้งหลายมื้อ

 

            ทว่า ผมก็ขาดมันไม่ได้ ในเมื่อวิธีหาเงินของผมมันต้องใช้หน้าตา ดังนั้น ต่อให้ใครบอกว่าผมผิวสวยแค่ไหน ผมก็ต้องทำให้ดูดียิ่งกว่านั้น

 

            “สาธุ ขอให้คืนนี้มีคนซื้อกูเยอะๆ ด้วยเถิ้ด”

 

            เงินที่ได้มามันหมายถึงค่าหอ ค่ารถ ค่าข้าว และค่าเทอมที่เดี๋ยวก็ต้องจ่ายอีกแล้ว ดังนั้น แม้ผมจะไม่ได้อยากได้อาเสี่ยมาอุปถัมภ์ แต่ใช่ว่าผมจะไม่รับเงินจากการขายตัวนี่หว่า

 

            และคืนนี้...ผมจะขายตัว

 

....................................................

 

ต่อค่ะ

 

            “แฮก...แฮก...พอ...หรือยัง...ครับ...แตมไม่ไหว...แล้วนะ”

 

            ท้องฟ้าข้างนอกมืดมิดแล้ว ขณะที่ในห้องของผมยังสว่างโร่ จนเสียงหอบหายใจที่ดังสะท้อนอยู่ในห้องแคบๆ ฟังดูน่าอายอย่างบอกไม่ถูก เหงื่อก็ไหลซึมข้างขมับ แต่ผมไม่สนใจ ยังคงขยับร่างกายรับจังหวะอย่างเต็มที่ ร่างกายร้อนผ่าวไปหมด จนต้องแหงนเงยหน้าขึ้นมองเพดานห้อง จากนั้นก็หอบสั่น

 

            “พะ...พอใจมั้ย...แตมทำแบบนี้...พี่...พอใจ...แฮก...หรือยัง...”

 

            ผมถามเสียงสั่นสะท้าน ขณะที่ว่าร่างกายกำลังมาถึงขีดสุด รองพื้นที่แปะๆ บนใบหน้าคงละลายหายไปกับเหงื่อแล้วล่ะ จากนั้นก็กดสายตาก้มลงมอง เพื่อดูว่าคนที่ซื้อเขาในคืนนี้พอใจในสิ่งที่ทำให้หรือยัง ซึ่งพบว่า...

 

            Mungming: เอาอีก พี่ยังไม่สะใจ

 

            บนหน้าจอ โปรแกรมหนึ่งกำลังทำงาน กลางจอมีภาพของผมเองที่หน้าแดงก่ำ หอบหายใจอย่างรุนแรง เสื้อเปียกโชกจนแนบไปกับลำตัว ขณะที่ด้านหนึ่งของจอก็มีตัวอักษรที่กำลังวิ่งเร็วจี๋ เพราะใครต่อใครกำลังแสดงความคิดเห็น อีกด้านมีตัวเลขบอกเล็กๆ ว่า...589

 

          น้อยไป!

 

            ผมคิดอย่างหงุดหงิดใจ แต่ก็ยังขยับตัวปรนเปรอลูกค้าที่กำลังอยู่บนหน้าจออย่างเต็มที่ โดยเฉพาะคนที่จ่ายเงินซื้อผมในคืนนี้

 

            “โธ่ พี่มิ้ง แฮก แฮก แตมเต้นไม่ไหวแล้วนะ นี่เต้นมาสี่เพลงติดกันแล้วนะครับ”

 

            หากใครกำลังคิดอกุศล ผมขอบอกเลยว่าให้เบรกเสียตั้งแต่ตอนนี้ ผมรู้ว่าทันทีที่เล่าให้ใครฟังว่าทำงานให้ความบันเทิงบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งออนไลน์ให้บุคคลภายนอกเข้ามาดู ทุกคนต้องคิดเหมือนกันหมดว่าผมต้องกำลังช่วยตัวเองออกจอเพื่อเรียกเงินคนดู ซึ่งจริงๆ แล้ว...เอาความคิดนั้นไปยัดโถส้วมเถอะ!

 

            ตอนนี้ผมไม่ได้ช่วยตัวเองโว้ย ผมแค่เต้นตามจังหวะเพลง!

 

          ดังนั้น ที่ผมทำอยู่นี่คือ...DJ

 

            การเป็นดีเจที่ไม่ต้องผ่านคลื่นวิทยุที่ไหนทั้งนั้น แต่สามารถทำได้ผ่านอินเทอร์เน็ตเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส และผมก็เป็นดีเจในการีน่ามานานห้าเดือนแล้ว

 

            ส่วนทำไมผมถึงเรียกว่าขายตัว ก็ผมยอมทำทุกอย่างเพื่อแลกกับของขวัญที่ผู้ชมกดให้น่ะสิ!

 

            ส่วนของขวัญคืออะไร มันก็คือไอคอนรูปต่างๆ ที่ยูสเซอร์หรือผู้ฟังสามารถกดส่งให้กับดีเจที่จัดรายการ ซึ่งแน่นอน...ต้องซื้อด้วยเงิน!

 

            ของขวัญยิ่งได้รับมากเท่าไหร่ ก็แปลว่าบริษัทได้เงินมากเท่านั้น ส่วนผมเองก็ได้ส่วนแบ่งมากขึ้นตามไปด้วย เพราะฉะนั้น เข้าใจหรือยังว่าทำไมไอ้ขี้งกนิสัยชูชกของเพื่อนร่วมคณะถึงยอมทิ้งมาดเดิม แล้วสวมมาดหนุ่มน่ารักที่กำลังหอบหายใจเสียตัวโยน บอกเสียงอ้อนๆ ให้ผู้ฟังเห็นใจ

 

          ใครอยากเห็นตอนหน้าตากูเหมือนนิสัย มาดูตอนกูจัดรายการ มา!

 

            Mungming: โอ๋ๆ พี่ยอมแล้วก็ด้ะ

 

            ฟึ่บ

 

            “แฮก ขอบคุณครับพี่ ขอแตมกินน้ำแป๊บนะครับ”

 

            ทันทีที่เจ้าของของขวัญที่สั่งให้ผมเต้นยอมให้พัก ผมก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทันที เปิดเพลงไม่ให้ห้องเงียบ เพราะการจัดรายการก็เหมือนคนบ้าที่ต้องพูดคนเดียวไปเรื่อยๆ วิธีหนึ่งที่ช่วยได้คือการเปิดเพลงตามรีเควส แต่ก็ต้องรีบกิน รีบพัก แล้วก็รีบพูด

 

            ปกติคนฟังวิทยุเพื่อฟังเพลง แต่คนที่นี่...เขามาเพื่อดูดีเจ!

 

             “เป็นไงครับวันนี้แกล้งแตมกันสนุกสนานเลยนะ”

 

            ผมค่อยยังชั่วขึ้นหน่อย ตอนที่หันไปพูดกับกล้อง ทำปากมู่ ย่นจมูก แถมพองแก้มอีกอย่างที่ดูน่ารักน่าหยิกในสายตาสาวๆ หากแต่อุบ้าทว์อุบาทว์ในสายตาคนทำ เพราะรับตัวเองไม่ได้สุดๆ แต่อาชีพนี่หว่า ได้เงินนี่หว่า ดังนั้น...ก้มหัวรับชะตากรรมไปซะ ไอ้แตม

 

          เอา กูเอียงคอให้ด้วยอ้ะ

 

            เหมียวๆ: สวัสดีจ้าแตม

 

            “โอ๊ะ พี่แมวสวัสดีครับ วันนี้มาช้าจัง”

 

            แม้ว่าหน้าจอจะบอกว่ามีคนเข้ามาฟังผมเกือบหกร้อยคน แต่ผมก็พยายามทักทายทุกคน เพราะยิ่งมีคนติด มันหมายถึง...เงิน!

 

            โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าประจำที่เงินหนากระเป๋าหนัก

 

            เหมียวๆ: พี่ติดงาน แล้วทำไมทำหน้าเซ็กซี่จัง

 

            “ชมแบบนี้แตมไม่เห็นปลื้มเลย แตมหล่อต่างหาก” ผมตอบข้อความของแก๊งเจ้าประจำที่ติดตามทุกครั้งที่ผมออนไลน์ ไม่ลืมตอบคำถามคนอื่นที่พูดคุยกับผมไปด้วย แล้วทำหน้าเก๊กหล่อที่ทำให้คนฟังหลายคนส่งเลข 5 มาห่าใหญ่

 

            “โหย วันนี้นะแตมไม่อยากจะโม้ เออ งั้นโม้ทำไมวะ” ผมเล่นเอง ตบเอง แถมยังใส่เสียงเอฟเฟกต์เองเพื่อเอ็นต์เตอร์เทนคนฟัง จากนั้นก็ทำเสียงน่าสงสาร

 

            “แตมยังไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อคืนเลยนะ นั่งทำรายงานให้เพื่อนทั้งคืน เจอพี่มิ้งสั่งเต้นสี่เพลงรวดติดกัน โอ้โห เห็นสวรรค์อยู่รำไร แต่ไม่เป็นไร เพื่อทุกคนแล้วแตมทำได้” ว่าแล้วก็ลงเสียงเอฟเฟกต์ปรบมือให้ตัวเอง อ่านข้อความที่ว่า น่าสงสารบ้างล่ะ น่าเห็นใจบ้างล่ะ แต่ที่เหนือไปกว่านั้น

 

            เหมียวๆ: *ส่งเพชร*

            เหมียวๆ: *ส่งเพชร*

            เหมียวๆ: *ส่งเพชร*

            ....

            เหมียวๆ: *ส่งเพชร*

 

            พี่แมวที่ว่ากำลังส่งภาพเพชรแสนสวยงามมาทีเดียว 15 เม็ดรวด ทำเอาคนมองตาโต

 

            “ขอบคุณมากเลยครับพี่แมว!!! ขอให้สวยวันสวยคืน ผัวรักผัวหลง พูดไปใครก็รักเหมือนลงสาลิกาลิ้นทองเลยนะครับ!” ผมยกมือไหว้ท่วมหัว เพราะเพชรเม็ดนึงไม่ใช่ถูกๆ เล่นส่งรัวมา 15 เม็ดแบบนี้ก็...หวานหมูไอ้แตมเลยไงล่ะ

 

            เหมียวๆ: ของเจ้อมแกครึ่งนึง

            เหมียวๆ: เขาฝากพี่มา เพราะเจ้อาจเข้าไม่ทันแตม

 

            เจ้อม หรือ อมแล้วดูดเป็นชื่อยูสเซอร์ที่เจ้าตัวบอกว่าตรงตามความหมาย ไม่ต้องพยายามคิดใสๆ ว่าหมายถึงอมยิ้ม ก็เป็นหนึ่งในแก๊งเจ้าประจำ จนยิ้มกริ่ม

 

            “งั้นเดี๋ยวแตมไปขอบคุณเจ้อมนะ ว่าแต่ 7 เม็ดนี่เอาแตมตายได้เลย”

 

            ผมบอกแล้วว่าของฟรีไม่มีในโลก ในโลกของดีเจก็เช่นกัน ไม่ใช่แค่ทำตัวน่ารัก แอ๊บใสกุ๊งกิ๊งแล้วจะได้ตังค์มาใช้ง่ายๆ เพราะการที่จะเรียกให้คนส่งเงินผ่านของขวัญ มันก็มีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งก็ต่างกันไปแต่ละดีเจ อย่างของผมเนี่ย ก็เช่น...

 

            5 ปรบมือ ผมจะให้ไอ้เคอร์ตบเหม่ง

            5 ลูกอม แก้ตีเหม่ง

            10 sexy ผมทำท่าเซ็กซี่

            10 ลิง แก้เซ็กซี่

 

            การทำตัวน่ารักมันจะมีประโยชน์ก็ตอนที่มีคนมาแก้ให้นั่นแหละ ส่วนใหญ่ผมไม่ค่อยโดนตีเหม่งหรอก เขากลัวผมเจ็บกัน พอมีคนส่งปรบมือมา ก็จะมีคนส่งลูกอมมาแก้ให้ผมแทบจะทันที ตรงกันข้ามกับ...เพชร

 

            เพชรของผมหมายถึงการกิน...ดอยคำ

 

          อย่าทำหน้าขำนะเว้ย! อันนี้ร้ายแรงขั้นสุด!

 

            ใครว่าดอยคำอร่อย ผมนี่เถียงตายชักเลย ไม่งั้นมันจะมาเป็นของลงโทษได้ยังไง และดอยคำของผมนี่น้ำมะเขือเทศเท่านั้นนะ รสชาติอย่าพูดถึง ส่วนกลิ่นแม่ง...อย่าให้บรรยายเลย ไม่อยากถูกฟ้อง แม่งไม่มีตังค์จ้างทนายสู้

 

            เท่านั้นไม่พอ ที่สำคัญ ผมเนี่ย...เมาดอยคำว่ะ

 

            ครั้งไหนเจอเพชรหนักๆ แบบนี้นะ มันจะรวบยอดเป็นดอยคำกล่องใหญ่ ปกติกล่องเล็กนี่ก็กลั้นใจกินจนหน้าดำหน้าแดง กล่องใหญ่ทีไร ผมนี่อ้อแอ้ยิ่งกว่าโดนมอม แต่ผมมีคติประจำใจ...เพื่อเงิน หนักแค่ไหน ไอ้แตมสู้ตาย!

 

            เอาเลย

 

            กินเลย

 

            แตมสู้ๆ

 

            ทุกข้อความนี่ให้กำลังใจผมมาก แต่เพื่อค่าเทอมแล้ว...

 

            หมับ

 

          กูก็เตรียมกระดกไง

 

            “อื้อหือ กลิ่น...ไม่เชื่อหรือครับว่ารสชาติมันสุดๆ ถ้าไม่เชื่อนะ พรุ่งนี้เช้าไปซื้อมากินเลย เอามะเขือเทศนะ แตมท้าพิสูจน์จริงๆ...” เพราะมีคนถามว่ามันกลิ่นเหี้ยจริงหรือ รสชาติไม่โอเคหรือแค่แสดง ผมก็เลยตอบคำถามไปด้วย

 

            “โอเคๆ แตมไม่ถ่วงเวลาแล้ว กินแล้วนะ...” ผมงี้ยกมือข้างหนึ่งบีบจมูก กลั้นใจ แล้ว...กระดก

 

          ไอ้เหี้ย กลิ่นแม่งตดควาย!!!

 

            ผมรู้สึกเหมือนมันจะขย้อนออกมา แต่ก็กล้ำกลืนฝืนดันมันลงไป หางตาที่น้ำตาปริ่มๆ ก็เห็นข้อความเชียร์กันสนุกสนาน มีหลายคนส่งของขวัญมาให้ผมเพิ่ม ซึ่งทำให้กำลังใจในการแดกไอ้น้ำผักเวรนี่เพิ่มสูงขึ้น ผมเลยดื่ม แล้วก็ดื่ม

 

            Whosomeone Online

 

            ทันใดนั้น ผมก็เห็นเจ้าประจำอีกคนที่เพิ่งจะเข้ามา แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาทัก เพราะผมเพิ่งจะกระดกไปได้ครึ่งกล่องก็ทนไม่ไหว สะบัดหน้าไปอีกทาง หายใจเข้าไปเฮือกใหญ่

 

            “โอย กลิ่น”

 

            ผมหันไปมองหน้าจอแล้วพบว่า...เอาอีกแล้ว

 

          ถามจริง นี่น้ำผักหรือน้ำกัญชาวะ แดกทีไร หน้ากูเป็นงี้ทุกที

 

            ยังไงน่ะหรือ! ก็หน้าแบบคนเสียวจัดยังไงล่ะ!!!

 

            ตอนนี้หน้าผมแดงเหมือนกับน้ำที่แดกเข้าไป ตากลมๆ ของผมก็เปื้อนไปด้วยหยดน้ำตา (เพราะกลั้นหายใจ) เหงื่อก็ซึมรอบหน้าผาก (แดกน้ำทีละครึ่งลิตรนะครับ ไม่เหงื่อตกได้ไง) ไหนจะปากแดงก่ำราวกับเพิ่งไปถูกใครขยี้ (ไอ้น้ำสีเวรนั่นแท้ๆ) นอกจากนั้น พอผมเจอกลิ่นแบบนี้ ผมก็มึนจนตาลอย ปากก็เผยอหน่อยๆ หอบนิดๆ 

 

            นี่ผมเพิ่งกินน้ำผักหรือถูกใครผลักลงเตียงวะ

 

          กูรับหน้ากูไม่ได้อะ!

 

            “ฮือ แตมเมาแล้ว”

 

            แม้จะรับไม่ได้กับหน้าแบบนี้ แต่ถ้ามันหาเงินได้ จะเสียวเล็กเสียวมาก ผมพร้อมทำหน้าเสียวให้ดูนั่นล่ะ แล้วยังดัดเสียงว่าอ้อนๆ มองข้อความที่เด้งรัวๆ ส่วนใหญ่ชมว่าเซ็กซี่โง้น น่ารักงั้น ขอเป็นแฟนก็มา เชียร์ให้แดกต่อก็มี แต่อันนึงที่ผ่านตามากที่สุด

 

            และแม่งทำให้ตาค้างสุดก็โผล่

 

            คนผ่านทาง: หน้าแบบนี้ ขอเย็Xทีสิครับน้อง

 

            ข้อความที่ผมสบถลั่นในใจ

 

          ไปเอากับหมาที่บ้านไป ไอ้เหี้ย!

 

            ถ้าเจอผมในตลาด ผมด่าไปแล้ว แต่เพราะผมกำลังหาตังค์ ท่ามกลางคนดูที่ตอนนี้หกร้อยกว่าคนเข้าไปแล้ว ผมก็ทำได้แค่พยายามมองผ่าน ไม่สนใจข้อความนั้น หันไปตอบคำถามอื่น แล้วเปิดเพลงเพราะๆ ให้ฟังคลอไปด้วย แต่อาจจะเพราะข้อความนั้นมันโดดขึ้นมา ยูสเซอร์คนอื่นก็เลยเริ่มเงียบ แถม...

 

            คนผ่านมาขอกระแทกทีดิ

 

            มันยังไม่เลิก!

 

            ประโยคที่สองไม่พอ มันมาประโยคที่สาม!

 

            คนผ่านมาไม่ต้องแดกแล้วน้ำนั่น มาแดกน้ำพี่ดีกว่าน้อง

 

          กูรู้ว่ากูหน้าตาดี เป็นเหยื่อพวกมักมาก แต่อย่างมึงจ่ายให้กี่ล้านก็อย่าหวังว่าจะเห็นขาอ่อนกู!!!

 

            ผมเข่นเขี้ยว เจอแบบนี้มาก็หลายครั้ง แม้คนฟังส่วนใหญ่จะน่ารัก แต่นานๆ ไอ้พวกชอบกวนประสาทก็จะโผล่มาสักที ซึ่งตอนนี้ไอ้เคอร์แม่งยังไม่มา ไม่งั้นมันจะออกหน้าแทนผมทันที และในตอนที่กำลังลังเลว่าควรจะโต้ตอบหรือเปล่า...

 

            ฟึ่บ

 

            Whosomeone: ผมขอแนะนำคุณในฐานะปัญญาชนผู้มีสมองนะครับ คุณคนผ่านมา ถ้าคุณอยากปล่อยน้ำ ผมแนะนำให้คุณไปเข้าส้วม ถ้าคุณอยากกระแทก แนะนำให้คุณไปเคาะระฆังสวดมนต์ แต่ถ้ามันทำแล้วยังไม่ดีขึ้น ยังอยากทำแบบแรกอยู่ ผมแนะนำนะครับ...

 

            Whosomeone: กระบอกข้าวหลามครับ เหลาให้เนียน ผมคิดว่าสมองระดับคุณน่าจะเหมาะสมแล้ว

 

          เหยดดดด พี่ฮูแม่งแร๊ง!!!

  

ต่อค่ะ

 

            ผมแทบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่ เมื่อ Whosomeone หรือพี่ฮูที่ผมและคนในนี้เรียกแกเงียบหายไปอึดใจ แล้วก็กลับมาพร้อมข้อความยาวเหยียดที่แม่งสะใจฉิบหาย โดยเฉพาะ...

 

            “เข้าส้วมหรือพี่ฮู คิดได้ไงครับเนี่ย”

 

            ผมนี่กดเสียงประกอบรัวๆๆๆ ให้พี่แกเลย แบบที่พี่เขาก็ส่งตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

 

            Whosomeone: อยากปล่อยน้ำแต่ไม่เข้าส้วมก็เลอะเทอะสิครับคุณแช่มช้อย

 

            “พี่ฮู! ผมชื่อเฌอแตม ไม่ได้ชื่อแช่มช้อย!

 

            ผมก็ขำลั่นเลยสิ พี่แกตามผมมาตั้งแต่ทั้งห้องมีกันอยู่ 5 คน เมื่อก่อนก็เรียกผมว่าแตมหรอกนะ เดี๋ยวนี้แกพัฒนาแล้ว แช่มช้อย แม่งคิดได้ไงวะ ทำเอาหัวเราะซะลืมไอ้บ้ากามที่เพิ่งจะลวนลามทางคำพูดไปเสียสนิทใจ

 

            ส่วนมันเองเจอจัดชุดใหญ่ก็เด้งออกอย่างรวดเร็ว...สงสัยหนีไปเคาะระฆังสวดมนต์

 

            ผมยิ้มกริ่มทันที แล้วก็ยิ่งหัวเราะหนักกว่าเดิมเพราะพี่ฮูส่งของขวัญมาให้

 

            ไอคอนสูงสุดที่หมายถึงแพงสุด และ...สั่งให้ผมทำอะไรก็ได้ที่ไม่ 18+

 

            Whosomeone: ผมแก้ให้คุณแช่ม ถ้าคืนนี้ผมต้องเห็นคนแช่มกินต่อไป ท่าจะฝันเห็นปอบมากินตับ

 

            “โหพี่ฮู ฝันเห็นผมดีจะตาย”

 

            ผมว่าอย่างขำๆ ชอบคุยกับพี่เขา ส่วนหนึ่งก็เพราะความกวนตีน อีกส่วนคือพี่ฮูไม่เคยพูดจาแทะโลมผมเลย มีแต่จิกกัดจนหัวเราะหน้าดำหน้าแดงก็เท่านั้น และคนในห้องเองก็ชอบดูผมทะเลาะกับพี่เขา เพลงเพลิงนี่ไม่ฟังแล้ว ดูคนทะเลาะกันมันกว่า

 

            “โอ๊ะ เคอร์มาแล้วครับ”

 

            กรี๊ดดดดดดดด

 

            พี่เคอร์มาแล้ว

 

            ผัวพี่แตมมาแล้วค่า!!!

 

            สิ้นเสียงที่ผมบอก เสียงกรีดร้อง (ก็ถ้าตัวอักษรมันร้องได้นะ) ก็มาระลอกใหญ่ ตื่นเต้นยิ่งกว่าแร้งรุมทึ้ง เพราะผมยังไม่ได้บอกใช่มั้ยว่าจากที่คนฟัง 5 คน มันเด้งมา 500 แถมบางครั้งก็เฉียด 800 ได้ยังไง ก็เพราะไอ้เพื่อนสนิทผมคนนี้นี่แหละ

 

            ผมเรียกมันมาช่วยตอนแรกๆ ที่ผมยังพูดคนเดียวไม่คล่อง (เออครับ เดี๋ยวนี้กูเป็นบ้า พูดคนเดียวสามชั่วโมงก็สบาย) เริ่มแรก มันมาช่วยโปรยเสน่ห์ สาวๆ ก็มา มันเริ่มโอบไหล่ สาวๆ ก็มามากขึ้น หลังๆ แม่งมีใครไม่รู้ส่งของขวัญมาพร้อมสั่งว่า...ขอให้พี่เคอร์จูบพี่แตมค่ะ

 

            เท่านั้นแหละ แม่งคว้าคอผมมาดูดปาก แต่ไม่ได้จูบจริงนะ มันเอามือข้างนึงบังไว้ ใช้มุมกล้องเก่งประหนึ่งดาราเลยนะมึง เท่านั้นแหละ ไอ้สาวๆ ที่เข้ามาฟังจนภาคภูมิใจว่าตัวเองมีเสน่ห์แม่งหลุดแอ๊บ...สาววายทั้งแผงครับ!

 

            ผมนี่ประจักษ์แจ้งความจริงวันนั้นเลยว่าผมถูกตั้งสถานะให้ถูกเสียบ

 

            ผมจึงบอกได้เลยว่ากว่าครึ่งหนึ่งในนี้เล็งอยากเห็นไอ้เคอร์ปล้ำผมออกกล้องฉิบหายวายวอด ส่วนผม...ตราบใดที่ได้ตังค์ แค่ปาก กู (จะพยายาม) ให้มึงก็ได้

 

            และแม้ว่าตอนนี้เพื่อนผมจะไม่ได้อยู่ในห้องด้วย แต่มันก็โทรเข้ามา แล้วใช้วิธีต่อสายเข้ามาคุยกันได้ ซึ่งพอมาถึง ไอ้หล่อก็ทำหน้าที่ตัวเรียกแขกได้ดีเกินหน้าที่

 

            “แตมครับ คิดถึงเคอร์มั้ย”

 

          เพิ่งแยกกันเมื่อเย็น คงคิดถึงมึงมั้งไอ้ควาย

 

            “ไม่รู้ ไม่ตอบ”

 

          กูนี่แอ๊บเก่งฉิบ

 

            “อะแน่ะ เขินหรือครับ...เฌอแตม

 

            ไอ้เคอร์เน้นชื่อผมหนักมาก อย่างที่สาวแตกทั้งหลายกำลังกรี๊ดผ่านตัวอักษร จิ้นกันไปได้ว่ามันกำลังบอกรักผมเป็นภาษาฝรั่งเศส ซึ่งผมก็ปล่อยให้กรี๊ดกันไป บอกแล้วว่าตราบใดที่ผมยังได้ตังค์จากการทำงานนี้ ต่อให้ต้องปั้นเรื่องว่าได้เสียกับไอ้เคอร์แล้ว...ผมยอม

 

            เพราะฉะนั้น นี่ล่ะ...นิยามการขายตัวของผม

 

.................................

 

            ไลน์!

 

            “อ้าวพี่ฮู”

 

            ผมเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ หลังจากที่ปิดรายการไปเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ไลน์ก็เด้งขึ้นมา ซึ่งเมื่อคว้าขึ้นมาดู ก็พบว่าเป็นพี่ฮูซัมวัน

 

            Whosomeone: โอเคนะคุณแช่ม

 

            ผมหลุดยิ้มออกมาทันที พี่ฮูคงหมายถึงเรื่องไอ้บ้าที่อยากกระแทกผมแน่ๆ จนต้องตอบกลับไป

 

            je t'aime: โอเคพี่ ขอบคุณที่เป็นห่วง

 

            สำหรับคนฟังบางคน ผมก็แลกไลน์หลังไมค์ และหนึ่งในนั้นก็คือพี่ฮูที่ได้เสีย (หมายถึงเงิน) กับผมไปเยอะ ไม่รู้เหมือนกันว่ามาติดใจอะไร แต่พี่เขาเคยบอกว่ากัดผมแล้วสนุกดี

 

            Whosomeone: เปล่าห่วง แค่คิดว่าถ้าคุณแช่มคิดมาก กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ดื่มไม่ลงแล้วตายเป็นผีเฝ้าสุสาน คุณแช่มจะมาหลอกหลอนให้ผมขนหัวลุกน่ะสิ

 

            Whosomeone: บรื้อ คุณแช่มปกติก็ว่าไม่หล่ออยู่แล้วนะ ตายเป็นผี เห็นแล้วคงฉี่ไม่ออก

 

            ผมทั้งหัวเราะ ทั้งหมั่นไส้กับพี่เขา ส่งสติ๊กเกอร์หน้าโกรธไปสามอันถ้วน จากนั้นก็คุยไปเรื่อยๆ จนเรื่องเมื่อตอนชั่วโมงก่อนเริ่มจางหายออกไปจากหัว กระทั่งนาฬิกาบอกว่าดึกดื่นมากแล้ว

 

            Whosomeone: คุณแช่มไปนอนเถอะ ทุกทีก็ไม่หล่อเท่าผม ยิ่งตาโหลๆ ยิ่งสู้ไม่ได้

 

            ผมย่นจมูกใส่หน้าจอ เถียงอย่างไม่ยอมแพ้

 

            je t'aime: มาแข่งกันมั้ยล่ะ

 

            ผมส่งเสร็จก็นิ่งรอดูว่าเขาจะกวนประสาทอะไรผมอีก แต่เขากลับส่งเพียงข้อความสั้นๆ ที่แปลกไปจากทุกครั้ง

 

            Whosomeone: นอนได้แล้วครับ ฝันดีนะเด็กน้อย

 

            “...”

 

            ผมได้แต่มองหน้าจอนิ่ง ไม่รู้จะตอบอะไรออกไปเลยเพราะเหมือนว่าเสียงหล่อๆ ที่ผมจินตนาการเองกำลังกระซิบข้างหู จนก้อนเนื้อในอกกระตุกขึ้นมาหน่อย ตอบพี่เขาไปได้แค่คำว่าฝันดีครับ จากนั้นก็ปิดไฟ กระโดดขึ้นเตียง ปากยังยิ้มกว้างแบบที่ไม่บอกให้ไอ้เคอร์รู้เด็ดขาด

 

            ขี้เกียจให้มันแซว

 

            ติ๊ง!

 

            ทันใดนั้น ข้อความก็เข้าจนรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดู นึกว่าพี่ฮูจะกวนอะไรต่อ แต่ลืมไปไงว่าพี่แกมีแค่ไลน์ผม ส่วนนี่มันเสียงเตือนข้อความ ซึ่งเพียงเปิดดูเท่านั้นแหละ

 

                        ...ถามแล้วทำไมไม่ตอบ...

 

            “ย้ากกกกก ไอ้บ้า!

 

            ข้อความจาก...ไอ้ไคคนบ้า!

 

            ชื่อที่อย่าให้แม่เห็นบนโทรศัพท์เด็ดขาด ไม่งั้นคงถูกดึงหูยาน

 

            แน่นอนว่าผมปิดเสียงหนีแม่งเลย ไม่ตอบ ไม่โทร ไม่คุยอะไรทั้งนั้น คิดถึงเพียงคำว่าฝันดีนะเด็กน้อยให้มันดังวนเวียนไปมาในหัว แต่หลังเปลือกตาเสือกเห็นแค่ภาพของ...ไอ้รวยน่าหมั่นไส้

 

            “หนอย พรุ่งนี้มึงเจอกูแน่ แต่ตอนนี้ขอกูนอนก่อนเถอะ!!!

 

            พรุ่งนี้นะ ผมจะเอาทั้งรถ ทั้งกุญแจรถไปปาใส่หน้ามัน!!!

 

            ทว่า ผมไม่รู้เลยว่าพรุ่งนี้ผมจะปาอย่างอื่นที่มากกว่านั้นด้วยน่ะสิ

 

..........................................

 

            ครบค่ะ อะแน่ะ มีแต่คนทายว่า whosomeone = ‘ไค บางคน// อันนี้เมย์ไม่รู้หรอก ต้องไปถามพี่ฮูกับพี่ไคเองว่าใช่หรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ เวลาน้องแตมไลน์คุยกับพี่ฮู น้องจะมีความสุข เหมือนกำลังใจเล็กๆ ในการทำงาน อารมณ์เหมือนคนกำลังชอบเขาเลยเนอะ แต่ชอบหรือเปล่า ก็ไม่บอกอยู่ดี เรื่องนี้รับรองความสดใส น่ารัก มุ้งมิ้ง ไม่ดราม่าค่ะ (หรา) เอาเป็นว่า ใครหนีจากความหน่วงเรื่องพี่วินมา รับรองเรื่องนี้ดอกไม้บานจ้าแต่เรื่องกามมั้ย...เมย์ก็เคยคิดนะว่านามปากกานี้ถ้าไม่กามก็คงไม่ใช่เมย์ (วรั้ย ปิดหน้า)

            ใช่ค่ะๆ มีคนถามว่าทำไมน้องแตมไม่รับเงินที่พี่ไคให้ เพราะน้องถือเรื่องไม่รับเงินเขามาโดยไม่มีอะไรตอบแทนค่ะ บอกตรงนี้เลยว่าน้องแตมเคยถูกพูดใส่หน้าว่าเกิดมาเป็นตัวภาระ น้องจึงไม่ยอมให้ใครว่าได้อีกอะงับ

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมถูกเปย์ นะคะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 982 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,384 ความคิดเห็น

  1. #10341 shin ai2 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 13:34
    ชอบเคอร์มากกกกก เสร่ห์แพรวพราวสุด
    #10,341
    0
  2. #10322 kongkhun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 12:13
    ฮู=ไค แน่ๆ
    #10,322
    0
  3. #10311 Chompoo_mg (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 01:13
    พี่ฮูคือพี่ไค แน่ๆๆๆ ;-;
    #10,311
    0
  4. #10308 MarkB7 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 19:21
    แค่เต้นหรอ555+
    #10,308
    0
  5. #10255 Pimnok2124 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:45
    เอ๋ ปาไรใส่น้าาา ว้ายยย
    #10,255
    0
  6. #10207 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 16:40
    น้องแตมรู้กแมะะะะ
    #10,207
    0
  7. #10184 zazamah (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 13:45
    ไคนี่เพื่อนพี่ป้องป่าวววว
    #10,184
    0
  8. #10157 Orathaiks (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 10:23
    ไม่อ่อนโยนเลยคุณไค5555555
    #10,157
    0
  9. #10128 HaruethaiK (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 22:07
    Who = ใคร =ไค รึป่าวนะ
    #10,128
    1
    • #10128-1 Poy_pipi(จากตอนที่ 2)
      24 ธันวาคม 2561 / 21:17
      ใช่เลยแหละ5555
      #10128-1
  10. #10108 rattanalak44 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 18:22
    ลุ้นๆ คนนั้นใครน๊า
    #10,108
    0
  11. #10058 Pusu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 21:40

    ใครคนนั้น ที่คุณก็รู้

    #10,058
    0
  12. #10046 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 00:53

    ขอจิ้น เคอร์แตมด้วยคนได้มะ? ชอบอ่ะ 5555

    #10,046
    0
  13. #9913 11-11 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 03:22
    Whosomeone แปลเป็นไทยก็คือใครไงเล่าาาา555555
    #9,913
    0
  14. #9700 Yuzukee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 22:20

    พี่ฮูเหรอ พี่ฮูเป็นไคนะ

    #9,700
    0
  15. #9530 [In_My_DreaM] (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 23:05
    ขอไคได้มั้ย 555
    #9,530
    0
  16. วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 16:52
    เคอร์แตมก็โอนะ55
    #9,269
    0
  17. #8853 แคนต้าลูปปปป ^^ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 06:38
    มีความคิดว่าฮูคือไคอะ นี่ไม่ได้จะถามนะ โอ๊ย5555555
    #8,853
    0
  18. #8822 P-Aresia (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 12:26
    เชียร์คู่เคอร์กับแตมได้มั้ยอ่ะ 555 
    #8,822
    0
  19. #8731 pcy921 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 17:33
    นี่ก็ยังคิดว่าพี่ฮูคือพี่ไคนะคะ555
    #8,731
    0
  20. #7697 mahnuch (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 23:02
    โอ้ยยย ขอลงเรือเคอร์กับแตม
    นี่จะพายเอง พายให้ไวเลย ชอบบบบ
    #7,697
    0
  21. #7458 xiaoly (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 20:47
    อ้าวคุณ ก็จีบน้องดีๆเป็นหนิ แต่แค่อยากแกล้งอยากกวนเค้าใช่มั๊ย แต่ตอนนี้ขอลงเรือเพื่อนรักน้องเค่อร์ก่อน เพราะคุณไคทำตัวหน้าหมั่นไส้
    #7,458
    0
  22. #7385 iam (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 00:10
    พี่ฮู หรือพี่ไค ดีหว่า
    #7,385
    0
  23. #7089 QUEEN OF BLACKNESS (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 20:04
    เป็นการขายตัวที่สู้ดดย้อดดด=.,=
    #7,089
    0
  24. #6648 Intelligence- (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 22:45
    อ่ะแหมมมม รู้อ่ะว่าใช่ 5555 น่าร๊ากกกกก ชอบเตอร์อ่ะ ฮื่ออออ
    #6,648
    0
  25. #6647 Intelligence- (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 22:45
    อ่ะแหมมมม รู้อ่ะว่าใช่ 5555 น่าร๊ากกกกก ชอบเตอร์อ่ะ ฮื่ออออ
    #6,647
    0