[Yaoi] Sugar Addict หวานกว่าขนมก็ผมเนี่ยแหละ [Boy's Love]

ตอนที่ 34 : ตอนที่ 28 ใครกันแน่ที่โกหก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 61,509
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 443 ครั้ง
    4 ก.ค. 60



"ห้ามว่าพี่ป้องนะ ไม่งั้นโกรธ"

+++++++++++++++++++++++++

ตอนที่ 28 ใครกันแน่ที่โกหก

 

 

 

กั๊ก

 

            “น้องกั๊กเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”

 

            “ฮื่อ ไม่เจ็บ แต่ถึงเจ็บ กั๊กก็สมควรแล้ว”

 

            หลังจากบทลงโทษสิ้นสุดลง ผมก็ได้แต่นอนตัวพับตัวอ่อนในอ้อมกอดพี่ป้อง ปล่อยให้พี่เขาพาขึ้นมาข้างบน ล้างเนื้อล้างตัวที่เลอะไปด้วยคราบน้ำคาวกับครีมขุ่นข้น จนสะอาดเอี่ยม แล้วมานั่งตักพี่ป้องซุกซบอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ ซึ่งผมเองก็เอนหัวพิงอกยังกับตุ๊กตาที่เขาจับขยับไปทางไหนก็ตามใจทุกอย่าง

 

            ผมรู้ความผิดตัวเองดี และผมไม่คิดจะโทษว่าเป็นเพราะพี่ป้อง แต่...

 

            “พี่ขอโทษ”

 

            ผู้ชายใจดีบางคนก็ยังโทษว่าเป็นความผิดตัวเอง ตอนที่จับมือผมขึ้นมาดูรอยมัดที่ยังเหลืออยู่

 

            “พี่ป้องไม่ต้องขอโทษหรอก นี่เป็นความผิดกั๊ก กั๊กผิดเองที่เห็นแก่ตัวให้พี่คอยปกป้องตลอด” ผมไม่มีอารมณ์จะเล่น ผมยอมรับทุกอย่างว่าทั้งหมดเกิดจากความอวดดีของผมเอง และนั่นก็ทำให้พี่ป้องดึงมือผมไปกดจูบหนักๆ

 

            “ไม่หรอก พี่เต็มใจทำให้น้องกั๊ก และครั้งนี้พี่ก็ผิด พี่ไม่น่างี่เง่าน้อยใจเลย รู้ทั้งรู้ว่าน้องกั๊กเด็กเกินกว่าที่มายืดหน้ารับเรื่องที่คบกับผู้ชาย น้องกั๊กควรจะมีชีวิตที่สนุกกับเพื่อนๆ แต่พี่กลับน้อยใจจนพังทุกอย่างไม่เป็นท่า” น้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความผิดหวังในตัวเองดังขึ้น จนผมต้องเอียงหน้าขึ้นมอง ส่งมือทั้งสองข้างไปจับแก้ม แล้วสั่นหัวแรงๆ

 

            “พี่ป้องน้อยใจอะดีแล้ว กั๊กเองก็จะได้โงหัวขึ้นมาจากกระดองเหมือนกัน”

 

            ผมเพิ่งยอมรับว่าตัวเองขี้ขลาดก็ตอนนี้ ผมที่เอาแต่สร้างภาพขึ้นมาปกป้องตัวเอง แต่พี่ป้องสอนให้ผมรู้ว่าผมควรจะยืดอกรับสิ่งที่ผมเป็น

 

            ครั้งนี้ ผมสร้างภาพเอาไว้ ผมถึงได้เพื่อนเลวๆ อย่างไอ้เป้ที่ไม่เคยคิดถึงใจผมเลย ครั้งต่อไป ผมจะยอมรับ จะยืดอก จะบอกว่าผมชอบของหวาน ผมไม่ชอบกินเหล้า ไม่ชอบบุหรี่ ไม่ชอบชกต่อยกับใคร และผม...ก็คบกับผู้ชายคนนี้

 

            “น้องกั๊กไม่ได้หดหัวในกระดองหรอกครับ อายุรุ่นๆ น้องกั๊กมีแค่ส่วนน้อยจริงๆ ที่จะยอมรับเรื่องแบบนี้ตรงๆ พี่ถึงรู้สึกผิด พี่เหมือนดึงน้องกั๊กให้เดินมาในทางที่ผิด...”

 

            เพียะ

 

            ผมใช้สองมือตบลงบนแก้มพี่ป้องเต็มแรง จนพี่เขาก็สะดุ้ง ก่อนที่จะ...ลูบมันเบาๆ

 

            “ถ้าพี่ป้องพูดว่าตัวเองเป็นคนที่ทำให้กั๊กเดินทางผิดอีก กั๊กจะโกรธจริงๆ นะ” ดวงตาคมกล้าจ้องผมนิ่ง ก่อนที่จะยกมือมาทาบบนมือของผม

 

            “กั๊กเลือกของกั๊กเอง กั๊กเป็นคนเข้าใกล้พี่เอง ทุกครั้งกั๊กเป็นคนมาหาพี่ที่นี่ ตลอดเวลาที่กั๊กเข้าหาพี่ พยายามใช้พี่เป็นเครื่องมือระบายความต้องการ โดยที่พี่ไม่ได้ว่าอะไรเลยสักคำ และแม้แต่ตอนที่กั๊กรู้ตัวว่าชอบพี่ป้อง พี่ไม่ได้บังคับให้กั๊กมาชอบสักหน่อย”

 

            “...”

 

            พี่ป้องเงียบไปแล้ว ก่อนที่จะหลับตา เอียงแก้มแนบกับมือของผม ขณะที่ประกบมือของผมนิ่ง

 

            “พี่...อาจจะวางแผนให้น้องกั๊กเดินตามทางที่พี่ต้องการก็ได้นะ”

 

          “กั๊กก็ไม่แคร์ เพราะสุดท้ายกั๊กก็เป็นคนก้าวเดินเอง”

 

            ผมบอกอย่างมุ่งมั่น และนั่นก็ทำให้ได้เห็นรอยยิ้มกว้างของผู้ชายที่อบอุ่นที่สุด คนที่ลืมตาขึ้นมาช้าๆ ซึ่งในดวงตามีสิ่งที่ทำให้ผมสั่นไปหมด ทั้งรัก ห่วงหา อาวรณ์ และคุกรุ่นด้วยอารมณ์ใคร่

 

            พี่ป้องมองผมว่าเป็นคนที่ทำให้พี่เขารู้สึกทั้งหมดนั่น

 

            “ขอบคุณ...น้องกั๊กไม่รู้หรอกว่าคำพูดแบบนี้มีค่ากับพี่มากแค่ไหน”

 

            “พี่ป้องก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามีค่ากับกั๊กมากแค่ไหน”

 

            ผมย้อนกลับไป ยิ้มกว้างๆ ให้ผู้ชายอบอุ่นที่กำลังกระชับตัวของผม แล้วโยกเบาๆ เหมือนกำลังกอดเด็ก ซึ่งผมยอมเป็นเด็กให้พี่ป้องนะ มากกว่านี้ก็ยอมมาแล้ว

 

            “รู้มั้ย การที่พี่ได้กอดน้องกั๊กแบบนี้ ทำให้พี่รู้จักคำว่า...สมการรอคอย”

 

            “งั้นทีหลังอย่ารอนะพี่ป้อง จะกอดก็กอดเลย จะกดก็กดเลย”

 

            ผมยิ้มกว้าง รู้สึกว่าการได้พูดตรงๆ ออกมาแบบนี้ทำให้ผมรู้สึกดีอย่างไม่น่าเชื่อ ขณะที่การเชิญชวนก็ทำให้พี่ป้องก้มลงมาให้ปลายจมูกของเราแตะกัน

 

            “งั้นตอนนี้พี่ขอกอดนะ น้องกั๊กคงให้พี่กดไม่ไหวแล้ว”

 

            จุ๊บ

 

            ผมแหงนหน้าขึ้นนิดปากเราก็แตะกัน แล้วหัวเราะ

 

            “ทำจริงก็ไหวนะพี่...เอาป่ะ”

 

            ฟึ่บ...พี่ป้องคีบจมูกผมอีกแล้วอะ!

 

            “อย่าเซี้ยวนักครับ เดี๋ยวพี่ทนไม่ไหวขึ้นมาจะยิ่งกว่าที่ทำในครัวนะ สิ่งที่พี่คิดจะทำกับเราน่ะเยอะจนคาดไม่ถึงแน่ๆ”

 

          อยากเลยกู

 

            ชาวบ้านชาวช่องอาจจะกลัวที่เจอละเลงเค้กไปรอบ แต่ผมไม่ ผมกลับชอบใจด้วยซ้ำ อยากจะลองไวๆ ถ้าไม่ใช่เพราะว่าพี่ป้องจับผมซบอกอีกครั้ง...แหม ทำยังกะกูเป็นตุ๊กตา แต่แปลกเนอะ เป็นตุ๊กตาก็ไม่เลวเหมือนกัน

 

            “พี่ป้องๆๆ”

 

            “ว่าไงหืม” พอนั่งซุกๆ เคลิ้มๆ กำลังจะหลับ ผมก็นึกบางเรื่องได้ก่อนจนต้องเอ่ยปาก...ในเมื่อก็เปิดเผยกันไปหมดแล้ว คงไม่ผิดที่ผมจะอยากเคลียร์ทุกเรื่องจริงๆ

 

            “เรื่องพี่ไค”

 

            “ไคทำไม” เสียงพี่ป้องดูแปลกใจ จนผมต้องกลั้นใจถาม

 

            “พี่ไค...ชอบพี่ป้องหรือเปล่า”

 

            กึก

 

            พี่ป้องชะงักแล้ว...หัวเราะ...หัวเราะเสียงดังพร้อมกับโยกหัวผมเบาๆ

 

            “เปล่าครับ”

 

            “เอ๋”

 

          ตกลงนี่กูเข้าใจผิดไปเองตั้งแต่ต้นเลยหรือวะเนี่ย!

 

            ผมส่งเสียงร้อง ตอนแรกก็นึกว่าพี่ไคไม่มีหวังก็เลยเอาใจช่วยผม แต่ดูเหมือนจะเข้าใจผิดไปเองใหญ่โต และนั่นก็ทำให้พี่ป้องทำท่านึกเพียงครู่ แล้วก็ว่าด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ

 

            “ในเมื่อน้องกั๊กบอกว่าจะเป็นของพี่คนเดียวแล้ว พี่ก็คงไม่ต้องใช้ไคทำให้น้องกั๊กหึงแล้วเนอะ”

 

          กูนี่เงยขวับเลย

 

            “ใช้ให้...หึง” คำถามที่พี่ป้องอมยิ้ม แล้วพยักหน้า

 

            “ไม่เชิงหรอกครับ พี่แค่ไม่ได้อธิบายเรื่องไคให้เราฟังทั้งหมดเอง ไม่ได้โกหกหรือแกล้งอะไร แค่คิดว่าตอนน้องกั๊กแก้มพองๆ มองไอ้ไคเคืองๆ พี่ว่า...น่ารักดี”

 

          แปลกว่ะ ทำไมกูไม่โกรธ

 

            พอพี่ป้องว่าน่ารัก ผมก็เลยทำหน้าพองลมใส่ซะเลย จนพี่เขาก็ก้มลงมาฟัดแก้ม

 

            “ไคเป็นพวกหน้าตายน่ะครับ อยากจะแสดงออกมากกว่านี้ แต่เจ้าตัวลืมวิธีแสดงออกตั้งแต่ตอนที่พ่อแม่มันตาย ก็เลยดูเหมือนเป็นพวกไร้ความรู้สึก จริงๆ แล้วมันเป็นคนชอบสังเกตคนด้วยซ้ำ แต่ตัวเองดันแสดงออกไม่เก่ง เมื่อก่อนที่ไคมาหาพี่ทุกๆ วันเสาร์ ก็มักจะมาด้วยเรื่องนี้ อย่างถามพี่ว่าพูดแบบนี้คนฟังจะโอเคมั้ย หรือไม่ก็ถ้าให้ของเขาไปจะหาว่าไปดูถูกเขาหรือเปล่า” ผมฟังอย่างทึ่งๆ ก็ผมเป็นคนนึงที่เกลียดพี่ไคตอนเจอหน้ากันครั้งแรกนี่นา

 

          ตกลงแล้วแค่เป็นพวกแสดงออกไม่เก่งงั้นหรือ

 

            “แล้วที่บอกว่าเพื่อนคนสำคัญ”

 

            “สำคัญสิครับ เพื่อนคนไทยคนแรกตอนที่พี่ไปทำงานที่อิตาลีเลยนะ”

 

          ตกลงนี่กูเข้าใจผิดทุกอย่าง?

 

            ผมนี่อ้าปากค้างเลย มองพี่ป้องที่พยักหน้ายืนยันอีกที

 

            “พี่เจอกับไคตอนที่เขาไปเที่ยวอิตาลี คุยไปคุยมาก็ถูกคอ และด้วยความที่ไคทำงานอิสระ ทำที่ไหนก็ได้ ก็เลยชอบเดินทางไปเรื่อย ไม่ยึดติดกับที่ไหน เพราะสีหน้าแบบนั้นทำให้ไม่มีเพื่อนสนิท ไม่ได้ผูกพันกับใคร แล้วเราก็มาเจอกันอีกที่อังกฤษ พี่กับเขาก็เลยถือว่าเป็นเพื่อนสนิทกันที่สุด แถมยังบังเอิญตัดสินใจกลับไทยใกล้ๆ กันด้วย” พี่ป้องเล่าอย่างขำๆ

 

            “งั้นแปลว่าพี่ไคก็ยึดติดกับพี่ป้อง”

 

            “ฮ่าๆๆๆ ไม่หรอก เรียกว่าเราเป็นพวกมีปัญหาน่ะ แต่คนละอย่าง พี่เองเวลาอึดอัดมากๆ ก็เล่าให้มันฟังแค่คนเดียว เรียกว่าต่างฝ่ายต่างช่วยกันน่ะ...ที่สำคัญ มันมีคนที่มันชอบอยู่แล้ว” ผมตาโตกับเรื่องที่เพิ่งรู้ แล้วพยักหน้าช้าๆ ไม่เข้าใจหรอกว่าเพื่อนแบบนี้เป็นยังไง แต่ดูเหมือนสองคนนี้จะสนิทกันมากจริงๆ

 

            มากชนิดที่ผมอิจฉาเลย

 

            “กั๊กอยากมีเพื่อนแบบนี้บ้าง ที่เข้าใจเราทุกอย่าง” ผมก้มหน้าลงเพราะคำว่าขยะแขยงของไอ้เป้ยังก้องอยู่ในหัว

 

            ท่าทางที่พี่ป้องก็รู้ว่าคิดมาก จนพี่เขากอดผมแน่นๆ

 

            “ไม่เป็นไรพี่ป้อง เรื่องแค่นี้ทำอะไรกั๊กไม่ได้หรอก มันจะตัดเพื่อนก็ช่าง ใครจะไม่คบกั๊กก็ช่าง กั๊กตัดสินใจเลือกทางของกั๊กแล้ว!” และเพราะอ้อมกอดแบบนี้ก็ทำให้ผมมีกำลังใจ บอกเสียงมุ่งมั่น แม้ในใจลึกๆ จะกลัว แต่ผมกลับรู้ว่าพี่ป้องจะช่วยประคับประคองตอนที่ผมล้มเสมอ

 

            ตอนนั้นที่พี่ป้องกระซิบบอกผมแค่ว่า...ขอโทษ

 

            พี่ป้องยังรู้สึกผิดไม่เลิกที่ทำให้ผมต้องเดินทางนี้ แต่ผมจะพิสูจน์ให้พี่ป้องเห็นว่าผมเนี่ยแหละเลือกถูกทางแล้ว

 

.........................................

 

ต่อค่ะ

 

            ข้อพิสูจน์ที่ผมได้รับในเช้าของวันถัดมา

 

            “กูรู้เรื่องเมื่อวานจากไอ้พวกนั้นแล้ว”

 

            ไอ้ต้นเป็นคนที่โทรมาบอกว่าอยากเจอ คนที่กำลังทำหน้าปั้นยาก มองผมด้วยแววตาที่ผมอ่านไม่ออก ผมไม่กล้าขยับตัวด้วยซ้ำ เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับเพื่อนสมัยเด็กที่คบกันมานาน

 

            ระหว่างไอ้เป้กับไอ้ต้น...ผมรู้จักไอ้ต้นมาตั้งแต่ม.ต้น

 

            ผมกลัวเสียเพื่อนคนนี้มากกว่าคนไหน จนตอนนี้รู้สึกเหมือนกำลังถูกตัดสินชะตาชีวิต

 

            “เฮ้อออ” ผมไม่กล้าพูดอะไร ไม่กล้ากระดิกตัว ได้แต่รอฟังว่ามันไม่อยากเห็นหน้าผมอีกแล้ว แต่...

 

          “ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้น กูไม่ทิ้งมึงไปไหนหรอก”

 

            กึก

 

            ไอ้ต้นถอนหายใจใส่ผม แต่แล้วมันก็พูดขึ้นมาเสียงหนัก ให้เงยหน้าขึ้นไปสบตากับมัน จนพบว่ามันกำลังยกยิ้มอ่อนใจ ส่ายหน้าช้าๆ

 

            “กูไม่ใช่พวกไร้เหตุผลอย่างไอ้เป้ และกูก็ไม่เคยตัดสินคนอื่นถึงทะเลาะกับไอ้เป้ประจำ แล้วกับมึงที่เป็นเพื่อนกู จะให้กูตัดสินว่ามึงผิดหรือถูกได้ยังไง มึงจะคบกับใครก็เป็นเรื่องของมึง เพราะยังไงมึงก็เป็นเพื่อนกู และอย่างที่กูพูดบ่อยๆ...ตราบใดที่พวกมึงไม่มาเอากันบนหัวกู กูก็ไม่เห็นจำเป็นต้องเดือดร้อน”

 

            ผมรู้สึกว่าจะร้องไห้ว่ะ อะไรบางอย่างมันตีตื้นขึ้นมาที่ดวงตา จนต้องรีบก้มหน้า เพราะผมไม่เคยร้องไห้ให้พวกมันเห็น

 

            “ขอบใจ” ผมพูดออกมาแค่คำนี้ โดยที่มันก็ถอนหายใจอีกที

 

            “ที่มึงต้องกังวลคือไอ้เป้ต่างหาก มึงก็รู้ใช่มั้ยว่ามัน...เคารพมึงมาก” ไอ้ต้นนิ่งไปหน่อยราวกับไม่รู้จะใช้คำไหน ก่อนที่จะเอ่ยคำนี้ออกมา จนผมสูดหายใจลึกๆ

 

            “ช่างมันเถอะ กูทำใจแล้วว่ะ ต่อให้มันด่ากูทุกวัน กูก็จะทนให้ได้” ผมคาดเอาไว้อยู่แล้วว่าชีวิตต่อจากนี้ที่ล้อมรอบด้วยไอ้พวกนั้นคงไม่มีวันสงบสุข มันคงด่าผม หรือกระแหนะกระแหนผมทุกวันแน่ๆ แต่ตราบใดที่ผมยังมีเพื่อนบางคนที่เข้าใจ...ผมจะสู้

 

          ยังไงกูก็มีพี่ป้อง

 

            ผมบอกตัวเองเสียงหนัก ก่อนที่จะเดินเข้าโรงเรียนไปพร้อมมัน เพื่อเจอกับ...ไอ้กราฟ

 

            ไอ้เพื่อนหน้าหล่อที่ไม่พูดอะไรสักคำ นอกจากเดินมาตบไหล่ผมแรงๆ จากนั้นพวกมันสองคนก็เดินตามผมไปข้างหลังโรงเรียน ซึ่งเป็นสถานที่ประจำของพวกเรา และอย่างที่คาดเอาไว้...ไอ้เพื่อนตัวเท่ายักษ์กำลังนอนเอาหนังสือปิดหน้าอยู่

 

            “ไอ้เป้”

 

            “ฮึ ไอ้เกย์แอ๊บแมน” มันไม่เลิกหนังสือขึ้นมาดูด้วยซ้ำ แต่พูดจาเหยียดหยามผม

 

            ผมกำสองมือเข้าหากันแน่น รู้สึกว่าไอ้ต้นกับไอ้กราฟยังยืนอยู่ข้างผม จนผมต้องกะพริบตา ไล่น้ำตาแห่งความอ่อนแอออกไป แล้วว่าเสียงเข้ม

 

            “เออ กูเป็นเกย์”

 

            มันเงยหน้าขึ้นมองผมแล้ว

 

            “อย่าเข้าใกล้กู เดี๋ยวเชื้อโรคติด” มันตอบผมมาคำที่ทำให้ผมหน้าเสีย

 

            “เออ กูไม่อยู่ใกล้มึงให้เชื้อโรคกูไปติดคนสะอาดอย่างมึงหรอก” จากนั้น ผมก็สูดหายใจลึกๆ เพื่อพูดรวดเดียวให้จบ

 

            “กูแค่จะมาบอกว่ากูเป็นเกย์ เออ เกย์ที่มึงด่านั่นแหละ และกูคบกับพี่ป้อง ขอโทษที่โกหกมึงมาตลอด ต่อจากนี้มึงจะตัดเพื่อนกับกูก็เชิญตามสบาย มึงจะด่ากูก็ช่าง มึงจะว่าอะไรกูจะไม่เถียง แต่กูจะไม่ทนถ้ามึงว่าอะไรพี่ป้องของกูอีก...กูจะมาบอกมึงแค่นี้แหละ” ผมบอกมันหมดแล้ว มันจะรังเกียจผมก็ได้ แต่อย่าได้มาทำร้ายคนที่ผมรักอีก

 

            “นึกว่ากูอยากแตะไอ้เหี้ยนั่นหรือไง แค่ได้ยินชื่อกูก็ขนลุกแล้ว!!!

 

            “มึงไม่ต้องขนลุกนานหรอก มึงกับกูเรียนห้องเดียวกันอีกแค่สามเดือนก็จบแล้ว” ไอ้เป้อึ้งไปแล้ว แล้วผมก็หันหลังกลับ

 

            “ขอบใจว่ะ” ผมกระซิบบอกเพื่อนสองคน ก่อนที่จะเดินออกมาจากตรงนั้น เพราะผมรู้จักไอ้เป้ดี คนอย่างมันไม่มีทางเปลี่ยนความคิดง่ายๆ ผมไม่หวังอยู่แล้วว่าหลังจากที่เกิดเรื่องขึ้นตั้งหลายอย่าง มันจะหันมาจับมือแล้วบอกว่ากลับมาเป็นเพื่อนกัน

 

            ผมคงกลายเป็นอดีตเพื่อนที่มันอยากจะลืมมากที่สุด

 

            ผมปล่อยแล้ว ผมช่างแล้ว ต่อจากนี้มันจะพูดอะไรผมก็จะช่างแม่งแล้ว

 

            ความคิดที่ผมกล้าออกมาเผชิญหน้ากับโลกภายนอกครั้งแรกโดยไม่มีเกราะกำบัง ผมมีแค่กำลังใจจากผู้ชายที่ชื่อพี่ป้องเท่านั้นที่ทำให้ผมทนได้

 

            วันนี้ เพื่อนในห้องของผมมีทั้งคนที่ทำตัวปกติ มีทั้งคนที่มองมาอย่างสนใจ แต่ผมคิดว่านี่เป็นปฏิกิริยาน้อยมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่ไอ้เป้ด่า จนรู้ว่าไม่มีใครรังเกียจหรือเดียดฉันท์ผม...เท่ากับอดีตหนึ่งในเพื่อนสนิทอีกแล้ว

 

            ผมกับมันคงตัดเพื่อนกันแล้วล่ะ

 

........................................................

 

ต้น

 

          กูกำลังมองสิ่งมีชีวิตที่โคตรของโคตรน่าสมเพชสินะ

 

            ผมถามตัวเอง ตอนที่ยืนมองเพื่อนตัวใหญ่ที่กำลังนั่งอึ้งแดก พูดอะไรไม่ออก ทำได้แต่กำหมัดทั้งสองข้างแน่นจนขึ้นข้อ หันไปมองตามหลังไอ้กั๊ก แล้วก็เบือนหน้าไปทางอื่น แววตาดูแค้นใจอยากจะอัดใครสักคน ซึ่งผมรู้อะไรมากกว่านั้น

 

            คนที่น่าสมเพชที่สุดตอนนี้น่าจะเป็นไอ้เป้เอง

 

            ผมเตือนมันหลายครั้งแล้วว่าอย่าพูดจาไม่คิด อย่าตัดสินคนอื่น อย่าปากหมาไปทั่วจนวางมวยกับมันมาหลายครั้ง ทั้งหมดนั่นก็เพราะผมต้องการเตือนมันว่าถ้ามันยังทำแบบนั้น...มันจะเสียสิ่งล้ำค่าที่สุดไป

 

            “ฮึ มึงคิดว่าไอ้กั๊กจะมาง้อมึงหรือไง”

 

            “ไอ้เหี้ยต้น!

 

            ท่าทางที่ผมเอ่ยไปคำ และไอ้เป้ก็ตวัดสายตามามองหน้า คำรามเสียงดังอย่างที่ผมก็แค่ยกมือกอดอก ส่ายหัวช้าๆ

 

            “มึงด่ามันไปขนาดนั้น มันคงโง่กลับมาอ้อนวอนขอร้องให้มึงเห็นแก่ความเป็นเพื่อนหรอกนะ” ไอ้เป้ชอบสำคัญตัวผิด มันคิดว่าไอ้กั๊กเห็นมันสำคัญ และตอนนี้มันก็กำลังผิดหวังที่เห็นไอ้ตัวเล็กเดินไปอีกทาง

 

            “มึงอยากโดนตีนกูหรือไง!!!

 

            “พอดีกูไม่กลัว” ผมก็ยักไหล่ มองคนที่ไอ้กั๊กชอบด่าว่า...มีกล้ามเนื้อเป็นสมอง

 

            คำด่าที่แปลง่ายๆ ว่าโง่ และใช่ ผมก็เห็นมันโง่ เพราะ...

 

          “เพราะต่อให้มึงกระทืบกูให้ตาย ไอ้กั๊กก็ไม่ได้ชอบมึง”

 

 

ต่อค่ะ

 

            กึก

 

            หมับ

 

            “มึงพูดเหี้ยอะไรของมึง!!!

 

            ผมไม่สะทกสะท้านด้วยซ้ำ ตอนที่มันกระชากคอเสื้อผมเข้าไปหา สีหน้าของมันเดือดจัดเหมือนอยากจะหวดผมลงไปนอน แต่ผมรู้อะไรมากกว่านั้น มากกว่ามัน มากกว่าไอ้กั๊ก

 

            “รับความจริงไม่ได้หรือไง”

 

            “ความจริงอะไรของมึง!!!

 

          มันถึงเป็นไอ้โง่อยู่นี่ไง

 

            ความจริงที่ผมยอมบอก เพราะเห็นใจคนโง่ที่แม่งดักดานไม่เลิก

 

          “เรื่องที่มึงชอบไอ้กั๊กไง”

 

            ผัวะ!!!

 

            หมัดลุ่นๆ กระแทกกับซีกแก้มผม จนผมเซ แต่ผมก็ไม่ได้สวนกลับ แค่ยกมือแตะปาก ใช้ลิ้นดุนก็ได้กลิ่นคาวเลือด ขณะที่ไอ้เป้ก็กำลังคลั่ง มันทำหน้าเหมือนจะฆ่าผม ส่วนผมก็แค่หันไปมองมัน ถอนหายใจอีกครั้ง แต่ยังยืนยันคำเดิม

 

            “มึงควรจะเลิกโกหกตัวเองได้แล้ว มึงน่ะชอบไอ้กั๊ก...และกูจะบอกให้เอาบุญนะ ที่มึงเอาแต่ด่าเกย์งั้นงี้ ก็เพราะมึงรับความจริงที่ชอบผู้ชายไม่ได้ก็เท่านั้น เลิกโง่สักทีไอ้เป้ ความจริงมันวางกองอยู่ตรงหน้ามึงมานานแล้ว ถ้ามึงใช้สมองมากกว่านี้ก็คงไม่ต้องเสียไอ้กั๊กไป”

 

            ผมถือว่าผมสงเคราะห์มันที่สุดแล้ว

 

          ไอ้เป้ชอบไอ้กั๊ก...ชอบมานานแล้วด้วย

 

            ไอ้กั๊กคิดแค่ว่าไอ้เป้เชื่อฟังคำที่มันพูดก็เพราะมันมีความคิด ก็ใช่ ไอ้กั๊กเป็นคนมีสมอง แต่ที่มันไม่เคยสังเกตเห็นเพราะมันไม่คิดอะไรกับไอ้เป้

 

            ส่วนไอ้เป้ มันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามันทำตัวเป็นบอดี้การ์ดปกป้องไอ้กั๊กมานานแล้ว มันฟังไอ้กั๊กคนเดียว ทำตามที่ไอ้กั๊กพูดคนเดียว มันถึงผิดหวังนักหนาที่ไอ้กั๊กคบกับคนอื่น แถมยังโง่ของโคตรโง่ที่ไม่เคยรู้ตัวว่าทำไมถึงโกรธขนาดนั้น

 

            สุดท้ายก็ผม...ผมทำไมน่ะหรือ ผมไม่ใช่คนฉลาดหรอก ผมไม่ได้มีไหวพริบหรือความสามารถพิเศษอะไรทั้งนั้น สิ่งเดียวที่ทำให้ผมรู้วงจรความรักอุบาทว์ที่วนเป็นวงกลมเพราะ...ผมมองไอ้เป้อยู่ตลอดเวลายังไงล่ะ

 

            จริงๆ ผมอาจจะน่าสมเพชที่สุดก็ได้ที่รู้ทุกอย่างแต่...ทำอะไรไม่ได้เลย

 

            “มึงไม่รู้อะไรก็อย่ามาพูด!” ยัง คนโง่ที่สุดในเรื่องนี้ยังเค้นเสียงพูด จนผมส่ายหน้าช้าๆ

 

            “ก็แล้วแต่มึงจะคิด กูแค่จะบอกมึงว่า...มองคนที่มองมึงดีกว่านะ”

 

            ผมบอกเป็นประโยคสุดท้ายอย่างที่ไม่คาดหวังอะไร ถ้าผมจะหวัง ก็คงหวังให้ไอ้เป้เปิดรับความคิดคนอื่นซะบ้าง ผมล่ะกลัวจริงๆ ว่าถ้ามันจบจากรั้วโรงเรียนนี้ไปแล้วจะเอาชีวิตไม่รอด

 

            ถ้ามันเปลี่ยนความคิดสักนิด ผมก็ถือว่าหมัดที่ผมโดน...คุ้มค่าที่ต้องเจ็บตัว

 

................................................

 

กั๊ก

 

            “นึกไงโทรมาวะ ร้อยวันพันปีไม่เห็นสนใจ”

 

            [นานๆ ทีก็สนใจน้องตัวเองนะเว้ย]

 

            “ทะเลาะกับเมียอะดิถึงมาสนใจน้อง”

 

            [อย่าแช่งนะไอ้กั๊ก...แล้วนี่จะกลับกี่โมง]

 

            “กี่โมงก็เรื่องของน้องป่ะล่ะ ทำอย่างกับว่าอยู่บ้านหลังเดียวกัน”

 

            ผมจบเรื่องของไอ้เป้ไปแล้ว ไม่คิดจะเอามาทำให้รกหัวใจอีก เพราะถ้ามันอยากตัดเพื่อน ผมก็ตามใจมัน ซึ่งแม้แรกๆ จะรู้สึกโคตรแย่ แต่พอผ่านไปสองสามวัน เห็นมันไม่เข้ามาสุงสิงกับผม แม้จะมีเสียงเหน็บลอยมาให้ได้ยิน แต่ทำเป็นไม่ได้ยินซะอย่างแล้วจะทำไม อีกทั้ง...กำลังใจผมก็เต็มเปี่ยม

 

            ตั้งแต่เกิดเรื่องพี่ป้องยิ่งเป็นห่วงผมหนักมาก ทั้งคอยส่งข้อความมาถาม เตรียมของหวานไว้ให้ ไปรับจากบ้านมาโรงเรียน และ...ขับรถไปส่งผมทุกวัน

 

            ส่วนตอนนี้ผมคุยกับใคร...พี่ไกด์ไงล่ะ

 

            พี่ชายที่ผมเคยบอกว่าแต่งงานแล้วไปอยู่กับเมียนั่นแหละ

 

            พี่ชายที่ช่วยกันกับพ่อจับผมกรอกเหล้าตั้งแต่เด็ก...คนที่ร้อยวันพันปีไม่โทรมา แต่ดันเสือกมาตอนที่ผมคิดจะลั้ลล้าค้างคืนบ้านพี่ป้อง

 

            [เออน่า กลับๆ มาสักที แม่เป็นห่วงแย่แล้ว]

 

            ผมก็เบ้ปาก ไม่อยากทำตามหรอกนะ แต่แม่คงไปบ่นอะไรกับพี่ไกด์นั่นแหละว่าผมไม่ค่อยกลับบ้าน งั้นวันนี้ยอมกลับก็ได้ ผมก็เลยรับปากส่งๆ แล้วก็ตัดสายทิ้งแม่ง

 

            “น้องกั๊กจะค้างที่นี่มั้ยครับ”

 

            “ฮื่อ วันนี้กั๊กกลับบ้าน แม่เป็นห่วง” พี่ป้องโผล่มาจากหน้าร้าน ให้ผมส่ายหน้า คว้ากระเป๋าเป้ขึ้นมา เพราะมันหมายความว่าพี่ป้องคงเสร็จงานแล้ว ถ้าค้างก็คงขึ้นไปทำมื้อเย็นให้กิน แต่ถ้าไม่ก็เตรียมถอดผ้ากันเปื้อนไปส่งผมที่บ้าน

 

            “โอเค งั้นไปรอที่รถเลย พี่จะฝากเค้กไปให้ที่บ้านเราหน่อย”

 

            ช่วงนี้ผมถือขนมเข้าบ้านทุกวัน แม่ก็ถามว่าไปปล้นใครมา ก็เลยบอกว่าสนิทกับเจ้าของร้านแถวโรงเรียน นี่ก็เค้กลองชิมทั้งนั้น แกก็เลยพออกพอใจ เพราะ...ไม่ต้องเสียเวลาไปหาซื้อขนมให้ลูกชายที่ติดของหวานเข้าขั้นบ้าไง

 

            ตอนนี้ผมก็ทำตามที่พี่ป้องบอกทุกอย่าง วิ่งไปเอากุญแจรถที่ชั้นบน แล้วก็ไปรอที่รถคันใหญ่ที่จอดไว้ข้างร้าน ขึ้นไปนั่งอย่างว่องไว ยิ้มเผล่รอพี่ป้องที่ล็อกประตูร้าน แล้วขยับมานั่งประจำที่คนขับ

 

            “ช่วงนี้โดนเพื่อนแกล้งหรือเปล่า” พี่ป้องถามแบบนี้บ่อย ซึ่งผมก็หัวเราะ

 

            “โหย ระดับไอ้กั๊กไม่มีใครรังแกได้หรอกพี่” ผมยืดอกมั่นใจแรงมาก เพื่อให้เขาคลายใจ แต่ผมก็ไม่ได้โกหกนะ ผมไม่ได้โดนรังแกจริงๆ

 

            “ฟังแบบนั้นพี่ก็วางใจ”

 

            “วางใจกั๊กได้เล้ย”

 

            ผมหัวเราะ ขณะที่คุยเรื่องนั้นเรื่องนี้กับพี่ป้องไปเรื่อย กระทั่งรถคันใหญ่แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้ารั้วบ้านอย่างรวดเร็ว จนอยากถามเทวดาจังว่าทำไมเวลาของความสุขมันเคลื่อนไปไวจัง ยังไม่ได้ทันได้ทำอะไรเลยก็ต้องกระโดดลงจากรถ มายืนข้างหน้าต่างคนขับด้วยรอยยิ้มกว้าง

 

            “พี่ป้องขับรถดีๆ นะ ถึงแล้วไลน์มาบอกกั๊กด้วย”

 

            “ครับผม แล้ว...” พี่ป้องเลิกคิ้วข้างเดียวที่แม่งหล่อเหี้ยๆ

 

          โอเคๆๆ กูหลงผัวเหี้ยๆ พอใจมั้ย

 

            ความคิดที่ผมยิ้มกว้าง แล้ว...ยื่นหน้าไปกดจูบที่ปากไวๆ

 

            “อื้อ!” ทว่าพี่ป้องไม่พอใจแค่นั้น เขายื่นมือมาจับต้นคอผมให้ยื่นหน้าเข้าไปในหน้าต่างลึกกว่าเดิมเพื่อจูบ...ดูดดื่มชนิดตัวแทบลอย

 

            จูบร้อนที่ผมโคตรของโคตรเต็มใจยอมรับ ขนาดที่เปิดปากรับปลายลิ้นร้อนผ่าวที่สอดลึกเข้ามาข้างใน ทั้งยังตามมาจูบซับน้ำใสทุกหยาดหยด จูบของพี่ป้องที่ทำให้ผมหน้าร้อนจัด ตัววูบๆ ขาสั่นๆ ชักอยากมากกว่านั่นแล้ว แต่ทำได้แค่...

 

            “ฝันดีนะครับ” ผมกระซิบ แบบที่พี่ป้องก็กระซิบกลับด้วยคำเดียวกัน จนผละออกมา แล้วหมุนตัว...

 

          “พี่ไม่ได้สอนให้แกเป็นคนแบบนี้นะไอ้กั๊ก!!!

 

            “พี่ไกด์!

 

          ฉิบหอง! ไอ้คนที่คุยโทรศัพท์เมื่อกี้ยืนอยู่ข้างในรั้วบ้าน!!!

 

            “พี่ไกด์ อ่า กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่วะพี่”

 

          ช่างมันๆ แถได้ ไม่เป็นไร

 

            ผมยังคิดว่าเป็นเรื่องตลกอยู่ แต่ไม่ใช่กับพี่ชายที่ทำหน้าน่ากลัว ย่างสามขุมออกมา แล้วก้าวยาวๆ มายังหน้าต่างรถที่ผมยืนอยู่ มองเข้าไปด้านใน จากนั้นก็พูดคำที่ผมสะท้านเยือกด้วยความไม่เข้าใจ

 

          “มึงจริงๆ ด้วยนะไอ้เหี้ยปกป้อง!!

 

            พี่ไกด์ตวาดลั่น อย่างที่พี่ป้องก็ก้าวลงมาจากรถเพื่อเผชิญหน้า แล้วเอ่ยทักทายที่ผมงงไปหมดแล้ว

 

            “ไง ไอ้ไกด์ ไม่เจอกันนานนะ”

 

          เดี๋ยวๆๆๆๆ เดี๋ยวนะ! ตกลงสองคนนี้รู้จักกันหรือวะ

 

            ผมได้แต่อ้าปากค้าง มองพี่ชายสลับกับผัว...ตอนนี้ใครก็ได้มาอธิบายให้ไอ้กั๊กฟังทีว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น!

 

....................................

 

            ครบค่ะ เอาเรื่องไหนก่อนดี คู่เป้ต้น หรือคู่ป้องไกด์ดี (กั๊ก: เดี๋ยวๆ อย่าเอาชื่อไปติดกันงั้นเด้ นั่นผัวผมนะ ป้องกั๊กเท่านั้น ป้องไกด์ไรวะ ฟังแล้วไม่ลื่นหู) สำหรับคู่เพื่อนกันรักเป็นวงกลม ก็อย่างที่ต้นบอกนั่นแหละค่ะ ต้นไม่ได้เก่งหรือฉลาดอะไรหรอกนะคะ แต่เพราะต้นมองเป้มาตลอด ทุกอย่างที่พูดก็เตือนด้วยความหวังดี เพียงแต่คนบางคนมันไม่ฟังเท่านั้นเอง (อ้อ เรื่องของต้นเป้มีตอนพิเศษในเล่มนะเออ <<< โคตรขายของ ฮา)

            ส่วนคู่ป้องไกด์ เอ๊ย พี่ป้องกับพี่ไกด์ ทำไมถึงรู้จักกัน จะเฉลยแล้วค่ะว่าตกลงพี่ป้องล่อลวงเจ้ากั๊กเพราะอะไรกันแน่ การพยายามทำตัวเป็นเด็กเกของกั๊กด้วย เหตุผลทุกอย่างกำลังจะมาแล้วฮ้าบ รวมทั้งความรู้สึกพี่ป้องกำลังจะถูกตีแผ่แล้วจ้า XD

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมหวาน นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 443 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,682 ความคิดเห็น

  1. #25680 Pimnok2124 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 12:43
    ต้นชอบเป้จริงๆด้วยยยยย แต่จริงนะ เป้คือแค่เกลียดเกย์เพราะยอมรับตัวเองไม่ได้ที่ชอบผชแะ
    #25,680
    0
  2. #25609 แมวดมกาว'วว (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 09:11
    ขำตัวเอง555 สมการรอคอย กุอ่าน สะมะการรอคอย มาเป็นคณิตศาสตร์เลย555
    #25,609
    0
  3. #25564 teeranan6270 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 15:25
    พีคคคคค
    #25,564
    0
  4. #25455 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 17:26
    อห พีคไปอีก
    #25,455
    0
  5. #25313 +tO Dr3aM,To f Ly+ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 03:28
    อ่าว นึกว่าน้องรู้แล้ว
    #25,313
    0
  6. วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 11:34
    รักหลายเส้ามาก55 ใจเย็นนนพี่ไกด์
    #25,262
    0
  7. #25223 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 13:59
    พีคในพีค
    #25,223
    0
  8. #25154 kindlyjh (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 21:58
    พีคในพีค555555
    #25,154
    0
  9. #25131 JongjitSriyan (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 22:18
    พีคในพีคไปอี๊กกกกก
    #25,131
    0
  10. #25116 birumu (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 02:44
    พีคคคคเป้ชอบกั๊กและที่พีคกว่านั้นคือต้นชอบเป้ โอ้ยยยยย
    #25,116
    0
  11. #25065 Miki_milky (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 23:35
    โอ้วเป้ชอบกั๊กก้อบอกมาสิ
    #25,065
    0
  12. วันที่ 10 กันยายน 2560 / 00:58
    หุหุ งี้สิต้นเพื่อนต้องแบบนี้ แต่เอ๊ะ เป้ชอบกั๊กหรอแต่ไม่อยากยอมรับสินะ แต่!!! ต้นแกชอบเป้หรอ โอว้ๆๆๆๆ ชั้นเชียร์แกนะต้น สั่งสอนเป้มันเรย หึหึ พี่น้อง!!! รุ้จักพี่ไกด์ด้วยหรอ?? แล้วทำไมถึงโกธรเกลียดกันแบบนี้!!!???
    #24,876
    0
  13. #24713 แคนต้าลูปปปป ^^ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 17:41
    ตอนนี้ขอคอมเมนท์ยาวๆหน่อยเถอะ
    ตอนแรกคิดอยู่แล้วว่าเป้จะชอบกั๊ก แต่เราเชียร์คู่เป้ต้น เชียร์ไม่ผิดใช่ปะ ต้นต้องชอบเป้แน่ๆอ่ะ ตอนพูดถึงเป้มันแบบอารมณ์ชอบอ่ะ เชียร์คู่นี้เพราะเห็นตีกันบ่อย555555 แต่เป้ก็ต้องยอมรับอ่ะ ว่าตัวเอง-เอง ชอบแต่พูดแบบนี้ใครเขาจะชอบ ขนาดตัดเพื่อนกั๊กยังโนสนโนแคร์ขนาดนี้ เป้เองก็ควรจะเป็นฝ่ายง้อ แต่เป็ก็ต้องทำตามที่ต้นบอกด้วย 'มองคนที่มอง-' อยากให้เป้ต้นได้กันจริงๆนะฮือ
    เรื่องของพี่ป้อง พี่ป้องบางทีอาจจะเจอกั๊กตั้งแต่เด็ก และที่กั๊กมีอาการน้ำครั้งแรกก็น่าจะขนมพี่ป้องด้วยปะ เห็นน้องกั๊กละชอบ พี่ป้องก็บอกว่าพี่ป้องอาจจะวางกับดักมาก็ได้ พี่ป้องนี่ปีศาจชัดๆอ่ะ555555
    #24,713
    0
  14. #24599 tamamonomaai - 13 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 17:08
    ขอหนับหนุน ต้นเป้  ต้นเอาให้หนัก ๆ เอาให้เป้สำนึกไปเลยว่าไม่น่าปากดี 5555 



    ส่วนป้องไกค์  ท่าทางจะมีเรื่องสนุก ๆ เพียบเลย
    #24,599
    0
  15. #23828 Asuno (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 00:16
    นี่คงไม่ต้องต้มน้ำรอสินะ สบายจายย
    #23,828
    0
  16. #23821 Busalanda2545 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 13:07
    มองพี่ชายสลับกับ"ผัว" เอออขำ 555555555555
    #23,821
    0
  17. #23802 HunNy_HunHun (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 18:35
    ดีแล้วที่กั๊กคิดได้ จะได้ไม่พูดจาทำร้ายจิตใจพี่ป้องอีก
    #23,802
    0
  18. #23660 pegger15384 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 16:25
    มันเรื่องอาราย~~~
    #23,660
    0
  19. #23541 Night Demon (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 20:54
    นั่นไง ว่าแล้วววว เป้ชอบกั๊กจริงๆด้วย 
    #23,541
    0
  20. #23429 Kim-kibom (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 21:59
    คืออะไร
    #23,429
    0
  21. #23409 tbuykeid37 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 12:21
    สนุกกก
    #23,409
    0
  22. #23260 Lจ้าหญิJมะเหมี่ยว-*- (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 16:56
    สงสารต้น
    #23,260
    0
  23. #23017 zhll (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 03:36
    โหยย รักสามเศร้าดราม่ามากฮือ
    #23,017
    0
  24. #22939 itzmeboombim (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 18:07
    ก็สงสัยเป้อยู่เหมือนกัน แล้วก็ใช่ แต่ต้นนี่เหนือความคาดหมายมากๆ

    ส่วนพี่ป้อง ลักษณะแอบชอบน้องเพื่อนเลยแอบมาเต๊าะ?
    #22,939
    0
  25. #22933 คิ้วท์ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 11:19
    อยากรู้ด้วยคน รอไรท์มาอธิบายนะ
    #22,933
    0