[Yaoi] Money Addict ผมมีค่า ต้องกล้าจ่าย! [Boy's Love]

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 10 และเบื้องหลังใต้กางเกง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 54,931
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 599 ครั้ง
    19 ก.ค. 60




ทำหน้าแบบนี้ใส่ไง พี่ไคเขาเลยว่าเป็นนางฟ้า

++++++++++++++++


ตอนที่ 10 และเบื้องหลังใต้กางเกง

 

 

 

เฌอแตม

 

          ไม่เอาแล้ว ไม่อยู่แล้ว แม่จ๋า น้องแตมกลัว น้องแตมไม่อยากอยู่บ้านหลังนั้นแล้ว!

 

            ผมตั้งใจไว้ว่าจะหยุดเรียนไปสักสัปดาห์จนกว่าจะจัดการชีวิตหลังจากที่หอไฟไหม้ให้เรียบร้อย เพราะมีสิ่งที่ต้องหาซื้อหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า และอุปกรณ์การเรียน นอกจากนั้นคือเรื่องที่อยู่อาศัย ซึ่งกลายเป็นว่าไอ้ข้อหลังเป็นสิ่งที่ผมหาได้อย่างแรก แต่ผมไม่คิดเลย ไม่สิ ก็แอบๆ กลัวอยู่เหมือนกันว่ามันต้องมีอะไรในกอไผ่ แต่ใครจะคิดล่ะว่าพอแหวกหญ้าเข้าไปดันเจอ...งูหลาม!

 

            งูตัวเขื่องที่เสือกชูคอแผ่แม่เบี้ยใส่ผมด้วยนะ!

 

          ไม่เอาแล้ว ไม่อยู่แล้ว ฮืออออ

 

            ตั้งแต่ผมหนีกลับเข้าห้องไอ้เจ้าของคอนโดได้ ผมก็กระโดดขึ้นเตียงคลุมโปง (หลังจากเช็กแล้วว่ากลอนประตูล็อกเรียบร้อย) ตัวสั่นกึกๆ ที่ไม่รู้ว่ากลัวหรือสยอง เพราะไอ้ของทอดเสียบไม้อันบิ๊กไซส์แม่งอล่างฉ่างอยู่หลังม่านตา

 

ณ จุดนั้นเรื่องซักผ้าไปทางขวา เรื่องหาข้าวกินไปทางซ้าย ได้แต่ขังตัวเองเอาไว้ในห้องนิรภัยชั่วคราวอยู่สามชั่วโมงเต็ม จากนั้น...ก็เผ่นออกมายังไงล่ะ

 

            ผมงี้สวมบทสายลับมองซ้ายแลขวา เอาให้แน่ใจว่าไอ้โรคจิตบางคนอยู่ในห้องทำงาน แล้วรีบออกจากห้อง กระโดดขึ้นรถประจำทางที่ผ่านมา ตรงดิ่งมายังที่เดียวที่คิดออก...มหาวิทยาลัย

 

            อย่างน้อยก็มั่นใจว่าถ้ามีเรื่องก็ตะโกนให้คนช่วยได้

 

            นอกจากนั้น ผมยังต้องมาคิดจนหัวแทบแตกว่าผมจะไปอยู่ที่ไหน ถ้าอยากจะหนีจากไอ้งูหลามตัวนั้น!

 

          แม่งอย่างเขื่อง!

 

            “เป็นไรวะไอ้แตม” ดูเหมือนการเอาสองมือขยุ้มหัวของผมจะทำให้เพื่อนสนิทเป็นห่วง ไอ้เคอร์เองก็รีบแล่นมาหาที่โรงอาหารทันทีที่ไลน์ไปหา มาถึงก็เจอผมทำตัวเป็นคนบ้าขยุ้มหัวแล้วขยี้จนยุ่งเหยิง

 

          ใครบอกว่ากูทำตัวไม่น่ารักสมหน้าตาก็ช่างแม่งมันสิ กูเครียด!

 

            “เครียดเรื่องไฟไหม้หรือวะ” ไอ้เคอร์ตบบ่าผมอย่างเป็นห่วง แต่ไม่มีอารมณ์ตอบมันจริงๆ ในหัวยังมีแต่ภาพที่ทำให้ผมกลัวจนเกือบร้องไห้ ในใจร้องหาแม่จ๋าเป็นพัลวัน

 

            “มีอะไรให้กูช่วยมั้ย”

 

            “ช่วยหาห้องที่จ่ายแค่เดือนละห้าร้อยให้กูทีสิ” ผมหันไปมองหน้ามันด้วยสภาพหัวยุ่งฟู แบบที่ไอ้เคอร์กะพริบตาสองปริบใส่ผม แล้วมันก็หัวเราะ

 

            “โถไอ้แตม ห้าร้อยของมึงได้ม่านรูดสองคืนก็บุญโขแล้ว ตังค์ไม่มี แถมสมองไปกับไฟหมดแล้วหรือวะ”

 

          เออ สติกูไม่มี ส่วนตังค์ในบัญชีไม่ต้องพูดถึง แต่มึงจะมาซ้ำเติมกูทำไม เพื่อนกูป่ะ

 

            ผมแบะปากใส่หนึ่งที ก่อนที่จะกลับมากุมขมับด้วยสองมืออีกที คิดมากเรื่องการใช้ชีวิตต่อจากนี้อีกแล้ว ทั้งค่าเทอม ค่ากิน ค่าอยู่ ไหนจะค่าจิปาถะ ถ้าจะดิ้นรนกระเสือกกระสนออกมาจากห้องหรูที่มีงู (ชูคอได้ด้วย) จะต้องเขียมอีกเท่าไหร่ถึงจะพอโดยไม่รบกวนแม่ นี่แค่คิด ผมก็...หมดหนทาง

 

            “ทำไมวะ ไหนว่าอยู่ห้องคุณไคได้ไง หรือว่า...” ไอ้คนข้างๆ ทำเสียงตื่นเต้น จนต้องมองมันอีกที เห็นไอ้หล่อยิ้มดั่งพระอาทิตย์ยกมือทาบอก ทำหน้าตกอกตกใจ จากนั้นมันก็มองซ้ายมองขวา แล้วโน้มมากระซิบเบาๆ

 

            “เพื่อนกูยอมเป็นเด็กเสี่ยแล้ว”

 

            “ไอ้เหี้ยเคอร์!!!” ผมงี้ตวาดมันหน้าเขียว มองไอ้คนที่ถอยกลับไปหัวเราะชอบใจอย่างที่มันก็รู้ล่ะว่าถ้าผมยอมจริง คงไม่มานั่งเครียดรอเงินร่วงจากฟ้าแบบนี้หรอก

 

            “โถๆ มึงยอมแบบนี้ แฟนเซอร์วิสอย่างกูก็ไม่มีความหมายแล้วสิ ไม่น่าล่ะวันนี้มีทั้งกระเป๋าแบรนด์ ทั้งรองเท้าไฮโซ ทำไงดีวะ พี่เคอร์ไม่มีเงินเปย์น้องแตมแบบนี้ด้วยสิ”

 

            “ถ้ามึงยังไม่เลิกล้อเล่นนะ” ผมว่าผมมองมันตาเขียวแล้วนะ แต่ดูมันจะสนุกกับการล้อผมเหลือเกิน แล้วดูเหมือนผมจะไม่ขำตามมันมั้ง ไอ้เคอร์ก็เลยยกยิ้มจางๆ

 

            “งั้นมึงมีอะไรจะระบาย” ผมนิ่ง มองตาคมๆ กับรอยยิ้มเข้าอกเข้าใจของไอ้หมอนี่ ลังเลเพียงนิด

 

          กูควรเล่าหรือเปล่า ถ้าเล่าขึ้นมาแล้วมันเป็นห่วงก็คงพยายามพาไปอยู่ด้วย...เกรงใจตายห่าเลย

 

            ผมรู้ว่าผมกำลังทำตัวหยิ่งไม่เข้าเรื่อง เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ผมก็ควรจะรับความช่วยเหลือของคนอื่น แต่ไม่รู้สิ พอผมคิดว่าต้องไปพึ่งพาคนอื่นแบบนี้เป็นฝ่ายรับอย่างเดียว ผมจะนึกถึงคำพูดที่เมียหลวงของพ่อพูดใส่หน้า...ผมเป็นแค่ภาระที่ทำให้ใครๆ ลำบาก

 

          ถ้าเกิดมาแล้วเป็นแค่ภาระก็อย่าเกิดมาเลย

 

            พอคิดถึงคำพูดพวกนี้ผมก็คลื่นไส้อยากอ้วกแล้ว...ผมจะไม่มีวันยอมเป็นคนแบบที่ผู้หญิงคนนั้นพูด

 

            ส่วนเรื่องครั้งนี้ก็น่าอับอายเกินไปจนเป็นไม่กี่ครั้งที่ผมลังเลจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เพื่อนสนิทหนึ่งเดียวฟัง

 

            “ว่าไง” ไอ้เคอร์มองผมอย่างรอคอย

 

            “กู...”

 

          “พี่แตมคร้าบบบบบบบบ!!!!

 

            พลั่ก

 

            “โอ๊ย เจ็บนะเว้ย!!!” ก่อนที่ผมจะเอ่ย จู่ๆ ก็มีของโคตรหนักโถมเข้ามากระแทกเต็มหลังจนหน้าแทบจะทิ่มลงบนโต๊ะ เผลอร้องเสียงดัง ยังไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น จนไม่ทันตั้งตัวจริงๆ ตอนที่มีอะไรบางอย่างแนบเข้าที่สองข้างแก้ม

 

            “พี่แตมๆ พี่แตมของไอ้เติ้ลเป็นอะไรหรือเปล่า! ได้ข่าวว่าไฟไหม้หอ! พี่แตมยังมีคิ้ว หู ตา คอ จมูก ปากครบมั้ย พี่รหัสไอ้เติ้ลยังครบสามสิบสองหรือเปล่า ไม่ได้นะพี่แตม พี่แตมยังติดเลี้ยงข้าวเติ้ลอยู่เลยนะพี่แตม!!!” เอาเป็นว่าผมรู้แล้วว่าจอมโวยวายแผดเสียงทะแยงแก้วรูหูผมตอนนี้เป็นใคร

 

            “เฮ้ย พอๆ ไอ้น้องตัวน้อยตัวนิด เดี๋ยวไอ้แตมก็โดดงับหัวหรอก ขยี้หน้ามันซะยู่เป็นหมาบูลด็อกเชียว” เพื่อนผมก็แสนดีด่าผมเสร็จก็มีการดึงไอ้คนที่กำลังบี้แก้มผมด้วยสองมือออกด้วยท่าทางกลั้นขำไม่อยู่ เจริญมากครับไอ้เคอร์ เจริญมาก

 

            คราวนี้ผมส่งสายตาเขียวๆ ไปให้ไอ้คนที่ทำร้ายหลังผมแทน

 

            ลิตเติ้ล...น้องรหัสหนึ่งเดียวที่ชื่อน่ารักน่าเอ็นดู แต่รูปร่างตรงกันข้าม เมื่อมันเป็นผู้ชายตัวขาวรูปร่างผอมสูงที่กำลังทำหน้าจะเป็นจะตายใส่ผม มองโดยรวมแล้วเรียกว่ารูปหล่อมากกว่าน่ารัก แต่เมื่อมันกำลังทำตาแดงๆ พยายามเขย่าแขนไอ้เคอร์เพื่อถามความปลอดภัยของผมแล้ว...จะพยายามมองว่าน่ารักก็ได้

 

            “เติ้ลห่วงพี่แตมแทบตายเลยนะ!

 

            “ห่วงกินน่ะสิ”

 

            “นั่นก็ห่วงนะพี่แตม แต่พี่แตมก็ห่วง” มันรีบแย้งกลัวผมไม่เชื่อ แบบที่เพื่อนสนิทผมก็หัวเราะ ยื่นมือไปตบหัวมันปุๆ

 

            “ไอ้แตมปลอดภัยดี เห็นมั้ยว่าครบสามสิบสอง ไม่มีส่วนไหนบุบสลาย พี่เช็กแล้ว”

 

          เช็กตอนมึงฝันหรือไอ้เคอร์ บอกแล้วว่าไม่ได้อยู่หน้ากล้องไม่ต้องเซอร์วิส!

 

            ผมขี้เกียจแย้งมัน แต่ปวดหัวหนักกว่าเดิมเมื่อน้องรหัสพยักหน้าหงึกหงัก ปาดน้ำตาทิ้งเหมือนเมื่อกี้ไม่ได้ห่วงผมจะเป็นจะตาย

 

            “อือ เติ้ลเชื่อ เรื่องพี่แตม พี่เคอร์รู้ดีที่สุด เนอะ” มันมีการส่งเนอะให้เพื่อนผม

 

            “เด็กดี เชื่อฟังแบบนี้เดี๋ยวพี่พาไปเลี้ยงข้าว”

 

            หมับ

 

            “รักพี่เคอร์จังเลยคร้าบบบ!” ผมควรจะปวดหัวกับความปัญญาอ่อนของรุ่นน้องตัวเองดีมั้ย!

 

            ผมกำลังมองไอ้เติ้ลที่โผตัวสูงๆ ของมันเข้าสู่อ้อมกอดไอ้เคอร์ ซึ่งจากการที่รู้จักกันมาหลายเดือน น้องรหัสผมเป็นคนซื่อบริสุทธิ์ ไม่สิ ขอใช้คำว่าบื้อบริสุทธิ์ดีกว่า ใครบอกจะเลี้ยงข้าวเข้าหน่อยก็ทำตาวิบวับอ้อนเขาไปทั่ว และนั่นแหละที่ทำให้ผมหนีมันแทบตาย...ไม่มีตังค์แล้วจะมามัวใจอ่อนเลี้ยงข้าวน้องได้ไงวะ!

 

            “เอาน่า เดี๋ยวกูเลี้ยงมึงด้วย ไม่ต้องหึงๆ”

 

          กูเปล่าหึงไอ้เวร!

 

            ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปล่อยไอ้เคอร์ที่เอามือข้างนึงวางบนหัวผม มืออีกข้างว่างบนหัวไอ้เติ้ล เดี๋ยวตบเดี๋ยวลูบเหมือนหนุ่มเสน่ห์แรงมีสาวขนาบข้าง แต่ขอโทษนะครับ สาวที่ว่าดันเสือกมีลูกกระเดือกแถมสูงเกินร้อยเจ็ดสิบห้าทั้งคู่เนี่ยสิ

 

            “อ๊ากกกกกก”

 

            เฮือก

 

            ทันใดนั้น ผมก็ร้องออกมาเต็มเสียง ยกสองมือขยุ้มหัว ให้น้องรหัสสะดุ้งโหยง โผเข้าไปหลบหลังไอ้เคอร์ แถมเขย่าแขนมันอีกแน่ะ

 

            “เฮ้ย พี่เคอร์ๆๆ พี่แตมเป็นบ้าไปแล้ว!

 

            “ทำใจนะเติ้ลนะ พี่รหัสเติ้ลบ้ามานานแล้วล่ะ งกจนเป็นบ้าน่ะ”

 

            ผมไม่สนทั้งน้องทั้งเพื่อน สองมือยิ่งขยุ้มหัวจนแทบจะทึ้งมันออกมา เพราะคิดถึงลูกกระเดือก ลูกบอลดันเสือกแวบเข้ามาในหัว แล้วบอลคู่ด้วย! วางอยู่ข้างดงงูนั่นไง!

 

          โอ๊ย ไม่เอาแล้ว ไม่อยู่ห้องนั้นแล้ว!

 

.................................................

 

ต่อค่ะ

 

            สุดท้ายผมก็ไม่ได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เพื่อนฟัง มีเพียงความตั้งใจที่จะกลับมาเจรจากับเจ้าของบ้านว่าขอทำงานแบบเช้าไปเย็นกลับ และเพื่อชีวิตที่ปกติสุข ผมจะยอมทิ้งศักดิ์ศรีก้มหน้าขอเบิกค่าจ้างล่วงหน้าไปจ่ายค่าหอใหม่ คำนวณคร่าวๆ ว่าเงินจากการทำงานร้านเสื้อบวกกับทำความสะอาดบ้านก็น่าจะพอถูไถไปได้ เดือนแรกอดข้าวหน่อยก็น่าจะรอด

 

            ส่วนเรื่องดีเจ...ไม่รู้จะยังได้จัดอยู่มั้ย

 

            “เอาวะไอ้แตม มึงทำได้ หลับหูหลับตาพูดๆ ไป” ผมเรียกขวัญและกำลังใจ จากนั้นก็ก้าวเข้ามาในห้องชุดสวยๆ ตรงดิ่งไปยังห้องทำงานแล้วเคาะ

 

            “...”

 

            ไม่ว่าจะเคาะเท่าไหร่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ จนผมต้องวนไปดูที่ห้องนอนอย่างกล้าๆ กลัวๆ

 

          กลัวสิวะ! ในห้องมีเตียงเผลอพลาดท่าขึ้นมาก็ซวยสิ!

 

            แต่ก็ว่างเปล่า

 

            ว่างเปล่าที่ว่าคือว่างจริงๆ ข้าวของเครื่องใช้ที่มีน้อยอยู่แล้วหายออกไปจากห้อง แถมตู้เสื้อผ้าก็เปิดกว้างออกเหลือเพียงตู้เปล่าที่ไร้เสื้อผ้าที่เคยเรียงรายอยู่ในนั้น แทนที่ด้วยชุดนักศึกษาของผม กับของที่แม่บอกว่าฝากเขาซื้อ

 

            “อะไรวะเนี่ย” ผมงงสิ งงมากด้วย ได้แต่เดินไล่ไปดูทีละตู้ แล้วพบว่าห้องนอนใหญ่ไม่เหลือข้าวของของคุณไคเลย แม้แต่ในห้องน้ำก็ไม่มีทั้งแปรงสีฟันหรือครีมโกนหนวด จนได้แต่ยืนคว้างมองรอบตัว เพราะวินาทีแรกที่เห็น ผมใจหาย

 

            ความรู้สึกถูกทิ้งมันแวบเข้ามาในใจจนผมทำอะไรไม่ถูก

 

          ไม่สิไอ้แตม มึงไม่ควรรู้สึกแบบนั้น อยู่บ้านนี้แค่สองวันจะผูกพันบ้าบออะไร!

 

            ผมส่ายหัวเรียกสติ ไม่เข้าใจว่ารู้สึกเหมือนหอไฟไหม้รอบสองไปทำไมกับแค่ข้าวของอีกคนหายไป อาจจะเพราะเผลอ...เผลอนึกถึงคำพูดที่บอกว่าที่นี่คือบ้าน

 

            บ้านที่มีคนอยู่ด้วยกัน

 

            “บ้าแล้วไอ้แตม” ผมรู้สึกว่าตาร้อนจนต้องรีบสะบัดหัว แล้วก็พลันหันไปเห็นอะไรบางอย่างที่แปะเอาไว้บนประตูเลื่อนของตู้เสื้อผ้าจนก้าวยาวๆ ไปหามัน...กระดาษโน้ตอีกแล้ว

 

            ...ฉันย้ายของไปอยู่ห้องอื่น ใช้ห้องนี้ตามสบาย...

 

            ผมนิ่ง ผมอึ้ง เพราะเขากำลังหมายความว่า...ยกห้องนี้ให้ผม

 

            ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก!!

 

            ทันใดนั้น ก้อนเนื้อในอกก็เต้นแรงขึ้นจนผมรู้สึกได้ มองข้อความบนนั้นอย่างไม่เชื่อสายตา เพราะจะมีคนบ้าที่ไหนยอมยกห้องนอนใหญ่ที่ดีที่สุดของตัวเองให้คนอื่น จนผมแทบอยากจะตบหัวไล่ความรู้สึกแปลกๆ ออกไป

 

            “มึงไม่ใช่คนที่ซื้อได้ด้วยเงินไม่ใช่หรือวะ” ใช่ ผมต้องการเงิน แต่นั่นผมทำงาน ผมจะไม่รับอะไรก็แล้วแต่ที่ได้มาฟรี แต่ทำไมผมถึงรู้สึกดีใจแทบบ้าแค่เพราะมีคนยกห้องนอนให้ผม อาจจะเพราะตั้งแต่แม่แต่งงานใหม่ บ้านหลังใหม่นั้นไม่มีห้องนอนของผม มันไม่มีที่ของผมเหลือแล้ว แต่คุณไคกำลังหยิบยื่นสิ่งที่ผมต้องการมาให้...งั้นหรือ

 

            ผมรู้สึกว่าต่อให้เป็นห้องนอนห้องเล็กที่สุดในคอนโดนี้ ถ้าเขาบอกว่าจะยกเป็นห้องผม...ผมก็ดีใจไม่ต่างจากตอนนี้อยู่ดี

 

            “ไหนมึงบอกว่าจะไปอยู่ที่อื่นไงไอ้แตม!

 

            ผมพยายามเรียกสติที่หลุดลอยไป วางกระดาษโน้ตแผ่นนั้นเอาไว้ ตรงดิ่งไปยังห้องทำงานอีกครั้งก่อนที่ความรู้สึกบ้าๆ พวกนั้นจะจู่โจมเข้ามาอีก ผมต้องนึกไว้สิ งูหลาม...ไส้กรอก...ลูกบอล...ไอ้บ้าโชว์ของดี!

 

          ใช่ แค่นั้นพอ นึกแค่นั้น!

 

            ผมสะกดจิตเรียบร้อยก็เดินกลับไปห้องทำงาน แต่คราวนี้ ผมเพิ่งเห็นอะไรบางอย่างชัดเจนบนเคาน์เตอร์ครัว...กระดาษโน้ตอีกแล้ว

 

            ท่าทางผมจะไวต่อกระดาษโน๊ตหน้าตาเรียบๆ แบบนี้ซะแล้ว

 

            คราวนี้ไม่ได้มีแค่กระดาษ แต่มีซองแปะตราธนาคารวางอยู่ด้วย

 

            ไอ้เคอร์ว่าผมงกเพราะผมไวต่อเงิน แต่ต่อให้โง่แค่ไหนจับซองดูก็รู้ทันทีว่าในนี้มีเงิน!...เยอะซะด้วย

 

            ...เงินเดือนของเธอ และฉันกลับค่ำๆ...

 

            เอาเป็นว่าผมรู้แล้วว่าเจ้าของบ้านไม่อยู่ ไม่น่าล่ะเคาะแทบตายก็ไม่มีเสียงตอบ แต่ที่น่าสนใจคือไอ้เงินเดือนของเธอเนี่ยสิที่ทำให้ผมหรี่ตาลง

 

            ผมแม่นเรื่องเงินมาก ซึ่งแค่จับซองผมก็รู้แล้วว่าในนี้มีคร่าวๆ ก็สักสามสิบใบ

 

            เดี๋ยวนะไอ้แตม ถ้าใบละร้อยก็ราวสามพัน ซึ่งไม่น่าใช่ ถ้าใบละห้าร้อยก็หมื่นห้า ซึ่งก็เยอะเกินไป แต่ถ้าคิดไม่ผิด...

 

            ผมค่อยๆ เทเงินออกมาจากซองเพื่อให้เห็นว่าในนั้นมันแบงก์อะไร และ...

 

            “คนบ้าที่ไหนให้เงินเดือนแม่บ้านสามหมื่นวะ! มึงบ้าหรือเปล่า!!!

 

            เท่านั้นแหละ ผมก็ตะโกนออกมาอย่างอดไม่ได้ แค่เห็นขอบสีเทาก็รู้แล้วว่าไอ้คนไม่มีสามัญสำนึกเรื่องเงินให้เงินเดือนผมสูงเกินไป ทุกวันนี้คนจบปริญญาได้หมื่นห้า คนจบโทได้หมื่นแปด แล้วมันบ้าหรือเปล่าที่ให้เงินเด็กปีสองตั้งสามหมื่น แบบนี้คนทั้งประเทศไม่ลาออกมากวาดบ้านกันหมดเลยหรือไงวะ!!!

 

            ผมพูดไม่ออก นอกจากจะต้องตกลงเรื่องที่อยู่กันใหม่ ยังมีเรื่องเงินเดือนสูงเกินอีก นี่อย่าบอกนะว่าคุณไคลืมเรื่องทีวีที่ผมทำพังไปแล้วน่ะ เครื่องนั้นก็แพงหูฉี่ ทำตัวแบบนี้ผมก็อดคิดไม่ได้ว่ามันมีเจตนาไม่บริสุทธิ์!

 

            วันดีคืนดีอาจจะทวงบุญคุณก็ได้

 

            “ตกลงต้องพูดให้ได้ไอ้แตม”

 

            ก่อนหน้านี้ผมก็เกือบจะยอมอยู่ที่นี่แล้วนะ เกือบจะมองคุณไคเป็นคนดีแล้วด้วย แต่เจอไอ้นั่นทีเดียว บอกเลยว่าสติสตังค์สมองไปหมดแล้ว หนก่อนเห็นผ่านกางเกงยังช็อกจนร้องไห้ คราวนี้เต็มสองตา ผู้ชายที่ไม่เคยเห็นของผู้ชายด้วยกันก็แทบทรุดน่ะสิ

 

            ยืนยันอีกทีว่าขนาดแบบนั้น...แทงทีไส้ไหลอะ!

 

            เอาล่ะ ผมตัดสินใจได้แล้ว ที่เหลือก็แค่คิดคำพูดเผื่อไว้

 

            แอ๊ดดดดดด

 

            “กลับมาแล้วหรือ”

 

            เฮือก!

 

          ไหงไอ้งูหลามที่บอกว่ากลับค่ำๆ โผล่มาตอนฟ้ายังสว่างวะ!

 

            ผมสะดุ้งสุดตัว อะไรในหัวปลิวกระจายไปหมด หันขวับไปมองคนที่ยืนอยู่ตรงทางเข้า แล้วบ้าที่สุด แทนที่จะมองตา สายตาไม่รักดีดันเลือกที่จะมอง...ต่ำ

 

            และให้ตาย ผมตัวสั่น!

 

            “ผะ...ผม...”

 

          บอกเขาไปสิว่าไม่อยู่นี่แล้ว ไม่เอาแล้ว!

 

            ผมตะโกนสั่งตัวเอง แต่เสียงมันไม่ออกมา รู้สึกว่าหน้าร้อนไปถึงหู ไม่สิ นอกจากหู ตัวผมก็ร้อนจี๋ขึ้นมาเลย ก้าวขาไม่ออก ได้แต่มองต่ำอยู่แบบนั้น แล้วแบบภาพมุมต่ำมันเคลื่อนเข้ามาแล้ว เข้ามาใกล้แล้ว และผม...แบะปากแล้ว

 

          ก็กูกลัว!

 

            กึก

 

            ทันใดนั้น ภาพนั้นก็หยุดสักที จนผมรู้ตัวว่ากลั้นหายใจเอาไว้ กะว่าถ้าใกล้กว่านี้ ผมก็วิ่งล่ะ ไม่ยอมให้ถึงตัวแน่ๆ แต่แล้ว...

 

            “อันนี้ของเธอ”

 

            กล่องขนาดใหญ่ถูกวางลงบนโต๊ะที่กั้นกลางระหว่างผมกับเขา จนผมรู้ตัวว่าไม่ได้สนใจอะไรเลยนอกจากภาพมุมต่ำ และตอนนี้สายตาก็กำลังละจากรอยนูนนั่นมาดูของที่วางบนโต๊ะ แต่แน่นอน ความกลัวระดับนี้ จ้างให้ไอ้แตมก็ไม่เข้าไปดูหรอก

 

            ผมเดาว่ามันน่าจะเป็นกล่องเค้ก แต่ดูจากทรงผู้ชายคนนี้แล้ว ต่อให้เปิดมาเจอเซ็กส์ทอยส์ก็ไม่น่าตกใจแล้วล่ะ

 

            ส่วนเขาคงรู้มั้งว่าผมกำลังหวาดระแวง เพราะถอนหายใจจนสะดุ้งโหยง เป็นฝ่ายเปิดกล่องออกเอง จากนั้น...ถอยไปอยู่อีกฝั่งหนึ่งของห้อง

 

            “ดูสิ”

 

            ไม่มีถ้อยคำไหนพูดถึงเรื่องเมื่อเช้า ไม่มีการตอกย้ำว่าผมเห็นอะไร มีแค่ไม่กี่คำที่ทำให้ผมเหลือบมองหน้าเขาเป็นครั้งแรก แล้วพบว่าเขายังหน้านิ่งไม่ต่างจากเดิม แต่ผมรู้สึกไปเองหรือเปล่า คิดไปเองหรือเปล่าว่าคุณไคก็ดูลำบากใจ

 

            เขาดู...กังวล

 

            ไม่รู้เพราะท่าทางแบบนี้หรือเปล่า ผมเลยเขยือบเข้าไปดูใกล้กว่าเดิม และทันทีที่เห็น...

 

            ทำไมผมอึ้งล่ะ ทำไมผมนิ่งแบบนี้ล่ะ ทำไมผมถึงไม่พูดสิ่งที่คิดอยู่ในใจล่ะ

 

            ทำไม...ผมถึงดีใจขนาดนี้ล่ะ

 

            สิ่งที่อยู่บนเค้กครีมสีขาวหน้าตาหรูหราคือแผ่นช็อกโกแลตที่มีตัวอักษรสีทองสะดุดตา

 

          ...ยินดีต้อนรับสู่บ้านใหม่ เฌอแตม...

 

            ทำไมคุณไคถึงรู้ว่าผมโหยหาคำว่าบ้านมากมายแค่ไหน ทำไมเขาถึงจี้จุดอ่อนที่ผมพยายามปิดบังได้ถูก ทำไมเขาถึงต้องทำอะไรพวกนี้ให้ผม ทำไมเขาถึงแบ่งปันบ้านที่เขาเป็นเจ้าของกับคนที่ไม่มีอะไรเลยอย่างผม ทำไมเขาต้องทำเพื่อผมด้วยล่ะ

 

            และทำไม...เขาถึงทำให้ผมไม่อาจพูดสิ่งที่คิดเอาไว้ออกมาได้

 

ต่อค่ะ

 

            “ฉันอาจจะไม่น่าไว้ใจ แต่ฉันอยากให้เธอมั่นใจว่าฉันอยากให้เธอมีความสุขที่นี่จริงๆ” คุณไคยังคงพูดด้วยน้ำเสียงเดิมๆ โทนเสียงเดิมๆ แววตาน่ากลัวอย่างเดิมๆ แต่ถ้อยคำที่หนักแน่นมั่นคงกำลังสั่นคลอนความตั้งใจของผมจนพังไม่เป็นท่า

 

            สมองผมพยายามบอกว่าผมควรจะออกไป แต่ความรู้สึกในใจกลับตรงกันข้าม

 

            ถ้าอยู่ที่นี่ผมจะมีบ้านใช่มั้ย

 

            แม้คุณไคจะไม่น่าไว้ใจก็จริง แต่ถ้อยคำเหล่านี้มันสะท้อนก้องไปมาในหัวจนสลัดออกไปไม่หลุด

 

            “เธออยู่ที่นี่ได้มั้ย”

 

            ผมคิดไปเองหรือเปล่าว่าผู้ชายคนนี้กำลังกังวลกับการตัดสินใจของผม รู้สึกว่าเขาอยากให้ผมอยู่ที่นี่จริงๆ จนในที่สุด

 

            ฟึ่บ

 

            ผมดึงธนบัตรจากซองมาสิบใบ วางที่เหลือลงบนโต๊ะ จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย

 

            “มันอาจจะมากไปสักหน่อย แต่ผมขอเงินเดือนหนึ่งหมื่น และนี่...” ผมวางเงินอีกสามพันลงบนซอง

 

            “ผมจะผ่อนค่าทีวีให้คุณเดือนละสามพัน ดังนั้น ผมจะรับเงินเดือนเดือนละเจ็ดพัน ถ้าคุณตกลงตามนั้น...ผมอยู่ด้วยก็ได้ครับ” ทำไมผมเขินล่ะ กับแค่มาอยู่กับนายจ้างโรคจิตชอบโชว์ ทำไมผมถึงเขินกับท่าทางกังวลของเขา ท่าทางจะนอนน้อยจนบ้า

 

            “เจ็ดพันน้อยไป”

 

            ผมคิดอยู่แล้วว่าเขาต้องพูดแบบนี้ จริงๆ เงินหนึ่งหมื่นพร้อมที่อยู่ที่กินให้นักศึกษาธรรมดานี่พออยู่พอใช้จนเกินพอดีด้วยซ้ำ เผลอๆ ผมไม่ต้องหาเงินพิเศษด้วยการเป็นดีเจแล้วก็ได้ ดังนั้น ผมจึงยืนยันด้วยเสียงที่พยายามเข้ม

 

            “ถ้าคุณไม่ตกลงผมไม่อยู่นะ” ครั้งนี้ผมมองตาเขา และนั่น ผมเห็นจริงๆ นะ...ความกังวล

 

            คนที่ถามผมอย่างลังเล

 

            “ถ้าฉันยอม เธอจะอยู่ด้วยมั้ย”

 

            “ถ้าตกลง ผมอยู่กับคุณด้วยก็ได้” ผมตอบอย่างไว้ทีนิดๆ เชิดหน้าขึ้นหน่อยๆ ว่านี่ทำงานเอาเงินเดือน ไม่ได้อยู่ฟรีนะ รู้สึกภูมิใจที่ต่อรองกับคนหน้านิ่งได้เสียที หลังจากที่เอาแต่อารมณ์หงุดหงิดเข้าสู้มาตลอด ครั้งนี้ดูเหมือนผมจะคุยกับคนอย่างเขารู้เรื่องบ้างแล้ว

 

            ความคิดที่ทำให้ผมหลุดยิ้มออกมา

 

            คุณไคก็...ไม่น่ากลัวเท่าไหร่นี่เนอะ ถ้าไม่รวมเรื่องเมื่อเช้า

 

            “น่ารัก”

 

            กึก

 

            ผมชะงักเมื่อได้ยินคำประหลาดจากปากผู้ชายที่ไม่มีวันเชื่อว่าจะพูดออกมา จ้องตากลับ จนเจ้าของห้องนิ่งไปอึดใจ แล้วก็เอ่ยช้าๆ ชัดๆ

 

            “เธอเป็นคนน่ารัก”

 

            “...”

 

            “เฌอแตม?”

 

          ทำไมกูเขินวะ!!!!!!

 

            ผมถูกชมว่าน่ารักบ้างล่ะ หล่อบ้างล่ะ หน้าตาดีบ้างล่ะมาตั้งแต่เด็ก แต่ทำไมกัน ทำไมพอคำพวกนี้มันออกมาจากปากผู้ชายหน้าโจร ทำไมผมถึงอึ้งขนาดนี้ ทำไมผมถึงรู้สึกว่าทั้งหน้าทั้งตัวร้อนจนน่ากลัว ทำไมผมถึงเบิกตาโตๆ มองเขา อ้าปากน้อยๆ ใส่เขา ทำไมใจผมถึงต้องเต้นแรงล่ะ!

 

            “แตม...ผม...ผมไม่ได้น่ารักสักหน่อย” กว่าผมจะหาเสียงตัวเองเจอก็หลังจากนั้นหลายวินาที นี่หรือเปล่าที่เขาว่า คนไม่พูดพอพูดออกมาแล้วมันจะส่งผลมหาศาล

 

          กูหน้าร้อนจะตายห่าแล้ว!

 

            ผมได้แต่ยืนหน้าร้อนผ่าว ไม่รู้จะพูดอะไร ไม่รู้จะขยับไปทางไหน ได้แต่มองคุณไคอย่างทำอะไรไม่ถูก ได้ยินเขาพึมพำขึ้นมา

 

            “น่ารักสิ น่ารักเกินไปด้วยซ้ำ”

 

            นี่เขาจะชมผมว่าน่ารักอีกนานมั้ย!

 

            ผมยิ่งพูดไม่ออก มือเผลอกำกันแน่นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

 

            “ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ”

 

            “ห้ะ!

 

            ผมก็งงสิ ใจเต้นตึกๆ อยู่ดีๆ คนทำผมใจเต้นก็หมุนตัวไปอีกทางเฉยเลย เดินไปยังห้องนอนอีกฝั่งที่ตรงข้ามกับห้องนอนใหญ่ที่มีห้องอาบน้ำในตัว ปิดประตูตามหลัง จนได้แต่กะพริบตาปริบ ปรับอารมณ์ไม่ทัน รู้เพียงแค่ว่าไอ้คำก่อนหน้าอาบน้ำนั่น...เขินมาก

 

            “แล้วกูจะเขินทำไมเนี่ย” ผมสั่นหน้า สองมือยกขึ้นกุมแก้ม รับรู้ว่ามันร้อนมาก ร้อนจนเหมือนควันจะออกหูเพื่อระบายความร้อนได้อยู่แล้ว จนต้องเสไปมองเค้กแสนสวยที่เขาซื้อมาให้ผม ก็จำไม่ได้เหมือนกันว่ากินเค้กก้อนใหญ่ขนาดนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

 

            ผมกินข้าวกับมาม่า นับประสาอะไรกับเค้กแพงๆ ไม่มีซะหรอกเงินกระเด็นออกจากกระเป๋า

 

          ดีใจ

 

            ใช่ มันต้องเป็นความรู้สึกดีใจที่เขาซื้อมาให้ผม รู้ว่ามันง่ายกับคนที่มีเงินเป็นฟ่อน แต่กับคนที่แทบไม่ได้ฉลองวันเกิดเพราะแม่ต้องทำงาน การได้เห็นเค้กก้อนโตๆ เพื่อเราเพียงคนเดียวทำให้ผมดีใจจนหลุดยิ้มกว้างออกมา

 

            สองวันมานี้เขาซื้อของให้ผมตั้งเยอะ มีซื้ออะไรให้ตัวเองบ้างมั้ย

 

            ผมไม่รู้ตัวว่ากำลังถามเรื่องของคนที่เคยเกลียดขี้หน้า คนที่หายไปทั้งวันเพื่อซื้อของมาให้ แม้ผมจะไม่รับไว้ก็เถอะ แถมวันนี้ยังไปสั่งทำเค้กก้อนโตๆ แบบนี้มาให้อีก ไหนจะสละห้องนอนให้ แล้วไปนอนห้องฝั่งโน้นที่ไม่มีอะไรเลย

 

            กึก

 

            “สบู่!

 

            ผมนึกได้ตอนนั้นแหละว่าผมทำความสะอาดห้องส่วนใหญ่ไปแล้ว แต่มีเพียงห้องเดียวที่มีอุปกรณ์อาบน้ำคือห้องที่ผมใช้ แถมพวกสบู่เหลวและแชมพูที่ไว้เติมสำรองก็เจอในตู้เก็บของห้องน้ำใหญ่ ความคิดแบบนั้นแหละที่ทำให้ผมรีบลุกขึ้นไวๆ

 

            “อาบน้ำยังไงไม่มีสบู่ล่ะ” ผมรีบวิ่งกลับห้องไปเอาขวดสบู่เหลวสำรองในตู้มาเติมจนเต็ม ปิดฝาให้แน่น แล้วก็คว้ามันมาพร้อมกับขวดแชมพูใหม่เอี่ยม จากนั้นก็ก้าวกลับไปยังห้องนอนอีกฝั่ง เตือนตัวเองว่าถ้าเข้าไปทำความสะอาดครั้งหน้าต้องเช็กของพวกนี้ด้วย ยังไงตอนนี้ก็รับงานเขามาแล้ว

 

            ก๊อก ก๊อก

 

            “คุณไค” ผมเคาะห้องพร้อมเรียก แต่อีกฝ่ายอาจจะอยู่ในห้องน้ำ จนลังเลนิด แต่เมื่อมั่นใจว่าห้องนี้ไม่มีอะไรน่ากลัวก็เลยหมุนลูกบิด กะว่าถ้าไม่ได้ล็อกก็จะโผล่หน้าไปตะโกนบอกว่าจะวางไว้ให้หน้าห้อง ซึ่งมันไม่ได้ล็อก

 

            ซ่า...ซ่า...ซ่า

 

            ทันทีที่เปิดประตูห้องนอน เสียงน้ำก็ลอยเข้าหูจนผมโผล่หน้าเข้าไปอย่างไม่แน่ใจ กะว่าจะสำรวจท่าทีไปก่อน แต่...

 

          เฮ้ย!!!

 

            ห้องนอนนี้เล็กกว่าห้องที่คุณไคให้ผมใช้เกือบเท่าตัว ดังนั้นเพียงแค่เปิดประตูห้องก็เห็นแทบทุกส่วนในห้องแล้ว รวมทั้งประตูห้องน้ำที่เปิดกว้างออก และจากมุมนี้เพียงมองตรงเข้าไป สิ่งที่ผมเห็นคือกระจก..กระจกที่สะท้อนภาพที่ทำให้ผมตัวแข็งทื่อ

 

            เขาว่ากันว่าเห็นครั้งแรกจะตกใจ ครั้งที่สองจะชินชา และแม้ผมจะเห็นร่างเปลือยของเขามาแล้วหนึ่งครั้ง ซึ่งนี่ควรจะเป็นครั้งที่สอง แต่มันไม่ชินอย่างที่ว่ามาเลย ไม่เลยสักนิด เพราะการเห็นครั้งนี้ของผมคือ...เขากำลังใช้มือกุมงูหลามกลายพันธุ์ซึ่งกำลังแผ่แม่เบี้ย!

 

            วินาทีนี้ต่อให้ผมไม่ทันเรื่องพวกนี้แค่ไหน ผมก็รู้ว่าคุณไค...กำลังช่วยตัวเอง

           

................................

 

            ครบค่ะ จริงๆ เมย์ไม่ควรเอาเรื่องนี้มาอัพวันเดียวกับพี่วินเนอะ คนละอารมณ์เลยอะ แบบเหนือกับใต้เลยทีเดียวเชียว พี่ไคเขาก็อ้อนของเขานะเห็นมั้ยๆ ไอ้ที่ขอให้อยู่ด้วย นั่นอ้อนสุดความสามารถแล้วนะ แต่น้องมันมองออกแค่นั้นแหละ แล้วยิ่งคำชมนั่น เขาก็พยายามแล้วนะ พี่ป้องบอกให้ชม เขาก็พยายามพูดตามที่ใจคิด แล้วพอพูด น้องเขิน หน้าแดง หันหน้าหนี อีพี่เจือกมีอารมณ์ซะงั้น แต่การมีอารมณ์ครั้งนี้จำทำทุกอย่างต่างออกไปค่ะ ลองคิดดูสิ ผู้ชายหน้าเดียวกำลังทำอารมณ์อื่นให้น้องดูนะเออ แม้จะเป็นอารมณ์...อืม ก็รู้ๆ กันล่ะ

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมถูกเปย์ นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 599 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,384 ความคิดเห็น

  1. #10370 nuiguide (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 19:51
    5555 กลัวไปอี๊ก
    #10,370
    0
  2. #10355 Xakas (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 22:52
    แรงโพ้ดดดดดดด
    #10,355
    0
  3. #10305 Popapuwo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:22

    โอ้ยเขินนน
    #10,305
    0
  4. #10264 Pimnok2124 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:45
    เคอร์เติ้ลต้องมาแล้วไหมอ่ะ
    #10,264
    0
  5. #10220 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 18:15
    พี่เม๊ย์ยยยยยยย
    #10,220
    0
  6. #10190 Garciare (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 14:32
    มีเเต่งู5555
    #10,190
    0
  7. #10165 Orathaiks (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 21:57
    55555555555ทุกท้ายตอนจะต้องมีอะไรพีคๆเสม๊อ
    #10,165
    0
  8. #10117 rattanalak44 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 04:25
    จะดียุแล้ว
    #10,117
    0
  9. #10072 Pusu (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 07:57

    ใจเย็นๆนะคุณไค

    #10,072
    0
  10. #9709 burana_j (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 12:56
    งานเข้าอีกแล้วนะคุณไค
    #9,709
    0
  11. #9685 lills (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 07:57
    55555555555โว้ย
    #9,685
    0
  12. #9377 Serin71228 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 21:47
    โว้ยยยยยย กูเครียดแปบซิ แตมแม่งเจองูบ่อยมากจริงๆ5555
    #9,377
    0
  13. #8891 kindlyjh (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 16:00
    แพ้ทางน้องแตมสุด โว้ย655555555555555555
    #8,891
    0
  14. #8862 แคนต้าลูปปปป ^^ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 21:33
    พี่ไค ว้อยยยย55555555555
    #8,862
    0
  15. #8750 DKdabble (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:50
    พี่ไคคะ...เวลาน้องเค้าจะใจอ่อนทีไร พี่ท่านก็เป็นยังงี้ทุกที ชาตินี้คงจะสมหวังหรอกค่ะ ฮือ55555555
    #8,750
    0
  16. #7707 mahnuch (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 09:47
    โอ้ยยย ไคหื่นจริงไรจริง เจอเฌอแตมน่ารักใส่คือขึ้นเลย 55555555555
    #7,707
    0
  17. #7687 LuCy_p (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 23:28
    คู่นี้น่ารักเกินไปแล้ววววว5555
    #7,687
    0
  18. #7468 xiaoly (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 23:00
    โอ๊ยยยยย 555555 คุณไคในสายตาน้องก็ยังเป็นได้แค่โรคจิต 5555555
    #7,468
    0
  19. #5773 ิbabychick (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 20:18
    เขินอ่ะแงงงงงงง
    #5,773
    0
  20. #5325 Thitaphorn Tiemnara (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 22:06
    พี่ไคคคคค แค่น้องหน้าเเดงงูหลามก็เเผ่แม่เบี้ยเเล้ว แล้วน้องก็มาเห็นอารมณ์อื่นนอกจากหน้านิ่งอีกตายแล้วววววว เค้าเขินอ่าาาพี่เมย์ๆๆๆๆ><
    #5,325
    0
  21. #4642 Pop Wimonphan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2560 / 15:52
    พี่ไคอ่า อ่อนไหวง่ายนะเนี่ยยยย
    #4,642
    0
  22. #4395 โพนี่สีชมพู Pinkpony (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2560 / 00:44
    แค่หน้าแดง พี่ไคยังเป็นขนาดนี้ ถ้าน้องยั่ว พี่ไคไม่ไปสวรรค์เลยหรอ 5555
    #4,395
    0
  23. #4376 tamamonomaai - 13 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 15:53
    เจอแก้มแดง ๆเข้าไปของขึ้นเลยพี่ไคตรู  โอ้ยอะไรจะขึ้นง่ายขนาดนี้คะ  ( พี่ไคคงสวนมาว่า  ถ้าเป็นแตม แค่แก้มแดง ๆ งูหลามก็ออกมาผงาดแล้วครับ )
    #4,376
    0
  24. #4025 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 00:21
    ที่แท้ก็ของขึ้นเลยไปอาบน้ำ
    #4,025
    0
  25. #3766 แหวน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 23:35
    5555+รู้สึกเหมือนอารมณ์เขินสดุดลงเลย เพราะคำว่าฉันไปอาบน้ำก่อนนะ ขำ55555
    #3,766
    0