[Yaoi] Try Me เสพร้าย สัมผัสรัก [ภาคร้ายยั่ว]

ตอนที่ 28 : ตอนที่ 26 หึงหวงหรือหวงของ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 60,353
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,113 ครั้ง
    4 มี.ค. 61


ตอนที่ 26 หึงหวงหรือหวงของ

 

 

 

            ท้องฟ้ายังคงมืดสนิท ตอนที่ภวิศย้ายจากห้องพักตัวเองมานั่งอยู่หน้ากระจกภายในห้องของเมคอัพอาร์ติส เชิดหน้าขึ้นเพื่อให้มืออาชีพได้บรรจงแต่งแต้มเติมสีสันลงบนความสวยงามที่มีอยู่แล้ว และขับให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้นไปอีก แม้ว่าสีหน้าจะราบเรียบไร้อารมณ์ หากในใจของนายแบบคนสวยกลับปั่นป่วนจากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น

 

            ใครอีกคนที่ถามเขาว่าปลุกผู้ชายคนอื่นยังไง

 

          นายมองฉันเป็นคนยังไง

 

            วินอยากจะสวนกลับด้วยคำถามนี้ หากเอาเข้าจริง เขากลับประชดไปเต็มคำ ตอกย้ำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดในตัวของเขามากยิ่งขึ้นไปอีก

 

            อย่าว่าแต่จูบร่างกายของคนอื่นเลย แม้แต่ริมฝีปากเอง นับตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้สัมผัสกับปากของชัยตอนอายุสิบเจ็ด ชายหนุ่มก็เก็บเอาไว้ไม่ยอมมอบให้ใคร จะมีก็แค่กราฟคนเดียวที่เขาหยอกเล่นอย่างนึกเอ็นดู หากผู้ชายคนใดที่เคยแตะต้องเขาเกินกว่านั้น...วินมีกฎห้ามจูบปาก

 

            นอกจากนั้นเขาก็ไม่เคยเป็นฝ่ายจูบส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายฝ่ายตรงข้ามก่อน

 

            คำตอบของคำถามปณชัยจึงง่ายนิดเดียว...ถ้าไม่ใช่นายก็คงไม่ทำแบบนี้

 

            แม้จะเป็นคำตอบที่ง่ายเสียจนแทบไม่ต้องหยุดคิด แต่เป็นการยากที่จะเอ่ยให้บอดี้การ์ดหนุ่มได้รู้ ภวิศจะบอกได้อย่างไรเล่าว่าที่เขาทำลงไปเมื่อครู่เพราะว่า...หึงหวง

 

            ยิ่งวินหลับตา ภาพของปณชัยที่ถอดเสื้อเปลือยไหล่ให้ผู้ประสานงานสาวได้ทำแผลก็ยิ่งแวบเข้ามาในหัว รอยยิ้มใจดีของผู้ชายคนนั้นที่ไม่เคยมอบให้เขา ท่าทางขวยเขินของหญิงสาวที่ได้ใกล้ชิดผู้ชายระดับนี้ ทุกอย่างมันฝังลึกอยู่ในความทรงจำจนสลัดไม่หลุด

 

            เขาเคยคิดว่าถ้าเขาเกิดเป็นผู้หญิง อีกฝ่ายจะใจดีกับเขามากกว่านี้มั้ย และคำตอบคือไม่ ไม่ว่าเขาจะเกิดเป็นหญิงหรือชาย ตราบใดที่มีตำแหน่งเป็นเจ้านาย ผู้ชายคนนั้นก็จะเคารพเอาไว้เหนือเกล้า ย้ำให้ขึ้นใจว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเกิดจากคำว่าหน้าที่

 

          งั้นหรือ

 

            จู่ๆ คำถามนี้ก็แวบเข้ามาในหัว

 

            การกกกอดเขาเอาไว้ทั้งคืน เติมเต็มความปรารถนาจนหยาดหยดอารมณ์เหือดแห้ง มันเป็นหน้าที่ด้วยอย่างนั้นหรือ

 

            บอดี้การ์ดมีหน้าที่ เอา เจ้านายตามใจอยากตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แถมยังเป็นบอดี้การ์ดอวดดีที่บอกว่าจะทำให้เขาติดใจจนไม่คิดจะหันมองผู้ชายคนอื่นอีก แบบนี้มันยังอยู่ในขอบเขตของคำว่าหน้าที่งั้นหรือ

 

          อย่าหวัง อย่าเข้าข้างตัวเอง อย่าทำร้ายตัวเองไปมากกว่านี้

 

            เช่นเดียวกับทุกครั้ง คนที่เจ็บปวดมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนก็รีบห้ามหัวใจไม่ให้คิดไปไกลกว่านั้น ไม่ให้คาดหวังว่านั่นคือความหึงหวงที่ไม่ยอมแบ่งเขากับผู้ชายคนอื่น เพราะแท้จริงแล้วก็แค่ศักดิ์ศรีของผู้ชายที่ไม่เคยแพ้ใครที่ไม่ต้องการใช้ของร่วมกับใคร

 

            นั่นสินะ เขาก็เป็นแค่สิ่งของ...แถมเป็นของที่อีกฝ่ายคิดแค่จะเอาไว้บูชาจนฝุ่นจับ

 

            “วิน ฉันแต่งหน้าให้คุณล่าสุดเมื่อไหร่กันนะ” ภวิศลืมตาขึ้นมองช่างแต่งหน้าที่พูดภาษาเกาหลีใส่ จนตอบกลับด้วยภาษาเดียวกัน

 

            “เมื่อวานไง” ชายหนุ่มฝืนยิ้มทำตัวปกติ

 

            “โธ่ ไม่ใช่เมื่อวานสิ หมายถึงเราร่วมงานกันครั้งล่าสุดเมื่อไหร่”

 

            “สักครึ่งปีได้แล้วมั้ง” วินตอบ มองหน้าช่างแต่งหน้าคนสวยที่ร่วมงานกันมาแล้วหลายครั้ง และทุกครั้งอีกฝ่ายก็ไม่ลืมที่จะพูดคำนี้

 

            “ผิวสวยจนน่าอิจฉา”

 

            “ผมสู้พวกนางแบบกับไอดอลที่ผ่านมือคุณไม่ได้หรอก” ร่างเพรียวว่าขำๆ เพราะอีกฝ่ายไม่ใช่แค่เป็นเมคอัพอาร์ติสที่อึนแทรังไว้วางใจเท่านั้น แต่ยังเป็นช่างฝีมือดีที่แต่งหน้าคนดังมาแล้วมากมาย ได้แตะต้องผิวสวยงามมาแล้วทุกรูปแบบ จนอดจะหยอกเย้าไม่ได้ว่าอีกฝ่ายก็แค่ยอเขาเล่นๆ

 

            “คุณก็รู้ว่าฉันไม่ใช่คนพูดโกหก พวกนักแสดงดังๆ บางคนก็สวยได้เพราะเครื่องสำอาง”

 

            “งั้นแปลว่าคุณเก่งไง” อีกฝ่ายค้อนให้ ทั้งที่ยิ้มกว้างอย่างพอใจ

 

            จากนั้นหญิงสาวก็วางอุปกรณ์ลง ยื่นมือมาสัมผัสที่ข้างแก้มของนายแบบอย่างเบามือ ดวงตาฉายชัดถึงความชื่นชม

 

            “ผิวคุณเป็นผิวในฝันของช่างทุกคนเลยนะ แค่แต่งนิดเติมหน่อยก็สวยแล้ว ตอนที่รู้ว่าคุณเป็นนายแบบหลักของงานนี้ ฉันนี่รอจะทำงานกับคุณไม่ไหวเลยเชียวล่ะ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคุณถึงเป็นลูกรักของพวกดีไซเนอร์ทั้งหลาย ทั้งที่ไม่ใช่คนเกาหลีแท้ๆ” หญิงสาวว่า พลางนึกถึงครั้งที่ร่วมงานกับนายแบบต่างชาติคนนี้เป็นครั้งแรก

 

            หลายปีก่อนพวกเธอค่อนข้างแปลกใจที่มีนายแบบคนไทยมาอยู่ในเอเจนซี่เกาหลี ตอนแรกก็คิดว่าคงไม่น่ารุ่ง แต่ไปๆ มาๆ ผู้ชายที่ชื่อวินคนนี้กลับมีงานเข้ามาไม่ขาดสาย ซึ่งพอได้ทำงานกับตัวจริงก็เข้าใจ ไม่ใช่แค่รูปร่างสูงเพรียวที่เหมาะกับเสื้อผ้าทุกรูปแบบ ไหนจะใบหน้าที่โดดเด่นกว่านายแบบคนอื่น แต่รวมทั้งบรรยากาศการทำงานที่ดูเป็นมืออาชีพทั้งที่เป็นมือใหม่ นอกจากนั้นยังตรงต่อเวลา และไม่เคยสร้างปัญหาให้ผู้ร่วมงานเลยสักครั้ง

 

            หากจะมีเรื่องไหนที่เสียก็ตรงข่าวลือที่ว่าเจ้าตัวรักสนุกจนมีสัมพันธ์ไปทั่วเท่านั้น แต่ตราบใดที่ไม่กระทบกับงาน ก็ไม่มีใครกล้าบ่น กระทั่งปีหลังๆ มานี้ วินได้ทำงานกับดีไซเนอร์ชาวเกาหลีดังๆ หลายคนจนมีข่าวลือว่าใช้ร่างกายเข้าแลก

 

            พวกเธอบางคนที่รู้จักวินถึงขั้นขำ วินเนี่ยนะจะเอาร่างกายเข้าแลกกับดีไซเนอร์ผู้หญิง เขารู้กันหมดแหละว่านายแบบคนนี้ไม่แลเพศแม่เลยสักนิด แม้แต่อึนแทรังเองก็เถอะ คนในเขารู้กันหมดว่าช่างกล้องคนดังตามติดภวิศเอง ไม่ใช่ว่าคนคนนี้ไปตามตื๊อของานเสียเมื่อไหร่

 

            งานนี้ก็เช่นกันที่ยืนยันว่าต้องเป็นภวิศเท่านั้น

 

            “นี่ยังมีดีไซเนอร์คนไหนที่คุณยังไม่เคยร่วมงานบ้าง”

 

            “เยอะแยะนะ” วินว่าเสียงกลั้วหัวเราะ เพราะพอพูดเรื่องงานเขาก็อารมณ์กระเตื้องขึ้นมาหน่อย

 

            “อ้อใช่ ปาร์คจองซูไง คุณยังไม่เคยร่วมงานกับปาร์คจองซูใช่มั้ย” คนพูดพยายามนึก แล้วก็เอ่ยถึงดีไซเนอร์คนดังที่ไม่มีชาวแฟชั่นนิสต้าคนไหนในเกาหลีไม่รู้จัก ซึ่งก็ได้ชื่ออีกนั่นแหละว่าเป็นคนละเอียดชนิดที่แทบจะเฟ้นหานางแบบนายแบบที่เข้ากับชุดมาเองด้วยซ้ำ

 

            คำถามที่วินหลุดยิ้มกว้างกว่าเดิม

 

            “ทำไมยิ้มแบบนั้น” คนมองถามอย่างสงสัย จนภวิศว่าขำๆ

 

            “ไม่เคย แต่กำลังจะได้ทำ”

 

            “หมายความว่ายังไง ไหนเล่าสิ” วินไม่คิดว่าเป็นเรื่องที่ต้องปิดบัง ยิ่งอีกฝ่ายเซ้าซี้ เขาก็เลยตัดสินใจเล่าให้ฟัง เพราะมันไม่ได้กระทบกับใคร

 

            “หลังจบงานนี้ ผมจะกลับเกาหลีไปถ่ายแบบให้คอลเลคชั่นล่าสุดของปาร์คจองซูน่ะ”

 

            “จริงหรือ! เดี๋ยวนะๆๆ ไหนใครบอกว่าคุณจะหมดสัญญากับเอเจนซี่แล้วไง” หญิงสาวถามอย่างตื่นเต้น

 

            “งานของปาร์คจองซูเป็นงานสุดท้าย”

 

            ตอนนั้นเอง วินที่ลังเลใจมาตลอดว่าควรจะกลับไปต่อสัญญาที่เกาหลีหรือกลับมาเมืองไทยดีก็ตัดสินใจเอาวินาทีนั้น หากเรื่องราวของเขากับผู้ชายที่เขาเคยวิ่งหนีกำลังบรรจบเข้าหากัน ไม่ว่าความสัมพันธ์นี้จะเป็นแค่เรื่องร่างกายหรือไม่ แต่มันคือสิ่งที่ชายหนุ่มเฝ้าปรารถนามาตลอด

 

            เขาตัดสินใจว่าจะสู้ให้ถึงที่สุด แม้สุดท้ายจะต้องเจ็บปางตายก็ตาม

 

            กราฟยังไม่เคยยอมแพ้ที่จะเอาชนะใจคินเลย แล้วเขาล่ะ ทำตัวเป็นพี่ชาย ทำตัวเป็นผู้ใหญ่ สั่งสอนไปตั้งมากมาย แล้วเขาจะยอมแพ้น้อง วิ่งหนีหายไปอีกครั้งงั้นหรือ ไม่ล่ะ พอแล้วกับการวิ่งหนี

 

            “หลังจากถ่ายแบบให้คุณปาร์คเสร็จ ผมจะกลับมาอยู่เมืองไทยถาวร”

 

            “ไม่นะ! งั้นนี่ก็เป็นงานสุดท้ายที่ฉันจะได้แตะผิวสวยๆ ของคุณน่ะสิ”

 

            คนฟังแทบจะกรีดร้องด้วยความเสียดาย ขณะที่วินก็หัวเราะอย่างขบขัน ทั้งที่หัวใจรู้สึกสบายขึ้นอย่างบอกไม่ถูกที่ตัดสินใจได้เสียที แม้ว่าหลังจากนี้จะต้องคุยกับที่บ้าน ทั้งเรื่องกลับมาทำงานกับบิดา ทั้งเรื่องความห่วงใยเกินกว่าเหตุของมารดา ทั้งบ้านที่เขาจะอยู่ ยังมีปัญหาอีกมากมายที่ต้องจัดการ แต่ก็...เอาไว้คิดหลังจากงานนี้ก็แล้วกัน

 

            ความคิดของคนที่ไม่รู้เลยว่ามีผู้ชายคนหนึ่งยืนฟังอยู่หน้าห้องตลอดเวลา

 

............................................

 

ต่อค่ะ

 

            หลังจากแต่งหน้าทำผมเรียบร้อย วินก็เปลี่ยนไปใส่ชุดสำหรับการถ่ายภาพเช้านี้ ขณะที่ท้องฟ้าก็เริ่มเห็นแสงรำไรจนทีมงานเร่งมือเตรียมอุปกรณ์ให้ทันเก็บภาพยามพระอาทิตย์โผล่พ้นไหล่เขา ซึ่งเมื่อมีแสง อะไรบางอย่างก็ปรากฏให้เมคอัพอาร์ติสที่ครั้งนี้ควบตำแหน่งสไตล์ลิสเห็นด้วยเช่นเดียวกัน

 

            “ตายล่ะ” หญิงสาวถึงขั้นอุทานในลำคอ

 

            บัดนี้ แสงสีทองกำลังอาบไล้เรือนกายเพรียวสวยในชุดขาวตัวยาวที่บางเสียเหมือนจะมองทะลุผ่านได้ คอเสื้อที่คว้านลึกมาด้านหลังก็เห็นแผ่นหลังเปลือยไปกว่าครึ่ง ซึ่งนั่นทำให้ได้เห็นบางอย่างที่ตอนแรกถูกชุดคลุมปิดทับเอาไว้

 

            เธอไม่เห็นตอนที่แต่งหน้าในห้องไม่เช่นนั้นคงกลบให้ก่อนแล้ว ตอนนี้พอวินถอดเสื้อคลุมออก หญิงสาวเองก็เหลือบไปมองช่างกล้องที่ต้องหันมาตวาดใส่เป็นแน่แท้อย่างหวาดหวั่น

 

            “เอ่อ ฉันขอเวลาแป๊บนึงค่ะ” คนพูดคว้ากระเป๋าเครื่องสำอางขึ้นมาตะกายหาของทันที แต่...

 

            “ไม่ต้อง”

 

            “เอ๋”

 

            “ก็บอกว่าไม่ต้องไง!” แทรังตวาด ทั้งที่ตาคมยังจับจ้องเพียงนายแบบหนุ่มที่กำลังรวบรวมสมาธิก่อนทำงาน

 

            ขณะที่คนฟังเองก็ได้แต่รับคำหัวหด แล้วหันไปมองคนที่ได้สัญญาณจากตากล้องว่าให้โพสต์ท่าได้แล้ว ซึ่งแสงสวยๆ ยามเช้าที่สาดส่องมาก็ยิ่งเผยให้เห็นผิวขาวเนียนที่ประดับไปด้วยรอยกุหลาบสีแดงจำนวนมหาศาล!

 

            ไม่ใช่แค่รอยหรือสองรอยเท่านั้น แต่มีเป็นสิบรอยที่กระจายทั่วแผ่นหลังที่โผล่พ้นชุดขาวเหมือนกับพุ่มกุหลาบสีสดที่เบ่งบานบนหิมะตกใหม่ อาบไล้ด้วยแสงสีทอง

 

            ภาพที่ชวนฝัน ชวนตะลึง ชวนเสน่หาเสียจนไม่มีเรื่องเพศมากางกั้น

 

            ครั้งหนึ่งกราฟเคยพูดกับวินว่าไม่ชอบภาพที่ตากล้องคนหนึ่งถ่ายวินให้ดูเหมือนผู้หญิง ซึ่งตอนนี้ตากล้องคนนั้นก็กำลังจับภาพแสนสวยที่หลายคนได้เห็นก็ต้องใคร่สงสัยว่านี่คือหญิงหรือชาย ซึ่งการดึงเสน่ห์ของแบบออกมาจนถึงขีดสุดนี่เองที่ทำให้อึนแทรังมีชื่อเสียงระดับโลก

 

            แม้ว่ากระบวนการนั้นจะทำให้เจ้าตัวขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูนก็ตาม

 

            ภาพที่มองผ่านเลนส์คือผลงานที่แทรังต้องการ แต่มันเกิดจากน้ำมือของคนที่เขาไม่ชอบขี้หน้า

 

            ใช่ งานก็ส่วนงาน แต่ใช่ว่าจะพอใจ

 

            ขณะเดียวกัน ทีมงานคนอื่นก็อดที่จะเหลียวไปมองศิลปินผู้สร้างสรรค์กุหลาบบนผืนผ้าใบสีขาวไม่ได้ เพราะคนเดียวที่จะทำเช่นนั้นได้...นายปณชัย

 

            ผู้ชายที่ทำตัวติดกับวินตลอดเวลา และเป็นคนเดียวที่ได้พักห้องเดียวกัน

 

            บอดี้การ์ดหนุ่มที่ยืนกอดอกมองเจ้านายคนสวยด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผิดกับดวงตา...วาววับอย่างพึงใจ

 

            เวลานี้จึงมีผู้ชายสองคนที่มีสัมพันธ์กับนายแบบหนุ่มมองภาพเดียวกัน หากแต่ด้วยความรู้สึกที่ต่างกันลิบโลก

 

            หนึ่งพึงพอใจ หนึ่งหงุดหงิดเจียนบ้า

 

            คนสองคนที่แม้ไม่ได้พูดคุย ปะทะฝีปาก หรือประสานสายตา แต่ทีมงานทุกคนกลับสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่แผ่ออกมาจากทั้งคู่ และตอบโต้กับเงียบๆ โดยที่คนกลางเองยังไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบนแผ่นหลังของตน

 

            วินไม่รู้ว่าปณชัยไม่ได้แค่ทำตามใจ แต่ยังขัดคำสั่งที่ว่า...ห้ามทิ้งรอย

 

            และหากถามชัยว่าทำไมถึงทำเช่นนี้ ร่างสูงคงยืนยันคำเดิมว่า...คุณวินเหมาะกับกุหลาบแดงที่สุดแล้ว

 

            กุหลาบที่เบ่งบานจากริมฝีปากของเขาเอง

 

..........................................

 

            “เหนื่อยมั้ยคะคุณวิน นี่อาหารเช้าค่ะ”

 

            พระอาทิตย์เคลื่อนขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้ว หากการทำงานในช่วงเช้ายังไม่จบสิ้นง่ายๆ เพราะพอแสงที่แทรังต้องการหมดลง วินก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นอีกชุด แล้วเริ่มต้นถ่ายต่ออีกหลายชั่วโมง กระทั่งได้มาพักอีกทีก็ตอนสิบโมงกว่าๆ ซึ่งผู้ประสานงานสาวก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับอาหารกล่องและน้ำดื่ม

 

            ภวิศเองก็รู้สึกว่าเมื่อเช้ามีอะไรบางอย่างผิดปกติ แต่ไม่มีใครยอมบอกให้เขารู้

 

            ชายหนุ่มหันไปมองช่างแต่งหน้าแล้ว ซึ่งทางนั้นก็ยิ้มแห้ง พอหันไปมองคนที่อยู่หลังเลนส์ก็พบว่าแทรังตาขุ่นเหมือนเขาทำอะไรให้ไม่พอใจ ตอนแรกนึกว่าเพราะความล้าจากกิจกรรมที่ทำเมื่อคืนส่งผลต่อการทำงาน แต่เมื่อแทรังไม่ตวาดใส่ เขาก็ชักไม่แน่ใจเหมือนกัน

 

            ผู้ชายคนนี้งานเป็นงาน ต่อให้เบื้องหลังจะต้องการเขาในรูปแบบไหน แต่หากทำผลงานไม่ได้ดั่งใจก็คงตวาดใส่กันตรงนั้นอย่างไม่เกรงใจ แต่นี่...ไม่มี

 

            นอกจากดวงตาวาวโรจน์กับสีหน้าเหมือนคนถูกแย่งขนมแล้ว แทรังก็ไม่เอ่ยอะไรออกมาสักคำ

 

            “เมื่อเช้ามีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าครับ” วินเลยถามนกแทน ซึ่งหญิงสาวก็เอียงคอนิด

 

            “เมื่อเช้า เมื่อเช้าทำไมหรือคะ”

 

            “คุณนกก็ไม่ทราบหรือครับ” คนฟังส่ายหน้าแรงๆ ทันที

 

            “ไม่ทราบค่ะ น่าจะเป็นตอนที่นกให้ทางโรงแรมจัดอาหารเช้าใส่กล่องให้ เมื่อเช้านกไม่ได้ดูตอนถ่ายนะคะ พอดีติดคุยเรื่องสถานที่ถ่ายต่อไป กับคอยติดต่อทางโรงแรมว่ามีห้องว่างให้คุณชัยเพิ่มอีกห้องมั้ย” หญิงสาวว่าด้วยรอยยิ้มสดใส ดูกระตือรือร้นที่จะหาห้องให้คนน่ากลัวกว่าตอนเริ่มทริปโข

 

            วินยังรู้เลยว่านกไม่ได้กลัวคนของเขาเหมือนตอนแรกแล้ว แต่มันเปลี่ยนเป็น...ประทับใจ

 

            ดวงตาของหญิงสาวที่ฉายประกายวิบวับยามเอ่ยถึงอีกคนทำให้ความสงสัยของเขาปลิวออกไปจากใจ แทนที่ด้วยความรู้สึกอึดอัดจนต้องเบือนหน้าไปมองอาหารเช้าง่ายๆ อย่างคลับแซนวิส

 

            “ขอโทษด้วยนะคะที่มีแต่แซนวิส” ท่าทางที่นกตีความไปว่าอีกฝ่ายไม่ชอบ

 

            “ไม่เป็นไรครับ แค่นี้ก็พอแล้ว”

 

            “คุณวินลองท้องไปก่อนนะคะ เดี๋ยวมื้อกลางวันเราจะไปร้านอาหารเหนือแท้ๆ กันค่ะ รับรองว่าเจ้านี้อร่อย บรรยากาศดีวิวสวยแน่นอน” นกบอกอย่างร่าเริง แต่ก็อดที่จะกระซิบตบท้ายไม่ได้

 

            “แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะว่าท่านอื่นจะทานได้มั้ย”

 

            “พวกเขาก็คงอยากลองล่ะครับ”

 

            “ถ้าคุณวินว่างั้น คนหาร้านก็โล่งอกค่ะ อ้ะ คุณชัยคะ อาหารเช้าค่ะ” วินหันไปมองตาม แล้วพบว่าคนของเขากำลังก้าวเข้ามาพร้อมกับน้ำดื่มขวดใหม่ แต่ยังไม่ทันที่จะขยับเข้ามาด้วยซ้ำ นกก็เป็นฝ่ายก้าวเร็วๆ เข้าไปหาพร้อมกับกล่องอาหาร แก้มใสก็แดงระเรื่อดูเขินอายอย่างเห็นได้ชัด

 

            “ขอบคุณครับ แล้วคุณนกทานหรือยัง” ร่างสูงยกยิ้มสุภาพ

 

            “ยังเลยค่ะ นกเพิ่งจะส่งอาหารให้ทุกคนครบเมื่อกี้เอง คุณชัยเป็นคนสุดท้ายแล้ว”

 

            “ขอบคุณนะครับ” วินยกขาขึ้นนั่งไขว่ห้าง สองมือกอดอก รอดูว่าบอดี้การ์ดหนุ่มจะทำอย่างไรเมื่อนกเองก็ยังไม่เดินไปไหน

 

          เสน่ห์แรงจริงนะ

 

            ภวิศเชื่อว่าถ้าคนอย่างปณชัยคิดจะเอา ผู้หญิงคนนี้ก็คงตกอยู่ในกำมือง่ายๆ และนั่นทำให้เขา...รู้สึกไม่ดี

 

            หากหญิงสาวเปลี่ยนจากรอยยิ้มชื่นชมกลายเป็นศัตรูเหมือนแม่นางแบบหลายๆ คนที่ปณชัยเคยนอนด้วย เขาเองก็ขี้เกียจมีเรื่อง เพราะมองยังไงก็คงกลายเป็นเขารังแกหญิงสาวไม่มีทางสู้ ดังนั้น ตาคมสวยก็เงยขึ้นมองผู้ชายที่กกกอดเขาเอาไว้ทั้งคืนด้วยแววตาเย็นชา และนั่นก็ทำให้ปณชัยหันกลับมาสบตา

 

            ดวงตาทั้งสองคู่ต่างมองกันหยั่งเชิง

 

            “คุณวิน...”

 

            “คุณนกๆ ของพวกนี้ให้ขนไปไว้ไหน ผมคุยกับใครก็ไม่รู้เรื่อง”

 

            ก่อนที่ปณชัยจะเอ่ยอะไรออกมา คนขับรถตู้ก็ก้าวยาวๆ เข้ามาพร้อมกับข้าวของเต็มสองมือ ถามด้วยรอยยิ้มแห้งๆ เพราะคุยกับทีมงานชาวเกาหลีไม่รู้เรื่อง ก็เล่นถามไทยไป ตอบเกาหลีกลับมา ชาตินี้คงคุยกันรู้เรื่องหรอก ซึ่งนั่นก็ทำให้นกตาโต

 

            “เขาให้ขนของขึ้นรถแล้วหรือ”

 

            “ไม่รู้ครับ เขาส่งของมาให้ พูดๆ ชี้ๆ อะไรก็ไม่รู้” พอคนขับว่าเช่นนั้น นกเองก็รีบก้าวเข้าไปทำหน้าที่ หากยังหันกลับมามองอย่างละล้าละลัง

 

            ท่าทางที่วินโคลงหัวนิด

 

          ถือว่าแทนคำขอโทษก็แล้วกัน

 

            “นายก็ไปช่วยเขาสิ”

 

            คนฟังหันมามองอย่างแปลกใจ ซึ่งวินก็ยังยืนยันอีกที

 

            “ไปสิ ฉันก็ไม่อยากให้ใครมาว่าได้ว่าคนของฉันเป็นภาระ”

 

            แม้ปณชัยจะมาในฐานะบอดี้การ์ด แต่สำหรับคนอื่นที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวก็เหมือนพาคนที่ไม่เกี่ยวข้องมาด้วย ดังนั้น ถ้ามีอะไรที่ทำได้ก็ควรจะช่วยไป วินไม่ต้องการให้ใครมานินทาลับหลังว่าเขาพาผู้ชายมาเล่นสนุกในเวลาทำงาน นอกจากนั้น เขาก็รู้ว่าปณชัยเองก็คงเกลียดคำว่าภาระเข้ากระดูกดำ

 

            ผู้ชายที่ทำได้ทุกอย่าง และเป็นรองแค่ภาคินไม่ยอมถูกใครเรียกว่าตัวภาระหรอก อีกฝ่ายไม่ได้พูด แต่ก็ช่วยงานจิปาถะเล็กๆ น้องๆ ที่บางคนอาจจะมองว่าไม่สำคัญ ค่อยๆ ทำให้คนในทีมนี้ยอมรับตัวตนของเขาเงียบๆ อีกทั้ง...วินถือว่าไถ่โทษให้นกไปด้วย

 

            รอยแผลนั่นไง

 

            หญิงสาวทำแผลให้ปณชัยด้วยเจตนาบริสุทธิ์ แต่เขาได้ทับรอยมันด้วยการกระทำสกปรกไปเสียแล้ว

 

            ขณะที่คนตัวโตก็มองตาเจ้านายครู่หนึ่ง

 

            “ครับ งั้นเดี๋ยวผมมานะครับ” ไม่มีเหตุผลที่ต้องปฏิเสธ เพราะข้าวของที่ว่าก็ยังอยู่ในรัศมีสายตาที่มองเห็นผู้เป็นนายได้

 

            วินจึงนั่งมองร่างสูงก้าวออกไปพร้อมกับหญิงสาวตัวเล็กที่ยิ้มกว้างขึ้นมาทันที

 

          อย่าหวังเลย

 

            ไม่รู้ว่านั่นนายแบบหนุ่มบอกกับร่างสูงใหญ่หรือหญิงสาวตัวเล็กกันแน่ แล้วเจ้าตัวก็ละสายตาจากภาพที่ชวนอึดอัดไปยังอาหารเช้าชืดๆ

 

            “วิน ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ”

 

          จะไม่จบไม่สิ้นเลยใช่มั้ย

 

            วินลอบถอนหายใจ แล้วเงยหน้าขึ้นมองตากล้องหนุ่มที่มีสีหน้าเครียดขมึง

 

..........................................

 

ต่อค่ะ

 

          เดี๋ยวมาหาผมที่ห้อง

 

            ในเวลาอาหารเย็นที่ทีมงานชาวเกาหลีกำลังตื่นตาตื่นใจกับอาหารเหนือ แทรังก็อาศัยจังหวะนั้น โน้มตัวมากระซิบข้างหูนายแบบคนสวย ตาคมฉายแววจริงจัง จนวินเองก็นิ่งไปครู่ใหญ่ๆ

 

          เรื่องงาน

 

            พอร่างเพรียวยังนิ่ง คนอารมณ์ร้อนก็เสริมอีกนิด และนั่นทำให้คนฟังกดหน้าลงในที่สุด

 

            การเอ่ยคำว่างานก็ไม่ต่างจากบอกว่านี่เป็นคำสั่งจากนายจ้าง ซึ่งวินไม่มีเหตุผลให้ต้องปฏิเสธ

 

            ดังนั้น พอเข้าโรงแรม แยกย้ายห้องใครห้องมัน ภวิศก็ออกมาจากห้องตอนที่บอดี้การ์ดหนุ่มเข้าห้องน้ำ แล้วตรงไปยังอีกฝั่งของตึกที่เป็นห้องพักของอึนแทรัง ใบหน้าสวยฉายแววครุ่นคิด เพราะเขานึกไปถึงท่าทางแปลกๆ ของอีกฝ่ายเมื่อตอนสาย

 

            แทรังเหมือนอยากจะถามอะไรบางอย่าง หากก็เงียบเสียงลงเมื่อทีมงานคนอื่นเดินมาขัด

 

          อาจจะเกี่ยวกับท่าทางแปลกๆ เมื่อเช้า

 

            แม้แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีใครบอกวินว่าตอนพระอาทิตย์ขึ้นเกิดอะไรกันแน่ ทำไมทุกคนถึงมองเขาเหมือนเป็นตัวประหลาด นี่จึงเป็นโอกาสที่จะได้ถามว่าทำอะไรผิดพลาดลงไปหรือเปล่า

 

            วินคิดวนเวียนเกี่ยวกับเรื่องนี้กระทั่งมาเคาะห้องตากล้องหนุ่ม

 

            “เข้ามาสิ”

 

            “ขอปฏิเสธ”

 

            หากพอแทรังเปิดประตูออกกว้าง ผายมือเชิญเข้าไปในห้องพัก ภวิศก็ส่ายหน้าช้าๆ ตาคมสวยจ้องอีกฝ่ายอย่างรู้ทัน แล้วบอกเสียงราบเรียบ

 

            “นี่มันเวลาทำงาน”

 

            เวลาในการถ่ายแบบครั้งนี้คือหนึ่งสัปดาห์ ดังนั้น ไม่ว่านี่จะเป็นเวลาพักยามค่ำคืนหรือไม่ก็ถือว่ายังเป็นช่วงเวลางานของเขา วินจึงจะไม่ให้อะไรก็ตามที่ผู้ชายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานนั้นขอ เพราะเขาจะไม่มีวันยอมให้ใครพูดว่าเอาตัวแลกงาน แทรังเองก็ไม่มีข้อยกเว้น

 

            ทั้งที่วินเองรู้ดีว่ามันก็แค่ข้ออ้าง ไม่ใช่เพราะกฎการทำงานของเขาหรอก...เพราะเขาทำกับใครไม่ได้อีกแล้วต่างหาก

 

            แม้ว่าจะจบงานนี้ลง เขาก็ให้แทรังไม่ได้อยู่ดี

 

            ตอนนี้ร่างกายของเขายังจดจำรูปร่างของส่วนร้อนผ่าวที่สอดใส่เข้ามาด้านใน จำความรู้สึกของเม็ดมุกที่เสียดสีกับผนังนิ่ม จำได้ถึงแรงโจนจ้วงที่ครอบครองเป็นเจ้าของเขา และนั่นก็ทำให้ผู้ชายที่มองภายนอกเหมือนเล่นสนุก หากภายในยึดติดกับคนคนเดียวมาตลอดรู้ว่า...จะไม่มีอะไรกับคนอื่นอีกต่อไปแล้ว

 

            วินรู้ว่ามันน่าสมเพช แต่ร่างกายเขาเองเนี่ยล่ะที่จะบอกปัดสัมผัสจากคนอื่นที่จะมาทับรอย

 

            “แต่ผมไม่อยากคุยที่ทางเดิน” แทรังเองก็ว่าเสียงเข้ม ตาคมฉายชัดถึงความไม่พอใจ

 

            “คุณบอกว่าเป็นเรื่องงาน”

 

            “ใช่ เพราะมันรบกวนการทำงานของผม” คนฟังมุ่นคิ้ว

 

            “หมายความว่ายังไง”

 

            “วิน ผมบอกว่าให้เข้ามาในห้อง!” ตากล้องว่าเสียงเข้มขึ้น

 

            “ผมยืนยันว่าจะคุยตรงนี้” วินเองก็ไม่อ่อนข้อให้ แล้วเสริมเสียงเรียบ

 

            “คุณบอกเองว่าเป็นเรื่องงาน งั้นก็คุยกันตรงนี้ ถ้าไม่อยากให้คนอื่นฟังรู้เรื่องก็พูดเกาหลีก็ได้ ผมฟังเข้าใจ แต่ผมจะไม่เข้าไปในห้องโดยที่คุณไม่บอกผมก่อนว่าต้องการอะไรกันแน่” ภวิศไม่ใช่คนโง่ ถ้าจะคุยเรื่องงานคุยที่ล็อบบี้โรงแรมก็ได้ แต่ทางนี้กลับเรียกเขามาที่ห้องพัก

 

            ท่าทางที่คนมองก็ยิ่งหงุดหงิด ยิ่งนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าก็ยิ่งแล้วใหญ่

 

            “คุณเป็นอะไรกับมันกันแน่”

 

            หากแววตาที่ไม่คิดจะอ่อนข้อเลยสักนิดทำให้อึนแทรังกำหมัดแน่น ถามสิ่งที่คาใจออกมาจนได้

 

            “คุณหมายถึงใคร” วินเองก็ตีหน้าเรียบเฉย แสร้งไม่รู้เรื่อง ทั้งที่รู้ดีอยู่เต็มอก

 

            “วิน! อย่าทำให้ผมโมโหนะ”

 

            ร่างเพรียวรู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นคนอารมณ์ร้อน เมื่อใดก็ตามที่ไม่ได้อยู่หลังกล้องตัวโปรด ผู้ชายคนนี้สามารถทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจได้ทุกเมื่อ แต่ในเมื่อเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับงาน ใบหน้าสวยจึงยกยิ้มนิด เชิดหน้าขึ้นอีกหน่อย บอกด้วยน้ำเสียงเย็นชา

 

            “มันไม่เกี่ยวกับคุณนะแท”

 

            “วิน!

 

            “ผมพูดชัดเจนแล้ว ถึงคุณจะถามผมกี่ครั้ง คำตอบคือ...” วินมองตาวาว

 

          “...เรื่องของผมกับเขาไม่เกี่ยวกับคุณ”

 

            ใช่ มันเป็นเรื่องของเขากับปณชัย ซึ่งวินไม่มีความคิดที่จะเอามาตีแผ่ให้คนนอกฟัง

 

            “ถ้าคำถามของคุณมีเท่านี้ ผมก็ขอตัวกลับห้องก่อน” คนพูดไม่ลังเลเลยที่จะหมุนตัวเพื่อก้าวออกจากตรงนั้น หากท่าทางเรียบเฉยนั่นเองที่ยิ่งไปราดน้ำมันลงบนกองเพลิง เพราะหนุ่มลูกครึ่งตาวาวโรจน์ ความโกรธพวยพุ่งขึ้นมาในหัวใจ

 

            ในขณะที่เขาแตะไม่ได้ ไอ้เวรที่เขาเกลียดขี้หน้ากลับได้ทำตามใจชอบ!

 

            หมับ

 

            “ผมไม่ให้คุณไป!

 

            “แท ปล่อย!” วินเองก็ตกใจ เมื่อคนด้านหลังคว้าเข้าที่ต้นแขน จนต้องบอกเสียงเข้มให้ปล่อย

 

            หากแค่นี้มีหรือที่จะหยุดยั้งผู้ชายตัวโตได้

 

            “เรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง!!” แทรังว่าเสียงโกรธจัด ไม่สนใจแล้วว่าใครจะมาเห็น เพราะร่างสูงจัดการกระชากแขนขาวเต็มแรง เหวี่ยงเข้ามาในห้องพักแบบที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว มือใหญ่ก็ดึงบานประตูให้ปิดตาม ยามที่หันไปสบตาคมของคนสวย

 

            “ผมไม่ปล่อยให้คุณกลับห้องจนกว่าผมจะได้อย่างที่ต้องการหรอก!

 

            หมับ

 

            หากคนพูดก็เป็นฝ่ายชะงัก หันกลับไปมองด้านหลังเพราะ...ประตูไม่งับปิดอย่างที่เขาต้องการ

 

            การหันไปที่ทำให้แทรังได้เห็น...มัจจุราช

 

            ผู้ชายตัวโตที่คว้าขอบประตูเอาไว้ทันการ แล้วก็ใช้แรงที่มากกว่ากระชากจนมันเปิดผางออก จากนั้น...

 

            ผัวะ!

 

            โครม

 

            ปณชัยก็เหวี่ยงกำปั้นหนักๆ เข้าเต็มซีกหน้าของหนุ่มลูกครึ่งจนล้มไม่เป็นท่าลงบนทางเดินเข้าห้อง น้ำเสียงเย็นยะเยือกก็ดังออกมาจากปากของบอดี้การ์ดหนุ่ม

 

          “อย่ามายุ่งกับของของคนอื่น!

 

            ขณะที่นายแบบเองก็ได้แต่ยืนนิ่งไม่ไหวติง มองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน ที่แน่ๆ คือดวงตาน่ากลัวนั้นกำลังเบือนมามองที่เขา

 

            คนที่เพิ่งจะประกาศก้องว่าเขา...เป็นของของใคร

 

.....................................................

 

            ครบค่ะ ไหนใครว่าดราม่า ไม่ม่า เห็นมั้ย ลุงเขาก็หวงของเขา พอเห็นพี่วินไม่อยู่ในห้องเท่านั้นแหละ ไฟลุกเลยจ้า รีบออกมาตามทันทีว่าคนสวยของเราอยู่ไหนกันแน่ แล้วแบบภาพที่เขาเห็นก็เหมือนใครเอาน้ำมันไปเทลงบนไฟโกรธนั่นแหละ ฟาดเต็มหมัดเลยนะเออ แล้วหมัดลุงนี่หนักมากถึงมากที่สุด (พิสูจน์ความหนักของหมัดลุงได้ที่เรื่อง #พี่พายุขยี้น้องเรน ค่ะ เรื่องนั้นลุงแกไปเป็นพระเอกรับเชิญมา ขายของๆ แฮ่)

            และแล้วก็มีคนทักว่าคนที่แอบฟังพี่วินคุยกับช่างต้องเป็นแท เพราะเขาคุยเกาหลีกัน ลุงจะฟังรู้เรื่องได้เช่นไร ปรบมือฮ๊าฟฟฟฟ ถูกต้องค่ะ แล้วมาดูลมหึงของพ่อคนปากร้ายกันนะคะ ลุงน่ะขี้หึงสุดในจำนวนพระเอกเซ็ต Try Me แล้ว เพียงแต่การระเบิดความหวงน่ะ มันจะออกมาเป็นเลเวล นี่ยังอยู่ในระดับ...รอดูตอนหน้าแล้วกันงับ

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #พี่วินสวยมาก นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.113K ครั้ง

15,042 ความคิดเห็น

  1. #14811 toto (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 15:06

    นี่พี่ชัยไม่ได้ยินเค้าเถียงกันหรอ จะมาลงที่วินไม่ได้นะ

    #14811
    0
  2. #14253 rattanalak44 (@rattanalak44) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 18:17
    อย่ามาแตะของๆลุงเชียวนะ. หึหึ
    #14253
    0
  3. #14179 maknae_ (@maknae_) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 19:23

    พี่ชัยพูดใหม่สิๆๆๆ

    #14179
    0
  4. #14155 baimint20 (@baimint20) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 21:55
    หืมมมมม ลุงทำดีมาก
    #14155
    0
  5. #13169 กวีกวี้ (@0614460900aa) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 19:24

    โอ้ววววว ดันไปแหยมกับมัจจุราชซะได้ งานนี้มีตายแน่ๆเลย

    #13169
    0
  6. #13084 bemysunshine (@DBK1802) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 19:47
    เฮ ลุงมาได้ทันเวลาและระเบิดความหึงใส่ไปเลยจ้า ยอมแล้ว ลุงงง โครตขี้หึงขี้หวงเลย แต่พี่วินก็ไม่ต่างกันหรอกน้า อิอิ ขิงก็ราข่าก็แรง
    #13084
    0
  7. วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 15:45

    งื้ออ มีความ อีทึก เป็นแขกรับเชิญ เอ้ย ๆๆ ไม่ใช่ ปาร์ค จองซู ต่างหาก -///-

    #12897
    0
  8. #12623 MdCharlotte (@cshpuy94) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 18:40
    ลุงงงงงง เกินไปป่าว ของเลยหรอ หื้มมมม
    #12623
    0
  9. #12185 KAMEWz (@kamewz) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 01:42
    ลุงเเกเท่มากค่าาา วี๊ดดดดดดด รัวมือออออออออเ
    #12185
    0
  10. วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 23:10

    มันส์และดุเดือดมากเลยค่ะ

    #12039
    0
  11. วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 02:31
    สายโหดดดดดก
    #12035
    0
  12. #12025 to_eyyyoooo (@to_eyyyoooo) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 21:08
    โหยยยย ลุงเขามาอย่างเข้ม!!
    #12025
    0
  13. #11831 Satang_88 (@KrisxLay) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 11:11
    พี่ชัยสายโหดดดด
    #11831
    0
  14. #11737 MLKHCCBLDTKH (@fah02) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 19:32
    อยากได้ ebook ง่าาา
    #11737
    0
  15. #11736 TOFU # (@kwang2555) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 12:49
    ไม่มาต่อจริงๆหรอคะㅠ ㅠ
    #11736
    0
  16. #11735 markparn (@markparn) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 00:20
    ไรท์ง่ะรีบๆมาต่อน้ารอนานแย้วววววววน้ะ คิสถุง
    #11735
    0
  17. #11732 nalakh (@nalakh) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 19:11
    มาต่อเร็วๆหน่อยคิดถึงแล้วนะ
    #11732
    0
  18. #11731 Riko Shirin (@riko92) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 16:20
    มาแบบใจเต้นแรงนะลุง
    #11731
    0
  19. #11728 loeynahc (@mwnuch) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 12:09
    ได้แต่ฝากความคิดของฉันเอาไว้..~
    #11728
    0
  20. #11727 gift_tyr (@gift_tyrDek59) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 02:48
    หายไปนานแล้วน้าาาาา
    #11727
    0
  21. #11720 31032528 (@31032528) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 13:14
    หายไปไหนอ่าาา
    #11720
    0
  22. #11719 na2539 (@na2539) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 19:34
    มาต่อเถอะค่ะ
    #11719
    0
  23. วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 08:58
    รออออ...
    #11718
    0
  24. #11707 หรงลี่ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 17:14
    <p>คิดถึงเรื่องนี้จังพี่ มีอะไรให้ทำหลายอย่างผ่านมาตั้งนานยังคิดถึงอ่ะ ฮรือออ</p>
    #11707
    0
  25. #11706 Noknoy2525 (@Noknoy2525) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 22:16
    รอนะคะ รอหนังสือด้วยจร้าา
    #11706
    0