[Yaoi] Try Me เสพร้าย สัมผัสรัก [ภาคร้ายยั่ว]

ตอนที่ 29 : ตอนที่ 27 ตัวแลกงาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,548
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 931 ครั้ง
    23 พ.ค. 61

ตอนที่ 27 ตัวแลกงาน

 

 

 

            ความรู้สึกแรกที่ปณชัยสัมผัสหลังจากก้าวออกมาจากห้องน้ำคือกังวลแทบบ้า เขาใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการกวาดสายตามองไปรอบห้องพักแล้วพบว่าเจ้านายไม่อยู่ในห้อง แต่ชายหนุ่มก็ยังก้าวยาวๆ ไปยังประตูระเบียงเพื่อเช็กให้แน่ใจ ทั้งที่สัญชาตญาณกู่ร้องเตือนตั้งแต่ยังไม่กระชากผ้าม่านออกว่าคนที่เขาดูแลไม่อยู่ที่นี่

 

            พอเห็นระเบียงที่ว่างเปล่า ชายหนุ่มก็ไม่ลังเลเลยที่จะกระโจนออกจากห้อง มือใหญ่แตะเข้าที่บั้นเอวซึ่งมีปืนพกคู่ใจอยู่ตรงนั้น ตาคมกวาดมองไปทั่วอย่างรวดเร็ว แต่ไม่เห็นแม้แต่วี่แววของอีกฝ่าย

 

            แวบหนึ่ง ร่างสูงคิดถึงกรณีที่เลวร้าวที่สุดที่เกิดจากศัตรูของเจ้านายตัวจริงของเขา แต่อะไรบางอย่างกลับผลักดันให้สองขาก้าวตรงดิ่งไปยังอีกฟากของโรงแรม แทนที่จะลงไปข้างล่างเพื่อถามพนักงานสักคนว่าเห็นภวิศหรือไม่

 

            ชัยไม่พูด แต่ใช่ว่าเขาไม่รู้สึกตัวว่าวันนี้ทั้งวันมีสายตาของใครบางคนจับจ้องเจ้านายเขาอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่เพียงแค่เวลาที่อยู่หลังเลนส์เท่านั้น

 

            คนคนนั้น...อึนแทรัง

 

            ดังนั้น ก่อนที่ชัยจะก้าวพ้นมุมตึก เขาก็แน่ใจแล้วว่าผู้เป็นนายอยู่ที่ไหน หากแต่คำถามหนึ่งก็แวบขึ้นมาในหัวอีก...มาด้วยความเต็มใจหรือไม่

 

            ความคิดที่ทำให้สองมือกำหมัดเข้าหากันแน่น ตาคมวาววับจนน่ากลัว สองขาที่ก้าวตรงไปข้างหน้าก็ชะลอลง ลังเลชั่วแวบหนึ่งว่าเขามี สิทธิ์ ที่จะเข้าไปยุ่งวุ่นวายชีวิตส่วนตัวของผู้เป็นนายหรือเปล่า แม้จะประกาศกร้าวไปแล้วว่าเขาเป็นเพียงผู้ชายคนเดียวที่ทำให้คุณวินพอใจ

 

          ถ้าคุณวินพอใจแล้วจะมาหามันทำไม

 

            ช่วงเวลานั้นที่ความรู้สึกมากมายมหาศาลสาดซัดร่างสูงใหญ่ดั่งหินผาที่ไม่เคยสั่นคลอนจนสะท้านสะเทือน คำพูดเมื่อเช้าแวบเข้ามาในหัว เขาเป็นคนเดียวที่ถูกคุณวินจูบปลุกงั้นหรือ เขาเป็นคนเดียวที่ได้ครอบครองเรือนร่างแสนสวยและลามกจริงหรือ เขาเป็นคนที่คุณวินอนุญาตเช่นนั้นจริงๆ น่ะหรือ

 

            หรือทั้งหมดอาจจะเป็นเพียงอีโก้สูงเสียดฟ้าของเขาคนเดียวก็ได้

 

            หากความคิดทั้งหมดกลับห้ามสองขาที่ก้าวตรงไปข้างหน้าไม่ได้ และความคิดเหล่านั้นก็มลายหายไปราวกับไอน้ำที่ลอยขึ้นสู่อากาศ เมื่อดวงตาทั้งสองข้างได้เห็นภาพที่ทำให้ทุกอย่างว่างเปล่า

 

            ภาพของภวิศที่ถูกเหวี่ยงเข้าไปในห้องนอนของตากล้องหนุ่ม!

 

            วินาทีนั้น คนสนิทของนายภาคินก็กระโจนเข้าไปอย่างไม่คิดชีวิต ไม่สนใจบานประตูที่เกือบจะกระแทกงับนิ้วมือ เพราะปณชัยจัดการเหวี่ยงมันออกด้วยแรงทั้งหมด ก้าวตรงดิ่งเข้าไปในนั้น ตาคมเหลือบมองผู้เป็นนายเพียงแวบเดียว และสิ่งที่เขาเห็นก็ทำให้ร่างกายไปก่อนสมอง

 

            แววตาตื่นกลัว แม้ว่ามันจะปรากฏเพียงแวบเดียว แต่มากพอให้เกิดสิ่งนี้ขึ้น

 

            กำปั้นที่กระแทกเข้าเต็มหน้าของแทรังจนซวนเซลงไปกองกับพื้น

 

            ปณชัยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำยามที่ตวาดออกไปเต็มเสียง

 

          “อย่ามายุ่งกับของของคนอื่น!

 

            ชายหนุ่มรู้ดีว่าคำพูดเป็นสิ่งที่ไม่อาจจะเรียกคืนมาได้ และพักหลังมานี้เขาก็ควบคุมสิ่งที่หลุดออกไปไม่ได้เช่นกัน แต่ครั้งนี้ ปณชัยไม่นึกเสียใจสักนิดที่พูดแบบนั้น ยามที่พุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อของหนุ่มลูกครึ่งขึ้นมา แล้วเงื้อหมัดอีกครั้ง

 

            “ปณชัย!

 

            หากกำปั้นหนักๆ นั้นยังไม่ทันจะกระแทกเข้าหน้าคนที่มึนจนเห็นดาว ภวิศก็เรียกเสียงดัง พร้อมทั้งคว้าหมัดที่กำลังเหวี่ยงเอาไว้ก่อน

 

            สัมผัสที่มากพอให้ปณชัยรีบลดแรงเหวี่ยงลงโดยอัตโนมัติอย่างเกรงจะทำให้ผู้เป็นนายเจ็บตัว

 

            หากร่างกายหยุดชะงัก ไม่ได้หมายรวมว่าอารมณ์ที่คุกรุ่นจะลดน้อยลงตามไปด้วย

 

            ใบหน้าคมที่แฝงด้วยความโหดเหี้ยมจึงตวัดไปมองหน้าผู้เป็นนาย ริมฝีปากเหยียดตรงก็ขยับขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ไม่ต่างจากเย้ยหยัน แบบที่คนถูกมองก็ไม่แน่ใจว่าหมายถึงใครกันแน่

 

            จากนั้น เสียงทุ้มก็ราบเรียบจนน่ากลัว

 

            “ผมเข้ามาขัดขวางความสนุกของคุณวินสินะครับ”

 

            “หมายความว่า...ยังไง” ภวิศเองก็กัดฟันแน่น

 

            ปณชัยไม่ตอบคำ แต่ปล่อยมือที่จับคอเสื้อของแทรังออก จนหนุ่มเกาหลีร่วงลงกระแทกพื้น ตาคมก็ตวัดมองคนที่ร้องโอดโอย กุมแก้มอย่างเจ็บปวด แล้วกลับมามองผู้เป็นนายที่กำลังตาวาวขึ้นเรื่อยๆ ทั้งหมดนั่นแทนคำตอบว่าเขาเข้ามาขัดใครกับใคร

 

            ขณะที่ภวิศเองก็หน้าร้อนวาบ ความโกรธพวยพุ่งขึ้นมาในอก

 

            แวบแรกเขาดีใจจนน่าสมเพชเมื่ออีกฝ่ายประกาศว่าเขาเป็นของใคร แต่ตอนนี้ วินกำลังสมเพชตัวเองจริงๆ ว่ากล้าดีใจกับเพียงแค่ถูกมองเป็นสิ่งของไปได้อย่างไร

 

            แววตาที่มองมามันไม่ต่างจากมีดที่กรีดลงบนก้อนเนื้อในอกแล้วกดจนมิดด้าม

 

            “ก็รู้ตัวดีนี่”

 

            ไม่ วินไม่ได้อยากพูดประโยคนั้นออกไปเลย แต่หากเขายอมรับ กำแพงที่มีไว้เพื่อปกป้องตัวเองจากคนใจร้ายคงพังทลายลงมาจริงๆ

 

            “นายอยากรู้นี่ว่าฉันปลุกคนอื่นยังไง...อยากอยู่ดูด้วยกันมั้ยล่ะ” นายแบบหนุ่มยิ้ม หากเป็นรอยยิ้มที่คนใจเย็นกำหมัดแน่นจนขึ้นข้อขาว

 

            “เสียใจด้วยนะครับที่คุณวินคงทำแบบนั้นไม่ได้”

 

            หมับ

 

            “ปณชัย! ปล่อย!

 

            สิ้นคำของร่างสูง มือใหญ่ก็คว้าเข้าที่ต้นแขนขาว แล้วกระชากออกจากห้องพักของแทรังอย่างรวดเร็ว ไม่สนใจร่างที่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้นเพียงเพราะหมัดเดียว จนวินเองก็แทบจะตัวปลิวตาม ทั้งที่ฝืนร่างกายเอาไว้สุดความสามารถ

 

            “ฉันบอกให้ปล่อย!

 

            คนฟังไม่โต้ตอบ ไม่เหลือบมอง เพียงแค่กระชับต้นแขนแล้วก้าวกลับห้องด้วยฝีเท้าที่เร็วกว่าเดิม กระทั่ง...

 

            “อ้าว คุณชัยคุณวิน จะรีบไปไหน เอ่อ...”

 

            ภวิศไม่คิดด้วยซ้ำว่าผู้ชายที่ลากแขนเขาอยู่จะไม่แม้แต่เหลือบแลไปยังผู้ประสานงานสาว ชนิดที่นกเองก็ชะงักค้าง กลืนทุกเสียงทักทายเข้าไปในลำคอ ได้แต่หลบทางให้โดยอัตโนมัติ ร่างกายสั่นน้อยๆ เมื่อมองเข้าไปดวงตาคมกริบที่เคยคิดว่าใจดี

 

            บัดนี้แววตาของปณชัยคือมือขวาของคุณภาคิน

 

            เย็นชา โหดเหี้ยม ไร้ความรู้สึกและพร้อมจะจัดการทุกคนที่ขวางทาง

 

            มันทำให้นกตัวสั่นงันงก และภวิศเองก็ไม่มีเวลาจะมาปลอบใจหญิงสาว ในเมื่อเขาเองก็กำลังถูกคลื่นอารมณ์ทำให้ปั่นป่วนไปหมด

 

            ปัง!

 

            ทันทีที่ทั้งสองเข้ามาในห้อง และประตูห้องปิดลงก็ถึงเวลาเผชิญหน้าที่วินไม่รู้สึกเลยว่าพร้อม

 

          ฉันไปหาเขาเพราะเรื่องงาน ไม่ใช่เพราะเซ็กส์

 

            หากสถานการณ์ของพวกเขาทั้งคู่ไม่เป็นแบบนี้ วินก็คงพร้อมจะอธิบายให้ฟังอย่างเต็มใจว่ามันไม่ได้เป็นไปอย่างที่อีกฝ่ายคิด แต่สำหรับเวลานี้ที่เขาไม่รู้ว่าเรื่องระหว่างเราคืออะไรกันแน่ การเป็นฝ่ายเอ่ยก่อนก็ไม่ต่างจากเป็นการยอมแพ้ ซึ่งวินไม่คิดจะยอมแพ้เกมความรักครั้งนี้ ใบหน้าสวยเกินชายจึงเชิดขึ้น จ้องเข้าไปในดวงตาเย็นชาบาดหัวใจ

 

            “นายปฏิบัติตัวกับเจ้านายแบบนี้งั้นหรือ” วินกดสายตามองแขนตัวเอง แต่อีกฝ่ายกลับบีบต้นแขนขาวแน่นขึ้น

 

            ดวงตาทั้งสองคู่กลับมาสบประสานกันนิ่งนานราวกับไม่มีใครยอมใคร

 

            “คุณวิน” แล้วคนตัวโตก็เอ่ยออกมาจนได้ ขณะที่โน้มหน้าเข้ามาใกล้กว่าเดิมนิด

 

            “ผมเป็นบอดี้การ์ดของคุณ หน้าที่ของผมคือการปกป้องคุณ และตราบใดที่ผมยังอยู่ตรงนี้ ผมจะไม่มีวันยอมให้คุณทำลายชื่อเสียงของคุณไปมากกว่านี้”

 

          อะไรนะ!

 

            ภวิศกะพริบตาอย่างมึนงง รู้สึกเหมือนถูกค้อนปอนด์กระแทกเข้าหลังศีรษะ จนได้แต่มองตาอีกฝ่ายอย่างตื่นตะลึง

 

            “ถ้านี่คือผับของคุณศิรภพก็เรื่องหนึ่ง แต่คุณวินคงลืมไปแล้วว่านี่อยู่ระหว่างการทำงาน คงไม่สวยเท่าไหร่ถ้ามีคนพูดได้ว่าเจ้านายผมเอา รูแลกงาน

 

            !!!

 

            วินไม่เคยคิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าดูถูกเขาตรงๆ พอๆ กับไม่คิดว่าผู้ชายสุขุมที่ทำตัวสุภาพมาโดยตลอดจะใช้คำพูดหยาบโลน ยิ่งกับเขาที่เป็นเจ้านายด้วยแล้ว แต่นี่ ปณชัยเพิ่งพูดออกมาเต็มปากว่าเขาใช้รูแลกกับอะไร และนั่นก็ทำให้หัวใจดวงน้อยร้อนผ่าวเหมือนมีใครเอาน้ำกรดราดลงไปบนนั้น

 

            ผัวะ!

 

            ทันใดนั้น วินก็กระแทกหมัดเข้าเต็มซีกหน้าคมแรงที่สุดเท่าที่จะแรงได้

 

            “มันจะมากเกินไปแล้วนะ!

 

            ชัยเบือนหน้ากลับมาจากแรงกระแทก ไม่สนใจมุมปากที่แตก ดวงตาวาวโรจน์จนน่ากลัว หาก...

 

            “มัน...มากเกินไปแล้ว” ร่างเพรียวกำลังย้ำคำเดิมด้วยเสียงที่สั่นสะท้าน ดวงตาฉ่ำชื้นไปด้วยหยดน้ำตาที่ไม่อยากให้ใครเห็น

 

            “นายจะคิดยังไงก็เรื่องของนาย เหมือนกับที่ฉันจะเอารูของฉันไปให้ใครแหย่ก็ได้ แต่นายไม่มีสิทธิ์พูดจาแบบนี้กับฉัน ไม่มีสิทธิ์บอกว่าฉันเป็นของของใคร เพราะฉันไม่ใช่สิ่งของ!” วินกำลังพูดด้วยเสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ สองมือผลักเข้าที่อกกว้างเต็มแรง แม้ว่ามันจะไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิดก็ตาม

 

            “นี่มันชีวิตของฉัน ต่อให้ฉันจะสำส่อนหรือร่านแค่ไหนนี่มันก็ชีวิตของฉัน!” ภวิศแผดเสียงดังก้อง พอๆ กับดวงตาที่ร้อนผ่าวจนน่ากลัว

 

            ดวงตาที่ช้อนขึ้นมองเข้าไปในดวงตาของคนใจร้าย ยามริมฝีปากสั่นระริกขยับเอื้อนเอ่ย

 

            “แล้วนายอาจจะลืมไปว่าคนสำส่อนคนนี้...”

 

            วินแทบจะกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ยามที่เอ่ยออกไปเสียงเบาหวิว

 

          “...ก็มีหัวใจเหมือนกัน”

 

            พลั่ก

 

            เขาไม่รู้ว่าเพราะใช้แรงทั้งหมดที่มี หรือเพราะอีกฝ่ายกำลังตกตะลึง เพราะพอผลักอกกว้างเต็มแรง ร่างสูงก็ถอยหลังไปสองก้าว มากพอให้วินมุดออกจากกำแพงหนา แล้วพุ่งตรงเข้าไปในห้องน้ำด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี

 

            ปัง!

 

            ประตูห้องน้ำปิดลงแล้ว ขณะที่ภวิศก็ไถลครูดลงไปกองกับพื้นห้องน้ำ สองมือยกขึ้นปิดหน้าเพื่อปิดบังความอ่อนแอที่กำลังกลั่นออกมาเป็นน้ำตา

 

            “นายมัน...ใจร้าย”

 

          ทำไมต้องทำร้ายหัวใจกันซ้ำๆ แบบนี้ ทำไม

 

            คำถามที่ภวิศไม่ได้รับคำตอบ และร่างเพรียวก็ทำได้เพียงปล่อยน้ำตาแห่งความอัดอั้นให้ไหลรินออกมาเงียบๆ

 

...........................................

 

            วินไม่รู้ว่าเขาควรจะดีใจหรือเสียใจดีที่หลังจากนั้นก็ไม่ได้อยู่กับคนใจร้ายตามลำพัง เพราะหลังออกมาจากห้องน้ำ ภายในห้องก็เงียบสนิท ไร้เงาของคนที่เพิ่งจะพูดจาทำร้ายจิตใจกันไป ซึ่งร่างเพรียวก็พยายามปัดทุกอย่างออกจากใจ คว้ายามาโยนเข้าปากแล้วข่มตาให้หลับ แม้จะรู้ว่ายากแสนยาก แต่เขาก็พยายามท่องคำว่างานและงานเพื่อกล่อมตัวเอง

 

            ร่างเพรียวไม่รู้ว่าหลับไปตอนไหน แต่ที่แน่ๆ คือเขาไม่รู้ตัวเลยว่าคนที่หายออกไปจากห้องกลับมาเมื่อไหร่ เพราะเมื่อเขาตื่นขึ้นมา อีกฝ่ายก็ออกไปจากห้องเสียแล้ว แล้วก็โผล่มาอีกทีตอนที่พวกเขาทุกคนกำลังจะขึ้นรถตู้

 

            เขาควรจะดีใจที่ไม่ต้องเผชิญหน้ากับคนที่สร้างบาดแผลให้นับไม่ถ้วนงั้นหรือ

 

            หรือเขาควรจะเสียใจที่อีกฝ่ายอาจจะหายไปให้ผู้ประสานงานสาวทำแผลให้ด้วยความเต็มใจดี

 

            แม้จะน่าสมเพช แต่วินกลับคิดว่าการที่เขาต้องเผชิญหน้ากับคนที่ทำให้เสียน้ำตายังดีเสียกว่าคิดว่าอีกฝ่ายหายไปกับนกทั้งคืน เพราะยิ่งคิด ก้อนเนื้อในอกก็ยิ่งปวดแปลบปลาบ หางตาร้อนขึ้นจนน่าหวาดหวั่น

 

            วินคิดว่าทุกอย่างกำลังดีขึ้นแล้วเชียว แล้วเพราะอะไรกัน ทำไมทุกอย่างถึงดิ่งลงเหวเสียยิ่งกว่าเมื่อตอนอายุสิบเจ็ด

 

            “คุณนก”

 

            “เฮือก! อ้ะค่ะ คุณวินอยากได้อะไรมั้ยคะ”

 

            ภวิศหรี่ตามองหญิงสาวร่างเล็กที่ตลอดทั้งช่วงเช้าพยายามหลบเลี่ยงเขาสุดความสามารถ แล้วตอนนี้ยังมาสะดุ้งสุดตัวพอถูกเรียกอีก

 

            “เป็นอะไรมั้ยครับ หน้าซีดๆ”

 

            “ปะ...เปล่าค่ะ นกสบายดีค่ะ เอ่อ ถ้าคุณวินไม่มีอะไรแล้ว งั้นนกขอตัวก่อนนะคะ” คนพูดว่ารัวเร็ว แล้วรีบเดินเลี่ยงไปอีกทาง แล้วถ้าเขาไม่ได้คิดไปเอง พอนกเหลือบไปมองปณชัยที่ยืนจุดบุหรี่อยู่อีกทาง หญิงสาวก็สะดุ้งน้อยๆ แล้วรีบเดินก้มหน้าก้มตาไปทางรถตู้

 

            “เมื่อคืนมีศึกชิงวินหรือ”

 

            ภวิศละสายตาจากนก หันกลับมามองหน้าซังมี

 

            “ก็เห็นสองหนุ่มนั่นมีแผลกันทั้งคู่” เมคอัพอาร์ติสสาวว่าขำๆ พลางบุ้ยใบ้ไปทางตากล้องที่อารมณ์เหวี่ยงมาตั้งแต่เช้า แถมยังมีแผ่นประคบแปะเอาไว้กับแก้มบวมฉึ่งข้างหนึ่ง จากนั้นก็มองไปทางบอดี้การ์ดตัวโตที่ไม่คิดปิดบังรอยช้ำตรงมุมปากเลยสักนิด

 

            “ไม่รู้สิ”

 

            “ไม่เอาน่าวิน ขอเรื่องซุบซิบแก้เบื่อหน่อยสิ ใครจะชนะงั้นหรือ” สาวเกาหลีว่าอย่างกระตือรือร้น ไม่รู้ว่าด้วยความหมั่นไส้ส่วนตัวหรือถูกตะคอกมาตั้งแต่เช้ากันแน่ เจ้าตัวถึงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ทุกครั้งที่เห็นแผลบนหน้าช่างกล้องอารมณ์ร้อน

 

            “ชนะอะไร”

 

            “โธ่ ไม่ใช่ว่าใครต่อยเก่งกว่ากันหรอก หลักฐานมันคาตา คนนึงยังกับอมลูกเทนนิสเอาไว้ อีกคนแค่เป็นแผลเบาๆ สวยๆ ประดับหน้าคมๆ ที่ฉันอยากรู้คือใครกันที่จะชนะใจวินน่ะสิ” ซังมียิ่งเร่งเร้าอยากได้คำตอบ แบบที่ภวิศก็แค่หันไปมองคนที่มีแผลเบาๆ สวยๆ ซึ่งทางนั้นก็จ้องกลับมา

 

            “จริงน่า อย่าบอกนะว่าที่กลับมาเมืองไทยเพราะผู้ชายคนนี้”

 

            วินยังไม่ทันจะได้ตอบคำถามด้วยซ้ำ อีกฝ่ายก็มองตามสายตา แล้วอุทานเป็นภาษาเกาหลีเสียงดัง

 

            มันดังพอให้ใครอีกคนตะคอกเสียงดังกว่า

 

            “หุบปากแล้วทำงานได้แล้ว!” แทรังว่าเป็นภาษาเกาหลีที่ทำให้คนฟังหัวหด แบบที่ไม่ว่าใครมองก็รู้ว่ากำลังอารมณ์เสียสุดขีด แล้วแน่ล่ะว่าจะมีใครกล้าขัด ได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไปอย่างหวังว่าหวยจะไม่ลงที่ตัวเอง

 

            “วิน คุณเองก็เถอะ วันนี้ไม่มีสมาธินะ!” ตากล้องว่าเสียงกระชาก แล้วเดินไปอีกทาง

 

            “แพ้แล้วพาลชัดๆ” ช่างสาวงึมงำเบาๆ แบบที่วินก็แค่หลับตาลง

 

            “อืม แพ้”

 

            “อะไรนะวิน”

 

            “เปล่าครับ” ชายหนุ่มไม่คิดบอกสาวเกาหลีว่าคำว่าแพ้ของเขาหมายถึงอะไร

 

            ไม่ใช่แทรังที่แพ้แล้วพาล

 

            ไม่ใช่แทรังไม่อาจจะเอาชนะใจของเขาได้

 

            หากเป็นเขาเองต่างหาก นายภวิศคนนี้ที่พ่ายแพ้ตั้งแต่ต้น...แพ้ที่เลือกจะรักผู้ชายที่ชื่อปณชัย

 

            สุดท้ายแล้ว ความรักที่เขาดันทุรังโดยใช้แรงเฮือกสุดท้ายไขว่คว้าเอาไว้ก็ว่างเปล่าไม่ต่างจากสายลมที่พัดมาแล้วพัดผ่านไป

 

            หัวใจไม่รักดีที่เจ็บแล้ว...ไม่เคยจำ

 

...................................

 

            ขณะเดียวกันแทรังก็กำลังมองภาพรอยยิ้มแสนเศร้าที่เขาลั่นชัตเตอร์มาตั้งแต่เช้าด้วยความไม่พอใจ มือใหญ่ก็จับข้างแก้มปวดระบมอย่างหงุดหงิดสุดขีด จากนั้นตาคมก็ตวัดไปมองคนที่บังอาจฝากรอยแผลบนใบหน้าของเขาด้วยแววตาโกรธจัด

 

            “กูไม่จบหรอกนะ!

 

...............................................

 

            สถานที่ถ่ายแบบในช่วงบ่ายวันนั้นเป็นน้ำตกแห่งหนึ่งที่รถเข้าไปไม่ถึง ดังนั้น ทีมงานทุกคนจึงต้องเดินเท้าตามเจ้าหน้าที่อุทยานที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้กว่าสิบนาที ก่อนที่จะเห็นน้ำตกธรรมชาติที่ปล่อยสายน้ำเย็นฉ่ำลงมากระทบผืนน้ำก่อเกิดฟองผุดพรายสีขาวสะอาดตา

 

            “น่าแปลกนะครับที่เลือกที่นี่แทนที่จะเป็นน้ำตกดังๆ แค่ขับรถเข้ามาก็หายากมากอยู่แล้ว” วินกำลังเติมหน้า ตอนที่แว่วเสียงสนทนาของเจ้าหน้าที่อุทยานกับผู้ประสานงาน

 

            “เจ้าของงานเขาอยากได้ภาพของน้ำตกที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักน่ะค่ะ ส่วนหนึ่งก็เพราะไม่อยากวุ่นวายคนเยอะๆ ในช่วงเทศกาล อีกส่วนก็คงตามประสาตากล้องที่ไม่อยากได้ภาพซ้ำกับใครมั้งคะ” นกว่าด้วยรอยยิ้ม แต่พอหันมาสบตากับนายแบบหนุ่ม อีกฝ่ายก็รีบหลุบตาลงต่ำ แก้มใสแดงเรื่ออย่างไม่ทราบสาเหตุ

 

            “มีใครเห็นแทรังฮยองมั้ย”

 

            จังหวะนั้น ผู้ช่วยแทรังก็เดินเข้ามาถาม ซึ่งทำให้หนึ่งนายแบบ หนึ่งช่างแต่งหน้าส่ายหัวด้วยกันทั้งคู่

 

            “อึ้ย อย่าบอกนะว่าไปมีเรื่องกับคนของคุณอีกน่ะวิน” สาวเกาหลีก็โน้มตัวมากระซิบกระซาบเบาๆ พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ จนวินเองก็มองตาม

 

            เขาเข้าใจที่อีกฝ่ายบอกทันทีเพราะว่าปณชัยไม่ได้อยู่แถวนี้

 

            “ไม่หรอก” หากวินเองก็ยังไม่แน่ใจ

 

            ไม่ใช่แค่ทีมงานหรอกที่สัมผัสได้ถึงบรรยากาศแปลกๆ ที่ผู้ชายสองคนปล่อยออกมา แต่เพราะวินเองก็มีเรื่องให้คิดมากพอแล้วที่จะมาคิดว่าใครจะฆ่ากับใคร หากตอนนี้ เขาชักกังวลว่าคนอารมณ์ร้อนอย่างแทรังจะไม่ยอมอยู่เฉยๆ

 

            ตอนแรกวินนึกว่าจะถูกถอดออกจากการเป็นแบบด้วยซ้ำ แต่แทรังกลับไม่พูดอะไร นอกจากมองมาด้วยแววตาขุ่นเคือง หากตอนนี้ เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าอีกฝ่ายจะเอาคืนบอดี้การ์ดหนุ่มหรือเปล่า

 

          ก็ช่างสิ คนที่ฆ่าคนได้ด้วยมือเปล่าแบบนั้นจะห่วงไปทำไม

 

            “ขอโทษนะครับ เห็นชัยหรือเปล่า” ภวิศนึกหงุดหงิดตัวเองที่พอคนขับรถตู้เดินผ่านมาพร้อมกับของพะรุงพะรัง เจ้าตัวก็เรียกเอาไว้ก่อนจนทางนั้นหันมามอง

 

            “เห็นครับ เมื่อกี้คุณชัยเดินมาขอกุญแจรถตู้ผมไป เห็นว่าต้องไปเอาเอกสารในกระเป๋าอะไรสักอย่างเนี่ยแหละ” วินเอ่ยขอบคุณแล้วปล่อยให้อีกฝ่ายไปทำงานตัวเองต่อ จังหวะเดียวกับที่...

 

            ครืด ครืด

 

            โทรศัพท์ของภวิศสั่นเบาๆ จนต้องคว้ามันขึ้นมาดู

 

            ...ผมมีเรื่องต้องคุยกับคุณ มาคนเดียว ผมรออยู่กลางทาง...

 

            ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้วินเม้มปากเข้าหากัน...แทรัง

 

            หากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ เมื่อคืนทำให้วินพิมพ์กลับไปว่า...ไม่ครับ

 

            ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น โทรศัพท์ของเขาก็ปรากฏข้อความใหม่

 

            ...คุณคงไม่อยากถูกถอดออกจากการถ่ายแบบของปาร์คจองซู...

 

            พรวด

 

            วินลุกขึ้นเต็มความสูงทันที ดวงตาคมสวยฉายชัดถึงประกายของความโกรธ ปากก็พึมพำเสียงเบา

 

            “เดี๋ยวผมมา คุณอึนเรียกผมไปคุย”

 

            วินไม่ฟังคำตอบของซังมีด้วยซ้ำ เพราะสองขาก้าวยาวๆ ตรงดิ่งไปยังทางที่นำกลับไปยังที่จอดรถอย่างรวดเร็ว มือกำโทรศัพท์เอาไว้แน่น เรียวปากเม้มเข้าหากัน เพราะเขาไม่คิดว่าคนอย่างอึนแทรังจะเอาเรื่องงานมาขู่ และมัน...ได้ผลเสียด้วย

 

..........................................

 

            ทางเดินแคบๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้นทอดยาวผ่านป่าที่ต้นไม้ขึ้นเบียดชิดกันเสียจนแสงสว่างแทบจะส่องลงมาไม่ถึงพื้นดินด้านล่าง ขณะที่เสียงน้ำตกและเสียงของทีมงานก็อยู่ห่างไกลเสียราวกับอยู่คนละโลก จนภวิศได้แต่กวาดสายตาอย่างระแวดระวัง

 

            เขาเดินมาได้สักพักแล้ว แต่ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของคนที่เรียกออกมาคุย

 

            วินรู้ดีว่านี่มันไกลเกินกว่าจะมีคนได้ยินเสียงหากเขาต้องร้องขอความช่วยเหลือจริงๆ

 

          มึงกลัวอะไร กับแค่ผู้ชายที่เคยนอนด้วยกันมาแล้วเนี่ยนะ

 

            นายแบบหนุ่มสะบัดหน้าไล่ความหวาดหวั่นออกไป ดังนั้น ตอนที่แทรังโผล่ออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ ภวิศจึงไม่มีท่าทีหวาดกลัว มีเพียงดวงตาที่หรี่แคบลงอย่างสงสัยว่านี่มันเรื่องอะไรกันแน่

 

            “คุณหมายความว่ายังไงที่จะถอดผมออกจากงานของคุณปาร์ค” ร่างเพรียวไม่คิดอ้อมค้อม แบบที่คนฟังก็หมุนตัว แล้วเดินกลับเข้าข้างทางอีกครั้ง จนคนถามต้องข่มกลั้นความหงุดหงิดเอาไว้ หากวินก็ยอมเดินตามอีกฝ่ายไปหลังต้นไม้ใหญ่ที่บดบังพวกเขาเสียมิด หากมีใครเดินมาตาม

 

            “ผมหมายความแบบนั้นแหละ” แทรังหันมาจ้องตา แล้วว่าต่อ

 

            “คุณก็รู้นี่ว่าถึงผมจะทำงานที่นิวยอร์กเป็นส่วนใหญ่ แต่อิทธิพลของผมในเกาหลีก็ไม่ใช่น้อยๆ แค่ผมเอ่ยปากบอกกับปาร์คจองซูคำเดียว เชื่อเถอะว่างานสุดท้ายของคุณในเกาหลีก็จะหลุดลอยไปทันที” ร่างเพรียวรู้ดีว่าเขาไม่ควรจะแสดงท่าทีเป็นกังวล แต่เรียวปากก็เผลอเม้มเข้าหากัน ดวงตาสั่นสะท้านวูบหนึ่งอย่างไม่น่าให้อภัย

 

            ท่าทางที่แทรังเองก็เห็นตำตา

 

            “ฮึ ผมรู้นะว่าคุณคาดหวังกับงานนี้เอาไว้มาก ใครๆ ก็รู้ว่าปาร์คจองซูเป็นดีไซเนอร์ที่ดังที่สุดในเกาหลี การถอนตัวออกจากวงการนายแบบจะสวยสมบูรณ์แบบถ้าคุณได้ทำงานนี้เป็นชิ้นสุดท้าย ไหนจะลบคำสบประมาทสมัยที่คุณเข้ามาเป็นนายแบบใหม่ๆ ให้เห็นว่าคุณก็มีความสามารถไม่ต่างจากนายแบบเกาหลี ไหนจะช่วยตอบแทนบุญคุณเอเจนซี่ของคุณที่อยากให้ทำงานกับปาร์คจองซูจนตัวสั่น แล้วลองคิดดูสิว่าถ้างานนี้หลุดลอยไป คนอื่นจะพูดทิ้งท้ายคุณเอาไว้ว่ายังไง” แทรังยกยิ้มเย็น ทั้งที่ทุกทีมีแต่รอยยิ้มอวดดี

 

            จากนั้น ตากล้องหนุ่มก็โน้มมากระซิบข้างหู

 

            “สุดท้าย...คุณก็เป็นคนต่างชาติที่ไม่ได้มีความสามารถมากพอในสายตาของดีไซเนอร์เกาหลีไงล่ะ”

 

            ภวิศควรจะแสดงออกว่าไม่ยี่หระ แต่ตอนนี้เขากำลังกัดปากตัวเองจนเจ็บ สองมือกำหมัดเข้าหากันแน่น ตาวาววับจนน่ากลัว

 

            “ไม่เอาน่าวิน คุณก็รู้นี่ว่าผมไม่เคยใจร้ายกับคุณเลยสักครั้ง” แทรังเลื่อนปลายนิ้วมาลูบคลึงที่ริมฝีปากเม้มแน่นอย่างเบามือ

 

            หากแต่วินปัดมันออก

 

            “ต้องการอะไร” ภวิศว่าเสียงต่ำ ทั้งที่เขารู้อยู่เต็มอกแล้วว่าผู้ชายคนนี้ต้องการอะไร

 

            คำถามที่แทรังก็ยิ้มกว้าง กดสายตามองร่างในเสื้อผ้าเนื้อบางเบาที่จะแนบลู่ไปกับลำตัวยามที่น้ำตกไหลรินรดลงมาบนกายอย่างมีความหมาย

 

            “คุณรู้อยู่แล้วว่าผมต้องการอะไร”

 

            “ไม่ใช่ตอนนี้” วินพยายามต่อรอง ทั้งที่รู้ดีว่าไม่ว่าจะเป็นตอนนี้หรือตอนไหน เขาก็ให้ไม่ได้

 

            หมับ

 

            “ทำไมล่ะวิน หรือเพราะไอ้เหี้ยนั่น!” คำปฏิเสธที่จุดประกายความโกรธของหนุ่มลูกครึ่ง

 

            “แท คุณพูดไม่รู้เรื่องแล้ว ปล่อยผม”

 

            หากแทรังกลับผลักวินจนแผ่นหลังแนบกับต้นไม้ใหญ่ แล้วโน้มหน้าเข้ามาให้ดวงตาประสานกัน ซึ่งนายแบบหนุ่มเห็นได้ชัดเจนเลยว่าอีกฝ่ายโกรธ และโกรธมากแค่ไหน หากไม่ได้โกรธเขา แต่เป็นคนที่ฝากรอยช้ำเอาไว้บนใบหน้าคมต่างหาก

 

            “ผมไม่สนหรอกนะว่าคุณจะนอนกับใครบ้าง ตราบใดที่ผมยังเป็นหนึ่งในนั้น!” หนุ่มลูกครึ่งว่าเสียงกร้าว

 

            “ผมรู้ว่าคุณไม่สนใจชื่อเสียงของคุณหรอก ในเมื่อจะเลิกเป็นนายแบบแล้วนี่ แต่คุณคิดสิว่าเอเจนซี่ที่ยอมเซ็นสัญญาเอาคนไทยอย่างคุณมาเป็นนายแบบ ดันจนได้ดิบได้ดี พยายามทำทุกวิถีทางให้คุณได้ทำงานกับดีไซเนอร์ดังจะรู้สึกยังไง จะผิดหวังแค่ไหนที่งานที่เขาพยายามหาให้คุณแทบตายหายวับไปเพราะคุณไม่ยอมทำเรื่องที่คุณก็เคยๆ อยู่แล้ว!

 

            ภวิศโทษว่าเป็นเพราะอารมณ์ที่ค้างคามาตั้งแต่เมื่อคืนที่ทำให้ดวงตาเขาสั่นไหวแบบนี้ ยิ่งอีกฝ่ายกำลังบอกว่าต้องการเพียงเรื่องอย่างว่า นายแบบหนุ่มจึงยิ่งรู้สึกถึงอารมณ์มากมายที่สาดซัดเข้ามา และเหนืออื่นใดคือเสียงของผู้ชายอีกคนที่พูดจาดูถูกเขาเมื่อคืน

 

            คนที่มองว่าเขา ง่าย กับทุกคน

 

            นั่นสินะ เขาเป็นคนสร้างภาพแบบนั้นขึ้นมาเอง จะแปลกอะไรที่ผู้ชายตรงหน้าเขาก็มองไม่ต่างกัน

 

          ก็แค่...ทำเรื่องที่เคยๆ กันอยู่แล้ว

 

            “ในเมื่อมันเอาคุณได้ ผมก็ต้องได้เหมือนกัน!” หนุ่มลูกครึ่งประกาศก้อง พร้อมกับมือใหญ่ที่ฉวยมือของวินมาวางทาบทับส่วนเด่นนูนในกางเกง

 

            ขณะที่ร่างเพรียวก็ทำได้แค่ยืนนิ่งงันอยู่แบบนั้น มองคนที่กำลังบังคับให้เขาล้วงมือเข้าในกางเกงเพื่อสัมผัสความร้อนผ่าวที่กระตุกในมือขาวเนียน

 

            วินหลับตาลงราวกับกลั้นใจแล้วลืมขึ้นมาใหม่

 

            “คุณต้องไม่ยื่นมือเข้ามายุ่งกับงานผมอีก”

 

            “แน่นอน” คำถามที่ทำให้แทรังกระหยิ่มยิ้มย่อง มองคนที่ยอมคุกเข่าลงบนพื้นหญ้า มือเรียวก็กำลังรั้งกางเกงของตากล้องที่สวมใส่อยู่ลงมาต่ำกว่าสะโพก ปล่อยให้ส่วนใหญ่โตเด้งผึงเกือบโดนแก้มขาว สองมือที่สั่นระริกก็จับมันเอาไว้อย่างเบามือ

 

            ภาพที่แทรังอยากเห็นจนตัวสั่น

 

            หากเวลานั้น คนที่นั่งคุกเข่ากลับเห็นภาพที่ต่างออกไป

 

            ภาพของผู้ชายอีกคนที่เขาเคยใช้ปากให้ คนที่เขาเคยพูดใส่หน้าว่าก็แค่เป็นการทดสอบของเล่น ผู้ชายคนนั้นที่เพิ่งจะพูดจาโหดร้ายกับเขาเมื่อคืน

 

            ความคิดทุกอย่างที่พุ่งตรงไปยังปณชัย ยามที่วินตัดสินใจอ้าปากออกช้าๆ

 

........................................

 

            มาเต็มตอนเนอะ ตอนนี้เมย์จัดส่งหนังสือเรื่องนี้ไปทั้งหมดแล้วนะคะ ก่อนอื่นเลยต้องขออภัยในความล่าช้าในครั้งนี้ด้วย เมย์ไม่มีข้อแก้ตัวเลยค่ะ เมย์เองก็เครียดจนผมจะหมดหัวแล้ว เนื่องจากปัญหาหลายๆ ประการที่เกิดจากความผิดพลาดของเมย์เอง แต่ตอนนี้หลายคน หรือน่าจะเกือบทุกคนน่าจะได้รับหนังสือแล้ว ถ้าไม่ได้สามารถสอบถามที่เพจได้เลยนะคะ และเพราะความล่าช้าในครั้งนี้ เมย์จึงทำหนังสือเล่มสเปเชียลแถมเป็นของขวัญแทนคำขอโทษ ซึ่งจะทำให้เฉพาะรอบที่คนรอหนังสือรอบนี้เท่านั้น จะไม่ทำเพิ่มเติมเนอะ ยังไงต้องขออภัยอีกครั้งจริงๆ ค่ะ ส่วนใครที่อยากอ่านเล่มนั้น เมย์จะเอาลงในอีบุ๊คให้ค่ะ (ไม่ว่ากันใช่มั้ยคะ เมย์ไม่ทำเล่มสเปเชียลเป็นหนังสือแล้ว แต่ขออนุญาตเอาลงอีบุ๊คเนอะ)

            สำหรับใครที่พลาดหนังสือรอบนี้ไป “Try Me เสพร้ายสัมผัสรัก ภาคชัยวิน” จะมีลงที่งานตลาดฟิค วันเสาร์ที่ 26 พ.ค.นี้ บูธ C9-10 ค่ะ โดยของที่ได้จะมีหนังสือสองเล่ม กล่องหนังสือ ที่คั่นสองลาย และที่คั่นรูปหัวใจสองลาย ต้องขอบคุณล่วงหน้าด้วยนะคะ

            สำหรับตอนนี้ก็ “รูแลกงาน” ค่า ตบลุงค่ะ ตบมันเลยยยยยยยย!

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #พี่วินสวยมาก นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 931 ครั้ง

15,042 ความคิดเห็น

  1. #14812 toto (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 16:22

    วินไม่ต้องกลัวอะไรเลย วินเป็นน้องคนใหญ่มากนะ

    #14812
    0
  2. #14432 FNnp142 (@france1999) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 10:47
    ชัยเข้ามาขัดที
    #14432
    0
  3. #14257 rattanalak44 (@rattanalak44) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 12:01
    ไม่นะวิน อย่าไปทำแบยนั้นอีก
    #14257
    0
  4. #14199 Zer_Cya (@Zer_Cya) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 15:59
    ขอให้โดนฆ่า นังแทรัง
    #14199
    0
  5. #13087 bemysunshine (@DBK1802) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 20:04
    กรี๊ดดด พึ่วินอย่าทำแบบนี้ แทรังคนเลววว มาบีบคั้นขู่เข็ญพี่วินทำไม ลุงชัยช่วยด้วยยย
    #13087
    0
  6. วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 16:10

    ปากอิพี่ชัยนี่น่าโดนตบบ

    #12898
    0
  7. #12634 itzmeboombim (@itzmeboombim) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 17:23

    ทำไมทุกคนถึงใจร้ายกับพี่วินจัง!

    #12634
    0
  8. #12630 MdCharlotte (@cshpuy94) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 21:54
    อีลุ๊งงงงงงงงงงงงง ทำไมลุงพูดแบบนี้อะโคตรแย่ พี่คินต้องจัดการ
    #12630
    0
  9. #12429 disaww (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 11:51

    ไไม่่ จริงงงงงงงงง

    #12429
    0
  10. #12234 วอเตอร์เมล่อน (@mo_sth) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 16:48
    พี่ซีนนนนน มาพาพี่วินหนีไปที
    #12234
    0
  11. #12232 วอเตอร์เมล่อน (@mo_sth) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 16:43
    วินนนนน
    #12232
    0
  12. #12186 KAMEWz (@kamewz) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 01:56
    มากกว่าหน้าที่คือ โมโหหึงสินะลุงงงงงง เเต่ลุงต้องมาช่วยพี่วินนะ เเทรังร้ายมากกกกก ฮืออออ สงสารพี่วินนนนนนนนน
    #12186
    0
  13. #12152 Riko Shirin (@riko92) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 19:59
    วิน น่าสงสารมาก
    #12152
    0
  14. วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 02:52
    สงสารวินนนนน
    #12036
    0
  15. #11995 Faraide (@myohnamfa) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 10:21
    -แทรังงงงงง เกลียดดดดดด สงสารวินือออ
    #11995
    0
  16. #11985 Jao Gun (@fogun) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 23:28
    ใจร้ายจิงๆ
    #11985
    0
  17. #11980 SunanthaSarahong (@SunanthaSarahong) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 21:31
    สงสารวิน..
    #11980
    0
  18. #11976 Noparat (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 19:58

    สงสารวิน ทำไมทุกคนถึงมองวินเป็นแค่สิ่งของ

    #11976
    0
  19. #11968 echize (@nonsatt) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 16:52
    ทำไมไม่พูดกันดี ๆ ฮือ ทำไมถึงไม่พูดตามที่รู้สึก ทำไมถึงเอาแต่พูดไม่ตรงกับใจ แงงงงงงง เราก็เข้าใจเหตุผลนะ แค่อดรู้สึกไม่ได้ แต่เข้าใจพี่วินจริง ๆ ที่พูดออกมาแบบนั้น แต่ลุงเนี่ย ทำไมมมม ทำไมไม่พูดดี ๆ กับพี่วินบ้าง ตัวเองก็เห็นไม่ใช่หรอแววตาที่พี่วินกลัว หึงแล้วขาดสติแบบนี้ไม่น่ารักเลยอ่ะลุง
    #11968
    0
  20. #11920 Parkjimin19 (@panjawanbunkam71) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 02:37
    ์ฮือออ พี่วินของน้อง อิลุงมาขวางเลยนะ
    #11920
    0
  21. #11854 Archora (@raykiya) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 22:25
    พี่วินโดนมาเยอะจริงๆ เสียใจอะ
    #11854
    0
  22. #11853 JacksonMarkBam (@JacksonMarkBam) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 21:57
    ต้องเอาตัวเเลกงานไม่ใช่เพราะลุงหรอ ถ้าลุงไม่ทำเเทโกด เเทจะหาจ้ออ้างมั้ย
    #11853
    0
  23. #11851 time_alone (@time_alone) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 21:05
    อิพี่ชัยยยยยย ไปอยู่ไหนนนไปหาน้องเร็วววววว
    #11851
    0
  24. #11850 gummyworm (@gummyworm) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 20:51
    ลุงใจร้ายเกิ๊น แต่ละคำที่พูดออกมา อยากให้ลุงเสียใจเยอะๆมากกว่าที่วินเสียฝจ
    #11850
    0
  25. #11849 JacksonMarkBam (@JacksonMarkBam) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 20:49
    พี่เมย์สุ้ๆๆๆนร้าาาา
    #11849
    0