[Yaoi] Try Me เสพร้าย สัมผัสรัก [ภาคร้ายยั่ว]

ตอนที่ 44 : ตอนที่ 41 ความฝันที่หวนคืน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,656
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,163 ครั้ง
    23 ธ.ค. 61

ตอนที่ 41 ความฝันที่หวนคืน

 

 

 

            ยามที่ผ้าห่มสีรัตติกาลคลี่คลุมผืนฟ้า ดวงดาราพร่างพราว รถคันหรูก็แล่นเข้ามาจอดยังบ้านพักแสนสวย จากนั้นภวิศก็ก้าวลงจากรถ เงยหน้าขึ้นมองฟ้า ยกยิ้มขบขัน พอจะเข้าใจความหมายที่หลายคนว่าแล้วว่าเมื่อคนเรามีความสุข เราจะมองโลกด้วยมุมมองที่เปลี่ยนไป

 

            เขารู้สึกว่าดาวคืนนี้สวยจนไร้คำบรรยาย

 

            วินรู้ว่าดาวที่ยอดดอยของเชียงใหม่ก็สวยเช่นเดียวกัน แต่เขาไม่มีอารมณ์แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองฟ้า ผิดกับตอนนี้ที่ใครอีกคนก้าวเข้ามาประกบอยู่ด้านหลัง สองมือจับต้นแขน แล้วลูบเบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นผ่านสัมผัสนุ่มนวล

 

            “เข้าบ้านเถอะครับ เดี๋ยวคุณจะไม่สบาย”

 

            “ขอดูอีกหน่อย”

 

            “ผมมีอย่างอื่นอยากให้คุณวินดูมากกว่า”

 

            คนฟังเหลียวกลับไปมองหน้าคนพูด แต่กลับอ่านสายตาคู่นั้นไม่ออก

 

            “มาเถอะครับ” ชัยเองก็รู้ว่าเจ้านายสงสัย แต่ไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติม แค่ยิ้มให้ ดึงให้ก้าวตาม ซึ่งวินก็ไม่ขัดข้อง

 

            แอ๊ดด

 

            “กลิ่นอะไรน่ะ”

            กระทั่งปณชัยเปิดประตูบ้านพัก กลิ่นหอมหวานซ่านลึกในอารมณ์ก็ลอยมาแตะปลายจมูก กลิ่นที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคย กระตุ้นความทรงจำ จนวินก้าวเข้าไปด้านใน กวาดสายตามองทั่วบ้านทั้งหลังแล้วพบว่ามีบางอย่างที่ต่างออกไปจากก่อนที่พวกเขาไปทานข้าว

 

            จากดอกไม้หลากสีสันที่ประดับอยู่ในแจกันแปรเปลี่ยนเป็นกุหลาบสีแดงสดบานสะพรั่งที่ประดับไปทั่วตัวบ้าน ไม่เพียงเท่านั้น ตะเกียงน้ำมันหอมก็ส่งกลิ่นกุหลาบที่หวานลึกล้ำ จนวินเองก็ก้าวเข้ามาด้านใน มือเรียวฉวยกุหลาบดอกหนึ่งขึ้นมา แล้วหมุนตัวไปมองหน้าคนที่เนรมิตให้ที่นี่เป็นบ้านกุหลาบ

 

            “เอากุหลาบมามอมฉันหรือ”

 

            “ชอบมั้ยครับ”

 

            ภวิศไม่ได้มีความสนใจเรื่องดอกไม้เป็นพิเศษ เขาเองก็เป็นผู้ชาย การได้รับดอกไม้ไม่เคยทำให้ดีใจ แต่ไม่ใช่ครั้งนี้ ตอนที่ทั้งบ้านประดับไปด้วยกุหลาบพันธุ์เรดอีเดน จนบทสนทนาเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนแวบเข้ามาในหัว

 

            “จะบอกว่าฉันเป็นผลไม้ต้องห้ามที่ไม่ควรแตะต้องอยู่อีกงั้นหรือ”

 

            หมับ

 

            คำถามที่คนตัวโตตรงเข้ามารวบเอว ก้มลงมาสบตา แล้วว่าหน้าตาย

 

            “ผมจะบอกว่าคุณเป็นผลไม้ต้องห้ามที่เย้ายวนใจเกินกว่าจะปฏิเสธต่างหากล่ะครับ” วินหลุดขำ เอาดอกกุหลาบในมือไล้แก้มอีกฝ่ายเล่น

 

            “นายน่ะมันอสรพิษ”

 

            ชัยหัวเราะตาม แล้วก้มลงจูบที่ริมฝีปากเหมือนอย่างที่อยากทำตั้งแต่ในร้านอาหาร แต่ติดสายตาคนอื่น

 

            ไม่ใช่ว่าเขายังลังเลใจเรื่องที่บังอาจเอื้อมมือมาคว้าดอกฟ้าไปเชยชม เพราะอย่างไรเสีย เขาก็ยังต้องระแวดระวังสายตาที่อาจจะทำให้ชื่อของภวิศเสียหาย สถานที่ที่เขาทำตามใจตัวเองได้คงมีเพียงห้องที่มีผนังสี่ด้านกางกั้นจากสายตาคนนอกเช่นนี้

 

            ส่วนเรื่องกุหลาบ...

 

            “แล้วดีกว่าที่คุณซีนให้มั้ยครับ”

 

            วินแสร้งตาโต ทำหน้าตกอกตกใจ ทั้งที่กลั้นขำและเขินแทบตาย

 

            “นายเคยให้กุหลาบฉันแทนที่ที่พี่ซีนให้แล้วนี่”

 

            “แต่คุณวินไม่สนใจ ผมไปเจอมันในถังขยะในบ้าน” ปณชัยโคลงหัว เพราะคุณวินทิ้งมันอย่างไม่ใยดี ซึ่งก็ไม่น่าแปลกหรอก ถ้าลองคิดถึงหลายๆ เรื่องรวมกัน แต่ตอนนั้นเขาไม่ได้ให้เพื่อขอโทษกับสิ่งที่ทำลงไป หากให้เพื่อเป็นสัญญาณบางอย่างที่ผู้เป็นนายไม่รับรู้ต่างหาก

 

            สัญญาณที่ว่าเขาเองก็จะเข้าชิงชัยอย่างเต็มตัว

 

            ในเมื่อตอนนั้นคุณวินปฏิเสธ ครั้งนี้ก็เลยขอแก้ตัว

 

            “เจ้าคิดเจ้าแค้น”

 

            “ก็คุณวินว่าผมเป็นงู”

 

            แต่วินก็เป็นฝ่ายยกมือคล้องลำคองูที่ว่า เบียดกายเข้าไปชิดจนสัมผัสร่างกายอบอุ่น เอียงแก้มแนบกับบ่ากว้าง สายตามองข้ามไหล่ไปยังดอกกุหลาบในมือ...ด้วยรอยยิ้ม

 

            “ต่อจากนี้ก็อย่ารับดอกไม้จากใครนอกจากผมนะครับ”

 

            มันไม่ใช่คำสั่ง แต่เป็นการขอร้อง ซึ่งคนฟังแสร้งประท้วงด้วยน้ำเสียงเสียอกเสียใจ

 

            “ว้า แย่จัง เวลาฉันทำงาน ชอบมีคนให้ดอกไม้ฉันอยู่เรื่อย ฉันคงรับปากนายไม่ได้หรอกนะ”

 

            วินนึกว่าจะได้เห็นอีกคนมองตาดุ แต่เมื่อดึงสายตากลับมา ชัยกำลังยิ้ม...รอยยิ้มที่มีผลกับหัวใจเขาทุกครั้ง

 

            “ผมไม่ขอมากขนาดนั้นหรอกครับ แค่เวลาส่วนตัวไม่รับจากใครนอกจากผมก็พอ”

 

            แม้จะเห็นรอยยิ้มนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่วินเคยชิน เขาคิดว่าคงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ๆ กว่าคุ้นเคยกับปณชัยที่ไม่ทำหน้าเคร่ง ตีหน้าเรียบ พูดเสียงเย็นชาว่าทุกอย่างที่ทำให้เป็นแค่หน้าที่ที่รับผิดชอบ คงใช้เวลาสักพักที่ทำให้หัวใจเชื่อว่านี่เป็นเรื่องจริง

 

            ภวิศคิดพลางกลับไปแนบแก้มอีกครั้ง แล้วช้อนตาขึ้นมอง

 

            “ชัย”

 

            “ครับ?

 

            “นี่ไม่ใช่ความฝันใช่มั้ย”

 

            ร่างเพรียวถามออกมาจนได้ หวั่นไหวว่าความสุขนี้จะเป็นเพียงฟองสบู่ที่จิ้มทีเดียวก็แตกกระจาย หายไปในอากาศ ซึ่งมันเรียกสายตาเอ็นดูระคนอ่อนหวาน มือหยาบกร้านวางทาบทับที่บั้นเอวอย่างสนิทชิดใกล้ที่สุด

 

            “เชื่อเถอะครับว่าไม่ใช่แค่คุณวินที่กลัว”

 

            ปณชัยเองก็กลัวจะตื่นจากฝันดีนี้เหมือนกัน

 

            ดวงตาทั้งสองคู่สอดประสานกัน คู่หนึ่งสั่นไหวหวั่นเกรง อีกคู่ราบเรียบแต่หวาดกลัว และนั่นก็ทำให้วินเป็นฝ่ายขยับใบหน้าเข้าหา ปล่อยให้ลมหายใจอุ่นเกาะเกี่ยวกันเอาไว้ แล้ว...กดจูบด้วยริมฝีปากที่สั่นเทา

 

            สัมผัสที่ไม่ได้เร่าร้อนรุนแรง แต่เป็นการบดเบียดปากเข้าหา กดแนบแล้วเบียดชิด พิสูจน์ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ความฝัน แต่มีตัวตนอยู่ตรงนี้ มอบสัมผัสอบอุ่นที่ซ่านลึกในอก และเปลี่ยนเป็นความโหยหา

 

            “...”

 

            “...”

 

            ท่ามกลางเสียงถอนหายใจปนครางอย่างสุขสม ทั้งสองมองตากันอีกครั้ง

 

            “ถ้าเป็นฝัน ผมก็ไม่อยากตื่น” เสียงนุ่มทุ้มกระซิบ แล้วดูดริมฝีปากล่างแรงๆ จนวินคราง

 

            “แล้วนายรู้มั้ยว่าฉันไม่อยากให้มันเป็นแค่ความฝัน”

 

            หมับ

 

            ทันใดนั้น ปณชัยก็อุ้มร่างเพรียวเข้ามาในอ้อมกอดอย่างง่ายดาย

 

          “ผมจะทำให้มันกลายเป็นความจริง!

 

            แค่นั้นก็ทำให้วินยิ้ม ดวงตารื้นด้วยหยดน้ำใส ซบหน้าลงกับลาดไหล่แข็งแรง ปล่อยให้อีกฝ่ายอุ้มเขาเข้าไปในห้องนอนอย่างเต็มใจ

 

            วินรู้ว่าชัยไม่ได้หมายถึงกิจกรรมต่อจากนี้ แต่มันคือคำสัญญา คำสัญญาที่ว่าหลังจากที่พวกเขากลับกรุงเทพฯ ด้วยกัน แม้ว่าจะกลับสู่ชีวิตปกติ ความสุขนี้ก็จะไม่สลายหายไปเหมือนภาพฝันยามตื่นนอน แต่จะทำให้มันเป็นจริงที่พวกเขาได้พูดคุยกัน สัมผัสกัน แตะต้องกัน ส่งผ่านความอบอุ่นให้กันในทุกๆ วัน

 

            ความฝันที่เขาร่ำร้องขอมาหลายปีกำลังจะกลายเป็นจริง

 

......................................

 

ต่อค่ะ


 


            แสงไฟจากภายนอกส่องลอดเข้ามาภายในห้องนอนใหญ่ เผยภาพของผู้ชายสองคนบนเตียงนอนนุ่ม คนหนึ่งนอนหันหลังให้ โดยที่อีกคนตามมากอดกระชับเอวเอาไว้จนแนบแน่นไร้ช่องทาง แม้ไร้ซึ่งบทสนทนา แต่ก็ไม่ชวนอึดอัด


 


            วินกำลังมองกุหลาบดอกสวยที่เขาฉวยมาจากห้องนั่งเล่น ซึ่งตอนนี้นอนนิ่งอยู่บนโต๊ะข้างเตียง


 


            “นายถามฉันใช่มั้ยว่าทำไมจู่ๆ ถึงไม่กลัวนาย”


 


            แล้วเป็นฝ่ายทำลายความเงียบ


 


            ขณะที่คนฟังก็ยันศอกเพื่อมองหน้า แต่คนพูดก็ยังไม่หันกลับมา แค่จับจ้องที่ดอกไม้งาม


 


            “ฉันยอมรับตรงๆ เลยว่าครั้งแรกที่เราเจอกัน นายค่อนข้างน่ากลัว นอกจากจะตัวใหญ่แล้วยังตาดุหน้านิ่งอีกต่างหาก อาจจะเป็นคนของลุงที่น่ากลัวที่สุดที่เคยเจอมา” วินอมยิ้ม เลื่อนมือไปลูบท่อนแขนที่กอดเขาเอาไว้อย่างเหม่อลอย ย้อนคิดไปถึงความทรงจำที่เกือบจะลืมมันไปหมดแล้ว


 


            นี่เขาเจ็บกับความรักมากแค่ไหนถึงลืมความสุขช่วงนั้นกันได้นะ


 


            “ถึงลุงพงษ์จะบอกว่านายไม่น่ากลัว แต่ก็ยังแอบกลัวอยู่ดี เจอกันทีไรก็เลยเกาะคินแจ เป็นแบบนั้นอยู่เกือบปีล่ะมั้ง กระทั่งงานเลี้ยงตอนนั้น...” คนเล่ารู้สึกถึงอ้อมกอดที่กระชับแน่นขึ้น และแน่ใจว่าอีกฝ่ายจำได้


 


            “ที่คุณภาคินก่อเรื่องสินะครับ”


 


            “อืม เป็นพี่ประสาอะไรไม่รู้ ชอบทิ้งขว้างน้องตัวเองเรื่อย” วินว่าขำๆ เพราะภาคินไม่ได้ทิ้งแค่เขาคนเดียว คืนนั้นทิ้งแม้กระทั่งน้องแท้ๆ แถมรายนั้นอายุน้อยกว่าวินด้วยซ้ำ


 


            “นายก็ได้ยินใช่มั้ยว่าลุงพงษ์สั่งให้คินดูแลฉันกับวัตให้ดี”


 


            เขาหมายถึงภาวัต...น้องชายแท้ๆ และคนเดียวของภาคิน


 


            ลูกพี่ลูกน้องที่ไปเรียนต่ออังกฤษตั้งแต่เข้ามัธยมปลาย คนที่เกลียดงานของพ่อและพี่ชายจนไม่ยอมกลับเมืองไทย ชนิดที่สามสี่ปีมานี้ วินเองก็เจอหน้าทางนั้นแค่ครั้งเดียว แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ที่สำคัญคืองานเลี้ยงคืนนั้น ภาคินในวัยสิบเจ็ดถูกสั่งให้ช่วยดูทั้งน้องชายและลูกพี่ลูกน้อง แต่ยังไม่ถึงชั่วโมงดีเลย เจ้าตัวก็หายเข้าห้องไปกับนักแสดงสาวสวย


 


            อ้อ แย่งมาจากแฟนสาวเจ้าด้วยนะ


 


            “ตอนนั้นคุณภาคินก็ยังเด็กนะครับ”


 


            “เด็กที่เอาไม่เลือกด้วยสินะ”


 


            คนข้างหลังหัวเราะเบาๆ ไม่แก้ตัวแทนนาย เป็นการตอบรับกลายๆ ว่าพฤติกรรมอยากได้ก็ต้องได้ของภาคินเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่เด็ก ซึ่งมันไม่เคยมีปัญหากระทั่งวันนั้น


 


            คืนนั้นเป็นงานเลี้ยงสำคัญของภานุพงษ์ ไม่ใช่แค่สองพี่น้องที่ต้องไปเท่านั้น แต่ครอบครัวของวินเองก็มากันทุกคน และในขณะที่ผู้ใหญ่กำลังยุ่งวุ่นวายกับการทักทายแขกเหรื่อ พี่ชายคนโตก็ถูกสั่งให้เป็นหูเป็นตาช่วยดูแลน้องทั้งสอง แม้จะมีบอดี้การ์ดจำนวนหนึ่งทำหน้าที่นั้นอยู่แล้ว และด้วยเหตุผลนั้นที่ภาคินคิดว่าการจะหายไปสักชั่วโมงสองชั่วโมงไม่ใช่ปัญหา


 


            เรื่องมันเกิดตรงที่ภวิศในวัยสิบสามที่เชื่อฟังผู้ใหญ่ กับภาวัตในวัยสิบสองที่เบื่อหน่ายงานเลี้ยงเหลือเกิน ตัดสินใจตามพี่ชายที่แวบออกจากงาน โดยไม่รู้ว่าทางนั้นกำลังจะพานักแสดงสาวขึ้นเตียง แล้วพอคลาดสายตา พวกเขาเลยตัดสินใจแยกกันหา แต่ไปๆ มาๆ ดันหลงทั้งคู่


 


            วินมารู้จากญาติตอนหลังว่า ภาวัตเกิดเดาได้ขึ้นมาว่าพี่ชายหายไปทำอะไร เจ้าตัวก็เลยหนีไปนั่งเล่นเกมในสวนแก้เบื่อ รองานเลี้ยงจบ มีวินคนเดียวที่เดินไปรอบๆ โรงแรมเพื่อหาว่าภาคินอยู่ที่ไหนอย่างจริงๆ จังๆ ซึ่งกว่าที่ผู้ใหญ่จะรู้ว่าเด็กทั้งสามหายไปก็นานนับชั่วโมงหลังจากนั้น


 


            ตอนแรกทุกคนคิดตรงกันว่าภาคินเป็นคนพาออกไป กระทั่งเจ้าตัวเสร็จกิจเดินกลับเข้ามาในงาน นั่นแหละความโกลาหลจึงเกิดขึ้น


 


            “ฉันรู้นะว่าคืนนั้นทุกคนตามหาวัต แต่ไม่มีใครคิดถึงฉัน ก็แน่ล่ะ ลูกชายคนเล็กของคุณภานุพงษ์หายตัวไปทั้งคน ใครๆ ก็กลัวว่าจะเกิดเรื่องลักพาตัว จับไปเป็นตัวประกัน หรืออะไรทำนองนั้น ไม่มีใครคิดนี่นะว่าฉันเนี่ยแหละที่เกือบถูกฉุดเข้าห้อง” วินจำได้ว่าเขากลัวแทบตายที่ถูกแขกที่มีกลิ่นแอลกอฮอล์ฟุ้งจนน่าคลื่นไส้มาจับแขน พูดจาอ้อแอ้ไม่รู้เรื่อง แล้วจะลากเข้าห้อง


 


            “แล้วนายก็มาช่วย” คนพูดเหลียวกลับมามองหน้าในที่สุด


 


            “ตอนที่นายเข้าไปจัดการหมอนั่น ฉันทั้งกลัวทั้งโล่งอก แต่ก็จำความรู้สึกตอนนั้นไม่ค่อยได้แล้วล่ะ เพราะฉันจำอย่างอื่นได้แม่นกว่า...รู้มั้ยว่าอะไร” อีกฝ่ายนิ่ง รอฟังอย่างตั้งใจ


 


            “สีหน้าของนายที่เป็นห่วงฉันไง”


 


            วินยิ้ม


 


            นั่นสินะ เขาเกือบลืมสีหน้านั้นไปแล้ว


 


            วันนั้นแหละที่ภวิศได้รู้ว่าลูกน้องของลุงไม่ได้น่ากลัว ไม่ได้ไร้อารมณ์ ไม่ใช่หุ่นยนต์ประดับบ้าน คนที่พุ่งเข้ามาจับตัวเขาอย่างเป็นห่วง สองมือลูบผม ทัดไปที่ใบหู กวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้า เช็ดน้ำตาให้ ถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล ผิดมาดปกติไปลิบโลก แล้วพอรู้ว่าเขาตัวสั่น อีกฝ่ายก็โอบเอาไว้ด้วยมือเดียว อุ้มเขาขึ้น แล้วกระซิบปลอบ


 


          คุณวินปลอดภัยแล้วนะครับ


 


            ประโยคนั้นหรือเปล่านะที่ทำให้วินคิดว่าอ้อมกอดนี้คือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในโลก


 


            “ถ้าคืนนั้นนายไม่นึกถึงฉัน ฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง”


 


            “ไม่หรอกครับ แค่บังเอิญว่าวันนั้นผมเป็นคนแรกที่ถึงตัวคุณวิน”


 


            “คนที่เท่าไหร่ก็ไม่สำคัญหรอก มันสำคัญที่คนในวันนั้นคือนาย” วินไม่สนใจว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ เพราะเขาเชื่อว่าสายตาของปณชัยที่มองมาไม่ได้โกหก มันเป็นห่วง เป็นกังวล และเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่เห็นเขาถูกกระชาก


 


            “แล้วนายถามนี่ว่าฉันเลิกกลัวนายเมื่อไหร่ ก็ตอนนั้นแหละ”


 


            แต่หากถ้าถามว่ารักเมื่อไหร่...วินก็ไม่มีคำตอบให้


 


            เรื่องในวันนั้นไม่ต่างจากจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขามองปณชัยต่างออกไป ได้เห็นว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่เป็นคนที่กังวลและเป็นห่วงเรื่องของเด็กชายภวิศไม่ต่างจากทายาทโดยตรงของลุงพงษ์ เขารู้เพียงแค่นั้น และมันทำให้วินสนใจมากขึ้น


 


            วินเริ่มสังเกตว่าคนคนนี้มักจะอยู่ไม่ห่างจากลุงของเขา แต่เมื่อใดก็ตามที่ไปบ้านลุง ปณชัยจะเปลี่ยนมาเป็นดูแลเขาแทน คอยถามไถ่ว่าต้องการอะไรมั้ย อยากได้อะไร อยากทำอะไร และทุกครั้งที่เขาออกงานกับที่บ้าน วินจะรู้สึกถึงสายตาที่คอยมองราวกับช่วยระแวดระวังอีกแรง


 


            หลังจากวันนั้น ทุกครั้งที่สบตา วินจะได้รับรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเด็กชายสั่น


 


            ความรักของวินไม่ได้เกิดขึ้นภายในวันเดียว มันก่อร่างสร้างตัวช้าๆ แต่มั่นคง และเมื่ออายุครบสิบห้า วินก็รู้ว่าเขาไม่มีสายตามองใครคนอื่นอีกต่อไป


 


            ช่วงเวลานั้นเองที่ความใจร้ายเริ่มเกิดขึ้นเช่นกัน


 


            “ถ้าวันนั้นผมไปไม่ทัน ผมคงไม่ให้อภัยตัวเอง”


 


            ความคิดของร่างเพรียวที่วกกลับมาหาคนที่กอดเขาเอาไว้ มองใบหน้าเคร่งเครียด ดวงตาวาววับราวกับย้อนไปอยู่ในช่วงเวลานั้นด้วยกันอีกครั้ง จนยิ้มบาง ขยับเข้าไปในอ้อมกอดอบอุ่น


 


            “แต่นายก็ไปทัน”


 


            คนตัวโตลูบผมนุ่ม แล้วถามบ้าง


 


            “แล้วทำไมตอนแรกถึงไม่อยากเล่าล่ะครับ”


 


            วินชะงัก หลบตาเป็นพังวัล ซุกหน้าหนี แต่ติดที่มือใหญ่จับหัวไหล่ไว้ก่อน


 


            “คุณวิน...”


 


          เกลียดจริงน้ำเสียงแบบนี้


 


            “ก็ฉันกลัวนายจำไม่ได้นี่ มันเหมือนละเมอเพ้อไปคนเดียว” คนสวยสารภาพจนได้ เงยหน้าขึ้นมอง หน้างอง้ำโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็พึมพำ


 


            “มันเป็นความทรงจำสำคัญของฉันนะ ถ้านายบอกว่าจำไม่ได้ก็เหมือนทำลายมันทิ้งนั่นแหละ และถึงนายจำได้ นายคิดว่าฉันจะไม่เขินหรือไงที่เคยเก็บเรื่องนี้มาฝันซ้ำแล้วซ้ำอีก ถึงฉันจะโตขนาดนี้แล้ว สุดท้ายข้างในฉันก็เอาแต่คิดถึง...” วินช้อนตาขึ้นมองแวบหนึ่ง แล้วเบือนหลบ


 


          “...พี่ชัยคนนั้น”


 


            ปณชัยใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้มาสามสิบสี่ปีแล้ว แต่เขาสาบานได้ว่าไม่เคยเจอใครน่ารักขนาดนี้มาก่อน


 


            แม้โลกใบนี้จะมองว่าคุณวินหล่อหรือสวยยังไงก็ตาม แต่เขายืนยันว่าคนคนนี้น่ารักที่สุดในโลก!


 


            คุณวินที่แก้มแดงก่ำ ก้มหน้าหลบสายตา แต่เขากลับเห็นดวงตาวาวรื้นที่ฉายชัดถึงความเขินอาย มือขาวยันแผ่นอกเหมือนจะหนีออกจากอ้อมกอดนี้ แต่กลับไม่ออกแรงดัน ปล่อยให้เขารวบเข้ามากอดอย่างง่ายดาย ครางเสียงแผ่วเมื่อถูกจูบที่ข้างขมับ จากนั้นก็หลับตาปี๋จนแลเห็นแพขนตาที่ทาบทับอยู่บนแก้มใส


 


            “มีใครบอกมั้ยว่าคุณวินเป็นคนน่ารัก”


 


            “ฉันเนี่ยนะ มองผิดมองใหม่ได้นะ”


 


            คนฟังเงยหน้าขึ้นมาจนได้ เชิดหน้าขึ้นนิดเหมือนให้มองชัดๆ ว่าส่วนไหนที่ทำให้คิดแบบนั้น


 


            ท่าทางที่ทำให้คนมองเองก็จ้องเข้าไปในดวงตา มุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ใช้สายตาแทนคำตอบ ซึ่งมันทำให้คนในอ้อมกอดขยับตัวยุกยิก แก้มขาวที่ว่าแดงแล้วยิ่งแดงชนิดกุหลาบยังอาย แล้วคนที่ไม่เคยกลัวใครก็หลุบตาลงจนได้


 


          บ้าที่สุด ขี้โกง!


 


            ฟึ่บ


 


            หากคนแก่กว่าดันปลายคางขึ้นทันที ครั้งนี้ไม่ยอมให้หนี จากนั้น...


 


          “น่ารักสิครับ คุณน่ารักที่สุด”


 


            เสียงทุ้มต่ำเข้มข้นดังขึ้น ก้องสะท้อนในหัวใจคนฟัง ไร้ซึ่งทางหนี


 


            วิธีที่นายแบบคนเก่งทำคือการ...หลับตาหนีแม่งเลย


 


            “น่ารักซะขนาดนี้”


 


            ปณชัยหัวเราะ ให้รางวัลความน่ารักด้วยการกดจูบที่ริมฝีปากเบาๆ ได้ยินเสียงพึมพำของอีกฝ่ายที่อ่อนอ่อยจนน่าเอ็นดู


 


            “คนขี้โกง!


 


            แต่วินก็ตอบรับจูบของคนขี้โกงด้วยความเต็มใจ


 


            ขณะเดียวกันนั้นเอง ปณชัยก็เหลือบไปมองกุหลาบดอกงามที่วางไว้บนโต๊ะข้างเตียง แล้วหันกลับมามองใบหน้าแดงเรื่อของคนที่อยู่ใต้ร่างของเขาอีกครั้ง ดวงตาที่เคยราบเรียบไร้อารมณ์เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์มากมายที่ล้นทะลัก


 


          ทำไมผมจะจำไม่ได้ล่ะครับ ในเมื่อ...ผมมองคุณมานานกว่านั้น


 


            ใช่ คุณวินคิดไม่ผิดหรอกเรื่องที่ทำไมเขาถึงไปเจอตัวอีกฝ่ายเป็นคนแรก เพราะเขากระวนกระวายตั้งแต่เริ่มแน่ใจว่าเด็กน้อยหายไปจากห้องจัดเลี้ยง แต่คนอื่นเอาแต่พูดว่าคงหายไปกับคุณภาคิน ดังนั้น พอแน่ใจว่าทั้งคู่หายตัวไป ปณชัยจึงอาจจะเป็นคนเดียวที่นึกถึงคุณวินก่อนเป็นอันดับแรก


 


            เขาพุ่งความสนใจไปยังเด็กน้อยแสนสวยคนนี้มาตั้งแต่ต้น


 


          คุณคงจำไม่ได้ว่าสิ่งแรกที่คุณให้ผมคือดอกกุหลาบ


 


            เขาเองก็ฝันถึงมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ต่างกัน


 


.............................................


 


            ครบค่ะ เอาไว้เดี๋ยวทำเรื่องพี่ซีนเสร็จ กลับมาทำเล่มพิเศษของเซ็ตนี้แล้วเขียนตอนสมัยพี่วินยังเป็นเด็กน้อยแสนบริสุทธิ์อีกดีกว่า เมื่อก่อนพี่วินใสมากนะคะ เชื่อฟังผู้ใหญ่ อยู่ในโอวาท น่ารักน่าเอ็นดู แต่เพราะผู้ชายตัวโข่งหน้าดุตาเหี้ยมคนนี้แหละที่เปลี่ยนเขาไป แต่พี่วินก็ไม่รู้อีกเหมือนกันว่าผู้ชายคนนี้มองเด็กน้อยมานานกว่านั้น ลุงน่ะบอกเลยว่าโชตะเต็มตัว เขาเพ้อของเขามาตั้งแต่พี่วินยังตัวกระเปี๊ยกเถอะจ้า 

            แน่ะ ใครบอกให้ตัดเข้าบล็อก เดี๋ยวสิ มีแน่ๆ แต่ใจเย็นๆ

            ส่วนเรื่องพี่ซีน ชอบค่า เดากันไปว่าใครคือคู่พี่ซีน เอ๊ะ จะใช่น้องภาวัตคนขี้เบื่อหรือเปล่าน้า หึๆ ไม่บอกจ้า บอกแค่เรื่องพี่ซีน ภาวัตคนนี้มาแน่นอน แต่จะมาสไตล์ไหน เอาไว้เจอกันเรื่องของพี่ซีนครับผม

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #พี่วินสวยมาก นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.163K ครั้ง

15,042 ความคิดเห็น

  1. #14822 FONJAE💖 (@discouraged) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 11:53
    ลุงงงงงง พาร์ทอดีตคือฟินมาก
    #14822
    0
  2. วันที่ 10 เมษายน 2562 / 22:10

    ชช่วงหนุ่มๆลุงคงไอดังคุกๆแน่เลย555

    #14758
    0
  3. #14749 FuFarlala (@noeyeer4212) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 10:42

    .......
    #14749
    0
  4. #14689 baconjelly2 (@BaconJelly) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 11:47
    โถ่ลุงงง
    #14689
    0
  5. #14644 LOVEYAMINIMIN (@LOVEYAMINIMIN) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:56
    น่ารักที่สุดดดดดดดดด งุยยยยยยยย -/////- เขิงงง
    #14644
    0
  6. #14639 Noparat (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 05:43

    พี่ชัยคือรักแรกและรักเดียวของวิน

    #14639
    0
  7. #14525 N0987654321 (@N0987654321) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 07:24

    อยากมีแบบนี้บ้างจัง
    #14525
    0
  8. #14520 maknae_ (@maknae_) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 00:25

    เขินจังงงงง

    #14520
    0
  9. #14499 rattanalak44 (@rattanalak44) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 20:51
    รอนานมาก
    #14499
    0
  10. #14464 wsukchit (@wsukchit) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 16:09

    รักคู่นี้ หวานซะ เขินแทน
    #14464
    0
  11. #14463 たいすけ (@exotics17) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 10:29
    เขินมาก เขินมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก แงงงงงง ชั้นจะตายท่ามกลางกุหลาบแดงของลุงชัยแล้วววววว
    #14463
    0
  12. #14462 Ddd (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 09:04

    ชอบคู่นี้!!!! โคตรรักพี่ชัยเลยค่ะ

    #14462
    0
  13. #14461 moiindyy (@moiindyy) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 22:34
    อิจฉาคนมีความฮัก พอหวาน ก็หวานสะจนใจบาง คนอ่านนี่ตาลุกไปไฟ
    #14461
    0
  14. #14452 bemysunshine (@DBK1802) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 02:43
    พอมันคิดถึงวัยเด็กก็น่ารักน่าเขินนะคะเนี่ย พี่ชัยกับน้องวินแทนซะแล้ว ฮื่อออ น่ารักมากเลย คุณวินน่ารักที่สุดเลยลุงงง
    #14452
    0
  15. #14451 Mook sawon (@sawon) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 23:11

    แอบมองเขามาตั้วเนิ่นนาน

    #14451
    0
  16. #14450 SunanthaSarahong (@SunanthaSarahong) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 08:42
    แอบมองกันตั้งนาน5555
    #14450
    0
  17. #14449 NaPretty (@NaPretty) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 04:46

    แล้วพี่ชัยจะเมินมานานเพื่อ...

    #14449
    0
  18. #14448 Por'z Chanprateep (@chuagporz) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 00:49
    พี่วินน่ารักอะ อ่านแล้วยังยิ้มตามเลย งื้ออออออออ
    #14448
    0
  19. #14447 mon9228 (@mon9228) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 23:31
    น่ารัก มีระลึกถึงอดีตกันด้วย ความประทับใจมันก็พัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆอ่ะเนอะ
    #14447
    0
  20. #14446 Jamnisgen (@1996infinity) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 22:19
    เขินนนน แต่ซึ้งด้วยย ฮื่ออออออออ
    #14446
    0
  21. #14445 rungjing (@rungjing) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 21:45
    แอบมองกับไปๆมาๆ เอ้อ นี่แหละน๊าาาาาาาาา ปลื้มใจ
    #14445
    0
  22. #14444 Cnpt (@Sweetbt) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 21:29
    กว่าจะได้รักกันน ฮืออ
    #14444
    0
  23. #14443 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 21:25
    งุ้ยยยยยย ที่แท้เขาก็แอบมองกันมานานแล้วนี่เอง เป็นจุดเริ่มต้นความรักที่น่ารักมากจริงๆ แต่ด้วยอะไรหลายๆอย่างเรื่องราวมันก็เลยดันมีอุปสรรคให้ผ่าน กว่าจะถึงวันนี้มันก็นานมากจริงๆ และก็ยังไม่ถึงปลายทางที่ราบรื่นจริงๆเลย // คู่ซีนหรอ รอนะ แต่ขอไม่เดา พอดีนางบทน้อย ไม่รู้จะจิ้นกับใคร แต่ถ้าเอาตามตอนนี้ก็ภาวัตแหละ ไหลตามกันไป 5555
    #14443
    0
  24. #14442 bonitakuk (@kukbam) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 20:40
    อยากอ่านเรื่องของซีน
    #14442
    0
  25. #14435 kunnnz (@zbra128) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 12:28
    แน่ๆ ซีนภาวัตแน่ๆ เอาให้แบบพี่มันตามตื้อวิ่งตามเด็กเลยได้ป่ะ

    โชตะก็มา55555พี่วินหนีปายยยยยยย อ๋อยชอบอ่าลุงชัยจ๋า
    #14435
    0