[Yaoi] Sugar Addict หวานกว่าขนมก็ผมเนี่ยแหละ [Boy's Love]

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4 ครีมขาวที่คาวขุ่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 58,801
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 760 ครั้ง
    23 มิ.ย. 59




อมๆ ดูดๆ ก็มีไว้ดูดแล้วก็อม 

(อมยิ้มไง แหม อย่าคิดลึกกันซี่ตัวเอง)

+++++++++++++++++++++++++

ตอนที่ 4 ครีมขาวที่คาวขุ่น

 

 

 

กั๊ก

 

            ตู้ม! ปังๆๆๆๆ!

 

            “ไอ้พวกเหี้ย แดกลูกตะกั่วกูมา! หนอย จะลอบฆ่ากูหรือมึง ไม่ได้แดกซะหรอก!

 

            “โอ๊ย เจ้ากั๊ก หูจะแตกแล้ว เล่นเบาๆ หน่อย”

 

            “เฮ้ยแม่ หลบๆ กั๊กเล่นอยู่!

 

            “หนอย กล้าพูดกับแม่งี้หรือเจ้ากั๊ก!

 

            วันนี้วันเสาร์ แน่นอนอยู่แล้วว่ามันเป็นเวลาพักผ่อนสำหรับเด็กนักเรียน ดังนั้น ตั้งแต่ตื่นมาตอนตะวันอยู่กลางฟ้า ผมก็ลากร่างเน่าๆ ที่ยังไม่อาบน้ำมาห้องนั่งเล่น แล้วตะบี้ตะบันเล่นเกมล่าสมบัติที่เพิ่งออกเมื่อไม่นานนี้อย่างเมามัน แต่คงมันมากไปหน่อย เพราะแม่บังเกิดเกล้าแว้ดมาแต่ไกล แล้วเดินมาบังจอผมซะฉิบ

 

            พอโบกมือไล่ เอาแล้วไง...นางมารกำลังเข้าสิง

 

            แม่ผมงี้ทำหน้าถมึงทึงเหมือนจะสาวไส้ลูกชายมาให้กากิน จนต้องหยุดเกม ว่าเสียงอ้อนๆ

 

            “โธ่แม่ มันเป็นฟีลลิ่ง ถ้าไม่ตะโกนเดี๋ยวไม่ได้อารมณ์”

 

            “อยากถูกไม้แขวนเสื้อฟาดสักทีมั้ย เผื่อจะดับอารมณ์ได้”

 

            “แม่อ่า!” แม่ไม่ได้ขู่ด้วย แต่ยกไม้แขวนเสื้อขึ้นมาเหนือหัว แล้วมองจากสภาพแล้วท่าทางจะเอาจริง ผมเลยทิ้งเกมลงพื้น แล้วทิ้งตัวลงนอนทับไอ้มู่ซะเลย

 

            หมาผมก็แสนดี ตราบใดที่ไม่มีของกิน มันก็นอนอืดทั้งวัน ตอนนี้ก็เหมือนกัน ไซบีเรียนเจ้าของดวงตาสีฟ้าใสโงหัวขึ้นมามองผมนิด แล้วก็ทิ้งตัวลงไปนอนแผ่ หงายพุงให้ผมซบมันดีๆ อีกแน่ะ

 

            “โอ๊ย ทั้งคนทั้งหมาเหมือนกันเด๊ะ จะขี้เกียจสันหลังยาวไปถึงไหน”

 

            “ไม่ยาวมากหรอกแม่ แค่โซฟาตัวเดียวเอง”

 

            “หงิงๆๆ”

 

            ใช่ฮับ มู่แค่นอนผึ่งพุง รอมื้อเที่ยงเอ๊ง

 

            ท่าทางแม่ผมจะเหนื่อยใจเกินกว่าจะด่า เพราะส่ายหัวแรงๆ แล้วหมุนตัวขึ้นไปบนบ้าน แต่ไม่วายยังมีบ่น

 

            “ลูกชาวบ้านชาวช่องเขาต้องไปเรียนพิเศษเพื่อสอบเข้า ดูลูกชายฉันสิ เรียนก็ไม่เรียน เอาแต่เล่น ห้องก็ไม่เก็บ โอ๊ย นี่ห้องคนหรือรังหนู!

 

            “อ้อ ห้องหมาน่ะแม่ ไอ้มู่รื้อ” ผมก็ตะโกนตามหลัง แล้วหันไปคุยกับหมา

 

            “ใช่มั้ย ความผิดมึงใช่มั้ยมู่”

 

            “โฮ่ง!” มันก็เห่ารับ และถ้าผมฟังภาษาไอ้มู่ไม่ผิด

 

            มู่ผิดก็ได้ แต่มื้อเที่ยงขอเยอะๆ นะเจ้านาย

 

            “เออๆ งั้นเล่นเกมต่อ”

 

            “กั๊ก เจ้ากั๊ก!” แต่ก่อนที่ผมจะกดเล่นต่อ เสียงเรียกของแม่ก็ดังลั่น

 

            “ขึ้นมานี่ซิ!

 

            ผมได้แต่แบะปาก แต่ยังอ้อยอิ่งไม่ยอมลุก กระทั่ง...

 

          “นี่เสื้อแกหรือเปล่า แกมีเสื้อตัวใหญ่ขนาดนี้ด้วยหรือ”

 

          เสื้อ?...ฉิบหาย!!!

 

            พรวด!!!

 

            “แม่! อย่ายุ่งกับเสื้อตัวนั้น!!!!

 

            จากเด็กขี้เกียจ ผมงี้เด้งพรวดไม่ต่างจากตุ๊กตาล้มลุก แล้วกระโจนขึ้นชั้นสองไปอย่างไม่คิดชีวิต ดวงตาเบิกโพลง เพราะเสื้อที่ว่าคงไม่ใช่เสื้อใครที่ไหน...ไอ้ตัวที่ผมยึดมาจากเจ้าของร้านเค้กแถวนี้นั่นแหละ

 

            ปัง!

 

            “อะไรของแก โวยวายอะไรเนี่ย”

 

            ไม่ทันแล้ว พอผมเปิดประตูเข้ามา แม่กำลังกางเสื้อยืดสีเข้มขึ้นมาดู แล้วผมก็แทบจะยกมือปิดหน้า เมื่อด้านที่แม่หันมาหาผมมีรอยด่างๆ ดวงๆ ที่แห้งแล้ว ไม่อยากบอกให้ใครรู้เลยว่ามันเกิดจากอะไร และผมทำงี้มากี่วันแล้ว

 

            ผมไปล้มลุกคลุกคลานที่ถังขยะมาตั้งแต่วันพุธ นี่วันเสาร์แล้ว ผมก็ยังไม่เอามันไปคืนเจ้าของ แถมไม่กล้าแวะเวียนไปที่ร้าน พอเลิกเรียนปุ๊บก็เกาะกลุ่มไปกับเพื่อน นึกโล่งใจทุกวันที่มองซ้ายขวาแล้วไม่เห็นพี่ป้องมาดัก ดังนั้นมันจึงยังอยู่กับผมไง

 

            ส่วนทำไมถึงไม่คืน อายที่ไปทำเรื่องขายหน้าไว้เยอะก็ใช่ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ...ผมไม่มีหน้าไปเจอพี่ป้องแล้ว

 

            นับนะ คืนวันพุธ วันพฤหัสฯ วันศุกร์ สามคืนเต็มๆ ที่ผม...เล่นเสียวกับเสื้อ!!!

 

          ฮือ กูล่ะอยากแขวนคอตาย แต่ความอายมันไม่เท่าความอยาก มองทีไรเหมือนถูกซัคคิวบัสกวักมือเรียกทุกที

 

            ครับ ผมใช้มันเป็นอุปกรณ์สรรสร้างความสุขมาสามคืนเต็มแล้วครับ คืนละประมาณสองน้ำ ดังนั้นผมเสร็จเพราะ (เสื้อ) พี่ป้องมาไม่ต่ำกว่าหกน้ำ แล้วผมจะมีหน้าไปเจอพี่เขาได้ยังไงวะ

 

            “แล้วตกลงนี่เสื้อใคร ไม่ใช่ของพี่แกนี่”

 

            “ของ เอ่อ...ของ...ไอ้ต้น! ใช่ ไอ้ต้นๆ”

 

            “ต้นตัวใหญ่ขนาดนี้เลยหรือ”

 

          แม่อย่าถามมากได้ป่ะ นี่แถจนสีข้างเจ็บแล้วนะ

 

            ผมตัวสั่นพั่บๆ กลัวแม่จะจับได้ แต่ก็ไม่กล้ากระชากมันกลับมาเพราะกลัวมีพิรุธ มองแม่ที่ยัดมันลงในตะกร้าผ้า แล้วสั่งผมเสียงเข้ม

 

            “แกยืมมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมเสื้อมันดูโสโครกขนาดนี้ เดี๋ยวแม่ซักให้ แป๊บเดียวก็ซักเสร็จปั่นเสร็จแล้วเย็นนี้ก็ไปคืนเพื่อน ปล่อยให้กองทิ้งไว้ แกก็โยนสุมไว้ในห้อง เผลอแป๊บเดียวไอ้มู่เอาไปเป็นที่นอนของมันอีก เพราะงั้นรีบไปคืนเขาซะ”

 

            “แต่วันจันทร์...”

 

            “บ้านต้นอยู่แค่ตรงนี้ ไม่ใช่บางนา-ศาลายา ไปคืนเขาวันนี้”

 

            ผมก็กริบสิครับ จะให้บอกได้ไงว่าไม่ใช่บางนา-ศาลายา แต่บ้านเรา-ร้านเค้กข้างโรงเรียนต่างหาก สุดท้ายผมก็ได้แต่รับคำ มองแม่ที่บ่นไปเก็บห้องให้ผมไป แล้วก็เดินหอบตะกร้าผ้าลงไปชั้นล่าง

 

            “แม่มา กั๊กทำเอง แค่เอาลงเครื่องใช่ป่ะ”

 

            งานนี้ผมก็แปลงร่างเป็นเด็กดี ช่วยเอาลงเครื่อง ช่วยซัก ช่วยตากเลยเชียวล่ะ ขืนแม่เห็นรอยแล้วเดาได้ขึ้นมา ผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ดังนั้นแล้ว...

 

          พ่อ แม่ โทษนะ ไอ้ที่ซักรวมไปด้วยนี่...อสุจิลูกทั้งนั้นแหละครับ!

 


....................................................

 

          เหยดเป็ด เหยดห่าน เหยดจระเข้ เหยดเต่า!

 

            ถ้าถามว่าทำไมผมขุดสารพัดสัตว์ขึ้นมาให้หวาดเสียวว่าจะถูกแบน ก็เพราะผมรู้สึกว่าความพยายามของผมมันเสียเปล่าน่ะสิ!

 

            ผมใช้เวลาหลายชั่วโมงช่วงที่รอให้ผ้าแห้ง นั่งบริกรรมคาถาเรียกความกล้าและหน้าด้านให้สถิตสู่กายเนื้อของผม สวดมนต์มาตลอดทาง แวะระหว่างทางก็ยังสวด แถมยังท่องบทที่คิดเอาไว้มาหลายสิบรอบ เพื่อที่จะมายืนอยู่หน้าร้านขนมหวานสีสันสดใสแสนดึงดูด ที่มีป้ายหน้าร้านพลิกขึ้นมาว่า...Close

 

          กูจะเครียดจนปวดตับทำเหี้ยอะไรวะเนี่ย!

 

            ผมไม่เคยรู้เลยว่าวันเสาร์ร้านปิด แต่วันนี้หน้าร้านถูกล็อกเอาไว้แน่นหนา เก้าอี้ถูกยกขึ้น ไม่มีพนักงาน ไม่มีลูกค้า มันทำให้รู้ว่าผมมาเสียเที่ยว ชนิดที่กำถุงเสื้อในมือแน่นจนขึ้นข้อขาว แล้วอดประหลาดใจไม่ได้ว่าผมจะโกรธขนาดนี้ทำไม

 

            เสียเวลา...ก็ใช่

 

            กลัวเก้อ...ก็ใช่อีก

 

            เครียดไปเอง...ก็ใช่นั่นแหละ

 

            ทั้งหมดนั่นควรจะทำให้ผมดีใจสิที่ร้านปิด เพราะผมสามารถเอาเสื้อทิ้งไว้ในตู้จดหมาย หรือกองไว้หน้าร้านก็ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วผมหงุดหงิดแทบตายเพราะ...ไม่ได้เจอพี่ป้อง

 

            “แล้วกูจะอยากเจอทำบ้าอะไรวะ”

 

            ผมงึมงำ เดินไปชิดกระจกหน้าร้าน เอาหน้าไปชิดกระจก มองส่องเข้าไปด้านในเพื่อเช็กให้แน่ใจว่าไม่มีคนอยู่จริงๆ และมันก็ปิดไฟเงียบ อย่าว่าแต่คนเลย แมลงวันสักตัวก็ยังไม่เห็น ให้ต้องพ่นลมหายใจแรงๆ จนกระจกเป็นฝ้า

 

            “กูไม่ได้อยากเจอ แต่อยากกินเค้กต่างหาก หนก่อนไอ้มู่ก็ล่อไปหมดกล่อง” ผมยืนยันกับตัวเอง

 

          ไม่อยู่จริงอะ ไม่อยู่จริงดิ

 

            ผมส่องแล้วส่องอีก สองมือนี่แนบกับกระจกร้านไปแล้ว แต่ในขณะที่คิดว่าจะตัดใจ...

 

            แปะ

 

            “ว้ากกกกกกก!!!

 

            จู่ๆ ก็มีมือมาแตะลงบนหัวไหล่ของผม จนสะดุ้งโหยง ร้องออกมาเหมือนเห็นผี และเห็นท่าจะทำให้ผีตกใจเพราะชักมือกลับไปอย่างเร็ว เปิดโอกาสให้ผมหันขวับกลับไปมองผีตัวนั้น แล้วผมก็...อ้าปากค้าง

 

            ไม่ มันไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกที่คนทักผมเป็นผู้ชายหน้าคมคิ้วเข้มเจ้าของหน้าหล่อและรอยยิ้มใจดี แต่ที่ทำให้ผมตาถลนคืออะไรที่ต่ำกว่านั้น

 

            ไม่ๆ ไม่ได้ต่ำกว่าเอว เออ แม้ว่าไอ้ที่ต่ำกว่าเอวมันจะดูนูนๆ ใหญ่ๆ ให้นึกอิจฉาเล่น แต่ที่ทำให้ผมตกใจคืออะไรที่สูงกว่านั้น...เสื้อ

 

          “ทำไมพี่ใส่เสื้อตัวนี้!

 

            ผมก็ร้องลั่นน่ะสิ ชี้นิ้วสั่นๆ ไปยังเสื้อสีน้ำเงินที่คุ้นตา...ไม่คุ้นได้ไง ผมเคยเอามันมาห่อบ๊ะจ่างผมนะ!

 

            ไอ้เสื้อใส่แล้วที่เคยเอามาดมไม่พอ ยังคิดสรรวิธีแฟนตาซีเล่นกับตัวเอง ซึ่งบัดนี้มันกลับไปอยู่บนหุ่นเท่ๆ ที่มีหัวไหล่กว้าง กระดูดไหปลาร้าลึกเย้ายวน และกล้ามอกแข็งๆ ที่เห็นรอยกล้ามเนื้อเด่นนูนขึ้นมา ซึ่งมันทำให้ผม...กลืนน้ำลาย

 

            ภาพวันนั้นชัดเด่นติดเต็มสองตา

 

            “หืม ทำไมล่ะ มันมีอะไรผิดปกติหรือ” พี่ป้องถามผมอย่างงงๆ ก้มลงมองตัวเอง อย่างที่ผมไม่อยากบอกเลยว่า การได้เห็นเสื้อตัวนั้นบนหุ่นแบบนี้ มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนว่า...ผมเคยเอาตัวเปลือยๆ ไปเสียดสีกับตัวพี่ป้อง!

 

            ใช่ ตรงคอเสื้อแน่ๆ ที่เสียวสุดๆ ตอนถูโดน

 

            หมับ

 

            สุดท้าย ผมก็ได้แต่ยกมือสองข้างกุมหน้า เพราะผมดันจินตนาการว่าเอาของตัวเองไปถูระหว่างคอเสื้อ แล้วประเด็นคือ...ตอนที่พี่ป้องสวมเสื้อตัวนี้อยู่ด้วย!

 

            “เฮ้ย น้องกั๊ก เป็นอะไรหรือเปล่า”

 

            หมับ

 

            “ยะ...อย่าโดนตัวผม”

 

            พี่ป้องคงตกใจกับท่าทางผมน่าดู เพราะพุ่งเข้ามาจับแขน แล้วเพราะพี่เขาเข้ามาใกล้ ผมเลยเหลือบไปมองคอเสื้อ แล้วแบบมันใช่ มันอยาก มันโดนใจจนกลืนน้ำลายแรง บอกเขาเสียงสั่นๆ ว่าอย่ามาจับนะ ไม่ได้หวงตัว แต่กลัวจะกระโจนใส่แทนต่างหากล่ะ!

 

            “เอ่อ รังเกียจพี่หรือครับ”

 

          เปล่า เปล่าโว้ย เปล่า!

 

            “ถ้าอยากให้ผมเข้าใกล้ พี่ต้องไปเปลี่ยนเสื้อ!” ผมก็หลุดความในใจมาซะเฉยๆ ให้พี่ป้องทำหน้าแปลกๆ ดึงคอเสื้อตัวเองขึ้นมาเพื่อหาสิ่งผิดปกติ แต่เข้าใจมั้ย เด็กลามกอย่างผมมันจินตนาการล้ำสุดๆ จนรู้สึกอยากถูตัวเองลงไปตรงนั้น จนยื่นคำขาด

 

            “พี่ไปเปลี่ยนเสื้อเลยนะ”

 

            “ทำไมครับ”

 

          เพราะมันทำให้กูรู้สึกไง!

 

            ในใจผมคิดแบบนั้น แต่ปากผมยังไวพอ...

 

            “มันเหม็น!!!

 

            “หืม! แต่พี่ซักแล้ว มีกลิ่นด้วยหรือ”

 

            “เหม็น! เหม็นมากพี่ อย่าเข้ามาใกล้นะโว้ย!

 

            ใครจะหาว่าสะดิ้งเป็นคนแพ้ท้องก็ช่างแม่ง เอาเป็นว่าผมนั่งยัน นอนยันเลยว่าเสื้อตัวนี้เหม็นมาก ไม่สนใจว่าจะทำให้พี่ป้องเสียความมั่นใจประเภทลดฮวบ รู้เพียงว่ามันเหม็น...เหม็นคราบน้ำคาวที่ซ่อนไว้จนโฉ่มาถึงนี่เลย

 

          ได้โปรด พี่เอาเสื้อตัวนี้ไปทิ้งเลยนะ อย่าใส่ให้ผมเห็นอีกเลยนะ ผมแม่งไม่ไว้ใจตัวเองจริงๆ ว่ะ!

 

............................................

 

ต่อค่ะ

 

            ผมนึกนับถือสำนึกผิดชอบชั่วดีของผมที่บอกว่า ผมควรจะซื้อเสื้อตัวใหม่แทนตัวเก่าที่ถูกย่ำยีจนไม่เหลือเค้าเดิม แล้วเก็บไอ้ตัวนั้นเอาไว้เป็นความลับท็อปซีเคล็ดของผม...ว่าแต่ ความลับกูนี่ยังกับถั่วงอก มีงอกเงยเพิ่มขึ้นวันละเรื่องเนอะ

 

            “เอ้าพี่ ผมซื้อเสื้อมาคืน”

 

            ผมก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าหลังจากที่ตะโกนใส่หน้าว่าเสื้อพี่เหม็นมาก ผมยอมเดินตามพี่ป้องเข้าร้าน แล้วขึ้นมาบ้านแกได้ยังไง รู้เพียงว่าผมพอจะสงบจิตสงบใจได้บ้างแล้ว โดยการเลี่ยงไม่มองเสื้อที่พี่เขาสวมอยู่ แม้แต่ตอนที่ผมส่งถุงเสื้อใหม่ให้ ผมก็ยังไม่มอง ขณะที่อีกมือก็กระชับกระเป๋าเป้เอาไว้มั่น

 

            ในนั้นมีหลักฐานที่ผมยังไม่กำจัดทิ้งไง

 

            “อ้าว ตัวใหม่หรือครับ” พี่ป้องที่เปลี่ยนเสื้อแล้วเอ่ยปากถาม พลางรับถุงที่ผมสะบัดๆ ไปตรงหน้า

 

            “ผมทำเสื้อพี่เลอะแล้ว...ซักไม่ออก”

 

            ประโยคหลังผมได้แต่งึมงำๆ ก็มันจะซักออกได้ไง...ความทรงจำที่ผมฝังลงไปในเสื้อตัวนั้น

 

            “น้องกั๊กไม่จำเป็นต้องซื้อตัวใหม่คืนพี่ก็ได้นะครับ”

 

            “ไม่เอาหรือพี่ งั้นเอามา”

 

            หมับ

 

            ก่อนที่ผมจะคว้าถุงเสื้อคืน เพราะนึกหมั่นไส้ความใจดีของผู้ชายคนนี้ พี่ป้องกลับดึงถุงไปไว้ด้านหลัง มันมากพอให้ผมเงยหน้าประสานสายตาคู่คม จนพบว่าพี่ป้อง...ยิ้ม

 

            ยิ้มโคตรกว้าง

 

            “น้องกั๊กซื้อมาให้พี่ทั้งที พี่ไม่รับได้ยังไงล่ะ”

 

            “แล้วพี่ยิ้มทำไม ไม่ดูเสื้อก่อนหรือไง ผมอาจจะซื้อเสื้อลายดอกมาให้พี่ก็ได้นะ” ผมบอกแล้วว่าแพ้สายตาพี่ป้อง ดังนั้น การที่มาส่งยิ้มหล่อๆ ตาพราวๆ แบบนั้นทำให้ผมได้แต่อ้อมแอ้มเสียงเบา แล้วคำตอบของพี่เขาก็ทำให้ผมยิ่งหงุงหงิงหนักขึ้นไปอีก

 

            “ถ้าเราซื้อให้พี่ก็ชอบหมดแหละ...พี่เชื่อสายตา”

 

            “เชื่อไรผม บ้าแล้ว”

 

          นั่นสิ มาเชื่ออะไรกูวะ อย่าเชื่อกูเลย กูไม่ได้เป็นเด็กดีอย่างที่มึงเห็นหรอก

 

            “ฮ่าๆๆๆ นั่นสินะ พี่ก็คิดว่าพี่บ้า”

 

          เออ รู้ตัวว่าบ้าก็ดี แล้วพี่เกาคอเขินๆ ทำไมวะ!

 

            ผมล่ะไม่เข้าใจพี่ป้องจริงๆ นะ ตอนนี้พี่เขาควรจะอยากโยนผมออกจากบ้าน หลังจากที่ผมไปวิจารณ์ว่าเสื้อพี่เขาเหม็น ทั้งที่ไม่ได้กลิ่นอะไรเลย แถมยังมาโหวกเหวกโวยวายหน้าร้าน ทำเสื้อพังจนต้องซื้อตัวใหม่มาคืน แต่พี่ป้องก็ยังส่งยิ้มแบบผู้ชายใจดี ดวงตาคู่คมฉายแววดีใจ แล้วยังบอกอย่างไร้ยางอายสุดๆ

 

          “บ้าที่มองหาทุกวันว่าน้องกั๊กจะมาเมื่อไหร่”

 

            ผมงี้เงียบกริบเลยเชียวล่ะ เข้าใจคำว่ามือไม้เกะกะขึ้นมาครามครัน แถมแก้มยังรู้สึกร้อนแปลกๆ กับรอยยิ้มใจดีตรงหน้า

 

            นี่พี่เขาจีบผมป่ะเนี่ย

 

            “กลัวผมเบี้ยวขนาดนั้นเลย” แต่ผมยังว่าอย่างกวนๆ หวังเห็นพี่ป้องนิ่วหน้าใส่ผมบ้าง แต่พี่แกยังยิ้ม ก้มลงมองถุงเสื้อ แล้วดึงเสื้อยืดสีเข้มตัวใหม่เอี่ยมขึ้นมา

 

            นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมผมถึงมานี่เอาซะเย็นย่ำ ทั้งที่ออกจากบ้านตั้งแต่บ่ายแก่ๆ

 

            “สวยนะครับ”

 

            แหงล่ะ ยังไงผมก็มั่นใจนะว่าผมยังแต่งตัวเป็น

 

            ตอนนี้พี่ป้องคลี่เสื้อสีดำขึ้นมาพลิกซ้ายขวาอย่างพอใจ แต่แล้วก็นิ่วหน้านิด เมื่อดูยี่ห้อ

 

            “แต่ไม่เห็นต้องซื้อเสื้อแพงๆ อย่างนี้ให้พี่เลย”

 

            “ไม่แพงหรอกพี่ รับไปเหอะ ถ้าพี่ไม่เอา ผมก็ใส่ไม่ได้อยู่ดี”

 

            พ่อจะให้เงินพิเศษผมทุกเดือน ทุกทีจะเก็บ มีเดือนนี้แหละที่ขอกดมาใช้ ซึ่งแม้เสื้อจะแพง แต่มันเทียบกับสิ่งที่ผมทำลงไปไม่ได้หรอก อีกทั้งผมก็สร้างความเดือดร้อนให้พี่ป้องหลายครั้ง เจอกันแต่ละที มีแต่เลวๆ ทั้งนั้น ดังนั้น เสื้อตัวนี้ใช้หนี้ ปลดแอกและเราจบกัน

 

            นั่นคือสิ่งที่ผมคิด

 

            “เฮ้อ ทีหลังไม่จำเป็นต้องซื้ออะไรแพงๆ แบบนี้ให้พี่นะครับ”

 

          อูย ยังหวังจะมีครั้งหน้าหรือพี่ ครั้งนี้เราจบกัน เก็ตป่ะ

 

            ทั้งหมดนั่นผมพูดกับตัวเองไง แบบว่าเห็นหน้าแล้วพูดไม่ออก ได้แต่กระชับสายกระเป๋าเป้ แล้วบอกตัวเองว่า...ถึงเวลาชิ่ง

 

            สวบ

 

          หืม!

 

            “เฮ้ยพี่ป้อง ถอดทำไม!

 

            จังหวะนั้นเอง ผมก็ได้ยินเสียงเนื้อผ้าเสียดสีกัน จนต้องหันกลับไปมองอีกครั้ง แล้วพบว่า...พี่ร้านเค้กกำลังถอดเสื้อออกทางหัวด้วยท่วงท่า...เอ็กซ์สัส

 

          เฮือก! เดี๋ยวนะ ทำไมกูคิดว่าผู้ชายถอดเสื้อแล้วเอ็กซ์วะ

 

            ผมได้แต่อ้าปากพะงาบๆ มองผู้ชายตัวโตเป็นตึกที่ดึงเสื้อออกทางหัวอย่างรวดเร็ว แล้วโยนมันไว้บนโซฟาลวกๆ เผยให้เห็น...

 

            เอื้อก!

 

          เดี๋ยวนะ แล้วกูกลืนน้ำลายทำห่าอะไรวะ!

 

            ตอนนี้สิ่งที่ผมเห็นคือผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่ จนเข้าใจคำว่าผู้ชายอกสามศอกขึ้นมาทันที เพราะไหล่ของปาติซิเย่คนนี้กว้าง ช่วงไหล่แกร่ง กล้ามเนื้อสวยสมบูรณ์ กระดูกไหปลาร้าก็กดลึก อกเป็นกล้ามแข็งๆ ที่เห็นเป็นลูก ประดับด้วยหัวนมสีเข้ม และแผ่นท้องที่เห็นลอนกล้ามเนื้อเรียงเป็นซิกแพค แล้วหายลับไปในกางเกงที่แลเห็นไรขนอ่อนจางๆ แค่พี่ป้องขยับตัว...ผมก็เห็นลวดลายกล้ามเนื้อที่ขยับไปมา

 

            ในขณะที่คนอื่นอาจจะชื่นชมและอยากมีบ้าง แต่สำหรับผม...

 

            แผล็บ

 

          กูจะเลียปากทำหอยสังข์อะไรวะ!

 

            ผมแทบจะยกมือปิดปาก เมื่อผมเผลอใช้ลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผาก ความรู้สึกเหมือนตอนดู AV ที่ไอ้ต้นส่งมาให้แวบเข้ามาในหัว จู่ๆ ผมก็...อยากเลีย

 

            ตอนนั้นยังเข้าใจว่าอยากเลียครีม แต่ตอนนี้ผมไม่รู้จริงๆ ว่าอยากเลียอะไร

 

          มัน...น่าแดกไปหมดเลยว่ะ

 

            ทั้งไหล่ ทั้งอก ทั้งแผ่นท้อง แม่งเอ๊ย ผมว่าหัวนมสีเข้มๆ แม่งก็น่าดูดอะ!

 

            ฟึ่บ

 

            หากแต่ทัศนียภาพที่ทำให้ผมตาค้างก็หายไป เมื่อพี่ป้องจัดการสวมเสื้อตัวใหม่เข้าไปแทนที่ ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มกว้างให้

 

            “พี่ดูเป็นไงครับ”

 

            “น่าดะ...เอ๊ย น่าดู!

 

            ผมเกือบจะหลุดคำว่าน่าแดกออกไปแล้ว แต่ยังดีที่ห้ามปากทัน จนเปลี่ยนคำพูดทันควัน ให้พี่เขายกมือเกาคอ

 

            ผมเริ่มสังเกตแล้วนะว่าเวลาพี่ป้องเขินจะเกาคอ

 

            “ขอบคุณครับ”

 

            ขอบคุณอย่างเดียวไม่ว่า ยังเข้าใจว่าขอบคุณเรื่องเสื้อ แต่อะไรคือการขยับเข้ามาชิดตัวผม แล้วอะไรคือการที่ผมไม่ถอยหลังหนี

 

            “แล้วตอนนี้เสื้อพี่ก็หอมแล้วนะ...ดูสิ”

 

            ผมควรจะทำยังไงดีกับสถานการณ์นี้...การที่พี่ป้องดึงชายเสื้อขึ้นมาส่งให้ราวกับบอกว่า...ให้ดม

 

          ใครมันจะโง่ดมวะ

 

            ฟืดดดดด

 

          กูนี่ไง!

 

            ผมอยากจะตบกบาลตัวเองแยก เมื่อเผลอก้มหน้าลงไปดมกลิ่นเสื้อเข้าเต็มปอด ซึ่งมันอาจจะเกิดจากการที่ผมเสพติดการดมเสื้อพี่เขาไป ช่วยตัวเองไปก็ได้ และการดมเสื้อของพี่ป้อง ทำให้ผมเหลือบมองหุ่นเขาไปด้วย

 

            “มันก็...มีแต่กลิ่นเสื้อใหม่”

 

            ขนาดผมยังรู้เลยว่าเสียงสั่น รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังก้าวเข้าไปในถนนที่โรยตะปูเรือใบแล้วออกมาไม่ได้ ส่วนคนโรยไม่ใช่ใคร ก็คนที่ส่งยิ้มใจดีให้ผม แถมขยับเข้ามาใกล้อีกก้าวนั่นแหละ จนกลิ่นเสื้อใหม่มีกลิ่นอื่นเข้ามาแทรก...กลิ่นหวานๆ เฉพาะตัว

 

            พี่ป้องปล่อยกลิ่น...น่ากิน

 


ต่อค่ะ

 


            ใช่ กลิ่นแบบนี้มันน่ากินมาก กลิ่นเหมือน...

 

            ติ๊ง!

 

            เฮือก!

 

            ผมสะดุ้งน้อยๆ เมื่อเสียงหนึ่งดังมาจากอีกด้าน แต่ผมตกใจมากกว่าว่าผมซุกหน้าเข้าหาท่อนแขนพี่ป้องตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้แค่จมูกของผมแตะกับผิวเนื้อสีเข้ม จนผงะออกแทบไม่ทัน ขณะที่พี่ป้องเองก็แค่เลิกคิ้วนิด แล้วว่าอย่างนึกขึ้นได้

 

            “พี่ลืมไปเลยว่าอบขนมทิ้งไว้”

 

            พี่ป้องผละออกไปทางครัวเปิดไวๆ ทิ้งไว้แต่ผมที่สูดหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อสงบอารมณ์ ซึ่งมันเป็นความคิดที่ผิดมหันต์ เพราะเมื่อพี่ป้องเปิดเตาอบ กลิ่นของหวานรสนุ่มนวลชวนละมุนลิ้นก็กระจายไปทั่วทั้งห้อง จนทำให้ผมร้อนรุ่มแปลกๆ

 

            “โทษทีนะ พี่ขอจัดการ เค้กก้อนนี้ ให้เสร็จก่อน ยังไงน้องกั๊กอยู่ทานข้าวด้วยกันนะครับ”

 

            ขวับ

 

            ผมสาบานได้ว่าผมไม่ได้หันเพราะคำว่า...เค้ก

 

            ตอนนี้พี่ป้องกำลังเอาพิมพ์ขนมขนาดสองปอนด์ทรงสี่เหลี่ยม ที่ภายในมีเนื้อเค้กนุ่มฟูออกมาวางผึ่งให้เย็นด้านนอก แล้วหันไปเปิดตู้เย็นเอากล่องที่น่าจะเป็นครีมสดออกมา เตรียมอ่างใบใหญ่ที่ใส่ทั้งน้ำแข็ง ทั้งน้ำเย็นลงไป ซึ่งมันดึงดูดความสนใจผมได้มากพอให้ขยับเข้าไปดูใกล้ๆ

 

            “พี่ทำอะไรน่ะ”

 

            “ตีครีมสดน่ะครับ จริงๆ ร้านพี่หยุดวันเสาร์ แต่อันนี้คนสั่งเขาเป็นลูกค้าประจำ ออเดอร์ด่วนมาเลยต้องทำให้” ผมคงทำหน้าแปลกใจ เพราะพี่ป้องอธิบายเพิ่มเติมให้ฟัง ขณะที่ใช้มีดกรีดกล่องกระดาษ แล้วเทครีมลงในอ่าง ผสมกับน้ำตาล

 

            “พี่ไม่ต้องตวงก่อนหรือ”

 

            ผมพอจะรู้นะว่ามันต้องให้ปริมาณพอดี ซึ่งพี่ป้องก็หัวเราะเบาๆ

 

            “ถ้าน้องกั๊กทำขนมทุกวันมาตลอดสิบปี น้องกั๊กก็เลิกใช้เครื่องไปเองล่ะครับ มือเราเนี่ยล่ะที่แม่นที่สุด”

 

            “พี่แก่ขนาดนั้นเลย”

 

            ผมไม่ได้กวนนะ แต่ผมสงสัยจริงๆ หน้าตาแบบนี้ไม่น่าจะถึงสามสิบนี่หว่า ซึ่งพี่ป้องก็ไม่ถือสา ทั้งยังหัวเราะ

 

            “ก็แก่กว่าเราเยอะอยู่นะ ตอนน้องกั๊กประมาณประถม พี่ก็มหาลัยแล้วล่ะ”

 

            “ครับๆ รู้แล้วครับว่าแก่ แล้วทำไงต่ออะพี่” ผมสงสัยจริงๆ นะ เคยแต่กิน ไม่เคยเห็นคนทำ ดังนั้น มาเห็นด้วยสองตาก็สนใจเป็นพิเศษ จนพี่ป้องยิ้มบางๆ ที่น่าจะหมายถึงเอ็นดู จากนั้นก็หันไปเปิดเครื่องตีไฟฟ้า แล้วเริ่มต้นตีครีมสดในอ่างไปในทิศทางเดียวกัน

 

            “นานมั้ยกว่าจะเป็นครีม”

 

            “ไม่นานครับ ใช้เครื่องก็ประมาณแปดนาที แต่ถ้าใช้แรงมือก็นานกว่านั้น...ตีครีมนี่เมื่อยเอาเรื่องนะ”

 

            “แล้วพี่เคยตีเองหรือเปล่า”

 

            “เคยนะ เคยแข่งกับเพื่อนด้วยว่าใครจะตีครีมตั้งยอดก่อนกัน เมื่อยแทบตาย”

 

            “ไม่น่าล่ะ กล้ามพี่เป็นมัดๆ เลย”

 

            พี่ป้องหัวเราะใหญ่เลย แต่ผมไม่สนใจ ผมเอาแต่มองครีมสดเหลวๆ มันๆ ขาวๆ ที่ถูกเครื่องตีอากาศเข้าไป ซึ่งผ่านไปพักหนึ่งมันก็ยังไม่เห็นเป็นครีมฟูๆ ที่กิน ยังเป็นแค่น้ำเหลวๆ จนผมเงยหน้าขึ้นมามองคนทำเพื่อถาม แต่...ไอ้สายตาแบบนี้หมายความว่ายังไงวะ

 

            พี่ป้องไม่ได้มองครีมในมือ พี่ป้องมองผมแล้ว...ยิ้ม

 

          นี่จ้องกูตลอดเลยหรือวะ

 

            “พี่มองผมทำไม”

 

            “อืม พี่พูดได้ใช่มั้ยครับ”

 

          โห จ้องกูขนาดนี้แล้วยังจะมาถามว่าพูดได้มั้ย

 

            ผมคงทำหน้าแบบที่คิดไปแน่ๆ เพราะพี่ป้องหัวเราะแห้งๆ แล้วยื่นมือมาอีกและ วางลงบนหัวผมอีกและ ซึ่งผมก็ไม่หนีอีกและ

 

          “ก็น้องกั๊กทำหน้าน่ารักนี่นา”

 

            ฟึ่บ

 

            “เอาเวลาชมผมไปทำขนมดีกว่า”

 

            ผมก็ดึงหัวออกจากมือพี่เขา ไม่ใช่หยิ่งนะ...มันหวั่นไหว!

 

            ดังนั้น ผมจึงเสมองชามครีมอีกครั้ง หากแต่ห้ามมือขึ้นมาจับหัวตัวเองไม่ได้ พยายามไม่สนใจว่าเจ้าของห้องยังจ้องผมอยู่หรือเปล่า ผมแค่เพ่งเจ้าชามครีมสีขาวนิ่ง ราวกับบอกมันว่าฟูไวๆ สิวะ กูดูมึงแก้เขินจนเบื่อแล้วนะเว้ย

 

          “น่ารักจริงๆ น้า”

 

            เพราะผมไม่ยอมเงยหน้า ผมเลยไม่เห็นว่าพี่ป้องทำหน้ายังไง ซึ่งนับเป็นโชคดีที่ครีมสดกำลังขึ้นฟูแล้ว จึงเรียกความสนใจคนชอบแดกหวานอย่างผมได้ชะงัดนัก จนเรื่องอื่นหลุดออกไปจากหัว สนใจเพียงว่าไอ้ครีมท่าทางนุ่มตรงหน้าจะหวานนุ่มลิ้นผมหรือเปล่า

 

            กึก

 

            พี่ป้องปิดเครื่องตีไฟฟ้าแล้ว ยามที่ยกมันขึ้นมาดูว่าได้ที่หรือยัง

 

            “แค่นี้หรือพี่”

 

            “ครับ แค่นี้ก็เอาไปแต่งหน้าเค้กได้แล้ว”

 

            “แล้วพี่ไม่ชิมหรือ!

 

            ผมไม่ได้อยากกินจริงๆ นะ ให้ฟ้าผ่า เอ๊ย ไม่ดีๆ ให้ไอ้มู่วิ่งไล่งับหางตัวเองเลยว่าผมไม่ได้อยากกิน แค่ถามให้พี่ป้องแน่ใจไงว่าควรจะชิมก่อนแต่งหน้าเค้ก ขืนน้ำตาลที่กะไว้ไม่พอดีขึ้นมา พี่จะรับผิดชอบไหวหรือถ้าคนสั่งไม่ชอบ นี่ผมหวังดีจริงๆ นะ

 

            ผมว่าเสียงจริงจัง มองพี่ป้องนิ่ง ที่น่าจะเข้าใจตรงกันว่า...อยากแดก อยากแดก อยากแดก

 

            เสียงในหัวนี่ร้องออกมาเป็นเสียงไซเรนเลยพับผ่าสิ

 

            “พี่ไม่ชิม...”

 

          เสียของ!

 

            ผมด่าในใจ ก่อนที่จะเงียบกริบ เพราะ...

 

            ฟึ่บ

 

          “พี่ให้เราช่วยชิมดีกว่า”

 

            ผมนิ่งไปเลย ไม่ใช่เพราะพี่ป้องให้ผมช่วยชิม แต่เป็นเพราะสิ่งที่พี่เขาจะให้ผมชิมต่างหาก...ปลายนิ้วยาวที่ปาดลงไปบนครีมสดสีขาวผ่อง จนมันเคลือบนิ้วยาวเอาไว้ และถูกส่งมาถึงริมฝีปากด้วยสีหน้าของผู้ชายใจดีที่ไม่ได้คิดอกุศลใดๆ กับเด็กหนุ่มอย่างผมเลยสักนิด

 

          มึงห้ามกินนะเว้ยไอ้กั๊ก มึงห้ามเชียวนะ ถ้ามันอร่อยจนมึงตั้งล่ะ ที่สำคัญ ไปเลียนิ้วพี่เขานี่มันประหลาดสุดๆ เลยนะ มึงห้ามเด็ดขะ...

 

            แผล็บ

 

            บางทีสมองกับมือผมอาจจะไม่สามัคคีกัน เพราะสมองว่าไงไม่รู้ แต่มือผมคว้าข้อมือพี่ป้องเข้ามา และลิ้นผม...ก็เลียลงบนปลายนิ้วของพี่ป้องแล้ว

 

          หวาน

 

            สัมผัสแรกที่ผมรู้สึกคือความหวานที่ซ่านไปหมดทั้งตัว ตามมาด้วยความนุ่มและเบาที่อวลอยู่ในปาก นุ่มนวลจนละลายบนปลายลิ้น ยิ่งผมเลียมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งรับรู้สัมผัสหวามๆ หวานๆ มันๆ จนผมคิดว่าแค่เลียมันไม่พอ...

 

            จ๊วบ

 

            ผมจึงอ้าปากออก แล้วส่งนิ้วพี่ป้องเข้าปากผมจนสุดความยาว จากนั้นผมก็รูดเอาครีมออกมาทั้งหมด อย่างอยากสัมผัสความนุ่มเบาให้เต็มที่ ปากของผมงับเอาที่โคนนิ้ว ห่อปากให้เล็กที่สุด จากนั้นก็รูดมันออกมาจนเกือบถึงปลายนิ้ว แต่เพราะกลัวว่าจะเหลือเศษ ผมจึงรูดมันขึ้นลงอีกหลายๆ ครั้ง จนเสียงดังจ๊วบๆ ยามดูดซับครีมหวานๆ เข้าเต็มปาก ให้ความรู้สึกเหมือนดูดไอติมแท่งทรงกลม พออกพอใจกับความนิ่มนวลและความแข็งของบางอย่างที่ดุนดันไปตามเพดานปากผม

 

            แม้มันจะไม่เย็นเหมือนไอติมแท่ง แต่ความอุ่นของมันก็ทำให้ผมแลบลิ้นเลียตั้งแต่โคนนิ้วจรดปลาย งับเข้าระหว่างกลาง ก่อนที่จะส่งมันไปในปากผมหลายๆ ที...

 

          เดี๋ยวนะ ครีมน่ะหวานอร่อยจริง แต่ไอ้ที่ถูไปในโพรงปากนั่น...

 

            เฮือก!!!

 

            ทันทีที่ผมรู้สึกตัว ผมก็คายสิ่งที่ผมอมออก จนน้ำลายไหลเยิ้มลงบนนิ้วยาว ความเพลิดเพลินเปลี่ยนเป็นความฉิบหาย เมื่อเจ้าของนิ้วกำลังมองมาตาค้าง แล้วถามด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ

 

          “นิ้วพี่...อร่อยขนาดนั้นเลยหรือครับ”

 

            บึ้ม!!!

 

            ณ จุดนั้น ผมรู้ตัวแล้วว่าผมได้ทำพิธีกรรมพิเศษให้คนอื่นเรียบร้อยแล้ว แต่ที่ผมทำนั้น ไม่ใช่ของสงวนแต่เป็น...นิ้วเจ้าของร้านเค้ก!!!

 

          ไอ้เหี้ยยยยยยยกูขอลาตาย!

 

...........................................

 

            ครบค่ะ ก็อมๆ ดูดๆ ไง นี่ไง ดูดนิ้วดังจ๊วบๆ เลยนะคะ ส่วนชื่อตอน มามะ เมย์มาแปลความให้ในตอนนี้ ครีมขาวก็หมายถึงครีมสด ส่วนคาวขุ่นคือความคิดและพฤติกรรมของน้องกั๊กของเราที่กามแรงมาก เด็กอาร้ายยยย ใครสั่งใครสอนให้ไปดูดนิ้วพี่เขาแบบนั้น คือตอนนี้เป็นมุมมองของน้องกั๊กใช่มั้ย งั้นเมย์แถมบรรยายในมุมคนนอกค่ะ

            ใบหน้าน่ารักของเด็กหนุ่มมัธยมปลายที่กำลังหรี่ดวงตาจนฉ่ำปรือ ราวกับเพลิดเพลินกับความหอมอร่อยของครีมสด ปลายลิ้นสีแดงจัดก็ไล้เลียตั้งแต่โคนนิ้ว ไล่ยาวขึ้นมาถึงปลายนิ้ว จากนั้นก็งับ แล้วรูดช้าๆ จนปากแดงๆ จู๋เข้าหากัน เผยให้เห็นริมฝีปากด้านในสีสดและนุ่มที่กำลังสัมผัสกับนิ้วยาวที่ตั้งตรง สีหน้า แววตา และสัมผัส...ทำเอาร้อนผะผ่าว (ย้ำอีกครั้ง นี่ดูดนิ้วค่ะ อย่าคิดลึกนะเออ)

            นี่มีน้องมาบอกว่า สุดท้ายพี่เมย์ก็เผยความกามที่แท้จริง ตั้งแต่มาเขียนวายไทย พี่เมย์เก็บตัวตนไปเยอะมากเลยนะ พอเขียนเรื่องนี้ พี่เมย์คนเดิมยังคงอยู่ คือวายไทยมันแมนๆ ชนกันนี่นา จะให้ปู้ยี้ปู้ยำแบบฟิคก็กระไรอยู่ แต่เรื่องนี้อะนะคะ เมย์จะใส่ให้เต็มที่...เนอะ ^^

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมหวาน นะคะ

            ปลล. สปาตูล่าคือสิ่งนี้ค่ะ...ไว้ใช้ปาดครีม ขอบคุณที่เแก้ให้นะคะ ^^





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 760 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,682 ความคิดเห็น

  1. #25666 YFTD_pk (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 06:46
    ก็คือ น้องทำเหมือนรังเกียจพี่มันเยอะมาก 555555555555เข้าใจผิดรัวๆ วงวาร
    #25,666
    0
  2. #25651 Mo_mooo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 22:10
    อหหหหภาพกุไปไกลกว่าดูดนิ้วแล้วค่ะ
    #25,651
    0
  3. #25614 MyUniverseOSH (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 11:53

    น้องกั๊กกกกกก โอ๊ยยยยยยย
    #25,614
    0
  4. #25604 fluorite (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 01:25
    เม้นทะลัก
    #25,604
    0
  5. #25593 Lolo02 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 14:42

    น้องงงงงงงกั๊กกกกกกก

    #25,593
    0
  6. #25584 i17645za (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 00:07
    โอ๊ยคุณ😳😳😳
    #25,584
    0
  7. #25578 โนนามิ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 21:42

    คิดดีไม่ได้เลยค่ะ

    #25,578
    0
  8. #25541 teeranan6270 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 02:43
    ว้ายยยยยยบกั๊กลูกกด
    #25,541
    0
  9. #25507 rattanalak44 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 04:23
    อยากรู้มุมมองของพี่ป้อง.
    #25,507
    0
  10. #25506 rattanalak44 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 04:22
    อยากรู้มุมมองของพี่ป้อง
    #25,506
    0
  11. #25483 ภาวนา ยะถาเทศ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:57
    เจ้ากั๊กกามได้ใจจริงๆ55555
    #25,483
    0
  12. #25428 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 18:42
    เจ้ากั๊กเอ๊ยยยย ถ้าพี่เขาตบะแตก(?)ทำไง
    #25,428
    0
  13. วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 11:15
    เรื่องนี้ทำเอาเรากล่ยเป็นคนบาป โอ้ยยยย ใจไม่ดีเลยฮืออออ
    #25,419
    0
  14. #25418 Mr.Painkiller (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 11:09

    ใจอิเเม่บ่ดีเลยลู๊กกกกกกกกก

    โทรเรียกรถพยาบาลให้ที อ้ากกกกกกกกกกก

    //เลือดหมดตัวตาย

    #25,418
    0
  15. #25409 noon28nittaya (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 16:19

    อ๊ากกกกกกกดิ้นจ้าดิ้น

    #25,409
    0
  16. #25398 maknae_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 23:48

    กด1669

    #25,398
    0
  17. #25385 Golden23 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 15:05
    โอ๊ยยยยใจไม่ดีเลย
    #25,385
    0
  18. #25345 MaiNatkamon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 00:55
    น้องคะ555555 อายมั้ยละลูกกก กี่ครั้งแล้ววววว
    #25,345
    0
  19. #25344 Kanokwan3366 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 20:00
    ทำไม......ทำไมถึงคิดดีไม่ได้เลยอ่ะ ฮืออออออออ
    #25,344
    0
  20. #25326 kanakakujo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 00:10
    โอ้ยยยย!อายเเทนเลยอ่ะทุบโต๊ะเป็นคนบ้าเเล้วตอนนี้
    #25,326
    0
  21. #25296 klisooo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 19:53
    ไม่ใช่กั๊กนะที่ค้องตั้งสติ เราเนี่ยเเหล่ะ!! อ่านเเล้วบิดตัวไปมาหน้าเเดงอ่านเเล้วเขินมากกกกก555
    #25,296
    0
  22. #25291 palllll (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 14:27
    ใจเย็นๆนะ ตั้งสติไว้
    #25,291
    0
  23. #25281 marian_plum (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 00:12
    อีกั๊กก5555
    #25,281
    0
  24. วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 07:35
    สติลูกสติ!
    #25,237
    0
  25. #25196 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 03:34
    โอ้ยน้องงงงงงง
    #25,196
    0