[Yaoi] Money Addict ผมมีค่า ต้องกล้าจ่าย! [Boy's Love]

ตอนที่ 15 : ตอนที่ 14 เปย์ผมแล้วอย่าเปย์คนอื่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49,467
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 592 ครั้ง
    29 ส.ค. 60






เปย์คนอื่นทำไม ไหนว่าจะเปย์ผม *แบะปาก*


+++++++++++++++++++++


ตอนที่ 14 เปย์ผมแล้วอย่าเปย์คนอื่น

 

 

 

เฌอแตม

 

            “ไอ้แตม ถ้ามึงจะนั่งหน้าบูดอยู่แบบนี้ หน้าตาน่ารักๆ ของมึงจะเสียชาติเกิดนะ”

 

            “กูไม่ได้บูด!

 

            “แหมมมม ปากก็แบะ ตาก็ขวาง แถมแก้มมึงเนี่ย...” ไอ้เคอร์หัวเราะตาพราว แล้วเอานิ้วจิ้มแก้มผมเต็มแรง

 

            “ป่องซะเป็นปลาทองเลยนะมึง”

 

            “กูเจ็บนะ”

 

            “ฮ่าๆๆๆ ก็มึงทำแก้มป่องทำไมล่ะ กูเห็นกูก็อยากจิ้มสิ”

 

            ผมกุมแก้ม ถลึงตามองเพื่อนสนิทที่หัวเราะอย่างชอบอกชอบใจ แต่ก็เพิ่งรู้ตัวเหมือนกันว่าผมกำลังทำหน้ายังไง แต่ยังไม่ทันที่จะอ้าปากด่าที่ถูกแกล้งเลย ต้นเหตุที่ทำให้ผมบึ้งยันขนคิ้วก็กำลังแจ้วๆ ลอยเข้าหูมา จนต้องหันกลับไปมองทิศทางเดิม

 

            “พี่ไคสุดยอด! พี่ใช้ไอ้เครื่องนี่เป็นด้วยหรือ เติ้ลนึกว่าจะมีแต่ร้านกาแฟซะอีก!

 

            “ไม่ยากหรอก”

 

            “เติ้ลว่ายากนะ แค่เห็นปุ่มเยอะๆ ก็น่ามึนแล้วอะ”

 

            จากที่ลิตเติ้ลแทนตัวว่าผมเมื่อตอนอยู่ในรถ ตอนนี้น้องมันแทนตัวด้วยชื่อเล่นไปเรียบร้อยแล้ว ขณะที่กำลังวิ่งส่ายหางไปมาอยู่รอบตัวผู้ชายตัวโตเป็นยักษ์ ซึ่งกำลังยืนอยู่หน้าเครื่องชงกาแฟสดอีกที

 

            ผมเองก็เห็นไอ้เครื่องนี้มาพักใหญ่ๆ แล้ว แต่ก็คิดว่าเขาคงซื้อมาประดับบ้านเฉยๆ เพิ่งรู้เหมือนกันล่ะว่าเขาชงกินประจำ จนอดสงสัยไม่ได้ว่าล้างเองเป็นด้วยหรือ คิดว่าอย่างเขาต้องเหลือหลักฐานทิ้งไว้อยู่ที่ซิงค์ล้างจาน แต่ดูจากตอนนี้...โคตรคล่องเถอะ

 

            แล้วที่ผมอดจะรู้สึกแย่ไม่ได้คือผมไม่ได้รู้เอง แต่คนที่บอกให้รู้คือ...เติ้ล

 

            ย้อนกลับไปเมื่อราวสิบนาทีก่อน ตอนที่พวกผมเข้ามาในห้อง ผมก็บอกคุณไคว่าขอเสิร์ฟน้ำให้เพื่อนนะ แต่เขาก็บอกเสียงเรียบว่าให้ผมมานั่ง เดี๋ยวเขาจัดการให้ พอจะแย้ง ก็บอกอีกว่าไปดูแลเพื่อนเถอะ ผมเลยเดินมานั่งข้างไอ้เคอร์ที่โซฟา แต่หันไปอีกที ลิตเติ้ลที่ขอเข้าห้องน้ำก็วิ่งไปอยู่ข้างเจ้าของบ้าน ชี้ไปยังเครื่องกาแฟ แล้วผมก็ไม่อยากเชื่อ...เขาบอกว่าจะชงให้ดื่ม

 

            นอกเหนือกว่านั้น เขาให้เติ้ลช่วยอยู่ข้างๆ

 

            ผมนี่นิ่งอึ้งเหมือนถูกค้อนทุบหัวเลย

 

            จากนั้น หน้าผมก็เป็นอย่างที่เพื่อนสนิทบอกนั่นแหละ แล้วตอนนี้ปากผมไม่แบะออกแล้ว ผมเม้มมันแน่นเข้า เมื่อน้องรหัสกำลังวางมือทั้งสองข้างบนหัวไหล่คนตัวสูงกว่า ชะโงกหน้าไปดูใกล้ๆ อย่างที่ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมผมรู้สึกแปลกๆ กับภาพนี้

 

            ผมควรรู้สิว่าเติ้ลเป็นคนเข้ากับคนง่าย น้องยังชอบมากระโดดกอดคอผมเลย กับแค่วางมือลงบนไหล่ แล้ว...ดูสนิทสนมกันเท่านั้นเอ๊ง

           

            “พี่ไคๆ ของผมใส่นมเยอะๆ นะ”

 

            “อืม อยากได้ขนมกินคู่กาแฟมั้ย”

 

            “มีด้วยหรือพี่! อะไรอะ กินๆ”

 

            “ดูในตู้ฝั่งนั้น ถ้าอยากกินอะไรก็หยิบได้เลย”

 

            “เย้ พี่ไคโคตรใจดีเลยครับ”

 

            ถ้าไอ้เติ้ลมันเอาหัวแนบบ่าคุณไคได้คงทำไปแล้วล่ะ เพราะแค่นี้ก็กระตุกเสื้อเชิ้ตสีดำเขาถี่ยิบ ร้องอย่างดีอกดีใจ แล้วมันก็วิ่งร่าไปเปิดตู้ขนม คว้าออกมาสองสามอย่าง ปากก็แจ้วๆ ไปด้วย

 

            “มียี่ห้อนี้ด้วย เติ้ลเคยเห็นที่ไทยขายแต่ห่อสีน้ำเงินนี่พี่ไค ห่อสีแดงแบบนี้เป็นคุ้กกี้นิ่มใช่มั้ยครับ” ในมือของลิตเติ้ลมีคุ้กกี้ยี่ห้อดังสองสี ซึ่งผมก็เพิ่งรู้เหมือนกันล่ะว่าในเมืองไทยขายแค่ห่อสีน้ำเงิน ก็ผมเห็นเจ้าห่อสีแดงนับสิบนอนนิ่งอยู่ในตู้ตั้งแต่วันแรกที่มาทำความสะอาดให้ ผมเองก็ไม่ใช่คอขนมหวานด้วย ผิดกับน้องรหัสที่กำลังเอาขนมมาเขย่าๆ อย่างสนใจ

 

            แต่ผมต้องอึ้งกว่านั้น เมื่อ...

 

            ฟึ่บ

 

            คนที่ผละจากเครื่องกาแฟมายืนซ้อนหลังน้องรหัสของผมที่ หน้าหล่อ ตัวสูง และแขนขายาว หากแต่คุณไค...สูงยิ่งกว่า แขนยาวยิ่งกว่า และกำลังเอื้อมผ่านหลังของลิตเติ้ลเพื่อหยิบขนมที่วางอยู่ด้านในสุดของตู้ออกมาส่งให้

 

            “ลองยี่ห้อนี้สิ”

 

            ลิตเติ้ลหันกลับมา เงยหน้า คิดดูสิ! น้องผมสูงแล้วยังต้องเงยหน้ามองคุณไค!

 

            ภาพนี้ทำให้ผมยังอดคิดไม่ได้ว่า...เหมาะสมกัน

 

            “ฮึ!” ผมไม่รู้ว่าทำหน้ายังไง ผมแค่สะบัดหน้าหนี ส่งเสียงบ้าๆ ในคอ เพื่อ...เจอกับสายตาพราววิบวับของเพื่อนสนิท

 

            คนที่กำลังยื่นหน้าเข้ามาใกล้แล้วบอกว่า...

 

            “อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับน้องแตม เดี๋ยวเขาก็คิดว่า...หึงผัว”

 

            พลั่ก!

 

            “โอ๊ย!!!

 

            ผมไม่สนใจเสียงร้องของเพื่อนสนิทที่ยกมือกุมหน้า เพราะผมผลักหน้ามันเต็มแรง ลุกพรวดขึ้นมายืนตัวตรงทันที ไม่สนด้วยว่าเสียงนี้จะเรียกสายตาจากอีกสองคนในห้องครัว ตอนนี้ผมเม้มปากแน่น แล้วก็คว้ากระเป๋าเป้ แล้วเดินดุ่มๆ ไปทางห้องนอนอย่างรวดเร็ว

 

            ตอนนี้ผมไม่อยากเห็นหน้าคุณไค!

 

            ทีเวลาอยู่กับผมหน้านิ่งเหมือนร้อยไหม! แต่เวลาอยู่กับไอ้เติ้ล ไหมละลายเชียวนะ!!!

 

          โกรธโว้ย!

 

            ไม่รู้หรอกว่าทำไมถึงโกรธ แต่ใจมันเต้นตึบๆๆๆๆ เหมือนมีอะไรมาบีบเต็มแรง รู้สึกว่าหายใจฟืดฟาด มือไม้ขวางหูขวางตาไปหมด สุดท้ายก็ได้แต่ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง คว้าหมอนมากอดเอาไว้เต็มมือ แล้ว...ซุกหน้าลงกับหมอนอย่างไม่รู้จะเอาลงกับใครดี

 

            ผมคิดว่าไม่เคยโกรธใครเท่าคุณไคมาก่อนเลย! อ้อ ตอนนี้นับรวมไอ้เติ้ลด้วยคน

 

            “ทำร้ายร่างกายแล้วหนีเข้าห้องนะมึง” ไอ้เคอร์เองก็เดินลูบหน้าตามเข้ามา แต่ผมไม่สน ผมหันหน้าหนีไปอีกทาง ไม่อยากคุยกับมันที่พูดบ้าๆ

 

            หึงบ้าหึงบออะไร ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย แล้วผมไม่เป็นหรอกกับไอ้คนหน้านิ่งนั่นน่ะ!

 

            “กูไม่ได้หนี”

 

            “ครับๆ ไม่หนีครับ ไอ้เติ้ลงงเป็นไก่ตาแตกแล้วนั่น”

 

            “ก็ช่าง”

 

            “คุณไคของมึงห่วงมึงแย่แล้ว”

 

            ขวับ

 

            ทันใดนั้น ผมก็หันกลับไปมองคนพูด เพื่อรู้ว่า...พลาดแรง

 

            “มึงล้อกูเล่นหรือวะไอ้เคอร์!

 

            เพื่อนสนิทที่ยิ้มกว้างอย่างสมใจ แถมทำท่ากลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น ท่าทางมันกำลังสนุกเสียเต็มประดาที่แกล้งผมได้ แล้วไม่รู้ทำไมชอบจับโยงเข้าเรื่องกับคุณไคเหลือเกิน เมื่อก่อนมันก็ยุให้ผมยอมๆ เขาไป มาตอนนี้ยังพูดเรื่องบ้าๆ อย่างผมหึงเขาอีก เขาจะห่วงไม่ห่วงผมก็เรื่องของเขาสิ!

 

            “โอ๋ๆ พี่เคอร์ไม่กล้าล้อน้องแตมเล่นหรอกครับ” มันก็คงรู้ว่าเล่นมากไปแล้ว เพราะเดินมาหย่อนก้นนั่งข้างๆ ยกมือโอบไหล่ง้อ แต่ผมไม่เห็นต้องการให้มันง้อเลย ผมเลยสะบัดแขนมันทิ้ง แต่ไอ้เคอร์ก็ยังยืนยันจะโอบให้ได้ แล้วมันก็กระซิบ

 

            “มึงรู้มั้ยว่าอาการอย่างมึงเรียกว่าอะไร...”

 

            “กูเปล่าหึง!” ผมเถียงทันควัน ให้ผมหัวเราะ

 

            “เปล่าๆ กูก็ไม่ได้ว่ามึงหึง อาการอย่างมึงเนี่ยเรียกว่า...” ผมจ้องตามันเขม็ง มองเพื่อนที่เอ่ยมาสามคำเท่านั้น

 

          “หมา-หวง-ก้าง”

 

            หมับ...ผัวะ

 

            เท่านั้นแหละ ผมก็จับหมอนที่วางอยู่บนตักแล้วฟาดมันเต็มหน้า จนไอ้เคอร์หัวเราะเสียงดังลั่น มันคงไม่เจ็บหรอก แต่หัวใจมผมนี่คันยิบๆ เหมือนมีใครปาหมามุ่ยใส่ เพียงเพราะได้ยินว่าผมเป็นหมาหวงก้าง

 

            ไม่ทางล่ะ ขนาดแบ่งแม่นุกกับน้อง ผมยังทำได้ กับอีแค่คุณไค...เอาไปเลยเถอะ

 

            ผัวะผัวะ!!

 

            ความคิดที่ฟาดหมอนใส่เพื่อนสนิทแรงขึ้น ตอนนี้ไม่นงไม่นั่งแล้วข้างเตียง ผมขึ้นมาบนเตียง คร่อมทับไอ้เคอร์ที่ลงไปนอนแผ่ แล้วเอาหมอนใบเดิมฟาดมันซ้ำๆ ระบายแค้น

 

            “ไอ้เพื่อนเหี้ย!

 

            “ว้าววววว พี่แตมคร่อมพี่เคอร์ ต้องเอาข่าวนี้ไปบอกเพื่อนซะแล้ว”

 

            ขวับ

 

            ทันใดนั้นก็มีเสียงดังมาจากหน้าประตูที่เปิดทิ้งเอาไว้ ผมงี้หันกลับแทบไม่ทัน แล้วแทนที่จะได้สบตาไอ้เติ้ลที่ตามเข้ามาพร้อมกับถาดขนม ผมกลับประสานสายตากับคนหน้านิ่งที่คิ้วเข้มยิ่งขมวดเข้าหากัน ดวงตาที่เมื่อครู่ผมมองว่าดูสนุกสนานตอนอยู่กับน้องเปลี่ยนเป็นนิ่งสนิท แถมยังราบเรียบน่ากลัวจนผมเองก็ชะงัก

 

            แกร๊ก

 

            “ตามสบายนะ”

 

            ทุกอย่างนิ่งสนิท เพราะแม้แต่ไอ้เคอร์ยังไม่กล้าร้อง ผมเองก็ค้างท่าคร่อมเพื่อนเอาไว้ มองเจ้าของบ้านที่วางถาดกาแฟสามแก้วลงบนโต๊ะ แล้วเดินออกไป

 

            ปัง

 

            “ผมถ่ายรูปพวกพี่ไปไถ่โทษเพื่อนได้มะ...”

 

            ป๊าบ!!!

 

            พอประตูปิดลง ไอ้เติ้ลกำลังควักโทรศัพท์มือถือออกมา วินาทีนั้นมือผมก็...ปาหมอนเข้ากลางหน้าน้องรหัสเต็มแรง!

 

            “โอ๊ย เจ็บนะพี่แตม!

 

          เออ ก็กูปาให้เจ็บ!

 

            ผมมองมันตาขุ่น ก้าวลงจากเตียงอย่างว่องไว ตาก็หันไปมองถาดขนม มองแก้วกาแฟ มองหน้าน้องรหัสที่กำลังแบะออกอย่างงอนๆ แล้วยิ่งมันบอกอีกว่า...

 

            “พี่แตมใจร้ายว่ะ ไม่เหมือนพี่ไคเลย”

 

            “เฮ้ยไอ้แตมนั่นน้องๆ น้องนะเว้ย!!!

 

            ผมทำท่าจะหันไปคว้าโคมไฟข้างเตียง จนไอ้เคอร์รีบกระโดดมาจับแขนผมแน่น ให้ผมตวัดสายตาหงุดหงิดไปมองมัน

 

            โว้ยหงุดหงิด!

 

            ทำไมผมถึงหงุดหงิดได้ขนาดนี้วะเนี่ย!!!


 

............................................

 


ต่อค่ะ

 

            “พี่แตมใจร้าย พี่แตมใจดำ พี่แตมทำร้ายเติ้ลอะ”

 

            “เออ พี่มันใจร้ายใจดำ แต่แล้วไง”

 

            “ฮึ โป้งพี่แตมแล้ว”

 

          น่ารักตายล่ะ ที่รักน่ารักกว่ามันตั้งเยอะ

 

            หลังจากสงครามหมอนจบสิ้นลง ลิตเติ้ลก็ไปนั่งหน้าตูมอยู่มุมห้อง กอดเข่า มองผมด้วยสายตางอนๆ ซึ่งผมยืนยันอีกทีว่าน้องรหัสผมเป็นคนหล่อ แต่ผมเชื่อเลยว่าที่มันไม่มีแฟนแม้จะหน้าตาดีก็เพราะนิสัยเหมือนเด็กเนี่ยล่ะ

 

            ใครจะเอามันทำผัว เหมือนมีลูกอีกคนมากกว่า

 

            ตอนนี้มันแสดงออกชัดเจนเลยว่างอนผม แต่คิดหรือว่าผมจะสนใจ เพราะผมก็นั่งกอดอกหันไปอีกทางเหมือนกัน

 

            “จะโกรธก็โกรธไป”

 

            “พี่แตมอ่า!

 

            ท่าทางของพวกผมที่มีไอ้หนึ่งหน่อนั่งจิบกาแฟ กลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น มองซ้ายทีขวาที แต่ไม่ยักกะเอ่ยปากปรามอย่างทุกที เหมือนไอ้เคอร์จะสนุกสนานมากพอดู จนผมก็เหล่ไปมองมัน จังหวะเดียวกับที่น้องรหัสผมก็หันไปมองเหมือนกัน

 

            “พี่เคอร์ พี่แตมแกล้งเติ้ล” เออ ของผมแค่เหล่ แต่ของไอ้เติ้ลมีฟ้อง!

 

            “โอ๋ๆ มาๆ เดี๋ยวพี่ง้อแทน” ไอ้เคอร์ก็สมกับเป็นคนของประชาชน เพราะมันก็เดินไปตบหัวคนกอดเข่าดังปุๆ แต่ไม่วายที่จะหันกลับมามองผมด้วยรอยยิ้มกว้าง

 

            “เอาน่าน้องตัวน้อยตัวนิด พี่แตมของตัวนิดแค่อารมณ์เสียไปหน่อย”

 

            “แต่พี่แตมเอามาลงที่เติ้ลอะ เติ้ลยังไม่ได้ทำไรผิดเลยนะ” นี่ผมชักหมั่นไส้น้องรหัสขึ้นมาครามครันแล้วนะ เมื่อก่อนก็ว่ามันน่ารักดี บวกกับสงสารที่ได้คนอย่างผมเป็นสายรหัส แต่พอมันทำหน้าตูม กระตุกแขนเสื้อเพื่อนผมยิกๆ ฟ้องเหมือนเด็กเล็กๆ ทั้งที่ตัวก็ไม่เล็ก ผมเลยคิดว่าต่อให้ผมมีเงิน ผมก็จะไม่เลี้ยงข้าวมัน!

 

            “แต่เรื่องนี้เติ้ลผิดนะ”

 

          หืม?

 

            ผมเองก็หันกลับไปสบตาเพื่อนสนิท เมื่อไอ้เคอร์บอกแบบนั้น แล้วก็เห็นว่าตาของมันพราวแบบคนจะหลุดหัวเราะออกมาได้อยู่แล้ว แต่มันก็ใช้น้ำเสียงของรุ่นพี่ใจดีปลอบลิตเติ้ลที่งงเป็นไก่ตาแตก

 

            “เติ้ลทำให้ไอ้แตมมันหึงนี่”

 

            “เฮ้ย กูเปล่า!” ผมก็ร้องลั่น ปฏิเสธข้อกล่าวหา ขณะที่น้องรหัสก็ไม่ฟังคำผมสักคำ เงยหน้าขึ้นมองพี่เทคกิตติมาศักดิ์ของมัน

 

            “เติ้ลหรือ? แล้วเติ้ลทำให้พี่แตมหึงพี่เคอร์หรือพี่ไคล่ะ”

 

            “เฮ้ย ไม่ใช่คุณไค!” ผมก็เหวอสิ มองคนที่คิดว่าผมหึงไอ้คนหน้านิ่งข้างนอก ซึ่งเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แม้ผมจะช้าเรื่องความรู้สึกรักใคร่นะ แต่ผมเข้าใจนะว่าอาการหึงเป็นอาการของคนรักกันที่หวงอีกฝ่าย แต่ผมกับคุณไคเป็นแค่นายจ้างกับคนทำงานบ้าน ผมจะไปหึงเขาได้ไง...ใช่มั้ย

 

            “งั้นก็พี่เคอร์”

 

            “เปล่า!” แน่นอนว่าผมไม่ได้หึงไอ้เคอร์ ต่อให้มันหาแฟนได้เดี๋ยวนี้ หรือมันจะคบกับเติ้ลตอนนี้ ผมก็ไม่มีทางหวงมัน ขอแค่ว่ามันยังช่วยเป็นคู่จิ้นเวลาผมจัดรายการก็พอ

 

            “แล้วพี่แตมโกรธเติ้ลทำไมล่ะ” น้องมองมาตาปริบๆ แม้จะรู้ว่าไม่ได้มีเจตนาไม่ดี ผมก็อดจะรู้สึกอึดอัดกับแววตาแบบนี้ไม่ได้ มันเหมือนบอกให้ผมฉุกใจคิดว่าอาการนี้มันเกิดมาจากสาเหตุอะไร แล้วก่อนที่ผมจะพิจารณาความรู้สึกมากกว่านี้ ผมก็เบือนหน้าหลบ

 

            “ไม่ได้โกรธ” ผมยืนยัน แม้เสียงจะอ่อนอ่อยจนน่ากลัว ขณะที่ไอ้เคอร์ก็ปลอบน้องต่อ

 

            “เอาน่าๆ เติ้ลก็อย่างอนไอ้แตมมันเลย เดี๋ยวมันร้องไห้นะ”

 

            ผมนี่ขยับปากขมุบขมิบ สาบานได้ว่าต่อให้น้องรหัสโกรธจนไม่มองหน้า ผมก็จะไม่เสียน้ำตาให้มันสักหยด ขณะที่ลิตเติ้ลเองก็ถอนหายใจหนักๆ ทำท่าคิดหนักเสียมากมาย ทั้งที่ปากของมันยิ้มกว้างขึ้นมาแล้ว

 

            “โอเค เติ้ลไม่งอนและ เดี๋ยวเย็นนี้อดข้าวฟรี”

 

            ผมอยากด่ามันว่างก แต่กลัวถูกสวนให้เข้าตัว

 

            “เออ งั้นกูไปทำข้าวเย็นแล้ว” ผมก็เลยเปลี่ยนเรื่องซะเลย และในเมื่อผมกลับมาที่ห้อง แทนที่จะไปกินข้าวบ้านเพื่อน ดังนั้น ผมก็ต้องทำหน้าที่ของผมให้ดีสิ อีกอย่างผมจะได้รู้สึกผิดน้อยลงด้วยที่แทบไม่เคยเลี้ยงข้าวน้อง ถึงเงินค่าวัตถุดิบจะเอามาจากเจ้าของห้อง แต่ผมทำเองก็ถือซะว่าเลี้ยงแล้วก็แล้วกัน

 

            “พี่แตมไม่ต้องทำหรอก”

 

            ทันใดนั้น คนหวังข้าวฟรีก็หันมาบอกผมทั้งยังยิ้มแป้น จนผมก็ขมวดคิ้วฉับ ยังไม่ทันจะถาม มันก็ไขข้อข้องใจ

 

            “เมื่อกี้พี่ไคโทรสั่งแล้ว อาหารญี่ปุ่นซะด้วย ผมบอกว่าอยากกินปลาดิบ พี่ไคเลยสั่งซาชิมิแซลมอนสำหรับสี่ที่มาให้ มีข้าวหน้าปลาไหลแล้วยังมียำสาหร่ายอีกต่างหาก...”

 

            “อะไรนะ!” ผมก็แหวสิวะ!

 

            ทว่า ลิตเติ้ลดูจะใจจดใจจ่อกับอาหารเย็นมื้อนี้ซะเหลือเกิน เพราะมันยิ้มกว้างกว่าเดิม เล่าด้วยท่าทางออกรส

 

            “ตอนที่เติ้ลดูพี่ไคชงกาแฟ เติ้ลเล่าให้พี่ไคฟังไงว่าพี่แตมกับพี่เคอร์จะเลี้ยงข้าว พี่ไคเลยถามว่าอยากกินอะไร มีให้เลือกด้วยนะพี่ ทั้งอิตาลี ไทย จีน เกาหลี เวียดนามด้วย แต่พอถามว่าอาหารญี่ปุ่นมั้ย ผมก็เซย์เยสทันที พี่เขาก็เปิดมือถือให้ดูเมนู จากนั้นนะพี่แตมเอ๊ย ญาติพี่โคตรเปย์อะ โทรไลน์หาเจ้าของร้านทันที แล้วสั่งแต่ละเมนูนี่เติ้ลน้ำลายไหลเลย” คนเล่าฉีกยิ้มกว้างให้ผมอีกที ไม่ได้ดูเลยว่าผมงี้กำหมัดแน่นจนชา

 

            “เท่าไหร่” ผมยังมีแก่ใจถามไปคำ

 

            “อื้อ ถ้าเติ้ลจำไม่ผิดนะ ข้าวหน้าปลาไหลก็จานละแปดร้อยกว่าบาทแล้ว สี่ที่ก็สามพันสอง เอาแบบคร่าวๆ นะ แซลมอนก็พันห้า อืม ไข่หวานกะยำสาหร่ายดูราคาไม่ทัน แต่มื้อนี้ไม่ต่ำกว่าห้าพันชัวร์!” ลิตเติ้ลมีการแบมือให้เห็นนิ้วครบทั้งห้าให้ดูอีกแน่ะ อารมณ์ดีขึ้นมาทันตาเห็นเมื่อจะได้กินของดี แต่ผมนี่...โกรธจนหน้ามืดเลย

 

            “กูจะไปคุยกับคุณไค...”

 

            หมับ

 

            “อะไรไอ้เคอร์!” ผมเหลียวกลับมามองหน้าเพื่อนที่จับแขนไว้ทัน แล้วมันก็บอกผมด้วยรอยยิ้ม

 

            “เงินเขาไม่ใช่เงินมึงนะ”

 

            “แต่บ้าหรือเปล่าวะ มื้อละห้าพัน...”

 

            “กูถึงบอกไงว่าเงินเขาไม่ใช่เงินมึง เขาจะเปย์ให้ใครก็เรื่องของเขา ใช่ว่าคุณไคเขาจะเปย์ให้มึงได้คนเดียวนะเว้ย” ผมจ้องตาเพื่อนกลับ แล้ว...ก็เม้มปากเข้าหากันเรื่อยๆ

 

            นั่นสิ เขาจะเปย์ใครก็เรื่องของเขา คุณไคจะจ่ายให้เติ้ลกินก็เรื่องของเขา

 

            ผมหันกลับไปมองน้องรหัสที่อารมณ์ดีขึ้นมาทันตา แต่ผมอารมณ์เสียขึ้นมาทันควัน จิกมือจนแทบจะเล็บฉีกอยู่แล้ว และจังหวะนั้นเอง...

 

            ปิ๊งป่อง

 

            ขวับ

 

            “กูรู้ว่าเงินเขา” ผมพูดจบก็ก้าวดุ่มๆ ออกจากห้อง ทันเห็นคุณไคที่รับอาหารมาจากพนักงานของคอนโด

 

            ท่าทางคนที่นี่จะเคยชินกับการสั่งของของคนคนนี้ เพราะคนพักห้องอื่นคงเดินลงไปเอาเอง มีห้องนี้แหละที่พนักงานคอนโดรับแทน แล้วเอาขึ้นมาให้ถึงที่ แล้วเขาก็หันมาสบตากับผม ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า แต่คุณไคชะงักไปนิด

 

            “ผมบอกแล้วไงว่าผมจะทำมื้อเย็นเอง” ผมไม่ได้หาเรื่องเขานะ ผมพยายามบอกเขาด้วยเสียงนิ่งๆ แต่ทำไมมันดูสั่นๆ เครือๆ ยังไงก็ไม่รู้

 

            เขาก็ก้มลงมองของในมือ แล้วบอกเรียบๆ

 

            “ถือว่าเลี้ยงเพื่อนเธอ”

 

            กึก

 

            ทำไมผมต้องผิดหวังกับคำตอบของเขาด้วย ตกลงแล้ว ที่เขาสั่งของทั้งหมดนั่นมาก็เพราะเขาอยากเลี้ยงรุ่นน้องผมสินะ ไม่ใช่แค่ผมที่เขาซื้อของให้ จะเด็กคนไหน เขาก็ยอมจ่ายให้ทั้งนั้น จนผมรู้สึกร้อนๆ ในดวงตา เหมือนความจริงพุ่งตรงกระแทกหน้าว่าเขาไม่ได้พยายามให้ผมคนเดียว

 

          งี่เง่าน่าไอ้แตม!

 

            ผมพยายามปัดความคิดนั้นออกจากหัว มองคนที่เดินเอาถุงอาหารใหญ่ๆ สองถุงไปวางที่เคาน์เตอร์ครัว แล้วเขาก็หยิบเพียงแค่ข้าวหน้าปลาไหลย่างหนึ่งกล่องกับชาเขียวอีกหนึ่งขวด จากนั้นก็เดินกลับมาหยุดตรงหน้าผม

 

            “ขอให้สนุกกับเพื่อนนะ”

 

            หลังๆ มานี้ผมเริ่มจับอารมณ์ตอนเขายิ้มได้ แต่ตอนนี้มีเพียงดวงตาเย็นๆ แล้วเขาก็เดินเลยผ่านจะเข้าห้องทำงาน ติดก็แต่น้องรหัสผมกำลังยิ้มร่าเดินออกมา

 

            “ขอให้อร่อยนะ”

 

            นั่นไง เขาไม่ยิ้มให้ผม แต่เขาเหมือนยิ้มให้เติ้ล

 

            คุณไคเข้าห้องทำงานไปแล้ว ขณะที่ไอ้เติ้ลวิ่งมาทางผม ที่น่าจะมีจุดหมายปลายทางที่ของกินมากกว่า แต่ก็ยังมีเบรกตรงหน้า แล้วทำตาโต

 

            “พี่แตมฝุ่นเข้าตาหรือ ตาแดงแจ๋เลย”

 

            ผมเบิกตากว้าง ยกมือปิดหน้าแทบไม่ทัน ส่ายหน้าขวับๆ บอกเสียงเข้มว่า...

 

            “เปล่า”

 

            ผมไม่ได้ร้องไห้นะ สักนิดก็ไม่ได้ร้อง!

 


...................................

 


ต่อค่ะ

 

            หลังจากมื้อเย็นที่ผมกินแทบไม่ลง ไอ้เคอร์ก็ขอตัวลงไปเอาของที่รถ แล้วมันก็กลับมากับโน้ตบุ๊คคู่ใจ พร้อมทั้งอุปกรณ์กล้องและไมโครโฟนตัวเล็ก เพราะแท้จริงแล้วที่ผมจะไปกินข้าวบ้านมัน ก็เพราะจะไปอาศัยของพวกนี้จัดรายการ ไม่อยากทิ้งไว้นาน กลัวว่าคนฟังจะเบื่อรอแล้วทิ้งผม ยังไงนั่นก็เป็นหนึ่งในช่องทางการหาเงิน

 

            หากแต่วันนี้ผม...ไม่อยากจัดเลย

 

            “จัดไปเหอะ มึงก็บอกในกรุ๊ปไปแล้วนี่ว่าวันนี้ดึกๆ จะเข้า” ไอ้เคอร์บอก แบบที่คนกำลังยัดแซลมอนพร้อมน้ำจิ้มเด็ดเข้าปากทีละห้าชิ้นรวดก็หันมาทำตาโต

 

            “อกองอี่แตมอัดอีเอออ”

 

            “ฮ่าๆๆ พวกพี่ไม่เข้าใจ กลืนหมดนั่นก่อนค่อยพูด” ไอ้เคอร์หัวเราะน้อง ขณะที่มันก็ส่งกระดาษให้ถึงมือ ทำท่าจะเช็ดปากให้ด้วย แต่เติ้ลก็รับมาแล้วปาดทีเดียวรวดๆ กลืนของกินลงท้องรวดเดียว

 

            “ตกลงพี่แตมเป็นดีเจจริงอะ ผมได้ยินเพื่อนมันบอกว่าพี่จัดในการีน่า แต่ตอนแรกไม่เชื่อไง ก็ปกติพี่แตมพูดน้อยจะตาย” มันวิจารณ์ แปลว่าในมหาวิทยาลัยคงมีหลายคนที่รู้เรื่องนี้ ไม่น่าล่ะ ข่าวเรื่องผมกับไอ้เคอร์ถึงไปไวไปเร็วซะเหลือเกิน

 

            “รู้มั้ยว่าตอนไหนไอ้แตมพูดเยอะ” เพื่อนสนิทผมถาม

 

            “ตอนไหนพี่”

 

            “ตอนกำลังงก” ผมนี่อยากเอาเครื่องปาหัวมันจริงๆ แต่ไม่เถียง เออ ก็ผมงก!

 

            “แล้วมึงก็จัดไปเหอะ อุตส่าห์มีตัวช่วยทั้งที” ผมชี้หน้ามัน ทำนองว่ามึงเนี่ยนะ แต่ไอ้เคอร์หัวเราะ แล้วชี้นิ้วไปยังอีกคน

 

            “เปล่า ตัวน้อยตัวนิดต่างหาก”

 

            “ผม?” เติ้ลเองยังชี้นิ้วจิ้มอกตัวเองด้วยท่าทางงงๆ ไม่ต่างจากผม จนไอ้คนที่รู้เรื่องอยู่คนเดียวอธิบายเพิ่ม

 

            “พี่ได้ยินข่าวมาว่าเติ้ลเล่นกีต้าร์เก่ง ไหนๆ ก็เอาติดมาด้วย เล่นให้สักเพลงสิ พี่จะร้องสดคู่กับแตม รับรองคนดูเพียบ...อ้อ ห้ามปฏิเสธ เพราะถือว่ากินค่าจ้างเข้าไปแล้ว ไม่งั้นก็คายแซลมอนคืนมา” มันมัดมือชกได้หน้าตาเฉย แต่ผมไม่เห็นด้วย ยังไงแซลลมอนนั่นก็ไม่ใช่เงินผม แต่...

 

            “มึงก็ห้ามปฏิเสธ ไม่ได้จัดนาน ถือว่าชดเชยให้ยูสเซอร์ คนกดวีไอพีให้มึงตั้งหลายคน แล้วเดือนนี้มึงจัดกี่วันกัน เซอร์วิสไปเลย” ไม่หรอก ผมว่าไอ้เคอร์แค่นึกสนุกที่จะได้ร้องเพลงสดหน้ากล้องมากกว่า จนถอนหายใจเฮือก แม้จะแอบเคืองน้องรหัสอยู่บ้าง แต่ถ้าว่างั้นก็ว่าตามกันไป

 

            “ได้เลยพี่เคอร์ เห็นผมบ้าๆ บอๆ แบบนี้แต่ครอบครัวผมนี่ครอบครัวนักดนตรีเลยนะ แค่กีต้าร์นี่จิ๊บๆ” ผมไม่ได้สนใจฟังน้องรหัสที่กำลังอวดว่าปู่มันเป็นนักเปียโน ย่ามันเล่นไวโอลิน พ่อมันเล่นเชลโล่ หรือพี่ชายมันเล่นกีต้าร์ พี่สาวมันเล่นเบส เอาเป็นว่าผมรู้แล้วว่ามันเล่นกีต้าร์เป็น

 

            “แต่ผมไม่ออกกล้องนะ เดี๋ยวพี่รู้แล้วว่า ตัวนี้ผมจิ๊กของพี่ไปให้เพื่อนยืม กลัวของตัวเองพังน่ะ” มันยังมีหน้ามาสารภาพทั้งรอยยิ้ม

 

            “พร้อมนะไอ้แตม”

 

            ไอ้เคอร์เป็นคนจัดการเปิดเครื่อง เข้าโปรแกรม จัดกล้อง ดูให้ว่าที่กล้องฉายไปยังฉากหลังที่มีเตียงนอนหลังใหญ่ดูดี ซึ่งผมก็มั่นใจว่ามันดูดีทั้งห้องนั่นแหละ ไม่เหมือนหอเก่าผมที่ต้องเอาผ้ามาขึง จัดมุมให้ดูสะอาดตาเข้าไว้

 

            “อือ” ผมพยักหน้ารับเนือยๆ ตบหน้าตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติ ก่อนที่จะ...ฉีกยิ้มกว้าง

 

            “สวัสดีครับ ฮัลโหลๆ เทสๆ เฌอแตมมาแล้วนะคร้าบบบ”

 

            ทันทีที่โปรแกรมเดิน ภาพบนจอขึ้น ผมก็เอ่ยปากทักทายด้วยน้ำเสียงร่าเริงทันที ตอนแรกก็ยังมีคนเข้ามาแค่ไม่กี่คน แต่พอไอ้เคอร์เอามือถือผมไปไลน์บอกในกรุ๊ปว่าจัดแล้วนะครับ คนเก่าๆ ก็กำลังทยอยเข้ามา เสียงทักทายเริ่มเด้งระรัว จนตามอ่านแทบไม่ทัน

 

            เหมียวๆกรี๊ดดดดดดด คนดีของพี่มาแล้วววววววว

 

            อมแล้วดูดพี่นึกว่าตาฝาด แตมจ๋าาาา หายไปไหนมา คนแก่คิดถึงจนกินไม่ได้นอนไม่หลับเลยนะ!

 

            พี่เหมียวน่ะส่งภาพกุหลาบมาให้ผมรัวๆ แต่เจ้อมนี่เล่นเพชรทีเดียวสิบเม็ดรวดจนผมตาโต

 

            “สวัสดีครับพี่ๆ ขอบคุณพี่เหมียวกับเจ้อมด้วยนะครับ โอ๊ย คิดถึงแตมแบบนี้ แตมดีใจแย่เลย นึกว่าหายไปนานจะไม่มีคนดูซะแล้ว” ผมเริ่มยิ้มกว้างจริงๆ โดยไม่ต้องปั้นหน้า เพราะไม่ได้มีแต่พี่ๆ ที่ส่งกำลังใจมาให้ น้องๆ หลายคนก็กำลังถามกันระงมว่าผมหายไปไหน ยอดวิวคนเข้าชมก็กำลังเด้งขึ้นด้วยอัตราที่น่าดู

 

            มันไม่ใช่แค่เรื่องของเงินหรอก การได้รู้ว่ามีคนห่วงใยเรา...มันคือความสุขทางใจ

 

            การทำงานแบบนี้ กลัวว่าสักวันจะไม่มีคนเข้าชมเข้าฟัง พอรู้ว่าเขารอ รู้ว่าเขาคิดถึง ผมว่าไม่ว่าใครก็ต้องยิ้มกว้างกันทั้งนั้น

 

            “แตมหายไปไหนมาหรือครับ แตมมีเรื่องนิดหน่อยเลยต้องย้ายห้องครับ ตอนนี้มาอาศัยเขาอยู่” ผมผายมือไปยังวิวข้างหลังที่เปลี่ยนไป จนหลายคนเริ่มสังเกตตาม แต่ผมไม่บอกหรอกว่าผมย้ายหอทำไม ผมบอกทุกคนได้ว่าหอไฟไหม้ และผมเชื่อว่ามีพี่ๆ น้องๆ หลายคนพร้อมช่วยด้วยการส่งเงินผ่านเพชรในการีน่ามาให้ เพียงแต่บางที...ผมก็ไม่อยากบอกเล่าเรื่องน่าสงสารของผม

 

            ผมเซอร์วิสให้ได้ แต่ผมไม่อยากเอาความสงสารมาเรียกร้อง ผมคิดว่ามันดูน่าสมเพชชอบกล

 

            “ส่วนวันนี้ ผมหายไปนานเลยคิดว่าทุกคนคงคิดถึงคนนี้ด้วยเหมือนกัน...” ผมหันไปมองด้านข้าง คนอื่นไม่เห็นหรอกว่าใคร แต่คอมเม้นต์ด้านล่างเริ่มเด้งรัว แถมทายถูกคนเสียด้วย

 

            “สวัสดีครับ คิดถึงผมมั้ยเอ่ย” ไอ้เคอร์ยื่นหน้าเข้ามาในกล้อง สองมือกอดคอผมจากด้านหลัง แน่นอนว่าจากที่คอมเม้นต์ว่าเร็วแล้ว ตอนนี้ไวกว่าตอนแรกโขเลยล่ะ

 

            ...ว่าแล้วๆๆๆ พี่เคอร์จริงด้วย...

 

            ...กรีดร้องงงงง พี่แตมย้ายไปอยู่กะพี่เคอร์เจ้าข้าเอ่ย...

 

            ...อยากได้ของขวัญขึ้นบ้านใหม่มั้ย ที่อยู่มา พี่พร้อมส่ง!...

 

            ...โอยๆ ตกลงนี่ย้ายไปกินอยู่กันจริงอ่า...

 

            หลากหลายความคิดเห็นที่ผมยิ้มอย่างเดียว ให้ไอ้เคอร์มันพูดๆ ไป เพราะผมสังเกตเห็นนะ...Whosomeone มาแล้ว

 

            “สวัสดีครับพี่ฮู” ผมยิ้มกว้างทักทาย แต่...

 

            หมับ

 

            “โหย แตมใจร้ายจัง เห็นพี่ฮูมาแล้วไม่สนใจผมอะ” ไอ้นี่ก็เล่นดีเล่นจังเลย เพราะไอ้เคอร์เล่นยึดปลายคางผมแล้วจับหงายขึ้นให้สบตามัน ซึ่งตอนนี้ปากผมยิ้ม แต่ผมถลึงตาใส่มันว่าอย่าเล่นมาก เดี๋ยวก็โดนด่าหรอกว่าเล่นเรื่องคู่จิ้นคู่วายมากเกินไป ส่วนมันก็หัวเราะเสียงใส

 

            คราวนี้พี่ฮูก็ไม่ได้ทักทายกลับ พี่เขาเคยบอกผมแล้วว่าบางทีเปิดฟังไปด้วยตอนทำงาน บางครั้งอาจจะไม่ได้ตอบกลับ

 

            “อย่าสนใจเคอร์มันเลยเนอะทุกคน” ผมก้มหน้ามายิ้มเขินให้กับหน้ากล้อง แล้วหันไปมองน้องรหัสที่กอดกีต้าร์ทำตาโต เหมือนมันจะเข้าใจขึ้นมาแล้วว่าผมกับไอ้เคอร์นี่ตกลงเป็นอะไรกัน แต่ผมก็หันกลับไปบอกกล้องแค่ว่า...

 

            “วันนี้ผมมีของขวัญให้ทุกคนครับ ก่อนอื่นเลย อยากฟังเพลงอะไรกันเอ่ย”

 

            หลายคนถามอย่างสงสัย แต่หลายคนก็ขอเพลงที่อยากฟังเข้ามา ซึ่งผมก็ร้องได้ทุกเพลงนะ แต่ถ้าให้เลือกเองก็เลือกไม่ถูก

 

            “เอาเพลงอะไรดีน้า” ผมหันไปสบตาเพื่อน ซึ่งมันก็หันไปมองมือกีต้าร์อีกที ขณะที่เข้าแอปพลิเคชั่นด้วยชื่อมัน แล้วส่งไปให้เติ้ลดูคอมเม้นต์

 

            “วันนี้พวกผมไม่ได้เลือกเพลงเองนะครับ ให้แขกพิเศษเราเลือกก็แล้วกัน เดี๋ยวผมเลือกเพลงที่เล่นไม่ได้ขึ้นมา คนโม้ไว้เยอะจะเสียหน้าได้” เคอร์ว่าขำๆ แบบที่เติ้ลเองก็แยกเขี้ยวใส่ ส่งเสียงเข้าหน้าจอ

 

            “เล่นได้หมดแหละพี่เคอร์”

 

            ตอนนี้เริ่มมีคนถามแล้วว่าเสียงใคร แต่ผมไม่ตอบ

 

            “ผมเอาเพลงนี้” เติ้ลจิ้มมาเพลงนึง แล้วยื่นให้ไอ้เคอร์รับมาดู แล้วมันก็ชี้ให้ผมดูอีกที จนพยักหน้ารับสองที จากนั้นผมก็หันไปยิ้มให้กล้อง

 

            “เพลงนี้สำหรับทุกคนนะครับ แทนคำขอโทษที่หายไปนาน...แม้คืนนี้จะมีดาวเป็นล้านดวง แต่ไม่มีดวงไหนสวยเท่ายูสเซอร์ทุกคนของแตมหรอกครับ”

 

            ลิตเติ้ลกรีดนิ้วลงบนสายกีต้าร์ ให้เสียงดนตรีเพราะๆ ดังออกมาจากเครื่องดนตรีคู่ใจ (ของพี่ชายมัน) ขณะที่ผมก็หลับตาพริ้ม ก่อนที่จะเปล่งเสียงร้อง

 

            “ในคืนนี้มีดาวเป็นล้านดวง แต่ใจฉันมีเธอแค่เพียงดวงเดียว...” ผมก็ไม่รู้หรอกว่าทำไมเติ้ลเลือกเพลงนี้ อาจจะแค่อยากเล่น แต่ผมก็อยากร้องนะ ขณะที่ไอ้เคอร์กำลังเป็นลูกคู่ให้

 

            “...สอดประสานสบตาเคียงข้างกัน อยากจะขอจูบดาวใต้เงาดวงจันทร์”

 

            เพลงดาวของพาราด็อกซ์ดังก้องไปทั่วทั้งห้องนอนใหญ่ ผมเองก็หลับตา ฟังจังหวะดนตรี แล้วร้องไปเรื่อยๆ ไม่อย่างนั้น ถ้าลืมตาเห็นคอมเม้นต์ ผมก็อยากตอบขึ้นมาอีก ดังนั้น จะร้องทั้งที ต้องเอาให้ดีที่สุด ให้คนฟังรู้สึกคุ้มค่าที่เลือกจะดูผม

 

            “หากคืนนี้มีเราเพียงสองคน อยากจะขออยู่จนแสงดาวจางไป เก็บความรู้สึกดีที่ยิ่งใหญ่ ไม่มีแสงแห่งใดสวยดังใจเธอ” ผมกำลังร้องกลับมาที่ท่อนแรกอีกครั้ง ทั้งที่ในหัวผมกำลังเห็นภาพของใครบางคนที่มองหน้าผมนิ่งๆ ไม่ยิ้มให้ผม แล้วเสียงผมก็เริ่มสั่นเครือ

 

            บางทีการหลับตาอาจจะไม่ใช่ความคิดที่ดี

 

            “ในคืนนี้มีดาวเป็นล้านดวง แต่ใจฉันมีเธอแค่เพียงดวงเดียว สอดประสานสบตา เคียงข้างกัน อยากจะขอจูบดาวใต้เงาดวงจันทร์...”

 

            ฟอดดด ด

 

          เฮ้ย!!!

 

            ตอนแรกเห็นภาพคุณไคในหัว แต่พอมีอะไรอุ่นๆ มาแตะแก้ม เท่านั้นแหละ ลืมตาโพลง แล้วก็เห็นหน้าไอ้เคอร์ที่กำลังจับหน้าผมเอียงแก้ม แล้วขอโทษครับ มุมของพวกผมเนี่ยรู้ว่าไอ้อุ่นๆ ที่ว่าคือฝ่ามือของเพื่อนสนิทที่ปิดแก้มผม แต่สำหรับคนบนหน้าจอแล้วคงเห็นว่ามันหอมแก้มผมไปฟอดใหญ่เลยเชียวล่ะ แถม...ทำเสียงซะดังเลยนะมึง

 

            “เป็นไงครับ เซอร์ไพรส์นี้ ไม่ใช่แค่แตม แม้แต่คนเล่นกีต้าร์ยังค้างเลย” ไอ้เคอร์ว่าอย่างนึกสนุก แต่ผมทำได้แค่อ่อนใจ ไม่รู้ว่าที่มันทำแบบนี้ เร่งผมยิกๆ เพราะมันอยากให้ใครบางคนเห็นภาพตอนมันเล่นกับผมหรือเปล่า

 

            ไม่หรอก คนคนนั้นของไอ้เคอร์ไม่น่าจะมาดูผมจัดรายการหรอก แต่ก็...ไม่แน่

 

            ผมเลยค้อนให้มันวงใหญ่ คิดว่าเดี๋ยวต้องเหนื่อยอธิบายให้ไอ้เติ้ลฟังอีก แต่อย่างน้อย ผมคิดว่าการกลับมาจัดรายการของผมกระแสดีเลยนะ เห็นที ผมต้องเร่งหาอุปกรณ์มาจัดเองบ้างแล้ว จะหวังพึ่งไอ้เคอร์ทุกครั้งก็คงไม่ได้ จนนึกไปถึงใครบางคนที่อยู่ในห้องทำงาน

 

            ผมควรจะยืมเครื่องเขามาใช้ก่อนมั้ย

 

            พอคิดแบบนั้นปากผมก็เม้มเข้าหากัน

 

            ทีเขาเปย์อาหารญี่ปุ่นให้เติ้ลตั้งห้าพันยังทำได้ ผมแค่ยืมคอมเขามาใช้...

 

          แล้วนี่ตากูจะร้อนทำห่าอะไรวะ!

 

................................

 

            ครบค่ะ อย่าหมั่นไส้น้องตัวน้อยตัวนิดของเมย์เลยเนอะ แฮ่ เติ้ลเป็นเด็กน่ารักมากกกกกกก เป็นน้องคนเล็กของบ้านที่มีพี่ชายและพี่สาวตามใจ เติ้ลเลยชอบที่จะให้ใครๆ เอ็นดู แถมเข้ากับผู้ใหญ่เก่งมาก การเข้ากับพี่ไคก็ไม่ใช่เรื่องยาก ไม่เท่านั้น เห็นแบบนี้ เจ้าหน้าหล่อนิสัยเด็กนี่เล่นดนตรีเก่งนะเออ เล่นได้หลายอย่างเลยทีเดียวเชียว ว่าแต่ เรื่องนี้ไม่ใช่เติ้ลเป็นตัวหลักนี่เนอะ

            สำหรับพี่ไค เขากำลังงอนน้อง ขณะที่น้องก็งอนพี่ และถ้าทุกคนเดากันถูกว่าพี่ฮูคือใคร คิดว่าภาพที่เคอร์หอมแก้มเติ้ลจะทำให้เกิดอะไรขึ้นกันน้อ

            อ้อ สำหรับเรื่องนี้เมย์เปิดจองแล้วนะคะ รายละเอียดอยู่หน้าถัดไปโลด เปิดพร้อมกับรีปริ๊นเรื่อง Sugar Addict เลยด้วยเนอะ ซึ่งเมย์หายไปสองวัน เดี๋ยวเมย์เอาเรื่องนี้มาลงติดๆ กันหลายวันให้จ้า

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมถูกเปย์ นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 592 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,384 ความคิดเห็น

  1. #10381 Choo_only (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 10:30
    ลิตเติ้ล? เมะลูกหม๋า? น้องน่ารักจังอะ เป็นชั้นชั้นก็เอ็นดูนะ ชอบความช่างพูดช่างจา น่ารักกรุบกริบ
    ยัยน้องเราหึงเราหวงเค้าอะ ยอมรับได้แล้วน้าาา แต่ยัยเคอร์คือเซอวิสแรงมากนะ
    #10,381
    0
  2. #10272 Pimnok2124 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:23
    แปลว่าไม่ใช่เคอร์เติ้ล หู่ยยย พี่ฮูนี่เคอร์ชอบป้ะน้าาาา
    #10,272
    0
  3. #10271 Pimnok2124 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:14
    ชื่อตอนก็คือชัดเจนมากจาาา
    #10,271
    0
  4. #10224 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 16:38
    น้องเติ้ลเค้าก็ใสๆนะพี่แตมอย่าโกรธน้องงงงง
    #10,224
    0
  5. #10212 Krystal wing (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 22:59
    หอมจริงเลยก็ได้นะคะ ._. จริงๆก็แอบเชียร์เจ้าเคอร์อยู่ไม่น้อย
    #10,212
    0
  6. #10169 Orathaiks (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 20:16
    โอ้ยนึกว่าเคอร์จะหอมจริงงงงง
    #10,169
    0
  7. #10146 Pxcy_n (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 10:44
    แตมจะเอายังไง นิสัยเสียมาก
    #10,146
    0
  8. #10142 Pusu (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 10:07

    งานเข้าแน่ๆ

    #10,142
    0
  9. #10120 rattanalak44 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 09:42
    น้องก็หวงแรงเกิ้น เล่นซะพี่ไคงงอ่ะ

    เติ้ลก็น่ารักเกิ้น เฮ้อ
    #10,120
    0
  10. #9918 TTOoM (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 18:30
    เคอร์คู่เติ้ลมั้ยล่ะนี่
    #9,918
    0
  11. #9773 PE70 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 16:23
    รึว่าไม่แน่ฮูอาจจะเป็นคุณไคกันนะโง้ยยอยากเป็นนักสืบเรยเชียว5555
    #9,773
    0
  12. #9689 lills (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 16:12
    หืมมมมเคอร์
    #9,689
    0
  13. #9634 frongzzeo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 15:37
    โกรธลิตเติ้ลมากอะเอาจริงๆ​ เห้อ
    #9,634
    0
  14. #9381 Serin71228 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 22:48
    เกลียดดดด เติ้ลน่ารักมากจริงๆ เด็กโข่งเอ้ย555
    #9,381
    0
  15. วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 17:26
    เคอร์แกจะอยู่เหนือเกมทุกอย่างไม่ได้ ทำแบบนี้มันจะมีคนหึงคนหวงนะ หึหึ
    #9,281
    0
  16. #8870 แคนต้าลูปปปป ^^ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 08:46
    เคอร์รู้อะไรมาปะ
    #8,870
    0
  17. #8768 pcy921 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 10:16
    ฉันชอบเคอร์มากอะ อ่านไปอ่านมานี่จะจิ้นเคอ์แตมละนะ55555
    #8,768
    0
  18. #7712 mahnuch (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 10:41
    พี่ฮูนี่พี่ไคหรือป่าว สงสัยมานานละ โอ้ยยย คิดว่าเคอร์หอมแก้วแตมไปอีก
    #7,712
    0
  19. #7711 mahnuch (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 10:41
    พี่ฮูนี่พี่ไคหรือป่าว สงสัยมานานละ โอ้ยยย คิดว่าเคอร์หอมแก้วแตมไปอีก
    #7,711
    0
  20. #6183 ikonyg (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 00:48
    ตั้ยแล้วทำคุณแม่หัวร้อน 5555
    #6,183
    0
  21. #5530 benben204 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 22:29
    สรุปลิตเติ้ลไปเจอพี่ซีน555555 //ไม่ใช่ละ คนละเรื่อง -..-'
    #5,530
    0
  22. #5323 itzmeboombim (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 17:32
    ถ้าแตมจะคิดว่าเคอร์ทำไปเพื่อให้ใครสักคน(ของเคอร์)ดู ใครสักคนของแตมก็ดูอยู่เหมือนกัน หึงวนไป
    #5,323
    0
  23. #4992 tamamonomaai - 13 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 22:10
    บอกแล้วว่าคนเดียวกัน  แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้พี่ฮูของน้องแช่ม ... หัวร้อนแล้วค่า
    #4,992
    0
  24. #4976 Ant Bill Chayanee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 16:10
    หึ้ยยย หวงกันจริงงงงว
    #4,976
    0
  25. #4967 Kim-kibom (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 15:09
    งอนกันไป งอนกันมาเน้อ
    #4,967
    0