[Yaoi] Sugar Addict หวานกว่าขนมก็ผมเนี่ยแหละ [Boy's Love]

ตอนที่ 32 : ตอนที่ 26 ใครกันแน่ที่น่ารังเกียจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42,343
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 438 ครั้ง
    24 มี.ค. 60




ตอนที่ 26 ใครกันแน่ที่น่ารังเกียจ

 

 

 

กั๊ก

 

            เขาว่าช่วงเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปไว ผมรู้เรื่องนี้มาสักพักแล้วล่ะ

 

            เปล่า หยุดนะ อย่าแช่งผมเชียว เพราะที่ผมจะบอกว่าความสุขไปไว ไม่ใช่ว่าผมทะเลาะกับผัวสุดที่รักและดีที่สุดในสามโลก แต่เป็นเพราะ...ปิดเทอมหมดลงแล้ว

 

            อะไรนะ แค่นี้หรือ โหย อย่ามาแอ๊บ เชื่อเถอะว่าพอปิดเทอมหมดลง ไม่ว่าใครก็เซ็งเป็ด เซ็งห่าน เซ็งหงส์ได้ทั้งนั้น

 

            ส่วนผม พอปิดเทอมหมดลง ไม่ได้แปลว่าแค่ต้องไปเรียน เพราะผมจะไม่สามารถไปสิงร้านพี่ป้องได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ที่สำคัญ...ผมก็ออกมาค้างนอกบ้านเหมือนอย่างเคยๆ ไม่ได้น่ะสิ

 

            แม้ตอนปิดเทอม ผมจะไม่ได้ออกไปเที่ยวเตร่กับเพื่อนเลยสักครั้ง แต่ที่บ้านก็คิดว่าไอ้ลูกชายเสเพลคนนี้เที่ยวประจำ เดี๋ยวค้างบ้านไอ้เป้บ้างล่ะ บ้านไอ้ต้นบ้างล่ะ ไปร้านเกมบ้างล่ะ ไปแดกเหล้าบ้างล่ะ แต่ที่ไหนได้ ไม่มีหร้อก บ้านเพื่อน มีแต่บ้านผัว ไม่มีหร้อก ร้านเหล้า มีแต่ไปถูกเขากินต่างหาก

 

            ดังนั้น พอปิดเทอมจบ ผมก็...เหี่ยว

 

            “เบื่อว่ะ ทำไมเปิดเทอมแม่งมาไวชะมัด กูล่ะอยากให้มีปิดเทอมสักห้าเดือน”

 

            “มึงไม่ต้องอยาก เทอมหน้าได้ห้าเดือนสมใจแน่ จะเข้ามหาลัยแล้วนะเว้ย”

 

            วันนี้ผมมาโรงเรียนแต่เช้า เพราะว่า...ผมไปค้างบ้านพี่ป้องมา

 

            ผมก็รู้ว่าไม่ควรเอาเรื่องพวกนี้มาเล่าให้ใครคิดว่าผมเป็นเด็กง่ายๆ แต่เพราะว่าเมื่อวานคือวันหยุดสุดท้ายของชีวิตม.6 ผมก็เลยอยากเก็บความทรงจำให้คุ้มค่า พี่ป้องเองก็ดีใจหาย จัดให้ตามขอ...ได้ตั้งแต่เย็นล่อไปถึงตีสาม แล้วสลบเหมือดไปเลย

 

            ทว่า ผมว่าผมอึดขึ้นนะ แข็งแรงขึ้นด้วย เพราะเช้าปุ๊บก็ตื่นพร้อมพี่ป้องปั๊บ กินข้าวเช้าที่พี่ป้องทำได้ อ้อนพี่เขาด้วยการแปลงร่างเป็นลูกลิงเกาะไหล่ จนได้จูบหนักๆ ที่แทบจะทำให้ขึ้นอีกรอบ จากนั้นก็ค่อยมาโรงเรียน เห็นมั้ย ผมว่าผมใช้ชีวิตปิดเทอมม.6 ได้คุ้มค่าที่สุดแล้ว

 

            ส่วนเทอมหน้าก็อย่างที่ไอ้ต้นว่า...พวกผมกำลังจะขึ้นมหาวิทยาลัย

 

            ผมคิดว่าต้องมีคนสงสัยแน่ๆ ว่าแล้วทำไมผมไม่เรียนพิเศษ ไม่พยายามจะเรียนด้วยซ้ำ เพราะผมก็คุยกับพ่อแม่ตั้งแต่ต้นแล้วว่าผมไม่มีปัญญาเข้ามหาวิทยาลัยดังๆ ให้หรอกนะ ผมก็ทำเท่าที่ทำได้แล้วกัน แต่ถ้าไม่ได้ ก็ขอหน้าด้านๆ เรียนมหาวิทยาลัยเอกชนเลย ซึ่งพวกเขาก็โอเค ก็นะ ไม่หวังกับผมน่ะดีแล้ว เดี๋ยวจะผิดหวังเอา ผมเลย...ชิลแรงไงล่ะ

 

            “อย่าพูดให้เครียดสิวะ”

 

            “ฮึ อย่างมึงเคยเครียดกับเขาหรือไงไอ้กั๊ก” เพื่อนผมช่างรู้ใจ จนหัวเราะใส่หน้า ทั้งที่ไม่อยากให้รู้เลย

 

            คนอย่างไอ้กั๊กก็มีเรื่องเครียดๆ นะเว้ย...กลัวผัวถูกงาบไง

 

          พอกูเปิดเทอมก็หมายความว่า...พี่ป้องต้องอยู่กับไอ้พี่ไคแค่สองคน!!!

 

            อ้อ ผมเปล่าลืมพี่แพมนะ แต่พี่แพมไม่นับ อยู่ไม่อยู่ก็ไม่เห็นช่วยผมกันเลยสักนิด เอาแต่เพ้อไอ้พี่ไคอยู่ได้

 

            “เมื่อไหร่ออดจะดังวะ” ผมเท้าคางถามเพื่อน ที่ทำให้มันตบหัวเข้าให้

 

            “ยังไม่เคารพธงชาติเลย นี่มึงถามหาเลิกเรียนแล้ว ขี้เกียจไปมั้ยไอ้กั๊ก” ไอ้ต้นส่ายหัว มันคงเหนื่อยใจกับท่าทีแปลกๆ ของผม ซึ่งผมไม่ฟังมันด้วยซ้ำ ล้วงโทรศัพท์มือถือขึ้นมา คิดอยู่ว่าส่งอะไรไปอ้อนพี่ป้องดี แต่...

 

            “มึงตบหัวไอ้กั๊กทำไม”

 

            “ไง ไอ้เป้” ผมเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าแทบไม่ทัน เมื่อได้ยินเสียงของมนุษย์ที่มีกล้ามเนื้อเป็นสมอง แล้วหันไปทักทายมัน จนพบว่าไอ้เป้กำลังมองเพื่อนอีกคน ถามอย่างอยากรู้ว่าพวกผมคุยอะไรกันอยู่

 

            “อ้าว ตบแล้วผิดตรงไหนวะ”

 

            “อย่าไปตบมันมาก เดี๋ยวจะโง่แบบกู”

 

            ผมล่ะฮาที่ไอ้สองตัวนี้แม่งหาเรื่องทะเลาะไร้สาระ แล้วก็ตามหน้าที่ประจำที่เป็นคนคอยห่างทัพในกลุ่ม ก็เลยเปลี่ยนเรื่องซะเลย

 

            “ล่อสกินเฮดมาเลยนะมึง ไม่กลัวปกครองด่าหรือไง”

 

            “ฮึ กูโดนด่ามาแล้ว เมื่อกี้สดๆ ร้อนๆ แต่ทำอะไรกูได้ ก็กูไถมาแล้ว” ไอ้เป้โยนกระเป๋าไว้ข้างผม ก่อนที่จะหัวเราะอย่างสะใจที่ทำให้อาจารย์ปกครองเต้นได้ จากนั้น มันก็ทิ้งตัวใหญ่ๆ ลงมานั่งข้างๆ ยกมือขึ้นกอดรอบคอ แล้วถามคำถามที่ทำให้...กึกเลย

 

            “ว่าแต่มึงเหอะ หายหัวไปไหนมาเป็นเดือน”

 

          ไปเฝ้าผัว

 

            ให้ตาย ผมก็ตอบไม่ได้เด็ดๆ ชนิดที่ขอร้องก็แล้ว กราบกรานปากก็แล้วว่ามึงกรุณาหุบให้เงียบสุด ถ้ายังอยากมีชีวิตอันสงบสุขไปจนเรียนจบมัธยมปลาย เพราะถ้าไอ้ปากหมาตัวนี้รู้เรื่อง ผมมั่นใจเลยว่าเรื่องจบไม่สวยแน่ๆ

 

            “ก็ไม่มีอะไร”

 

            “ไม่มีอะไรบ้านเตี่ยมึงสิ โทรไปก็ไม่รับ พอรับ ชวนไปไหนก็ไม่เอา นี่กูนึกว่ามึงได้กับหมามึงแล้วนะเนี่ย” ผมล่ะเกลียดปากไอ้ห่านี่จริงๆ เออ ผมก็อ้างว่าต้องพาหมาไปหาหมอ พาหมอไปสปา พาหมาไปเดินเล่น แต่มันใช่หรือวะที่บอกว่าผมได้กับไอ้มู่!

 

            “ก็กูอยากใช้เวลากับหมากู”

 

            “งั้นมึงพลาดแล้ว ตอนปิดเทอมใหม่ๆ กูไปตีกับพวกฝั่งโน้นมา ขาดมึงแค่คนเดียว เอาซะพวกมันวิ่งหางจุกตูดเลยนะเว้ย...”

 

            “ไม่บอกไอ้กั๊กไปตรงๆ ล่ะว่าอาจารย์ฝั่งนั้นมาเจอเลยแยกย้ายแทบไม่ทัน” ไอ้ต้นมีดัก จนไอ้เป้ตาวาว หันขวับไปมองอย่างเอาเรื่องที่ขัดตอนมันกำลังคุยโว จนผมต้องยกมือห้าม ดันอกไอ้พวกเหี้ยเนี่ยไม่ให้กระโจนใส่กัน พยักหน้าแกนๆ

 

            “เออๆ มึงเก่งๆ กูรู้ว่ามึงเก่งอยู่แล้ว”

 

            ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ นี่ตั้งแต่ผมเจอพี่ป้อง...ผมไม่ได้ไปตีกับใครเลยนะ

 

            มันอาจจะเป็นเหตุผลเด็กๆ แต่ผม...อยากเป็นเด็กดีในสายตาพี่ป้อง

 

            ผมบอกตรงๆ เลยว่าชอบที่พี่ป้องลูบหัวผม เรียกผมว่าเด็กดีๆ ผมเลยไม่อยากให้พี่เขาผิดหวัง อีกทั้งไอ้เรื่องต่อยตีก็ไม่ใช่สไตล์ผมอยู่แล้ว ที่ทำก็แค่เฮไปกับพวกมัน แค่อยากได้รับการยอมรับ ได้รับการเคารพว่าผมตัวเล็ก แต่ก็เป็นมันสมองของกลุ่ม แต่ตอนนี้ไม่ค่อยแคร์เรื่องนั้นเท่าไหร่

 

          เขาว่าเวลามีแฟนจะทิ้งเพื่อน...นี่กูเป็นแบบนี้หรือเปล่าวะ

 

            ผมส่ายหัวหนักๆ แล้วว่าอย่าหวังเปลี่ยนเรื่อง

 

            “แล้วพวกมึงอะ ปิดเทอมนอกจากตีกันไปทำอะไรมา”

 

            “กูไปเรียนพิเศษ” ไอ้ต้นตอบตามตรง ที่...

 

            “เป็นพวกเด็กเรียนแล้วหรือมึง” คำถามไอ้เป้ดูธรรมดาก็จริง แต่น้ำเสียงมันฉายแววดูถูกว่า สุดท้ายก็เข้าพวกกับไอ้พวกห้องต้นๆ หรือไง จนผมส่ายหัว

 

            “ไม่เอาน่า มันเรียนพิเศษแล้วผิดตรงไหนวะ ใครๆ ก็เรียน มีมึงกับกูเนี่ยล่ะชิลกว่าชาวบ้าน” ไอ้เป้เห็นโง่ๆ แบบนี้แต่มันได้โควตานักกีฬาเทควันโดเข้ามหาวิทยาลัยไปแล้ว

 

            “ฮ่าๆๆ กูกับมึงมันเก๋าไงไอ้กั๊ก” ผมยังโชคดีที่มีไอ้กล้ามสมองตัวนี้เชื่อฟัง ในกลุ่มก็เลยไม่ค่อยมีเรื่องกันเท่าไหร่ แต่...

 

            “เออ มึงรู้เรื่องร้านเค้กหน้าโรงเรียนยังวะ”

 

            กึก

 

          กูนี่มือไม้สั่นพั่บๆ แทบจะร่วงลงตามแรงโน้มถ่วงโลกเลยสัสเป้!

 

            ผมพยายามตีหน้านิ่ง เก๊กหน้าขรึม ทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราวใดๆ ทั้งนั้น ทั้งที่ตอนนี้อยากรู้ฉิบหายว่าเรื่องอะไรวะ แล้วก็ตามประสาไอ้เป้ที่คิดอะไรพูดอย่างนั้น ปากหมาที่สุดในโลกหล้า มันก็เลยเล่าออกมาอย่างง่ายดาย ชนิด...อินเนอร์มาเต็ม

 

            “กูเห็นว่ามีเรื่องในเน็ตก็สงสัยไงว่ามันแถวนี้หรือเปล่า แล้วมึงเอ๊ย กูไม่น่าดูให้เสียลูกตา เกย์เว้ยมึง ตุ๊ดตัวเป็นๆ เลยห่า ไอ้เจ้าของร้านที่พวกในโรงเรียนบอกว่าหล่อนักหล่อหนาแม่งชอบแดกตูดตัวผู้ ประกาศด้วยนะว่าแม่งชอบระเบิดถังขี้ กูงี้ขนลุกซู่ทั้งตัว ดีนะที่ไม่เคยเข้าไปซื้อแดก ไม่รู้มือที่ทำขนมนี่เลอะขี้ที่ไปแหกตูดชาวบ้านหรือเปล่า โอ๊ย ขยะแขยงว่ะ พูดแล้วมึงดู มึงดู๊! ขนกูลุกพรึ่บไปทั้งตัว”

 

            “...”

 

            ผมเงียบไม่ใช่ว่าผมพูดไม่ออก แต่ผม...ระงับความโกรธเอาไว้อยู่

 

            ผมคิดว่าผมเคยโกรธไอ้พี่ไคที่สุดแล้วนะ แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าโกรธจนหัวแทบระเบิดเป็นยังไง!!!

 

          มึงไม่มีสิทธิ์มาว่าพี่ป้องของกู ไม่มีสิทธิ์เรียกพี่ป้องของกูแบบนั้น มึงต่างหากที่เหี้ย! มึงต่างหากที่ทราม! เขาไปทำอะไรให้มึงถึงด่าเขาเหมือนเขาขโมยเมียมึงแบบนี้!!!

 

            ผมโกรธ แต่ผมพูดไม่ออก เพราะถ้าผมอ้าปาก...ทุกอย่างต้องร่วงออกมาแน่ๆ

 

            “เกินไปไอ้เป้ เกินไป” ไอ้ต้นก็เอ่ยปราม แต่ใช้ไม่ได้ผลกับเพื่อนผมคนนี้หรอก

 

            “ทำไม กูเกินไปตรงไหน น้อยไปสิไม่ว่า นี่กูสงสัยมานานแล้ว พอพูดเรื่องไอ้พวกผิดเพศ มึงนี่ร้อนตัวนะไอ้ต้น”

 

            “กูไม่ได้ร้อนตัว แต่มึงนั่นแหละพูดเกินไป เขาก็ไม่ได้ทำอะไรมึงสักหน่อย”

 

            เพื่อนผมทะเลาะกันเป็นประจำอยู่แล้ว และผมก็คิดมาตลอดว่าสนุกดี พวกมันก็เป็นเพื่อนที่ดี กระทั่งวินาทีที่ไอ้เป้พูดขึ้นมาว่า...

 

          “แค่อยู่ร่วมโลกด้วยกันกูก็จะอ้วกแล้ว”

 

          กู...หมดความอดทนแล้ว

 

ต่อค่ะ

 

            หมับ

 

            “ไอ้เป้!!! ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้นะ!!!

 

            ทันใดนั้น ความโกรธก็เป็นลมที่ตีขึ้นหน้า เพราะผมหันกลับไปกระชากคอเสื้อไอ้เป้ขึ้นมาเต็มมือ กำขยำเอาไว้แน่น ทั้งยังตวาดใส่หน้ามันเต็มแรงอย่างเหลืออดแล้ว อะไรก็ตามในใจเหมือนจะพรั่งพรูใส่หน้ามัน จนได้แต่บอกตัวเองว่าใจเย็น ใจเย็นกว่านี้ อย่าให้มันรู้ แต่...

 

            “กูทนปากมึงมานานแล้วนะ ขอโทษเกย์ทั้งโลก ตุ๊ดทั้งโลกมาเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย!!!

 

          กูช่างแม่งแล้ว

 

            ผมตะคอกใส่หน้ามันอย่างไม่กลัวถูกอัด จนไอ้เป้เองก็เบิกตากว้างอย่างงงๆ

 

            “แล้วทำไมกูต้องทำ”

 

            “เพราะมึงไม่มีสิทธิ์ไปดูถูกเขาแบบนั้น เขาไปทำอะไรให้มึงห้ะ เอากันบนหัวมึงหรือไง หรือพี่มึง น้องมึงเป็น มึงถึงทำตัวสถุลแบบนี้”

 

            “ไม่เอาน่าไอ้กั๊ก เป็นห่าอะไรวะ มึงก็เห็นด้วยไม่ใช่หรือไงว่าขยะแขยงจะตาย” มันยังไม่รู้ตัว ยังคิดว่าผมเล่นๆ ยังหัวเราะขำๆ แบบไม่แคร์ว่าผมนี่ล่ะโกรธจนจะร้องไห้อยู่แล้ว

           

            “กูไม่เคยคิดแบบนั้น”

 

            “ไอ้กั๊กๆๆ ไอ้กั๊กเว้ย!!! เอากันที่ก้นนะห่า เอาแยงรูเลยนะสัส! มึงไม่ขยะแขยงได้ไงวะ ที่ดีๆ ก็มี ดันเอาไปแหย่รูขี้ สมองพวกมันคิดด้วยอะไรก็ไม่รู้ สงสัยขอแค่มีรูก็เอาหมด” มันยังไม่เลิก ยังทำเป็นเรื่องขำๆ ยังปากหมาใส่ทุกเรื่องที่มันไม่เห็นด้วยบนโลกใบนี้ จนผม...ขยำเสื้อมันแน่นกว่าเดิม

 

            “กูว่ามึงพูดเกินไปว่ะไอ้เป้” ไอ้ต้นก็ออกมาช่วยผม ขณะที่จับมือผม ตบเบาๆ ให้ปล่อยจากคอเสื้อไอ้เป้ จนต้องสูดหายใจลึกๆ ข่มความโกรธลงไปให้ลึกที่สุด แล้วคลายมือออกช้าๆ

 

          มึงต้องใจเย็นๆ คิดซะว่าฟังคนบ้ามันพูด

 

            “โว้ย! พวกมึงเป็นอะไรกันหมดวะ เกิดอยากเป็นนักสังคมสงเคราะห์เข้าใจคนทั้งโลกขึ้นมาหรือไง กูก็แค่พูดตามที่คิด”

 

            “แต่ปากมึงจะทำให้มึงเสียใจเข้าสักวัน”

 

            ไอ้ต้นยังด่ามัน ขณะที่ตบไหล่ผมเบาๆ ทำนองว่ามึงก็ใจเย็นๆ แต่...

 

            “ฮ่าๆๆๆ ไม่มีทาง ใครจะทำอะไรกูได้ พวกมึงฟังตรงนี้เลยนะว่ากูเกลียดพวกผิดเพศ พวกตุ๊ดพวกเกย์อย่ามาเข้าใกล้กู ถ้าเข้ามากูต่อยยับ” มันจะต่อยใครที่ไหนก็ช่างแม่ง แต่มันไม่รู้หรอกว่ากำลังทำร้ายหัวใจผมมากแค่ไหน

 

          กูเป็นเกย์ กูเนี่ยล่ะที่ถูกระเบิดถังขี้มาแล้ว!!!

 

            ผมอยากจะตะโกนใส่หน้ามัน แต่ผมทำแค่คว้ากระเป๋า แล้วจะเดินไปอีกทาง ถ้าไม่ใช่...

 

            “แล้วกูก็จะด่าไอ้ร้านเค้กนั่นด้วย กูจะบอกให้ทั่วโรงเรียนเลยว่าถ้าไม่อยากติดเชื้อเกย์อย่าเข้าไปแดกเชียวนะ เดี๋ยวจะถูกเจ้าของมันเอาXวยยัดแล้วอย่าหาว่ากูไม่เตือน...”

 

            ขวับ...ผัวะ

 

          “เฮ้ย!!! ไอ้กั๊ก!!!

 

            ทันใดนั้น ผมก็สติขาด

 

            ผม...หมุนตัวกลับไปหวดหมัดเข้าที่หน้าของไอ้เป้เต็มแรง การกระทำที่ไอ้ต้นเองก็ร้องลั่นด้วยความตกใจ แต่มันห้ามผมไม่ได้แล้วล่ะ สองมือที่ระดมพุ่งไปหาไอ้เพื่อนเหี้ยที่ดูถูกคนที่ผมรักที่สุด

 

            “โอ๊ย! โอ๊ย ไอ้กั๊ก มึงทำเหี้ยอะไรเนี่ย!

 

            ผมไม่ฟังหรอกว่ามันจะพูดอะไร ผมเงื้อหมัดเต็มแรง แต่...

 

            หมับ

 

            “ไอ้กั๊ก ใจเย็น มึงใจเย็นๆ”

 

            “กูไม่เย็นเหี้ยอะไรแล้ว กูจะเอาเลือดหัวมัน ปล่อยกูไอ้ต้น ปล่อยกู!!!” ผมถูกไอ้ต้นล็อกแขนเอาไว้ แต่ก็ยังพยายามสะบัดให้หลุด เมื่อแขนผมทำหน้าที่ไม่ได้ ผมก็ใช้ขาพยายามถีบไอ้เหี้ยที่ไม่ใช่เพื่อนผม คนที่ผละถอยหลังหลายก้าว เบิกตากว้างมองว่าผมเป็นบ้าอะไร

 

            “ไม่ตลกนะไอ้กั๊ก กูเจ็บนะ อยากตายหรือไงวะ”

 

            “มึงต่างหากที่อยากตายหรือไงวะ! ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้นะมึง ถอนคำพูด!!!” ผมตะเบ็งใส่หน้ามันเต็มแรง ออกแรงถีบเต็มที่ จนไอ้ต้นก็ด่า แต่ผมไม่แคร์ ผมต้องการคำขอโทษจากมัน ต้องการให้มันบอกขอโทษพี่ป้อง คนที่ต่อให้มันตายแล้วเกิดใหม่เป็นสิบชาติก็สู้พี่เขาไม่ได้!!!

 

            “อาจารย์ ทางนี้ๆๆๆๆ มันมีเรื่องกันหลังโรงเรียน!!!

 

            “เฮ้ยๆๆๆ สลายตัวก่อน อยากเข้าห้องเย็นหรือไงวะ ไปไอ้กั๊ก! เดี๋ยวก็เป็นเรื่องหรอก...ส่วนมึง ไอ้เป้ อยากถูกตัดสิทธิ์เข้ามหาลัยหรือไงวะ”

 

            ทันใดนั้น เสียงของนักเรียนสักคนก็ดังมาทางนี้ ตามมาด้วยเสียงอาจารย์ แต่ผมไม่แคร์หรอกว่าใครจะมา ผมยอมเข้าห้องเย็น ยอมให้พ่อแม่รู้ว่าถูกภาคทัณฑ์ แต่ผมจะเอาเรื่องมันให้ได้

 

            ทว่า...ไม่ใช่ไอ้เป้ที่ปาดปากช้ำๆ ของตัวเอง จ้องผมนิ่ง

 

            “กูฝากไว้ก่อนนะไอ้กั๊ก ถ้าไม่เห็นเป็นมึง มึงตายคาตีนกูไปแล้ว”

           

            “เออ! มาฆ่ากูเลย มาเลย!!!” ผมจะพุ่งไปหามันอีก แต่สู้แรงไอ้ต้นที่ลากผมออกจากตรงนั้นไม่ได้ ทั้งที่...โกรธที่สุดในชีวิต

 

          ผมยอมให้มันด่าพี่ป้องของผมไม่ได้!!!

 

...............................................

 

            “วันนี้เป็นอะไรหืม”

 

            “เปล่า”

 

            “มีเรื่องหรือครับ ทำไมวันนี้ซึมจัง”

 

            “ฮื่อ เปล่านะ”

 

            วันนี้ออดยังไม่ทันดัง ผมก็คว้ากระเป๋าแล้วก้าวดุ่มๆ ออกจากโรงเรียนอย่างรวดเร็ว พุ่งตรงมายังร้านเค้กเพื่อมาขอกำลังใจจากคนที่ทำให้ผมทนจนโรงเรียนเลิกได้ แล้วพอเห็นหน้า ผมก็ถลาเข้าไปกอดแน่นๆ ฝังหน้าลงกับอกแข็งๆ อุ่นๆ สูดกลิ่นหอมของขนมหวานเข้าเต็มปอด

 

            ท่าทางที่ต้องทำให้พี่ป้องสงสัย แต่ผมไม่บอกหรอกว่าเกิดอะไรขึ้น

 

            “มีอะไรที่โรงเรียนหรือเปล่าครับ”

 

            “ไม่มีอะไรจริงๆ พี่ป้อง กั๊กแค่...แค่อยากอ้อน” ผมยังยืนยันที่จะไม่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้พี่ป้องฟัง เพราะผมไม่อยากให้พี่เขาไม่สบายใจ ไม่อยากให้พี่เขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และไม่อยากให้พี่เขารู้ว่าเพื่อนผมด่าว่าอะไรไว้บ้าง

 

          ผม...ไม่อยากให้พี่ป้องเสียใจ

 

            พี่ป้องทุ่มเททำร้านนี้มาตั้งมาก พี่เขารับคำวิจารณ์เรื่องรสชาติขนม การปรับปรุงร้าน หรืออะไรพวกนั้นได้ แต่ผมไม่ต้องการให้คำวิจารณ์ที่ว่าเค้กร้านนี้ไม่น่ากินตรงคนทำเป็นเกย์เข้าถึงหูพี่เขา

 

            ผมจะไม่หลุดอะไรออกมาเด็ดขาด แม้จะโกรธ...โกรธจนน้ำตาซึม

 

            “ไม่มีอะไรก็ได้ แต่เราร้องไห้ทำไมหืม” พี่ป้องดันตัวผมเบาๆ ก้มหน้าลงมาสบตา ขณะที่ส่งมือมาแตะที่แก้มของผม คลึงหางตาอย่างเบามือที่สุด จนผมกัดปากเต็มแรง

 

            ขวับๆๆๆ

 

            ผมยังยืนยันด้วยการส่ายหัวแรงๆ

 

            “ไม่มีอะไรจริงๆ แค่แป้งมันฟุ้งเข้าตาเฉยๆ” ผมพยายามส่งยิ้มให้ แม้พี่ป้องจะยังมีสีหน้าไม่สบายใจ แต่เขาก็คงไม่อยากซักไซ้ให้ผมอึดอัด เขาเลยส่งยิ้มอบอุ่นให้ แล้วก้มลงมาหอมแก้ม

 

            “อืม ไม่มีอะไรก็ไม่มีอะไรเนอะ...งั้นฉลองที่วันนี้น้องกั๊กเปิดเทอม พี่ทำสตรอเบอรี่ช็อตเค้กเอาไว้ให้ทั้งก้อน ทานเลยมั้ย” พี่ป้องว่าด้วยเสียงนุ่มๆ พลางชี้ไปยังเค้กทั้งปอนด์ที่แต่งหน้าด้วยครีมสดและสตรอเบอรี่ลูกโตๆ แถมด้วยแผ่นช็อกโกแลตที่เขียนว่า...For my love

 

            ผมอารมณ์กระเตื้องขึ้นมาหน่อยแล้ว

 

            “ทั้งก้อนเลยหรือพี่ป้อง”

 

            “ครับผม ของน้องกั๊กหมดเลย” พี่ป้องลูบหัวผมอีกแล้ว จนผมหลุดยิ้มออกมาจริงๆ

 

            “งั้นไปทานข้างบนมั้ยครับ”

 

            ผมหยุดคิดนิด จริงๆ ก็อยากจะพยักหน้ารับ แต่เพราะเรื่องวันนี้ทำให้ผมกลัว...กลัวว่าปากเฮงซวยนี่จะหลุดออกมาให้พี่ป้องไม่สบายใจ ดังนั้น...

 

            “กั๊กเอากลับไปที่กินที่บ้านได้มั้ยอะ” พี่ป้องขมวดคิ้ว แต่พักเดียวก็คลายออก

 

            “ได้สิ วันนี้น้องกั๊กคงเหนื่อยแล้ว กลับไปพักผ่อนที่บ้านดีกว่าเนอะ เดี๋ยวพี่เอาเค้กลงกล่องให้” พี่เขาพยักหน้า ขณะที่เดินไปเอาเค้กสวยๆ ทั้งปอนด์ลงกล่องให้ผม โดยที่ผมทำได้แค่ยืนมอง กัดปากตัวเองจนเจ็บ เพราะผม...อยากทำอะไรเพื่อพี่ป้องบ้าง

 

            ทำไมนะ ทำไมผมไม่พูดออกไปว่าเป็นแฟนกับพี่ป้อง

 

            “เอาล่ะ ได้แล้ว ให้พี่ไปส่งมั้ย” ผมหลุดจากพะวง ส่ายหน้าขวับๆ รับกล่องเค้กมากอดเอาไว้แนบอก

 

            “ฮื่อ ไม่ต้องๆ เลิกเรียนแล้วพี่ป้องยิ่งยุ่งๆ อยู่ เดี๋ยวกั๊กกลับเอง” ผมส่งยิ้มให้ แล้วก็มองซ้ายมองขวาให้แน่ใจว่าไอ้พี่ไคกับพี่แพมไม่เข้ามา ก่อนที่จะ...

 

            จุ๊บ

 

            เขย่งไปจูบปากพี่ป้องไวๆ

 

            “พี่ป้องๆ ถ้ากั๊กกินแล้วขึ้น...กั๊กโทรมาเล่นเซ็กส์โฟนกับพี่ได้มั้ย”

 

          กูเปล่ากามนะ แค่ถามเพื่อความชัวร์ว่าจะไม่ค้าง

 

            คำถามที่พี่ป้องแม่งอึ้ง แต่พักเดียวก็ยกมือปิดตา

 

            “พี่จะไม่หยุดแค่เซ็กส์โฟนน่ะสิ”

 

          โอเค แปลว่ายอม

 

            ความคิดที่ทำให้ผมยิ้มเผล่ หอมแก้มคนกำลังคิดไม่ดีอีกที แล้วค่อยคว้ากระเป๋าเดินออกทางด้านหลังร้าน เลียบออกไปด้านข้าง ตั้งใจว่าจะโบกแท็กซี่กลับบ้านแล้ว ไหนๆ ก็เปิดเทอมวันแรก เงินยังเหลือ จะรีบกลับไปทำใจเย็นๆ พร้อมละเลียดเค้กสักหน่อย แต่...

 

          “อ้อ มึงเป็นแบบนี้เองสินะ”

 

            กึก

 

            ผมชะงักทันทีเมื่อก้าวออกจากด้านข้างของร้านแล้วเจอกับ...พวกไอ้เป้

 

            ไอ้ต้นไม่ได้อยู่ด้วย แต่มีไอ้เป้กับเพื่อนในกลุ่มผมอีกสองสามคน

 

            พวกมันทุกคนที่มองผมด้วยแววตา...รังเกียจ

 

            “มึงต่อยกูเพราะมึงก็เป็นสินะไอ้กั๊ก!” ผมไม่เคยเห็นไอ้เป้โกรธขนาดนี้มาก่อนเลย แต่มันกำลังตวาดถามผมเสียงดังลั่น จนผมก็มือสั่น

 

            ตรงนี้คนผ่านไปมาเยอะแยะ

 

            “มึง...มึงพูดเรื่องอะไร”

 

            “ก็ที่มึงต่อยกูก็เพราะเป็นพวกเดียวกับมันหรือวะ!!!” ผมพูดอะไรไม่ออก สองมือกอดกล่องเค้กแน่นกว่าเดิม มองพวกมันที่กำลังจ้องหน้าอย่างหวังเอาคำตอบจากผม

 

            “กูก็เคยคิดว่ามึงมันประเภทตัวเล็กน่ารัก แต่ก็นึกว่ามึงแมนทั้งแท่ง กูอุตส่าห์ไว้ใจมึง เชื่อใจมึง ยอมฟังที่มึงพูด แต่เหี้ย!!! นี่กูอยู่กับพวกเกย์มาสามปีเชียวนะ สามปีที่กูต้องอยู่ใกล้ไอ้พวกเหี้ยนี่!” ไอ้เป้มันชี้หน้าด่าผม จนผมสั่นไปหมดทั้งตัว

 

            ผมอาจจะโกรธที่มันด่าพี่ป้อง แต่พอมันด่าผมโดยตรง...ผมกลับกลัว

 

            ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา ด้วยความที่พ่อกับพี่เลี้ยงให้ผมแมน สอนให้ผมกินเหล้า ผมจึงอยากแสดงให้เห็นว่าตัวเล็กๆ อย่างผมก็เอาเรื่องจนเข้าแก๊งเด็กเกเร ทำทุกอย่างเพื่อรักษาสถานภาพของผมเอาไว้ และตอนนี้ผมก็ยังเป็นแค่เด็กม.ปลายที่แคร์เพื่อนยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด พอผมคิดว่าพวกมันจะลอยแพผม...ผมก็กลัว

 

            ไหนจะคำพูดร้ายกาจที่มันกำลังด่าผมอีก จนต้องเถียง

 

            “กู...กูไม่ได้เป็น”

 

            “แล้วมึงจะว่ากูตาบอดหรือไงวะที่เห็นมึงเข้าหลังร้านไอ้เกย์นั่น!!!

 

          มันตามผมมาตั้งแต่เลิกเรียน!!!

 

            ความจริงที่ผมสั่นไปทั้งตัว ไม่คิดว่าจะไม่ระวังตัวขนาดนี้ ทั้งที่พี่ป้องพยายามกันผมไม่ให้มีข่าวลือแปลกๆ แต่ผมกลับทำตัวเอง

 

            “กู...กูแค่มาซื้อเค้ก”

           

            “อย่ามาโกหก มึงบอกเองว่าเกลียดของหวาน แล้วมึงจะมาทำไมถ้าไม่ได้เป็นอะไรกับไอ้เหี้ยนั่น! ตกลงมึงเองก็ถูกทะลวงตูดมาแล้วสินะ มึงเองก็...โว้ย กูขนหัวลุกเลยที่คิดว่านั่งข้างคนอย่างมึงมาตั้งสามปี” ไอ้เป้ไม่จบ มันด่าผมต่อไป และที่แย่กว่านั้นคือมันมีลูกคู่

 

            “ขยะแขยงว่ะไอ้กั๊ก”

 

            “พวกกูรับไม่ได้ว่ะ”

 

            พวกมันกำลังพูดใส่หน้าผม แต่ผม...หลอกลวงอะไรพวกมันหรือ

 

            ผมแค่ชอบของหวาน แค่เป็นแฟนกับผู้ชาย แค่เป็นคนที่อารมณ์ขึ้นง่าย นอกจากเรื่องพวกนี้ผมก็จริงใจกับพวกมันทุกอย่าง แต่มัน...กำลังมองผมเหมือนหนูในท่อที่ขึ้นมาขอเศษอาหารจากพวกมัน

 

          “อย่าเฉียดเข้ามาใกล้พวกกูอีกนะไอ้ตุ๊ด!

 

            มันพูดใส่หน้าผมเป็นคำสุดท้าย แล้วก็ส่ายหัว ทำท่าจะเดินไปทางอื่น แต่หมายความว่า...มันตัดผมขาดแล้ว

 

            ทุกอย่างที่ผมรักษามาสามปีกำลังจะหายวับไปกับตา

 

            โครม!!!

 

            “โอ๊ย ไอ้สัสกั๊ก!!!” กว่าผมจะรู้ตัว ผมก็ปาเค้กในมือใส่ไอ้เป้ ได้ยินเสียงมันกระแทกแล้วหล่นลงบนพื้นจนหน้าเละ ขณะที่ผมเองก็ตะโกนลั่นออกมาด้วยความกลัว

 

            “กูไม่ได้เป็นเกย์!!!

 

            พวกมันทำท่าจะเอาเรื่องผม แต่ไอ้เป้ห้ามไว้ คนตัวใหญ่ที่จ้องผมด้วยแววตารังเกียจ

 

            “กูไม่ได้เป็น พวกมึงได้ยินมั้ยว่ากูไม่ได้เป็น กูไม่ได้เป็นห่าอะไรกับเจ้าของร้านทั้งนั้น กูเองก็ไม่อยากเข้าใกล้พวกตุ๊ดเกย์แบบนั้นเหมือนกัน!!!” ความพยายามหลายปีของผม ทำให้ผมยื้อสถานะในกลุ่มเพื่อนเอาไว้ให้แน่นที่สุด ขนาดที่ผมเองก็ตะโกนลั่นว่าไม่ได้เป็นอะไรกับพี่ป้อง

 

            “กูแค่มาซื้อเค้กให้แม่ กูไม่ได้เป็นอย่างที่พวกมึงว่า กูไม่ได้สนห่าอะไรเจ้าของร้านด้วยซ้ำ!!!

 

            ผม...พูดอะไรออกมา

 

            ผมแคร์ไอ้พวกนี้ขนาดที่ต้องโกหกไปแบบนี้เลยหรือ

 

            ผมอยากจะโทษว่าเพราะผมรักษาความลับมาหลายปี ผมไม่อยากเห็นมันทลายไปต่อหน้า จนอะไรบางอย่างไม่รู้ผลักดันให้ผมพูดสิ่งที่ผมไม่ได้คิดออกมาแบบนี้

 

          “เจ้าของร้านจะเป็นอะไรก็ไม่เกี่ยวกับกู!!!

 

            ผมตะโกนออกไปเป็นคำสุดท้าย แต่เป็นคำที่ผมจะเสียใจไปตลอดชีวิต เพราะ...

 

            “น้องกั๊ก”

 

            ขวับ

 

            ผมสะดุ้งสุดตัว หันหลังกลับไปมองที่หน้าร้าน แล้วพบว่ามีหลายคนยืนดูอยู่ แต่คนที่ทำให้ผมใจหายวาบ รู้สึกเหมือนยืนไม่อยู่คือ...พี่ป้อง

 

            พี่แพมเป็นคนเรียกผมอย่างตกใจ แต่คนที่ยืนมองผมอย่างเสียใจคือพี่ป้อง

 

            คนที่คลายยิ้มช้าๆ หันไปมองเพื่อนผม แล้วก็ยืนยันให้ว่า...

 

            “พี่ไม่ได้รู้จักอะไรน้องคนนั้นครับ”

 

            พี่ป้องพูดแค่นี้แล้ว...หมุนตัวกลับเข้าร้าน

 

            “แพม พี่คิดว่าวันนี้พี่ไม่ค่อยสบาย เดี๋ยวปิดร้านเลยนะ ขอโทษลูกค้าแทนพี่ด้วย”

 

            “พี่ป้อง!!! พี่ป้อง!!!

 

          กูทำอะไรลงไป...นี่กูทำอะไรลงไป!!!

 

            ความคิดที่ร่างกายผมตัดสินใจ...ผมวิ่งตามพี่ป้องสุดฝีเท้า เอื้อมมือไปสุดแรงเพื่อที่จะไขว่คว้าชายเสื้อของเขาคนนั้นเอาไว้ให้แน่นที่สุด

 

            ช่างมัน พวกมันจะตัดเพื่อนก็ช่างมัน แต่ถ้าพี่ป้องตัดกูออกจากชีวิต...กูทนไม่ได้

 

          พี่ป้องฟังกั๊กก่อน ได้โปรด ฟังกั๊กก่อน

 

............................................

 

            ครบค่ะ หายไปทำวิทยานิพนธ์มาฮ้าบบบบ เสร็จแล้วด้วย นี่บอกแทบทุกเรื่องเลย แหะๆ ส่วนเนื้อหา จะว่าไงดีล่ะ เมย์ว่าไม่ว่าตอนไหนกลุ่มเพื่อนเป็นสิ่งสำคัญนะคะ ทุกคนอยากมีที่อยู่ทั้งนั้น โดยเฉพาะในโรงเรียน บางคนอาจจะติดแฟน แต่บางคนอาจจะติดเพื่อน ซึ่งกั๊กเป็นคนติดเพื่อนมาตลอดชีวิต ทำทุกอย่างเพื่อรักษาสถานภาพของตัวเอง ยึดที่อยู่ของตัวเองเอาไว้แน่น ขนาดที่ปิดบังตัวตนของตัวเองเอาไว้ เขาอาจจะโกรธที่เพื่อนด่าพี่ป้อง แต่พอเพื่อนด่าตัวเอง สิ่งที่เกิดขึ้นคือความกลัว ลองคิดภาพว่าตัวเองจะถูกเพื่อนแบนดูสิ เชื่อว่าหลายคนกลัวนะ แม้เมย์จะเป็นพวกไม่มีใครคบ (เอ๊ะเดี๋ยว มึงเป็นตัวอะไร ขนาดเพื่อนไม่คบเลยนะนั่น) เมย์ยังกลัวเลยหากเพื่อนสนิทตัวเองจะตัดเพื่อน นั่นแหละค่ะที่ผลักดันให้กั๊กพูดแบบนั้นออกไป ส่วนคนที่เสียใจ ไม่ใช่แค่พี่ป้องหรอก...ตัวเองด้วยนั่นแหละ

            คราวหน้ามาดูเทวดาเสียน้ำตาที่ไม่ได้เกิดจากการบีบน้ำตากันค่ะ น้ำมันตกลงมาจากตา ซึ่งเกิดจากความเสียใจ แฮ่ นานๆ จะมีบทโศกในเรื่องนี้เนอะ 

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมหวาน นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 438 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,682 ความคิดเห็น

  1. #25635 Masxy (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 08:14
    เสียใจ. สงสารพี้ป้อง

    มาเอากับเราม่ะ

    เราชอบกินเค้ก ชอบกินคนทำเค้กด้วยฮ่า
    #25,635
    0
  2. #25624 MyUniverseOSH (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 21:14
    ไอ่เป้!! ไอ่เพื่อนเฮี่ย!!!!แกมันพูดเกินไป ทำกับคนที่เป็นเพื่อนขนาดนี้ได้ยังไง ถึงเขาจะรักผู้ชายด้วยกันเขาก็รักเพื่อน ไม่เคยจะรังเกียจที่แกโง่

    หรือลวนลามแกซักหน่อย ได้!! รังเกียจกั๊กนักใช่มั้ย ชัันขอให้แกหลงรักผู้ชายบ้าง

    แล้วแกก็อยาก แล้วแกก็ร้องขอให้เขาทะลวงตูดแกบ้าง ไอ่เฮี่ย!!!!!
    #25,624
    0
  3. #25562 teeranan6270 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 14:58
    แงงงงงงง
    #25,562
    0
  4. #25523 Purim_purimprat (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 21:24
    ฮือออ สงสารน้อง จะไม่ว่าเลยนะถ้าน้องพูดแบบนั้น จะเข้าใจน้องด้วยซ้ำ น้องอยู่ในวัยนั้นคงรักเพื่อนมาก เห้ออออ สงสารน้องมากอ่ะ เพื่อนก็ทำเกินไป
    #25,523
    0
  5. #25478 Bee Pee Wee (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:51
    น้ำตาซึมละ แงงงงงง
    #25,478
    0
  6. #25453 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 17:06
    น้องงงงงง ง้อพี่ป้องก่อนนนน
    #25,453
    0
  7. #25406 maknae_ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 13:44

    เห็นใจคนที่นั่งอ่านบนรถบ้างงงน้ำตานองแล้วว

    #25,406
    0
  8. #25318 WaraphornSenagan (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 12:51

    กัํกลูก เสียเพื่อนหมา ๆ แบบนี้ไป ไม่น่าเสียดาย แต่เสียแฟนที่แคร์เราขนาดนี้ไปนะ มันจะเจ็บไปจนตายเลยนะลูก

    #25,318
    0
  9. #25221 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 13:27
    เพื่อนแบบนี่เลิกคบไปเบยยย
    #25,221
    0
  10. #25187 to_eyyyoooo (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 23:55
    เพื่อนแม่งเ-้ยจิง แต่ตอนนี้โคตหน่วง กั๊กปากไวมากลูกกก วงวารพี่ป้องสุด
    #25,187
    0
  11. #25165 BG_Y69 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 02:21
    มีเพื่อนแบบนี้ ยอมเปนคนไม่มีเพื่อนดีกว่า เพื่อนที่รังเกียจในสิ่งที่เพื่อนเปนแม่งเ-้ยจริงๆนั้นแหละ ที่ผ่านมาก้เปนเพื่อนกันมาตลอดแต่พอรู้สิ่งที่เพื่อนเปนกลับขยะแขยง เค้าจะเปนอะไรก้ไม่ผิดรึป่าวในเมื่อเค้าไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนไม่ได้ทำให้ใครเสียอนาคต เพื่อนแบบนี้ถึงไม่มีก้ไม่เสีนใจ ดีด้วยซ้ำที่ไม่ต้องใกล้กับคนที่เหยียบย้ำคนอื่น //กุอินนนนกุเศร้าาาา
    #25,165
    0
  12. #25157 MaMa_Meaw (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 00:27
    เหอะๆกั๊กเอ๊ย สุดท้ายก็เลือกที่จะทำร้ายจิตใจตัวเองและคนที่ตัวเองชอบ (ที่บอกว่าชอบก็เหมือนแค่ชอบป่ะ เพราะถ้ารักคงไม่พูดแบบนี้?)และเลือกยื้อเพื่อนเห้ๆสิ้นคิด คนเป็นเพื่อนค้องรับในสิ่งที่เพื่อนเป็นได้นะ 555
    #25,157
    0
  13. #25129 JongjitSriyan (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 15:31
    ฮืออออ กั๊กนะกั๊ก
    #25,129
    0
  14. #25115 birumu (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 01:16
    ฮึ่ยยยย เกลียดเป้แล้วนะ เกลียดเกย์นักก็ให้ได้กับเกย์ไปเลย
    #25,115
    0
  15. #25075 Choco'l Pis (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 20:02
    ฮือออออ กั๊กใจเย็นๆ นะคะ พี่ป้องสู้ๆ น้องเป้ทำไมเหยียดเพศขนาดนี้ฮือออออสงสัยจริงจังงง น้องมีเหตุผลอะไรไหมอะ อยากรู้
    สงสารพี่ป้องจังเลย ค่อยๆ คุยกันนะคะ ไม่ไหวแล้ววววว แงงงงง ไม่กล้าอ่านต่อแล้ววว ปิดตาร้องไห้ ใจไม่แข็งแรงพอ กลัวน้องกั๊กเสียใจ แต่ก็อยากให้น้องได้ข้อคิดดีๆ จากเรื่องที่ตัวเองผิด ที่น้องพูดไม่ดี เอาไงดีใจฉันนน โลเลลล ว้ากกกก
    #25,075
    0
  16. #25063 Miki_milky (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 23:00
    กั๊กคงต้องคิดให้ดีกว่านี้นะ สงสารจัง
    #25,063
    0
  17. วันที่ 9 กันยายน 2560 / 23:08
    เฮ้อ เราเป็นกั๊กก็คงทำแบบนั้น ไม่อยากเสียเพื่อน แต่เป้ทำไมทำแบบนี้ เป็นเพื่อนกันก็น่าจะยอมรับได้ ทำไมต้องรังเกียจ พี่ป้องเจ็บสุดแล้ววววว ฮือๆๆ
    #24,874
    0
  18. #24828 Fone2546 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 20:04
    อ่านตอนนี้แล้วรู้สึกกั๊กหนีมันหมดเลย แต่ก็เข้าใจนะ ไม่มีใครอยากถูกเพื่อนมองด้วยสายตาแบบนั้นหรอก
    #24,828
    0
  19. #24690 แคนต้าลูปปปป ^^ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 07:21
    หมั่นไส้เป้ว่ะ คงถูกอวยมาตลอดชีวิตสินะ ความคิดถึงได้เป็นแบบนี้ ขอให้โดนทำอยากปากตัวเองพูดเหอะ อารรมณ์เป้คล้ายๆไทป์อ่ะ แต่ไทป์มีเหตุผลแล้วธารก็เข้ามาช่วยจนหายได้ แต่เป้มีเหตุผลไรมะ ถ้าไม่มีนี่โคตรของโคตรแบบ....อะไรดี
    #24,690
    0
  20. #24597 tamamonomaai - 13 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 15:56
    สาธุ ๆ ขอให้เป้มันโดนทะลวงหน่อยเหอะ  จะได้รู้สึก  สงสารพี่ป้องเลยอ่ะ คือมันต้องเจ็บแค่ไหนกับการที่คนที่เรารักบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน แล้วประโยคที่พี่ป้องพูดออกมา  มันต้องทรมานแค่ไหน ฮือออออ  หนูเลือกผิดข้างแล้วลูกกั๊ก
    #24,597
    0
  21. #24033 PINKPENZ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 22:58
    บางที่ก็ลำคาญกั๊กนะ สงสารพี่ป้องอ่ะ
    #24,033
    0
  22. #24017 น้ำแข็งไสเย๊นเยน (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 14:30
    สงสารพี่ป้อง เสียใจน่าดู
    #24,017
    0
  23. #23801 HunNy_HunHun (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 17:47
    กั๊กเหมือนเด็กปัญญาอ่อนเลยเนอะ ขี้งอแง ทำอะไรตามใจตัวเอง ไม่พอใจอะไรก็ตะคอกเป็นเด็ก ๆ โตมาขนาดนี้แล้วยังควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้อีก มีสมองก็หัดใช้บ้างเหอะ
    #23,801
    2
    • #23801-1 poo_ka(จากตอนที่ 32)
      29 กรกฎาคม 2560 / 21:14
      แรงไปนะคะ คนอื่นยังไม่เเรงขนาดนี้เลยอ่ะ-*-
      (ไม่ได้เป็นคนโลกสวย)
      #23801-1
    • #23801-2 mai6862061(จากตอนที่ 32)
      1 สิงหาคม 2560 / 22:29
      ลองไปเป็นกั๊กดูสิ
      #23801-2
  24. #23628 ptmpss (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 13:29
    ส่วนตัวเชียร์เป้กับต้นน่า 555
    #23,628
    1
  25. #23540 Night Demon (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 20:48
    เป้ชอบกั๊กชัวร์ เห็นอาการออกหลายรอบแล้ว แล้วอาการที่รังเกียจเกย์นี่ก็อ่านยังไงก็คิดว่าเป็นอาการคนปกปิดความจริงมากกว่านะ ใช่รึเปล่าไม่รู้แต่คิดแบบนี้อะ
    #23,540
    0