[Yaoi] Money Addict ผมมีค่า ต้องกล้าจ่าย! [Boy's Love]

ตอนที่ 17 : ตอนที่ 15 ใต้เงาจันทร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51,463
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 646 ครั้ง
    1 ก.ย. 60




"คุณ...พี่ไค ระหว่างแตมกับเติ้ลใครน่ารักกว่ากัน"

+++++++++++++++++++++

ตอนที่ 15 ใต้เงาจันทร์

 

 

เฌอแตม

 

            “สรุปสั้นๆ คือพี่แตมกับพี่เคอร์ไม่ได้เป็นแฟนกัน แต่พี่เคอร์เซอร์วิสหาตังค์ค่าขนมให้พี่แตม”

 

            “อ่าฮะ”

 

            “อื้อหือ เพื่อนเติ้ลรู้คงลงไปนอนดิ้นแด่วๆ แน่เลยว่ะ”

 

            หลังจากคุยเล่นและเปิดเพลงพอหอมปากหอมคอไปหนึ่งชั่วโมงเศษ ผมก็กล่าวลาผู้ฟัง แล้วบอกว่าจะกลับมาจัดอีกเร็วๆ นี้ แต่ขอเคลียร์เรื่องย้ายบ้านให้เรียบร้อยก่อน พอปิดเครื่อง ปิดทุกอย่างเรียบร้อยปุ๊บ ก็หันมาเจอแววตาสงสัยที่เข้าขั้นอยากเสือกจนผื่นขึ้นของน้องรหัส

 

            ไอ้เคอร์เลยอธิบายสั้นๆ ได้ใจความว่า...ไม่ได้เป็นแฟนกันครับผม

 

            เพียงเท่านั้น ลิตเติ้ลก็ยกมือตบหน้าผาก ทิ้งตัวลงไปนอนแผ่บนพื้น จากนั้นก็ดิ้นแด่วๆ ทำท่าเหมือนถูกหลอกมาเกือบสองเทอม จนผมถามอย่างเหนื่อยใจ

 

            “ไปเอาข่าวที่ไหนมาล่ะว่าพี่กับไอ้เคอร์เป็นแฟนกัน”

 

            “โหย เขาลือกันให้แซ่ดทั้งคณะ อย่าว่าแต่ในคณะเลย เพื่อนนอกคณะผมยังคิดว่าพวกพี่ได้กันแล้วแล้ว!” คนพูดเด้งตัวขึ้นมานั่งตัวตรง บอกชัดเจนเสียจนผมผงะ ได้แต่อ้าปากค้าง หันกลับไปมองเพื่อนสนิทที่ถ้าลงไปนอนหัวเราะได้ มันคงทำไปแล้ว

 

            “ได้กันบ้านเตี่ยแกสิ!

 

            “อย่าลามปามเตี่ยเติ้ลสิ”

 

            “กูไม่ได้ลามปาม ด่าโว้ย! เอาซอกตีนคิดหรือไงว่าได้กันแล้ว!

 

            ผมอยากจะบ้าตาย ไอ้คิดว่าเป็นแฟนกันก็พอรับได้ เพราะไอ้เคอร์มันก็เล่นของมันบ่อยๆ แต่แค่คิดว่าก้นผมเสียบริสุทธิ์ไปแล้วนี่รับไม่ได้อย่างแรง ไม่อยากจะบอกเลยว่าเคยแต่เอาออก แต่ไม่เคยเอาอะไรเข้า จิ้นเว่อร์ๆ เถอะ!

 

            “พี่แตมพูดไม่เพราะอะ”

 

            ผมกลอกตา ก็ใช่ ผมไม่ขึ้นกูมึงกับรุ่นน้อง แต่มันโมโหนี่หว่า คดีเก่าที่มันสนิทกับคุณไคยังไม่เคลียร์ มันมายัดเยียดให้ผมได้กับเพื่อนสนิท ผมไม่ถีบให้ก็บุญแล้ว

 

            ผมเบ้ปาก ไม่เถียง ไม่พูด ไม่อยากเข้าตัว

 

            “เอาน่า พอได้แล้วๆ เสร็จแล้วก็กลับบ้านกันดีกว่า ดึกแล้ว เกรงใจเจ้าของบ้าน”

 

            “พี่ไคใจดี ไม่ว่าอะไรหร้อก”

 

            ผมว่าจะไม่โกรธแล้วนะ แต่หน้าผมนี่หงิกเลย ตอนเติ้ลมันเถียงไอ้เคอร์ด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ เพราะขนาดตัวผมยังไม่กล้าพูดเต็มปากเลยว่าเขาใจดี ก็เล่นมีหน้าเดียวแบบนั้น รู้ได้ไงวะว่าใจดี และนั่นก็ทำให้ผมอดไม่ได้

 

            “รู้ได้ไงว่าใจดี” ผมจ้องหน้าน้องรหัสที่ยิ้มเผล่ตอบคำถาม

 

            “เติ้ลเป็นคนมีเซ้นส์พี่”

 

            “เซ้นส์อะไรนะ” ผมถามย้ำอีกครั้ง ส่วนเติ้ลนี่ยิ้มกว้าง ยืดอก

 

            “ตั้งแต่เด็กแล้วเติ้ลจะรู้ว่าใครดีใครไม่ดีอะ อารมณ์ประมาณว่าสัญชาตญาณมันบอกว่าคนนี้เข้าใกล้ได้ คนนี้เข้าใกล้ไม่ได้ ตอนที่เติ้ลเจอพี่แตมครั้งแรก เติ้ลก็พุ่งเข้าหาพี่เลย ไม่แปลกใจหรือว่าทำไมเติ้ลไม่ชอบไปแง้วๆ ใส่พี่ปีสี่ แต่มาตื๊อขอให้พี่เลี้ยงข้าวแทน” เออ ก็จริงของมัน จะให้พี่เลี้ยงข้าว ไปหาพวกปีสามปีสี่ไม่ดีกว่าหรือ มาเอาอะไรกับผมที่โคตรจน

 

            “เติ้ลไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้พี่เขาเท่าไหร่ ดูน่ากลัวแปลกๆ แต่กับพี่ไคนี่ ตั้งแต่เห็นครั้งแรก เติ้ลก็ถูกชะตาแล้ว เออ เติ้ลก็รู้แหละว่าเขาหน้านิ่ง แต่เขาใจดีนะ อยู่ใกล้แล้วสบายใจ ถามอะไรก็ตอบ แถมไม่ได้ทำท่ารำคาญเติ้ลด้วย เซ้นส์มันบอกมาว่าเข้าใกล้พี่ไคได้” สรุปแล้วที่มาของการกระทำบ้าๆ บอๆ ของลิตเติ้ลขึ้นอยู่กับสัญชาตญาณล้วนๆ สินะ

 

            ผมส่ายหน้าทันควัน

 

            “เหยยย ไม่เชื่อเติ้ลหรือ เติ้ลพูดจริงนะ” ก็มันเชื่อยากนี่นา

 

            “เออ แล้วพี่อะ” ไอ้เคอร์มันเอาบ้างแล้ว ถามจริง นี่เชื่อว่าไอ้เติ้ลมีร่างสองเป็นคนทรงหรือไง แบบที่รุ่นน้องผมก็ตอบแบบเต็มใจมาก

 

            “ตอนแรกที่เจอพี่เคอร์ เติ้ลค่อนข้างก่ำกึ่งนะ พี่เคอร์เหมือนซ่อนอะไรบางอย่าง เหมือนคนมีหลายบุคลิกในตัวเอง แต่เวลาอยู่ใกล้พี่แตมหรืออยู่กับเพื่อนกับรุ่นน้อง พี่เคอร์จะโชว์ด้านใจดีออกมา เติ้ลเลยมั่นใจว่าตราบใดที่เติ้ลเป็นน้อง พี่เคอร์ก็จะใจดีกับเติ้ลแน่นอน ฟันธง” ผมชะงัก หันไปมองหน้าเพื่อนสนิทที่มันนิ่งไปหน่อย แต่พักเดียวก็ยิ้มกว้าง

 

            “ตกลงนี่พี่เป็นไบโพลาร์สินะ”

 

            “เติ้ลเปล่าพูดนะ”

 

            รุ่นน้องผมรีบแก้ตัว แต่ผมกลับเริ่มเข้าใจแล้วว่าสัญชาตญาณลิตเติ้ลแม่นจนน่ากลัว เพราะอีกหนึ่งสาเหตุที่ไอ้เคอร์ชอบทำท่าเหมือนเป็นแฟนผมตลอดเวลา ก็เพื่อกันไม่ให้คนเข้าใกล้คิดเกินเลย แล้วมันไม่ต้องแสดงด้านใจร้ายออกมา

 

            ไอ้เคอร์เวลาตัดใคร มันตัดขาดจนน่ากลัวเลยเชียวล่ะ

 

            “พอๆ ดึกแล้ว กลับกันได้แล้ว”

 

            “อูย นี่ไล่?” เพื่อนสนิทหันมาทำตาโต และผมก็ตอบแบบเกรงใจสุดๆ ว่า...

 

            “เออ กูไล่” คนฟังหัวเราะลั่น แต่ผมไม่ได้ตลกไปด้วย แค่มองนาฬิกาว่าสามทุ่มเศษ ผมก็เกรงใจเจ้าของบ้านแย่แล้ว ที่นี่ไม่ใช่บ้านผมสักหน่อย แล้วผมก็ไม่เชื่อเซ้นส์ไอ้เติ้ลเต็มร้อยว่าเขาจะใจดี และไม่โกรธที่ผมพาคนมาเสียงดังในบ้านเขา

 

            “โอเค งั้นกลับ” ไอ้เคอร์จัดการหิ้วอุปกรณ์ที่มันเอามา ส่วนรุ่นน้องข้างๆ ก็สะพายกระเป๋ากีต้าร์อย่างเรียบร้อย พากันเดินออกมายังห้องนั่งเล่น ส่วนผมก็เหลือบไปมองประตูห้องทำงานที่ยังปิดสนิทอยู่ ทว่า...

 

            “พี่แตม”

 

            “ว่า?” ผมถามเติ้ลคำเดียว มันก็ยิ้มอ้อน

 

            “แซลมอนเหลืออะพี่”

 

            ผมรู้ว่าปลาดิบมื้อเย็นยังเหลืออยู่ในตู้เย็น เพราะไอ้คนสั่งมันสั่งไม่คิดไง คิดหรือว่าจะแดกกันหมด ยังคิดอยู่เลยว่าพรุ่งนี้คงเอามันมาย่างซีอิ๋วเป็นมื้อเช้าซะเลย แต่ดูเหมือนลิตเติ้ลจะไม่คิดเหมือนผม เพราะมันกำลังทำตาปริบๆ นี่ถ้ากระดิกหางได้ ผมเชื่อเต็มหัวใจเลยว่ามันทำแล้ว

 

            “แล้วไง”

 

            “เกรงใจนะพี่ แต่ก็...ขอได้ป่ะ”

 

            นี่ขนาดน้องเกรงใจแล้ว ผมอยากเห็นจริงๆ ว่าตอนมันหน้าด้านนี่ไม่เปิดตู้เย็นแล้วยัดใส่กระเป๋าเลยหรือวะ

 

            “ขออะไรพี่ พี่ไม่ได้เป็นคนซื้อ” ผมตอบอย่างหมั่นไส้ แต่ลืมไปหน่อย...ลืมไปว่าตอบแบบนี้ก็แย่สิ

 

            “โอเค งั้นเติ้ลขอพี่ไค จะได้ลาก่อนกลับด้วย” ว่าจบมันก็ทำท่าจะเดินไปเคาะห้องทำงาน และมือผมก็ไปก่อนสมอง

 

            หมับ

 

            “เฮ้ยๆๆๆๆ จะล้มแล้วววววว” ผมจับกระเป๋าไส่กีต้าร์มันเต็มแรง แล้วยึดไว้แน่น ทำเอาลิตเติ้ลผงะหงายหลัง เกือบจะล้มทับผม แต่ได้ไอ้เคอร์ที่รีบเข้ามาช่วยพยุงไว้ ขณะที่ผมเองก็อึ้งไปหน่อย

 

            “พี่แตม! เล่นอะไรบ้าๆ ถ้าล้มไปกีต้าร์พี่ชายเติ้ลพัง เติ้ลโดนฆ่าแน่” รุ่นน้องโวย จนผมก็รีบปล่อยกระเป๋ากีต้าร์โปร่ง ตัดสินใจเพียงครู่ จากนั้นก็เดินฉับๆ ไปยังตู้เย็น เปิดตู้ ฉวยกล่องปลาดิบขนาดสองที่ที่แทบไม่มีใครแตะออกมา จัดการใส่ถุงพลาสติก แล้วก็เดินกลับมายื่นให้

 

            “โอเค เติ้ลไม่โกรธก็ได้” คนหวงกีต้าร์ (พี่) คว้าถุงไปกอดหมับ ยิ้มกว้างอารมณ์ดี ส่วนผมบอกแค่...

 

            “กลับไปได้แล้ว”

 

            “โอเคครับผม แล้วถ้าพี่แตมอยากได้มือกีต้าร์เมื่อไหร่ บอกเลย เติ้ลจะรีบวิ่งมาเลย”

 

            “วิ่งมาเมื่อไหร่จะถึง นั่งรถพี่มาแทนมั้ยเติ้ล” ไอ้เคอร์ยังมีหน้าแซว ดันหลังรุ่นน้องให้ก้าวออกจากประตูสักที แต่ไม่วายที่จะหันมาสบตาผม แล้วบ้าชะมัด ผมอยากจิ้มตาเพื่อนสนิทให้บอดไปเลย เพราะมันกำลังมองเหมือนรู้ทัน!

 

            “กูเพิ่งรู้นะไอ้แตม”

 

            “รู้อะไร” ผมหน้างอ มองมันที่หัวเราะเบาๆ

 

            “รู้ว่าเวลาคนงกหึง...ก็กลายเป็นคนใจกว้างงงงได้เหมือนกัน”

 

            “สัส!” ผมด่ามันคำเดียว อยากจะบอกว่าผมเปล่าหึงนะ แต่วันนี้ผมพูดคำนี้ไม่รู้กี่รอบแล้ว ดังนั้นผมจะไม่พูดซ้ำอีกครั้ง ทั้งที่ใจ...ชักคล้อยตาม

 

            “ครับๆ ไม่หึง ยัดของแพงใส่มือเติ้ลเร็วกว่าเวลามึงเก็บตังค์ค่าจ้างทำรายงานอีก โอเค งั้นกูไปแล้ว ฝากลาคุณไคของมึงด้วยนะ อ้อ...” ยัง มันยังไม่ไป ยังอ้อยอิ่งสวมรองเท้าไม่เลิก เดินไปเปิดประตูตามลิตเติ้ลที่ออกไปหน้าห้องแล้ว มือจับบานประตู แล้วหันมามองผมที่ยังนึกสงสัยคำพูดค้างคา จากนั้นมันก็บอกว่า...

 

            “อย่าลืมเรียกเขาว่าพี่ไคให้สมอยากล่ะ มึงจะได้ไม่พาลเอากับรุ่นน้อง ไปล่ะ”

 

            “ไอ้เหี้ยเคอร์!!!

 

            ผมคำรามตามหลังคนที่หัวเราะเสียงดัง แต่คิดหรือว่าเพื่อนผมจะสนใจ มันดูสนุกสนานกับการมาเยี่ยมบ้านครั้งนี้เหลือเกิน ผมคิดว่ามันคงคลายใจแล้วว่าที่อยู่ใหม่ผมโอเค แต่ผมไม่เข้าใจเลย จากเดิมมันก็ยุให้ผมเป็นเด็กเสี่ยไคอยู่แล้ว แต่นี่มันชงหนักไปมั้ยวะ

 

            “กลับกันไปหมดแล้วหรือ”

 

            เฮือก!

 

            ตอนที่ผมกำลังแค้นไอ้เคอร์เพลินๆ เสียงทักก็ดังขึ้นด้านหลังจนสะดุ้งเฮือก หันขวับกลับไปมอง แล้วพบว่าเจ้าของห้องกำลังยืนมองผมจากประตูห้องทำงาน ซึ่งบ้าชะมัด...ผมหลบตา

 

            ผมไม่อยากเห็นดวงตานิ่งเฉยตอนเขามองผมผิดกับตอนที่มองลิตเติ้ล มันทำให้รู้สึกแย่

 

            “ครับ”

 

            เขามองผมแวบหนึ่ง แล้วก็เดินเลยเข้าห้องครัวไป จนอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลัง แล้วไม่รู้จริงๆ ว่าผีห่าซาตานตัวไหนมันกระซิบบอกผม ไม่แน่ว่าอาจจะชื่อว่าไอ้เคอร์ก็ได้ เพราะผมหลุดเสียงเรียกออกไปว่า...

 

            “พี่ไค”

 

ต่อค่ะ

 

          ฉิบล่ะ!!

 

            ขวับ

 

            ทันใดนั้น คนที่กำลังคว้าแก้วก็หันกลับมามองผมทันที จนผมขาสั่น ก้มหน้าหลบทันควัน นึกอยากต่อยตัวเองที่เอาคำพูดเพื่อนมาทำเป็นจริงเป็นจัง ผมเรียกเขาว่าคุณไคมาเป็นปี จะมาเรียกพี่ไคเพียงเพราะรุ่นน้องคนเดียวได้ยังไงเล่า!

 

            “เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ” เขาก้าวไวมาก เพราะผมยังไม่ทันจะผละหนีเลย คุณไคก็มาหยุดตรงหน้าผมแล้ว

 

            “ปะ...เปล่า”

 

            “แต่เมื่อกี้ฉันได้ยิน”

 

            “คุณหูฝาดแล้ว”

 

          บ้าฉิบ กูหน้าร้อน!

 

            ตอนนี้ผมไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองเขา เห็นเพียงชายเสื้อของเขา แก้มผมก็ร้อนจนน่ากลัว แล้วเกือบจะห้ามอาการสะดุ้งไม่ได้ เมื่อคุณไคยื่นมือมาเหมือนจะจับแขนผมไว้ แต่มันก็ชะงักกลางอากาศ

 

            “นั่นสิ คงแค่หูฝาด” ทำไมเสียงของเขาดูผิดหวัง จนผมเม้มปากแน่น

 

            คุณไคหมุนตัวจะกลับเข้าห้องครัวอีกครั้ง

 

            หมับ

 

            แต่ผมดันคว้าชายเสื้อเอาไว้ทัน

 

            “หืม”

 

            เขาก้มหน้าลงมามองผม ผมเองก็เผลอเงยหน้าขึ้นมองเขา ขณะที่ปากผมสั่นริกๆ

 

          เอาสิวะ เอาเลยไอ้แตม ง่ายนิดเดียว เอาเลยสิ

 

            “พ...ไค”

 

            “หืม”

 

            “พะ...พี่...พี่ไค...ครับ” เสียงผมเบาเสียยิ่งกว่าลมพัดอีก แต่ผมว่าคุณไคได้ยิน เพราะเขาเบิกตากว้างกว่าเดิม เท่านั้นก็รู้แล้วว่าเขาตกใจมากแค่ไหน แต่ผมคงจะตกใจกว่า ในเมื่อสองมือที่ค้างกลางอากาศคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของผม แล้วถามย้ำอีกครั้ง

 

            “เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ”

 

            “พะ...พี่ไค พี่ไคไง แต่ถ้าคุณไม่ชอบ ผมเรียกเหมือนเดิมก็ได้”

 

            ผมบอกปากคอสั่น ตัวสั่นยิ่งกว่า ร้อนไปหมดทั้งตัว และผมก็รู้นะว่าอาการนี้คือเขินตั้งแต่ขนคิ้วยันขนขา ยิ่งดวงตาที่ก่อนหน้าเรียบจนน่ากลัวเป็นประกายกว่าเดิม ผมก็รู้สึกว่า...คุ้มค่าที่เรียกออกไป

 

            “ไม่ ฉันชอบ”

 

            กึก

 

            ผมชะงัก เงยหน้ามองเขาที่ย้ำอีกครั้งว่า...

 

            “ฉันชอบนะ”

 

            “แตม...ผม ผมรู้แล้ว” ทันทีที่รู้ตัว ผมรีบหลบตา รู้ว่าเขาชอบที่ผมเรียกเขาว่าพี่ แต่ว่า...

 

            “เฌอแตม” เขาเรียกผมอีกครั้ง และผมก็เงยหน้าขึ้นมองตาเขาอีกครั้ง จนเห็นความจริงจังในนั้น จากนั้น เสียงทุ้มต่ำก็เอ่ยออกมาชัดเจนกว่าเดิม สะท้อนไปทั่วทุกห้องหัวใจของผม

 

          “ฉันชอบจริงๆ นะ”

 

            “...”

 

            ทุกอย่างนิ่งสนิทเหมือนโลกหยุดเดิน ก่อนที่...

 

            ตึกๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

            ทำไงดี ผมกำลังจะหน้ามืด!

 

            ผมรู้ว่าเขาพูดถึงวิธีเรียกของผม แต่ทำไมเขาต้องย้ำหลายๆ ครั้ง บอกหลายที จ้องตาผมแทบจะทะลุ มือก็จับแขนผมแน่น จนผมทั้งร้อนทั้งหวิว เสียงหัวใจก็เต้นเสียงดังจนวุ่นวาย ในหูแทบไม่ได้ยินเสียงอย่างอื่น ภาพตรงหน้าก็เบลอจนเหมือนจอภาพกำลังจะมืด

 

            “ฉันชอบธะ...”

 

            “ผมรู้แล้ว!...ปล่อยแตมได้แล้ว” ก่อนที่เขาจะย้ำคำเดิม ผมก็รีบแทรกขึ้นมา

 

            ตอนนี้เสียงผมสั่นมากเลย หลบตาเป็นพัลวัน ส่วนคุณไคก็ยอมปล่อยมือออกด้วยท่าทางเสียดาย

 

            “อืม ขอโทษที เธอคงไม่ชอบ”

 

            “เปล่านะ!” ปากผมไวกว่าสมองอีกแล้ว

 

            “หืม” เขาเองก็เลิกคิ้ว จนผมรีบก้มหน้าก้มตาบอก

 

            “ไม่ได้ไม่ชอบสักหน่อย แตม ผม ไม่รู้แล้ว โอ๊ย ผมไปอาบน้ำแล้วนะ” ผมสะบัดหัวแรงๆ ถอยหลังอีกหลายก้าว พยายามบอกตัวเองว่าเขาอันตรายจะตาย อย่าอยู่ใกล้แบบนี้ แต่เหมือนความคิดนั้นมันจะไม่หนักแน่นเท่าไหร่ จนได้แต่วิ่งไปที่หน้าห้องนอน ทำท่าจะผุดหายเข้าไปในห้อง แต่ก็นึกขึ้นได้

 

            “คุณ...พี่ไค”

 

            ทำไมจะเรียกเขาว่าพี่ถึงกระดากปากนักนะ

 

            ส่วนเจ้าของชื่อก็ยังมองมาทางผมอย่างรอคอย จนผมลังเลว่าจะพูดดีมั้ย แล้วหางตามันก็เหลือบไปเห็นถุงพลาสติกแปะโลโก้ร้านอาหารญี่ปุ่นย่านสุขุมวิทที่สั่งมา ซึ่งนั่นก็ผลักให้เสียงของผมออกจากลำคออย่างที่สมองห้ามไม่ทัน

 

            “ระหว่างแตมกับเติ้ลใครน่ารักกว่ากัน”

 

          ไอ้ปากเหี้ย!

 

            นี่หน้าผมจะลุกเป็นไฟได้แล้ว ยิ่งเห็นคุณไคทำหน้าเหมือนผมเพิ่งจะแปลงร่างเป็นสาวน้อยเวทมนต์ แบบช็อกเหี้ยๆ ผมก็รู้ว่าพลาดแรงมาก แก้มเหมือนจะระเบิดตูมออกมา ส่ายหน้าเป็นพัลวัน บอกเขาลิ้นแทบจะพันกัน

 

            “มะ...ไม่มีอะไร ไม่มีอะไรครับ ถือซะว่าแตมไม่ได้พูดนะ”

 

            ฟึ่บ

 

            ผมรีบดันประตูปิด แต่ว่าคุณไคไวกว่า เขาสอดปลายเท้ามาดันเอาไว้จนผมก็ลืมตาโพลง รีบดึงออกเพราะกลัวจะไปงับเท้าเขา

 

            “ทำอะไรน่ะ เดี๋ยวผมก็ปิดประตูทับเท้าคุณหรอก”

 

            “เฌอแตม” เป็นคุณไคซะอีกที่เขาไม่สนใจขาตัวเอง เขาเรียกชื่อของผมอีกครั้ง จนผมต้องเงยหน้ามองเขา แล้วก็ต้องอึ้ง

 

            “เธอ”

 

            “ครับ?” ผมงงในวินาทีแรก ก่อนที่จะหน้าแดงในวินาทีถัดมา

 

            “เธอน่ารักกว่า...น่ารัก กว่าใครๆ”

 

            ทุกอย่าง...เงียบกริบ

 

            เงียบจนผมได้ยินเสียงหัวใจดังชัดมาก

 

            “อะ...เอาขาคุณออกไปสิ ผมจะปิดประตู” ผมหลบตา บอกเขา ซึ่งคุณไคก็ยอมดึงเท้าออกด้วยท่าทางผิดหวัง แต่ก่อนที่จะยอมให้ผมปิด เขาก็บอกมาอีกหนึ่งประโยค

 

            “เชื่อฉันนะ”

 

            “ไม่รู้! ผมปิดแล้วนะ!” ผมรีบปิดประตูลง จากนั้น...

 

            แปะ

 

            ผมก็เอาหน้าผากแนบบานประตู แทบจะถูให้หน้าถลอก สองมือจับกุมที่แผ่นอกข้างซ้ายอย่างหวังบอกให้ใจผมเต้นช้าๆ หน่อย ผมจะหายใจไม่ทันอยู่แล้ว

 

            “เขาแค่ชมว่ามึงน่ารัก หูบ้าดันฟังเพี้ยนเป็น น่าที่จะรัก ได้ไงก็ไม่รู้ โอย ไอ้แตม อายเขามั้ยล่ะ ฟังอะไรเพี้ยนไปหมด สมงสมองไปหมดแล้ว!” ผมก่นด่าตัวเอง เพราะใช่ วินาทีที่เขาเน้นว่าผมน่ารัก ผมดันรู้สึกว่าเขากำลังพูดว่าผมน่ารักจนน่าที่จะรัก

 

          เพี้ยนสุด!

 

            สุดท้ายผมจะทำอะไรได้ นอกจากนอนกุมหน้าทั้งคืน แถมเสียงของเขาก็วนเวียนอยู่ในหัวไม่จบไม่สิ้น ขณะที่ความโกรธ ความหงุดหงิด ความน้อยใจ ทั้งหมดนั่นมันหายไปหมดตอนที่เขาบอกว่าผมน่ารักกว่าลิตเติ้ล

 

            ทั้งที่รู้ว่าไม่ดีที่เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับน้องรหัส แต่การได้ฟังแบบนี้ทำให้ผม...ยิ้มได้

 

.............................................

 

ต่อค่ะ

 

          มองอยู่ มองอยู่แน่ๆ!

 

            เย็นวันถัดมา ในเวลาที่ท้องฟ้ามืดลงแล้ว ผมที่เพิ่งกลับมาจากมหาวิทยาลัยก็กำลังยืนอยู่ในครัว ลำเลียงเอาปีกไก่หมักเกลือลงเครื่องทอดไร้น้ำมันอย่างเชื่องช้า รู้สึกร้อนไปหมดทั้งแผ่นหลัง แน่ใจด้วยว่าไม่ใช่เพราะเครื่อง ในเมื่อยังไม่ทันได้เสียบปลั๊ก แต่เป็นเพราะใครบางคนเอาแต่จ้องผมตั้งแต่ย่างเท้าเข้าห้อง

 

          ทำไมวันนี้ไม่ขังตัวเองในห้องทำงานวะ!

 

            ทุกทีคุณไคจะไม่ออกมาจากห้องทำงานง่ายๆ แต่วันนี้เขากำลังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น เปิดโทรทัศน์ ซึ่งแม้ไม่มีตาทิพย์ ผมก็มั่นใจว่าเขามองผมอยู่แน่ๆ จนชักอยากหนีเข้าห้อง หากแต่ผมลั่นวาจาไว้แล้วว่าจะเป็นคนทำมื้อเย็น ผมเลยไม่อยากผิดคำพูด

 

            ผมเปิดเครื่อง แล้วหันไปทำผัดผักง่ายๆ แต่ก็ยังรับรู้ว่าเขาจ้องอยู่ พอทำใจกล้าหันไป...

 

            ขวับ

 

            ไอ้แตมงี้หันกลับแทบไม่ทัน

 

            “เฌอแตม” แถมการหันไปสบตากัน ทำให้เขาเดินเข้ามา เสียงนี่อยู่แค่เคาน์เตอร์ด้านหลัง ซึ่งผมแค่พยักหน้ารับ

 

            “เอาโน้ตบุ้คฉันไปใช้ก่อนมั้ย”

 

            “ครับ?” คราวนี้ผมหันไปมองเต็มตา ไม่นึกว่าเขาจะคุยเรื่องนี้ ได้แต่เอียงคอมอง อย่างที่เขาก็เข้าเรื่องทันที

 

            “เมื่อวานเพื่อนเธอเอาคอมมาใช่มั้ย เธอเองไม่มีเครื่องทำรายงานก็คงลำบาก ฉันเลยอยากให้เธอเอาเครื่องฉันไปใช้ก่อน”

 

            “ผมไม่เอา ผมบอกแล้วไงว่าผมจะไม่รับของคุณ”

 

            “ฉันไม่ได้บอกให้เธอเอาไปเลย ถือว่าให้ยืม”

 

            พอผมแย้ง เขาเองก็บอกด้วยเหตุผลจนผมยอมอ่อนลง ก็ถ้าแค่ยืมใช้ มันก็อยู่ในขอบเขตที่รับได้

 

            “ผมเกรงใจ” ผมอุบอิบในคอ หันไปตักผัดผักลงจาน

 

            “ฉันรู้ แต่พึ่งพาฉันบ้างไม่ได้หรือ”

 

            กึก

 

            ผมชะงักมือ พอๆ กับที่ใจสะดุด รับรู้ถึงน้ำเสียงติดจะอ้อนวอน เหมือนตอนที่เคยขอให้ผมอยู่ที่นี่ จนไม่กล้าหันไปมองเขา ผมกลัวตัวเองใจอ่อน ยิ่งช่วงนี้ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวด้วย

 

            “เหมือนที่เธอพึ่งเพื่อนเธอ”

 

            “ผมไม่ได้พึ่งไอ้เคอร์ขนาดนั้นสักหน่อย” อย่างน้อยๆ ผมก็ไม่ได้ไปอยู่บ้านมัน รับเงินเดือนของมัน ใช้ข้าวของในห้องมัน ว่ากันตามจริง ผมพึ่งคุณไคเยอะกว่าเพื่อนสนิทด้วยซ้ำ แล้วทำไมเขาต้องใช้น้ำเสียงเหมือนกำลังน้อยใจกับผมด้วย

 

            “งั้นก็รับไว้สิ”

 

            ผมรู้ว่าคำพูดของคุณไคไม่น่าฟัง เหมือนยัดเยียดให้กันเช่นทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ผมหันไปสบตาเขา แล้วก็เห็นว่าเขากำลังขอร้องผม ทั้งที่ผมจะยืมเครื่องของเขาใช้แท้ๆ จนได้แต่อุบอิบบอก

 

            “ถ้าแค่ยืม” ผมว่าคุ้มนะที่ได้เห็นดวงตาเป็นประกายของคุณไค แต่ไม่โอเคกับการที่เขาเดินเข้ามาในห้องครัว

 

            “ฉันช่วยตักข้าว”

 

            แม้ผมจะยอมยืมของของเขา แต่ใช่ว่าผมจะยังเข้าใกล้เขาได้ ยิ่งหลังจากเรื่องหูเพี้ยนเมื่อวาน ผมก็ไปนอนคิดแล้วคิดอีกว่าผมกำลังคิดอะไรกับเขากันแน่ แล้วอาการผมก็เริ่มชัดเจนจนไม่อยากยอมรับ ดังนั้น พอเขาเข้ามา ผมก็รีบผละออกเช่นเดียวกัน

 

            “งั้นผมไปเก็บผ้านะ”

 

            ผมก็เลยชิ่งเดินไปที่ระเบียงอีกฝั่งอย่างรวดเร็ว เปิดประตูออกมารับลมข้างนอก เงยหน้ามองฟ้าที่ไร้แสงดาว แต่ยังพอเห็นพระจันทร์เสี้ยวที่ลอยเด่นบนท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้ม เริ่มสงบใจลงได้บ้างแล้ว

 

            ครืด

 

            “เธอลืมตะกร้า”

 

            หากแต่เจ้าของห้องก็ตามมา จนสะดุ้งโหยง แถมเขาก็ตัวโตเป็นตึก วิธีเดียวที่ผมจะหนีได้ก็คงเป็นกระโดดลงจากระเบียงแล้วล่ะ

 

            “ฉันช่วย” ผมได้ยินเสียงเขาจากด้านหลัง แต่ไม่รู้ว่าราวตากผ้าที่ผมเพิ่งไปซื้อกับไอ้เคอร์เล็กไปหรือเปล่า เวลาที่เขายื่นมือมาช่วยดึงไม้แขวนเสื้อ แขนของเขาก็โดนไหล่ของผมทุกที จนอยากจะหันไปบอกว่าช่วยเข้าไปนั่งเฉยๆ หรือกลับเข้าห้องทำงานคุณไปเลยจะดีกว่า แต่ก็พูดไม่ออก

 

            กระทั่งผ้าทุกชิ้นถูกโยนลงตะกร้าแล้ว...

 

            “ถอยไปสิครับ”

 

            “เฌอแตม” แต่คุณไคไม่ถอย เขาเรียกชื่อผม จนผมก็เงยหน้าขึ้นมองตาเขา

 

            “ไม่เรียกพี่ไคแล้วหรือ” เขาทวงถาม เสียงเหมือนร้องขอ จนผมกะพริบตาปริบ อยากจะเบือนหน้าหลบ แต่มันไม่มีที่ให้หนี ข้างหลังก็เป็นราวตากผ้า ข้างหน้าก็เป็นกำแพงที่ชื่อคงไค ผมเองก็ได้แต่ยืนตัวแข็ง

 

            “เรียกพี่ไคอีกทีได้มั้ย” เขาถามหน้านิ่ง แต่ใจผมไม่นิ่งเลย มันอ่อนยวบไปหมด

 

            “ผมเรียกไปแล้วเมื่อวาน”

 

            “แล้ววันนี้ล่ะ”

 

            “จะให้เรียกทุกวันหรือไง”

 

            “ทุกวันต่อจากนี้เลยก็ดี”

 

            กึก

 

            ผมนิ่ง ผมชะงัก นี่เขากำลังบอกผมใช่มั้ยว่าเขาอยากให้ผมเรียกเขาทุกๆ วัน และนั่นก็ทำให้ผมพึมพำออกไปจนได้

 

            “พี่ไค...พอใจแล้วใช่มั้ยครับ ถ้าพอใจก็ถอย” ผมพยายามทำเสียงแข็ง พยายามบอกว่าผมไม่ได้อายเลยสักนิดที่จะเปลี่ยนคำเรียกเขา ทั้งที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าผมเรียกเขาแบบนี้เพราะอิจฉาที่ลิตเติ้ลเรียกได้ ผมเองก็อยากเรียกแบบนี้ได้เหมือนกัน ดังนั้น พอเรียกจริงๆ มันเลยเขินมาก

 

            เขินจนทำหน้าแดงสู้เขาแบบนี้

 

            “อีกที” เขาสั่ง

 

            “ไม่เอาแล้ว”

 

            “อีกที” เขายังยืนยันคำเดิม

 

            “เอ๊ะ ผมบอกว่าไม่เอาไง” ผมเองก็ไม่อยากเรียกมากกว่านั้น แต่พอสบตาเขาเข้า ก็...

 

            “พี่ไค” จนได้สิน่า

 

            ฟึ่บ

 

            ไม่จริงน่า เขายิ้ม!

 

            ผมแทบจะทรุดลงไปกองบนพื้น เพราะนั่น ริมฝีปากของเขากำลังยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจริงๆ มันไม่ได้ยิ้มเหมือนยิ้มเยาะ หรือกระตุกมุมปากเป็นผู้ร้ายอย่างทุกที อาจจะเพราะตาของเขาก็เป็นประกายไปด้วย มุมปากที่ยกขึ้นน้อยแสนน้อยจึงเป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผมช็อกจนพูดไม่ออก

 

            หากแต่นั่นไม่ใช่เรื่องช็อกที่สุดของวัน เพราะ...

 

            จุ๊บ

 

            ริมฝีปากของเขาแตะปากของ...ผม

 

            แน่นอนว่าผมเบิกตาโพลง มองใบหน้าที่อยู่ห่างเพียงนิดเดียว เห็นแม้กระทั่งขนตายาวที่ทาบทับผิวแก้มของเขา รับรู้ได้ถึงปลายจมูกโด่งที่แตะผ่านข้างแก้มผม รู้ถึงความอุ่นที่ประทับแนบบนสิ่งที่เรียกว่าริมฝีปาก ซึ่งแม้แต่เด็กอนุบาลยังรู้เลยว่านี่คือ...จูบ

 

            คุณไคจูบผม!

 

            เขาผละออกไปแล้ว มองหน้าผมที่คงช็อกสุดขีด แล้วเขาก็เงยหน้าขึ้นมองฟ้า จากนั้นก้มลงมาสบตาผมอีกที

 

            “คืนนี้เห็นพระจันทร์นะ”

 

            ผมไม่เข้าใจ ผมได้แต่มองหน้าเขาอย่างงุนงง แล้วคุณไคก็เอ่ยต่อ

 

            “ในคืนนี้มีดาวเป็นล้านดวง...อยากจะขอจูบดาวใต้เงาดวงจันทร์”

 

          เพลงนั้น?

 

            ทันใดนั้น เพลงที่ผมร้องเมื่อวานก็ดังก้องเข้ามาในหู ขณะที่เขาก็เอ่ยออกมาแค่บางท่อน แต่มันก็เพียงพอให้ผมรู้แล้วว่าเขาหมายถึงอะไร หากสิ่งที่เขากำลังบอกผมต่อจากนี้ต่างหากที่ผมไม่เข้าใจ

 

            “ฉันไม่อยากจูบดาวดวงไหน แต่ฉันขอจูบเธอใต้เงาพระจันทร์...ได้มั้ย”

 

            จากนั้น เขา...ก็แนบริมฝีปากลงบนปากของผมอีกที

 

................................................

 

            ครบค่ะ 15 ตอนค่ะกว่าที่พระนายเรื่องนี้จะได้จูบกัน ตอนสมัยพี่ป้องกับเจ้ากั๊กนี่กี่ตอนนะคะ *กุมขมับ* คือเรื่องนี้ค่อยเป็นค่อยไปเนอะ อืม จริงๆ ก็เพราะมีตัวชงด้วยล่ะ ถ้าเคอร์ไม่เล่นกับน้องแตมมากเกินไป ก็จะไม่มีจูบใต้เงาจันทร์ในตอนนี้ ถ้าเติ้ลไม่เรียกพี่ไคว่าพี่ แตมก็จะไม่มีความกล้าเปลี่ยนสรรพนาม คู่นี้มีตัวช่วยเยอะมากค่ะ ต้องคอยกระตุ้นตลอดเวลา อ้ะ ตอนนี้จูบมาแล้ว อย่างอื่นก็ตามมาไม่ยากแล้วอะงับ

            อะไรนะ อยากให้เคอร์กับน้องตัวน้อยตัวนิดคู่กันหรือคะ เอาจริงอะ ไม่รอคู่ของน้องตัวน้อยตัวนิดโผล่ออกมาก่อนหรือคะ คนนั้นก็น่ารักนะ และตอนนี้คนนั้นเขาก็รับรู้ถึงการมีตัวตนของเจ้าตัวน้อยตัวนิดแล้วด้วยนะเออ ส่วนที่ถามว่าเมย์เข้าไปการีน่าด้วยหรือ เคยเข้าค่ะ สักพักแล้ว ตามน้องดีเจคนหนึ่ง แต่ตอนนี้น้องเขาเรียนจบเลิกจัดไปแล้ว พี่ฮูนี่ก็รู้จักในการีน่า ได้รู้จักคู่รักที่เขาจีบกันผ่านเม้นต์ในการีน่าด้วยนะ น่ารักเชียว แต่ตอนนี้ไม่ได้ตามแล้วค่ะ แบบว่าติดอนิเมะอะ แหะๆ

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมถูกเปย์ นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 646 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,384 ความคิดเห็น

  1. #10382 Choo_only (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 10:43
    การีน่าคือแอปอะไรคะ รู้จักแค่การีน่าที่เป็นค่ายเกม หรือหนูงง เอ๊ะะ
    #10,382
    0
  2. #10376 mimiine (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 02:11
    กรี๊ดดดดๆๆๆๆๆ
    #10,376
    0
  3. #10358 Xakas (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 00:16
    แอแงงง ใจผมก็มีเท่านี้!!!
    #10,358
    0
  4. #10328 Poon_P21 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 08:59

    พี่ไคคคคคค หึงน้อฝมาตั้งแต่เมื่อวานใช่มั้ยล่ะะะ
    #10,328
    0
  5. #10327 โนนามิ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 19:53

    หนู ลูกกกกก

    ใจเหลวไหลลงไประเบียงชั้นล่างแล้วมั่ง

    #10,327
    0
  6. #10273 Pimnok2124 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:31
    โอ้โหหห ละมุนง่าาา
    #10,273
    0
  7. #10231 เบสิดิโอไมโคตา (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 23:43
    อร๊ายยยยย อีพี่ไคคคคค โอ๊ยย. กรีดร้องงง
    #10,231
    0
  8. #10226 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 20:48
    น้องแตมของแมะะะะะะะะ ถ้าจูบมาแล้วอันอื่นก็จะตามมาแล้ววววววววว
    #10,226
    0
  9. #10213 Krystal wing (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 23:10
    15ตอน กว่าจะไต่มาถึงจูบ ปาดเหลื่อตามๆกัน
    #10,213
    0
  10. #10199 Golden23 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 21:23
    จูบกันแล้วเว้ยยยยยย
    #10,199
    0
  11. #10170 Orathaiks (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 20:53
    กรี้ดดดดดดดพิไคจองน้อง
    #10,170
    0
  12. #10143 Pusu (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 10:21

    พี่ไคก็ไวใช่ได้

    #10,143
    0
  13. #10121 rattanalak44 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 10:04
    ตอนนี้คือดีมากกกก
    เขาจูบกันแล้ววววววว
    น้องไม่ขัดขืนด้วยอ่ะ คงกำลังช็อกละสิ อิพี่ก็รุกหนักเชียว..
    #10,121
    0
  14. #10079 NNHYENA (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 15:55
    who ไค ใคร ไค
    #10,079
    0
  15. #9931 ^^นูน่าหัวสีชมพู^^ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 01:30
    กรี้ดดดด เค้าจูบกันแล้วค่า!
    #9,931
    0
  16. #9914 Kanitta2003 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 09:36
    หัวจงหัวใจไปหมดแล้วววว
    #9,914
    0
  17. #9851 Mint-Nipaporn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 14:57
    พี่ฮูคือพี่ไคใช่ไหมมมมม
    #9,851
    0
  18. #9690 lills (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 16:30
    โห้ยยยยยย
    #9,690
    0
  19. #9599 palllll (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 11:27
    ออออออออออออ
    #9,599
    0
  20. #9382 Serin71228 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 23:23
    แมมมมมมมม่!!!! .กรี๊ดดดด!!
    #9,382
    0
  21. วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 20:56
    รุกแบบเงียบๆเนียนๆ
    #9,282
    0
  22. #9240 YiPPyBaeKHyuN (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 00:35
    คุณไคก็ไม่เบานะคะเนี่ย
    #9,240
    0
  23. #8871 แคนต้าลูปปปป ^^ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 10:48
    ตอนนี้บั่บ ฮืออออออ เขิน ฮือออออออๆๆๆ
    #8,871
    0
  24. #8769 pcy921 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 10:35
    บทจะรุกก็รุกไวเว่อ555
    #8,769
    0
  25. #8565 silently point (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 22:28
    ในที่สุดดดดดด
    #8,565
    0