[Yaoi] Try Me เสพร้าย สัมผัสรัก [ภาคร้ายยั่ว]

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 7 ผลักไสให้พ้นตัว?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 61,943
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 503 ครั้ง
    9 ก.ค. 60




คนที่เจ็บทั้งใจและกาย

 

++++++++++++++++++++++++ 

ตอนที่ 7 ผลักไสให้พ้นตัว?

 

 

 

            “อะไรนะ พี่วินป่วย!!!

 

            “ก็ได้ยินชัดแล้วนี่”

 

            “แต่เมื่อเช้ายังดีๆ อยู่เลย พี่วินป่วยได้ไงวะพี่ภาคิน”

 

            เวลานี้ นายกฤติธีได้แต่ร้องลั่นอย่างไม่อยากเชื่อหู หลังจากที่กลับบ้านมาแล้วเจอคุณลุงหมอแสนคุ้นเคยที่กำลังยืนคุยกับพี่ภาคิน ก็ในเมื่อเขามันร่างกายอ่อนแอ ตอนนี้หมอประจำตระกูลนี้ก็เหมือนหมอประจำตัวเขาไปกรายๆ ใจนี่คิดจะวิ่งหนี กลัวว่าจะถูกจับตรวจ และกรอกยาที่เกลียดแสนเกลียด แต่กลายเป็นว่า...พี่วินป่วย

 

            แน่นอนสิว่าเด็กหนุ่มต้องตกใจ เพราะเมื่อเช้ายังเห็นดีๆ อยู่เลย ไม่สิ เมื่อเช้ายังดูอารมณ์ไม่ดีจนเขาหงออยู่เลย กลับมาตอนเย็นไหงป่วยได้วะ

 

            ความสงสัยที่ทำให้เจ้าตัวจ้องไปยังดวงตาของภาคิน ซึ่งคนถูกจ้องก็หันไปอีกทางจนต้องมองตาม

 

            “พี่ชัย?”

 

            เป้าหมายของสายตาคือบอดี้การ์ดร่างใหญ่ที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้นประดับห้อง จนกราฟยิ่งมุ่นคิ้วหนัก

 

            “ฮึ ถามมันดูสิว่าทำอีท่าไหน เจ้านายที่มันดูแลถึงนอนซมเหมือนถูกรุมโทรมมา”

 

            “...”

 

            แม้ถ้อยคำจะฟังดูล้อเล่น แต่แววตาที่มองมาก็มีแววเหี้ยมเกรียมไม่น้อย บ่งบอกว่าเจ้าตัวก็ไม่พอใจที่ลูกพี่ลูกน้องป่วยซมกลับบ้านมาแบบนี้ ขณะที่ปณชัยก็เพียงก้มหน้าลงราวกับรับผิดทุกอย่าง

 

            “แล้วพี่วินเป็นไงบ้างวะพี่” บรรยากาศแปลกๆ ของสองเจ้านายลูกน้องที่กราฟก็เลือกถามไปอีกเรื่อง ในเมื่อเรื่องอาการป่วยของพี่วินสำคัญที่สุด ส่วนพี่ภาคินจะโกรธอะไรพี่ชัยไม่ใช่เรื่องของเขา และเด็กหนุ่มก็เรียนรู้มามากพอแล้วว่าบางครั้งก็อย่าหาเหาใส่หัวจะดีกว่า

 

          เดี๋ยวมาลงที่กูก็ตายอะดิ

 

            “ไม่ต้องห่วง ไม่เป็นอะไรมากแล้วล่ะ อาฉีดยาให้แล้ว พรุ่งนี้น่าจะดีขึ้น แต่ยังไงคืนนี้ก็เฝ้าอาการให้ดีแล้วกัน ถ้าเห็นว่าไข้ยังไม่ลดอาจจะต้องไปโรงพยาบาล” คำถามที่คุณลุงหมอเป็นฝ่ายตอบแทนแบบที่ทำให้คนเกลียดโรงพยาบาลเข้าไส้ทำหน้าสยอง

 

            “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว อาขอตัวก่อนนะ”

 

            “ขอบคุณอามาก เดี๋ยวผมให้คนไปส่ง” ภาคินหันไปพยักหน้าให้หัวหน้าแม่บ้านที่ทำหน้าที่ไปส่งคุณหมอถึงหน้าประตู มองส่งจนอีกฝ่ายก้าวลงบันไดไปแล้ว ก่อนที่ตาคมจะหันมามองเจ้าเด็กดื้อข้างตัวที่ถอนหายใจอย่างโล่งอก

 

            “อาหมอมาทั้งที ให้เขาตรวจหน่อยสิ”

 

            “เฮ้ย ไม่เอา ผมแข็งแรงดี ไม่ต้องตรวจเตริจไรทั้งนั้นแหละ แล้วผมก็จะไปเยี่ยมพี่วินด้วย” เด็กหนุ่มสั่นหน้าแรงๆ ถอยไปอีกสองก้าวถ้วน จากนั้นก็หมุนตัว เตรียมพุ่งเข้าไปหาคนที่รักเหมือนพี่ ทว่า...

 

            หมับ

 

            “โอ๊ย เจ็บนะโว้ยพี่ภาคิน”

 

            ก่อนที่ร่างเพรียวจะถึงลูกบิดประตูห้องนอนด้วยซ้ำ หลังคอเสื้อนักเรียนก็ถูกมือใหญ่คว้าเอาไว้ก่อนจนแทบจะหงายหลัง ปากก็โวยเบาๆ แต่แล้วทุกอย่างก็แทบจะกลืนหายไปในลำคอ เมื่อดวงตาเข้มจัดคู่นั้นจ้องมองมา

 

            “อยากป่วยตามวินมันหรือไง”

 

            “แต่...”

 

            “รู้ตัวบ้างว่านายมันป่วยง่าย ขืนโผล่หัวเข้าไปในห้องที่มีแต่เชื้อหวัดเดี๋ยวก็ได้ไปนอนโรงบาลสมใจหรอก” คนที่เคยยกยิ้มเหี้ยมบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังราวกับคนละคน ดวงตาคู่คมฉายชัดว่าไม่ยอมให้ไอ้เด็กนี่เข้าไปแน่ๆ ทั้งหมดทั้งมวลที่บอกว่าภาคิน...ห่วงมากแค่ไหน

 

            “แต่ผมแค่เข้าไปดูพี่วินหน่อยเดียวเอง” คนพูดเองก็ว่าเสียงอ่อนอ่อยลงกว่าเดิม เพราะรู้หรอกว่าคนใจร้ายแถวนี้กำลังห่วง แต่ในฐานะคนที่เข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น เขารู้ดีว่าเวลาที่ไม่สบายน่ะใจมันจะหดหู่ อยากจะมีใครสักคนอยู่ข้างๆ แล้วมองหน้าคนแถวนี้...ห่วงน้องแค่ไหนก็ไม่เข้าไปนั่งเฝ้าไข้หรอก

 

          อย่างพี่ภาคินน่ะไม่มีทาง

 

            “จะหน่อยเดียว นิดเดียว ฉันก็ไม่ให้”

 

            “แต่พี่วินป่วย...”

 

            “ไม่ได้! ยังไงฉันก็ไม่อนุญาตให้นายเข้าไปในห้องของวินตอนนี้” ภาคินเองก็ว่าเสียงโหด จนกราฟหันซ้ายหันขวาเพื่อหาตัวช่วย แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเวลาแบบนี้คนที่จะเข้าข้างเขาทันทีน่ะไม่ใช่ใครอื่นหรอก ก็คนที่นอนซมอยู่ในห้องนั่นไงล่ะ

 

            ความคิดที่ยิ่งทำให้เป็นห่วงมากกว่าเดิม จนลังเลว่าควรจะดื้อรั้นต่อไปให้คนแก่แถวนี้โกรธ หรือยอมทำตามดี

 

            “คุณกราฟไม่ต้องห่วงนะคะ เดี๋ยวคืนนี้ป้าเฝ้าคุณวินให้เองค่ะ” ทันใดนั้น หัวหน้าแม่บ้านอย่างป้าแก้วที่กลับขึ้นมาหลังจากส่งคุณหมอขึ้นรถแล้ว ก็เอ่ยเรียกทุกสายตาให้หันไปมอง และนั่นก็ทำให้กราฟยิ้มออกอย่างคลายใจ

 

            “เออดีๆ งั้นฝากป้า...”

 

            “ไม่ได้”

 

            “เฮ้ย ทำไมไม่ได้วะ ผมไม่ได้ไม่เท่าไหร่ แต่ทำไมป้าแก้วถึงเฝ้าพี่วินไม่ได้!” พอแก้ปัญหาได้ พ่อคนใหญ่มากบางคนก็แทรกขึ้นมาเสียงเด็ดขาด จนคนที่ว่าจะทำตัวเป็นเด็กดีแล้วหันขวับ โวยใส่ จ้องตาเขม็ง แต่ภาคินไม่สนใจ เสียงทุ้มบอกชัดเจน

 

            “ป้าต้องทำอาหารให้ไอ้เด็กนี่กิน ใครจะรับประกันได้ว่าจะไม่มีเชื้อหวัดลงไปในอาหาร”

 

            “ผมไม่ได้ป่วยง่ายขนาดนั้น” ปากยังเถียง แต่ผิวแก้มมันแดงขึ้นกว่าเดิมนิด ก้อนเนื้อในอกฉิบหาย เมื่อคนใจร้ายในอดีตกำลังบอกว่าห่วงความปลอดภัยของเขามากแค่ไหน ชนิดที่ห้ามไปยันคนทำอาหารไม่ให้ไปดูแลคนป่วย รู้ล่ะว่ารู้สึกผิดกับพี่วิน แต่พี่ภาคินที่ห่วงมากแบบนี้ก็...ใจสั่นไปอีกแบบ

 

            “แต่ลุงหมอบอกว่าต้องมีคนดูอาการ ไหนจะต้องเช็ดตัวพี่วินอีก ถ้าไม่ใช่ป้าแก้วจะเป็นใคร” กราฟรีบว่าไปอีกเรื่อง เพราะจะให้สาวๆ บ้านนี้ไปเช็ดตัวเจ้านายผู้ชายก็ดูจะไม่เหมาะ ยิ่งเป็นผู้ชาย...

 

          อื้อหือ พี่วินไม่เสร็จคนงานในบ้านเลยหรือวะ กูมองเองยังแอบหวิวเลย

 

            “ฮึ ก็มีอยู่อีกคนไม่ใช่หรือไง”

 

            “อีกคน...”

 

            ขวับ

 

            ทันใดนั้น สายตาทุกคู่ก็หันไปมองคนที่ยืนเงียบมาตลอด...ปณชัย

 

            คนที่ไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ และตอนนี้ก็มีสีหน้าลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด

 

            “เออ พี่ชัยไงๆ ถ้าเป็นพี่ชัยก็ไม่ต้องห่วงแล้ว” ขณะที่กราฟก็ร้องรับทันที ในเมื่อถ้าเป็นพี่ชัยก็ไว้ใจได้ว่าไม่ทำอะไรพี่วินหรอก พี่ภาคินเองก็เชื่อใจ แถมตอนนี้ยังเป็นบอดี้การ์ดประจำตัวอีก จะหาคนเฝ้าไข้ดีกว่านี้คงไม่มีอีกแล้ว แต่...

 

            “ผมไม่เหมาะหรอกครับ”

 

            “อ้าว ทำไมวะพี่”

 

            “แบบนั้นคงไม่ดีเท่าไหร่”

 

            “แล้วแบบไหนถึงดี” กราฟขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ชายใจดีอย่างพี่ชัยถึงบอกปัด “ผมว่าพี่นั่นแหละดีแล้ว พี่วินก็ไว้ใจนี่หว่า”

 

            ท่าทางเถียงหัวชนฝาของคนรักทำให้ภาคินยกยิ้มเยาะ สองมือยกขึ้นกอดอก มองคนสนิทที่พูดอะไรไม่ออก

 

            “มีคนอื่นที่เหมาะสมกว่าผมครับ”

 

            “แล้วไหนวะพี่ ผมก็ไม่ได้ ป้าแก้วก็ไม่ได้ แล้วอย่างพี่ภาคินก็ไม่มีทาง แล้วใครวะที่เหมาะ...”

 

            หมับ

 

            กราฟยังคงถามอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็ต้องเงียบเสียงลง เมื่อมือใหญ่วางลงบนบ่า เงยหน้าแล้วพบว่าภาคินก้าวเข้ามาชิดตัว เสียงทุ้มก็ดังตามมา

 

            “มึงลืมไปแล้วหรือไงว่าหน้าที่มึงคืออะไร”

 

            “...” คำถามที่ชัยก้มหน้าลง

 

            “กูสั่งให้มึงดูแลมันให้ดี แต่มึงปล่อยให้มันหายไปไม่พอ ยังป่วยกลับมาแบบนี้ มึงยังจะกล้าขัดคำสั่งกูอีกหรือไงวะ!!!” ทันใดนั้น เสียงเรียบนิ่งก็เปลี่ยนเป็นเสียงตวาดบ่งบอกว่าคนพูดโกรธมากแค่ไหน ยิ่งตอนที่เห็นว่าญาติผู้น้องป่วยหมดสภาพกลับมา แต่เป็นคำที่ทำให้กราฟเบิกตากว้าง

 

            “พี่วินหาย?”

 

            “เออ ไอ้ชัยทำพี่ชายสุดที่รักของนายหาย...รับผิดชอบการกระทำของตัวเองซะ” ท้ายคำ ภาคินบอกคนสนิท แต่ยังคงมีเสียงแย้ง

 

            “ผมทราบความผิดของตัวเองดีครับ แต่การให้เฝ้าไข้คุณวินมันคนละเรื่องกัน”

 

            “ไอ้ชัย!

 

            “...” คราวนี้สองนายบ่าวจ้องตากันนิ่ง

 

            “ผมไม่เข้าใจว่ะ” จู่ๆ กราฟก็เอ่ยขึ้นมาเรียกสายตาทั้งสองคู่ให้หันไปมอง และนั่นก็ทำให้เห็นแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความสงสัยของเด็กหนุ่มที่จ้องไปยังหน้าของบอดี้การ์ด

 

          “ทำไมพี่ต้องผลักไสพี่วินขนาดนั้นวะ”

 

            กึก

 

            คนที่พยายามบอกปัดถึงกับพูดไม่ออก มองตากฤติธีที่ไม่ได้รู้เรื่องราวในอดีต แต่กำลังสัมผัสได้ คนที่เอ่ยคำที่กระแทกกลางใจของคนฟังจนสะเทือน

 

            “ถ้าผมเป็นพี่วินคงเสียใจตายชักเลยที่พี่พูดแบบนี้” กราฟอาจจะไม่รู้เรื่องในอดีต แต่คนที่เคยเจ็บเพราะความห่างเหินของคนบางคนมาก่อนเข้าใจดีว่าเวลาที่ตัวเองถูกผลักไสเหมือนไม่มีใครต้องการมันเป็นยังไง เขารู้ว่าพี่วินจะเสียใจถ้าได้ฟังผู้ชายสองคนนี้เถียงกัน

 

          ไม่เข้าใจ ทำไมพี่ชัยถึงทำท่าเหมือนไม่อยากเข้าใกล้พี่วินขนาดนั้น

 

            ความสงสัยของเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่าเป็นสิบปีทำให้ผู้ใหญ่วัยเลยเลขสามพูดไม่ออก สุดท้าย พี่ชายใจดีก็เป็นฝ่ายหลบสายตา ขณะที่ภาคินก็ส่ายหัว

 

            “พอได้แล้วกราฟ...ส่วนมึง ไปรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นซะ!” ว่าจบ คนพูดก็ออกแรงรั้งเด็กหนุ่มให้กลับห้องด้วยกัน ไม่สนใจเสียงโวยวายที่อยากรู้ให้ได้ว่าตกลงพี่วินกับพี่ชัยมีเรื่องอะไรกันแน่ ปล่อยทิ้งไว้แค่ผู้ชายที่กำลังจมกับความรู้สึกมากมายที่สาดซัดเข้าหาตัว

 

            “เดี๋ยวป้าเตรียมอุปกรณ์เช็ดตัวคุณวินให้นะ” ป้าแก้วยกยิ้มปลอบใจ ก่อนที่จะก้าวไปอีกคน ปล่อยให้คนใจร้ายบางคนได้แต่เหลียวมองบานประตู

 

          มันไม่ควรเป็นแบบนี้

 

................................

 

ต่อค่ะ

 

            แสงสุดท้ายของวันลาลับขอบฟ้าไปแล้ว ทำให้ภายในห้องนอนเรียบหรูมีเพียงแสงสลัวลางจากโคมไฟดวงเล็ก พอให้เห็นร่างเพรียวบางที่กำลังนอนหายใจร้อนผ่าวอยู่บนเตียงนอนหลังใหญ่ ใบหน้าที่เคยทรมานด้วยพิษไข้ดูดีกว่าเดิม อาจจะเพราะได้รับยา หากแต่ขมับยังเปียกไปด้วยหยาดเหงื่อจนไรผมชื้น ผิวแก้มขาวซีดกว่าปกติ อีกทั้งริมฝีปากยังแห้งผากลงกว่าเดิม

 

            ทั้งหมดทั้งมวลที่ยังสู้อาการหนึ่งไม่ได้...หัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันจนดูน่าสงสาร

 

            แม้จะบอกไม่ได้ว่าเพราะคนป่วยกำลังต่อสู้กับฝันร้าย หรือพิษไข้ แต่มันก่อให้เกิดความรู้สึกหนึ่งยามมองมา...ความเปราะบาง

 

            ความเย็นชา ความมั่นใจ และความอวดดีแตกกระเทาะออกเหลือเพียงความบอบบางที่เพียงขยี้ก็แหลกคามือ...คนสวยที่ตอนนี้ไม่เหลือเกราะป้องกันใดๆ ไว้ปกป้องตัวเอง

 

            ภาพที่ยามนี้มีเพียงผู้ชายคนเดียวที่ได้จ้องมอง

 

            คนที่กำลังเอากะละมังบรรจุน้ำอุ่นวางลงข้างเตียง มือใหญ่ดึงเนกไทออก แล้วปลดกระดุมแขนเสื้อ พับมันขึ้นอย่างคล่องแคล่ว ทั้งที่ตาคมไม่ได้ละสายตาจากร่างที่นอนจมอยู่กลางกองผ้าห่มเลยสักวินาทีเดียว ทุกอย่างลื่นไหลเหมือนปณชัยคุ้นเคยกับการดูแลคนป่วย แต่เพียง...

 

            หมับ

 

            มือข้างหนึ่งยื่นออกไป ยังไม่ทันจะสัมผัสโดนส่วนเสี้ยวไหนของร่างกาย เจ้าตัวก็กำมันแน่นเหมือนกำลังต่อสู้กับตัวเองว่าควรจะแตะหรือไม่แตะดี

 

            ก็แค่เช็ดตัวกับเปลี่ยนเสื้อผ้าให้...ก็แค่นั้น

 

            ปลายนิ้วยื่นออกไปเกือบจะสัมผัสที่หน้าผากชื้นแล้ว ตาคมมองใบหน้าสวยเกินชาย ไล่ตั้งแต่คิ้วลงมายังเปลือกตาที่ขนตายาวทาบทับผิวขาว แก้มเนียน จมูกได้รูป ริมฝีปาก...

 

            “โธ่เว้ย!” สุดท้าย เจ้าตัวก็สบถออกมาเบาๆ แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนพื้น หันหลังให้กับภาพที่ภวิศคงไม่รู้ตัวเลยว่าเจ้าตัวอันตรายแค่ไหน แม้จะตอนที่หลับไม่ได้สติแบบนี้ มือข้างเดิมก็ยกขึ้นเสยผมจนยุ่งเหยิง เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังตามมา พร้อมกับคำพูดของเด็กหนุ่มคนนั้น

 

          ทำไมต้องผลักไสขนาดนั้น

 

            ไม่หรอก มันไม่ใช่การผลักไส แต่เป็นการกันให้ห่างออกไปต่างหากล่ะ

 

          เฮอะ ก็แค่คำพูดแก้ตัวของมึง

 

            ชายหนุ่มมีคำตอบดีๆ มากมายที่จะบอกปัดคำถามนั้น แต่เขากลับพูดอะไรไม่ออกสักคำ เมื่อถ้อยคำไร้เดียงสาของเด็กคนหนึ่งกำลังชี้ให้เห็นว่าการกระทำของเขามันเรียกว่าอะไร...ผลักไส...ผลักภาระให้ห่างจากตัว

 

            การผลักออกไปที่ควรจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น แต่มันกลับแย่ลงเรื่อยๆ จนเขาเองไม่อาจจะสู้หน้าเจ้านายได้ บางครั้ง ปณชัยก็เคยถามตัวเองว่าเขาควรจะทำยังไงดี แต่ไม่ว่าจะคิดสักเท่าไหร่ สิ่งที่ทำลงไปก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว

 

          ถูกจริงๆ หรือวะไอ้ชัย

 

            เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัว ตามมาด้วยอีกเสียง

 

          ถูกหรือผิดมันก็สายไปแล้วไม่ใช่หรือไงวะ

 

            “ฮึ...หึๆ นั่นสินะ”

 

            คำถามที่ร่างสูงหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ หากแต่มันไม่ใช่ความขบขัน แต่เป็นเสียงหัวเราะที่เยาะเย้ยสมเพชตัวเอง ในเมื่อเขาไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจอะไรอีกต่อไป เมื่อเด็กน้อยคนนั้นเลือกเส้นทางได้แล้ว

 

          คุณวินเลือกเดินไปในทางที่เขาผลักออกไปเอง

 

            ความคิดที่ทำให้ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมา มองร่างที่นอนหายใจแรงกว่าปกติ

 

            คุณวินที่เขาปฏิเสธไม่มีอีกแล้ว เด็กคนนั้นเติบโตขึ้นมาพอที่จะเลือกเส้นทางของตัวเอง และคุณวินก็ทำมันได้ดี คุณวินไปได้ไกลในหน้าที่การงานของตัวเอง คุณวินเป็นคนที่ใครๆ ก็จับจ้อง เป็นเหมือนเพชรกลางแสงไฟที่ไม่มีใครริอาจละสายตา ส่วนชีวิตส่วนตัว...

 

            “มันไม่เกี่ยวกับมึง”

 

            ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเลือกใคร เขาไม่มีสิทธิ์ไปตัดสิน ในเมื่อเราไม่ได้เป็นอะไรกัน อีกทั้งความรู้สึกของอีกฝ่ายก็คงจืดจางไปตามกาลเวลา มันควรจะเป็นอย่างนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะอะไรก็ตามที่ทำให้เราโคจรมาใกล้กันอีกครั้ง เขาไม่อาจรู้เลยว่าตอนนี้อีกฝ่ายรู้สึกยังไง เหมือนเดิม น้อยลง หรือเขาเป็นเพียงคนที่อีกฝ่ายคิดแก้แค้นมาตลอด

 

            ใจอาจจะบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เขากลับหงุดหงิดยามที่เห็นอีกฝ่ายอยู่กับใครคนอื่น ทั้งที่ตัวเองก็ทำ

 

            ปณชัยไม่คิดถามว่าเขารู้สึกยังไงกับเจ้านายคนนี้ เพราะยังไงทางของเราก็ไม่มีวันบรรจบกัน มันควรจะขนานไปตลอดกาล นั่นคือสิ่งที่ชายหนุ่มเตือนตัวเองให้ขึ้นใจ

 

            “อืม”

 

            “คุณวิน” ความคิดทุกอย่างที่หายไปคนละทิศทาง เมื่อเสียงครางแผ่วเบาดังขึ้น จนตาคมตวัดกลับมามองหน้า ตระหนักว่าอีกฝ่ายอาจจะได้ยินที่เขาพูด แต่เมื่อเห็นว่าใบหน้าสวยยังคงปิดตาแน่น คิ้วยิ่งขมวดเข้าหากันเพราะอาการป่วย เสียงถอนหายใจก็ดังตามมา

 

            จากนั้นแววตาที่เข้มจนน่ากลัวก็คลายลง

 

          นี่ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องไม่เป็นเรื่อง มึงควรจะรับผิดชอบสิ่งที่มึงทำลงไป

 

            คำว่าหน้าที่ล่ะมั้งที่ทำให้ปณชัยตัดสินใจเอื้อมมือไปสัมผัสแก้มเบาๆ รับรู้ถึงอุณหภูมิของร่างกายที่สูงกว่าปกติ จากนั้นก็พลิกฝ่ามือเพื่อใช้หลังมือเช็ดเหงื่อให้อย่างเบามือ และ...อ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ

 

            “คุณคงทรมานมาก” เสียงทุ้มกระซิบ ก่อนที่จะเลื่อนมือนั้นไปยังระหว่างคิ้วที่ย่นเข้าหากัน

 

            แปะ

 

            ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางวางลงไป ก่อนที่จะคลึงอย่างเบามือ การกระทำที่หากภวิศมีสติเต็มร้อยคงไม่มีวันได้เห็นอะไรแบบนี้

 

            ชายหนุ่มนวดเบาๆ อย่างนุ่มนวล แต่หัวคิ้วก็ยังไม่คลายออกเหมือนคนป่วยยังจมจ่อมอยู่ในทรงจำเลวร้ายที่ไม่อาจจะดึงตัวเองกลับมาได้ จนเสียงทุ้มกระซิบบอกแผ่วเบา

 

            “คุณวิน ผมจะไล่ฝันร้ายให้คุณเอง”

 

            น่าแปลกที่เพียงคำพูดไม่กี่คำ หว่างคิ้วก็คลายออกช้าๆ ลมหายใจหนักหน่วงเหมือนเบาสบายกว่าเดิม และนั่นทำให้คนตัวโตไม่รู้เลยว่าเขาขยับขึ้นมานั่งบนเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่ และใบหน้าขยับเข้าใกล้อีกฝ่ายแบบนี้ได้ยังไง ทว่า...ก็ยังมองไม่ละสายตา

 

            นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้มองหน้าเจ้านายคนนี้ใกล้เพียงนี้ อาจจะตั้งแต่หลายปีก่อน

 

            เมื่อก่อนเด็กคนนั้นติดเขาแจ ส่งยิ้มให้ ร้องเรียกด้วยน้ำเสียงน่าฟังว่า...พี่ชัย

 

            “บางครั้งผมก็ยังคิดถึงเด็กคนนั้น”

 

            เด็กที่ยังใสซื่อบริสุทธิ์ ไม่รู้จักโลกของผู้ใหญ่ ไม่รู้จักความเลวทรามของโลกใบนี้ และยังไม่เรียนรู้คำว่า...รัก

 

            สุดท้าย คนพูดก็ดึงสายตาจากใบหน้านั้นจนได้ เพราะคิดว่าเขาควรจะจัดการเช็ดตัวแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เพราะตั้งแต่พากลับมาจากห้องของศิรภพ อีกฝ่ายก็ยังอยู่ในสภาพเดิม มีเพียงผ้านวมผืนใหญ่เท่านั้นที่เปลี่ยนจากผืนที่เขาเอามาเป็นของภวิศเอง

 

            ติ๊งๆ

 

            จากนั้นผ้าขนหนูผืนเล็กถูกชุบน้ำแล้วบิดให้หมาด ก่อนที่คนตัวโตจะเคลื่อนตัวกลับมาบนเตียงอีกครั้ง ลังเลเพียงครู่ แล้วตัดสินใจดึงผ้านวมออก

 

            “ฮื่ออออ” แต่ทันทีที่ผ้าขนหนูชื้นแตะลงบนต้นคอ ภวิศก็ส่งเสียงครางอย่างไม่ชอบใจ หันหน้าหนีไปอีกทางราวกับหนีความหนาวเย็นของผ้าผืนเล็ก จนคนมองหลุดยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว

 

          ไร้เดียงสาและน่ารักจนไม่เหลือเค้าเดิม

 

            “ทนหน่อยนะ ผมจะรีบเช็ดรีบเปลี่ยนให้” บุรุษพยาบาลจำเป็นปลอบคนไม่ได้สติ แล้วเช็ดต้นคอชื้นเหงื่ออย่างเบามือ แต่การที่ผ้ายิ่งแนบโดนก็ยิ่งทำให้คนหนาวสั่นยิ่งเบี่ยงคอหนี ท่ามกลางเสียงรอยยิ้มเล็กๆ ของคนดูแล และ...

 

            กึก

 

            ทันใดนั้น รอยยิ้มก็ลดเลือนหายไปราวไม่เคยมีมาก่อน เมื่อตาคมเพิ่งเห็นบางอย่างที่ไม่ได้สังเกตเลยตั้งแต่ต้น..รอยช้ำบนลำคอขาว

 

            รอยที่ต่อให้โง่แค่ไหนก็รู้ว่ามันเกิดขึ้นจากอะไร...รอยจูบ!!

 

            หมับ

 

            มือที่จับผ้าขนหนูบีบกันแน่นจนน่ากลัว กำจนน้ำหยดลงบนผ้าปูที่นอน ขณะที่ตาคมคู่นั้นยังคงจ้องเขม็งที่รอยช้ำบนเนินเนื้อขาวของคนป่วย จ้องเหมือนจะเอาให้ทะลุไปยังอีกฝั่งของผิวเนื้อ ขณะที่ใบหน้าของใครบางคนแวบเข้ามาในหัว

 

            “คุณศิรภพ!!!

 

            เสียงที่หลุดรอดจากริมฝีปากไม่ต่างจากเสียงคำราม เพราะคงมีเพียงคนเดียวที่ฝากรอยนี้เอาไว้!

 

ต่อค่ะ

 

            คนที่เขาไม่รู้ว่าคิดอะไรในหัว อาจจะเป็นแค่รอยรักที่ฝากไว้โดยที่ภวิศเต็มใจ หรือร่องรอยที่เอาไว้เยาะเย้ยทุกคนที่ได้เห็นว่าคนคนนี้เป็นของใคร

 

            มันอาจจะเป็นแค่ลางสังหรณ์แต่ชัยคิดว่าอีกฝ่ายเดาได้ว่าสุดท้ายแล้วใครจะเป็นคนเฝ้าไข้คุณวิน และถึงเดาไม่ได้ มันก็ไม่เสียหายอะไรที่จะทิ้งตราของตัวเองเอาไว้บนร่างนี้ บนกายนี้ ซึ่งมันทำให้อารมณ์ที่สงบลงไปแล้วครั้งหนึ่งปะทุขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่น่าเชื่อ

 

            ป๊าบ!

 

            ผ้าขนหนูในมือถูกโยนลงบนพื้นเต็มแรง ขณะที่คนโยนสูดหายใจลึกๆ ดึงความสุขุมที่ใช้ได้ดีเสมอขึ้นมาปิดบังใบหน้าที่แท้จริง แต่อาจจะเพราะวันนี้เขาเจออะไรมาหลายอย่าง อีกทั้งในห้องนี้ยังไม่มีใครรับรู้ถึงสิ่งที่อยู่ในใจ สีหน้าเครียดจนน่ากลัวจึงไม่ลบเลือน ดวงตายังคงคมวาวจับจ้องรอยนั้นไม่วางตา

 

            เขาเห็นมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมครั้งนี้ถึงรู้สึกทนไม่ได้

 

          เพราะผู้ชายคนนั้นพิเศษกว่าใคร

 

            จู่ๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัวของร่างสูง เน้นย้ำบางสิ่งที่พยายามปัดไล่มันทิ้งไปให้หวนกลับมาอีกครั้ง เพราะเจ้านายอาจจะเล่นสนุกกับหลายคน แต่ทุกคนรู้กันว่ามีคนหนึ่งพิเศษกว่าคนอื่น คนที่คุณวินยังคงคบหาแม้จะผ่านไปหลายปี คนที่สอนสั่งร่างกายนี้ คนที่เลือกจะฝ่าสายฝนไปพึ่งพา คนคนนั้น...ศิรภพ

 

            “โธ่เว้ย!!!” อาจจะเพราะปณชัยรู้ว่าทางนั้นก็แค่เล่นตลก และเขาไม่ชอบที่มีคนมาเล่นตลกกับเจ้านายของเขา!!!

 

            นั่นอาจจะเป็นข้ออ้าง ข้อแก้ตัว หรืออะไรก็ตามที่ชายหนุ่มหามารองรับการกระทำต่อจากนั้น

 

            หมับ

 

            ฟึ่บ!

 

            “ฮื่อ!!” การที่บอดี้การ์ดร่างใหญ่ทิ้งตัวลงทาบทับคนป่วยที่ไร้แรงต่อต้าน ริมฝีปากได้รูปกดลงบนรอยนั้นเต็มแรง จากนั้นฟันคมก็กัดลงไปเบาๆ จนภวิศที่ไม่ได้สติครางออกมาตามสัญชาตญาณที่โต้ตอบความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับร่างกาย

 

            แต่เท่านั้นยังไม่สาแก่ใจ เพราะปลายลิ้นร้อนผ่าวเลียลงบนรอยช้ำนั้นจนทั่ว ริมฝีปากดูดดึงผิวเนื้อร้อนชื้นเต็มแรง จนแทบจะหลุดติดปาก มือใหญ่อีกข้างล็อกคนป่วยให้นอนนิ่งเอาไว้ จากนั้นฟันคมก็กัดลงบนรอยรักอีกครั้ง ที่ไม่เพียงแต่เป็นการลบรอยก่อนหน้า แต่...ทิ้งรอยของตัวเองเอาไว้แทนที่

 

            “อื้อ...”

 

            หมับ

 

            คนป่วยร้องประท้วง แต่ยิ่งเพิ่มแรงให้คีบเหล็กล็อกร่างจนเนื้อตัวแนบชิดไร้ช่องว่าง

 

            การกระทำที่รุนแรงราวกับสัตว์ป่าที่หิวโหย โดยสัตว์ร้ายตัวนั้นก็ยังไม่ยอมปล่อยจากเหยื่อตัวเองง่ายๆ มือที่เพียงแค่ล็อกร่างเพรียวเอาไว้ก็เคลื่อนไปกระชับที่เอว ดึงกระชากเข้าหาตัวพร้อมกับแรงที่มากขึ้น...มากขึ้น...จน...

 

            “ฮื่อออออ!

 

            เฮือก!

 

            คนป่วยที่ร้องอื้ออึงในคอ จนสัตว์ป่าดุร้ายสะดุ้งเฮือก สองมือที่ล็อกร่างดันภวิศออกอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะได้เห็นภาพที่ทำให้ดวงตาสองข้างเบิกโพลง

 

            นายแบบหนุ่มที่กำลังทำหน้าเจ็บปวดจากสิ่งที่ได้รับ คิ้วที่เคยคลายออกยิ่งมุ่นเข้าหากันกว่ากันเก่า และเหนือสิ่งอื่นใดคือรอยแดงช้ำบนคอที่ยิ่งน่ากลัวกว่าตอนแรกจนเทียบกันไม่ติด เพราะไม่เพียงแค่รอยช้ำเล็กๆ แต่มันขยายวงใหญ่ อีกทั้งรอยฟันปรากฏชัดเจนจนปรากฏรอยห้อเลือด

 

            ความรุนแรงที่มากกว่าสิ่งที่ศิรภพทำกว่าสิบเท่า

 

            พรวด

 

            ภาพที่ทำให้ปณชัยดันร่างเจ้านายนอนลง กระโจนพรวดจากเตียงนอนนุ่ม สองขาพาตัวเองเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็วที่สุด

 

            ซ่า...ซ่า!!!!

 

            “แฮก...แฮก...แฮก!

 

            ก๊อกน้ำที่อ่างล้างมือถูกเปิดออกจนสุด แล้วบอดี้การ์ดหนุ่มก็จุ่มหัวลงไปรับน้ำเย็นที่รินไหลรดศีรษะอย่างไม่หยุดคิดสักเสี้ยววินาที สองมือที่กำขอบอ่างแน่นจนขึ้นข้อขาว ฟันคมกัดแน่น ดวงตาหลับแน่นยิ่งกว่า สะท้อนภาพที่เขาเพิ่งเป็นคนลงมือทำร้ายเจ้านายกับมือตัวเอง!!!

 

            ผัวะ

 

            “เหี้ยเอ๊ย!!!

 

            มือใหญ่กระแทกเข้ากับขอบอ่าง ใบหน้าคมดึงขึ้น ปล่อยให้น้ำเย็นหยดลงตามกรอบหน้า ไหลผ่านปลายคาง และหยดลงพื้นจนชุ่ม ตาคมมองเงาสะท้อนในกระจกที่หอบหายใจรุนแรง ปรากฏชายหนุ่ม ไม่สิ สัตว์ร้ายที่ซุกซ่อนอยู่ภายในที่กระโจนออกมาอย่างที่ห้ามมันไม่อยู่

 

          มึงทำอะไรลงไป! ทำอะไรลงไปวะ!!!

 

            ผัวะ!

 

            กำปั้นกระแทกลงบนขอบอ่างอีกครั้ง แต่เจ้าตัวไม่สนความเจ็บปวด เพราะมีเพียงคำถามที่สะท้อนก้องอยู่ในหัวของผู้ชายที่หลับตาลงช้าๆ รับรู้ถึงสิ่งที่เก็บกักเอาไว้มาตลอด

 

          ความอดทนที่มีมา...กำลังจะหมดลง

 

.........................................

 

            ครบค่ะ ตามนั้นค่ะ พี่ชัยกำลังจะหมดความอดทนแล้วนะเออ หลังจากเห็นรอยสวยๆ บางๆ เบาๆ บนผิวพี่วิน พี่แกเลยแยกเขี้ยวกระโจนใส่ ฝังกัดจมเขี้ยวชนิดที่หากเรื่องนี้เป็นแนวโอเมก้าเวิร์ส พี่วินคงได้คู่ไปแล้วล่ะ อ่ะ แต่ถ้าแนวนั้น อย่างพี่วินไม่น่าใช่โอเมก้านะ สวย สง่า แบบนี้น่าจะอัลฟ่ามาเอง ฮา ก็นั่นแหละค่ะ เมย์ยืนยันอีกครั้งว่าเรื่องนี้มี NC ก่อนตอนที่ 18 แน่นอน จะมาเร็วกว่าของพี่ภาคินฮ้าฟฟฟฟ ส่วนเมื่อถึงเรื่องของพี่ซีน...ได้กันก่อนสิบตอนแรกอีก อะฮึก

            วันนี้เมย์มาลงช้า เพราะว่าเพื่อนน้องชายมาค้างที่บ้านอะจ้า นี่เล่นเกม เล่นไพ่กันจนลืมเวลา ขำแรงมากจนปวดท้องเลย อัพเสร็จเดี๋ยวไปเล่นวีต่อ XD 

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #พี่วินสวยมาก นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 503 ครั้ง

15,042 ความคิดเห็น

  1. #14791 toto (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 14:32

    พี่ชัยน่ากลัวไปนะ

    #14791
    0
  2. #14781 _Rattanawadee (@_Rattanawadee) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 01:01
    สุดทุกทางจริงพี่ชัย
    #14781
    0
  3. #14282 ;เซฮาน △ (@chunjiteentop) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 13:00
    พี่ชัยเบาๆหน่อยยย รุนแรงละเกิน อยากอ่านเรื่องพี่ซีนมากเลยตอนนี้ 555555
    #14282
    0
  4. #14193 rattanalak44 (@rattanalak44) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 10:17

    สงสารใครดี
    #14193
    0
  5. #14145 nannapas331 (@nannapas331) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 14:22
    พี่ชัยไม่ต้องทนแล้ว....
    #14145
    0
  6. วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 15:32

    แง่วๆๆพี่ชัยจะทำอะไรน้องวินนะะะ กิ้วๆ อย่าคิดว่านุ้งไม่รู้นะ รอวันที่พิชัยตบะแตก -,,-

    #12872
    0
  7. #12748 emptyq_ (@emptyq_) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 20:12
    ไม่รู้ควรดีใจหรืออะไรที่พี่ชัยใกล้จะรู้ตัวสักที ;-; กลัวพี่ชัยผลักไสน้องมากกว่าเก่า เห้อ
    #12748
    0
  8. #12661 yghchb (@yinggyty) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 04:03
    พี่ชัยดูรุนแรงมาก ฮร่อออออออออ
    #12661
    0
  9. วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 14:19
    ร้ายมากค่ะคุณซีน อ่านเกมขาดตลอด ชั้นจะคอยดูเรื่องแกว่าจะคมกริบขนาดนี้ไหม55
    #12450
    0
  10. #12427 kimleehyun (@kimleehyun) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 08:44
    ขำคู่ของ อิคนพี่ หมั่นไส้ว่าห้ามนั่นห้ามนี่ระวังให้เมียเด็กไปทั่ว แต่ตัวเองนั่นแหละที่ทำให้น้องป่วยประจำเลย น้องป่วยเพราะต้องคอยตามใช้หนี้ที่อิพี่คอยตามหาเรื่องให้ใช้ประจำเลย 5555
    #12427
    0
  11. #11077 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 15:57
    กรณีของอิพี่ชัยก็เหมือนของพี่ภาคินที่ผลักไสคนที่รักออกไปให้ห่างตัวเอง คนไม่ยอมรับความจริง สมแล้วที่เป็นเจ้านายลูกน้องกัน พี่ซีนเป็นคนสนุกๆแบบนี้จะมีตัวจริงมั้ย
    #11077
    0
  12. #9957 Chanannn (@Sweetbt) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 19:53
    เห็นพี่ซีนร้ายๆแบบนี้อยากอ่านเรื่องของพี่เขาเลยค่ะ
    #9957
    0
  13. #9794 คัชช๊ะ (@mintyo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 23:12
    ที่ลุงเอาหัวจุ่มน้ำ เพราะว่าหัวร้อนใช่มั้ยยยค่ะ......ผ่ามมม ล้อเล่งงง 5555
    #9794
    0
  14. #9464 Baleef_MaMaNoo (@evefiww) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 16:48
    พี่ชัยเป็นจำพวก sm เลยไม่อยากให้วินเจ็บตัวใช่มั๊ย ฮื่ออออ
    #9464
    0
  15. #9447 katekate (@fairykate27) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 22:21
    อิพี่ชัยยยยย ครอตเก่งเบยยย ทนมาได้ยังไง ตั้งหลายปี วุ้ยยยย
    #9447
    0
  16. #8972 Aunchiree (@0956535071) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 15:38
    เหมือนฉันฝันอยู่
    #8972
    0
  17. #8808 Intelligence- (@capacite) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 12:46
    เป็นบุญมาก เห็นพี่ชัยหลุดได้ขนาดนี้ 5555555 ใจเย็นนะเว้ยย น้องป่วยอยู่ววว
    #8808
    0
  18. #6242 tamamonomaai - 13 (@tamamonomaai-13) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2560 / 21:40
    นี่แค่สติหลุดไปนิด ๆ หน่อย ๆ พี่วินยังช้ำขนาดนี้  ถ้าพี่ชัยเอาจริงไม่อยากจะคิดสภาพพี่วินเลยค่ะ
    #6242
    0
  19. #6052 TiwticAmp_90 (@winnaya) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 16:20
    มีแววว่านายเอกของซีนจะช้ำทั้งกายและใจกว่าคู่อื่นแน่ๆอ่ะ อิพี่ซีนมันร้ายยยยยยยที่ทำพี่ชัยหลุดได้ขนาดนี้
    #6052
    0
  20. #5806 echize (@nonsatt) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 00:02
    อยากเห็นความฉลาดของพี่ซีนมากกว่านี้ แล้วก็อยากเห็นพี่ชัยร้ายสุด ๆ คงจะเจ็บปวดน่าดูแต่อยากรู้อ่า. ฮือ
    #5806
    0
  21. #5424 Asuno (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 16:55
    ได้กันเถอะเพี๊ยงงงง
    #5424
    0
  22. #5308 memory28231 (@memory28231) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 17:49
    พูดตรงๆว่ารอตอนของพี่ซีนมากค่ะ กว่าจะได้สัมผัสรักนายเอกเราจะบอบช้ำขนาดไหนกัน
    #5308
    0
  23. วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 02:19
    รีบๆๆหมดความอดทนเถอะ
    #5036
    0
  24. #5017 MintQueen (@MintQueen) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 18:32
    ตอนที่รอคอย หมดความอดทนซะทีโว้ยยนยยยยย
    #5017
    0
  25. #4811 แคนต้าลูปปปป ^^ (@Canta_TT) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 20:59
    เกรี้ยวกราด
    #4811
    0