[Yaoi] Try Me เสพร้าย สัมผัสรัก [ภาคร้ายยั่ว]

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4 ท่าทีที่แตกต่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 48,177
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 529 ครั้ง
    24 มี.ค. 60



รอยยิ้มที่นายส่งให้คนอื่น...คือรอยยิ้มที่ฉันต้องการ

 

+++++++++++++++++++++

 

ตอนที่ 4 ท่าทีที่แตกต่าง

 

 

 

            ครืนนนนนน

 

            ท้องฟ้าเช้านี้ดูขมุกขมัว เมฆสีเทาปกคลุมเหนือคฤหาสน์หลังใหญ่ อีกทั้งยังส่งเสียงเตือนว่ากำลังจะมีฝนตกตามมาในไม่ช้า อากาศที่สำหรับบางคนก็อยากจะซุกตัวลงในผ้านวมอุ่นๆ แล้วหลับต่อ ฟังเสียงสายฝนที่ประพรมลงบนพื้นโลก แต่สำหรับบางคนที่ต้องตื่นขึ้นมาเจอกับภารกิจประจำวันแล้ว อากาศเช่นนี้ทำให้รู้สึก...

 

            “แย่”

 

            ก่อนจะเจ็ดโมงเช้า ก่อนที่จะมีใครเข้ามารบกวนเวลานอน นายแบบนามภวิศก็ลุกขึ้นจากที่นอนมาอาบน้ำแต่งตัวแล้ว ดวงตาคมสวยก็หันไปมองผืนฟ้าที่ดูน่าอึดอัด ไม่ต่างจากใจของเขาในเวลานี้ อยากจะขังตัวเองอยู่ในห้องแล้วไม่เจอใคร หากแต่ความรับผิดชอบค้ำคอ

 

            ไม่ว่าวินจะเที่ยวเสเพลแค่ไหน...เขาไม่เคยทำให้เสียงาน

 

            วันนี้มีงานสำคัญเสียด้วย ดังนั้น ร่างเพรียวจึงเหวี่ยงผ้าขนหนูลงตะกร้าผ้า เดินเข้ามาในห้องแต่งตัว มองเงาสะท้อนของร่างเปลือยเปล่าเพียงครู่ สำรวจตั้งแต่ใบหน้าที่ติดจะเหนื่อยล้ากว่าปกติ ช่วงไหล่เรียวบาง ช่วงเอวโค้งเว้า แม้กระทั่งเรียวขาขาวที่เปลือยเปล่า จากนั้นก็พึมพำ

 

            “สงสัยต้องเข้ายิมหน่อยแล้ว”

 

            ช่วงแขนหย่อนเกินไปหน่อย แผ่นอกก็ดูไม่ตึงแน่นอย่างปกติ อาจจะเพราะตั้งแต่กลับมาเมืองไทยแล้วดื่มบ่อยกว่าทุกที เลยปล่อยปละละเลยร่างกายจนดูด้อยกว่าเมื่อหลายเดือนก่อน แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีใครสังเกตเห็น แต่ตัวเขาเองเนี่ยล่ะที่ต้องสำรวจก่อนใครเพื่อน

 

            อาชีพที่ทำอยู่ขายรูปร่างหน้าตา แล้วใครจะจ้างนายแบบหุ่นไม่สวยมาสวมใส่เสื้อผ้าราคาแพง

 

            “จิ๊ รอยคล้ำ” ชายหนุ่มขยับเข้ามาชิดกระจก ก่อนที่จะเสยผมขึ้น จ้องมองรอยคล้ำใต้ดวงตาที่เกิดจากการที่พักผ่อนไม่เพียงพอ เพราะแม้ว่าเมื่อคืนจะนอนเร็ว แต่หลับไม่สนิท เอาแต่ฝันถึงเรื่องราวในอดีตที่อยากจะลืมไปให้หมด จนต้องส่ายหน้าช้าๆ

 

            “วันนี้เจอหมอนั่นด้วย”

 

            เจ้าตัวนิ่งเพียงครู่ ก่อนที่จะปล่อยผมลง แล้วเดินตัดห้องไปคว้าเสื้อผ้ามาสวมใส่ให้เรียบร้อย แตะน้ำหอมลงข้อมือและซอกคอ เลือกนาฬิกาให้เข้ากับชุด เครื่องประดับให้เข้ากับนาฬิกา ก่อนที่จะมาจัดการหน้าตาของตัวเอง

 

            เดี๋ยวนี้ผู้ชายคนไหนปล่อยตัวเองก็แพ้ตั้งแต่ยังไม่ออกจากบ้าน

 

            ไม่นาน ร่างเพรียวก็กลับมายืนหน้ากระจกบานใหญ่อีกครั้ง ดวงตาเรียบนิ่งจนดูน่าหวั่นกลัว เหมือนไม่พึงพอใจรูปร่างหน้าตาของตัวเอง หากแต่ลึกลงไป วินกำลังถามต่างหากว่าเขา...ไม่มีเสน่ห์ตรงไหน

 

            จากเด็กหนุ่มวัย 17 ในวันนั้น เขาเปลี่ยนแปลงตัวเองไปมาก ทั้งรูปร่างเรียวเล็กเหมือนเด็กๆ ก็เพรียวสูงสง่า ไม่ว่าสวมใส่เสื้อผ้าแบบไหนก็เหมาะสม ใบหน้าที่เคยมีเพียงรอยยิ้มไร้เดียงสาจนเป็นแค่เด็กโง่งมคนหนึ่งก็รู้จักตกแต่งให้ออกมาโดดเด่นกว่าใครๆ

 

            เขาไม่มีเสน่ห์ตรงไหนถึงถูกบอกปัดทุกครั้งครา

 

            คำตอบคือ...ไม่

 

            “ไม่ใช่นายไม่มีเสน่ห์ แต่ผู้ชายคนนั้นไม่คิดมองเสน่ห์นายตั้งแต่ต้น”

 

            เขาไม่ควรคิดให้ตัวเองรู้สึกตกต่ำไปมากกว่านี้ แค่การถูกบอกปัดเมื่อคืนก็ฝังใจจนเจ็บปวดมากพออยู่แล้ว จนใบหน้าสวยเกินชายดูอ่อนล้า แต่เพียงเหลือบมองนาฬิกาที่ข้อมือที่บอกว่าเจ็ดโมงกับอีกนิดหน่อยแล้ว ใบหน้านั้นก็ประดับด้วย...รอยยิ้ม

 

          ความอ่อนแอน่ะอยู่แค่ในห้องสี่เหลี่ยมก็พอ

 

            ความคิดของคนที่ก้าวออกจากห้องพร้อมกับแจ็กเกตตัวสวย เดินผ่านคนงานที่เริ่มต้นทำความสะอาดตอนเช้า รับคำทักทาย แล้วตรงไปยังห้องอาหารที่ป่านนี้คงมีเด็กหนุ่มในชุดนักเรียนกำลังนั่งกินข้าวอยู่ก่อน หรือไม่ก็จะมีพี่ชายรูปหล่อที่สภาพดูไม่ได้มานั่งหัวเสียกินกาแฟเป็นเพื่อนเป็นครั้งคราว

 

            แต่วันนี้...

 

            “กราฟไปโรงเรียนแล้วหรือ” นายแบบหันไปถามคนงาน

 

            “อ้อ คุณกราฟอยู่ในครัวค่ะ บอกว่าจะเข้าไปขอให้ป้าแก้วทอดไข่ให้สักสามฟอง แล้วก็หายไปเลย”

 

            “ฮึ ไข่ดาวพอหรือ ไข่ลวกดีกว่ามั้ง”

 

            วินถึงกับหลุดหัวเราะ เดาได้เลยว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น และญาติผู้พี่ของเขาไม่มีทางโผล่มาเช้านี้แน่นอน อย่างว่าล่ะนะ สิงโตกินเหยื่อเรียบร้อย ก็นอนแผ่พุงเท่านั้นเอง สงสารก็เหยื่อเนี่ยสิที่ต้องลุกไปโรงเรียนแต่เช้า ดังนั้นขายาวจึงก้าวผ่านคนงานที่แก้มแดงแจ๋กับคำของเขา ตรงไปยังห้องครัว และร่างเพรียวก็ได้ยินเสียงน้อง

 

            “ไม่ไหวแล้ว ผมไม่ไปโรงเรียนนะวันนี้ ปวดไปหมดทั้งตัว ปวดจะตายอยู่แล้ว”

 

            “ได้ไงคะคุณกราฟ เป็นนักเรียนก็ต้องไปโรงเรียนสิ ลุกมากินข้าวเช้าไหวก็ต้องไปโรงเรียนไหว” วินกลั้นหัวเราะ ยังไม่ทันเห็นหน้าก็เดาได้เลยว่ากราฟต้องทำหน้าบูดหน้าบึ้ง แต่ไม่กล้าเถียงหัวหน้าแม่บ้านหรอก ก็เด็กมันรักของมัน

 

            “โห ป้าแก้ว...พี่ชัย พี่ชัยดูเจ้านายพี่ดิ! แม่งเห็นแก่ตัวว่ะ หลับอยู่คนเดียว บอกให้ลงมากินข้าวด้วยก็บอกว่าเรื่องสิ น่าโมโหชะมัด!

 

            กึก

 

            คนหยุดฟังอยู่หน้าประตูชะงักตั้งแต่ได้ยินชื่อของใครบางคนแล้ว แต่วินก็ยังเงียบอยู่ ก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว แล้วเขาก็ได้เห็น...รอยยิ้มเอ็นดู

 

            “ขอโทษแทนเจ้านายผมด้วยนะครับ”

 

            “พี่ชัยก็งี้ตลอด ขอโทษแทนคนพรรค์นั้นทำไมวะ!

 

            “แต่คุณกราฟก็รักคนพรรค์นั้นนี่ครับ”

 

            “เฮอะ!

 

            ยามนี้ ใบหน้าของปณชัยแตกต่างจากคนเมื่อคืนราวกับคนละคน จากผู้ชายที่ทำหน้าไม่ต่างจากหุ่นยนต์ ฟังเพียงคำสั่งอย่างเดียว แถมยังไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับการเชิญชวนเลยสักนิด บัดนี้ ใบหน้าคมกลับประดับด้วยรอยยิ้มขบขัน ดวงตาคู่คมฉายแววเอ็นดู ขณะที่จิบกาแฟด้วยท่วงท่าสบายๆ ราวกับไม่ได้อยู่ในหน้าที่ ทั้งที่คนที่นั่งอยู่ไม่ห่าง...ก็เจ้านายอีกคน

 

            เวลาอยู่กับวินก็แค่บอดี้การ์ด แต่กับกราฟ...พี่ชายที่แสนดี

 

            “ไม่เอาค่ะคุณกราฟ ไม่งอนนะคะ”

 

            “ผมเปล่างอนสักหน่อย”

 

            “ค่ะ ไม่งอนๆ คุณกราฟดูชัยเป็นตัวอย่างสิคะ เมื่อวานก็กลับเสียมืด พอเช้ามาก็มานี่ตั้งแต่ตีห้าครึ่งแล้ว นอนน้อยกว่าคุณกราฟอีก คุณกราฟยังเด็กยังเล็ก แค่นี้ไม่เป็นไรใช่มั้ยหืม” หญิงสูงวัยว่าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ปลอบประโลมเด็กดื้อที่อยากโดดเรียน และนั่นก็ทำให้คนฟังเหลียวไปมองหน้าปณชัย แล้วถามอย่างอยากรู้

 

            “เออ เมื่อคืนพี่ชัยไปไหนมาวะ พี่ก็มีห้องที่นี่นี่ ถ้าต้องมาแต่เช้าแล้วกลับไปนอนบ้านทำไม”

 

            คนดื่มกาแฟนิ่งไปนิด ก่อนที่จะบอกด้วยน้ำเสียงน่าฟัง

 

            “พอดีมีธุระส่วนตัวต้องจัดการนิดหน่อยน่ะครับ” คนพูดดื่มกาแฟจนหมดแก้ว แล้ววางลงบนเคาน์เตอร์ ส่งยิ้มใจดีให้เด็กหนุ่มที่เห็นกันมาแต่เล็กแต่น้อย คนที่พยายามวิ่งตามเจ้านายใจร้ายของเขาจนสุดแรง และชัยก็ยินดีด้วยจริงๆ ที่ทั้งสองเป็นอย่างทุกวันนี้ เพราะการมองเห็นคุณกราฟ...อาจจะเห็นใครบางคนซ้อนทับขึ้นมา

 

            “เฮ้อ โอเคๆ ไปเรียนก็ได้ สัญญาแล้วว่าปีนี้จะขยัน จะสอบเข้ามหาลัยให้ได้”

 

            “ดีแล้วครับคุณกราฟ”

 

            กราฟไม่ได้สนใจรอยยิ้มนั้น นอกจากจิ้มไข่ดาวฉ่ำๆ เข้าปาก แต่สำหรับคนที่อยากได้มันมาตลอดหลายปี...นิ่งงัน

 

            “อ้ะ คุณวิน ต้องการอะไรหรือเปล่าคะ”

 

            ขวับ

 

            ทันใดนั้น ทุกสายตาในห้องครัวก็หันไปมองคนที่ยืนอยู่สักพัก เช่นเดียวกับสายตาของชายหนุ่มร่างหนาที่หันมาสบประสานกับดวงตาคมสวย ช่วงเวลาเพียงครู่เดียว แต่วินกลับเห็นทุกอย่างอย่างชัดเจน

 

            จากดวงตาเอื้อเอ็นดูกำลังแปรเปลี่ยนเป็นเฉยชา

 

            จากรอยยิ้มใจดีกำลังแปรเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่ง

 

            จากท่าทางสบายๆ กำลังเปลี่ยนเป็นนิ่งเฉย

 

            ผู้ชายคนเมื่อคืนกลับมาอีกครั้งแล้ว และนั่นก็ทำให้วินยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ หันไปมองคนงานที่ทักมาจากด้านหลัง สงสัยว่าเขามาทำอะไรที่ประตูครัว

 

            “ตอนแรกว่าจะมาดูคนหมดแรงสักหน่อย แต่เห็นทีคงไม่ต้องเป็นห่วงแล้วล่ะ”

 

            “เฮ้ย พี่วิน! พี่วินรู้มั้ยว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น เพราะพี่คนเดียวเลย!

 

            “หืมมมม”

 

            กึก

 

            “เอ่อ เปล่าๆ ไม่ได้ว่าไร ผมไม่ได้ว่าอะไรพี่เลย”

 

            กราฟเองก็โวยขึ้นมาเมื่อเห็นหน้าของสาเหตุที่ทำให้ปวดเอวอยู่แบบนี้ แต่พออีกฝ่ายเหลียวกลับมาพร้อมทั้งหรี่ตามองด้วยแววตานิ่งจนน่ากลัว เด็กหนุ่มก็กลับคำหน้าตาเฉย รู้เลยว่าพี่ชายอารมณ์ไม่ดี แล้วกลับไปนั่งกินอาหารเช้าเงียบๆ ทั้งที่สงสัย

 

          งานนี้กูต้องโกรธสิวะ ทำไมพี่วินโกรธ!

 

            “คุณวินคะ ป้าทำน้ำส้มไว้ให้ รับเลยมั้ยคะ” ทันใดนั้น หัวหน้าแม่บ้านก็หันมาบอกด้วยน้ำเสียงใจดีไม่ต่างจากคุยกับเด็กอีกคน เพราะรู้ดีว่าวันไหนที่เจ้านายคนนี้ดื่มหนัก เช้าวันรุ่งขึ้นจะต้องตามด้วยน้ำส้มคั่นสดๆ ทั้งเหยือก จนวินเองก็นิ่งไปนิด ก่อนที่จะพยักหน้า

 

            “ให้เด็กเอาไปให้ผมในห้องอาหารนะ”

 

            “พี่วินไม่กินข้าวด้วยกันหรือ”

 

            “กินไปเถอะ”

 

            ขณะที่นายแบบหนุ่มตอบคำน้องแค่นั้น ก่อนที่จะเดินกลับไปที่ห้องอาหาร อย่างไม่เหลียวกลับมามองผู้ชายอีกคนที่ยืนนิ่งอยู่เลย เพราะหากมองตา เขาก็คง...น้อยใจเท่านั้นเอง

 

          นายใจดีกับกราฟได้ แต่นาย....ใจร้ายกับฉันเสมอ

 

..........................................

 

ต่อค่ะ

 

            ซ่า...ซ่า...

 

            สายฝนเทกระหน่ำลงมาเมื่อสิบนาทีที่แล้ว ขณะที่วินนั่งอยู่บนเบาะหลังของรถยุโรปราคาแพงระยับ มองออกไปนอกหน้าต่าง เพื่อเจอกับการจราจรที่แสนติดขัดในตอนเช้า กับสายฝนที่พร่างพรายลงมาจนกระจกเป็นฝ้า สองมือก็กอดอกเหมือนหนาวสั่นจากเครื่องปรับอากาศที่เปิดจนเย็นเฉียบ

 

            ความหนาวเย็นที่สู้ไม่ได้เลยกับความเย็นชาของคนที่นั่งประจำตำแหน่งพลขับ

 

            “ให้หรี่แอร์มั้ยครับคุณวิน”

 

            “ไม่ต้อง”

 

            ความหนาวทางกายมันสู้หนาวทางใจไม่ได้ เมื่อในหัวยังเห็นเพียงภาพรอยยิ้มเอื้อเอ็นดูที่มอบให้ใครคนอื่นที่ไม่ใช่เขา

 

            ทว่า แม้นายแบบจะตอบคำเช่นนั้น แต่คนขับก็ลดอุณหภูมิภายในรถลงอยู่ดี ในจังหวะที่เสียงนุ่มทุ้มเปรยขึ้นมา

 

            “นายคงอยากไปส่งกราฟมากกว่าฉัน”

 

            “...”

 

            วินเกือบจะยกยิ้มเยาะตัวเอง เมื่ออีกฝ่ายไม่ตอบคำ ดวงตาคมสวยก็มองผ่านกระจกส่องหลังจนเห็นเพียงชายหนุ่มหน้าเรียบเฉยที่ไม่แม้แต่จะปรายตามามอง แค่มองตรงไปยังท้องถนนข้างหน้า ก่อนที่ปณชัยจะตอบคำถามด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน

 

            “เจ้านายสั่งยังไง ผมก็แค่ทำตามนั้นครับ”

 

          นายหวังอะไรวะวิน คนบางคนที่เลือกนายมากกว่างั้นหรือ

 

            ความคิดที่ทำให้ต้องเบือนออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง สองมือกอดกระชับร่างตัวเองแน่นกว่าเดิม ปากก็รับคำ

 

            “นั่นสินะ นายมันก็แค่หุ่นยนต์ที่ขยับตามคำสั่ง”

 

          คนไร้หัวใจ!

 

            วินไม่ได้เอ่ยประโยคหลังจากนั้นไป เขาแค่กอดอกเงียบๆ มองสายฝนที่พร่างพรายลงมาจากฟากฟ้า ทำให้กรุงเทพมหานครยิ่งดูอึมครึม หม่นหมอง เหมือนกับหัวใจของเขาที่ไม่ได้ดีขึ้นมาจากเมื่อวานเลยสักนิด

 

            ฟึ่บ

 

            ศีรษะได้รูปเอนแนบกับกระจกหน้าต่าง ยามที่เสียงเบาแสนเบากระซิบเบาๆ

 

            “กลับไปต้องขอโทษกราฟสินะ”

 

            วันนี้เขารู้ตัวว่าพาล ยิ่งจากเรื่องเมื่อคืนผ่านพ้นไป การได้เห็นว่าคนที่รักเหมือนน้องได้รับความเอ็นดูจากคนที่เขาต้องการมากที่สุด คนอย่างวินเองก็อิจฉา อยากจะได้ในสิ่งนั้นบ้าง ทั้งที่รู้ว่าน้องไม่ผิด ดังนั้น คืนนี้คงต้องหาอะไรไปขอโทษที่ทั้งแกล้งเมื่อวาน และอารมณ์เสียใส่วันนี้

 

            กราฟไม่ได้ผิดเลยสักนิด หากจะหาคนผิด...

 

            “คนใจดำ”

 

          ...ก็คงเป็นคนใจดำที่ขับรถด้วยสีหน้าไม่รู้สึกรู้สาอะไร

 

            “คุณวินจะนอนก่อนก็ได้นะครับ เดี๋ยวถึงแล้วผมจะปลุก”

 

            “อืม”

 

            คนขับที่บอกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ให้วินหลับตาลงอย่างหวังหนีจากความอึดอัดนี้สักวินาทีก็พอ ทั้งที่ไม่มีทางเลยที่จะหลับลง เมื่อคนของหัวใจอยู่ใกล้เพียงเอื้อม...ห่างแต่ห่างไกลราวกับคนละโลก

 

            คนคนนั้นที่กำลังบีบพวงมาลัยแน่นจนมือซีดขาว

 

            คนคนนั้นที่กำลังมองกระจกส่องหลังจนเห็นร่างเพรียวที่ดูบอบบางจนน่าใจหาย

 

            คนคนนั้นเองนั่นแหละที่เมื่อคืนไปปลดปล่อยความต้องการอย่างบ้าคลั่งกับคนอื่น

 

            คนใจดำคนนั้นนั่นแหละ

 

................................................

 

            “คุณวิน ถึงแล้วครับ”

 

            แม้ว่าการจราจรในวันจันทร์ที่ฝนตกเช่นนี้จะติดขัดจนรถแทบไม่ขยับ แต่รถคันหรูก็แล่นเข้ามาในสตูดิโอแห่งหนึ่งทันเก้าโมงครึ่ง คนขับก็หันมามองเจ้านายที่ยังเอนหัวพิงหน้าต่างรถ แต่อีกฝ่ายไม่มีทีท่าว่าจะตื่น และนั่นก็ทำให้ปณชัยลังเลเพียงครู่ แต่เมื่อเหลือบมองนาฬิกา

 

            แกร๊ก

 

            คนขับก้าวลงมา ก่อนที่จะเดินมาเปิดประตูรถให้เจ้านายอย่างเบามือ คำนึงเสมอว่าวินยังคงแนบหน้ากับหน้าต่าง ซึ่งพอประตูเปิดออก ร่างเพรียวก็โงนเงนตามมาด้วย จนมือใหญ่ต้องช้อนต้นคอเอาไว้ ดวงตาคู่คมกวาดมองใบหน้าสวยน่ามองแล้วพบว่า...อิดโรยกว่าปกติ

 

            “คุณวิน ตื่นได้แล้วครับ”

 

            ปณชัยเอนตัวอีกฝ่ายกลับเข้าไปในรถ หวังจะพิงศีรษะกับพนักเบาะแทนมือของเขา ร่างสูงก็ย่อตัวลงเพื่อยื่นช่วงบนของลำตัวเข้าไปในตัวรถเพื่อช่วยจัดท่าทางให้ จากนั้นก็คิดจะรีบปลุกเพราะนี่ก็ใกล้เวลานัดเข้าไปทุกที

 

            “ฮึ”

 

            หมับ

 

            “!!!

 

            ทันใดนั้น บอดี้การ์ดหนุ่มเองก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อคนที่คิดว่าหลับไปตั้งแต่ชั่วโมงก่อนกลับเป็นฝ่ายคว้าคอของเขาเอาไว้ จากนั้นก็ดึงให้เข้ามาหาตัว อาศัยจังหวะที่ชายหนุ่มย่อตัว โน้มหัวเข้ามาจนเข่าไม่ได้แรงยัน เมื่อถูกดึง ร่างหนาก็แทบจะล้มโครมไปตามแรงโน้มถ่วง เพราะแม้คุณวินจะเพรียว แต่ไม่ได้บอกว่าไม่มีเรี่ยวแรงอย่างผู้ชาย

 

            คนที่ดึงให้ชัยล้มไปทาบทับบนตัวอย่างพอดิบพอดีบนเบาะด้านหลัง

 

            คนที่ยกมุมปากขึ้นน้อยๆ ส่งเสียงหัวเราะเบาๆ จนชายหนุ่มรีบยกมือยันเบาะเอาไว้มั่น

 

            “คุณวิน ผมบอกแล้วว่าแกล้งผมแบบนี้ไม่สนุกหรอกนะ...”

 

            “ซีน...”

 

            กึก

 

            ชายหนุ่มเกือบจะพูดออกไปจบประโยคแล้ว แต่ติดที่...ชื่อที่หลุดออกมาจากริมฝีปาก

 

          “พี่ซีน”

 

            ดวงตาคู่คมวาววับราวกับมีคลื่นอารมณ์ปั่นป่วนขึ้นมาชั่วครู่หนึ่ง เมื่อก้มลงมองริมฝีปากสีสวยกำลังขยับเปล่งชื่อเรียกเพื่อนสนิทของคุณภาคิน มือข้างที่ยันเบาะเอาไว้กำแน่นจนขึ้นข้อ แม้ว่าร่างกายจะแนบชิดกับความเย้ายวนที่ผู้ชายคนไหนก็ไม่อาจจะปฏิเสธ แต่ก็เพียงดันตัวออกห่าง แล้วกัดฟันแน่น

 

            “คุณวิน!

 

            ใบหน้าที่แย้มยิ้มน่ามองกำลังปรือตาฉ่ำน้ำขึ้นมาทีละน้อย ทั้งที่ปากยังร้องเรียก...

 

            “พี่ซีน อีกนิดสิ...อ้ะ”

 

ต่อค่ะ

 

            ทว่า เสียงนุ่มทุ้มที่ติดจะหยอกเย้าก็ต้องเงียบลง เมื่อดวงตาได้เห็นว่าใครกันที่กำลังคร่อมทับอยู่เหนือร่าง ใครกันที่ร่างกายกำลังบดเบียดเข้าหาจนแทบไร้ช่องว่าง คนคนนั้นที่กำลังมองมาด้วยแววตาเย็นชาจับขั้วหัวใจ กับเสียงทุ้มที่เข้มยิ่งกว่า

 

            “ผมไม่ใช่คุณซีนครับ และเรากำลังจะสาย”

 

            ถ้อยคำที่วินนิ่งเพียงครู่ ไม่นานก็ปล่อยมือที่กอดรอบลำคอออก ทั้งยังเป็นฝ่ายดันอกกว้างเบาๆ จนบอดี้การ์ดหนุ่มก็ผละออกห่าง พอให้มีช่องว่างจนร่างเพรียวเป็นฝ่ายดึงตัวออกมาจากความใกล้ชิด มีเพียงดวงตาคมสวยเท่านั้นที่จ้องเข้าไปในตาของคนแก่กว่า

 

            แววตาที่ทำให้ชายหนุ่มกำลังจะหันหน้าหนี

 

            หมับ

 

            “เดี๋ยว!

 

            มือเรียวคว้าเข้าที่ปลายคางเอาไว้ก่อน ดึงกลับมาให้สบตากัน จนปณชัยว่าเสียงเข้ม

 

            “ผมไม่ใช่คุณซีนนะครับ”

 

            “แล้วใครว่านายใช่” คนพูดยักไหล่เพียงนิดด้วยท่าทางน่าดู ขณะที่ยังคงจ้องไปยังดวงตาสีนิลดำสนิทตรงหน้า ดึงตัวให้เข้าใกล้อีกนิด จนน้ำหอมราคาแพงกำลังลอยแตะที่ปลายจมูกโด่ง การกระทำที่หากคนตรงนี้ไม่ใช่บอดี้การ์ดหนุ่ม มันคงไม่หยุดแค่นั้นแน่ ราวกับกำลังถูกมัวเมาด้วยของชั้นเลิศที่เตรียมเสิร์ฟ เพียงแค่เอื้อมมือมาคว้าก็ได้ลิ้มรสของชั้นดี ทว่า...

 

            ฟึ่บ

 

            คนสวยผละออกห่าง ดันปลายคาง แล้วเป็นฝ่ายเปิดประตูรถอีกด้าน ก้าวลงมายืนเหมือนเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ก่อนจะก้าวเข้าไปในอาคาร รอยยิ้มน่ามองก็ปรากฏบนริมฝีปากอีกครั้ง หันมามองคนขับที่ก้าวลงมายืนข้างๆ ทั้งที่สูทยับไปข้างหนึ่ง

 

            “อ้อ นายไม่มีอะไรเหมือนพี่ซีน ยกเว้นความสูง ขอโทษที่สับสน และอีกอย่าง” วินกดสายตาลง บอกด้วยน้ำเสียงขบขัน

 

            “ขอบคุณที่ช่วยเป็นกระจกให้”

 

            จากนั้น คนพูดก็หมุนตัว แล้วหายเข้าไปในอาคาร ปล่อยให้ปณชัยได้แต่ยืนกำมือแน่น เพราะการจ้องตาเมื่อครู่ ไม่ใช่ทั้งการเอามาเป็นตัวแทนคุณศิรภพ หรือหลงใหลได้ปลื้มตัวเขาแต่อย่างใด ก็แค่คุณวินต้องการดวงตาที่สะท้อนภาพตัวเอง...เป็นกระจกส่องความเรียบร้อยก็เท่านั้น

 

            ความสำคัญมันมีเพียงแค่นั้น

 

            ปิ๊บๆ

 

            ชายหนุ่มคิดพลางกดล็อกรถ คลายมือออก ใบหน้าคมไร้ความรู้สึกยามที่ก้าวตาม ทั้งที่...เสียงน่าฟังที่เอ่ยเรียกชื่อใครอีกคนยังดังก้องในหัว

 

............................................

 

            “คุณวิน รออยู่เลยค่ะ”

 

            “ผมมาสายหรือครับ คุณนก”

 

            “ไม่เลยค่ะไม่เลย คุณวินไม่เคยมาสายสักครั้ง เรื่องนี้ฉันทราบดี เพียงแต่ว่า เขา มาเร็วไปหน่อย”

 

            ทันทีที่ภวิศก้าวเข้ามาในสตูดิโอ หญิงสาวคนเดียวกับที่ประสานงานเมื่อหลายวันก่อนก็ก้าวเข้ามาชิดตัวด้วยรอยยิ้มยินดี เอ่ยทักทายอย่างดีใจที่นายแบบคนสำคัญมาทัน ทั้งที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย และนั่นก็ทำให้คนฟังถามกลับ ทั้งที่รู้อยู่แล้ว

 

            “งั้นไม่เป็นไรหรอกครับ ถ้ามาทันเวลานัด เขา ก็ไม่ปัญหา”

 

            “อ้อ คุณวินเคยร่วมงานกับช่างภาพคนนี้มาก่อนใช่มั้ยคะ”

 

            “ก็หลายงานอยู่ครับ”

 

            “เฮ้อ ค่อยยังชั่ว” คนฟังถอนหายใจเฮือกใหญ่ ลูบอกอย่างโล่งใจ เพราะเธอได้ยินชื่อเสียงกิตติศัพท์ความร้ายกาจของช่างภาพที่กำลังรออยู่ในห้องประชุมมาหลายต่อหลายครั้ง แถมพอมาเจอกับตัวเองจริงๆ ก็ยิ่งขวัญผวา เมื่อรายนั้นก้มลงมองนาฬิกาแทบจะทุกสิบวินาที ทั้งที่รู้ว่ายังไม่ถึงเวลานัด

 

            แบบนี้ไง นกเองถึงขอเลี่ยงออกมาจากห้องประชุมเพื่อดักรอนายแบบจะดีกว่า

 

            “เขาเรื่องมากไปนิด แต่ฝีมือเป็นของจริง”

 

            “ได้ยินว่าที่เกาหลีดังมากเลยหรือคะ ได้ข่าวว่าไม่ว่าเขาถ่ายภาพใครก็ดันจนคนนั้นกลายเป็นที่จับตามอง” หญิงสาวถามอย่างไม่แน่ใจ ให้คนฟังแค่ยกยิ้มนิดๆ ปัดเรื่องที่เกิดขึ้นในรถออกจากใจ ทั้งที่วินเองนั่นแหละที่จงใจเรียกชื่อพี่ซีนออกมา แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาเอาคืน มันคือเวลางาน

 

            ใครๆ อาจจะมองว่าวินดูเสเพล แต่จริงๆ ผู้ชายคนนี้มีความรับผิดชอบสูงและตรงต่อเวลาที่สุด ดังนั้นถ้าเป็นเรื่องงาน ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถหาเรื่องมากระแหนะกระแหนชายหนุ่มได้ แต่เรื่องส่วนตัว...ก็อีกเรื่องนึง

 

            “เอ่อ แล้ว...”

 

            ทันใดนั้น หญิงสาวที่กำลังทำหน้าโล่งอกก็ดูแตกตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อหันไปเห็นว่าใครตามติดนายแบบคนสวยมาด้วย...พ่อหนุ่มตัวโตลูกน้องคุณภาคินคนนั้น

 

            “ไม่ต้องห่วงครับ เขามีหน้าที่แค่เดินตามผม”

 

            วินบอกง่ายๆ ส่งยิ้มให้หญิงสาวอีกที แล้วทิ้งคำสั่งไว้ห้วนๆ

 

            “นายรออยู่นี่”

 

            “ครับ คุณวิน”

 

            ปณชัยยืนนิ่งรอทันที ที่ทำเอานกเองก็เหลือบมามองหลายครั้ง แล้ววกกลับมามองหน้าคนที่เดินเคียงกับเธอเข้าห้องประชุม อดไม่ได้ที่จะกระซิบถามเบาๆ

 

            “ดูมุ่งมั่นกับหน้าที่จังเลยนะคะ”

 

            “ก็แค่คนที่ทำเป็นแค่รับคำสั่งน่ะครับ อย่าสนใจเลย” ภวิศตอบ ยกยิ้มนิด แล้วผายมือให้หญิงสาวก้าวเข้าไปในห้องประชุม ซึ่งมีผู้ชายคนหนึ่งรออยู่ก่อนแล้ว

 

            “สวัสดีครับคุณอึนแทรัง

 

            ชายหนุ่มเจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมอง เผยให้เห็นหนุ่มหล่อเจ้าของมาดเซอร์ๆ ด้วยเรือนผมสีเข้มที่ยุ่งเหยิงน้อยๆ ปลายคางปกคลุมด้วยไรหนวดจางๆ ดวงตาสีเข้มวาวลึกดูเป็นคนอารมณ์ร้อน จมูกโด่งเป็นสัน แนวกรามแข็งแกร่ง อีกทั้งสีผิวยังเป็นสีแทนคร้ามแดด เมื่อรวมกับเรือนกายสูงใหญ่ในชุดกางเกงยีนและเสื้อยืดสีเข้มแล้วก็ยิ่งเสริมให้เป็นชายหนุ่มดูเป็นคนชอบกิจกรรมกลางแจ้งมากกว่าในสตูดิโอแคบๆ แบบนี้

 

            “เอ่อ แล้วล่ามล่ะคะ”

 

            ทว่าการที่อีกฝ่ายอยู่ในห้องประชุมเพียงคนเดียวกลับทำให้นกเหรอหรา หันซ้ายหันขวา แน่ใจว่าก่อนเธอออกไปยังมีล่ามสาวสวยอีกคน และนั่นก็ทำให้คนตรงหน้าว่าด้วยภาษาไทยชัดแจ๋ว

 

            “ไม่จำเป็น” ชายหนุ่มชื่อเกาหลีว่า ให้วินเอ่ยเสริม

 

            “คุณนกไม่ทราบหรือครับว่าเขาเป็นลูกครึ่ง...”

 

            “เรื่องส่วนตัวน่ะเอาไว้ทีหลัง จะคุยงานได้หรือยัง” วินยังไม่ทันจะเอ่ยจบ อีกฝ่ายก็แทรกขึ้นมาเสียงเข้ม ก้มลงมองนาฬิกาเพื่อบอกว่านี่ถึงเวลาที่นัดหมายกันแล้ว จนนายแบบนั่งลง ส่งยิ้มให้กำลังใจฝ่ายประสานงานที่ดูจะกลัวหัวหดไปเรียบร้อยแล้ว

 

            “เอ่อ คุณอึนบอกว่าต้องการถ่ายงานในเมืองไทย โดยให้คุณวินเป็นนายแบบใช่มั้ยคะ”

 

            “ทำไมผมต้องมาคุยกับคุณอีกที ผมติดต่อผ่านเอเจนซี่วินไปเรียบร้อยแล้ว” ช่างกล้องสวนกลับหน้าตาเอาเรื่อง ที่ทำให้คนฟังยิ่งยิ้มไม่ออก จนวินเอ่ยขึ้นมาเรียบๆ

 

            “ครั้งนี้คือหนังสือรวมภาพที่คุณเคยบอกใช่มั้ย”

 

            “ใช่! และผมต้องการให้คุณมาเป็นนายแบบ ไม่มีใครเหมาะกว่าคุณอีกแล้ว คุณคนเดียวที่จะตอบโจทย์ในใจของผมได้ หนังสือรวมภาพครั้งนี้ต้องบอกเล่าชีวิตของผมทั้งสองประเทศได้ และจะมีใครที่เหมาะสมกับงานนี้ไปมากกว่าคุณล่ะวิน ไม่ใช่แค่คุณเป็นคนไทย แต่เสน่ห์ของคุณเนี่ยล่ะที่เหมาะสมที่สุด ผมต้องการถ่ายคุณโดยมีฉากหลังเป็นประเทศไทย ยังไงผมก็จะเอาคุณมาเป็นนายแบบครั้งนี้ให้ได้!” พอพูดถึงงาน ใบหน้าคมที่ดูเอาเรื่องก็เปลี่ยนเป็นเอาจริงเอาจัง สามารถเล่าเรื่องราวในหัวออกมาเป็นฉากๆ ก่อนที่จะจ้องตาวินนิ่ง

 

            “ผมรู้เรื่องที่คุณจะกลับมาเมืองไทยแล้วนะ ผมไม่เห็นด้วย ผมเห็นงานที่ตากล้องไทยถ่ายคุณแล้ว ไม่ได้เรื่อง! ดึงเสน่ห์ของคุณออกมาไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ ทำไมคุณไม่กลับไปถ่ายงานกับผมเหมือนเดิมล่ะ” คำที่คนฟังก็วกก็บอกแค่ว่า...

 

            “คุยเรื่องงานครั้งนี้ก่อนดีกว่าครับ เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง”

 

            ดวงตาสองคู่ประสานกัน แล้วอีกฝ่ายก็...ยกมือ

 

            “โอเค ได้ มาคุยถึงงานคราวนี้กันก่อน”

 

            งานของตากล้องเจ้าของชื่อเกาหลีคนนี้คือหนังสือรวมภาพในคอนเซ็ปต์ว่า...ตัวตน...ของช่างกล้องชื่อดังที่มีชื่อเสียงไม่เพียงแต่ในประเทศเกาหลีเท่านั้น แต่ยังเคยถ่ายงานใหญ่ๆ ในนิวยอร์กมาแล้ว และเมื่อชายหนุ่มต้องการจารึกตัวตนลงในภาพถ่ายจึงเลือกสายเลือดทั้งสองซีกในกายเพื่อแสดงออกมาเป็นผลงาน

 

            ผลงานในซีกของความเป็นเกาหลีได้ถ่ายไปทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงความเป็นไทยเท่านั้นที่ทำให้เจ้าตัวบินลัดฟ้ามายังประเทศของมารดา โดยมีจุดมุ่งหมายเพียงนายแบบหนุ่มเจ้าของชื่อภวิศเท่านั้นที่จะได้อยู่ในหนังสือรวมภาพในซีกของความเป็นไทยนี้

 

            งานทั้งหมดที่วินรู้มาคร่าวๆ และวันนี้มาฟังรายละเอียดเพิ่มเติม ก่อนที่จะเริ่มงานในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า หลังจากที่อีกฝ่ายบินกลับไปจัดการอะไรหลายๆ อย่าง และกลับมาอีกครั้งพร้อมทีมงานและผู้ช่วย

 

            “ขอบคุณนะครับที่เลือกผม งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อน”

 

            งานทั้งหมดคุยกันจบแล้ว ขณะที่วินลุกขึ้น ก้าวออกมาเปิดประตู แต่ไม่ทัน...

 

            หมับ

 

            “เรื่องงานจบแล้ว แล้วเรื่องของเราล่ะวิน”

 

            แทรังคว้าเข้าที่ข้อมือขาว ดึงกายเข้ามาแนบชิดอย่างสนิทสนม ไม่เหลือคราบของคนอารมณ์ร้อนเมื่อครู่ราวกับคนละคน เรียกสายตาของนายแบบให้หันกลับไปมองตา จนเจอกับความปรารถนาที่ลุกโชนอยู่ในนั้น แถมปลายนิ้วกำลังเกลี่ยข้อมือเขาอย่างมีความหมาย

 

            ภาพที่คนหน้าห้องเองก็เห็นเต็มตา

 

            “เรื่องอะไรล่ะครับ”

 

            “ไม่เจอกันตั้งนาน อย่าเย็นชากับผมนักสิ”

 

            วินเหลือบไปมองบอดี้การ์ดประจำตัวชั่วแวบหนึ่ง ก่อนที่จะหันมาสบตาช่างกล้องชื่อดัง ใบหน้าสวยก็ประดับด้วยรอยยิ้มน้อยๆ ยกมือขึ้นมาแตะที่หัวไหล่ แล้วโน้มหน้าไปกระซิบ

 

            “เอาไว้คราวหลังนะแทม วันนี้ผมไม่สะดวก”

 

            จุ๊บ

 

            ริมฝีปากนุ่มแตะลงบนซีกแก้มแผ่วเบา แต่ทำให้อีกฝ่ายแทบจะรวบร่างเพรียวมาปะทะอก แล้วทำในสิ่งที่เคยทำกันมาแล้ว ดังนั้น ใบหน้าคมเองก็โน้มเข้าหมายจะแตะต้องความสวยงามที่เขาหลงใหลทุกครั้ง ไม่ว่าจะมองผ่านเลนส์กล้องหรือตาเปล่า

 

            ใบหน้าห่างกันเพียงคืบ ดวงตาหนุ่มเกาหลีฉายชัดถึงความต้องการ จนวินเองก็รู้ว่าคงเลี่ยงไม่ได้ กับแค่สัมผัสเดียวทำไมเขาจะให้ไม่ได้ ทว่า...

 

            หมับ

 

          “ขอโทษนะครับ คุณไม่มีสิทธิ์แตะต้องคุณวิน”

 

            ทันใดนั้น มือของใครบางคนก็ยื่นเข้ามาขวางกั้นระหว่างริมฝีปากกับแก้มนวล และวินคงไม่รู้สึกอะไรเลย ถ้าคนที่ทำไม่ใช่หุ่นยนต์ที่ทิ้งเขาไปเมื่อคืน คนที่จับต้นแขนของเขา แล้ว...รั้งเข้าหาตัว

 

            คนคนนั้น...ปณชัย

 

......................................

 

            ครบค่า จริงๆ ก็เขียนฟิคชั่นมาเยอะอะเนอะ ก่อนที่จะมาเขียนวายออริ แต่แบบการตั้งชื่อเกาหลีนี่มันยากจริงๆ เลยน้อ ทั้งที่ตั้งชื่อลูกให้คิบอมกับดงแฮไม่รู้กี่เรื่อง แต่พอสร้างเขาขึ้นมาในเรื่องนี้นี่เลือกชื่อแล้วเลือกชื่ออีก ยากยิ่งเข้าไปอีกคือการตั้งชื่อไม่ซ้ำกับไอดอลเกาหลี ไปๆ มาๆ ผู้ชายคนที่ 3 ของพี่วินก็เลยชื่อนี้จ้า แฮ่ พี่วินเสน่ห์แรงเนอะ ทุกทีเวลาเขียนจะมีแต่คนมาติดพันพระเอก เชื่อเมย์เถอะว่าเรื่องนี้มีแต่คนมาติดพันนายเอก ก็แหม คนมันฮอตช่วยไม่ได้

            ส่วนพี่ชัยจะทำอะไรนั้น เจอกันตอนหน้าค่ะ มีการฉุดกระชากลากถูแน่นอน (แต่อย่างพี่ชัยอะนะจะกล้า)

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #พี่วินสวยมาก นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 529 ครั้ง

15,042 ความคิดเห็น

  1. #15029 dadadedub (@dadadedub) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 21:29
    คุณชัยนี่ยังไงคะ บางทีก็ไม่สนใจแต่บางทีก็ดูหวงๆ เอายังไงกันแน่ ขอชัดๆหน่อยค่ะ;_;
    #15029
    0
  2. #14787 toto (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 22:35

    ลุงชัยน่าสนใจแล้วแฮะ มีหึงแล้วปะ

    #14787
    0
  3. #14774 choompoo2424 (@choompoo2424) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 19:58
    ไม่รักก็อย่าให้ความหวังกันดิวะ
    #14774
    0
  4. #14681 Byaphat (@Porsche_poshh) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 00:32

    ผู้ชายคนที่ 3 เอ้า อีกคนใครอ่ะ เราพลาดใคร หรือนับพี่ชัยด้วยแล้ว 555555

    #14681
    0
  5. #14280 ;เซฮาน △ (@chunjiteentop) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 12:18
    หมั่นพี่ชัยได้ม่ะ หวงอะดิ55555
    #14280
    0
  6. #14192 rattanalak44 (@rattanalak44) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 09:30
    เริ่มทนไม่ไหวแล้วเหรอชัย
    #14192
    0
  7. #14144 nannapas331 (@nannapas331) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 13:51
    พี่ชัยใจกล้าๆหน่อยสงส่รวินแล้ว
    #14144
    0
  8. #14073 Adoon_p (@Adoon_p) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 12:07
    พี่ชัยต้องอย่างนี้สิ
    #14073
    0
  9. #13849 Sterj (@Sterj) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 22:10
    ในที่สุดดดดด!5555
    #13849
    0
  10. วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 14:32

    คนซึนคือพี่ชัย

    คนปากไม่ตรงกับใจคือพี่ชัย

    คนใจร้ายคือพี่ชัย


    #12869
    0
  11. #12658 yghchb (@yinggyty) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 03:32
    หึงหวงก็มาา
    #12658
    0
  12. วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 11:46
    เรื่องวินนี่คือหน่วงตลอด งือออ
    #12447
    0
  13. #11108 Chamor. (@sasi-pt) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:51
    ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีเหลือเกินเลยนะคะ
    #11108
    0
  14. #11074 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 15:30
    ห้ามทำไมๆ ชิๆๆ ไม่คิดจะรับรักเค้าแล้วห้ามทำไม
    #11074
    0
  15. #9432 NearPear (@nearpear) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 04:39
    นี่พี่เพิ่งรู้เหรอคะว่าต้องเข้าไปห้าม หาาาา
    #9432
    0
  16. #8803 Intelligence- (@capacite) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 11:46
    โอ้ยยย มีความหมั่นไส้พี่ชัยหนักมาก ทำไมค้าาา หวงหราาา หึ :)
    #8803
    0
  17. #8802 Intelligence- (@capacite) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 11:46
    โอ้ยยย มีความหมั่นไส้พี่ชัยหนักมาก ทำไมค้าาา หวงหราาา หึ :)
    #8802
    0
  18. #8201 ฮ่อยจ๊อ (@21298) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 18:37
    หวงก้างมาก ตัวเองไม่กินเองงง สมมมม
    #8201
    0
  19. วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 01:22
    หวงใช่มั้ยละ
    #5033
    0
  20. #5006 ลายหมึก (@sunonwater) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 / 22:10
    โอ๊ยชอบนายเอก เอาให้หึงตายไปเลย
    ส่วนคนซึนๆถ้าระเบิดลงขึ้นมา ดูท่าจะน่ากลัวนะนั่น
    #5006
    0
  21. #4807 แคนต้าลูปปปป ^^ (@Canta_TT) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 18:27
    ความหึงหวงนี้
    #4807
    0
  22. #3936 NoonaVK (@NoonaVK) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 19:21
    หวงใช่มั้ยล่ะ
    #3936
    0
  23. วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 18:48
    อ๊าย มีความหวงน่ะ พี่ชัย
    #3303
    0
  24. #3164 Kim-kibom (@sarun555) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 23:00
    ปากแข็งจริงๆๆเหมือนลูกพี่เลย
    #3164
    0
  25. #3021 tamamonomaai - 13 (@tamamonomaai-13) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 19:57
    แง่ม ๆ พี่วินไปเรื่องชื่อยั่วแบบนั้นมันเจ็บเอามั้ยนั่น  ว่าแต่ นายตากล้องนี่ อยากสิ้นอายุการทำงานไว ๆ ใช่ป่ะ ๆ  ไม่ได้จะเข้าข้างพี่ชัยแต่แบบ พี่วินของเค้า 5555
    #3021
    0