[Yaoi] Sugar Addict หวานกว่าขนมก็ผมเนี่ยแหละ [Boy's Love]

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 7 ฝันนี้มีกาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 62,848
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 713 ครั้ง
    9 ก.ค. 59




กั๊กบอกแล้วไงว่าไม่ได้ร้อง...ฮึก..ไม่ร้อง...

++++++++++++++++++++++++++++++

ตอนที่ 7 ฝันนี้มีกาม

 

 

 

กั๊ก

 

            ผมไม่ได้ชอบผู้ชาย...จริงๆ นะ

 

          จริงเด้ เชื่อกูสิวะ!!!

 

            ผมอยากจะร้องให้ลั่นโลก อยากจะว้ากใส่แม่งทุกคน อยากจะตะคอกว่ากูแมนนะกูแมน ถึงจะชอบของหวานเป็นชีวิตจิตใจ แม้จะตัวเล็กมดตะนอย แม้จะไม่เป็นที่ชื่นชอบในหมู่ผู้หญิง แต่ผมเนี่ย ไม่ได้เป็นเกย์จริงๆ นะ...มันต้องเป็นเรื่องจริงดิ

 

            แต่...ทำไมผมถึงต้องกลืนน้ำลายรุนแรงขนาดนี้ตอนที่กำลังมองร่างเปลือยของใครบางคน

 

            ไม่ ไม่เชิงเปลือยหรอก ก็แค่...กึ่งเปลือย

 

            ผมจำไม่ได้เหมือนกันว่าผมมาบ้านพี่ป้อง (อีกแล้ว) ตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมจำได้แค่ว่าผมสาบานกับตัวเองว่าจะไม่มาเหยียบที่นี่อีกเป็นครั้งที่สอง ไม่สิ ความเป็นจริงมันเกินสองครั้งมาแล้ว น่าจะครั้งที่สาม แต่ผมก็มา ขณะที่ก้าวเข้ามาในห้องนั่งเล่นเพดานสูง มองตรงไปยังโซฟาที่มีใครบางคนหลับสนิทอยู่

 

            นี่มันพี่ป้องแน่ๆ

 

            ผู้ชายใบหน้าคมเข้มเจ้าของคิ้วหนา แม้เปลือกตาจะปิดสนิทจนไม่เห็นสีตาข้างใน หากแต่แพขนตาที่ทาบทับแก้มก็ดึงดูดจนอยากจะยกมือเกลี่ยเล่น ไหนจะจมูกที่โด่งเป็นสันตรงจนอยากรู้ว่าหากเอาจมูกไปคลอเคลียด้วยจะรู้สึกยังไง นอกจากนั้น...ปากครับ

 

            ปากสีสวยๆ ที่มันคงจะนุ่มน่าดู

 

            โอเค ผมอาจจะบรรยายหน้าตาพี่ป้องได้เหมือนเกย์กระหายผู้ชาย แต่ผมไม่ได้ชอบพี่เขานะ...จริงๆ นะเว้ย เชื่อเด้!

 

            เอื้อก

 

            ปากผมไม่ชอบ แต่ตาผมมันมองต่ำเองนี่หว่า แล้วก็เห็น...แผ่นอกกว้างที่น่าแดก เอ๊ย น่าดู

 

            ตอนนี้พี่ป้องใส่แค่กางเกงนอนขายาวตัวเดียว ดังนั้น ด้านบนที่เห็นน่ะกล้ามอกล้วนๆ ไม่มีไขมันมาเกี่ยวเลยล่ะครับ ทั้งไหล่กว้าง ทั้งแผ่นอก ทั้งซิกแพค ไหนจะกล้ามเนื้อต้นแขนที่เห็นเป็นลวดลายชัดเจนเสียจนน่าลูบ จนนึกขัดอกขัดใจที่อีกฝ่ายนอนหลับแบบกอดอกหลวมๆ ท่อนแขนก็เลยบดบังแผ่นท้องไปกว่าครึ่ง

 

            ฟืด

 

          ให้ตาย น้ำลายกูไหล!

 

            ผมอยากด่าตัวเองว่าเหี้ยมาก เพราะเผลอมองตาค้าง รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ใช้หลังมือปาดไปบนปากแล้วมีน้ำลายติดมาเป็นคราบ ให้อยากจะเอาหัวโขกผนัง แล้วตะโกนว่าไอ้เหี้ยกั๊ก มึงจะกามไปถึงไหน ผู้ชายก็ไม่เว้นเนี่ยนะ!

 

            “ไม่กินเค้าหยอ”

 

            “เฮ้ย!

 

            ขณะที่กำลังตีกับความคิดตัวเองอยู่นั้น ผมก็ได้ยินเสียงโคตรแอ๊บแบ๊วที่ทำให้เผลอร้องเสียงดังลั่น แล้วก็ต้องตะครุบปิดปากตัวเองเพราะเกรงว่าพี่ป้องจะตื่น ซึ่งพอผมเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียง ผมเห็น...สิ่งมหัศจรรย์ที่สุดในชีวิต

 

            ลูกเกดครับ ลูกเกดสองเม็ดมีคิ้ว มีตา มีปากกำลังมองผมด้วยแววตาน่าสงสาร ยามที่ส่งเสียงพร้อมกันว่า

 

            “ไม่กินเค้าจริงๆ หยอ ฮือ เค้าเกิดมาเพื่อให้คนอื่นกินนะ” ลูกเกดเบอร์ 1 ส่งเสียงหงุงหงิง

 

            “ตัวเองกินเค้าในขนมปังได้ แต่ทำไมไม่กินเค้าเปล่าๆ บ้างล่า” แล้วไอ้เบอร์ 2 ก็ส่งเสียงงอแงยิ่งกว่า จากนั้น...

 

            “กินเค้านะ กินเค้า กินเค้าซี่!

 

            พวกมันสองตัวก็พากันส่งเสียงกระจองอแงจนผมนึกรำคาญ แล้วผมก็บ้าไงที่เดินเข้าไปหาพวกมัน เพราะถ้าให้แดก...กูสามารถมาก

 

            “โว้ย อย่าโวยวาย แสบแก้วหู มาๆ แดกให้ก็ได้”

 

            ผมว่าตัดรำคาญ จนพวกมันยิ้มร่า ลงไปทิ้งตัวนอนรอผมก้มลงไปกิน

 

            ฟึ่บ

 

          เออ กูก็กินประหลาดเนอะ

 

            ทุกทีคนทั่วไปกินลูกเกดต้องหยิบขึ้นมาเข้าปากกินใช่มั้ย แต่ผมไม่ล่ะ ผมก้มลงไป มองมันนิด เอียงคออีกหน่อย ก่อนที่จะ...เลีย

 

          นิ่มๆ หยุ่นๆ แล้วก็หวานดีพิลึก

 

            ผมชัดติดใจแฮะ ก็เลยก้มลงอีกครั้งแล้วละเลงปลายลิ้นลงบนลูกเกดสีเข้ม ขึ้นแล้วก็ลง แล้วด้วยความเสียดายหรือไงก็ไม่รู้ ผมไม่งับมันเข้าปากสักที แต่ใช้วิธีวนลิ้นรอบเม็ดนิ่มๆ ไปมา ค่อยๆ ซึมซาบรสชาติที่ไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน

 

            งับ

 

            จากนั้น ผมก็เริ่มใช้ปากงับมันเบาๆ กะว่าจะใช้ริมฝีปากขยี้แผ่วๆ ก่อนที่จะค่อยๆ เคี้ยว แต่...

 

          ทำไมมันแข็งขึ้นวะ

 

            ผมขมวดคิ้วมุ่น จากที่กำลังลิ้มรสอย่างเอร็ดอร่อย ก็ลืมตาขึ้นมาช้าๆ...ช้าๆ...

 

            “!!!

 

            จากนั้นก็ต้องเบิกตาโพลง เพราะไอ้ที่กินอยู่นี่ไม่ใช่ลูกเกด แต่เป็น...หัวนมครับ

 

          ไอ้เหี้ยเอ๊ย แล้วเสือกเป็นหัวนมพี่ป้องด้วยนะ!!!!

 

            ผมงี้เบิกตากว้าง เกือบจะผงะไปด้านหลัง ได้แต่เงยขวับขึ้นไปมองคนหลับแล้วพบว่าพี่ป้องยังหลับสนิทอยู่ท่าเดิม เลยรีบก้มลงมาดูหลักฐาน...หัวนมเล็กๆ แข็งๆ ที่เปียกชื้นแฉะไปด้วยน้ำลายของผม และให้ตายเหอะ หัวนมเปียกบนกล้ามอกแข็งๆ ไหงถึงเซ็กซี่ได้ขนาดนี้วะ!

 

            “ไม่ๆๆๆ ไอ้กั๊ก ไม่นะมึง ไม่นะ มึงห้ามนะ”

 

            ผมพยายามห้ามตัวเอง แต่ตั้งแต่เข้าใกล้พี่ป้อง สมองกับร่างกายผมมันไม่สอดคล้องกันมานานแล้ว ดังนั้นปากว่าไม่ แต่มือผม...ขยี้หัวนมพี่ป้องเล่นอะ

 

            นิ่มๆ แต่ก็แข็งๆ แม่งรู้สึกดี อยากจะบีบอีก ไม่ดิ...อยากจะดูดอีก

 

            ตอนเด็กผมก็ไม่ใช่พวกขาดความอบอุ่นนะ แม่ก็บอกว่าให้นมผมจนกระทั่งหย่านมไปเอง แต่ทำไมผมถึงทำตัวเหมือนพวกไม่เคยกินนมจากเต้า มองเต้าพี่ป้องตาค้าง และปากก็อ้าออก เพื่อ...

 

            จุ๊บ

 

          แม่งเอ๊ย...ดูดแล้วมันปาก!

 

            ผมอยากจะหยุดนะ แต่มันหยุดไม่ได้ เมื่อปากของผมกำลังห่อเข้าหากันเหมือนเวลาพูดสระอู มันจู๋เข้าหากันแบบนั้นเลยล่ะ ขณะที่ผมออกแรงดูดหัวนมเบาๆ ใช้ลิ้นเกลี่ยๆ ส่วนปลาย มันก็ไม่มีน้ำนมออกมาหรอกนะ แต่มันอร่อย ไม่สิ มันดูดมันต่างหาก ขณะที่อีกมือผมก็ขยับไปเล่นอีกข้าง แล้วให้ตาย สีผิวคร้ามแดดของพี่ป้องกำลังเรียกร้องให้ผม...เลียลงต่ำ

 

            รสคล้ายๆ คาราเมล...หวานติดปลายลิ้น แต่ก็มีความขมจางๆ

 

            แผล็บ

 

            ผมทนไม่ไหวแล้วว่ะ ความรู้สึกแรกตอนที่เห็นพี่ป้องถอดเสื้อกลับมาอีกครั้ง...อยากแดก

 

            ผมปลดมือพี่เขาที่กอดอกอยู่ ช่างแม่งอีกแล้ว ขณะที่ลากปลายลิ้นผ่านแผ่นท้อง แล้วแม่งสยิวครับ

 

            ตอนที่มันลากผ่านลอนกล้ามเนื้อเป็นลูกๆ แล้วลิ้นเคลื่อนตามเนิน มันรู้สึกขนลุกซู่ไปหมด แถมผิวเรียบลื่นแบบนี้ก็ยิ่งทำให้ผมอยากชิมมากกว่าเดิม และอยากจะด่าไอ้มือไม่รักดีจริงๆ

 

            ผม...กำลังดึงขอบยางยืดกางเกงพี่ป้อง

 

            ในเมื่อลิ้นผมมันเลียมาถึงไรขนอ่อนแล้วนี่นา พอมาเจออุปวรรคกีดขวางเป็นกางเกงยาวยืด ผมงี้คว้าขอบมันขึ้นมาทันที ใจไม่ได้อยากรู้จริงๆ นะ แต่ตานี่กดต่ำ จ้องเขม็งราวกับว่าไอ้รอยเผยอแย้มนั่นมีสมบัติล้ำค่าซ่อนอยู่

 

          สุดยอดของหวานที่ผมต้องไม่เคยลองมาก่อนแน่ๆ

 

            ตาผมจ้อง มือผมเปิด คอผมกลืนน้ำลาย และเมื่อขอบกางเกงดึงขึ้นสูง ผมก็ได้เห็น...

 

            หมับ

 

            โครม!!!!

 

          “ทำไมซนแบบนี้หืมน้องกั๊ก”

 

            ทว่า จังหวะนั้นเอง ผมก็ถูกคว้าข้อมือ แล้วกระชากเต็มแรงให้พลิกมานอนหงายอยู่บนโซฟาเนื้อนุ่ม แบบที่ตั้งตัวไม่ทัน ดวงตาทั้งสองข้างก็เบิกโพลง หัวใจเต้นรัวแรง แทบจะกระดอนออกมานอกแผ่นอก เพราะเสียงนี้ไม่ใช่เสียงแอ๊บแบ๊วของไอ้ลูกเกดเปรตนั่นแน่ๆ แต่เป็น...เสียงอบอุ่นกลั้วหัวเราะของพี่ป้อง!

 

            “ผมเปล่า!!!

 

            แน่ล่ะ ถึงทำผิดจริงก็ปฏิเสธไว้ก่อน พ่อเคยสอนไว้ตอนหนีแม่เที่ยว

 

ต่อค่ะ

 

            ผมงี้บอกปัดปากคอสั่น เงยหน้าขึ้นสบตาพี่เขา แล้วพบว่าพี่ป้องกำลังมองผมด้วยแววตาเอื้อเอ็นดู แต่ต้องเอ็นดูขั้นไหนวะ พี่แกถึงล้วงมือเข้ามาในเสื้อผม!

 

            “ปะ...ปล่อยนะเว้ย ปล่อยนะพี่!!!

 

            จิตใต้สำนึกบอกผมว่าต้องรีบชิ่ง แน่ล่ะ ดูดไปเต็มที่แบบนั้น ใครจะหน้าด้านหน้าทนมองหน้าพี่ป้องต่อได้วะ ทั้งที่...อยากแดกอีกจะตายห่า

 

            ฟึ่บ

 

            “พี่ ผมหนัก!

 

            พี่ป้องไม่ยอมปล่อยผมไม่พอ พี่เขา...ทับผมลงมาทั้งตัว แล้วให้หลอดกลมแม่งได้กับหลอดตะเกียบเถอะ (?) พี่ป้องกำลังหายใจรดหูผม!

 

          แม่งสยิวมาก เสียวมาก และขึ้นมาก!

 

            ลมหายใจร้อนๆ ที่เป่าพรูเข้ามาในรูหู จนผมขนลุกเกรียว และเอาอีกแล้ว อาการหนาวสั่นเริ่มกลับมาอีกครั้ง จนได้แต่กระซิบ

 

            “พี่ ถ้าไม่ปล่อยผม ก็ช่วยผมเถอะนะ...ช่วยกั๊กนะ”

 

            อย่ามีใครไปฟ้องพ่อแม่ผมเชียวนะว่ามีลูกหื่นกามได้ขนาดนี้ พอเขาทับ...แม่งขอให้เขาทำต่อ

 

            ทำไงได้ ผมติดใจหัตถ์เทวะนี่หว่า!

 

            ทว่า...นิ่ง

 

            ไม่นิ่งธรรมดานะ น้ำหนักที่ทับตัวผมเริ่มมากขึ้น...มากขึ้น จน...

 

            พรวด

 

          “กูหายใจไม่ออกโว้ย!!!

 

            ผมก็ลืมตาโพลง ตะโกนก้องออกมาท่ามกลางความมืดมิด ซึ่งสิ่งแรกที่ผมเห็น ไม่ใช่หน้าหล่อๆ ของพี่ร้านเค้ก แต่เป็น...กลุ่มขน

 

            อย่าครับ อย่าทราม อย่าคิดทะลึ่ง...ขนหมาครับ

 

            “ไอ้เหี้ยมู่!!!

 

            ผมนี่ทั้งผลักทั้งดันไอ้หมาเวรที่มันขึ้นมานอนบนตัวผมได้ยังไงก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้ ไม่ใช่แค่ขาหน้าป่าย หรือก้นทับนะ มันขึ้นมานอนทับพาดผ่านตัวผมเลย เอาซะสูดขนมันเข้าปอดไปหลายเส้น งานนี้กูจะเป็นภูมิแพ้ก็เพราะมึงเนี่ยล่ะ!

 

            การตะโกนเรียกชื่อที่ทำให้หมาขี้เซาโงหัวขึ้นมา ลืมตามอง แล้วคราง

 

            “หงิงๆๆ”

 

            ราวกับบอกว่า...ยังมืดอยู่เลย เจ้านายรีบตื่นทำไม นอนต่อกันเถอะนะ นอนต่อ มู่ง่วง

 

            มันคงกลัวนายไม่รู้ว่าต้องการสื่ออะไรมั้ง เพราะมีการขยับตัว ซึ่งเหยียบผมดังแอ๊ก แล้วก็หมุนตัวไปมาบนเตียง ก่อนที่จะทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง และผมบอกหรือยังว่าหมาผมไม่ใช่หมาผู้ดีอย่างโหดเหี้ยมของไอ้กราฟ นี่เลยครับ ขาหลังแผ่ออก ขาหน้าชูขึ้นฟ้า ทำท่าเหมือนหมาเตรียมเอาไปหัน แล้ว...หลับ

 

            หมาน่ะหลับ แต่เจ้านาย...ตื่นเต็มตา

 

            เมื่อกี้คิดว่าจะขาดอากาศตายเลยลืมไปอึดใจไง พอตอนนี้สติกลับเข้าตัว ก็รู้แล้วว่า...ฝัน

 

          กูเนี่ยล่ะฝัน ไม่ใช่ฝันเปียกธรรมดาด้วยนะ ฝันว่าก่ออาชญากรรมกับคนแก่ด้วย!

 

            “ไม่ใช่ลูกเกด แต่เป็นหัวนม และไม่ใช่คาราเมล แต่แม่งเป็นผิวคน” ผมยกมือข้างหนึ่งปิดหน้า ทั้งที่เบิกตากว้าง เพราะรับตัวเองไม่ได้สุดๆ ไหนเขาว่ากันว่าคนเรามักจะลืมความฝันตอนตื่นไง ทำไมผมจำได้ทุกรายละเอียด ทุกอณูเลยวะ

 

            ตั้งแต่เริ่มเลียยันกางเกงยางยืด!

 

            แผล็บ

 

          แล้วกูจะเลียปากทำหอกอะไรครับ!

 

            ผมงี้เลียปากอย่างเผลอตัว เพราะรสชาติของเจ้าลูกเกดมันยังติดตราตรึงใจ

 

            หมับ

 

            “ไม่ใช่แล้ว! ไม่ใช่แล้ว! ไม่ใช่แล้วววว!!!

 

          ติดใจบ้าติดใจบอดิ นั่นไม่ใช่ลูกเกด นั่นหัวนม แถมเป็นของ...พี่ป้อง

 

            ประโยคหลังนี่ผมครางในใจซะไม่ต่างจากแมวเลย แล้วไอ้ที่ติดตาต้องใจที่สุดก็ไม่ใช่อะไรอื่น...ที่เห็นก่อนที่จะถูกพลิก

 

            “ไอติมยักษ์”

 

            แม้จะเป็นความฝัน แต่แวบนั้น ผมเห็นชัดมาด อภิมหาไอติมแท่งใหญ่ที่ตั้งตรงทะยานฟ้า ราวกับประกาศกับโลกหล้าว่า...มากินข้าสิ

 

            “ถ้ามากกว่านี้มึงควรไปบำบัดแล้วนะไอ้กั๊ก”

 

            ผมจะร้องไห้จริงๆ นะ เพราะอะไรคือการที่ผมฝันถึงพี่ป้อง อะไรคือการที่ฝันว่าเลียนมพี่ป้อง แล้วอะไรที่ทำให้ผมฝันเห็น...ไอติมพี่ป้อง

 

            ไอ้อันหลังนี่มโนแน่ แต่ถ้าจะมโนแจ่มเห็นภาพชัดได้ขนาดนี้นะ

 

            ฟึ่บ

 

            และครับ พอก้มหน้ามองกางเกง แถมใช้นิ้วเกี่ยวขอบยางกางเกงนอน น้ำตานี่ร่วงแหมะผ่านร่องแก้มเลย

 

            ฟุ่บ

 

            ผมลดมือลงช้าๆ ผลักไอ้มู่ให้ไปไกลๆ แล้วลุกขึ้นจากเตียง เดินตาลอยไปยังห้องน้ำ แล้ว...

 

            “ย้ากกกกกกกกกกกกกกกกก”

 

            ผมก็ปล่อยเสียงอัดอั้นตันใจออกมาดังก้อง ยิ่งเห็นเงาสะท้อนที่เป็นเด็กหนุ่มหน้าโคตรหื่นกาม เหมาะแก่การส่งตรงไปบำบัดโรคติดเซ็กส์ จนได้แต่เอาหน้าผากโขกประตูหลายๆ ที แต่อาจจะเพราะมันยังไม่เช้าพอ เสียงนี้จึงดังตามมา...

 

            “ไปตะโกนที่อื่นโว้ยไอ้ลูกเวร พ่อแกจะนอน!!!

 

            พ่อผมนี่โคตรรักผมเลยว่ะ มีตะโกนด่าผ่านห้องมาด้วยนะ จนได้แต่คอตก เหลือบมองเป้ากางเกงอีกหน่อย แล้วถอนหายใจ บอกด้วยน้ำเสียงปลงๆ

 

            “ไง ไอ้เพื่อนรัก คืนนี้ก็ออกมาผจญภัยอีกแล้วนะ”

 

            คืนนี้ผมจะทำอะไรได้ล่ะครับ ฝันเอง กามเอง หื่นเอง ก็ต้อง...จัดการเอง

 

            เรื่องจัดการเองไม่เท่าไหร่ แต่ผมต้องการคำตอบจากใครสักคนก็ได้ว่าทำไม...ผมถึงฝันเห็นหน้าเจ้าของร้านเค้กด้วยวะ!

 

            เพื่อนผมฝันถึงสาวอกโต ไหงผมฝันเห็นผู้ชายมีไอติมแท่งยักษ์!

 

          ความผิดพี่ เพราะพี่นั่นแหละ ถ้าพี่ไม่จับตัวผม ผมก็ไม่เป็นงี้หรอก ผมเป็นงี้ก็เพราะพี่นั่นแหละ

 

            คืนนี้สอนให้ผมรู้ว่า การโทษคนอื่น...ไม่ได้ทำให้ความลามกของผมลดน้อยลงเลย

 

......................................................

 

 ต่อค่ะ

 

            “โดดเรียนกันเหอะว่ะ”

 

            วันนี้ก็ยังเหมือนหลายวันที่ผ่านมาตลอดอาทิตย์ ผมนี่หงอยเป็นปลาโอตากแห้งเชียว

 

            นี่เป็นวันที่ห้า ไม่สิ น่าจะวันที่หกแล้วมั้งนับตั้งแต่วันที่ผมวิ่งหนีออกมาจากร้านเค้ก ซึ่งผมควรจะมีความสุขที่ชีวิตกลับสู่วงโคจรปกติได้สักที เพราะถ้าไม่นับรวมไอ้คืนจัญไรนั่น ลูกชายผมสงบเสงี่ยมเรียบร้อยกว่าปกติเลยเชียวล่ะ

 

            หลายวันมานี้ ผมรูดออกไปครั้งเดียวเอง แถมตอนกลางวันก็ไม่มีอาการแผ่นสะดุด จนตั้งนูนเป็นเข็มนาฬิกาชี้ขึ้นฟ้า

 

            โอเค ผมอาจจะลามก คิดไม่ค่อยดี แต่ผมก็ไม่ได้ร้ายแรงเหมือนพวกชอบโชว์ที่เอะอะตั้ง เอะอะลุกหรอกนะ มีแค่ตอนที่ผมเข้าใกล้พี่ป้องนั่นแหละที่มีอาการผิดปกติ ดังนั้นแล้ว การที่ผมไม่หน้าด้านพอไปเจอพี่เขา จนเพื่อนรักได้มุดกลับถ้ำพักผ่อน ควรจะทำให้ผมลั้ลล้ามีความสุขสิ

 

            ขนมหวานร้านอื่นมีเยอะแยะ ฝากแม่ซื้อมาให้ก็ได้ ไม่เห็นต้องง้อกับร้านพี่ป้องเลย

 

            ผมควรคิดแบบนี้ถูกป่ะ แต่...หงุดหงิด งุ่นง่าน เหนื่อยหน่าย และโคตรเซ็ง

 

          พี่ป้องจะนึกถึงกูบ้างมั้ยวะ...ถ้าลืมได้ก็เก่งแล้ว อย่าลืมสิว่าล่าสุดมึงทำอะไรลงไป

 

            พอคิดเรื่องนี้ ผมก็เอามือปิดหน้า แล้วตัดสินใจว่าไม่ควรทำตัวเป็นปลาป่วย งั้นชวนเพื่อนฝูงโดดเรียนแม่ง

 

            “โดดไปไหน” ไอ้ต้นที่กดเกมมือถืออยู่ข้างๆ ถาม แบบที่ไอ้เป้ก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้

 

            “ไปเอาคืนไอ้พวกนั้นมั้ย มันมายุ่งกับรุ่นน้องกู” ไอ้นี่ก็จะหาเรื่องต่อยตีตลอดเวลา แถมได้ข่าวว่ารุ่นน้องมันไปอ่อยเด็กโรงเรียนอื่นเอง พอเบื่อ กลับมาคบเด็กโรงเรียนเดียวกัน แฟนเก่ามันเลยมาเอาเรื่อง แต่ไอ้เป้เป็นพวกไม่มีสมองอยู่แล้ว คิดว่าถ้าถูกหยามต้องเอาคืน

 

            “ไปเองคนเดียวเหอะ กูจะไปร้านเกม...ไปมั้ยพวกมึง” ผมผลักหัวไอ้เป้ออกไป แล้วหันไปถามเพื่อนคนอื่น ซึ่งพวกมันก็พยักหน้าบ้าง ส่ายหน้าบ้าง

 

            “ไม่ว่ะ กูไม่อยากถูกพ่อลากเข้าห้องเย็น”

 

            ห้องเย็นก็ห้องปกครองนั่นแหละ

 

            “ป๊อด!” ผมงี้แค่นยิ้มด่าพวกมัน ก่อนที่จะลุกขึ้นเต็มความสูง

 

            “ไม่รู้ล่ะ กูจะโดด ถ้าพวกมึงเปลี่ยนใจเจอที่ร้านเกมนะ” ผมจะเล่นเกมให้ลืมทุกอย่างเลย!

 

            ผมคิดพลางคว้ากระเป๋ามาหนีบใต้แขน โดยมีไอ้ต้นกับไอ้เป้ลุกขึ้นเดินตาม ตรงไปยังกำแพงฝั่งประจำที่บอกเลยว่าผมเชี่ยวสุดในโรงเรียนแล้ว เพราะปีนหนีมาตั้งแต่ม.ต้น การโดดข้ามกำแพงนี่จึงเป็นงานถนัด ดังนั้น ผมเลยหันไปฝากกระเป๋าไอ้ต้น

 

            “กูไปก่อน” ผมบอกมัน ก่อนที่จะกระโดดเกาะขอบกำแพง ใช้วิชาวัดเส้าหลิน ถีบตัวเองขึ้นไป ระวังเหล็กแหลมที่ติดตั้งไว้ตรงขอบ เพราะปีก่อนเคยมีรุ่นพี่หน้าโง่ลื่นพลาดถูกเหล็กเสียบแขน จากนั้นก็ดันตัวมาอีกฟากของกำแพง

 

            ผมกำลังเล็งหาจุดเหมาะๆ กระโดดลงไป ในจังหวะที่...

 

            “อ้าว อาจารย์มาทำอะไรตรงนี้คะ”

 

          ฉิบหาย!!!

 

            ผมหันคอขวับ เมื่อได้ยินเสียง แล้วก็เห็นพุงย้วยๆ ที่โผล่พ้นมุมกำแพง ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าพุงแบบนี้นี่อาจารย์คนไหน เพราะผมงี้ปล่อยมือ ทิ้งตัวลงกลิ้งบนพื้นถนนด้วยความว่องไว จากนั้นก็เผ่นสิวะ แม้จะได้ยินเสียงลอยมาตามลมก็เถอะ

 

            “มาดักเด็กโดดเรียน เฮ้ย หยุดนะ!!!

 

            อาจารย์แกน่าจะเพิ่งหันมาเห็นผม แต่เรื่องไรจะอยู่ให้พ่อมาจับ ผมก็โกยแน่บสิวะ ทั้งยังควักโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อต่อสายหาเพื่อนร่วมก๊วน

 

            [เฮ้ยไอ้กั๊ก เกิดไรขึ้นวะ]

 

            “พวกมึงอย่าออกมา จารย์ดักอยู่ข้างนอกโว้ย ไอ้พวกเหี้ยนั่นต้องมีคนไปฟ้องแน่ๆ”

 

            [ไอ้สัส เดี๋ยวกูไปดักกระทืบเรียงตัว!]

 

            “เออ แค่นี้นะ กูหนีก่อน!” ผมตัดสายพวกมัน เหลียวไปมองด้านหลัง โชคของโคตรโชคดีที่คนมาดักเป็นอาจารย์วัยกลางคนที่น้ำหนักเกินมาตรฐาน แกอาจจะดุจริง โหดจริง แต่แกกำลังไม่ดีจริงที่จะวิ่งตามเด็กหนุ่มๆ อย่างผมหรอก ดังนั้น ผมนี่วิ่งคดเคี้ยวเลี้ยวลดไปตามซอยข้างโรงเรียน เพื่อโผล่มาอีกซอย หอบจนตัวโยน ขณะที่เหลียวไปมองด้านหลัง

 

            “แฮก แฮก แฮก...กูรอดแล้ว...”

 

            ปรี๊นนนนนนนนนนนนนนนน

 

            “!!!

 

            ผมเพิ่งจะยกมือชกอากาศไปหยกๆ เมื่อเสียงแตรรถดังสนั่นลั่นไปทั้งถนน และเมื่อหันกลับมาก็พบว่า...ตัวผมวิ่งเลยขอบถนนมาเกินห้าก้าว

 

            ก้าวผมเล็ก แต่ห้าก้าวนี่รถเฉี่ยวง่ายๆ เลยนะ!

 

            เอี๊ยดดดดดดดดดดด

 

            ทว่า เสียงเบรกดังสนั่นหวั่นไหว แล้วรถที่ทำท่าจะพุ่งเข้าชนผมก็เร็วพอที่จะหักหลบพ้น จนแฉลบออกไป เฉียดตัวผมชนิดที่ลมร้อนปัดผ่านเอวไปนิดเดียว

 

            ฮวบ

 

            แน่นอน ช็อกจนทรุดสิงานนี้

 

            ผมนี่เข่าอ่อน มือไม้สั่น ทิ้งตัวลงไปนั่งบนพื้นถนนเลย ขณะที่รถคันนั้นก็จอดกลางถนน และเพราะช่วงกลางวันถนนเส้นนี้ไม่คึกคัก ก็เลยไม่มีรถคันไหนขับตามมาให้บีบแตรใส่เล่น จากนั้น คนขับก็กระวีกระวาดลงมาจากรถด้วยท่าทางตกใจสุดขีด ทว่า...

 

          “ไอ้เด็กบ้า!!!! มาวิ่งตัดหน้ารถแบบนี้ได้ยังไง!!!

 

            “ผม...คือผม...”

 

            ผมตอบอะไรไม่ถูก เพราะบอกตรงๆ ว่าช็อกมาก โคตรช็อก ชนิดที่นึกว่าตายไปแล้วรอบนึง ไม่ทันสนใจเสียงกรีดร้องของผู้หญิงคนขับที่กำลังยืนเทศนาผมอยู่ แถมไม่มีทีท่าจะเข้ามาช่วยพยุงผมขึ้นด้วย ทั้งยังถามเสียงเข้ม

 

            “นี่ไม่ใช่แก๊งหลอกลวงที่เห็นตามข่าวว่าวิ่งตัดหน้ารถเรียกค่าเสียหายใช่มั้ย!

 

            ผมควรจะโกรธนะ แต่อย่างว่า สติผมยังไม่เข้าที่เข้าทาง เอาจริงๆ นะ...กลัวฉิบหายเลยครับ

 

            “นี่! ฟังอยู่หรือเปล่า”

 

            “ผม...ขอโทษ” ผมหลุดออกมาได้แค่คำนี้ จนอีกฝ่ายนิ่งไป ทำท่าลังเลว่าจะเข้ามาช่วยดีมั้ย ทั้งที่มือยังจับประตูรถแน่น กะว่าถ้าผมเป็นพวกแก๊งเรียกตังค์ เจ๊แกคงกระโจนขึ้นรถ แล้วบึ่งออกไปแบบไม่เหลียวหลังกลับมาแน่ๆ

 

          ไม่เป็นไรไอ้กั๊ก ไม่เป็นไร...ยังไม่ตาย โอเคนะมึง ยังไม่ตาย

 

            ผมรวบรวมสติบอกตัวเอง เงยหน้าขึ้นหมายจะบอกพี่เขาว่าไม่เป็นไรแล้ว และขอโทษที่วิ่งตัดหน้ารถจนเดือดร้อน แต่...

 

            “แอน เกิดอะไรขึ้น! เสียงแตรดังไปถึงหน้าร้านเลย”

 

            “ป้อง! มาช่วยเราหน่อย ไอ้เด็กบ้านี่วิ่งตัดหน้ารถเรา เรากลัว”

 

            กึก

 

          เดี๋ยวนะ ไม่ใช่ป้องเดียวกันใช่มั้ย!!!

 

            ผมได้ยินเสียงฝีเท้าใครบางคนวิ่งเข้ามา ตะโกนถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย จนคนขับก็ร้องตอบอย่างดีใจว่ามีคนมาช่วย แต่ชื่อนี้ เสียงแบบนี้...

 

          ลุกสิวะไอ้กั๊ก ไอ้ขาไม่รักดี ลุกสิวะ หนีสิมึง!!!

 

            ผมก็พยายามบังคับร่างกายแล้วนะ แต่แม่ง ทั้งแขนทั้งขานี่ยังไม่เชื่อมกับสมองมั้งก็เลยไม่ยอมขยับ มีแค่หัวนี่แหละที่เสือกขยับเงยหน้าขึ้นมองคนมาช่วย ซึ่งพออีกฝ่ายเห็นหน้าผมปุ๊บ พี่ป้องนี่เบิกตากว้าง ชะงักปลายเท้านิด จากนั้น...

 

            หมับ

 

            กระโจนทีเดียวถึงตัวผมเลย

 

            “น้องกั๊ก นี่มันเกิดอะไรขึ้น!!!

 

            “ผม...”

 

            ผมจะตอบว่าผมไม่รู้ แต่...

 

            “เด็กนี่มันวิ่งตัดหน้ารถเรา ไม่รู้ว่าเป็นพวกสิบแปดมงกุฎเรียกค่าเสียหายหรือเปล่า!

 

          โว้ย ถ้ากูเป็นแก๊ง ป่านนี้คงมีคนวิ่งมาขอเงินมึงแล้วล่ะ หอกเถอะ!

 

            ผมเริ่มโมโหแล้วนะ นี่ช็อกตาตั้ง ลุกไม่ขึ้น จะไม่มีน้ำใจช่วยกันไม่พอ ยังจะด่าเสียๆ หายๆ อีก ในขณะที่พี่ป้องก็ไม่ได้สนใจฟังเพื่อนตัวเอง เพราะเขาก้มลงมามองผม ดวงตาคู่คมดูตกใจมาก ถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

 

            หมับ

 

            “น้องกั๊กเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ได้แผลมั้ย ไหนบอกพี่ป้องสิครับ”

 

          ถามหาแผลแล้วมากุมแก้มกูทำไม!

 

            ผมว่าสติและปัญญาเริ่มกลับมาก็ตอนที่ความอบอุ่นของสองฝ่ามือแนบสองแก้มผมเนี่ยล่ะ รั้งให้เงยขึ้นไปสบตาคู่คมที่มีเพียงความห่วงใย และความจริงใจ จนความตกใจเริ่มจางหายไป มือไม้เริ่มมีแรง จมูกสูดหายใจลึกๆ จนแทบสำลัก มั่นใจแล้วว่ายังมีชีวิตอยู่แน่ๆ

 

            คนตายคงไม่ได้กลิ่นขนมหอมๆ ลอยออกมาจากตัวพี่ป้องหรอก

 

            “ผม...ไม่เป็นไร” แต่เสียงผมสั่นมาก สั่นเหมือนจะร้องไห้ ทั้งยังจับเสื้อพี่เขาไว้

 

            “พี่พาไปโรงพยาบาลดีกว่า”

 

            “เฮ้ยป้อง เราไม่ได้ชนโดนนะ...”

 

            “โดนไม่โดนก็ไม่เกี่ยว! เราจะพาน้องเขาไปเช็กเพื่อความมั่นใจ” คู่กรณีแว้ดขึ้นมา และทำให้พี่ป้องหันไปว่าเสียงเข้ม ซึ่งผมก็เพิ่งเคยได้ยินเสียงพี่เขาดุขนาดนี้ ตาคมก็วาววับยามมองเพื่อนตัวเอง จนทางนั้นกัดปากแน่น กระฟัดกระเฟียดไม่พอใจ ขณะที่ผมก็รีบบอกก่อนที่เรื่องจะใหญ่กว่านั้น

 

            “พี่ป้อง ผมไม่เป็นไร ไม่ได้แผล ไม่ต้องไปโรงบาลหรอก”

 

            ไม่ใช่อะไร ถ้าไปโรงพยาบาลก็ต้องเรียกพ่อแม่ แล้วถ้าพ่อแม่มาก็ต้องถามว่าเกิดอะไรขึ้น สืบไปสืบมา ขืนรู้ว่าเพราะโดดเรียน นอกจากจะไม่ได้ความเห็นใจแล้ว คงโดนด่าเปิง ถูกหักค่าขนม แถมมีเคอร์ฟิวเวลากลับบ้านอีก เห็นมั้ยมีแต่เสียกับเสีย ดังนั้น...ไม่ไปครับ

 

            “แต่...”

 

            หมับ

 

            “กั๊กไม่ไปนะพี่ ไม่ไปนะ” มือผมมันตอแหลหรือไงวะถึงกระตุกชายเสื้อพี่เขาแรงๆ

 

            “เห็นมั้ย น้องเขาก็ไม่เป็นไรแล้ว”

 

            “เงียบน่าแอน!” พี่ป้องหันไปว่าเพื่อน แล้วเขาก็หันกลับมามองผมอีกครั้ง สองมือยังไม่ปล่อยจากแก้ม

 

            “ถ้าไม่เจ็บตรงไหนแล้วน้องกั๊กร้องไห้ทำไมครับ”

 

            “ผะ...ผม...เปล่า กั๊กเปล่าร้องนะ”

 

            ผมก็เพิ่งรู้ตัวตอนที่พี่ป้องบอกนั่นแหละว่าผมกลัวจนร้องไห้ หายใจฟืดฟาด ขณะที่ปลายนิ้วของพี่ป้องก็กำลังเกลี่ยแก้มผมเบาๆ สัมผัสน้ำตาของผมด้วยสีหน้าราวกับเกรงจะทำผมพัง ให้ผมยืนยันนะว่าผมไม่ได้ร้อง ถึงเสียงห่านี่จะสั่นเป็นเจ้าเข้าก็เถอะ

 

            “ครับๆ ไม่ร้องเนอะเด็กดี ชู่ว ไม่เป็นไรๆ”

 

            “ก็บอกว่า...ไม่ได้ร้องไง...เล่า!

 

            ผมอยากจะด่าให้ว่ามาปลอบกูทำไม ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้ร้องไห้ ผู้ชายอกสามศอก ไม่สิ อกสามคืบอย่างไอ้กั๊กไม่ร้องไห้พร่ำเพรื่อหรอก แต่มือกับใจผมนี่แม่งไม่ค่อยประสานงานกันเลย เพราะสองมือยึดชายเสื้อพี่ป้องแน่น เงยคางส่ายหน้าสั่นๆ ทำจมูกแดงๆ ใส่

 

            “โอเค ไม่ร้องๆ แต่จะไม่ไปโรงพยาบาลแน่นะ”

 

            “ฮึก...”

 

          ก็กูบอกว่าไม่ร้อง แล้วกูจะทำเสียงสะอื้นในคอห่าอะไรวะเนี่ย!

 

            “โอ๋ๆๆๆ ไม่ไปเนอะไม่ไป โอเคครับโอเค เราไม่ไปโรงพยาบาลเนอะ”

 

            ผมไม่ได้จะสำออยใส่พี่ป้องนะ แต่พอเจอผู้ใหญ่ใจดีจับแก้มลูบแก้ม ถามเสียงเป็นห่วงเป็นใย ผมก็เผลอแบะปาก ทำท่างอแงหนักมาก ให้อีกฝ่ายรีบเอ่ยปลอบ แต่ปลอบอย่างเดียวไม่ว่า อะไรคือการที่ดึงหัวผมไปซบไหล่ แล้วต้องโทษกลิ่นขนมบนตัวพี่ป้องเลย...

 

            ฟึ่บ

 

            ผมก็ซุกเข้าซอกคอซะฉิบ!

 

            “ถ้าไม่ไปโรงพยาบาล งั้นเดี๋ยวไปนั่งดูอาการร้านพี่ก่อนนะ”

 

            “กั๊กไม่...”

 

            หมับ

 

            ผมลืมไปหรือเปล่าวะว่าพี่ป้องบ้าพลัง เพราะยังไม่ทันจะปฏิเสธ พี่แกก็อุ้มผมขึ้นด้วยท่าเจ้าสาว กระชับตัวผมแน่นกว่าคราวก่อนโน้นอีก แล้วต้องโทษความตกใจเป็นเหตุ เพราะผมเสือก...กอดรอบคอพี่ป้องตอบซะงั้น ขณะที่เสียงนุ่มๆ กระซิบปลอบใจผมไปด้วย

 

            “ทนอายนิดนึงนะครับ พี่จะเดินไปไวๆ”

 

            พี่ป้องจำได้ด้วยว่าหนก่อนผมบอกว่าอาย และนั่นทำให้ผม...ยิ่งกอดคอพี่ป้องแน่นขึ้น

 

          ตอนนี้อย่ามีใครว่ากูสำออยนะ ไม่เจอรถเฉี่ยวอย่างกูไม่รู้หรอกว่ากลัวแค่ไหน!

 

            เอาเป็นว่าผมงอแงหนักจริงๆ

 

            “ป้อง! แล้วเรื่องสัมภาษณ์ของเราล่ะ”

 

            ตอนนี้ผมลืมเจ๊ผู้หญิงคู่กรณีไปแล้วนะ ถ้าไม่เพราะเขาร้องขึ้นมาอย่างขัดใจ แต่ผมไม่หันไปมองหรอก ผมสนใจแค่ผมจะซุกอกพี่ป้องใครจะทำไม

 

            “เอาไว้วันอื่น วันนี้ไม่ว่างแล้ว”

 

            “ป้อง! แต่เรานัดไว้แล้วนะ!

 

            “งั้นก็เลื่อน...กอดพี่แน่นๆ นะครับ”

 

            พี่ป้องไม่แยแสอะไรพี่ผู้หญิงคนนั้นเลย ขณะที่ก้มลงมาบอกผมด้วยน้ำเสียงปลอบๆ ให้ผมพยักหน้าแรงๆ เอาเป็นว่าตอนนี้ลืมเรื่องครั้งล่าสุดที่เจอกันไปแล้ว รู้เพียงว่าเสียงปลอบทำให้ใจชื้น จนได้แต่ปล่อยให้พี่ป้องกระชับท่อนแขนที่โคตรแข็งแรง

 

            อย่าหาว่าไม่ใช่เวล่ำเวลาเลยนะ แต่ท่อนแขนพี่ป้องแม่งโคตรแข็งแรงเลย ขนาดถูกอุ้มแบบนี้ ผิวที่แตะโดนกันยังแข็ง แถมรู้สึกถึงลายกล้ามเนื้อเลยให้ตายสิ

 

          เหี้ย คิดไม่ดีอีกแล้วกู

 

            ฟึ่บ

 

            “เป็นอะไรหรือเปล่า”

 

            ขวับๆๆๆ

 

            ใจมันคิดไม่ดีไง ขนาดร้องไห้ สูดหายใจฟืดฟาด ผมก็ยิ่งซุกหน้ากับอกแข็งๆ ให้พี่ป้องก้มลงถาม ขณะที่รีบก้าวยาวๆ ไม่สนใจเสียงเพื่อนที่กำลังร้องเรียกซ้ำๆ อยู่ด้านหลัง จนผมได้แต่งึมงำ

 

            “พี่ป้อง เพื่อนพี่...”

 

            แล้วคำตอบที่ได้รับก็ทำเอา...ดอกไม้ฟูกลางอก

 

          “ช่างเขา น้องกั๊กสำคัญกว่า”

 

          ไอ้เหี้ยยยยย ใครสั่งใครสอนให้พี่ป้องพูดงี้กับเด็กอย่างกูวะ!

 

            ตอนนี้ผมชักไม่แน่ใจว่าตกลงผมกำลังตกใจเพราะเกือบถูกรถชนหรือเพราะคำพูดของพี่ป้องกันแน่ ที่แน่ๆ...

 

          อกพี่ป้องนี่อุ่นกว่าพุงไอ้มู่จมเลยล่ะ

 

.........................................

 

            ครบค่ะ น่าเอาพี่ป้องมาทำเป็นสินค้าจำหน่ายนะคะ มีใครอยากได้พี่ป้องสัก 1 ea มั้ย ผู้ชายคนนี้น่าจะขายได้ดี ใครว่าพี่ป้องมาร มาดูตอนนี้เร็ว เทวดาชัดๆ! โหย พี่แกทั้งโอบทั้งอุ้มทั้งปลอบ แถมยังบอกด้วยนะว่าน้องกั๊กสำคัญกว่าเพื่อน เรียกว่าเพื่อนสาวนี่หน้าเสียไปเลยทีเดียวเชียว แล้วไอ้ที่เมย์สปอยไปในทวิตน่ะ คือตอนนี้นะเออ พี่ป้องถามว่าน้องเจ็บ น้องอยากไปโรงพยาบาลมั้ย ไม่ใช่ตอนพี่ป้องทำน้องแหกนะคะ ตอนนั้นพี่ป้องเขาดูแลทายาประคบประหงมของเขาเอง แต่กว่าจะได้กัน หึๆ นางมารอย่างอีคนเขียนให้เด็กมันทำตัวน่าอับอายอีกหลายตอนแน่ๆ

            ว่าแต่ บอกแล้วว่ารับแค่อาดิดาส ไนกี้ คอนเวิร์สนะคะ ประเภทปาช้างดาว นันยาง หรือป็อปทีนนี่ไม่เป็นไรนะ เมย์เกรงใจ อย่าปามาเลย แฮ่ เอาล่ะ น้องกั๊กอยู่ในมือมาร พาเข้าปราสาทพญามารแล้ว มาดูกันว่างานนี้จะโดนอะไร

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมหวาน นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 713 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,681 ความคิดเห็น

  1. #25544 teeranan6270 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 03:28
    อยากได้พี่ป้องงงงง
    #25,544
    0
  2. #25511 rattanalak44 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 10:52
    โห: พี่ป้อง
    #25,511
    0
  3. #25485 ภาวนา ยะถาเทศ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:59
    ฟินนนนนนน
    #25,485
    0
  4. #25431 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 19:27
    ถ้าพี่เมย์ทำพี่ป้องขาย...หนูซื้อ! แงงงงงงงง
    #25,431
    0
  5. #25399 maknae_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 17:32

    เเขินนนนนน

    #25,399
    0
  6. #25346 MaiNatkamon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 01:17
    พี่ป้องงงงง อบอุ่นตลอดดดด
    #25,346
    0
  7. วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 20:39
    ตกอกตกใจกับต้นตอนมาก ใจคอไม่ดีเลย55
    #25,241
    0
  8. #25199 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 04:22
    เขินนนนนนนน
    #25,199
    0
  9. #25149 MaMa_Meaw (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 11:11
    เกลียดลูกเกดในความฝัน 55555
    #25,149
    0
  10. #25038 Miki_milky (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 14:25
    กั๊กไม่อยากเจอเค้าหลบหน้าหลบตาเค้าแต่ก้อมีเรื่องให้เจออยู่ดี
    #25,038
    0
  11. #25011 Defenderking (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 12:02
    อ๊ากกกกกกกกกก เขินนนนนนน
    #25,011
    0
  12. #24996 M.Choc_Parfait (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 17:35
    พี่ป้องง อย่า เราไม่เชื่อพี่หรอก ไม่มีทางใสๆแน่นอนน นี่พระเอกพี่เมย์เชียวนะ //โดนเตะ 5555
    #24,996
    0
  13. วันที่ 8 กันยายน 2560 / 12:42
    กั๊กต้องรีบไปบำบัดแล้วละ 55. อะไรจะมโนและเก็บไปฝันหื่นๆแบบนั้น >\\< อยากได้พี่ป้องจัง 555
    #24,843
    0
  14. #22912 ff.raing7 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 17:45
    อยากเป็นกั๊กกก 55
    #22,912
    0
  15. #22784 LOVE_Yaoi_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 17:13
    โอยยยย รีบอ้าพพพพพ
    #22,784
    0
  16. #22701 -Tsukiyo- (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 23:12
    โอ้ยยยย อ่านแล้วจะบ้าแทนน้องกั๊กก ชีวิตหนูจะต้องอับอายเบอร์นี้เลยเหรอลูกกกกก อ่านไปเขินไปกุมขมับไป โอ้ยยยย แต่งดีมากเลยค่ะๆๆ
    #22,701
    0
  17. #22650 จีจี้ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 08:28
    อ่ะโหววว พี่ป้องงงชัดเจนเว่อร์ค่ะ~!

    >ไม่มีตังซื้อไนกี้ปาไปหรอกค่ะ พี่เมย์เอาใจหนูไปก่อนละกันค่าาา ฮิ้วว #ปา #สนุกกั๊กน่ารักกก
    #22,650
    0
  18. #22642 No Caption1428 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 03:22
    อยากให้กั๊กมีสติกว่านี้อ่ะ คือเรื่องมันดีมากนะพี่ป้องดูอบอุ่น แต่กั๊กรนๆไปจนบางทีรู้สึกว่าเยอะเกินงามกว่า ผญ.อีกอ่ะ
    #22,642
    0
  19. #22166 nemaki chan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 11:34
    อยู่กับเพื่อนนี่พี่กั๊กแมนๆเลยนะ แต่อยู่กับพี่ป้องนี่ งอแงหนักมาก น่าร๊ากกก
    #22,166
    0
  20. #21907 Gammmmmmmmmm (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 22:03
    น่อววววว
    #21,907
    0
  21. #21783 มอนเตอร์ღ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 11:23
    เจอกันอีกครั้ง ดีงามมมม
    #21,783
    0
  22. #21407 tbuykeid37 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 10:53
    ดีๆๆๆๆๆ
    #21,407
    0
  23. #21360 Spritezeed_Za (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 01:49
    กลับหลุมไปเถอะค่ะนังชะนี
    #21,360
    0
  24. #21202 JongjitSriyan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 17:01
    ชะนีเงียบปากไป
    #21,202
    0
  25. #20919 ไนติงเกลสีดำ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:27
    ชะนีอดค่ะ!!!!!!!
    #20,919
    0