[Yaoi] Sugar Addict หวานกว่าขนมก็ผมเนี่ยแหละ [Boy's Love]

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3 ผู้ใหญ่อะไรใจดีจัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 56,531
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 753 ครั้ง
    18 มิ.ย. 59





"กั๊กเปล่าทำไรนะ จริงๆ เชื่อกั๊กสิ"

+++++++++++++++++++++++++++++++


ตอนที่ 3 ผู้ใหญ่อะไรใจดีจัง

 

 

 

กั๊ก

 

          กรรมต้องตามสนองกูแน่ กรรมแน่ที่ตามมาลงโทษเด็กหื่นกามอย่างกู!

 

            ผมกำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ มองซ้ายทีขวาทีอย่างตื่นตระหนก แต่นอกจากจะเห็นห้องน้ำสวยๆ ที่มีอ่างอาบน้ำทรงกลมแล้ว ผมไม่เห็นอะไรที่ช่วยผมให้รอดพ้นจากวิกฤติครั้งนี้ไปได้เลย

 

          ปีนหน้าต่างมั้ยไอ้กั๊ก...เหี้ย สมองมึงคิดได้แค่นี้หรือวะ!

 

            ผมยกมือขยี้หัวแรงๆ เมื่อมองไปยังหน้าต่างแล้วพบว่ามันมีเพียงกระจกบานใสที่ติดอยู่รอบขอบด้านบนของห้องน้ำ กับพัดลมระบายอากาศ และถึงผมจะเล็กมดตะนอย แต่นั่นแค่เปรียบเปรย ให้ตายผมก็มุดช่องระบายอากาศออกไปไม่ได้ แถมพอก้มลงมองมือตัวเอง

 

            “ไอ้เหี้ยยยยย”

 

            ผมงี้ครางเสียงไม่ต่างจากแมวถูกหักคอ (?)

 

            กูจะเอาไงกับเสื้อสารพัดนึกดีวะเนี่ย...ก็สารพัดไงครับ คนอื่นใช้จิมิโกะกระป๋อง เห็นมั้ยว่าผมฉลาดแค่ไหนถึงประยุกต์เอาเสื้อมาใช้ประโยชน์มากกว่าสวมใส่ จนเสื้อสีเข้มเลอะน้ำขุ่นเป็นคราบเหนียวๆ

 

          ให้ตาย นี่มันใช่เวลาเล่นมั้ยวะไอ้เหี้ยกั๊ก!!!

 

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

            “น้องกั๊ก เป็นอะไรหรือเปล่า”

 

            “ปะ...เปล่าพี่!!!

 

            เสียงผมนี่สูงเสียดยอดตึกเอ็มไพร์สเตตเลยล่ะ แบบว่าสูงเหี้ยๆ มืองี้กำเสื้อแน่นจนสั่น

 

            “แล้วใส่เสื้อผ้าพี่ได้มั้ยครับ ทำไมกางเกงมาอยู่ข้างนอกล่ะ อ้าว นี่มัน...”

 

          เจออะไรวะ มึงเจออะไร! ทำไมมึงพูดไม่จบ!!!

 

            ผมไม่รู้ว่าพี่ป้องเจอห่าอะไรหรอกนะ แต่การที่พี่เขาเงียบไปทำเอาใจหล่นไปที่ตาตุ่ม เครียดจนหัวจะหงอกอยู่แล้ว แต่ก่อนอื่น ผมต้องทำลายหลักฐานให้สิ้นซาก!

 

            แกร๊ก...ซ่า!!!

 

          งานนี้ก็ซักสิวะ!

 

            ผมหันไปเปิดก๊อกอ่างล้างหน้าแรงสุด ไม่สนว่ามันจะกระเซ็นไปทั่วพื้นห้องน้ำ จากนั้นก็โยนเสื้อลงอ่าง แล้วจัดการขยี้แรงๆ สองมือนี่ซอยถี่ยิกยิ่งกว่าช่วยตัวเองเมื่อกี้ ไม่กลัวด้วยว่าเสื้อพี่แกจะขาดคามือ คือขาดยังซื้อใหม่ให้ได้ แต่ถ้าเขาตรวจพบอสุจิจำนวนมาก นี่ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนเลย

 

            “น้องกั๊กแน่ใจนะครับว่าไม่เป็นไร”

 

            “ไม่เป็นพี่ ไม่เป็น พี่ไม่ไปดูเค้กล่ะ”

 

          ออกสิวะ ออก มึงจะเหนียวอะไรนักหนา

 

            ผมสะดุ้งสุดตัว ไล่พี่เขาสุดความสามารถ ใจก็ขมุบขมิบด่าคราบน้ำขุ่นที่มันก็ชะไปกับน้ำหรอกนะ แต่บางส่วนก็เห็นเป็นคราบติดอยู่บนเสื้อ ในเมื่อผมเอามากำรอบแล้วรูดไง จนต้องขยี้อีกแรงๆ

 

            “พี่จัดการเสร็จหมดแล้ว วันนี้ไม่อบเพิ่มแล้ว”

 

            “พี่ก็ไปช่วยหน้าร้านเซ่!

 

          อีกนิดเดียว จะออกหมดแล้ว อีกนิด

 

            ผมไม่ทันรู้ตัวว่าเสียงผมมันเข้าขั้นกระโชกโฮกฮาก เพราะสนใจแค่เสื้อในมือ

 

            “แพมคนเดียวก็จัดการได้ครับ แต่พี่เป็นห่วงเรามากกว่า เป็นอะไรหรือเปล่า”

 

            “เปล่า!!!

 

            ผมงี้ตวาดออกไปแล้ว ก่อนที่จะค่อยๆ แย้มรอยยิ้มออกมาช้าๆ

 

          เยส! ออกหมดแล้ว!!!

 

            ถ้าทำได้ ผมจะกระโดดชกอากาศให้ดู แต่ถ้าทำตอนนี้ได้ล้มหัวฟาดพื้นตาย จนได้แต่ชูเสื้อเปียกโชกขึ้นมาสะบัดๆ ชูขึ้นมาพอดีสายตา แล้วพบว่าคราบด่างพร้อยหายไปจนหมด จนแทบจะยกมือปาดเหงื่อด้วยความโล่งอก แต่...

 

          “พี่ทำอะไรให้น้องกั๊กโกรธหรือเปล่าครับ”

 

          เฮ้ย! ไหงงั้น!

 

            ผมหันขวับไปมองประตูห้องน้ำทันที เมื่อน้ำเสียงไม่สบายใจดังมาจากอีกฝั่ง สั่นหน้าแรงๆ อยากจะตะโกนถามเหมือนกันว่าพี่เอาสมองส่วนไหนคิดว่าพี่ทำให้ผมไม่พอใจ นอกจากจะเก็บผมมาจากถังขยะ พามาอาบน้ำ เอาเสื้อผ้าตัวใหม่ให้ยืม แถมผมยังอกตัญญูทำเรื่องจัญไรกับเสื้อพี่...มีอะไรให้ผมต้องโกรธวะ

 

            พี่สิต้องโกรธผม!

 

            “เดี๋ยวพี่เอากล่องยาวางไว้นี่นะครับ อาบน้ำเสร็จก็ทำแผลด้วยล่ะ พี่ไม่กวนแล้ว”

 

            หมับ...ปัง!

 

            “พี่ป้อง!!!

 

            ผมงี้ตาถลน คว้าลูกบิดประตูแล้วเปิดออกมาแทบไม่ทัน เพราะน้ำเสียงไม่สบายใจของพี่ร้านเค้กสะเทือนใจผมมาก จนรีบออกมาอย่างไม่ทันคิดอะไรทั้งนั้น นอกจากเปิดประตูผาง ร้องเรียกเจ้าของห้องที่หันกลับมาตามเสียงเรียก แล้วพี่แกก็...อึ้ง

 

            เออ ไอ้พี่หล่อกำลังเบิกตากว้างจ้องผมตาแทบถลน

 

            “พี่ไม่ได้ทำอะไรให้ผมโกรธนะ ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณที่พี่ให้ผมอาบน้ำ แต่...แต่ คือ เออ ใช่ คือผมทำเสื้อพี่เลอะ ผมเลยเข้ามาซักคืนให้ นี่ไงๆ”

 

          อย่าถามกูเด็ดขาดว่าเอาไปเลอะอะไร ให้มันจบแค่นี้ เข้าใจ๊?

 

            ผมน่ะถามพี่เขาในใจอย่างมั่นๆ แต่จริงๆ ผมนี่อธิบายเสียงสั่น พร้อมชูเสื้อเปียกโชกในมือให้พี่แกดู ใจตุ่มๆ ต่อมๆ ว่ามันยังเหลือคราบหรือเปล่าวะ ทำไมพี่ป้องจ้องกูเขม็งงี้ แต่ไม่นาน พี่แกก็เบือนหน้าไปทางอื่น พร้อมทั้งยกมือขึ้นมา

 

          ทำไมวะ จะเอาเสื้อคืน? จะเช็กสภาพ? หรือจับได้แล้วว่ากูทำบ้าอะไร!!! เฮ้ย ข้อหลังไม่เอานะ!

 

            ผมกระชากเสื้อกลับเข้าหาตัวทันที เมื่อพี่เขายื่นมือมาเหมือนจะดึงออกไป แต่การที่ผมก้มลงมองมือเขา ทำให้ผมพบว่า...ไอ้ที่มโนนี่มโนแตกมาก

 

          “พี่ว่าน้องกั๊กใส่กางเกงก่อนเถอะครับ”

 

            “!!!

 

          ไอ้เหี้ยยยยยยยยย!!!!! กูโป๊!!!

 

          ในมือพี่ป้องมี...บ็อกเซอร์ของผม

 

            ผมตาโตจนรู้สึกว่ามันแทบจะถลนออกมาอยู่แล้ว ได้แต่มองบ็อกเซอร์ที่ถอดทิ้งไว้เมื่อกี้ สลับกับหน้าคนถือที่หันไปอีกทาง จากนั้นก็ก้มลงมองตัวเองที่มีแค่เสื้อปิดบังร่างกาย และโอเค มันยาวอย่างที่ผมบอกไปตอนแรก แต่เพราะมันเปียกน้ำที่กระเซ็นออกมาจากการซักเสื้อจนชุ่ม ดังนั้น ตั้งแต่อกลงมา เสื้อก็เลยแนบไปตามสัดส่วนและรูปร่างของผม และใช่ ผมไม่ได้สวมกางเกง

 

            เสื้อนี่แนบซะเห็นบ๊ะจ่างน้อยๆ ของผมเลย!

 

            หมับ

 

            “ไอ้พี่หื่น!!!

 

          งานนี้กูโทษแม่งว่าความผิดมึง เพราะถ้าไม่หาคนผิด กูเนี่ยล่ะจะตายเพราะโคตรอาย!

 

            ทันทีที่ผมหาสติเจอ ผมก็กระชากบ็อกเซอร์จากมือพี่ป้อง แล้วหมุนตัวเข้าห้องน้ำ ปิดประตูเสียงดังปังอย่างไม่สนใจว่าจะทำมันหลุดคามือ รู้เพียงแค่ว่า...อาย...อายมาก...กูอายเหี้ยๆ เลยครับ!

 

            “กูอยากตาย”

 

            ตั้งแต่เจอพี่ป้อง ผมพูดคำนี้มากี่ครั้งแล้ววะ แต่หนนี้ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ นะ อายจริงๆ รู้สึกผิดจริงๆ และผม...ก็กามจริงๆ นั่นแหละ

 

            ความคิดที่ทำให้ผมยกสองมือปิดหน้าตัวเอง และอย่าหาว่าผมเป็นลูกแหง่ เพราะผมร้องออกมาได้แค่....

 

          “งื้อออออ แม่ กั๊กอยากกลับบ้าน”

 

            ถ้าตอนนี้ผมขอพรได้หนึ่งข้อ ผมจะขอให้ผมหายวับกลับบ้านไปกอดไอ้มู่!

 


.......................................

 


            ต่อค่ะ

 

          กูเกลียดนิทานหลอกเด็ก ไหนวะตะเกียงวิเศษ ไหนวะยักษ์ในตะเกียงแก้ว ไหนวะพรสามข้อ...มีแค่ไอ้กั๊กที่นั่งกอดเข่าซุกตัวอยู่บนโซฟา

 

            ก็ผมหนีไม่ได้อะ!

 

            ทุกทีมีอะไร ผมนี่อาศัยฝีเท้าสี่คูณร้อยไว้ก่อน แต่ในเมื่อมีแค่บ็อกเซอร์กับเสื้อเปียกๆ ผมจะทำอะไรได้นอกจากแง้มประตูนิดๆ เมื่อพี่ป้องเคาะเรียก กระชากเสื้อตัวใหม่หายเข้าห้องน้ำ แต่ก็อย่างว่าพี่ป้องก็หุ่นไซส์นี้ ถึงหาเสื้อใหม่ให้ผมก็ยังตัวเท่าเดิม ผมก็เลยยังสวมเสื้อตัวใหญ่กับบ็อกเซอร์ตัวเดิมที่โชคของโชคดีที่ไม่เลอะคราบอะไรให้พี่แกจับได้

 

            เลอะได้ไง ผมปล่อยใส่เสื้อพี่แกหมด

 

            ไอ้เสื้อตัวนั้นก็เหมือนกัน ผมนึกว่าจะถูกด่า ถูกว่า หรือถูกชักสีหน้าใส่ แต่พี่ป้องแค่ส่งยิ้มให้ แล้วรับไปโยนลงเครื่องซักผ้าที่ผมเพิ่งรู้ว่าวางติดกับห้องส้วมข้างล่าง ส่วนผมน่ะหรือ ก็ทำได้แค่เดินก้มหน้างุดๆ มากอดถุงใส่เสื้อนักเรียนสกปรกเอาไว้ คว้างอยู่กลางห้องให้พี่แกชี้ไปยังโซฟา

 

            ผมก็เลยมานั่งจุ้มปุ๊กอยู่นี่ไง

 

          โทรให้แม่มารับดีมั้ยวะ...ไม่ได้ เดี๋ยวแม่รู้ว่าก่อเรื่องแล้วโดนด่าอีก

 

            “นี่ครับ ช็อกโกแลตร้อน”

 

            แก้วกระเบื้องที่บรรจุของเหลวสีเข้มถูกยื่นมาตรงหน้าผม

 

            หลังจากที่ก่อเรื่องไปแล้ว ผมก็อยากทำหน้าหยิ่งใส่หรอกนะ แต่กลิ่นหอมๆ ของช็อกโกแลตเหลวในแก้วกระเบื้องสีขาวที่โชยมาแตะจมูกผมก็ทำให้คนแดกหวานอย่างผม...ยื่นมือไปรับโดยอัตโนมัติ

 

            “พี่ชงไม่หวานมาก น่าจะทานได้ เพิ่งอาบน้ำเสร็จจะได้อุ่นๆ”

 

            ผมเพิ่งสังเกตว่าพี่ป้องเปิดแอร์ฯ ในห้องตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้แค่ว่ามันเย็นฉ่ำเลยล่ะ แล้วการที่สองมือประคองแก้วอุ่นๆ ทำให้โคตรรู้สึกดี แต่ที่รู้สึกดีกว่านั้น

 

          ฮ้า...อร่อย

 

            ช็อกโกแลตอุ่นๆ รสเข้มข้นกำลังไหลลงคอผม ไม่ใช่แบบตามร้านน้ำปั่นด้วยนะ มันทั้งเข้ม ทั้งข้น ทั้งมันนิดๆ แถมยังหอมกลิ่นช็อกโกแลตขึ้นจมูก ยามที่มันไหลลงคอก็ผสมผสานระหว่างความขมกับความหวานอย่างลงตัว แถมยังอุ่นพอดี ไม่ร้อนลวกปาก เอาจริงๆ ว่าอร่อยพอๆ กับช็อกโกแลตร้อนจากร้านกาแฟชื่อดังเลยนะ

 

          แม่งโคตรฟิน

 

            ผมเอาอีกแล้ว แก้มผมเอียงแล้ว ปากผมยิ้มแล้ว ตาผมก็เยิ้มแล้ว แล้วไงดีล่ะ แม่งห้ามตาทั้งสองข้างที่หลับพริ้มอย่างโคตรชอบไม่ได้

 

          ไอ้กั๊กเก๊กสิวะเก๊ก ฮ้า อร่อย...ช่างแม่ง

 

            อารมณ์ช่างแม่งผมมาอีกแล้ว และเพราะอารมณ์นี้นั่นแหละที่ทำให้ผมเผลอก่ออาชญากรรมทางเพศกับเสื้อพี่ป้อง

 

            “ชอบมั้ยครับ”

 

            “อื้อ!” ผมตอบเต็มปากทันที แต่ยังไม่ยอมลืมตา ปากยังแตะที่ขอบแก้ว ทั้งยังอ้าน้อยๆ ให้ของเหลวมันไหลเข้าไปในปาก ผ่านลำคอ จนอุ่นวาบไปถึงท้อง ใช่ๆ มันอุ่นไปถึงท้องน้อยแล้วด้วย ว่าแต่ ทำไมขาผมก็อุ่นด้วยล่ะเนี่ย

 

            “เฮ้ย พี่ทำไร!” ผมลืมตาพรึ่บ ก้มลงมองขาตัวเอง แล้วพบว่ามือพี่ป้องจับขาผมไว้แล้วอะ!

 

            ฟึ่บ

 

            “ทำแผลให้ไงครับ ถ้าเจ็บก็บอกพี่นะ”

 

          กูแพ้รอยยิ้มผู้ชายคนนี้

 

            ผมควรจะดึงขาหนีใช่ป่ะ แต่ผมดึงไม่ได้อะ เมื่อพี่เจ้าของร้านเงยหน้าขึ้นมาสบตาผม ส่งยิ้มให้ผม แล้วยังไงดีล่ะ มันอุ่นกว่าช็อกโกแลตที่ผมจิบซะอีก พี่ป้องยิ้มทั้งปาก ยิ้มทั้งตา แถมเสียงยังนุ่มน่าฟัง พอมันรวมๆ กันอยู่บนใบหน้าคมของผู้ชายคนนี้แล้วทำให้ผมอยากคล้อยตาม ไหนจะที่พี่แกจับขาผมเบามาก ดึงไปพาดตัก แถม...

 

            “พี่ขึ้นมานั่งข้างบนเหอะ พี่อายุมากกว่าผมนะ”

 

            พี่ป้องนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น ข้างตัวมีกล่องยา และดึงขาผมไปวางพาดบนตักพี่เขา ไงดีล่ะ ไอ้ผมก็ไม่ได้คิดมากเรื่องอายุมากอายุน้อยหรอกนะ แต่ที่ผมอยากให้พี่เขามานั่งข้างบน เพราะพอนั่งต่างระดับกันอย่างนี้แล้วรู้สึกเหมือนตัวเองเป็น...เจ้าหญิง

 

            เออแม่ง พี่ร้านเค้กรูปหล่อมันทำให้ผมรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าหญิง!

 

            “พี่นั่งตรงนี้ถนัดกว่า ถ้าเจ็บบอกพี่นะ”

 

            “อะ อื้มๆ” ผมนี่อ่อนยวบเลย

 

            สุดท้าย ผมก็ได้แต่ใช้สองมือจับแก้วเครื่องดื่ม มองผู้ชายตัวโตๆ ที่กำลังมองแผลผมด้วยแววตาไม่ชอบใจ ก่อนที่จะถามอย่างเป็นห่วง

 

            “เจ็บมากมั้ย”

 

            “ไม่พี่ แค่นี้เด็กๆ ผมชินแล้ว”

 

            “ได้แผลบ่อยหรือครับ”

 

            “อื้อ ผมมีเรื่องบ่อย”

 

            พี่ป้องเงยหน้าขึ้นมามองผม ทำหน้าไม่อยากเชื่อ ให้ผมหัวเราะ

 

            “เห็นงี้ก็เถอะ ผมไม่ใช่ขี้ๆ นะพี่”

 

            แม้ว่าตั้งแต่เจอกับพี่ป้องจะดูกากๆ ก็เถอะ แต่ผมก็เคยตีกับโรงเรียนอื่นชนะมาแล้วนะ...แม้ส่วนใหญ่จะเป็นฝีมือไอ้เป้ก็ตาม

 

            “งั้นหรือครับ...”

 

            “โอ๊ย!!!” ผมสะดุ้งสิ เมื่อพี่ป้องรับคำในคอ ก้มลงมองแผลผม แล้วจากคนมือเบา...แม่งจิ้มสำลีจุ่มเบตาดีนชุ่มๆ ลงมาบนแผลจนแสบปรี๊ดขึ้นหัวเลย

 

            “เฮ้ย พี่ขอโทษ...ไม่เจ็บนะครับ ไม่เจ็บ”

 

            เฮือก!

 

            ผมสะดุ้งโหยงขึ้นมาเลย ไม่ใช่เพราะเจ็บแผล แต่คนที่ตกใจว่าทำผมเจ็บกำลังส่งมือมาลูบผมเป็นการปลอบ และรู้มั้ยครับว่าพี่แกลูบอะไร...ต้นขาครับ!

 

            พี่ป้องกำลังลูบตั้งแต่เหนือเข่าขึ้นมาประมาณคืบนึง ขึ้นลงเบาๆ แต่ทำให้เด็กกามๆ อย่างผมสะดุ้ง หนาวสั่นขึ้นมาชนิดที่ช็อกโกแลตร้อนก็ดับหนาวไม่ได้ คือเหงื่อเย็นๆ มันซึมออกมาตรงหลังคอ รู้สึกเหมือนปวดขี้ แต่ไม่ได้ปวด มันมวนๆ วูบๆ อยู่ในท้อง ยิ่งสัมผัสของมือพี่ป้องที่ทั้งใหญ่ทั้งอุ่นลูบไปมา ผมก็...

 

            หมับ

 

            คว้าหมอนอิงมาปิดเป้าไงล่ะ!

 

            นอกจากผมจะโรคจิตอารมณ์ขึ้นเพราะของหวาน และอยากดูดไอติมแท่งเลอะครีมสดแล้ว ผมลืมบอกไปว่าผมเป็นพวก...เซ็กส์จัด

 

            เปล่า ไม่ใช่ว่าผมเคยมีอะไรกับใครหรอกนะ ไม่มีอะ แฟนก็ยังไม่มี แต่ผมเป็นพวกช่วยตัวเองจัด ถ้าวันไหนทำ คืนนึงจะไม่ต่ำกว่าสองรอบ และเมื่อกี้ผมปล่อยไปแล้วครั้งนึง มันก็ยังครั่นเนื้อครั่นตัวนิดๆ พอถูกลูบในจุดที่ไม่เคยมีใครลูบ...ผมก็วูบวาบอีกแล้ว

 

            “พี่ขอโทษ พี่จะเบามือกว่านี้ ไม่เจ็บเนอะ”

 

          ปากว่างั้น แต่มือพี่ยังลูบขาผมอยู่เลยนะ!

 

            ถ้าคนลูบเป็นชายแก่พุงพลุ้ยผมคงเตะเสยปลายคาง แถมชูนิ้วกลางให้อีกที แต่เมื่อคนลูบเป็นชายหนุ่มวัยไม่น่าเกินสามสิบที่ยังหนุ่มแน่น หน้าตาดี แถมมีแววตาแบบผู้ใหญ่ใจดี น้ำเสียงนุ่มๆ คอบปลอบ คอยถามผม ผมก็ไม่กล้าคิดว่าพี่เขาคิดไม่ดีกับผม เลยได้แต่พยายามเอาตลกเข้าสู้

 

            “พะ...พี่แต๊ะอั๋งผมหรือ”

 

          แล้วกูจะเสียงสั่นทำหอกหักอะไรครับ รู้กันหมดว่าเสียวอยู่เนี่ย

 

            “เฮ้ย เปล่าๆ ขอโทษๆ” พี่ป้องก็รีบชักมือหนี แล้วหันไปคว้าพลาสเตอร์ยามาปิดแผลที่หัวเข่าให้ผมอย่างรวดเร็ว ซึ่งมัน...เร็วไป

 

          เสียดายว่ะ ลูบอีกนิดสิพี่ กำลังเคลิ้มเลย

 

            ผมมันไม่เคยได้แตะใคร หรือถูกใครแตะไง พอรู้สึกดีแล้วมันก็อดคิดไม่ได้...คนอื่นลูบตัวมันดีหรือวะ

 

            ผมมันจิตจริงๆ

 

            “อืม แล้วน้องกั๊กจะกลับยังไงล่ะเนี่ย”

 

            ผมหยุดคิดทันที หันมาสนใจคำถามนี้ แล้วก้มลงมองตัวเองอีกครั้ง

 

            “ผมขอยืมเสื้อตัวนี้แล้วกัน สวมกับกางเกงนักเรียนก็ได้ นั่งแท็กซี่แป๊บเดียวก็ถึงบ้าน” ผมแบะปากนิดๆ เพราะเงินค่าขนมผมหมดไปกับค่าแท็กซี่สองวันแล้ว พลางดึงเสื้อตัวใหญ่ขึ้นมา จนคอเสื้ออ้ากว้าง เห็นไปถึงอกบ่งบอกว่าตัวโคตรใหญ่

 

            ผมไม่ใส่แบบนี้ขึ้นรถเมล์แน่ล่ะ

 

            หมับ

 

            แต่แล้วพี่ป้องก็ยื่นมือมาดึงคอเสื้อลงเร็วซะจนผมอึ้ง

 

            “หืม” ผมเงยหน้ามองพี่เขาที่ดูตกใจการกระทำตัวเองเหมือนกัน ก่อนที่จะส่งยิ้มแห้งๆ ดึงมือกลับ

 

            “อะแฮ่ม ปิดไว้ดีกว่าครับ”

 

            “ทำไมอะพี่” ผู้ชายเหมือนกัน คิดไรมาก

 

            ผมคิดงี้นะ แต่พี่ป้องยังกระแอมอยู่นั่น กำมืออยู่ตรงริมฝีปาก เบือนหน้าหนีไปอีกทาง แต่ผมเห็นนะว่าพี่เขาก็เหลือบมามองผมนิด แล้วก็กระแอมอีกครั้ง

 

            “มันติดตาน่ะครับ”

 

            ผมยังงง ซึ่งพี่ป้องก็ยอมอธิบายเพิ่ม

 

            “ภาพน้องกั๊กใส่เสื้อตัวเดียวมันติดตา แล้วถ้าพี่เห็นข้างบนด้วย อะแฮ่ม พี่รู้สึกเหมือนได้เห็นน้องกั๊ก...แฮ่ม อืม ทั้งตัว”

 

            บึ้ม!

 

            ผมอยากจะด่าว่าพี่จะกระแอมให้คอแตกเลยมั้ย แต่พอได้ฟังคำพูดของพี่เขา หน้าผมนี่ระเบิดตู้มเลยเชียวล่ะ มือที่ถือแก้วช็อกโกแลตยกขึ้นมาปิดหน้าแทบไม่ทัน เพราะผมอาย แบบอายมาก ต่อให้โง่แค่ไหนก็ต้องเข้าใจเหมือนกันล่ะว่าพี่ป้องเห็นแล้ว...เห็นหมดทั้งตัวผมแล้วยกเว้นข้างบน!

 

            “พี่อย่าบอกนะว่าพี่เห็นก้นผมด้วย!

 

            “ให้พี่พูดความจริงมั้ย”

 

            “พูด!!!” ผมคำรามแก้เขิน อยากให้พี่เขาบอกว่าเปล่า แต่...

 

          “เต็มสองตาเลยครับ”

 

          ไอ้เหี้ย เสื้อแม่งก็ยาว ทำไมไม่ปิดตูดกูให้มิดวะ ต้องเห็นตอนกูสะบัดตูดวิ่งกลับเข้าห้องน้ำแน่!

 

            “อย่าห่วงเลย พี่ไม่พูดให้ใครฟังหรอก”

 

            พรวด

 

            “ลืม!!!

 

            ผมลุกพรวดขึ้นมายืนเต็มสองขา พุ่งเข้าไปคว้าคอเสื้อพี่ป้องเอาไว้มั่น แล้วตะโกนใส่หน้า จนพี่เขาเลิกคิ้วใส่ จนผมต้องย้ำอีกครั้ง

 

            “ลืมให้หมดเลยนะพี่ พี่เห็นอะไร ลืมให้หมดเลยนะ!!!

 

            ผมตะโกนใส่หน้า หวังให้พี่แกหงอผม แต่พี่ป้องกลับ...

 

            หมับ

 

            สองมือพี่ป้องจับแก้มผม แถมยังก้มหน้าลงมาว่าเสียงจริงจัง

 

            “โอเคครับๆ พี่จะลืม แต่น้องกั๊กต้องใจเย็นๆ น้องหน้าแดงใหญ่แล้ว”

 

          กูจะเลิกหน้าแดง ถ้ามึงเลิกลูบแก้มกู!

 

            ผมอยากจะตะโกนใส่หน้า แต่ในความเป็นจริงผมทำได้แค่...ดึงมือพี่เขามาปิดหน้าผม

 

            “เพราะพี่คนเดียวเลย ตั้งแต่ผมเจอพี่ก็มีแต่เรื่อง! เพราะพี่ป้องคนเดียวเลย!!!” ผมมันบ้าที่ยังซุกหน้ากับมือพี่เขาไม่ยอมไปไหน คือไงดีล่ะ มือพี่ป้องใหญ่ไม่พอ ยังได้กลิ่นหอมๆ ของขนมอบด้วย จนผมอดไม่ได้จริงๆ ที่จะซบจะซุก แถมไถแก้มใส่ด้วยเอ้า

 

          โว๊ะ เคลิ้มว่ะกู หอมด้วย

 

            “เป็นความผิดพี่เอง”

 

          เออ ความผิดมึง

 

            “พี่ขอโทษนะ”

 

          เออ ขอโทษกูเลย

 

          “เดี๋ยวพี่รับผิดชอบเองนะ”

 

          เออ รับผิดชอบกูเลย!

 

            ผมคิดไรไป ผมไม่รู้ล่ะ รู้แค่มือใหญ่ๆ หอมๆ มันทำผมเคลิ้มจนลืมฟังประโยคสุดท้าย พี่ป้องพูดว่าไรนะ...ช่างแม่งเหอะ

 

...............................................

 

           ต่อค่ะ

 

            สุดท้าย แทนที่ผมจะรีบกลับบ้าน ไปๆ มาๆ ผมก็ขลุกอยู่ร้านเค้กตั้งนานสองนาน เพราะหลังจากนั้น พี่ป้องก็ต้องลงไปช่วยพี่แพมรับลูกค้า พอผมคิดว่ากลับดีกว่า พี่เขาก็ขึ้นมาพร้อมกับผัดซีอิ๋วหน้าตาน่ากิน บอกว่าให้ทานอะไรก่อน ผมก็ไม่อยากให้เสียน้ำใจ ก็เลยกินไปดูทีวีไป เผลอแป๊บเดียว...ทุ่มครึ่ง

 

            “เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

 

            พี่ป้องกลับมาบอกผมอย่างนั้น ผมก็อยากจะบอกว่าไม่ต้องหรอกนะ แต่เพราะพี่เขาบอกว่าวันนี้รีบปิดร้านจะได้ไปส่งผม ก็เลยปากหนักพูดไม่ออก ได้แต่เดินลงมาชั้นล่าง เพิ่งจะเคยเห็นในร้านที่ปิดไฟมืดตื๋อ มีแค่ตู้แช่ขนมที่เปิดไฟเอาไว้ จนเผลอเหลือบไปมอง...ว่างเปล่า

 

          นั่นสิ หนก่อนมาเปิดไฟสว่างยังอดแดกเลย มึงคิดว่าหนนี้ปิดไฟขนาดนี้ร้านเขาจะเหลืออะไรให้กินหรือไง

 

            ผมเหี่ยวลงทันที แล้วก็ได้แต่เดินลากขาไปหาเจ้าของร้านที่เคลื่อนรถมารอ

 

            พี่ป้องใช้รถคันใหญ่ เป็นรถครอบครัวเจ็ดที่นั่งสีน้ำตาลทอง แต่ดูเหมือนจะไม่ได้เอาไว้บรรทุกคน เพราะเบาะด้านหลังถูกพับลง แทนที่ด้วยข้าวของหลายอย่างที่น่าจะเอาไว้ขนของมากกว่า

 

            “บ้านน้องกั๊กอยู่ไหนครับ”

 

            ผมก็บอกเขาไปตามตรง มาถึงจุดนี้ ผมคงไม่คิดเล่นตัวทำเป็นกลัวเขารู้ที่อยู่แล้วล่ะ ขนาดเอาเสื้อพี่เขามาเล่น ผมยังทำแล้วเลย ดังนั้น พอผมบอกเขาแล้ว ผมก็นั่งเงียบๆ เพื่อ...ระลึกประสบการณ์ทุเรศทุรังที่ผมได้ทำลงไป

 

            โป๊ก

 

          กูจะเอาหน้าไปไว้ไหนวะ

 

            ผมโขกหัวกับกระจกรถ แบบที่เจ้าของรถก็หันมามอง

 

            “ถ้าจะหลับก็พิงเบาะเถอะ เดี๋ยวเจ็บนะ”

 

            “เจ็บไม่เท่าหรอกพี่”

 

          เจ็บไม่เท่าอายหรอก

 

            ผมพูดไม่จบ ซึ่งพี่ป้องก็เลิกคิ้วนิด แต่ไม่ขุดคุ้ย แค่ถามไปอีกเรื่อง

 

            “น้องกั๊กอยู่ม.อะไรครับ 4 หรือเปล่า”

 

            ขวับ

 

            “6 พี่ ผมอยู่ม.6 พี่จะว่าผมหน้าเด็กหรือไง”

 

            “หืม ม.6 หรือ”

 

            “ก็ใช่น่ะสิ แม่ง ไม่ชอบเลยเกิดมาหน้าเด็ก” ผมลูบหน้าตัวเองอย่างหงุดหงิดนิดๆ เพราะถ้าเทียบกับน้องม.4 บางคน ผมก็หน้าเด็กกว่าจริงๆ นั่นแหละ ซึ่งพี่ป้องก็หัวเราะ หัวเราะสไตล์พี่แกแหละ ทุ้มๆ นุ่มๆ ฟังแล้วเหมือนสะเทือนในอก

 

            “พี่ว่าเหมาะกับน้องกั๊กดีออก”

 

            “เพราะผมตัวเล็กน่ะสิ” ผมกรอกตา มองพี่ป้องที่ยิ้มกว้าง แล้วอดจะถามไม่ได้

 

            “ถามจริง พี่ไม่โกรธผมหรือ”

 

            “โกรธ? ทำไมพี่ต้องโกรธ” คนขับหันมามองผม ซึ่งผมก็ยกมือขึ้นมาไล่เหตุการณ์

 

            “ผมสร้างเรื่องให้พี่ตั้งเยอะ ทั้งวิ่งออกมาจากร้านเค้ก ทำให้พี่ต้องเสียเวลามาดักผม แถมวิ่งชนถังขยะ ตัวเลอะไม่พอ ยังมาอาศัยห้องน้ำบ้านพี่ แถมทำเสื้อพี่เลอะ เอ๊ย เปียกไปตั้งหลายตัว ห้องน้ำก็น้ำนองเลย แล้วนี่พี่ยังต้องเสียเวลามาส่งผมที่บ้านอีก”

 

            จริงๆ ผมควรจะขอโทษเขาด้วยนะที่ว่าเขาผิด...มันความผิดผมทั้งนั้น

 

            “ฮ่าๆ พี่จะโกรธทำไมครับ น้องกั๊กไม่ได้ทำให้พี่เดือดร้อนสักหน่อย” ผมมองคนที่หัวเราะอย่างอารมณ์ดี แล้วไงดีล่ะ เสียงหัวเราะแม่งก็น่าฟังจริงๆ นั่นแหละ แถมพอหันมายิ้มให้ก็ดูเป็นผู้ใหญ่ใจดีจนอดจะวางใจไม่ได้ยังไงไม่รู้

 

            “พี่เป็นคนให้เราช่วยชิมเค้กเอง แล้วพี่ก็ไปรอของพี่เอง แถมยังวิ่งไล่จนน้องกั๊กตกใจ ล้มได้แผล แค่มาใช้ห้องน้ำบ้านพี่ พี่ยังคิดเลยว่าไถ่โทษที่ทำให้เจ็บตัวไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะงั้นพี่ไม่โกรธหรอก...แล้วน้องกั๊กโกรธพี่มั้ย”

 

            ก็อยากปากแข็งว่าโกรธหรอกนะ แต่...

 

            “ก็ไม่...ครับ”

 

          อ่อนลงเฉยเลย

 

            “ขอบคุณนะ”

 

            พี่ป้องยิ้มให้ผมอีกแล้ว ยิ้มแบบผู้ใหญ่ใจดีเหมือนเดิม กับคำขอบคุณที่ไม่จำเป็นต้องให้ผมเลยสักนิด ซึ่งมันทำให้ผมได้แต่เบือนหน้าหนีไปทางหน้าต่าง งึมงำ

 

            “ใจดีชะมัด”

 

            “หืม?”

 

            “เปล่า” ผมส่ายหัว เรื่องอะไรจะบอกล่ะว่า...คนบ้าอะไรโคตรใจดีเลย

 

            ส่วนใหญ่ผู้ใหญ่ที่รู้ว่าผมเป็นเด็กเกเรจะไม่ค่อยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับผม แต่พี่ป้องได้ยินแล้วว่าผมมีเรื่องบ่อยก็ยังใจดีด้วย ไม่รู้ว่าเพราะเป็นนิสัยพี่เขาอยู่แล้วหรือเปล่า

 

            ผมก็อยากคุยกับพี่ป้องมากกว่านี้หรอกนะ แต่เผลอแป๊บเดียวก็มาถึงบ้านผมแล้ว ผมก็เลยยกมือไหว้ขอบคุณ...เออ ผมก็ยังมีมารยาทเหมือนกัน

 

            ผมโดดลงมายืนข้างตัวรถแล้วนะ แต่ตอนที่จะหมุนตัวไปเปิดรั้วบ้าน...

 

            “น้องกั๊ก”

 

            “ครับ?”

 

            “ถ้าไม่รังเกียจ เอานี่ไปทานนะครับ”

 

            กึก

 

          มือกูกำลังสั่น!

 

            ผมสาบานได้ว่ามือผมสั่นจริงๆ เมื่อเห็นถุงพลาสติกใสที่ภายในบรรจุกล่องที่ประทับตราสัญลักษณ์และชื่อร้านเอาไว้ชัดเจน อีกทั้งตาผมก็ยังวาววับดีใจจนเนื้อตัวสั่น เพราะเดาออกทันทีว่าอะไรอยู่ภายในกล่องขนมเค้กหน้าตาน่ารักนั่น

 

            “หรือน้องกั๊กไม่ชอบ”

 

            หมับ

 

            “แม่ผมชอบ!

 

            ผมก็คว้าสิ แถมดึงไปซ่อนข้างหลังทำนองว่าให้กูแล้วอย่ามาแย่งกลับนะ กูจะกัดให้จมเขี้ยว

 

            ท่าทางที่พี่ป้องอึ้งไปนิด ก่อนที่จะคลี่ยิ้มอุ่นๆ ให้ผมอีกครั้ง

 

            “งั้นเข้าบ้านดีๆ นะครับ”

 

            “อืม พี่ก็...กลับดีๆ นะ” ผมตอบเขาไปงั้น มองคนที่กลับรถในซอยบ้านผม แต่ก่อนที่จะออกรถไปก็ยังเปิดกระจกมาส่งยิ้มให้

 

            “ถ้ามีเรื่องอะไรก็ไปหาพี่ที่ร้านได้เสมอนะครับ”

 

            พี่ป้องเคลื่อนรถออกไปแล้ว แต่ผมยังยืนนิ่งอยู่หน้าบ้าน ไงดีล่ะ...

 

            “ใจดีชะมัด”

 

            ผมทำเรื่องขนาดนั้น ไม่โกรธไม่พอ ยังใจดีด้วย จนผมรู้สึกผิดจริงๆ นะที่เอาเสื้อเขามาเล่นแปลกๆ

 

            “เออ ช่างเหอะ” แต่ผมก็ยักไหล่ แล้วเดินเข้าบ้าน ประทับใจแค่นั้นแหละ แต่พอเปิดรั้วปุ๊บ...

 

            “โฮ่งๆๆๆ หงิงๆ”

 

            “ไอ้มู่ หยุด! ไม่ใช่ของมึง!

 

            สุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้เจ้าของขนสีเทาเงินไล่ขาวก็กระโจนเข้ามา พร้อมกับเห่าเสียงดัง อุ้งเท้าโตๆ ก็กระโดดมาพาดตัวผม ใช้จมูกดมฟุดฟิดๆ ไปมา แถมพอมันรู้ว่ากลิ่นมาจากไหน ไอ้หมาตะกละก็มองกล่องขนมตาวาว แบบที่ถ้ามันพูดได้ ผมต้องได้ยินมันพูดใส่ผมว่า...

 

            หนมมู่ หนมมู่ใช่มั้ย หนมมู่แน่ๆ เลย เจ้านายเอาหนมมาให้มู่นะ มู่อยากกินๆ

 

            “ไม่ใช่ของมึงไอ้มู่ นี่ของกู ห้ามแตะเลยนะ” ผมชูขนมขึ้นเหนือหัว แต่ไอ้มู่ หรือชื่อเต็มๆ ว่ามูมู่ และเคยคิดจะตั้งชื่อว่าวูล์ฟเวอรีน หากแต่พอเจอความปัญญาอ่อนมันเข้าไปก็เปลี่ยนชื่อแทบไม่ทัน กำลังวิ่งพันแข้งพันขาผม พอผมเข้าบ้านก็วิ่งตาม พอผมเดินขึ้นห้องก็ยังครางหงิงๆ ใส่

 

            หนมมู่ล่ะ หนมมู่!!!

 

            ผมได้ยินเสียงมันร้องเหมือนคนเลยล่ะ

 

            ไม่รู้ไม่สน ผมรักมันมาก แต่ผมอยากแดกมากกว่า

 

            “กว่ากูจะได้ขนมกล่องนี้มา กูผ่านร้อนผ่านหนาว (?) มามากนะเว้ย อย่าฝัน!” ผมเดินเบียดมันเข้าห้องนอน บรรจงวางกล่องเค้กลงบนโต๊ะ

 

            “อาบน้ำอีกรอบดีกว่า” ผมอาจจะอาบน้ำมาแล้ว แต่ถ้าอาบน้ำใหม่ สดชื่นๆ มานั่งละเลียดเค้กต้องฟินมากแน่ๆ ดังนั้น ผมเลยคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไป อาบน้ำด้วยความไวแสง แต่ก็ไม่ไวเท่า...

 

            แกร๊ก

 

          “ไอ้เหี้ยมู่!!!

 

          เค้กกู!!!!

 

            ผมวางขนมเค้กไว้บนโต๊ะแน่ๆ แต่ตอนนี้ทั้งถุงทั้งกล่องตกลงมาบนพื้น โดยมีไอ้มู่กำลังเลียแผล็บๆ บนพื้นอย่างมีความสุข ไม่เหลือแม้แต่เค้าซากว่าพี่ป้องให้ขนมอะไรมา...ช็อตเค้ก? ทาร์ตผลไม้? ชีสเค้ก?...ไม่ ไม่รู้

 

            “ไอ้มู่มึงไม่เหลือแม้แต่ครีมให้กูเลยหรือวะ!!!” ผมทำหน้าแบบจะร้องไห้ แต่ไอ้มู่

 

            “โฮ่งๆๆๆ”

 

            ทำหน้าประหนึ่งถามว่า...เจ้านายมีหนมให้มู่อีกมั้ยฮับ

 

            “อ๊ากกก ออกไปเลยนะมึง ออกไปเลย!!! กูเกลียดมึง!!!” ผมนี่แทบลงไปดิ้น อาการอยากยากลับมาอีกครั้ง แม่งดิ้นจริงๆ โกรธจริงๆ ด่ามันจริงๆ แล้วมันคงเห็นท่าไม่ดี เพราะครางหงิงๆ แล้ว จากนั้นก็วิ่งแท่ดๆ ไปคาบอะไรบางอย่างมาให้ผม

 

            “อะไรมึง กูไม่หายโกรธมะ...”

 

            ผมหุบปากแค่นั้น เพราะของที่ไอ้มู่คาบมา...เสื้อ

 

            ไม่ใช่เสื้อธรรมดา...เสื้อพี่ป้อง

 

            ไม่รู้ว่าเพราะมีกลิ่นเดียวกับขนมที่มันแดกหรือเปล่า แต่มันกำลังทำตัวเป็นหมาใจดีแบ่งของให้ผม ซึ่งผมกัดปากแน่นมาก จ้องตามันเขม็งแรง แล้วว่าเสียงลอดไรฟัน

 

          “มึงห้ามบอกใครนะว่าเห็นอะไร”

 

            หมับ

 

            ผมคว้าเสื้อจากปากมัน ปิดประตูลงกลอนแน่นหนา มองเสื้อในมืออีกครั้ง แล้ว...พวกคุณคงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเสื้อตัวนั้น

 

            “อึ้ก...อูย...อย่างน้อยก็มี...เสื้อหอมๆ ล่ะวะ...อาห์”

 

            ครั้งนี้ ผมคิดว่าศีลธรรมจรรยาในใจผม...คงไม่เหลือแล้วจริงๆ

 

.........................................

 

            ครบค่ะ หมาป่าห่มหนังแกะ พญาเสือหุ้มหนังแมว จอมมารในคราบเทพบุตร...เดี๋ยวนะคะ นั่นใช่พี่ป้องหรือ เห เงยหน้าขึ้นข้างบน นี่ชื่อตอนมาจากหัวใจดวงน้อยๆ ของกั๊กเลยนะคะว่า “ผู้ใหญ่อะไรใจดีจัง” ทำไมมองพี่ป้องเป็นอื่นกันขนาดนั้นล่ะ ฮา ใครอยากอ่านความคิดพี่ป้อง อีกนานจ้า เมย์ไม่เฉลยง่ายๆ หรอก แต่ตัวตนพี่ป้องมันบอกเอาไว้ตั้งแต่ในชื่อเรื่องแล้วนะคะ สามตอนที่ผ่านมานี้บอกเลยว่าใส่อะไรไว้หลายอย่าง แต่อย่าคิดมากค่ะ อ่านไปเรื่อยๆ เบาๆ สมอง แค่มีรอยยิ้มก็ดีใจจ้า แฮ่

            อ้อ มาขอแก้ตัวนะคะ เรื่องนี้ไม่มีหรอกคนเขียนอะไรลามกจัง ไม่มี๊ไม่มี มีแต่น้องกั๊กอะไรลามกได้ขนาดนี้ ไม่รู้เลี้ยงด้วยอะไรเนอะ ทำไมเป็นเด็กที่น่าปู้ยี่ปู้ยำขนาดนี้ โอย ไม่อยากจะสปอยค่า อนาคตมีสปาตูล่าไล้หัวนมล่ะค่ะ ฮา หนีดีกว่า

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมหวาน นะคะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 753 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,681 ความคิดเห็น

  1. #25665 YFTD_pk (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 21:38
    อายแทนน้องงง
    #25,665
    0
  2. #25602 Natthida27 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 15:55

    ชอบคนแต่งเลยบั่บรักเลยแต่กี่เรื่องก็ฟินทุกเรื่องเอาหัวใจดิฉันไปเลยคร่าาา

    #25,602
    0
  3. #25590 Hinigo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 13:21
    สะกดจิตตัวเองก่อน นี้เป็นนิยาย โอเค 555555 คือมันสะดุดนิดนึงตรงอิน้องมู่(นังหมาตะกละ) ขอเพิ่มนิดนึงนะคะ อย่าให้น้องหมาทานของหวาน หรือของที่ปรุงรสจัดมันมีผลระยะยาวกับ สัตว์เนอะ อ่านพอแล้วฟินมาก เอ็นดูน้องมาก แต่ติดตรงน้องมู่เลยค่ะ มันค่อนข้างอันตรายต่อสัตว์ เลยติดขัดในส่วนนี้ แต่อย่างอื่นไม่ติดเลยค่ะ 55555555
    #25,590
    0
  4. #25572 jaja_2001 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 15:05
    นี่มาอ่านเม้นก่อน ว่ายับน้องเป็นยังไง อ่านตอนที่แล้วมา ไม่กล้าอ่านตอนนี้เลยอะ ฮืออออออออออออ
    #25,572
    0
  5. #25566 kongkhun (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 16:26
    พบเด็กหื่นเพิ่มอีกหนึ่งอัตรา
    #25,566
    0
  6. #25540 teeranan6270 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 02:29
    เอ็นดูกั๊กกกกกกก
    #25,540
    0
  7. #25527 nongbeamzaza023 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 01:06
    ยัยกั๊กเด็กหื่น
    #25,527
    0
  8. #25505 rattanalak44 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 23:40
    คลายเครียด55555
    #25,505
    0
  9. #25504 rattanalak44 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 23:14
    คลายเครียด55555
    #25,504
    0
  10. #25482 ภาวนา ยะถาเทศ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:20
    โอ้ยยยย​ จะสงสารดีมั้ยอ่ะกั๊ก​ ขนมก็อดยังอุตส่าห์ดมเสื้อพระเอกเพื่อความหื่นของตัวเองได้อีก555555
    #25,482
    0
  11. #25427 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 14:58
    วงวารเจ้ากั๊ก มู่แย่งหนม555555
    #25,427
    0
  12. วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 11:01
    มู่!!!!
    #25,417
    0
  13. #25397 maknae_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 23:37

    นังมู่แย่งขนมน้องได้ยังไงงงงง

    #25,397
    0
  14. #25384 Golden23 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 14:59
    พี่ป้องก็ใช่ย่อย เชื่อเลย55555555
    #25,384
    0
  15. #25337 sutthisak318 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 18:11
    อ่านกี่รอบๆ ก็ไม่เบื่อ อย่าเพิ่งลบน้าา~
    #25,337
    0
  16. #25329 BewtyKAWAI (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 00:09
    ตัวละครมาจากที่คนเขียนแต่งเองไม่ใช่หร้อออ
    #25,329
    0
  17. #25273 kimleehyun (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 09:56
    อ่านสปอยแล้วก็เลย ....ว่าแล้วเชียว5555มันต้องมีแน่ๆเลย555
    #25,273
    0
  18. #25195 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 03:12
    มู่ทำไหมทำกับกั๊กได้55555
    #25,195
    0
  19. #25142 0958682120 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 22:12
    พี่ป้องคือสามีเเห่งชาติค่าาา^~^
    #25,142
    0
  20. #25100 Zen_Darkness (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 20:01
    ตายยยย ความดันผมขึ้นแน่ อ่านเรื่องนี้ หวานสะเบาหวามถามเลยครับเนี้ย
    #25,100
    0
  21. #25034 Miki_milky (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 13:34
    โอ้ย กั๊กเอ๋ยโดนมู่แย่งเค้กไป
    #25,034
    0
  22. วันที่ 7 กันยายน 2560 / 23:40
    มู่ทำไมทำกับกั๊กแบบนี้ลูก 555
    #24,838
    0
  23. #24439 mazakiakashi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 06:18
    เนียน!! มีความเนียนแรงมากนะคะคุณขาาาา อ่อยมากด้วย!! แต่ชอบบบคิๆ
    #24,439
    0
  24. #24022 PINKPENZ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 19:36
    เคะหื่น หนูชอบ
    #24,022
    0
  25. #23654 pegger15384 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 10:35
    โห น้องกั๊ก~~
    #23,654
    0