[Yaoi] Money Addict ผมมีค่า ต้องกล้าจ่าย! [Boy's Love]

ตอนที่ 18 : ตอนที่ 16 เปิดใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 66,980
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 623 ครั้ง
    15 ก.ย. 60




ปากแดงๆ แบบนี้ไม่น่าจุ๊บได้ไงล่ะเนอะ

+++++++++++++++++++

ตอนที่ 16 เปิดใจ

 

 

 

เฌอแตม

 

            ตอนนี้ผมควรจะทำยังไงดี

 

            ใช่ครับ ผมกำลังถูกจูบ

 

            ผมไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้ตัวแข็งทื่อเหมือนถูกสาป ผมไม่กล้าขยับตัว ทำไม่ได้แม้แต่จะกะพริบตา สองมือของผมตกห้อยอยู่ข้างตัว ขณะที่ก้อนเนื้อในอกก็เต้นรัวแรงจนผมไม่ได้ยินเสียงรอบข้างอีกแล้ว ผมรู้เพียงแค่ว่าริมฝีปากของคุณไค...นุ่มมากๆ

 

            แผล๊บ

 

            เฮือก!

 

            ทันใดนั้น ผมก็ต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อความชื้นแตะเข้าที่กลีบปากของผม แต่ผมยังช็อกเกินกว่าที่จะขยับ ซึ่งไม่รู้ว่าการนิ่งของผมทำให้เขาเข้าใจว่าผมยอมหรือเปล่า เพราะจู่ๆ เขาก็ยื่นมือเข้ามาสัมผัสท้ายทอยของผม มันไม่ได้รุนแรงเลย ออกจะอ่อนโยนเสียด้วยซ้ำ จับแล้วลูบเบาๆ

 

            น่าแปลก...ผมกำลังหลับตา

 

            ถ้าตอนนี้ผมมีสติ ผมคงอยากฟาดหัวตัวเองแรงๆ แต่ไม่...ตอนนี้ผมไม่มีสติ

 

            ปากของคุณไคว่านุ่มแล้ว ลิ้นของเขานุ่มยิ่งกว่า มันกำลังสัมผัสไปทั่วกลีบปากของผม ราวกับเขากำลังลิ้มรสอย่างเชื่องช้า และเล็มไปตามขอบปากจนใจผมหวิวไหวไปหมด หัวใจยิ่งเต้นแรงกว่าเดิม หูยิ่งอื้อกว่าเดิม ขณะที่เขา...สอดปลายลิ้นเข้ามา

 

            ผมตกใจ ผมอยากจะผงะหนี แต่ติดที่มือของคุณไคลูบท้ายทอยของผมอย่างปลอบโยน

 

            ผมไม่รู้ว่าเพราะเขาเก่ง เขาเชี่ยว หรือเขาเป็นงาน แต่สัมผัสแบบนั้นลดความตกใจของผมลง ราวกับเขากำลังบอกผมผ่านกระทำว่ามันจะไม่เจ็บ มันจะไม่รุนแรง แล้วไม่รู้ว่าผีห่าซาตานตนไหนบันดาลใจ ผมกำลัง...เปิดทางให้เขาเข้ามา

 

            ผมอ้าปากรับลิ้นของเขา

 

            ลิ้นของเขานิ่มมาก ร้อนมาก และชื้นมาก

 

            ผมเคยคิดว่าการจูบแลกลิ้นมันน่าสยดสยอง ใครกันล่ะจะอยากกินน้ำลายคนอื่น แต่พอเจอกับตัวจริงๆ ผมกลับเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ตัวของผมกำลังสั่น แต่ผมก็ไม่หนี ตรงกันข้าม ผมกำลังรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่เขาส่งผ่านจากริมฝีปากมาถึงผม

 

            คุณไคไม่รีบเร่งเลย เขาเล็มปากผมช้าๆ เขาตวัดลิ้นไปทั่วโพรงปาก เขาลูบท้ายทอยผม จนผมก็ส่งลิ้นไปแตะเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ แต่ผมคงดูถูกเขามากเกินไป

 

            เขาเป็นแค่หุ่นยนต์หน้านิ่ง ผู้ร้ายหน้าดุ ไอ้คนร้อยไหม แต่เขากลับตวัดเกี่ยวลิ้นของผมอย่างรวดเร็ว

 

            “อื้อ” เสียงอะไรไม่รู้หลุดออกมาจากคอของผม แต่ผมยังไม่หนี ผมยังสัมผัสลิ้นชื้นด้วยปลายลิ้นของผมอยู่ แล้วผมก็พบว่ามัน...หวาน

 

            หวานมาก หวานกว่าของหวานใดๆ ที่ผมเคยกิน

 

            ผมไม่เคยคิดว่าจูบของผู้ชายคนนี้จะหวานจนผมติดใจได้ขนาดนี้

 

            จุ๊บ..จุ๊บ...

 

            ผมไม่รู้ตัวหรอกว่ากำลังส่งลิ้นไปเกี่ยวกับเขา ไม่รู้หรอกว่าตัวเองเป็นคนขยับเข้าไปหาเขา สองมือของผมขยับไปยึดแขนเสื้อของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่ผมกำลังรู้สึกว่าผีเสื้อนับล้านๆ ตัวกำลังกระพือปีกในท้องของผม

 

            แฉะ แฉะ

 

            เสียงลิ้นของเราถูกันก้องอยู่ในหูของผม แล้วมันทำให้วูบวาบไปทั้งตัว

 

          อยากดูดลิ้นเขาอีกจัง

 

            มันวูบ มันหวิว มันทำให้ผมติดใจ จนผมไม่รู้ว่ากำลังตอบโต้จูบของเขาด้วยการดูดลิ้นเขากลับ

 

            “อื้อ ฮ้า...” ผมฮุบอากาศเข้าเต็มปอด ตอนที่เขาผละออกนิด แต่เพียงแป๊บเดียว จูบร้อนก็ประกบเข้ามาใหม่ มือของคุณไคยังคงอยู่ที่ท้ายทอยของผม แต่ครั้งนี้มันไม่ได้แค่ลูบ เขากำลังสอดมือเข้ามาในเรือนผม สัมผัสหนังหัว ดึงให้ผมหงายหน้าขึ้น จนรับจูบร้อนของเขาได้ถนัดถนี่ขึ้น

 

            “อื้อ!

 

            ลิ้นของเราเกี่ยวกันหนักหน่วงกว่าเดิม ลมหายใจร้อนผ่าว และที่สำคัญ...ผมเสียววูบในท้อง

 

            ตอนนี้ยิ่งลิ้นเราถูกันเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งรู้สึกวูบวาบเท่านั้น

 

            ผมรู้สึกเหมือนจะยืนไม่ไหวแล้ว

 

            คุณไคยอมผละออกอีกครั้ง คงรู้ว่าตัวผมกำลังอ่อนลงเรื่อยๆ ทำท่าจะทรุดฮวบลงไปนั่งกับพื้นแล้ว แต่ติดที่อ้อมกอดของเขาเกี่ยวเอวผมตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

 

            ผมลืมตาขึ้นมองแล้วพบว่าภาพมันพร่า...ผมจูบกับเขาจนน้ำตาคลอ

 

            “เฌอแตม...ขออีกทีนะ”

 

            เขากระซิบ แล้วเขาก็จูบผมอีกครั้ง และเป็นครั้งที่ผมต้องยึดเกาะตัวของเขาแน่น ผมรู้ว่าตัวเองอ่อนประสบการณ์ แต่ไม่คิดจริงๆ ว่าเมื่อได้รับจูบแรก ร่างกายผมจะเป็นแบบนี้ ทำได้เพียงอ้าปากออก รับรสหวานล้ำที่ทำให้น้ำใสไหลซึมที่ขอบปาก

 

            ผมเองก็อยากจูบอีก

 

            “หวาน”

 

            เขาคิดเหมือนกันกับผมเลย

 

            คุณไคผละออกอีกครั้ง แต่ไม่ห่างนัก เพราะเขากำลังเอาจมูกมาถูกับจมูกผมเบาๆ คราวนี้เขาเลื่อนสองข้างมาเกี่ยวเอวของผมแน่น จนแผ่นอกเราแนบชิดกัน

 

            ตึกตักๆๆๆๆๆ

 

            นี่มันเสียงหัวใจของผมหรือของเขา

 

            ผมได้ยินเสียงก้อนเนื้อเต้นดังมาก ขยับตุบๆ อยู่ตรงแผ่นอก จนไม่รู้เหมือนกันว่านี่คือจังหวะการเต้นหัวใจของเขาหรือเปล่า แต่ไม่แน่ เราสองคนอาจจะเต้นรัวแรงเหมือนกันก็ได้ ซึ่งผมก็ไม่มีเวลาคิดอะไรมากกว่านั้น เพราะหลังจากนั้น เขาก็มองเข้ามาในดวงตาฉ่ำน้ำของผม เพื่อบอกว่า...

 

            “ชอบนะ”

 

            “!!!

 

            ผมทำได้เพียงแค่เบิกตากว้างจนกลัวมันจะถลนออกมา ได้แต่ตัวอ่อนยวบยาบอยู่ในอ้อมกอดแข็งแกร่งและอบอุ่น มองตาผู้ร้ายหน้าดุที่กำลังเอาปลายจมูกมาถูเข้าที่แก้มของผม ลากไล้ไปยังกกหู เพื่อกระซิบบอกคำเดิมที่กำลังก้องอยู่ทุกห้องหัวใจ

 

          “ฉันชอบเธอ เฌอแตม”

 

            พลั่ก!

 

            ทันทีที่เขาพูดจบ ผมก็รวบรวมแรงมาจากไหนไม่รู้ผลักอกของเขาเต็มแรง รู้สึกว่าตัวเองกระแทกเข้ากับราวตากผ้าข้างหลัง แต่ผมไม่สนใจหรอก หลังจะเป็นแผลหรือเป็นรอยแดงก็ช่าง ขณะที่คุณไคเองก็คงตั้งตัวไม่ทัน เพราะเขาก็ถอยหลังไปสองก้าว

 

            ผมไม่รู้หรอกว่าเขายังคงมองผมอยู่หรือเปล่า เพราะผมก้มหน้าลงต่ำ สองมือที่ผลักอกเขากำลังขยุ้มเสื้อที่เขาสวมอยู่จนยับยู่ยี่

 

            “เฌอแตม?”

 

            ทำไมผมไม่มีสักสี่มือนะ ตอนนี้ผมอยากเอาอีกสองมือมาปิดหูตัวเองชะมัด

 

            “โกรธฉันหรือ...”

 

            “แตมมีการบ้านต้องทำ!

 

            ผมไม่รอให้เขาพูดจบ ตอนนี้สมองคิดอะไรได้ ผมก็โพล่งขึ้นมาก่อนแล้ว ก้มหน้าสูดหายใจลึกๆ เพื่อรวบรวมแรงที่ปลิวหายไปไหนไม่รู้ จากนั้นผมก็พุ่งผ่านช่องว่างระหว่างตัวของเขากับกรอบประตูเข้าไปด้านในห้อง หวังขาดใจว่าเขาจะไม่ตามมา เพราะนี่ก็เป็นแรงเฮือกสุดท้ายของผมแล้วเหมือนกัน

 

            โครม!

 

            “เฌอแตม!

 

            “มะ..ไม่ แตมไม่เป็นไร” ผมเตะกับขอบโซฟา จนได้ยินเสียงข้างหลังเรียกอย่างตกใจ แต่ผมไม่สน ผมไม่แคร์ ผมโบกมือไปมา แล้วกระโดดเหยงๆ ไปทางห้องนอน อยากเข้าไปในนั้นแทบขาดใจ แต่กลับ...

 

            ปึ้ก!

 

            “เฌอ...”

 

            “มะ...ไม่ ผมไม่เป็นไรจริงๆ ไม่เป็นไร” ผมพยายามบอกเขา กลัวเขาจะมาดูนิ้วก้อยที่เตะเข้ากับขอบโต๊ะ และตอนนี้ ผมก็มาถึงประตูห้องนอนแล้ว ผมรีบกระชากมันออกสุดแรง แล้วพุ่งเข้าห้องด้วยท่าทางราวกับนักกระโดดน้ำ แน่นอนว่ากระแทกปิดประตูตามหลังดังปัง

 

            ตุบ

 

            ผมทิ้งตัวลงกลางห้องนอน นอนแผ่กุมเท้าทั้งสองข้างอยู่บนพื้น แต่ตาผมยังเบิกกว้าง หัวใจยังเต้นรัวแรง และที่สำคัญ...หูผมร้อนมาก

 

          ชอบนะ

 

            “อื้อออออออ!

 

            ผมทิ้งสองเท้าที่กุมไว้เพื่อยกสองมือขึ้นปิดหู คุดคู้ตัวเข้าหากัน แล้วร้องอื้ออึงจากลำคอ

 

            ตอนนี้ไม่ใช่แค่หูผมหรอกที่ร้อน หน้าผมก็ร้อนมากจนแทบจะระเบิดตู้มออกมาได้อยู่แล้ว ส่วนสมองที่ตายสนิทตั้งแต่จูบเงาจันทร์เมื่อครู่ก็กลับมาประมวลผลอีกครั้ง และมันกำลังบอกย้ำให้หัวใจผมได้ฟังว่า...เขาชอบผม

 

            “ฮื่ออออออ ไม่ไหวแล้ว น้องแตมไม่ไหวแล้ว”

 

            ผมได้แต่ร้องอื้ออึงอยู่แบบนั้น

 

...........................................

 

ต่อค่ะ

 

            “แม่ครับ ตอนที่แม่ชอบพ่อ แม่รู้ได้ยังไง”

 

            คืนนั้น ผมไม่ยอมออกจากห้องนอน แม้จะได้ยินเสียงเครื่องทอดดังติ๊ดๆ เพราะไม่กล้าสู้หน้าเจ้าของห้อง และมันก็ไม่ได้เกิดจากความอายที่เตะตู้เตะโซฟาเท่านั้นด้วย มันมากกว่านั้น ผมวูบๆ หวิวๆ ในอก หน้าร้อนผ่าวๆ จนคิดว่าหากเจอหน้า ผมต้องเครื่องแฮงค์แน่ๆ

 

            และที่สำคัญ...ทำไมผมไม่รังเกียจสัมผัสของเขาล่ะ

 

            ย้อนกลับไปเมื่อเดือนก่อน ตอนที่มาทำความสะอาดบ้านเขาครั้งแรก ผมจำได้ขึ้นใจว่าผมกลัวบรรดาเซ็กส์ทอยของเขาแทบตาย แค่เขาเข้ามาใกล้ แล้วเอามันมาแหย่ๆ ถูๆ ตัวผม พร้อมคำอธิบาย ผมก็กลัวจนร้องไห้ เป็นลมล้มตึงไปเลย ส่วนคราวนี้ โอเค ผมก็ร้องไห้ล่ะ น้ำตามันฉ่ำคลอทำท่าจะร่วงแหมะๆ แต่อาการสั่นทั้งท้อง ทั้งตัว ทั้ง เอ่อ ไอ้นั่นของผม มันไม่ใช่การรังเกียจไม่ใช่หรือ

 

            นอกจากนั้นผมยังติดใจ...จูบของเขา

 

            มันทำให้ผมนอนไม่หลับ เอาแต่คิดแล้วคิดอีกว่าเกิดอะไรขึ้นกับผม ผมต้องหนีเขาสิ ผมต้องไม่ยอมถูกเปิดประตูหลังสิ แต่พอเขาบอกว่าชอบ ผมก็ยวบไปทั้งตัว

 

            สมองบ้าๆ ดันคิดบ้าๆ ว่าสิ่งที่เขาทำกับผมก่อนหน้านี้ทั้งหมดหมายความว่าชอบ

 

            ผมไม่ควรอภัยให้คนโรคจิตแบบนี้ แต่แค่หลับตา เห็นดวงตาของเขา นึกถึงจูบของเขา รู้สึกถึงความอบอุ่นของอ้อมกอดเขา ผมก็สั่นไปทั้งคืน ดังนั้น พอเช้ามืดปุ๊บ ผมก็โทรหาคนเดียวที่ผมไว้วางใจ...แม่

 

            หลายคนอาจจะชมว่าผมน่ารัก มีหลายครั้งที่มีคนบอกชอบผ่านคอมเม้นต์ บอกผ่านหน้าจอ แต่เพราะผมไม่เคยเปิดโอกาสให้ใคร ผมอยู่แต่กับไอ้เคอร์มาตั้งแต่เด็ก มีมันเป็นไม้กันหมามาโดยตลอด และผมไม่เคยสนใจเรื่องรักใคร่ ดังนั้น ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกจริงๆ ที่มีคนมองตาผม สัมผัสตัวผม และบอกชอบผมด้วยน้ำเสียงจริงจังจนเคร่งเครียดแบบนั้น

 

            ผมไม่อยากให้นี่เป็นเพียงความหวั่นไหวของคนอ่อนหัดเรื่องความรัก

 

            ผมไม่อยากตกเป็นเหยื่อของใคร ดังนั้น ผมจึงอยากได้คำปรึกษาว่าสิ่งที่คุณไคทำทั้งหมดคือชอบผมจริงๆ ไม่ใช่แค่คำหวานที่ทำให้ผมตกหลุมพราง

 

            [นี่น้องแตมมีคนที่ชอบแล้วหรือลูก]

 

            “ปะ...เปล่า ไม่ใช่น้องแตม เอ่อ เรื่องคนอื่น น้องแตมแค่อยากรู้”

 

            ผมสะดุ้งโหยง ส่ายหน้าขวับๆ ทั้งที่รู้ว่าแม่มองไม่เห็น แล้วแปลกจัง ทำไมแม่หัวเราะล่ะ

 

            [งั้นน้องแตมอยากรู้เรื่องอะไร]

 

            แม่ยอมคุยต่อ ซึ่งทำให้ผมโล่งใจมาก กลัวว่าแม่จะซัก แล้วถ้าซัก ผมอาจจะหลุดอะไรให้แม่รู้ก็ได้

 

            “แม่รู้ได้ไงว่าชอบพ่อ อีกอย่าง ตอนนั้นพ่อก็มี...น้องแตมอยู่แล้ว” พอพูดถึงตรงนี้ ผมก็อดจะรู้สึกแย่ ไม่ได้ ผมรู้ตั้งแต่เด็กแล้วว่าแม่นุกไม่ใช่แม่แท้ๆ ยิ่งพอได้ยินเมียคนแรกของพ่อพูดใส่หน้าว่าผมเป็นภาระแม่ ผมยังคิดเลยว่าถ้าตอนนั้นไม่มีผม พ่อกับแม่นุกอาจจะมีความสุขมากกว่านี้ที่ไม่ต้องมาเลี้ยงเด็กที่เป็นลูกติดเมียเก่าที่ตายจากไป

 

            [น้องแตม ห้ามคิดแบบนั้นเด็ดขาดเลยนะ!]

 

            ทันใดนั้น แม่ก็บอกผมเสียงเด็ดขาด ก่อนที่จะบอกต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนกว่าเดิม

 

            [น้องแตมเป็นคนสำคัญของทั้งพ่อและแม่นะ และถ้าไม่มีน้องแตม แม่อาจจะไม่หลงรักพ่อเขาก็ได้]

 

            ผมไม่เข้าใจ พ่อหม้ายลูกติดที่เมียเก่ายังกอดทะเบียนสมรสเอาไว้มันดีตรงไหน แล้วแม่ก็บอกต่อ

 

            [ความประทับใจแรกที่แม่มีต่อพ่อคือเขาเป็นผู้ชายอบอุ่นที่ทุ่มเททุกอย่างให้กับลูกชายคนเดียว สิ่งที่แม่ได้เห็นจากพ่อ คือเขาเป็นคนมีความพยายาม ทุ่มเทได้ทุกอย่างเพื่อให้ลูกชายตัวน้อยๆ มีความสุข แม้จะเหนื่อย แต่ไม่เคยบ่น ไม่เคยท้อ ความสุขของเขาคือการที่ได้เห็นน้องแตมยิ้มและหัวเราะ รอยยิ้มที่มีความสุขตอนพ่อมองน้องแตมคือสิ่งที่ทำให้แม่ตกหลุมรักพ่อ รักขนาดที่ว่า รู้ทั้งรู้ว่าพ่อเขาจดทะเบียนกับแม่ไม่ได้ แม่ก็พร้อมจะเดินไปกับเขา]

 

            ผมน้ำตาคลอ รู้สึกว่าน้ำมูกเหมือนจะไหลจนพยายามสูดหายใจไม่ให้แม่รู้ว่าผมจะร้องไห้ จากนั้นแม่ก็หัวเราะตามมา

 

            [แม่น่ะรักพ่อเขาก่อนที่พ่อจะรักแม่ซะอีก เขาเอาแต่พูดว่าพ่อหม้ายอย่างเขาไม่เหมาะสมกับสาวๆ อย่างแม่หรอก น่าตีจริง คิดมากพอกันทั้งพ่อทั้งลูกเลยเนอะ]

 

            ผมรู้สึกผิดที่คิดน้อยใจทุกครั้งเวลานึกถึงครอบครัว สมองผมรู้นะว่าพ่อกับแม่รักผม แต่หัวใจมันเอาแต่คิดน้อยใจว่าทำไมผมไม่มีครอบครัวอบอุ่นเหมือนคนอื่น ทั้งที่แม่ก็บอกผมทุกครั้ง

 

            [ดังนั้น ถ้าถามว่าทำไมแม่ถึงรู้ตัวว่ารักพ่อ ก็เพราะแม่ประทับใจตอนที่พ่อเขาอยู่กับน้องแตมไง]

 

            ผมยิ้มออกมา น้ำตาเหมือนจะไหล จนต้องรีบปาดมันออกไป

 

            “แล้วถ้าไม่เกี่ยวกับน้องแตมล่ะ” ผมพยายามจดจ่อเรื่องที่สงสัยอยู่ เพราะผมกำลังคิดเรื่องคุณไคต่างหาก แล้วผมก็ไม่มีลูกเล็กๆ ให้ดูแลจนคุณไคมานึกประทับใจอะไรในตัวผมด้วย ซึ่งนั่นก็ทำให้แม่หัวเราะ

 

            [ยากนะ ก็แม่รักทั้งพ่อทั้งน้องแตมนี่นา อืม แต่มีสิ่งหนึ่งที่แม่ไม่เคยลืมนะ...แม่อยากเป็นคนโอบกอดพ่อเอาไว้ตอนที่พ่อเขาเหนื่อย คงเป็นความรู้สึกแบบนั้นแหละ]

 

            ผมอยากคุยกับแม่ต่อจัง แต่ผมได้ยินเสียงที่รักร้องแว่วเข้ามา พอมองนาฬิกาก็น่าจะเป็นเวลากินนมของน้อง จนเกือบจะวางสาย แต่ติดที่แม่ถามผมขึ้นมาก่อน

 

            [แล้วน้องแตมเป็นยังไงบ้าง]

 

            “สบายดีครับ ดีมากๆ เลย มีแค่อย่างเดียว...” ผมควรจะตอบให้แม่สบายใจสินะ แต่ผมอดจะคิดถึงใครอีกคนที่เพิ่งจูบผมเมื่อคืนไม่ได้ จนถามเสียงแผ่ว

 

            “แม่คิดว่าคุณไคเป็นคนยังไงหรือ”

 

            [ไคเป็นคนดีจ้ะ]

 

            แม่ตอบเร็วมากจนผมตกใจ

 

            “คนดี?”

 

            [อืม น้องแตมเพิ่งเจอไคได้ไม่นานนี่เนอะ แม่คงไม่เคยเล่าให้ฟังว่าตอนที่พ่อน้องแตมเสีย ตอนที่เราลำบากกันมากๆ แม่เคยไปก้มหัวขอร้องให้ญาติหลายๆ คนช่วย แต่ก็ไม่มีใครช่วย แล้ววันหนึ่งก็มีโทรศัพท์มาจากต่างประเทศ ตอนนั้นไคน่าจะยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย แม่คิดว่าเคยเจอกับเขาตอนเด็กมากๆ ก่อนที่พ่อแม่ไคจะเสีย เขาก็ถามว่าจำเขาได้มั้ย แล้วเขาก็บอกว่าได้ยินข่าวว่าแม่กำลังลำบาก เขาจะช่วย เขาเสนอเงินให้แม่ก้อนโตเลยล่ะ แม่งี้ตกใจจนสั่นไปหมด เพราะเขาก็น่าจะยังเป็นแค่เด็กนักเรียน เลยขอยืมเขาแทน บอกตรงๆ ว่าตอนแรกก็ไม่ไว้ใจเท่าไหร่]

 

            แม่หัวเราะกับเรื่องเก่าๆ ก่อนที่จะเล่าต่อ

 

            [หลังจากนั้นสักสองปี แม่ก็คืนเงินเขาหมด ตลอดเวลาสองปีนั้น ไคไม่เคยเอ่ยปากทวงเลยสักครั้ง ตอนคืนไป เขายังบอกเลยว่าไม่จำเป็นต้องคืนก็ได้ แต่ทำงั้นได้ไงล่ะเนอะ แล้วหลังจากเรื่องนั้น แม่ก็ติดต่อกับไคมาตลอด มารู้ตอนหลังล่ะว่าที่เขาติดต่อมาหา เพราะเขาเองก็ไม่อยากให้สายสัมพันธ์สุดท้ายที่เขามีต่อประเทศไทยเสียไป แม่คงเป็นญาติคนสุดท้ายที่เขาเหลืออยู่]

 

            ผมไม่เคยได้ยินเรื่องของคุณไคเลย แต่วันที่ผมบอกว่าจะอยู่กับเขายังติดอยู่ในความทรงจำ คนที่ยกมือปิดหน้าเพราะนึกว่ายิ้มกว้าง แล้วบอกผมว่านี่สินะความรู้สึกของคนที่ไม่ได้อยู่คนเดียวอีกแล้ว

 

            จู่ๆ ผมก็เกิดคำถาม...คุณไคอยู่คนเดียวมานานแค่ไหนแล้ว

 

            เขาเคยบอกว่าเข้าใจความรู้สึกของผม แล้วผมล่ะ เข้าใจความโดดเดี่ยวอ้างว้างของเขาหรือเปล่า

 

            [อ้อ ถึงน้องแตมจะรู้จักไคเขาปีก่อน แต่แม่ส่งภาพน้องแตมไปให้เขาดูบ่อยๆ นะ แล้วตอนงานแต่งก็เลยลองชวนเขากลับมา ไม่รู้น้องแตมสังเกตมั้ย แต่เขามองน้องแตมตลอดงานเลยนะ ท่าทางจะเอ็นดูเราน่าดูเลย]

 

            ผมอึ้ง เพราะตอนนั้นผมแค่ไม่ชอบหน้าเขา คนอะไรยิ้มก็ไม่ยิ้ม ทำหน้าเหมือนผมทำอะไรผิดตลอดเวลา แต่มาตอนนี้เพิ่งจะรู้ตามคำแม่ว่า เขา...อาจจะสนใจผมตั้งแต่ตอนนั้น

 

            [อ้ะ น้องแตม ไว้เดี๋ยวเย็นนี้แม่โทรไปใหม่นะ ที่รักงอแงใหญ่แล้ว]

 

            “ครับ แม่ดูที่รักเถอะ”

 

            [อ้อ แม่ลืมตอบคำถามใช่มั้ยที่ถามว่าไคเป็นคนยังไง แม่ไม่รู้หรอกว่าคนอื่นมองเขายังไง แต่แม่เชื่อหมดหัวใจว่าเขาเป็นคนดีและมีเมตตา เพราะจะมีสักกี่คนที่ยอมช่วยญาติที่เคยเจอหน้ากันตอนไม่กี่ขวบโดยไม่ต้องการอะไรตอบแทน แม่ถึงสบายใจที่ฝากน้องแตมไว้กับเขาได้ไง]

 

            แม่วางสายไปแล้ว แต่ผมยังคงนั่งนิ่งถือโทรศัพท์อยู่แบบนั้น

 

            ผมเพิ่งรู้ความจริงว่าเขาช่วยผมและแม่มาตลอด

 

            ตลอดเวลาที่ผ่านมา ที่ผมทำตัวดื้อรั้นกับเขา กล่าวหาเขา ไม่ชอบหน้าเขา ผมผิดไปแล้วใช่มั้ย

 

            ผมคิดได้ไม่ใช่แค่เพราะแม่บอกหรอก ผมอาจจะรู้ตัวว่าคิดผิดนับตั้งแต่วันที่หอผมไฟไหม้ และคุณไคกอดผมแน่นๆ ปลอบใจผม บอกว่าเขาพร้อมจะเป็นสถานที่ให้ผมพักพิง ผมว่าผมรู้ แต่ผมแค่ไม่ยอมรับ แค่ไม่อยากกลับคำที่เคยว่าเขาเอาไว้

 

            แล้วตอนนี้ผมจะยอมรับได้หรือยังว่าสิ่งที่เขาพูด...เป็นเรื่องจริง

 

......................................

 

ต่อค่ะ

 

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

            “ว่าไง...”

 

            เมื่อสมองผมประมวลผลเรียบร้อย ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น ผมก็มายืนแข้งขาสั่นอยู่หน้าประตูห้องทำงาน สูดหายใจอยู่สามสี่เฮือก สุดท้ายก็รวบรวมแรงเคาะลงไปบนประตู ก่อนที่จะสะดุ้งโหยง เมื่อผู้ชายตัวใหญ่ยังกับตึก ผมเผ้ายุ่งเหยิง แถมใต้ตายังคล้ำจนดูน่ากลัวแบบคนไม่ได้นอนโผล่หน้าออกมา

 

            ไม่ๆๆๆ จะไปกลัวเขาทำไม แม่ก็บอกแล้วว่าเขาเป็นคนยังไง

 

            “คือ...ผม แตม คือ...”

 

            ผมเอาแต่อึกอัก ก้มหน้าลงมองเพียงสองมือที่บีบกันแน่น ไม่กล้ามองหน้า เพราะเรื่องที่เขาบอกชอบผมยังก้องอยู่ในหัว แล้วตอนนี้ ผมยังมาทำใจกล้าเคาะประตูห้องทำงานเขาอีก

 

            “เรื่องเมื่อคืน”

 

            เฮือก!

 

            ก่อนที่ผมจะพูดอะไรออกมา คุณไคกลับเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อน จนผมสะดุ้ง ได้แต่ช้อนตา แล้วก็เห็นเพียงปลายคางที่มีไรหนวดจางๆ ของเขา ตื่นเต้นจนอยากจะทุบหัวใจแรงๆ ว่าจะตื่นเต้นทำบ้าอะไร ก็ผู้ชายเหมือนกัน

 

          “ลืมมันไปเถอะ”

 

            กึก

 

            ทันใดนั้น เสียงหัวใจเต้นรัวแรงของผมก็พลันหยุดนิ่งเหมือนว่ามันถ่านหมดเอาดื้อๆ

 

            เขาบอกให้ผมลืม...งั้นหรือ

 

            “มันคงทำให้เธอไม่พอใจ เพราะงั้นลืมมันไปเถอะ”

 

            กึด

 

            ผมเผลอกัดริมฝีปากล่างเต็มแรง กำลังใจที่รวบรวมมามันกระจัดกระจายหายไปหมด มือไม้สั่น แต่ยังดีที่ผมยังได้ยินเต็มสองหูว่าเขากลัวผมไม่พอใจ ดังนั้น สิ่งที่ผมทำคือการสูดหายใจเต็มปอด เงยหน้าขึ้นจนเหมือนตัวกระตุก

 

            “พี่ไค ไปกินข้าวเช้ากับแตมมั้ยครับ!

 

            “!!

 

            ผมโพล่งออกไปเต็มคำ มองหน้าเขา แล้วพบว่าเขาเบิกตากว้างขึ้นนิดเหมือนไม่อยากเชื่อหู

 

            “แตมทำมื้อเช้าไว้แล้ว พักกินข้าวก่อนทำงานต่อดีมั้ยครับ”

 

            “อ่ะ เอ่อ...ดี”

 

            “งั้นกินข้าวกันเถอะ”

 

            มันเหมือนว่าเราสองคนต่างพูดไม่ออก เอาแต่อึกๆ อักๆ แต่พอเขาพยักหน้า ผมก็หมุนตัวออกจากตรงนั้น ก้าวไวๆ ไปยังโต๊ะกินข้าว จัดการวางข้าวต้มง่ายๆ ลงบนโต๊ะ ทำทีเป็นยุ่งวุ่นวายอยู่ในห้องครัว กระทั่งเจ้าของห้องนั่งลงบนเก้าอี้แล้ว ผมถึงมานั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

 

            “ทานเถอะ เดี๋ยวเย็นหมด”

 

            อย่าถามผมนะว่าผมรู้มั้ยว่าข้าวต้มชามนี้รสชาติเป็นยังไง ไม่รู้หรอก มือก็ทำหน้าที่ตักเข้าปาก ปากก็มีหน้าที่เคี้ยว คอก็มีหน้าที่กลืนมันลงไป คำแล้วคำเล่าเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนมีเพียงเสียงกระทบของช้อนและชาม ซึ่งผมก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตา โล่งใจอย่างที่เขาเองก็กำลังทานอยู่เหมือนกัน

 

            กระทั่งทานหมดเกลี้ยงในเวลาไม่กี่นาที ผมก็คว้าชามไปวางที่ซิงค์ บอกไวๆ

 

            “พี่ไคทานเสร็จแล้วก็วางไว้นี่นะครับ แตมกลับมาล้างเอง”

 

            ผมเดินไปคว้ากระเป๋าเป้ที่วางอยู่ในเคาน์เตอร์ครัวขึ้นมาสะพายอย่างรวดเร็ว ก้าวยาวๆ ไปที่ประตู สวมรองเท้าผ้าใบด้วยอาการยัดเข้าไป จากนั้นก็เปิดประตู แต่ก่อนที่ผมจะก้าวออกไป

 

            “พี่ไค”

 

            ผมหันกลับมามองคนที่ยังอยู่ที่โต๊ะอาหาร สบตาเขา แล้วผมก็ทำใจกล้าถาม

 

            “พี่อยากให้ผม...อยากให้แตมลืมจริงหรือ”

 

            “...”

 

            ผมมองตาเขา เขามองตาผม แต่เขาไม่ตอบ

 

            “ถ้าแตมบอกว่าไม่ได้ไม่พอใจล่ะ” ผมเลยบอกเขาต่อ ทั้งที่รู้ว่าเสียงสั่น มือที่จับบานประตูก็สั่นยิ่งกว่า ลุ้นยิ่งกว่าลุ้นตอนที่คุณไค ไม่สิ พี่ไคกำลังขยับริมฝีปากช้าๆ

 

            “ไม่” เขาส่ายหน้า แต่ผมยังไม่แน่ใจว่าไม่ของเขาคืออะไร

 

            “ถ้าเธอไม่โกรธ อย่าลืม”

 

            คำพูดของเขายังสั้นเป็นตอไม้เช่นเคย แต่ครั้งนี้ไม่รู้ว่าเพราะใจผมเปิดกว้างกว่าทุกครั้งหรือเปล่า ผมกลับพบว่าเขากำลังพูดประโยคยาวเหยียดขอร้องไม่ให้ผมลืมสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน

 

            “แตมไม่โกรธ” ผมบอก

 

            “งั้น...” คนหน้านิ่งเงียบไปอึดใจ เหมือนเขาไม่รู้จะพูดอะไรดี และในตอนที่ผมก็เกือบจะถอดใจ

 

            “อย่าลืมสิ่งที่ฉันพูดนะ”

 

            ผมกำลังจะพยักหน้า ถ้าไม่ใช่เพราะริมฝีปากของเขายังขยับอยู่ ก่อนที่เขาจะเอ่ยคำที่ทำให้หัวใจเกือบหยุดเต้นของผมกลับมาสั่นสะท้านอีกครั้ง

 

            “ได้โปรดเชื่อที่ฉันบอก”

 

            นี่เป็นไม่กี่ครั้งที่ผมกับเขาพูดกันตรงๆ และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมเต็มใจยิ้มกว้างให้เขาเช่นกัน และบอกเต็มปากเต็มคำ

 

            “งั้นแตมจะเชื่อ”

 

            ว่าจบ ผมก็รีบออกจากห้องอย่างรวดเร็ว วิ่งไปที่ลิฟต์ด้วยใจสั่นๆ แต่...

 

            ฟึ่บ

 

            ก่อนที่จะทำแบบนั้น ใครบางคนกลับเอามือเข้ามาขวางประตูลิฟต์เสียก่อน แล้วเพียงเงยหน้าขึ้นมอง

 

            “เย็นนี้...เย็นนี้กินข้าวด้วยกันได้มั้ย”

 

            ผมมองหน้าคนที่เคยบอกว่าเหมือนผู้ร้าย แต่ทำไมวันนี้ผมกลับเห็นเขาเป็นผู้ชายธรรมดาที่ติดจะกังวล จนริมฝีปากยิ้มกว้าง พยักหน้าแรงๆ

 

            “อื้อ แตมจะทำสุดฝีมือเลย”

 

            ผมมองประตูลิฟต์ที่ปิดลงช้าๆ กระทั่งมันปิดสนิทแล้ว ผมก็ยกสองมือปิดหน้า เขินมากๆ กับความพยายามของตัวเอง แต่มันก็คุ้มแสนคุ้ม

 

            เรื่องบางเรื่องต้องเปิดใจคุยกัน

 

            ผมเข้าใจประโยคนี้ในวันนี้นี่แหละ และผมก็หวังว่าจะไม่สายเกินไปที่ผมจะลองเปิดหัวใจกับคนที่ชื่อคุณ ไม่สิ พี่ไคดูสักที

 

.........................................

 

            ครบค่ะ เมย์หายไปไหน เพราะแมวเมย์หายค่ะ ฮือ มันรู้สึกแบบจะเป็นจะตายอะ

            ตอนนี้ไม่รู้จะคุยอะไรดี ทั้งที่เนื้อหาออกจะหวานแหวว เริ่มต้นจีบกันจริงจังสักที แต่อารมณ์เมย์ไม่หวานไปด้วยเลย อยากได้แมวคืน อยากได้มากๆ เลี้ยงเอง ทำคลอดเองกับมือ ถ้าใครไม่รู้มาอุ้มเอาไปคงสาปแช่งมันไม่ให้ได้ผุดได้เกิด อืม ตอนนี้พี่ไคสิเนอะ น้องแตมยอมเปิดใจ เดี๋ยวพี่ไคก็ได้เปิดกายค่ะ

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมถูกเปย์ นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 623 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,384 ความคิดเห็น

  1. #10384 BNPN12 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 / 14:28
    เหมือนหัวใจจะระเบิดออกมา ฮืออ เขินมากกก
    #10,384
    0
  2. #10359 Xakas (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 00:31
    แงงงงงง
    #10,359
    0
  3. #10351 or_dear (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:08
    พี่เสื้อนับร้อยตัว..
    #10,351
    0
  4. #10339 Nok3920 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 09:49

    อาจจะช้าไป เป็นกำลังใจให้คุณเมย์นะคะ...เรื่องแมวหาย

    #10,339
    0
  5. #10275 Pimnok2124 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:38
    ดีนะพระเอกยังมีการบอกเหตุผลว่ากลัวอีกฝ่ายไม่พอใจ ถ้าไม่ยอมพูดแล้วเคะเข้าใจผิดนี่อีกไกลเลยน่ะ555+
    #10,275
    0
  6. #10274 Pimnok2124 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:34
    ทำไมแตมนี่ให้ความรู้สึกน้องแคนเวอร์ชั่นมีความกั๊กของพี่ป้องผสมเล็กน้อยแบบนี้5555+
    #10,274
    0
  7. #10227 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 13:57
    เขินไปหมดเลยแงงงงง
    #10,227
    0
  8. #10171 Orathaiks (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 21:42
    น้องงงงงแตมเก่งกว่าพิไคนิดนึง555
    #10,171
    0
  9. #10144 Pusu (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 10:32

    น่ารักอ่ะ

    #10,144
    0
  10. #10122 rattanalak44 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 10:24
    มีความเขินแทนแตมเลยอ่ะ พี่ไคได้ทีเห็นน้องไม่โกรธรีบรุกใหญ่เลย
    #10,122
    0
  11. #9691 lills (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 16:41
    น้องแตมเก่งมากกกลูก
    #9,691
    0
  12. #9383 Serin71228 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 23:34
    แทนตัวกันแบบนี้ แบบนี้นี่มัน .กัดผ้า
    #9,383
    0
  13. วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 21:13
    หลังจากนี้คือจะเป็นการจีบกันอย่างทางการถูกไหม55
    #9,283
    0
  14. #9258 meinwonderland; (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 12:23
    งื้อน้อนนนนน
    #9,258
    0
  15. #8892 kindlyjh (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 20:07
    เขินมากกกก ฮืออออ
    #8,892
    0
  16. #8872 แคนต้าลูปปปป ^^ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 19:13
    กรี๊ดดดดดดด น่ารักๆๆๆๆ
    #8,872
    0
  17. #8753 DKdabble (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 22:51
    อ่อยยยยย ยอมแร้ว กรีสๆๆ
    #8,753
    0
  18. #8572 silently point (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 23:29
    ฮือออออ รู้สึกดีอะะะะ เป็นอะไรที่อ่านแล้วแบบฉันมานอนยิ้มคนเดียวอย่างปริ่มใจจจจ
    #8,572
    0
  19. #7714 mahnuch (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 10:59
    เริ่มรู้ใจตัวเองแล้ว ฮือออ ดีใจ ชอบมากกก
    #7,714
    0
  20. #7358 minixiuminseok (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 19:46
    ฉันรู้สึกดีฮือออ น้องแตมเปิดใจให้พี่ไคแล้ว😭
    #7,358
    0
  21. #6343 Mikwaemz (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 18:58
    หบก้กบดึไลด้หลกาง่หกนก่กบ อ้ากกกกกกกกเขิลลลลล ขอบบมากเลยค่าาา
    #6,343
    0
  22. #6313 ARDS; (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 06:43
    กรี้ดดดดดดดดด .ชักดิ้นชักงอ
    #6,313
    0
  23. #6186 ikonyg (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 01:40
    อ้ากกกกก ตายแล้ววว แต่ฟินอะะะตื่นสายก็ยอมมมม
    #6,186
    0
  24. #6160 Thitaphorn Tiemnara (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 01:28
    มันน่ารักละมุนจังเลยย ><
    #6,160
    0
  25. #5728 wwwtkpchapY (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 08:54
    นี่ว่าพี่ไคเป็นนักเขียน ฮือออ
    #5,728
    0