[Yaoi] Try Me เสพร้าย สัมผัสรัก [ภาคร้ายยั่ว]

ตอนที่ 26 : ตอนที่ 24 หัวใจไหวเอนลู่ตามลม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 61,261
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 624 ครั้ง
    27 ม.ค. 61


ตอนที่ 24 หัวใจไหวเอนลู่ตามลม

 

 

 

            แท้จริง ภวิศไม่ไหวตั้งแต่เมื่อสิบนาทีก่อน ตอนที่รถแล่นผ่านถนนหักศอกที่ชันขึ้นเรื่อยๆ จากที่แค่เวียนหัว ตอนนี้เขาไม่ใช่แค่คลื่นไส้ด้วย แต่เหมือนอาเจียนจะมาจุกที่ลำคอ จนพยายามสูดหายใจลึกๆ บอกตัวเองว่าทนเอาไว้จนกว่ารถจะจอด

 

            เวลาแค่ไม่กี่นาที แต่มันยาวนานเหลือเกินในความรู้สึกของนายแบบหนุ่ม ในที่สุด รถตู้ก็มาจอดสนิทยังลานจอดรถซึ่งมีนักท่องเที่ยงที่พากันลงมาดูวิวทิวทัศน์ในมุมสูงกันอย่างหนาตา เช่นเดียวกับทีมงานชาวเกาหลีสามคนที่ลากล่ามวัยกลางคนลงไปก่อนใคร

 

            “คุณไหวมั้ยวิน” แทรังเองก็ละล้าละลังจะตามลงไป ทั้งที่มือกำกล้องคู่ใจเอาไว้แน่น

 

            “ผมดูแลคุณวินเองครับ”

 

            “กูไม่ไว้ใจมึงนั่นแหละ” คนเลือดร้อนสวนชัยอย่างไม่ไว้หน้า และนั่นก็ทำให้นกรีบแก้สถานการณ์

 

            “ตรงนี้นกช่วยดูคุณวินเองค่ะ ไม่ต้องห่วง”

 

            พอมีคนกลางอยู่ด้วยอีกคน แทรังก็หันมามองหน้าวินนิด แล้วก็พยักหน้า

 

            “ผมลงไปแป๊บเดียว เดี๋ยวผมรีบกลับมา”

 

            วินไม่มีแรงจะพยักหน้ารับด้วยซ้ำ ได้ยินเพียงเสียงเปิดประตูรถตู้ ขณะที่เขายังคงปิดเปลือกตาสนิท ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเพราะอาหารเช้ามันแล่นขึ้นมาพร้อมจะทะลักออกมาแล้ว

 

            “คุณวิน อาเจียนออกมาครับ”

 

            ทันใดนั้น ปากถุงพลาสติกที่อ้ากว้างก็ยื่นมาถึงริมฝีปาก พอลืมตาดูก็พบว่าบอดี้การ์ดหนุ่มย้ายจากเบาะข้างหลังมานั่งอยู่ข้างกัน ตาคมที่มักจะเฉยเมยจนน่าตบก็อ่อนลง แฝงด้วยประกายความห่วงใย จนก้อนเนื้อในอกสั่นสะท้าน

 

            หากแต่ภวิศผลักอกอีกฝ่ายออก

 

            เขาไม่ลืมหรอกนะว่าเพิ่งโดนพูดอะไรใส่หน้า

 

            “คุณวินคะ ไหวหรือเปล่า”

 

            ความคิดที่หยุดชะงัก เมื่อวินเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่านกกำลังมองมาด้วยแววตาวิตก หันไปอีกนิด ก็เจอกับสายตาของคนขับที่ดูเกรงกลัวเหลือเกินว่าเขาจะมาปล่อยอาเจียนเอาตรงนี้ ดังนั้น วินจึงดันตัวคนข้างๆ ให้หลบไป เพื่อที่จะเดินออกจากรถให้เร็วที่สุด

 

            ครั้งนี้ดีที่ปณชัยก็รีบหลบทาง แต่ไม่ได้หายไปไหน เพราะมือใหญ่สอดเข้าที่เอวอย่างรวดเร็ว แล้วประคองกึ่งๆ จะอุ้มภวิศตรงไปยังข้างทาง

 

            หมับ

 

            พรวด

 

            “แค่กๆ แฮก แฮก...”

 

            หากแต่เดินมาได้ไม่กี่ก้าว วินก็เป็นฝ่ายคว้าถุงพลาสติกจากมือคนข้างๆ แล้วปล่อยอาหารเช้าออกมาอย่างสุดจะทน จนไม่รู้ว่านี่มันดีหรือแย่กันแน่ที่มีมือใหญ่คอยประคองตัวเขาเอาไว้อย่างไม่นึกรังเกียจ

 

          แย่

 

            ใช่ มันต้องแย่สิ เพราะหัวใจอ่อนแอไม่พอ ตอนนี้ร่างกายก็รู้สึกไม่ดีเลยสักนิด

 

            “คุณวิน น้ำค่ะ เอ่อ...”

 

            “ไม่เป็นไร ทางนี้ผมดูแลเอง คุณนกช่วยถ่วงเวลาให้ออกรถช้าๆ หน่อยนะครับ คุณวินจะได้มีเวลากินยา แล้วรอยาออกฤทธิ์ด้วย” วินคิดว่าหญิงสาวคงพูดอะไรไม่ออกที่เห็นเขาอ้วกออกมาดื้อๆ แบบนี้ จนเป็นอีกครั้งที่ไม่รู้ว่าดีเหรือเปล่าที่มีคนตอบคำถามให้ แต่ตอนนี้เขาไม่มีแรงแม้แต่จะดันอีกฝ่ายให้พ้นตัว ได้แต่กำถุงพลาสติกแน่น เอนตัวพิงแผ่นอกอย่างไม่มีแรงขัดขืน

 

            “ค่ะ ได้เลยค่ะ”

 

            วินลืมตามาทันเห็นแผ่นหลังนกที่ก้าวไวๆ ไปอีกทาง ซึ่งพอเขาหันกลับมาก็เจอกับขวดน้ำที่เปิดฝาเรียบร้อยจ่อมาตรงหน้า

 

            “ล้างปากหน่อยนะครับ”

 

            ครั้งนี้วินไม่โต้เถียง เพราะเขาขมไปทั้งคอ ได้แต่คว้าขวดน้ำ แล้วผละเข้าข้างทาง กลั้วคอไวๆ แล้วคายทิ้ง รู้สึกได้ถึงมือใหญ่ที่ลูบแผ่นหลังไปด้วยจนอยากจะสะบัดหนี หากมันปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่มีคนทำแบบนี้ให้ทำให้รู้สึกดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

 

            “ดีขึ้นมั้ยครับ”

 

            วินไม่ตอบ แค่กลั้วคออีกครั้ง แล้วคายทิ้ง

 

            “นี่ครับยา”

 

            คนฟังเหลือบตาไปมองนิด อยากจะสะบัดมือที่มียาเม็ดเล็กทิ้ง อยากจะทุบตีเข้าที่อกกว้าง อยากจะต่อยให้หน้าหัน แล้วตะโกนใส่หน้าว่าอย่ามาทำดีให้กันแบบนี้ แต่เพราะจดจำได้ดีว่าเขามาทำงาน เขาไม่มีเวลาให้ทำตัวเอาแต่ใจ เขาต้องดีขึ้นให้ไวที่สุด พร้อมสำหรับถ่ายงานในวันนี้ ดังนั้น ภวิศจึงคว้ายามาโยนเข้าปาก แล้วกรอกน้ำตามอย่างรวดเร็ว

 

            ซ่า...

 

            วินเองก็ตกใจ ตอนที่เขากระแทกขวดน้ำคืนไปที่อกอีกฝ่ายแล้วมันกระฉอกออกมาเลอะเสื้อ แต่รีบปัดทิ้งไป เพราะเขาอยากจะเอาตัวออกห่างผู้ชายคนนี้ให้เร็วที่สุด คนที่ทำให้หัวใจมันไหวเอนไปโงนมาเหมือนต้นไม้ที่พร้อมจะหักลงได้ทุกเมื่อ

 

            หมับ

 

            “มาครับ ผมพาไปที่รถ”

 

            “ปล่อย...”

 

            ร่างเพรียวนึกขัดใจตัวเองที่เสียงเขามันดูอ่อนระโหยโรยแรงเหลือเกิน เมื่อปณชัยคว้าร่างของเขามาประคองด้วยมือเดียว พาเดินกลับไปที่รถตู้ ส่งเขาขึ้นไปนั่งบนเบาะจนปลอดภัย หากเขาขัดใจยิ่งกว่า เมื่อรู้สึกแย่ลงทันทีที่ความอบอุ่นนั้นผละออกห่างจากตัว

 

            บอดี้การ์ดตัวโตไม่ได้ก้าวขึ้นรถมาด้วยกัน แต่ออกจากรถตู้ไปไหนไม่รู้

 

            ความเงียบทำให้เขารู้สึกแย่ยิ่งขึ้นไปอีก

 

          อย่าไปสนใจวิน ตอนนี้สนแค่สภาพตัวเองก็พอแล้ว ยาออกฤทธิ์ไวๆ สิวะ หลับไปสิ ไม่ต้องรับรู้อะไรอีกแล้ว

 

            บ้าชะมัดที่น้ำตามันเอ่อขึ้นมาจนต้องโทษว่าเพราะร่างกายมันอ่อนแอ

 

            ครืด

 

            อีกครั้งที่เขาได้ยินเสียงประตูรถตู้ จนนึกว่าพวกแทรังกลับมาแล้ว เปลือกตาก็เปิดขึ้น พยายามปั้นยิ้มเพื่อบอกใครๆ ว่าตัวเองโอเค แต่...

 

            “!!!

 

            คนที่ก้าวกลับเข้ามานั่งข้างๆ ไม่ใช่ตากล้องหนุ่ม แต่เป็นปณชัยที่เปลี่ยนเป็นเสื้ออีกตัว

 

            “ผมเอาถุงไปทิ้งแล้วเปลี่ยนเสื้อน่ะครับ”

 

            “ฉันไม่ได้ถาม”

 

            วินกัดฟันตอบ ทั้งที่อีกฝ่ายตอบตรงที่เขาคิดทุกอย่าง จนรู้เลยว่าเมื่อครู่คงอ้วกจนเลอะเสื้อ

 

            จากนั้น ทิฐิที่มีก็ทำให้เขาเอนหัวแนบกับกระจกรถอีกครั้ง พยายามข่มตาให้หลับเพื่อหลีกหนีความจริง แต่...

 

            “เดี๋ยวหัวกระแทกหรอกครับ”

 

            ทันใดนั้น ฝ่ามือใหญ่กลับช้อนเข้าที่ศีรษะของเขาอย่างนุ่มนวล แล้วรั้งให้เอนหัวเข้ามาแนบที่บ่ากว้างแทนที่จะเป็นกระจกแข็งๆ จนจะยื้อตัวเอาไว้ ถ้าไม่ใช่เพราะมือที่รั้งหัวเข้ามา คือมือเดียวกับที่คลึงข้างขมับอย่างเบามือ

 

            “เจ็บมั้ยครับ เมื่อกี้ก็กระแทกไปหลายครั้ง”

 

            วินพูดอะไรไม่ออก เพราะใช่ ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาเอาหัวพิงกระจกก็โขกไปหลายรอบตอนเจอช่วงที่ถนนไม่ดี และมันกำลังบอกว่าอีกฝ่ายจ้องมองเขาอยู่ตลอดเวลา จนความอ่อนแอล้นทะลักขึ้นมาในหัวใจดวงน้อย ดังนั้นพอได้ยินคำถาม...

 

            “ทำไมเมารถแล้วไม่บอกผมล่ะครับ”

 

            “นายสนใจด้วยหรือไง”

 

            วินก็ถามกลับด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน

 

            “ผมสนสิครับ ผมต้องสนอยู่แล้ว”

 

            “เพราะหน้าที่?” ร่างเพรียวประชดกลับ แต่นั่นกลับได้ยินคำตอบที่ต่างจากเดิม แต่มันทำให้หัวใจสั่นไหวเช่นเมื่อครั้งก่อนที่ได้ยิน

 

            “เพราะผมเป็นห่วงต่างหากล่ะ”

 

            ภวิศลืมตา มองหน้า แล้วก็เป็นเขาเองที่หลบสายตา

 

            “มาเถอะ ไว้เราค่อยคุยกันทีหลัง คุณวินพักนะครับ” เขาพยายามขัดขืนแล้วนะ เมื่อถูกอีกฝ่ายดึงเข้าไปเอนพิงแผ่นอกกว้าง แต่มันสู้แรงคนตัวโตไม่ได้ ยิ่งพอเห็นรอยข่วนตั้งแต่ต้นคอมายังปลายคาง เขาก็เผลอหลุบตาลงต่ำ ปล่อยให้อีกฝ่ายโอบประคองเอาไว้

 

            “นอนเถอะ”

 

            และพออีกฝ่ายกระซิบบอกข้างหู เปลือกตาก็ปิดลงอย่างง่ายดาย

 

            ครั้งนี้ เขาไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะโทษร่างกายที่อ่อนเพลีย หรือจิตใจที่อ่อนแอที่เผลอ...ซุกหน้ากับแผ่นอกกว้างอย่างสิ้นเรี่ยวแรง

 

..........................................

 

ต่อค่ะ

 

            ทันทีที่ถึงจุดหมายปลายทางสำหรับการถ่ายแบบในวันนี้ ทีมงานทุกคนก็ทำงานกันรวดเร็วผิดกับสภาพนักท่องเที่ยวก่อนหน้า ผู้ช่วยสองคนก็เตรียมอุปกรณ์ให้แทรังอย่างคล่องแคล่ว ขณะที่เมคอัพอาร์ติสหนึ่งเดียวควบตำแหน่งสไตล์ลิสก็รีบจัดการแปลงโฉมให้กับนายแบบหนุ่มที่หน้าซีดเซียวเหมือนคนป่วย นกเองก็วิ่งไปประสานงานกับเจ้าหน้าที่เรื่องสถานที่ หากจะมีคนว่างงานก็คงเป็น...นายปณชัย

 

            ร่างสูงที่ยืนกอดอกมองบรรยากาศที่เข้าโหมดจริงจังด้วยแววตาประหลาดใจ โดยเฉพาะกับผู้ชายที่ชื่อว่าอึนแทรัง

 

            ช่างกล้องหนุ่มที่ไม่เหลือวี่แววของคนอารมณ์ร้อนเลย มีเพียงดวงตาประกายกล้ายามมองขุนเขาของประเทศไทยอย่างผู้ที่หมายจะครอบครอง ราวกับว่าจะพิชิตมันด้วยการนำสู่ภาพถ่ายให้ผู้ที่ได้ยลรู้สึกราวกับได้เห็นความสวยงามด้วยตัวเอง

 

            นี่สินะตัวจริงของตากล้องผู้มีชื่อเสียงคนนี้

 

            และเมื่อตาคมเหลียวมองไปยังคนที่เมื่อไม่กี่นาทีก่อนยังซบอกเขาหลับคอพับคออ่อน เขาก็รู้เลยว่าทำไมหนุ่มลูกครึ่งถึงเจาะจงว่าต้องเป็นนายภวิศเท่านั้นสำหรับงานนี้

 

            ก่อนหน้าวินอาจจะเมารถจนหน้าซีด แม้ตอนนี้จะอาศัยเครื่องสำอางปิดบังร่องรองเหล่านั้น แต่ดวงตาที่เคยฉ่ำน้ำด้วยความทรมานจากการป่วยก็เปลี่ยนเป็นจริงจัง เคร่งขรึม ฟังรายละเอียดงานที่แทรังกำลังพูดรัวเร็วอย่างตั้งใจ หากคนมองก็พอรู้...คุณวินกำลังฝืน

 

            ต่อให้คนโง่ที่สุดยังรู้เลยว่าคนที่เมื่อไม่กี่นาที่ก่อนยังอาการแย่ จู่ๆ จะดีขึ้นแบบทันตาได้อย่างไร สิ่งเดียวที่ค้ำจุนให้คนคนนี้ลุกขึ้นมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมีเพียงคำเดียว...มืออาชีพ

 

            ต่อให้เกิดอะไรขึ้นก็ต้องทำงานตรงหน้าของตัวเองให้ดีที่สุด

 

          นิสัยแบบนี้คงเป็นเหมือนกันหมดทั้งครอบครัว

 

            ดวงตาคมฉายชัดถึงความห่วงใย ช่วงเวลาเดียวกับที่ดวงตาคมสวยหันมามองทางนี้ แล้ว...หลบเลี่ยงไปทางอื่น

 

          คุณวินโกรธ

 

            ปณชัยไม่นึกแปลกใจ เพราะสิ่งที่เขาทำลงไป...มันไม่น่าให้อภัยเลยสักนิด

 

            ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะกำแพงความอดทนของเขามันแตกร้าวลงทุกที

 

            ความคิดของคนที่หมุนตัวแล้วเดินหายไปอีกทาง

 

            ภาพแผ่นหลังกว้างที่ทำให้ภวิศเผลอกัดปากจนเจ็บ แล้วรีบคลายออก ไม่อย่างนั้นปากที่เพิ่งทาลิปไปหยกๆ คงถูกครูดสีออกจนหมด ใบหน้าสวยเกินชายก็หันไปมองวิวทิวทัศน์สวยๆ ที่ไม่เข้าสมอง อากาศดีๆ บนดอยก็ไม่ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเลย อาจจะแย่ลงด้วยซ้ำ

 

            อารมณ์ก็แย่ ร่างกายก็แย่ จิตใจยังแย่อีก วันนี้คงเป็นอีกหนึ่งวันที่แย่ที่สุดในชีวิตเขา

 

            “คุณวินสวยจังเลยค่ะ”

 

            “ขอบคุณครับ” วินหันกลับมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงทัก แล้วก็เห็นหญิงสาวที่วิ่งไปทั่วกำลังหยุดมองเขาด้วยแววตาชื่นชม

 

            “ไม่อยากเชื่อเลยค่ะว่าเมื่อกี้คุณวินยังหน้าซีดๆ แป๊บเดียวเท่านั้นแหละ อื้อหือ สวยจังเลย สวยมากๆ ไม่แปลกใจเลยที่คุณอึนยืนยันว่าต้องใช้เมคอัพอาร์ติสที่เขาพามาเท่านั้น นี่ถ้าขอให้เขาสอนแต่งหน้า เขาจะสอนให้นกมั้ยเนี่ย” นกว่าอย่างตื่นเต้น เข้ามาดูใกล้ๆ แล้วพบว่าไม่มีที่ติ อันนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะแบบดีอยู่แล้วหรือช่างเก่ง

 

            ไม่แน่ว่าอาจจะทั้งสองอย่างรวมกัน

 

            “อ้ะ อาการคุณวินเป็นยังไงบ้างคะ โอเคมั้ย”

 

            “ดีขึ้นมากแล้วครับ” วินปดไปคำโต

 

            ขณะที่คนฟังก็ยิ้มกว้างอย่างโล่งใจ เพราะไม่อยากให้เวลารวนไปกว่านี้ ไหนจะเวลาพักทานข้าวของทีมงาน ไหนจะต้องเข้ารีสอร์ทให้ทันก่อนแสงสุดท้ายของวัน ไหนจะต้องรับมือกับอารมณ์แปรปรวนกับหนุ่มลูกครึ่งอารมณ์ร้อน แค่คิด เธอก็แอบสยองหน่อยๆ แล้ว

 

            “คุณวินหิวมั้ยคะ” ทันใดนั้น นกก็ถามอย่างนึกขึ้นได้ “เมื่อเช้าคุณวินก็ทานไปนิดเดียว แถมยังอาเจียนออกมาอีก อ้ะ นกมีขนมติดกระเป๋าค่ะ ทานรองท้องก่อนนะคะ เดี๋ยวจะไม่มีแรง”

 

            คนพูดรีบรื้อกระเป๋า แล้วฉวยขนมสีเหลืองในห่อพลาสติกสี่เหลี่ยมเล็กๆ ขึ้นมา

 

            “นี่อะไรครับ”

 

            “ข้าวซอยตัดค่ะ เคยทานมั้ยคะ อร่อยดีนะคะ พอดีเมื่อวานพอเข้าโรงแรมแล้วว่างๆ นกเลยไปเดินเล่นที่ตลาด ได้มาหลายอย่างเลย เจ้านี่ก็เป็นหนึ่งในนั้น เหนื่อยๆ แบบนี้ทานของหวานเข้าไปหน่อย น่าจะช่วยได้” วินเอ่ยขอบคุณ แล้วแกะห่ออย่างนึกสนใจ บิขนมที่มีรูปทรงแบบเส้นหมี่แบนๆ ทอด เชื่อมกันด้วยน้ำตาลเหนียวๆ จากนั้นก็เอาเข้าปาก

 

            ความหวานแผ่ซ่านในปากที่ทำให้รู้สึกดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

 

            “อร่อยดีครับ”

 

            “ค่อยยังชั่ว ดีใจที่คุณวินชอบ ในกระเป๋าเสื้อผ้านกยังมีอีกหลายห่อ ไว้นกเอามาให้นะคะ” คนให้นึกโล่งใจที่น้องชายมาเฟียเมืองไทยยอมรับขนมราคาไม่กี่บาท แล้วเจ้าตัวก็นึกขึ้นได้ว่ามีขนมก็ต้องมีน้ำ จนจะผละไปหามาให้ ถ้าไม่ใช่เพราะ...

 

            “อ้ะ”

 

            ผู้ชายตัวโตที่ดูน่ากลัวในทีแรกมายืนอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

 

            “น้ำครับคุณวิน”

 

            คนที่ส่งกล่องน้ำผลไม้ที่เจาะหลอดเรียบร้อยถึงริมฝีปากได้รูปของนายแบบคนสวย

 

            “คุณนกครับ เห็นว่าทางโน้นกำลังตามตัวคุณอยู่” ร่างสูงหันมาบอกคนที่มองไม่ละสายตา

 

            “ขอบคุณค่ะคุณชัย งั้นขอตัวก่อนนะคะคุณวิน”

 

            พอคนกลางจากไปแล้ว และเหลือกันเพียงแค่สองหนุ่ม ภวิศก็เบือนหน้าหลบไปอีกทาง บิข้าวซอยตัดเข้าปากเงียบๆ เป็นการเปิดสงครามประสาท แต่ดูเหมือนครั้งนี้ผู้ชายอีกคนจะไม่เล่นด้วย

 

            “ทานหน่อยนะครับ”

 

            “ฉันก็กินอยู่นี่ไง”

 

            “ผมหมายถึงน้ำครับ” คนพูดขยับเข้ามาอีกก้าว

 

            “เอาไว้ค่อยกินทีหลัง”

 

            “วันนี้นอกจากกาแฟเมื่อเช้า คุณก็ยังไม่ได้ดื่มน้ำเลย ทั้งที่ทุกทีคุณจะคอยดื่มน้ำตลอดทั้งวัน”

 

            “อย่ามาทำเป็นรู้ดีนะ” วินหันกลับมาสบตา ทั้งที่รู้ตัวเลยว่าเขากำลังสั่น

 

            ใช่ เขาเป็นคนที่คอยระวังไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ เขาต้องดูแลผิวพรรณตัวเอง ดังนั้น การดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่วันนี้ก็อย่างที่ปณชัยว่า เขาแทบไม่ได้แตะต้องอะไรเลย แต่มันเรื่องอะไรที่ต้องมาบอกให้หวั่นไหวว่ารู้จักเขาดีมากแค่ไหน

 

          รู้ดีสิ รู้ดีมากจนว่าสำส่อนเมื่อเช้ายังไงล่ะ

 

            ภวิศกัดปาก เบือนหน้าหลบอีกครั้ง

 

            “อย่าให้ผมต้องบังคับนะครับ”

 

            “คิดว่าจะบังคับฉันได้หรือไง ฮึ ตรงนี้ใครจะผ่านมาเมื่อไหร่ก็ได้ทั้งนั้น คุณปณชัยที่ห่วงหน้าตาเจ้านายยิ่งชีพจะกล้าทำอะไรให้ถูกครหาได้ล่ะว่าไม่ทำตามหน้าทะ...อื้อ!

 

            ทันใดนั้น วินก็ต้องเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อสายตา เมื่อจู่ๆ เขาก็ถูกล็อกปลายคางให้หันไปทางอีกฝ่าย แล้วริมฝีปากอุ่นก็ประกบลงมาอย่างว่องไว ไม่เพียงเท่านั้น ความหวานหอมของของเหลวก็กำลังไหลเอ่อเข้ามาในริมฝีปากของเขาจนอยากจะผละหนี แต่...

 

            หมับ

 

            ชัยก็ล็อกคอเอาไว้แน่นจนริมฝีปากไร้ช่องว่าง เท่านั้นไม่พอ ปลายลิ้นร้อนจัดก็สอดลึกเข้ามา บังคับดุนดันอย่างอวดดี จนเผลอกลืนน้ำผลไม้ลงคอ ทว่า หากวินคิดว่ามันจะจบแค่นั้น...มันผิดแล้ว

 

            “อื้อ!!!

 

            ริมฝีปากร้อนระอุยังคงสัมผัสปากนุ่มอยู่แบบนั้น ที่มากขึ้นคงมีเพียงความร้อนแรงของรสสัมผัสที่กำลังหนักหน่วงขึ้นทุกขณะ ปลายลิ้นก็เกาะเกี่ยวกับลิ้นนุ่มอย่างมีชั้นเชิง ไล้เลียไปตามแนวฟัน ราวกับค่อยๆ ป้อนสัมผัสให้โอนอ่อน มือใหญ่ก็ลูบคลึงหลังคอเพื่อทำให้ผ่อนคลาย ผิดกับจูบร้อนที่ดำเนินไปอย่างเร่าร้อนมากขึ้นทุกที

 

            มันมากจนเสียงครางอื้อดังมาจากคอของภวิศ

 

            สองมือที่พยายามดันอกกว้างในทีแรกก็ถูกรวบรัดเอาไว้ด้วยมือใหญ่มือเดียว

 

            จากนั้น คนที่บอกติดปากว่าทำตามหน้าที่ก็...ทำตามใจตัวเองหนักข้อมากขึ้น

 

            การกระทำที่คนป่วยอยู่แล้วยิ่งสิ้นเรี่ยวแรง ได้แต่ปรือตากล่าวโทษอีกฝ่ายกับความอวดดี

 

            จุ๊บ...จุ๊บ...

 

            วินได้ยินเสียงจูบดังก้องในหัว พอๆ กับสัมผัสร้อนผ่าวที่แนบประชิดไม่เลิก ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด สองมือที่ผลักดันก็กลายเป็นกำอีกฝ่ายตอบ ร่างกายอิงแอบแนบชิดกับแผ่นอกกว้างอย่างสิ้นแรง ปิดเปลือกตาลงในที่สุด

 

            กว่าที่ปณชัยจะถอนจุมพิตออก วินก็หอบหายใจอย่างหนักหน่วง

 

          “ผมบอกแล้วไงครับว่าอย่าให้ต้องบังคับ เพราะผมบังคับคุณวินได้มากกว่านี้”

 

            กึก

 

            คนพูดถอยหลังไปสองก้าว แต่ดวงตาคมกล้าที่ฉายแววเอาจริงมองนายแบบหนุ่มไม่วางตา ทำเอาคนฟังนิ่งอึ้ง รู้ตัวอีกที น้ำผลไม้กล่องเดิมก็ถูกยัดเยียดเข้ามาในมือขาว พร้อมกับเสียงทุ้มที่เอ่ยอย่างสุภาพ

 

            “คุณวินจะทานดีๆ หรือให้ผมป้อนอย่างเมื่อครู่ครับ”

 

            “...”

 

            วินยังเงียบเพราะตั้งตัวไม่ทัน และนั่น...

 

            ฟึ่บ

 

            หมับ

 

            “ฉันกินเองได้!” ใบหน้าคมโน้มเข้ามาใกล้แล้ว แต่ดีที่ภวิศไวพอที่จะยกมือขึ้นปิดริมฝีปากทันท่วงที พร้อมว่าเสียงขุ่น แต่วินก็ต้องชะงักเสียเอง เพราะ...

 

            ริมฝีปากอุ่นประทับลงกลางฝ่ามือของเขาหนักๆ ก่อนที่จะผละออกไปด้วย...รอยยิ้ม

 

            “งั้นทานก่อนที่ผมจะบังคับอีกรอบนะครับ”

 

            ครั้งนี้ วินยอมดูดน้ำผลไม้ให้หมดกล่องอย่างรวดเร็ว ไม่เข้าใจเลยว่าความเก่ง ความกล้า ความไม่กลัวใครของเขามันหายไปไหนหมด จะว่าจิตใจอ่อนแอก็ไม่ใช่ แต่ถ้าจะโทษใคร ก็ผู้ชายตรงหน้าที่จู่ๆ ก็ไม่เย็นชาเหมือนเช่นทุกที

 

            หัวใจเขาชักไม่รู้แล้วว่าควรจะรับมือกับผู้ชายคนนี้ยังไง...ไม่รู้จริงๆ

 

...............................................

 

ต่อค่ะ

 

            ท่ามกลางธรรมชาติอันเขียวขจีของขุนเขาที่มองเห็นได้ไกลสุดลูกหูลูกตา ยามนี้ราวกับว่ามีเทพธิดาลงมาเดินดิน ทั้งเรือนร่างสะโอดสะองในอาภรณ์สีขาว ดูพริ้วไหวตามแรงลู่ลม ทั้งใบหน้างามพริ้งเปี่ยมเสน่ห์ที่โดดเด่นด้วยดวงตาสีดำขลับราวกับไข่มุกดำล้ำค่า ทั้งผิวพรรณขาวนวลเปล่งปลั่งเป็นประกาย ทั้งหมดนั้นเรียกสายตาทั้งชายและหญิงให้เหลียวกลับมามองราวกับต้องมนต์เสน่ห์

 

            หากเทพธิดาที่ทุกคนชื่นชม...แท้จริงเป็นชาย

 

            เทพธิดานามภวิศที่กำลังโพสต์ท่าให้ตากล้องรูปหล่อลั่นชัตเตอร์ไม่หยุดมือ

 

            ภาพที่ปณชัยต้องยอมรับว่า...สวยงามจนเขาเองก็เผลอยกโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกลงในเครื่อง

 

            ยามคุณวินกำลังทำงาน แม้ว่าก่อนหน้าจะดูไม่พอใจแค่ไหน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้ากล้อง สีหน้า ท่าทาง หรือแม้แต่บรรยากาศรอบตัวก็ดูเปลี่ยนไป จนเขาไม่นึกแปลกใจเลยว่าทำไมแทรังถึงติดใจเจ้านายเขามากถึงเพียงนี้ เพียงแต่ติดใจในฐานะแบบหรือ...มากกว่านั้น

 

            ใบหน้างดงามเงยขึ้น ดวงตาเลื่อนลอยราวกับตกอยู่ในภวังค์ เป็นอีกครั้งที่ชัยสงสัยว่ากล้องถ่ายรูปจะเก็บความประทับใจที่เห็นอยู่วินาทีลงไปทั้งหมดได้ยังไง

 

            ไม่ใช่แค่เขา บอดี้การ์ดหนุ่มรู้ว่าทุกคนที่มองภาพนี้อยู่ก็คิดเหมือนกัน

 

          ผู้ชายทั้งโลกจะได้เห็นภาพนี้

 

            ทันใดนั้นคิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากัน แล้วรีบคลายตัวลงทันทีที่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจากข้างหลัง

 

            “คุณชัยคะ”

 

            “ครับ มีอะไรให้ผมช่วยมั้ยครับคุณนก”

 

            “อ้อ ไม่มีแล้วค่ะ เมื่อกี้ต้องขอบคุณคุณชัยมากนะคะ ถ้าไม่ได้คุณช่วยล่ะแย่เลย พี่คนขับหายไปไหนก็ไม่รู้ ให้แบกคนเดียวก็คงเดินขึ้นเดินลงหลายรอบ” นกว่าอย่างซึ้งใจ ดวงตาหวาดกลัวในตอนแรกเปลี่ยนไปในทิศทางตรงข้าม เมื่อผู้ชายที่ดูภายนอกแสนจะน่ากลัวมีน้ำใจอย่างไม่น่าเชื่อ

 

            เมื่อครู่คนที่ช่วยเธอขนข้าวของอุปกรณ์ รวมทั้งอาหารของทีมงานขึ้นมาถึงบนนี้ก็เป็นผู้ชายคนนี้

 

            ตอนนี้หญิงสาวจึงบอกตัวเองว่าอย่าตัดสินคนจากภายนอก แม้ผู้ชายคนนั้นจะฆ่าเธอได้ด้วยมือเปล่าก็ตาม

 

            “แต่นกมีนี่ค่ะ” คนพูดชูกล่องปฐมพยาบาลขึ้นมาพอดีสายตา จนคนตัวโตเลิกคิ้วขึ้นนิด

 

            ท่าทางประหลาดใจนั้นทำให้ร่างบางชี้ไปยังต้นคอตัวเอง

 

            “คุณชัยเหมือนโดนอะไรข่วนตรงคอน่ะค่ะ พอดีนกเห็นตอนเดินถือของขึ้นมาด้วยกัน ล้างแผลหน่อยนะคะ” แม้จะอยู่บนดอย แต่ความร้อนในยามบ่ายก็ทำให้ปณชัยปลดกระดุมออก คอเสื้อที่เผยกว้างขึ้นทำให้เห็นรอยข่วนตรงคอชัดเจนขึ้นเช่นเดียวกัน แม้เจ้าตัวจะลืมมันไปแล้วก็ตาม

 

            “ไม่เป็นไรครับ แผลนิดเดียว”

 

            “ไม่นิดมั้งคะ ขนาดเห็นแวบๆ ยังชัดเลย” หญิงสาวว่า มองมาด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาดี มือก็ถือสำลีและขวดเบตาดีนขึ้นมาแล้ว จนปณชัยก็เหลือบไปมองมุมที่กำลังถ่ายแบบกันอยู่ คิดว่าคงอีกสักพัก เขาเลยทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ใกล้ๆ แล้วรั้งคอเสื้อให้กว้างออก

 

            ภาพของหัวไหล่แข็งแรงที่ปรากฏแก่สายตาทำเอานกเผลอกลืนน้ำลายลงคอ

 

            เธอรู้ตัวตอนนั้นแหละว่าเพิ่งจะขอทำแผลให้ผู้ชายโคตรฮอตคนหนึ่ง และนั่นก็ทำให้เจ้าตัวเผลอมือสั่น หน้าแดง ได้แต่กดสายตามองแผลที่เห็นเป็นรอยข่วนชัดเจน แต่สมองกลับไม่ทำงานขึ้นมาเฉยๆ รู้เพียงว่าควรจะรีบทำแผล และให้เขาเก็บหัวไหล่สวยๆ สมชายนี้กลับไปใต้เสื้อผ้าคงดีที่สุด

 

            “ขออนุญาตนะคะ ถ้าแสบก็บอกได้”

 

            “ไม่เป็นไรครับ” ชัยว่าเรียบๆ เพราะนี่เทียบไม่ได้กับบาดแผลที่เคยได้รับมาเลยสักนิด

 

            พอร่างสูงว่าอย่างนั้น นกก็รีบทำแผลให้ไวที่สุด โดยที่หญิงสาวไม่รู้เลยว่าภาพนี้ตกอยู่ในสายตาของคนที่มีเสน่ห์ดึงดูดที่สุดในที่นี้ แต่ความมั่นใจนั้นกำลังลดหายลงทีละน้อย เมื่อคนที่อยากให้เห็น...พูดคุยกับหญิงสาวอีกคนด้วยรอยยิ้มน่าดู

 

..........................................

 

            แสงสุดท้ายของวันหมดลงแล้ว หมายความว่างานในวันนี้สิ้นสุดแล้วเช่นเดียวกัน เวลานี้ วินจึงก้าวออกมาจากห้องน้ำของห้องพักหรูหรา ซึ่งรีสอร์ทแห่งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นที่พักในคืนนี้เท่านั้น แต่ยังเป็นโลเคชั่นถ่ายภาพช่วงพระอาทิตย์ตกดินที่ผ่านมาอีกด้วย

 

            พอถ่ายงานวันนี้เสร็จ ภวิศจึงสามารถเข้ามาในห้องพักได้ทันที พร้อมกับบอกทีมงานคนอื่นว่าคงไม่ร่วมรับประทานอาหารเย็นด้วย เพราะอยากจะพักให้หายจากอาการเมารถที่เจอมาตลอดทั้งวัน

 

            แน่นอนว่าเมื่อเขาไม่ลงไป บอดี้การ์ดอีกคนก็ไม่มีสิทธิ์ลงไปเช่นกัน

 

            วินก้าวผ่านห้องพักที่แม้ไม่ได้กว้างใหญ่ระดับที่เขาพักเวลามาเที่ยวเอง แต่ก็กว้างขวางกว่าโรงแรมเมื่อคืนก่อนมาก เพราะมีเตียงนอนหลังใหญ่ที่ตั้งตรงข้ามกับชุดรับแขกสีขาวสะอาดตา ซึ่งพอตัดกับไม้ประดับสีเขียวก็ยิ่งดูโดดเด่นขึ้นมาอีก ทว่าภายในห้องพักไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับรีสอร์ทแห่งนี้ แต่เป็น...ระเบียงไม้ขนาดใหญ่ที่มองเห็นวิวภูเขาสุดลูกหูลูกตา

 

            ระเบียงไม้ที่ทำให้ดูเป็นสัดเป็นส่วนด้วยต้นไม้หลากหลายชนิดที่กั้นแทนรั้ว ดูเป็นส่วนตัวชนิดว่าไม่มีใครสามารถเข้ามาทำลายเวลาพักผ่อนได้ และตอนนี้ บนระเบียงที่บัดนี้มองไม่เห็นขุนเขาเพราะแสงสุดท้ายดับลงไปแล้ว มีผู้ชายร่างสูงใหญ่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ตาคมมองภาพบนหน้าจอโทรศัพท์ทีละรูปอย่างใจเย็น

 

            ภาพที่ภวิศรู้ดีว่าใคร...เขาเอง

 

            หากนี่ไม่ใช่สิ่งที่ติดตา แต่เป็นภาพความสนิทสนมที่มากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อระหว่างบอดี้การ์ดหนุ่มกับผู้ประสานงานสาว

 

            แม้ว่าทันทีที่แทรังบอกว่าเสร็จงาน ชัยจะก้าวเข้ามากางร่มให้ พร้อมทั้งขวดน้ำดื่มที่เสียบหลอดไว้ให้แล้ว แต่มันก็อดที่จะขุ่นเคืองหัวใจไม่ได้

 

            ทำไมถึงมีแต่เขาที่ถูกปั่นหัวเหมือนของเล่น!

 

            เมื่อเช้า เขาทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ พอสายมาก็ต้องมาหวั่นไหว แล้วแย่กว่านั้นคือต้องมาหึงหวงในตอนบ่ายจัด ความคิดเหล่านั้นรบกวนหัวใจของวินจนชายหนุ่มก้าวตรงไปหาอีกฝ่าย

 

            หมับ

 

            ภวิศดึงโทรศัพท์ในมือของปณชัยขึ้นมา ดูภาพของเขาเองด้วยแววตาเฉยเมย จากนั้น...ก็ปิดเครื่องมันทิ้ง

 

            “เจ้านายนายอยู่นี่ สนใจอะไรกับแค่ภาพถ่าย”

 

            “ผมว่าสวยดีครับ”

 

            กึก

 

            วินได้ยินคนชมว่าสวยมานับครั้งไม่ถ้วน จนเกือบจะเป็นเรื่องตลกที่เป็นผู้ชายแท้ๆ แต่ได้ยินคำชมนี้มากกว่าผู้หญิงบางคน แต่พอคนที่พูดออกมาเป็นคนคนนี้ เขากลับชะงัก ลมหายใจสะดุดไปจังหวะหนึ่ง ก่อนที่จะรู้สึกว่าตัวเอง...พ่ายแพ้อีกครั้ง

 

            อีกฝ่ายเหมือนรู้ว่าควรจะพูดหรือทำอะไรให้เขาไขว้เขว และมันต้องไม่เกิดขึ้น!

 

            “ชมอะไรกับแค่ภาพถ่าย ทั้งที่ฉันอยู่ตรงหน้าแท้ๆ”

 

            ฟึ่บ

 

            ไม่เพียงแค่เอ่ยถาม แต่วินทิ้งสะโพกลงบดเบียดที่หน้าตักอีกฝ่ายอย่างจงใจ จากนั้น...ก็โอบมือรอบลำคอ

 

            “ชมสิ” วินเอ่ยอย่างท้าทาย ยามที่แตะปลายคางอีกฝ่ายให้เงยขึ้นมาสบตากัน

 

            ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันนิ่ง แล้ว...

 

            “ปณชัย!

 

            วินกลับเผลอร้องออกมาอย่างตกใจ เมื่ออีกฝ่ายไม่เพียงแค่โอบรอบเอวของเขา แต่ชัยสอดมือเข้ามาใต้เสื้อนอนตัวบางอย่างอุจอาจที่สุด!

 

            เท่านั้นไม่พอ อีกฝ่ายยังดึงเอวของเขาเข้าหา จนแผ่นท้องแนบชิดกับแผ่นท้องแกร่ง ดวงตาคมสวยฉายแววตกใจ ยามที่ก้มลงมองดวงตาที่วาววับขึ้นมาจนน่ากลัว จากนั้นก็เอ่ยคำที่วินชักไม่แน่ใจว่าเขาตัดสินใจถูกหรือผิด

 

          “ผม...ขอชมคุณวินทั้งตัวนะครับ”

 

........................................

 

            ครบค่ะ ก่อนอื่นเลย พี่แพรวคะ วันนี้ที่เจอกัน เมย์มิกล้าบอกว่าเมย์จำตอนผิดค่ะ เอ้าร์ดอท์ที่ว่ามันตอนหน้าค่ะ ไม่กล้าบอกไง เลยมาสารภาพผิด ณ ตรงนี้แทน แหะๆ

            เอาล่ะค่ะ ขุนเขาและสายหมอก แม้ตอนนี้จะมีแค่ขุนเขาและสองเราก็ตาม มาดูกันเนอะว่าบนระเบียงนี้จะร้อนแผดเผาแค่ไหน อีกทั้ง แม้จะบอกว่าระเบียงมีความเป็นส่วนตัว แต่ใช่ว่าเคียงข้างจะอยู่ห่างไกลนะเออ

            นี่มีใครรู้สึกเหมือนเมย์มั้ยว่าอีลุงนี่รุกเอาๆ เลย หลังจากได้พี่วินแล้ว และเขาก็บอกแล้วว่าจะขอชมทั้งตัว นี่แค่ไม่ได้ชมด้วยคำพูดซะล่ะมั้ง ประสาทสัมผัส ตาดู หูฟังเสียง ปากลิ้มรส มือลูบกาย จมูกดมกลิ่น คงมาครบล่ะจ้า

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #พี่วินสวยมาก นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 624 ครั้ง

15,041 ความคิดเห็น

  1. #14931 may0975 (@may0975) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 08:57

    ฮื่ออออ.. เขิลอ่าาาาา
    #14931
    0
  2. #14809 toto (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 13:57

    นันเป็นใครอะ สงสัย

    #14809
    0
  3. #14656 koiikan (@koiikan) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:05
    เจ้านายกับลูกน้องนี้เหมือนกันจริงๆเลยนะ
    #14656
    0
  4. #14297 ;เซฮาน △ (@chunjiteentop) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 08:36
    โอ่ยยย พี่ชัยยย
    #14297
    0
  5. #14250 rattanalak44 (@rattanalak44) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 17:34
    รอชมเลยค่ะ 😁😁
    #14250
    0
  6. #14177 maknae_ (@maknae_) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 17:49

    ชมแบบไหนอ่ะะะะะ

    #14177
    0
  7. #14153 baimint20 (@baimint20) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 15:44
    ฟินนนนนน คำเดียวจริงๆ
    #14153
    0
  8. #13024 bemysunshine (@DBK1802) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 11:19
    กรี๊ดดดดด พี่วินพ่ายแล้วเนี่ย เล่นผิดคนแล้ว ดูสิ แค่วันเดียวก็อารมณ์แปรปรวนไปหมดเลย
    #13024
    0
  9. วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 13:58

    กี๊ดดดดดดดด

    #12896
    0
  10. #12622 Littie Bird (@kansupat) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 09:23
    ร้ายกาจ
    #12622
    0
  11. #12620 Night48mm (@Night48mm) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 07:28
    ร้ายกาจมากเวออ
    #12620
    0
  12. วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 01:32
    ร้ายกาจมากกกห
    #12032
    0
  13. #11723 PaMNOragAmI (@PaMNOragAmI) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 15:51
    ลุงร้ายย
    #11723
    0
  14. #11677 Thitaphorn Tiemnara (@thitanana) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 15:23
    ร้ายกาจสุดๆ ลุงชัยยยย
    #11677
    0
  15. #11640 lakkee (@lakkee) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 11:18
    ลุง ร้ายกาจจจ
    #11640
    0
  16. #11622 echize (@nonsatt) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 13:38
    ลุงงงงง จะร้ายกาจเกินไปแล้ว
    #11622
    0
  17. #11153 MonKyMind (@MonKyMind) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:58
    วิดดดวิ้ววว
    #11153
    0
  18. #11133 ikkyukiwkiw (@ikkyukiwkiw) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:20
    พี่เมย์!! จะทิ้งหนูไว้ที่ระเบียงแบบนี้ไม่ได้น้าาา กลับมาได้แล้ววววสส~ พลีสสสส จะลงแดงตายแล้วววววว
    #11133
    0
  19. #11130 Natnicha Sangdee (@wwaaaeee) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:07
    ทำไมหายไปนานจังคะ
    #11130
    0
  20. #11129 Riko Shirin (@riko92) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:24
    จัดไปอย่าให้เสียลุง
    #11129
    0
  21. #11127 Phang (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:21
    รอ รอ รอ เมื่อไหร่จะมา
    #11127
    0
  22. #11126 พอลลี่ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:45
    แอบมองเธออยู่นะจร๊ะะะะะะ
    #11126
    1
  23. #11125 Suthisa. FS (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:45
    รอนะคะะ
    #11125
    0
  24. #11124 เพียวเพียว (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:44
    รอน้าาา รอเค้าชมกันทั้งตัว
    #11124
    0
  25. #11121 MLKHCCBLDTKH (@fah02) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:06
    คิดถึงงงงงงงงงง
    #11121
    0