[Yaoi] Sugar Addict หวานกว่าขนมก็ผมเนี่ยแหละ [Boy's Love]

ตอนที่ 36 : ตอนที่ 30 ผู้ชายที่ยอมทิ้งทุกอย่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 62,664
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 459 ครั้ง
    17 ก.ค. 60




ไอ้พี่ไกด์! จะกีดกันแบบนี้ไม่ได้นะ ฮึก

++++++++++++++++++++++++

ตอนที่ 30 ผู้ชายที่ยอมทิ้งทุกอย่าง

 

 

 

ปกป้อง

 

            ผมใช้เวลาไม่นานก็กลับมาล้มตัวลงนอนบนเตียงในบ้าน เหม่อมองเพดาน ยามที่ความทรงจำครั้งเก่ายังคงกลับเข้ามาในห้วงคำนึง ผมยังจำได้ดีถึงเรื่องราวในวันนั้นที่เปลี่ยนชีวิตผม ผมจำได้ทุกประโยค ทุกเสียงพูดคุย ยามที่ผมโผล่หน้าไปหาไอ้ไกด์อีกครั้ง เพื่อขอรับผิดชอบน้อง

 

          เฮอะ รับผิดชอบ มึงอย่ามาพูดให้กูตลก น้องกูแค่สิบเอ็ด กูไม่ต้องการความรับผิดชอบจากมึง ทางที่ดีมึงไสหัวไปก่อนที่กูจะเอาปืนพ่อมาจ่อหัวมึง

 

            แม้ว่าผมจะบอกว่าผมรู้สึกพิเศษกับน้องของมัน ผมอยากจะรับผิดชอบ อยากจะอยู่ข้างๆ ในวันที่น้องโตขึ้นมา แต่ไอ้ไกด์กลับปฏิเสธทุกอย่าง มันด่าผมด้วยคำด่าทุกอย่างที่มันนึกขึ้นได้ ทำเหมือนผมเป็นแค่ไส้เดือนที่อยากจะขยี้ทิ้ง

 

            มันเกลียดผม ชิงชังผม และรังเกียจผมที่ยื่นมือไปแตะต้องน้องชายของมัน

 

            ผมยอมรับความผิด เพราะผม...ทำมันลงไปจริงๆ

 

            ถ้าไอ้ไกด์กลับมาช้ากว่านี้ ถ้ามันไม่มาเจอเข้า ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำอะไรลงไป วินาทีนั้น ผมไม่มีสติคิดอะไรทั้งนั้น ผมแค่อยากจะกกกอดน้องเอาไว้ อยากจะแสดงความเป็นเจ้าของ อยากจะตีตราจอง จนขอร้องมันว่าอยากเจอน้องกั๊กอีกครั้ง

 

          น้องกูไม่อยากเจอคนเหี้ยๆ อย่างมึง!’

           

            คำพูดพวกนี้ทำร้ายผมอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งไม่ว่ายังไง มันก็ไม่ยอมให้ผมเจอน้องมัน มันบอกว่าถ้าผมหวังดีกับน้องกั๊ก ต้องทำเหมือนเรื่องนั้นไม่เคยเกิดขึ้น น้องมันแค่หลับแล้วฝันไป แค่ละเมอแปลกๆ น้องมันต้องโตขึ้นมาเป็นผู้ชายที่คบกับผู้หญิง ไม่ใช่เด็กที่ถูกผู้ชายทำอนาจาร

 

            ผมรับเรื่องที่มันพูดไม่ได้ เพราะผม...เป็นคนเช็ดน้ำตาให้กับเด็กน้อยคนนั้นจริงๆ

 

            ผมพยายามอยู่เดือนเต็มๆ แต่ไม่ว่ายังไงก็ไม่เคยเจอน้องกั๊กอีกเลยสักครั้ง และสุดท้าย ไอ้ไกด์ก็ยื่นคำขาดว่าผมห้ามโผล่หน้าไปให้มันหรือคนในครอบครัวมันเห็นอีก ถ้าเห็นแก่อนาคตของน้องกั๊ก ผมต้องยอมให้น้องโตมาโดยไม่รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

 

            ตอนนั้น ผมเสียใจ ผมเสียใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน รู้สึกเหมือนหัวใจสลาย ทั้งที่เจอน้องกั๊กแค่ครั้งเดียว ผมกลับเฝ้าคิดถึง โหยหา อยากเจอ อยากได้ยินเสียง อยากเห็นหน้า อยากพูดคุย อยากจะแนะนำตัวว่าพี่ชื่อปกป้องนะครับ

 

            ผมพร้อมเริ่มต้นใหม่ทุกอย่าง เข้าหาน้องในฐานะคนที่ไม่เคยรู้จักกัน ไม่เคยแตะต้องกัน แต่ไอ้ไกด์...ไม่ยอม

 

            มันบอกว่าผมจะทำลายอนาคตน้องมัน ทางที่ดีคือผม...ต้องไป

 

            สุดท้าย ผมก็ยอมรับสิ่งที่มันบอก ผมก็ทนที่จะถูกทำเหมือนหมูหมาที่มาขอเศษอาหารกินไม่ไหวเหมือนกัน ผมตัดสินใจจะไปเรียนต่อเฉพาะทางที่ฝรั่งเศส จะไปเริ่มต้นใหม่ จะลืมทุกอย่างที่ทำให้หัวใจผมเหมือนไม่ใช่ดวงเดิม

 

            ผมเรียนให้หนัก ทำงานเป็นบ้าเป็นหลัง และ...คบคนมากหน้าหลายตา

 

            ผลที่ได้คือ...ผมจะเห็นหน้าน้องกั๊กซ้อนทับขึ้นมาทุกครั้ง

 

            ผมลืมน้องไม่ได้ ไม่ว่าจะผ่านไปหนึ่งปี สองปี หรือหลายปี ผมก็ลืมน้องไม่ได้ จนผมเลิกที่จะพยายามหลอกตัวเองด้วยการคบกับคนอื่น หัวใจของผมยังยืนยันว่ามีเพียงเด็กชายตัวน้อยคนนั้นคนเดียว เด็กที่ผมไม่รู้เลยว่าจะโตขึ้นมาเป็นยังไงบ้าง

 

            ผมเคยติดต่อกลับมาหาเพื่อนเก่าๆ แต่ทุกคนพูดเหมือนกันว่าไอ้ไกด์ประกาศว่าตัดขาดกับผมไปแล้ว

 

            ผมทำอะไรไม่ได้ ผมไม่มีแม้แต่ภาพถ่ายของน้องสักใบ สิ่งเดียวที่ติดแน่นในใจผมคือภาพในความทรงจำ

 

            เวลามันผ่านไปหลายปี ผมประสบความสำเร็จในการทำงาน แต่ผม...เหมือนตายลงช้าๆ

 

            สุดท้าย ผมก็ตัดสินใจกลับมาเมืองไทยหลังจากที่ไม่ได้กลับมาหลายปี ทุกอย่างที่นี่เปลี่ยนไปจนผมแทบจำไม่ได้ หากแต่สิ่งหนึ่งยังไม่เปลี่ยน...โรงเรียนของผม

 

            ผมแค่นั่งรถผ่าน แค่จะไปบ้านยาย แล้วผม...ก็หัวใจเต้นแรงอีกครั้ง

 

            ผมคิดว่าผมเห็นน้องกั๊ก

 

            มันเป็นช่วงเวลาแค่แวบเดียว แต่ผมก็วิ่งลงมาจากรถ วิ่งไปหาหัวใจของผม เพื่อพบว่ามัน...ว่างเปล่า

 

            เวลานั้น ทุกคนหาว่าผมบ้า แต่ผม...ทิ้งทุกอย่างที่มีอยู่ในมือ

 

            ผมปฏิเสธงานที่โรงแรมชั้นนำในอังกฤษ ผมปฏิเสธข้อเสนอของสถาบันทำอาหารที่อิตาลี ผมทิ้งอนาคตที่กำลังก้าวหน้าในฐานะปาติซิเย่ แล้วเดินทางกลับไทยมาอ้อนวอนขอร้องยายให้ขายที่ข้างโรงเรียนให้กับผม แล้วผมก็เล่าทุกอย่างให้ยายฟัง

 

          อนาคตที่ใครๆ ว่าไม่ได้ทำให้ป้องมีความสุข ความสุขของป้องคือการตามหาหัวใจตัวเอง

 

            ผมมันบ้า ผมประสาท ผมเองยังรู้ตัว

 

            ชั่ววินาทีนั้นอาจจะเป็นแค่ภาพหลอน แต่ผมตัดสินใจทิ้งทุกๆ อย่างเพื่อกลับมาเมืองไทย เพื่อเปิดร้านเล็กๆ ข้างโรงเรียน โดยไม่รู้เลยว่าน้องจะยังชอบกินขนมอยู่มั้ย เค้กช็อกโกแลตจะยังเป็นของโปรดอยู่หรือเปล่า น้องอาจจะเกลียดของหวานไปแล้ว แต่ผมก็เฝ้ารอทุกวันว่าจะมีวันหนึ่งที่น้องเปิดประตูร้านเข้ามา

 

            แล้วผมคิดจะทำอะไรน่ะหรือ

 

            ผมบอกตรงๆ ว่าผมไม่รู้ ผมแค่อยากเห็นหน้าน้อง อยากรู้ว่าน้องเป็นยังไงบ้าง และวันนั้นก็มาถึง เด็กหนุ่มร่างเล็กหน้าตาน่ารักที่มาเมียงมองหน้าร้านเค้กของผม วินาทีที่เห็น ผมก็ได้รู้...ผมไม่อาจจะปล่อยน้องให้หลุดมือ

 

            หัวใจของผมยังปรารถนาไม่ต่างจากเมื่อเจ็ดปีก่อน

 

            ผมอยากจะกอดน้องไว้แน่นๆ อยากจะถามว่าจำพี่ชายคนนี้ได้มั้ย แต่ผมทำไม่ได้ ผมสัญญากับไอ้ไกด์ว่าจะไม่รื้อฟื้นเรื่องเก่าๆ ผมจะปล่อยให้ทุกอย่างมันหายไปกับเวลาที่ผ่านพ้นไป และผมตัดสินใจจะ...เริ่มต้นใหม่

 

            ครั้งนี้ไม่มีขนมที่ผสมยาปลุกเซ็กส์ จะมีแค่ความรัก ความจริงใจ และความห่วงใยที่ผมพร้อมจะมอบให้น้องเท่านั้น

 

            ไอ้ไคว่าผมเจ้าเล่ห์ที่พอจะรู้ว่าน้องเป็นคนยังไง ยิ่งรู้ว่าน้องมีปฏิกิริยาแปลกๆ กับขนมหวาน ผมก็ยิ่งหาทางดักทุกทาง ขุมหลุมเอาไว้ทุกหลุม เพื่อหวังว่าน้องจะเดินตกลงมาหาผมบ้าง ผมรู้ว่าไม่ดี ผมรู้ว่าผมผิด แต่ผมไม่ได้หลอกลวง ทุกอย่างผมทำด้วยความจริงใจ

 

            ผมอ่อนโยนกับน้องจริงๆ รักน้องจริงๆ ทะนุถนอมน้องจริงๆ และผม...ก็อดทนจนกว่าน้องจะเป็นผู้ใหญ่

 

            ใช่ ผมดึงไคเข้ามาเพราะร้อนใจอยากให้น้องรู้ใจตัวเองไวๆ ผมเข้าหา แต่ก็ถอยหลังให้น้องวิ่งตาม ทั้งหมดเพราะผมอยากให้น้องปรารถนาในตัวผม เหมือนที่ผมปรารถนาในตัวน้อง ผมเสี่ยงกับทุกอย่างที่มีแล้ว ผมจึงพยายามทำทุกทางเพื่อได้สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดมาไว้ในอ้อมกอด

 

            ผมรู้ตัวว่าผิดต่อไอ้ไกด์ แต่ผมรักษาสัญญาแล้ว ผมรอ...รอจนน้องครบสิบแปด

 

            ต่อไปนี้จะไม่มีใครว่าผมได้อีกแล้วว่าผมยุ่งกับเด็ก น้องกั๊กโตแล้ว และโตพอที่จะเลือกด้วยตัวเอง

 

            แล้วถ้าน้องไม่รักผมล่ะ ผมจะทำยังไง...ผมก็จะปล่อยมือน้องไปให้เจอคนที่ดีกว่า

 

          ผมไม่ได้แสนดี ผมไม่ได้เป็นเทวดา ผมแค่...รักน้องมากเกินไป

 

            ผมอยากเห็นน้องมีความสุข อยากเห็นรอยยิ้ม ไม่ใช่น้ำตา

 

            ผมรู้ว่าวันนี้จะต้องมาถึง วันที่ไอ้ไกด์รู้เรื่อง แต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ ซึ่งครั้งนี้ผมจะไม่หนีไปไหน จะไม่ยอมแพ้ ตราบใดที่น้องกั๊กยังบอกว่าเชื่อใจผม รักผม และยังแคร์ผมอยู่ ผมจะสู้...จะสู้ให้ถึงที่สุด แม้ว่าจะถูกด่าหรือเรียกตำรวจมาลากผมออกจากบ้านหลังนั้น

 

            “พี่รักน้องกั๊ก” สิ่งนี้เป็นความจริงตลอดเจ็ดปี

 

            สำหรับผม มันไม่ใช่ความหลง ไม่ใช่ความใคร่ ช่วงเวลาหลายปีพิสูจน์แล้วว่ามันคือ...ความรัก

 

          “พี่จะไม่ยอมแพ้”

 

            ผม...จะไม่ยอมปล่อยมือจากสิ่งที่ผมเฝ้าฝันถึงมาตลอด

 

...........................................

 

ต่อค่ะ

 

            “เดี๋ยวขอออกไปข้างนอกหน่อยนะ ดูร้านกันเองได้ใช่มั้ย”

 

            ผมก้มลงมองนาฬิกาที่บอกว่าบ่ายกว่าแล้ว ตอนที่เดินออกมาจากหลังครัว ถามแพมกับเพื่อนสนิทที่มาช่วย ซึ่งสองคนนั้นก็พยักหน้า แพมอาจจะไม่รู้อะไร แต่สีหน้าแปลกๆ ของผมก็ทำให้ลูกน้องคนนี้เป็นห่วง ส่วนไค...มันมองผมอย่างให้กำลังใจ แม้จะหน้าตายเหมือนที่ใครๆ ว่าก็เถอะ

 

            “โชคดี”

 

            มันรู้แล้วว่าผมเจอพี่ชายของน้องกั๊กแล้ว และรู้ว่าผมกำลังจะไปที่ไหน

 

            ผมแค่ยิ้มให้มัน เดินมาขึ้นรถ แล้วขับตรงไปยังสถานที่ที่ผมมาบ่อยจนนับไม่ถ้วน...บ้านของน้องกั๊ก

 

            ผมว่ามันรู้อยู่แล้วว่าผมจะมา เพราะไอ้ไกด์ก็ก้าวออกมาทันทีที่เห็นรถของผม พร้อมกับ...ปืนในมือ

 

            “ไสหัวมึงกลับไป” มันบอกผมเสียงเข้ม แต่ผมก็ไม่กลัว ผมก้าวไปหยุดตรงหน้ามัน และบอกว่า...

 

            “กูรักน้องกั๊ก”

 

            “เอาความรักมึงไปทิ้งไกลๆ กูไม่ต้องการให้คนอย่างมึงมายุ่งกับน้องกู!!!

 

            ผมจ้องตามันนิ่ง ยังคงพยายามใจเย็น ทั้งที่ข้างในร้อนเป็นไฟ

 

            “คนอย่างกูดีสู้คนที่วางยาแฟนตัวเองอย่างมึงไม่ได้ตรงไหนวะ”

 

            “ไอ้เหี้ยป้อง!!!” ผมรู้ว่าผมทำให้มันโกรธ แต่วันนั้นมันเองก็มีส่วนผิด แต่ตลอดเวลาหลายปีมันโทษว่าเป็นความผิดของผมทั้งหมด จนผมเองก็ต้องพูดสิ่งที่อัดอั้นออกมาเหมือนกัน

 

            “ใช่ กูเหี้ย กูยุ่งกับน้องกั๊กตอนอายุสิบเอ็ด กูเกือบจะมีอะไรกับน้องในตอนนั้น กูไม่เถียงเลยว่ากูมันเลวที่กับเด็กก็ไม่เว้น แต่กูก็ขอรับผิดชอบทุกอย่าง บอกมึงทุกครั้งว่ากูอยากจะดูแลน้อง และกูก็ยอมแม้กระทั่งไสหัวไปจากสายตาของมึง แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกัน ไม่ใช่แค่กูที่รักน้องกั๊ก แต่น้องกั๊กก็รักกู...”

 

            ปัง!

 

            ผมยังยืนนิ่ง แม้ว่าไอ้ไกด์จะยิงปืนขึ้นฟ้าแล้ว ผมยังสบตากับมัน และจะไม่ยอมไปไหน แม้ว่ามันจะจ่อปืนกับอกของผมก็ตาม

 

            “กูไม่ฟังเรื่องเหี้ยๆ จากปากของมึง ไอ้กั๊กต้องมีเมียเป็นผู้หญิง ไม่ใช่มึง!

 

            ผมรู้ว่ามันห่วงน้อง แต่เรื่องนี้มันเองก็ไม่มีสิทธิ์ตัดสินแทน ตอนนั้นน่ะใช่ แต่ไม่ใช่กับน้องกั๊กที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว

 

            “กูต้องทำยังไง มึงถึงจะยอมรับกู”

 

            ไอ้ไกด์หัวเราะ หากแต่เป็นเสียงหัวเราะเย้ยหยัน และพูดว่า...

 

            “ไม่มีวัน!!! ต่อให้มึงคุกเข่าต่อหน้ากู กูก็จะไม่มีวันยอมรับมึง!

 

            ผมเค้นเสียงถาม

 

            “กูยอมทิ้งทุกอย่างในชีวิต แม้แต่อนาคตของกูเอง ขอร้อง...พอได้หรือยัง” มันทำร้ายผมพอหรือยัง ลงโทษผมพอหรือยัง ประณามกับความผิดที่ผมทำน้องมันพอหรือยัง ผมถามอย่างหวังว่ามันจะเห็นใจ จะให้รู้ว่าผมยอมทุกอย่างแล้ว

 

            “กูทิ้งอนาคตที่ลอนดอนมาที่นี่ กูทิ้งชื่อเสียง ทิ้งเงินทอง ทิ้งทุกอย่างที่กูมีเพื่อกลับมาหาน้องของมึง กูขอร้อง ให้กูรักน้องกั๊กเถอะนะ ให้กูกับน้องมึงรักกัน กูสัญญาว่ากูจะใช้ทั้งชีวิตดูแลน้องของมึงให้ดีที่สุด ให้น้องมีความสุขที่สุด...”

 

            ฟึ่บ

 

            ผมยอมแม้กระทั่งทิ้งตัวลงไปคุกเข่าต่อหน้าเพื่อนรุ่นเดียวกันเพื่อขอร้องมัน

 

            “ได้โปรด ให้กูได้รักน้องของมึงเถอะนะ”

 

            ผมก้มหน้าหัวติดพื้น ขอร้องด้วยทุกอย่างที่ผมมี

 

            ผมยอมทิ้งทุกอย่างหมดแล้ว ไม่ใช่แค่อาชีพ ไม่ใช่แค่ความฝัน แม้แต่ศักดิ์ศรี ผมก็ยอมทิ้งให้มันเหยียบย่ำ ขอแค่มันยอมให้ผมได้ดูแลน้องกั๊กก็พอ

 

            แอ๊ด

 

            ไอ้ไกด์เปิดรั้วออกมายืนตรงหน้าผม แล้ว...

 

            โครม!!!

 

            มันถีบผมจนล้มกลิ้ง ตอนที่ผมก็เงยหน้าขึ้นมองมัน

 

            “มึงจะทิ้งอะไรก็ทิ้งไป แต่กูไม่ให้ไอ้กั๊กคบกับมึง!

 

            ผม...หมดความอดทน

 

            หมับ

 

            “เจ็ดปี...มึงได้ยินมั้ยว่าเจ็ดปี! กูอดทนรอมาเจ็ดปียังไม่สมใจมึงอีกหรือวะ กูทำผิดตรงไหน กูผิดอะไรที่รักน้องมึงห้ะ ไอ้ไกด์ มึงพูดมาสิว่ากูทำผิดอะไร!!!” ผมกระชากคอเสื้อมันเข้ามา ไม่สนใจปืนที่ยังจ่ออยู่ข้างหัวผม แล้วตะโกนใส่หน้ามัน ขณะที่น้ำตาลูกผู้ชายก็เอ่อขึ้นมารอบดวงตา

 

            ผมผิดหรือวะที่รักน้องของมัน

 

            “ผิด” มันพูด ก่อนที่จะยิ้มเย้ย

 

            “ผิดที่มารักน้องกู น้องกูต้องมีอนาคตที่ไม่ใช่มึง!

 

            ผมจ้องตามันเขม็ง และมันก็ยิ้มอีกครั้ง

 

            “และทางที่ดี มึงกลับไปที่ร้านมึงดีกว่า ก่อนที่สิ่งสุดท้ายที่มึงเหลืออยู่จะไม่มีอะไรเลย”

 

            “!!!” ผมเบิกตากว้าง มองไอ้ไกด์ที่ผลักอกผมเต็มแรง จนก้าวถอยหลังหลายก้าว มองมันที่คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสาย แล้วยิ้มเย็น

 

            “ดี เดี๋ยวกูโอนเงินไปไห้” แล้วมันก็บอกผมแค่ว่า...

 

          “นี่คือคำเตือน”

 

            ผมเบิกตากว้าง แล้วหมุนตัวกลับขึ้นรถทันที ผมไม่ได้ห่วงร้าน ไม่ได้ห่วงชื่อเสียง แต่ผมเป็นห่วงเพื่อนสนิท และลูกน้องของผมต่างหากว่าจะติดร่างแหไปด้วย!

 

................................

 

ต่อค่ะ

 

            “ไค! แพม!!!

 

            ผมพุ่งตัวผ่านผู้คนที่กำลังมุงอยู่หน้าร้านเข้ามาภายใน แล้วพบว่าแพมกำลังหน้าซีดปากสั่น ละล้าละลังอยู่ข้างเพื่อนสนิทที่เลือดกบปาก ขณะที่ทั้งร้านเละไปด้วยขนมเค้กที่ปาอัดเข้ากับข้างฝา และกำแพงบางส่วน จนทำได้แค่กระโจนไปหาสองคนนั้น

 

            “นี่มันเกิดอะไรขึ้น!” ผมประคองไอ้ไคที่กำลังปาดเลือดตรงมุมปาก ขยับกรามช้าๆ เพื่อดูว่าหักหรือเปล่า ตอนที่แพมเองก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้น

 

            “พอ...พอพี่ป้องออกไปก็มีผู้ชายสามคนมาขอซื้อเค้กค่ะ เขาเอาหมดเลยที่มี แพม...แพมก็แปลกใจ แต่ก็จัดให้ตามที่สั่ง แต่พอเขารับไปปุ๊บ เขาก็ปามันทั่วร้าน ทำเอาลูกค้าแตกตื่นออกไปกันหมด พี่ไค...พี่ไคเองก็เข้าไปห้าม แต่มันกลับรุมกระทืบพี่ไคจนเป็นแบบนี้”

 

            ผมกำสองมือเข้าหากันแน่น โกรธแทบบ้า ไหนจะ...

 

            “ละ...แล้วพวกมันก็บอกว่านี่เป็นคำเตือน”

 

            “โธ่เว้ย!!!” ผมพลาดไปแล้ว ผมน่าจะรู้ว่าไอ้ไกด์เกลียดชังผมจากเรื่องเมื่อหลายปีก่อนแค่ไหน มันไม่มีทางอยู่เฉยแน่ๆ แต่ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะเลวขนาดมาทำร้ายคนที่ไม่เกี่ยวข้อง

 

            หมับ

 

            “กูไม่เป็นไร...แค่หลบไม่ทัน” เพื่อนสนิทคว้าแขนผมไว้ จนต้องหันกลับมาสบตา ซึ่งมันพยักหน้ายืนยัน ขณะที่ค่อยๆ ใช้กำแพงเพื่อพยุงตัวลุกขึ้นยืน

 

            “พี่ป้องแจ้งความมั้ยคะ ให้แพมโทรหาตำรวจมั้ย” ทันใดนั้น แพมก็ถามขึ้นมาเสียงสั่น ให้ผมนิ่งไปนิด แล้วส่ายหน้า

 

            ไอ้ไกด์รู้อยู่แล้วว่าผมจะไม่แจ้งความ รู้อยู่แล้วว่าผมจะไม่เอาเรื่องมัน ตราบที่มันยังได้ชื่อว่าเป็นพี่ชายของน้องกั๊กอยู่

 

            “ไม่ต้องหรอก...แพมช่วยพาไอ้ไคไปโรงพยาบาลดีกว่า วันนี้คงต้องปิดร้านแล้วล่ะ” ผมว่าไปอีกอย่าง แบบที่เพื่อนสนิทก็ตั้งท่าจะแย้ง แต่ผมว่าเสียงเข้มกว่าเดิม

 

            “แล้วพี่รบกวนพามันไปส่งบ้านด้วย วันนี้ก็กลับไปก่อน ส่วนคืนนี้พี่จะโทรบอกว่าจะเปิดร้านหรือเปล่า”

           

            “เอ๋! แต่ว่าลูกค้า...” แพมร้องอย่างตกใจ รู้ว่าตอนนี้ร้านกำลังรุ่ง แต่ผมจะไม่เอาคนอื่นมาเสี่ยงจนกว่าจะรู้ว่าปลอดภัย แม้จะไม่อยากขอร้องใคร แต่ผมอาจจะต้องไปขอร้องยาย

 

            ยายผมไม่ใช่แค่เจ้าของที่ดินแถบนี้ทั้งหมด แต่เป็นคนที่ใครๆ ก็นับถือ

 

            “เอาน่า ถือว่าหยุดพักร้อน ทำงานติดกันแทบไม่ได้หยุดมาจะปีนึงแล้วนี่นะ” ผมส่งยิ้มให้ ขณะที่ประคองเพื่อนให้ลุกขึ้นยืนตัวตรง แล้วก็พามันออกไปส่งถึงรถของผม ยื่นกุญแจรถไปหาลูกน้อง แล้วยืนยันอีกครั้ง

 

            “ไม่ต้องห่วง พวกมันทำอะไรพี่ไม่ได้หรอก”

 

            ผมอาจจะไม่รู้จักไอ้ไกด์ดี แต่มันไม่ได้เลวขนาดที่จะจ้างใครมาฆ่าผมหรอก มันก็แค่ขู่

 

            “มีอะไรโทรมาเลยนะพี่ป้อง แพมรู้จักตำรวจหลายคน แพมจะรีบให้เขามาช่วย” ผมยิ้มรับ ก่อนที่จะก้าวถอยหลังมา มองรถของตัวเองที่แล่นไปอีกทาง พึมพำว่า...

 

            “ถ้าแค่นี้มึงคิดว่าทำให้กูเปลี่ยนใจได้ มึงก็คิดผิดแล้วล่ะ”

 

...........................................

 

            “พี่ป้อง!!! พี่ป้อง นี่มันเกิดอะไรขึ้น!

 

            แม้ผมไม่อยากให้น้องกั๊กรู้เรื่อง แต่คงเป็นไปไม่ได้ เมื่อร้านอยู่แค่หน้าโรงเรียน ดังนั้น ผมถึงไม่แปลกใจเลยที่น้องกั๊กใช้กุญแจไขเข้ามาทางหลังร้าน แล้วพุ่งเข้ามาหาผมที่กำลังเก็บกวาดเค้กที่เลอะเทะด้วยสีหน้าตกใจสุดขีด

 

            “ไม่มีอะไรหรอกครับ”

 

            “ไม่มีอะไรบ้าอะไรล่ะ พี่ไกด์! พี่ไกด์ใช่มั้ย ไอ้พี่เฮงซวยของกั๊กใช่มั้ย!

 

            น้องพุ่งเข้ามาจับมือของผมไว้ จนต้องโยนผ้าลงกะละมัง เงยหน้าขึ้นมาสบตา จากนั้นก็ยิ้มกว้างเพื่อให้น้องคลายใจ...ผมไม่อยากให้น้องต้องคิดมากตามไปด้วย

 

            “ไม่มีอะไรหรอกครับ ก็แค่ลูกค้านิสัยเสีย”

 

            “กั๊กไม่เชื่อ!

 

            น้องกลับว่าเสียงดัง ส่ายหัวแรงๆ แล้วเขย่ามือของผม

 

            “พี่ป้อง กั๊กรู้จักพี่ไกด์ดี รู้ว่าพี่ชายตัวเองเป็นคนยังไง ไอ้พี่ไกด์เป็นพวกอยากให้คนอื่นทำตาม มันบอกให้กั๊กห้ามกินขนม มันสอนให้กั๊กกินเหล้า มันกรอกหูกั๊กทุกวันว่าต้องแมนสมชาย ไอ้พี่ไกด์มันเป็นคนแบบนั้น และเมื่อมันไม่ยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้น มันก็ทำทุกอย่างจนกว่าเราจะเลิกกัน!” ผมรู้สิ่งที่น้องพูดดีเลยล่ะ แต่ผมก็ยังยิ้ม ใช้มือข้างที่ไม่เลอะดึงน้องกั๊กเข้ามากอด

 

            “แต่เราจะไม่เลิกกันใช่มั้ย”

 

            “ไม่เลิก!!! กั๊กไม่ยอมเลิกกับพี่แน่!” น้องตอบผมเสียงหนักแน่น แค่นั้นก็พอให้ผมยิ้มได้ แถมกำลังใจมาเต็ม

 

            “พี่ป้องรอกั๊กมาเจ็ดปี ถ้ากั๊กรู้ตัวเร็วกว่านี้...”

 

            “น้องกั๊กรู้?!!!” ผมปล่อยมือ ทวนถามอย่างตกใจ ซึ่งน้องก็พยักหน้าแรงๆ

 

            “เมื่อคืน...เมื่อคืนพอพี่ป้องกลับไป กั๊กก็ถามพี่ไกด์ อยากรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น พี่ไกด์บอกว่าพี่ป้องเลวขนาดที่เกือบจะข่มขืนกั๊ก แต่พี่ไกด์มาเจอก่อน แล้วพี่ก็หนีไป แต่กั๊กไม่เชื่อหรอก พี่ป้องไม่ใช่คนแบบนั้น คนที่กั๊กรู้จักตอนนี้ไม่ใช่แบบนั้น แล้วกั๊กก็จำมันไม่ได้ด้วย พอกั๊กบอกว่าไม่เชื่อ พี่ไกด์ก็เลยหลุด...พี่ไกด์บอกว่าตอนที่กั๊กมีอารมณ์ครั้งแรก พี่เป็นคนทำให้กั๊กไม่ใช่พี่ไกด์”

 

            น้องเล่าให้ผมฟังทุกอย่าง และยังเอ่ยเสริมอีกว่า

 

            “วันนั้น พี่ไกด์บอกกั๊กว่ากั๊กแค่มีอารมณ์ตามประสาเด็กกำลังจะโต แถมยังห้ามกั๊กกินขนมทุกอย่าง กรอกหูว่าเพราะขนมเค้กทำให้กั๊กอารมณ์ขึ้น แล้วยังบอกกั๊กที่จำอะไรไม่ได้อีกว่าพี่ไกด์เป็นคนช่วยเอาไว้ ให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ บอกว่ามันเป็นเรื่องน่าอาย กั๊กก็เลยเชื่อมาตลอดว่าเวลากินขนมอร่อย กั๊กจะขึ้น แต่จริงๆ ไม่ใช่ใช่มั้ย”

 

            ผมได้แต่เงียบ เพราะผมพอจะเดาตอนน้องเล่าอาการให้ฟังแล้ว สิ่งที่ทำให้น้องกั๊กอารมณ์ขึ้นอีกครั้งคือรสชาติที่ติดอยู่ในความทรงจำต่างหาก

 

            ครั้งนั้น น้องกั๊กมีอารมณ์เพราะยา แต่ครั้งที่มามีอารมณ์ในร้านก็เพราะรสชาติที่ร่างกายจดจำเอาไว้ จนมีปฏิกิริยาตอบสนอง...ผมทำให้น้องมีชีวิตแบบมีความลับมาตลอด

 

            “ไม่ใช่หรอกครับ เค้กก้อนนั้นมียาปลุก...ไอ้ไกด์ขอให้พี่ทำ แต่มันหยิบสลับก้อนไปให้แฟน” มาถึงขั้นนี้ ผมเองก็ไม่มีอะไรจะปิดบังแล้ว และนั่นก็ทำให้น้องกั๊กกำมือแน่น

 

            “ไอ้พี่ชั่ว!!! มึงหลอกกูมาตั้งหลายปี!

 

            หมับ

 

            “แต่ที่ไอ้ไกด์ทำก็เพราะห่วงน้องกั๊กนะ” น้องทำท่าเหมือนจะพุ่งออกไป แต่ผมจับแขนเอาไว้ก่อน ส่งยิ้มที่ทำให้น้องเย็นลง

 

            “แล้วพี่ป้อง...รัก...รักกั๊กมาตลอดเลยหรือ”

 

            คำถามที่ผมตอบแบบไม่ต้องคิดซ้ำสอง

 

          “ตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน จนถึงวันนี้”

 

            น้องกั๊กเม้มปากเข้าหากัน ก่อนที่จะ...โถมตัวมากอดผมเอาไว้แน่น

 

            “พี่รอกั๊กมาเจ็ดปี...เจ็ดปีเลยหรือ”

 

            “น่าสมเพชมั้ยล่ะครับ โกหกว่าเพิ่งเจอกัน ทั้งที่พี่สร้างร้านนี้ก็เพื่อวางแผนที่จะจับตัวน้องกั๊กเอาไว้” ผมพูดด้วยน้ำเสียงทุเรศตัวเอง แต่คนในอ้อมกอดกลับกระชับรอบคอผมแน่นขึ้น ส่ายหัวหนักๆ ตรงอก บอกเสียงอู้อี้ที่ฟังแล้วน่ารักที่สุด

 

            “ไม่...ไม่เลย พี่ป้องไม่น่าสมเพชเลย พี่ป้องเป็นผู้ชายที่สุดยอดที่สุดต่างหาก ขอโทษ ขอโทษที่กั๊กจำอะไรไม่ได้ ขอโทษที่ทำให้พี่ทรมานมาหลายปี ต่อไปนี้นะ กั๊กจะไม่ยอมไปไหน จะไม่ยอมให้ใครมาตัดสิน จะไม่ยอมลงให้ไอ้พี่ชายเฮงซวยที่ไม่สนความสุขน้องแบบนี้ด้วย!” ร่างกายอบอุ่นที่ผมปรารถนามาตลอดอยู่ในอ้อมแขน กลิ่นกายหอมๆ ลอยมาแตะปลายจมูก จนผมยิ้มออกมาอย่างผ่อนคลาย

 

            “ขอบคุณนะครับ”

 

            ผมกอดเอวเล็กแน่น ไม่อยากปล่อยไปไหนเลย แต่...

 

            “วันนี้กลับบ้านไปก่อนนะ เย็นมากแล้ว” ผมไม่มีรถไปส่งน้องเพราะให้แพมเอาไปส่งเพื่อน ดังนั้น ผมเลยอยากให้น้องกลับก่อนมืด ซึ่งน้องกั๊กก็ผละมามองหน้าผม ถามอย่างเป็นห่วง

 

            “แล้วไอ้พวกนั้นจะย้อนกลับมามั้ย”

 

            “ไม่หรอกครับ เดี๋ยวพี่ติดต่อคนที่บ้านมาช่วย รับรองว่าไม่มีใครทำอะไรพี่ได้” ผมไม่ได้บอกหรอกว่าผมจะรอดูไปก่อน ไม่อยากทำให้ที่บ้านแตกตื่น เพราะถ้าครอบครัวผมรู้ ก็คงไม่ยอมนิ่งเฉย น่าจะแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด แต่มันจะกลายเป็นว่าผมกับไอ้ไกด์ยิ่งต่อกันไม่ติด

 

            คำที่น้องกั๊กก็พยักหน้าแรงๆ

 

            “งั้นกั๊กจะกลับไปคุยกับพี่ไกด์ให้รู้เรื่อง” ผมไม่ได้อยากให้น้องผิดหวัง แต่ไอ้ไกด์ไม่มีทางฟังอะไรอีกต่อไปแล้ว ผมเองก็ไม่รู้จะทำยังไง ถ้าเอาความจริงใจเข้าสู้ ไม่รู้ว่านานแค่ไหนกว่าที่มันจะยอมรับ แต่ครั้งนี้จะเดือน สองเดือน เป็นปี...ผมจะไม่หนีหายไปไหนอีก

 

            ผมบอกตัวเองเหมือนตอนที่ตัดสินใจกลับมาเมืองไทย

 

.....................................................

 

            หากแต่สิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นกลับทำให้ผมอึ้งยิ่งกว่า

 

            “น้องกั๊ก นี่มาได้ยังไง!

 

            เด็กน้อยที่กลับไปเมื่อเย็นกลับมาอีกครั้งตอนกลางดึก พร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่ ปลายจมูกแดงก่ำราวกับร้องไห้มาอย่างหนัก และทันทีที่เห็นผม น้องก็โยนทุกอย่างทิ้ง พุ่งเข้ามาในอ้อมกอด จนผมต้องรัดไว้แน่นๆ

 

            “นี่เกิดอะไรขึ้น”

 

            “ไอ้พี่ไกด์ ไอ้พี่เฮงซวย มัน...จะให้กั๊กเลิกกับพี่ มันบอกว่าถ้าไม่เลิก...มันจะจ้างคนมาพัง...ร้านนี้ มันสั่งให้กั๊กไม่มาเจอพี่ กั๊กไม่ยอม...ไม่ยอมหรอกนะ กั๊กเลยหนี...หนีออกจากบ้าน กั๊กไม่กลับไปแล้ว จะไม่ไปเจอหน้าไอ้บ้านั่นอีกแล้ว...แล้วกั๊ก กั๊กก็เอามู่ไปฝากบ้านไอ้กราฟแล้ว กั๊กไปหาหมาของกั๊กเองได้...ไม่ต้องกลับบ้านแล้ว” น้องละล่ำละลักบอก กอดผมไว้แน่น จนผมเบิกตากว้าง

 

            ผมอยากจะพาน้องหนีหายไปเลย แต่ถ้าผมทำอย่างนั้น ที่ผมทิ้งทุกอย่างมาจะสูญเปล่า ผมจะให้น้องเสียอนาคตแบบนั้นไม่ได้ จนต้องดันไหล่ออกห่างนิด

 

            “เดี๋ยวพี่จะไปส่ง หนีออกมาดึกๆ แบบนี้คนที่บ้านจะเป็นห่วงเอา”

 

            หมับ

 

            “พี่ป้อง...พี่ป้องไม่รักกั๊กแล้วหรือ”

 

            ทันใดนั้น น้องก็คว้าแขนผมไว้ ถามด้วยเสียงปนสะอื้น ให้ผม...

 

            หมับ

 

            “รักสิครับ รักที่สุด รักมากกว่าอะไรทั้งนั้น”

 

            ผมโกหกตัวเองไม่ได้หรอก แค่น้องถามว่าไม่รัก ผมก็หัวใจแทบจะแหลกสลาย ได้แต่กอดร่างเล็กๆ เอาไว้แนบอก และบอกตัวเองว่า...ผมจะไม่คืนน้องให้กับไอ้ไกด์เด็ดขาด!

 

......................................

 

            ครบค่ะ ตอนนี้กั๊กก็อยู่ในมือมารอย่างสมบูรณ์ ฮา เอาเรื่องไหนก่อนดี เรื่องพี่ไกด์ก่อนมั้ย เอาเป็นว่าเมย์เลิกแก้ตัวแทนพี่แกแล้วอะจ้า ที่ทำก็แค่พังร้านพี่ป้อง ใส่ร้ายพี่ป้อง แล้วยังให้เจ้ากั๊กเลิกกับพี่ป้อง ครบสูตรตัวขัดขวางเลยทีเดียวเชียว แต่อย่าคิดว่าเจ้ากั๊กจะเหมือนหนูเดียร์จากเทสเลิฟที่เจอครอบครัวขัดขวางแล้วหนี รายนี้มันพุ่งค่ะ แต่พุ่งเข้าอกพี่ป้อง หนีออกจากบ้านแม่มเลย แถมยังเอาลูกรักไปฝากฝังเพื่อนเสียเสร็จสรรพ เผื่อไปหาจะได้ไปได้ แต่คิดจริงๆ หรือว่าคนเป็นพี่จะยอมอยู่เฉยให้น้องหนีออกจากบ้านอะจ้า แฮ่

            สำหรับเรื่องนี้หนังสือที่อยู่กับเมย์หมดเนอะ ถ้าใครสนใจเรื่องผมหวานมีในรูปแบบ E-Book ทั้งที่ meb และ ookbee นะคะ เผื่อใครสนใจ แฮ่ เมย์ลงทุกเรื่องที่เมย์ปล่อยเล่มลงอีบุ๊คหมดแล้วอะจ้า

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมหวาน นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 459 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,682 ความคิดเห็น

  1. #25457 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 17:45
    เดี๋ยวนะกั๊ก...เอามู่ไปฝากบ้านกราฟ?...น้องมู่...ไม่รอดแน่ลูกกกกกกก
    #25,457
    0
  2. #25330 Namfon_Pk0 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 00:34
    ไกด์ ไปหาหมอมั้ย
    #25,330
    0
  3. #25304 Hibiki10 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 20:11
    ไกด์นี่..บับหมดคำจะด่า ดีที่น้องไม่งี่เง่าเชื่อคำพี่
    #25,304
    0
  4. วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 14:33
    พี่ไกด์นี่อารมณ์เหมือนตากำนันหวงลูกสาวอ่ะ55 โอ๊ยสงสารมู่ มู่ผิดไร ต้องไปเจอพี่โหดอีกแล้ว ลาภปากพี่มันเลยดิ
    #25,263
    0
  5. #25233 itimcone1230 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 21:26
    ฮ่า มูมู่ไปอีกแล้ว พี่โหดยกยิ้มแหงๆ
    #25,233
    0
  6. #25225 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 14:22
    ไกด์แม่ง
    #25,225
    0
  7. #25172 FoourRra (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 18:49
    อีไกด์ อิเวงงงงงงงงงงงงงงง
    #25,172
    0
  8. #25167 BG_Y69 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 03:49
    อิไกด์ คือ-ไม่คิดจะโทษตัวเองเลยหรอมว่า-คือต้นเหตุที่ทำำให้ทุกอย่างเกิดขึ้นอะ โอ๊ย!รำ!
    #25,167
    0
  9. #25155 kindlyjh (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 22:22
    อิไกด์นี่มัน... ฮึ่ม!!!
    #25,155
    0
  10. #25133 JongjitSriyan (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 07:15
    ไกด์ เรื่องมันเริ่มจากแกป่ะว่ะ แกเป็นคนทำร้ายน้องเองนะ แล้วยังโทษคนอื่นอีกหรอ
    #25,133
    0
  11. #25049 Miki_milky (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 17:39
    ช่วยเอาอิพี่ไกด์ไปเก็บที ขัดขวางอยู่ได้
    #25,049
    0
  12. #25027 คนอะไรไม่รู้ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 00:15
    ไกด์เเมร่ง...โคตรคอมมิวนิสต์เลยว่ะ...=3=
    #25,027
    0
  13. #25002 M.Choc_Parfait (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 23:24
    ตอนแรกคะแนนพี่ป้องกับพี่ไกด์ก็พอๆกันนะ(พี่ป้องมากกว่าหน่อยเพราะสำนึกผิดและทำตัวดี)
    แต่ตอนนี้ อิพี่ไกด์ คะแนนร่วงลงเหวไปซะเถอะ!! ดูทำตัว! don't have สติสุดๆ
    #25,002
    0
  14. วันที่ 10 กันยายน 2560 / 10:16
    ไอพี่ไกด์เป็นความผิดของพี่เหมือนกันนั้นละ หัดยอมรับความจริงซะบ้าง พี่ปดป้อง!! สู้ๆๆๆ
    #24,878
    0
  15. #24717 แคนต้าลูปปปป ^^ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 19:44
    ไกด์ไม่ต่างจากเป้อ่ะ555
    #24,717
    0
  16. #24608 tamamonomaai - 13 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 20:07
    ตายแล้ว ๆ ลูกเป็นสาวเป็นนางหนีไปบ้านผู้ชายได้ไงคะ  ....  แต่มีพี่งี่เง่า แบบนั้นก็สมควรล่ะค่า  ว่าแต่ไกค์นี่คิดว่าตัวเองใหญ่แค่ไหนคะมาพังร้านคนอื่นเค้าแบบนี้  น่ามาให้เมียดึงหูยานนะคะ ทำตัวไม่น่ารักเลย
    #24,608
    0
  17. #23831 Asuno (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 07:02
    หนีตามผู้ชายแล้ววว 555
    #23,831
    0
  18. #23816 itzmeboombim (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 20:52
    อิพี่ไกด์มันร้ายกาจ ตัวเองไม่ผิดเล้ย! แต่เสียใจ น้องกั๊กรักจริงหวังแต่งพี่ป้อง ไม่เลิก
    #23,816
    0
  19. #23807 jnchiny (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 03:38
    เกลียดพี่ไกด์ว้อยยยยยยยยย
    #23,807
    0
  20. #23806 Feremaka (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 03:29
    น่าจะปวดหัวกันอีกยาวๆ 5555
    #23,806
    0
  21. #23666 fernfern♡ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 09:49
    สงสารพี่ป้องงงงงงง
    #23,666
    0
  22. #23652 zimonnn (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 07:34
    หนี555
    #23,652
    0
  23. #23649 。◕‿◕。 Iris_Jung &# (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 21:33
    หน่วงงง ฮืออออ พี่ไกด์ยอมรับพี่ป้องได้แล้ววว
    #23,649
    0
  24. #23647 Exo_weareone.12 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 17:03
    ไม่ชอบพี่ไกด์ ไปนั่งปรับทัศนคติกับเป้สองคนเดี๋ยวนี้เลยนะคะ55555 ค้างหนักมาก
    #23,647
    0
  25. #23633 Monmos (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 23:00
    พี่ไกด์เคยมีปมเรื่องความรักป่ะเนี่ย เคยรักผู้ชายแล้วไม่สมหวังรึเปล่า
    #23,633
    0