[Yaoi] Sugar Addict หวานกว่าขนมก็ผมเนี่ยแหละ [Boy's Love]

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 เด็กอะไรลามกจัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 69,505
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 774 ครั้ง
    12 มิ.ย. 59




"ผมทำไงดี มันวูบวาบแล้ว T^T"


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ตอนที่ 2 เด็กอะไรลามกจัง

 

 

 

กั๊ก

 

            “เอาล่ะ หลุดแล้ว ทีหลังอย่าวิ่งแบบนี้นะครับ เดี๋ยวจะได้แผล”

 

            “เพราะพี่วิ่งตามผมนั่นแหละ แล้วเดี๋ยวจะได้แผลอะไร ผมได้แล้วเหอะ!

 

            พวกคุณว่าผมบ้าหรือเปล่า ทำไมผมถึงหน้าร้อนๆ ตอนมองพี่ผู้ชายตัวโตกว่าผมกำลังก้มหน้าก้มตาแกะเชือกรองเท้าที่พันกันให้ แถมผูกให้ใหม่อย่างไม่นึกรังเกียจรองเท้านักเรียนโทรมๆ ที่ใช้วิ่งหนีอาจารย์มาอย่างสมบุกสมบัน จนต้องโทษพี่แกเสียงขุ่น ทำเป็นลืมความจริงว่าผมเพิ่งจะใช้เสื้อพี่เขามาเช็ดหน้าอยู่หยกๆ จากนั้นก็ชี้แผลที่หัวเข่าให้ดู

 

            ล้มดังโครมนะครับ เข่านี่กระแทกพื้น แข้งนี่กระแทกถังขยะจนช้ำ แถมไถลลงไปนอนกองอีกต่างหาก ไม่มีแผลสิแปลก แต่ประเด็นคือไม่ยักกะเจ็บเท่าไหร่...ก็อายนี่หว่า!

 

            “เจ็บมากมั้ย”

 

            “ก็...ไม่มากเท่าไหร่”

 

            ผมว่าผมแพ้สีหน้าเป็นห่วงเป็นใยของพี่ร้านเค้กแน่ๆ เลยว่ะ จากที่ผมตั้งใจจะโกรธแก้เขิน เคืองแก้อาย ผมกลับตอบคำเสียงอ่อยๆ อ่อนลงซะฉิบ ได้แต่แอบมองหน้าคมๆ ที่กำลังทำหน้าเครียดราวกับว่าแผลแค่นี้เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย

 

            “พี่ขอโทษ พี่ไม่น่าทำให้น้องได้แผลเลย”

 

          คือมึงปฏิเสธก็ได้นะว่าไม่ได้ทำกูล้ม กูโง่วิ่งฟาดถังขยะของกูเอง

 

            ผมงี้จ๋อยเลย ไม่คิดเหมือนกันว่าจะทำให้พี่แกคิดเป็นจริงเป็นจังว่าทำผมเจ็บ จนพยายามยันตัวลุกขึ้น แต่แม่งงงงงง ช้ำไปทั้งตัวไง ผมก็เลย...

 

            “โอ๊ย!” แม่งตึงแผลที่หัวเข่าแรงมากจนเซ และได้พี่เขาช่วยจับเอาไว้

 

            “พี่ไม่มีอะไรติดมาด้วยสิ เอางี้...ไปที่ร้านพี่ดีกว่า”

 

          ห้ะ!

 

            “ไม่ไป!

 

            ผมก็ร้องน่ะสิ ใครมันจะกล้าเข้าร้านที่เพิ่งทำขนมถ้วยฟูฟูกลางร้านมาหลัดๆ แต่การที่ผมร้องเสียงดังลั่น ตะเบ็งเสียงแรงๆ ทำเอาพี่เจ้าของร้านหน้าเสียเลย

 

            “ไม่ชอบร้านพี่ขนาดนั้นเลยหรือครับ”

 

            “เฮ้ย ปะ...เปล่า”

 

            “บอกความจริงพี่มาก็ได้ครับ พี่รับได้นะ”

 

          รับได้ห่าอะไรวะครับ

 

            ผมนี่งง มองคนที่กำลังถอนหายใจ แล้วส่งยิ้มฝืนๆ ให้

 

            “เมื่อวานพอน้องกินเค้กก็วิ่งออกจากร้านไปเลย แถมลืมน้ำที่สั่งอีก พี่ก็เป็นห่วงว่าน้องเป็นอะไรหรือเปล่า แพมก็สงสัยว่าน้องไม่ชอบที่พี่ยัดเยียดให้กินขนมหรือเปล่า พี่เองก็พยายามนอนคิดทั้งคืนว่าพี่เผลอทำอะไรไม่ดีกับน้องหรือเปล่า จนอดไม่ได้ที่จะมาดักหน้าโรงเรียน ถ้าพี่ทำอะไรให้ไม่พอใจก็ขอโทษนะครับ แถมยังทำให้เราเจ็บตัวแบบนี้อีก”

 

            พี่ร้านเค้กพูดซะยาว แต่ผมตอบกลับไปได้แค่...

 

            “ห้ะ!

 

          กูเนี่ยนะไม่ชอบร้านเค้ก กูเนี่ยนะถูกทำไม่ดีใส่ เหย กูไม่ใช่หรือที่เสียมารยาทวิ่งออกมาทั้งอย่างนั้น แถมอัปรีย์จัด เอากลับไปรูดที่ห้องน้ำโรงเรียนซะเฉยๆ แล้วทำไมพี่เขาขอโทษกูล่ะ

 

            “พี่ขอโทษนะครับ ไม่ได้อยากทำให้น้องเจ็บตัวแบบนี้เลย...”

 

            “เดี๋ยวพี่!!!

 

            ผมควรจะเจ็บล่ะนะที่จู่ๆ พี่แกก็ยกมือจับข้างแผลของผม แต่พี่แกมือเบามาก ผมจึงเป็นฝ่ายแทรกเสียงดัง ยื่นมือกลับไปคว้าชายเสื้อที่มีรอยเป็นปื้นจากเหงื่อผมอยู่ แล้วรีบละล่ำละลักบอก

 

            “พี่เข้าใจผิดแล้ว ผมไม่ได้ไม่ชอบร้านพี่นะ ไม่ได้ไม่ชอบที่พี่ให้กินเค้กด้วย ผม...ผม คือผม เออใช่ๆ เมื่อวาน ผมนึกได้ว่ามีธุระ จริงๆ นะพี่ ธุระด่วน โคตรด่วน แบบนึกได้แล้วต้องรีบ กลัวไปไม่ทัน ผมต่างหากที่ต้องขอโทษพี่ที่ทำให้คิดมาก ขอโทษนะพี่”

 

            ผมก็มีมารยาทเหมือนกันนะ ผมอาจจะอยู่ในแก๊งเด็กเก แต่พ่อแม่ก็สอนผมมาดี ผมเลยยกมือไหว้ขอโทษพี่เขา ทั้งยังโล่งแทบตาย...ความลับกูยังไม่แตกไง!

 

          เฮ้อ ตกลงว่าที่วิ่งตามนี่แค่รู้สึกผิด ให้ตาย แล้วกูจะวิ่งหนีทำส้นตีนอะไรวะ

 

            “อูย เจ็บตัวฟรี” ผมพึมพำ ก้มลงกุมเข่าตัวเองมั่น แล้วเชื่อขนมแดกได้เลยว่าผมไม่เคยคิดฝันเลยว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับผม...

 

            หมับ

 

            “เอ้า ฮึบ”

 

            “เฮ้ย!!!! พี่อุ้มผมทำไม!

 

            แม่เจ้าโว้ย ไอ้กั๊กถูกอุ้ม ไม่ใช่อุ้มท่าธรรมดาด้วยนะ...ท่าเจ้าสาว!

 

          เหยดเป็ด!

 

            ผมก็ดิ้นดิวะ ผู้ชายอกสามศอกถูกอุ้มแบบนี้ใครจะดีใจ ผมงี้ดันไหล่พี่ร้านเค้กแรงมาก ขณะที่พี่เขาก็กระชับตัวผมเอาไว้มั่น แล้วแบบมือนี่ต้องโอบหลังแน่นขนาดนั้นเลยหรือวะ แล้วอีกข้างอะอีกข้าง พี่ต้องช้อนใกล้แก้มก้นผมขนาดนั้นเลยหรือ!

 

          ไม่ใช่อะไรหรอก กูเสียว

 

            “เดี๋ยวพี่พาไปทำแผล”

 

            “ทำแผลแล้วอุ้มผมทำไม!

 

            “ก็เมื่อกี้น้องลุกไม่ไหวนี่ครับ เดี๋ยวพี่อุ้มไปเอง ทนนิดนะ ร้านพี่อยู่ตรงนี้เอง”

 

            ผมส่ายหน้าหัวแทบหลุด เพราะไอ้แค่ตรงนี้เอง มันหมายความว่าผมต้องถูกอุ้มกลับไปหน้าซอย จากนั้นก็เดินเลียบถนนกลับไปหน้าร้าน...เลียบถนนนะโว้ย ไม่ใช่เดินในป่าดงดิบ คนเป็นร้อย ใครมันจะยอมให้อุ้ม!

 

            “ไม่เอา ปล่อยผมนะ!” ผมพยายามดิ้นปัดๆ เพราะกลัวตกอยู่เหมือนกัน นี่เข่าช้ำ แข้งเจ็บ ผมไม่อยากหลังเดาะอีกอย่าง ขณะที่พี่หน้าหล่อก็ก้มลงมาถาม

 

            “ทำไมครับ”

 

            อ๋อย ผมแพ้สายตาพี่เขาแน่ๆ เลยว่ะ

 

            ไงดีล่ะ พี่ร้านเค้กไม่ได้มองผมด้วยแววตาน่ากลัวหรอกนะ พี่เขามองด้วยแววตาปกติ คือสงสัยจริงๆ เป็นห่วงจริงๆ กังวลจริงๆ กลัวว่าจะทำผมเจ็บจริงๆ ทำเอาคนคิดไม่ดีอย่างผมนี่อ่อนลงทีละน้อย ไม่ดิ จริงๆ แม่งอ่อนยวบแล้ว ยิ่งตอนที่พี่แก...

 

            “ฮึบ”

 

            โยนผมขึ้นเบาๆ เพื่อกระชับตัวผมแน่นขึ้น แล้วนึกภาพออกมั้ย พอยิ่งกระชับกอด ตัวผมทั้งตัวก็แนบไปกับอกพี่เขา มือที่ดันไหล่ก็รีบคว้าคอพี่ร้านเค้กไว้มั่น รู้ถึงไอร้อนๆ เหงื่ออุ่นๆ จากการที่วิ่งตามผม แถมมีแค่เสื้อผ้ากั้นกันอีก

 

            ผมสาบานได้ว่าผมเพื่อนเยอะ เล่นกับมันมาเยอะ ดังนั้นไอ้ที่ตัวโดนตัวกับผู้ชายเนี่ยมันควรจะทำให้ผมเฉยๆ ใช่มั้ย แต่ผมบอกยังว่าอกพี่แกแข็งฉิบหายเลยล่ะ เหมือนกำแพงเหล็กที่ทำเอาผมรู้สึกว่าตัวจ้อยลงไปอีก แถมอกอุ่นๆ มันทำให้ผมร้อนด้วย...ร้อนไปทั้งหน้า

 

            ฟึ่บ

 

            “พี่ เอาจริงนะ ปล่อยผมเหอะ” ดังนั้นผมจึงซุกหน้าเข้ากับหัวไหล่พี่แกข้างหนึ่ง รู้ว่าพี่ร้านเค้กมองอยู่ และคงต้องการคำตอบ และไอ้ผีตัวเดิมก็เสือกยังไม่ออกจากร่างผมไง ผมเลยอู้อี้ที่หัวไหล่เบาๆ

 

          “ผม...อาย”

 

            “...”

 

            พี่เขาไม่ถามอะไรต่อ แค่ยอมวางผมลงมายืนบนพื้นอีกครั้ง แต่ยังไม่ยอมปล่อยมือจากหลังผม ก้มลงมองมาแน่ๆ เพราะผมรู้สึกได้ และนั่นก็ทำให้ผมทำใจกล้าเงยหน้าขึ้นไปสบตา แล้วพบดวงตา...โคตรเอ็นดู

 

            “น้องชื่ออะไรครับ”

 

            “กั๊ก” ผมงึมงำ

 

            “พี่ชื่อป้องนะครับ”

 

            ผมพยักหน้าหงึกๆ คือในหัวแม่งคิดอะไรไม่ออกแล้วไง และยิ่งเบิกตากว้างอีกนิด เมื่อ...

 

            หมับ

 

            พี่ป้องอะไรนี่ยอมปล่อยเอวผมแล้ว แต่เลื่อนมาจับมือผมไว้แทน จากนั้นก็หมุนตัวแล้วเริ่มออกเดิน

 

          “ถ้าจับมือแทน น้องกั๊กไม่ว่าอะไรพี่ป้องใช่มั้ยครับ”

 

            ผมว่าความลับผมเยอะแล้วนะ แต่ผมเพิ่งรู้ว่ามีความลับอีกข้อ...ผมแพ้ตอนที่ถูกเรียกว่า น้องกั๊ก

 

            กูอยากจะถามให้ลั่นโลกว่าพี่ไม่มียางอายหรือไงวะถึงกล้าเรียกแทนตัวเองว่าพี่ป้อง เรียกกูว่าน้องกั๊ก แล้วไอ้กั๊กมึงบ้าหรือเปล่า บ้าหรือเปล่าวะ บ้าที่เขินกับคำว่า...น้อง

 

            ย๊ากกกกกก แล้วทำไมมือใหญ่ๆ ร้อนๆ ทำให้กูร้อนอย่างอื่นด้วยวะ!

 

....................................................

 

            ต่อค่ะ

 

            ผมว่าผมตกอยู่ในห้วงความคิดตัวเองนานเกินไปหน่อยแล้ว เผลอแป๊บเดียว ผมก็ถูกพี่ป้องอะไรนี่จูงมือมาถึงร้านเค้ก แต่จากสภาพแบบนี้...

 

            “เฮ้ย ตัวผมยังกับกลิ่นหนูตาย ผมไม่เข้านะ”

 

            นอกจากสะบัดมือพี่เขาทิ้ง (เพราะเพิ่งนึกได้) ผมก็ยืนยันด้วยการก้มลงมองสภาพตัวเองที่แม้เสื้อผ้าจะไม่ได้ดูสกปรกสักเท่าไหร่ แต่ขยะเน่าตกใส่ตัวนะ กลิ่นนี่ไม่เหมาะเข้าไปในร้านขนมกลิ่นหวานๆ แน่ และนั่นก็ทำให้พี่ป้อง...ยิ้ม

 

            “ทางนี้ครับ”

 

            พี่แกเดินนำไปทางด้านข้างของอาคาร จนผมสงสัยว่าจะถูกลวงไปฆ่าหรือเปล่า แต่ก็ยอมเดินลากขาตามไปต้อยๆ แล้วก็ถึงบางอ้อ เมื่อเจอประตูหนึ่งบาน และพี่เจ้าของร้านไขกุญแจเข้าไป

 

            ห้องครัวครับ

 

            ตรงหน้าผมคือห้องครัวหน้าตาทันสมัยราวกับหลุดออกมาจากร้านขนมในทีวี...ตู้เย็น ไม่สิ แบบนี้น่าจะเรียกตู้แช่ตู้ใหญ่มากวางติดกับผนังด้านหนึ่ง ขณะที่ชิดกันก็มีเตาแก๊สซึ่งมีหม้อหลายขนาดวางอยู่ ถัดมาอีกด้านมีเตาอบสีเงินขนาดใหญ่ที่น่าจะอบเค้กพร้อมกันทีละหลายปอนด์ ตรงกลางห้องมีเคาน์เตอร์สีเงินยาวลากมาจากผนังที่มีอุปกรณ์ทำเค้กครบครัน

 

            แล้วที่เด็ดสุด...กลิ่นหอมมาก หอมสุดๆ ไปเลย

 

            ขณะที่พี่ป้องก็เดินไปหน้าเตาอบ กดปุ่มข้างเตา ไฟด้านในก็สว่างวาบขึ้นมาให้เห็นเนื้อเค้กที่กำลังอบอยู่ จนห้ามขาแทบตายที่จะไม่พุ่งเข้าไปดูด้วย

 

            “พี่ปล่อยเค้กเอาไว้งี้อะนะ” แต่ตอนนี้ผมสงสัยมากกว่าว่าคุณเจ้าของร้านแกเล่นอบเค้กทิ้งไว้ แล้วไปดักผมหน้าโรงเรียนเนี่ยนะ

 

            “ต้องอบสี่สิบนาทีน่ะครับ พอพี่เอาเข้าเตาก็ออกไปเลย บอกให้แพมคอยเข้ามาเช็กอยู่เหมือนกัน อ้อ แพมคือผู้หญิงที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์” ผมพยักหน้าหงึกๆ แบบที่พี่เจ้าของร้านก็บอกให้ผมรอแป๊บ แล้วเดินทะลุครัวออกไปทางหน้าร้าน

 

            “แพม พี่มาแล้วนะ เดี๋ยวพี่ขอขึ้นไปข้างบนแป๊บนึง”

 

            “เร็วๆ เลยพี่ป้อง เด็กเลิกเรียนแล้ว แพมคนเดียวทำไม่ไหวนะ”

 

            ผมได้ยินเขาคุยกัน เดาได้เลยว่าทั้งร้านต้องเต็มไปด้วยลูกค้าผู้หญิงอีกแน่ๆ จนบอกได้เลยว่าจะไม่โผล่หน้าไปทางหน้าร้านเด็ดๆ น่ะ ในนี้หอมกว่ากันเยอะ

 

            ความคิดที่ผมเริ่มกระเถิบๆ ไปทางหน้าเตาอบ ตานี่จ้องปุ่มเปิดไฟแรงมาก คันมือยิบๆ อยากลองกดเล่นดูบ้าง แต่...

 

            “มาครับ พี่พาไปข้างบน”

 

            “หือ ทำไมผมต้องขึ้นไปข้างบน”

 

            ผมอาจจะเดินตามพี่เขามาต้อยๆ แต่ผมไม่บ้าขนาดเดินตามคนแปลกหน้าไปไหนต่อไหนหรอกนะ ขืนหลอกผมไปฆ่าจะทำไง

 

            ผมคงทำหน้าระแวงมากจริงๆ เพราะพี่ป้องเกาหลังคอ บอกเสียงแห้งๆ

 

            “พี่ก็ลืมไปครับว่าเราเพิ่งเจอกัน คือพี่จะพาน้องกั๊กไปล้างแผล ชั้นบนเป็นห้องพี่เอง น้องกั๊กจะได้อาบน้ำด้วย กลับไปทั้งแบบนี้คงไม่ดีแน่” พูดอย่างเดียวผมก็เข้าใจแล้วป่ะ อะไรคือการกวาดสายตามองสภาพให้ผมนึกรู้ล่ะว่าตัวเองทุเรศทุรังขนาดไหน

 

            ถ้ากลับรถเมล์คงไม่มีใครกล้านั่งข้างๆ ถ้ากลับแท็กซี่คงถูกไล่ลงจากรถ

 

            ผมเลย...เดินตามพี่ป้องไปแต่โดยดีไงล่ะ โธ่ งานนี้ไม่มีทางเลือกนี่นะ

 

            “ชั้นสองพี่เอาไว้เก็บของ รกหน่อยนะ” ผมขึ้นมาถึงชั้นสองแล้วพบว่าชั้นนี้เอาไว้เก็บวัตถุดิบทำขนมทั้งนั้น และตราบใดที่มันยังไม่อบพร้อมกิน ผมก็ไม่สนใจหรอก ก็เลยเดินตามขึ้นมาถึงชั้นสาม จนเจอกับประตูไม้บานใหญ่ที่เจ้าของร้านไขกุญแจเข้าไป

 

            แอ๊ดดดดด

 

          แม่เจ้าโว้ย ยังกับคอนโด!

 

            ใครจะคิดล่ะว่าด้านบนร้านเค้กจะเป็นห้องสวยที่ถูกแต่งบิวท์อินทั้งห้อง เฟอร์นิเจอร์ครบชุด ไหนจะหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่ทำให้แสงสว่างส่องลอดเข้ามาเห็นผนังสีอบอุ่น ตกแต่งด้วยรูปภาพและของประดับที่ทำให้ห้องนี้ยิ่งน่าอยู่ แต่ไม่ได้ดูเนี๊ยบเกินไปเหมือนตามนิตยสาร เพราะยังมีเสื้อวางพาดอยู่บนโซฟา ไหนจะหนังสือสูตรอาหารต่างประเทศที่วางคั่นหน้าอยู่บนโต๊ะรับแขก

 

            ผมว่าที่บอกมามันก็น่าทึ่งหรอกนะ แต่ที่ทึ่งที่สุดคือ ชั้นบนนี้ตีทะลุกันระหว่างชั้นสามกับชั้นสี่!

 

            อาคารนี้ไม่เหมือนมีชั้นที่สี่หรอก เหมือนเป็นชั้นลอยมากกว่า เพราะระหว่างทั้งสองชั้นไม่มีเพดานกั้นระหว่างกัน มีเพียงบันไดไม้สีดำสนิทแบบโมเดิร์นที่พาดขึ้นไปยังชั้นลอย เปิดทุกอย่างให้โล่งสบาย มีราวกั้นตรงขอบชั้นลอยที่ผมเดาเล่นๆ ว่าต้องเป็นห้องนอน และ...

 

            “ห้องน้ำชั้นนี้ครับ” พี่ป้องเดินนำขึ้นชั้นลอยไปแล้ว จนผมต้องชี้ไปอีกทาง

 

            “แล้วห้องน้ำนั่นล่ะพี่”

 

            ผมไม่บ้า (?) เดินตามเขาเข้าห้องนอนหรอกนะ

 

            “ห้องข้างล่างมีแค่ห้องส้วมครับ อาบน้ำไม่ได้”

 

            โอเค เหตุผลผ่าน ผมเดินตามพี่เขาขึ้นไปก็ได้

 

            สุดท้าย ผมก็เดินจับราวบันไดขึ้นไปชั้นลอยอยู่ดี แล้วพบว่า...พี่แกต้องรวยเบอร์ไหนวะถึงทำห้องซะสวยฉิบงี้ได้

 

            ห้องชั้นบนเป็นห้องนอนตามที่ผมคิดจริงๆ แต่ไม่มีประตู ไม่มีผนัง เป็นส่วนเปิดโล่งที่ทำให้มองลงมาเห็นห้องรับแขกและครัวเปิดชั้นล่าง เตียงนอนก็เป็นแบบเตียงพื้นเตี้ยเก๋ๆ ที่เอาไว้วางฟูกหนาสักสิบสามนิ้วได้ ซึ่งการที่มันดูติดพื้นทำให้ยิ่งน่าล้มตัวลงนอน ยิ่งมีผ้าห่มตวัดทิ้งไว้ลวกๆ แบบนั้น ข้างเตียงฝั่งหนึ่งมีโต๊ะตัวเตี้ยไว้วางของ ถัดไปอีกหน่อยก็เป็นห้องน้ำ

 

            ผมนี่โล่งเลยที่พี่เขาไม่ฮาร์ดคอร์ขนาดเปิดผนังห้องน้ำโล่งๆ เพราะยังมีกั้นสัดส่วนเอาไว้บังสายตาคนข้างนอก ข้างๆ ก็มีตู้เสื้อผ้าติดผนังที่เจ้าของห้องกำลังเปิดออก รื้อหาผ้าขนหนูกับเสื้อผ้าสะอาดมาให้

 

            “น้องกั๊กใส่เสื้อพี่ได้มั้ยครับ”

 

            “พี่จะหาว่าผมเตี้ยใช่มั้ย”

 

            ผมเปล่าหาเรื่องนะ แต่เพราะถูกแซวบ่อยจนแอบขุ่น แบบที่พี่ป้องหันมามองหน้าทันที แล้วส่ายหน้าแรงๆ

 

            “ไม่ใช่ครับ พี่หมายความว่าน้องกั๊กไม่รังเกียจที่จะใส่เสื้อผ้าพี่ใช่มั้ย”

 

          แหง่ะ เจอดอกนี้เข้าไป จ๋อยเลยกู

 

            ผมงี้หน้าเสียทันที เข้าใจผิดไปเต็มเปานึกว่าพี่แกจะแซว ก็ดูเด้ ตัวออกจะใหญ่ สูงกว่าผมตั้งเยอะ คนทั่วไปแม่งต้องแซวแน่ๆ ว่าใส่เสื้อผ้าเขาไม่ได้ ใครจะนึกล่ะว่าพี่แกคิดเรื่องรังเกียจไม่รังเกียจ ผมก็เลย...

 

            หมับ

 

            คว้าเสื้อในมือแม่ง

 

            “รังเกียจอะไรของพี่ แค่ให้ผมมาอาบน้ำก็เป็นพระคุณแล้ว ผมใช้ห้องน้ำได้ใช่ป่ะ”

 

            “เชิญเลยครับ...เดินไหวใช่มั้ย” นั่น พี่แกยังห่วง

 

            “ผมก็เดินขึ้นมาสี่ชั้นได้ก็แล้วกัน” ผมเลยยักคิ้วให้ ทำหน้าอวดเก่งใส่ อยากให้บรรยากาศแปลกๆ มันหายไป แล้วถูกด่าว่ากวนตีน แต่ประเด็นคือไม่ใช่ไง พี่ป้องแม่งหัวเราะเบาๆ เข้าใจมั้ยครับ หัวเราะในคอที่ปล่อยเสียงทุ้มๆ นุ้มๆ ออกมาโจมตี แล้วก็ยื่นมือมาวางบนหัว

 

            “เก่งมากครับเด็กดี...เดี๋ยวพี่ขึ้นมาทำแผลให้นะ พี่ขอลงไปช่วยข้างล่างก่อน”

 

            ผมควรจะสะบัดหัวหนีใช่ป่ะ แต่เสือกสตั้นท์ตั้งแต่คำว่าเด็กดีแล้วไง ได้แต่มองคนที่ผละไปทางตู้เสื้อผ้า ถอดเสื้ออย่างว่องไวแบบที่ผมนี่เบิกตากว้าง

 

            เปล่า ไม่ได้จะกรี๊ดแบบพวกผู้หญิงที่จู่ๆ เห็นแผ่นหลังสีคร้ามแดด ผมแค่รู้สึกว่า...แม่งน่าซบ!

 

            ทำไมหลังผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่มันดูกว้างงี้วะ!

 

            ผมว่าตั้งแต่ผมเจอไอ้พี่ป้องคนนี้ ผมคิดดีไม่ค่อยได้จริงๆ

 

            เอื้อก

 

          ให้ตาย กูกลืนน้ำลายหนักมากจริงๆ

 

            ผมรีบเบือนหน้าหนี ในจังหวะที่พี่เขาสวมเสื้ออย่างว่องไว คว้าชุดคลุมสีขาวที่หน้าตาเหมือนพวกพ่อครัวในทีวี แล้วก้าวเร็วๆ ลงไปชั้นล่าง แต่ก่อนที่ผมจะหมุนตัวเข้าไปอาบน้ำ...

 

            “น้องกั๊ก”

 

            “หืม” ผมก็ยื่นหน้าผ่านราวกั้นลงไปมอง เห็นพี่ป้องกำลังสวมชุดเชฟทับเสื้อยืด เงยหน้าส่งยิ้มมาให้

 

            “พี่ว่าน้องกั๊กไม่ได้เตี้ยหรอกครับ”

 

            ผมงี้ตาวาวเลยตอนได้ยินคำว่าเตี้ย แต่...

 

          “พี่ว่าน้องกั๊กน่ารักน่าเอ็นดูดีออก”

 

            ไอ้พี่เจ้าของร้านพูดแค่นั้น แล้วออกไปเลย ปล่อยให้ผม...อึ้งแดก

 

            “คะ...ใครน่ารักวะ ใครน่าเอ็นดู ผู้ชายที่ไหนจะชอบให้ชมว่าน่ารักวะ บ้าป่ะมึง”

 

          ไอ้กั๊ก มึงนั่นแหละบ้าป่ะ มึงเสือกยิ้มทำห่าอะไรวะที่ถูกชมว่าน่ารัก!

 

            ผมพยายามดึงมุมปากให้โค้งลง งึมงำกับตัวเอง

 

            “เดี๊ยะๆ เดี๋ยวไอ้คนน่าเอ็นดูคนนี้ยกเค้าหมดห้อง กล้าให้คนแปลกหน้าเข้าห้องได้ไงวะเนี่ย”

 

            แต่แปลกเนอะ ทำไมผมถึงหุบยิ้มกับคำพูดของคนแปลกหน้าไม่ลงกันล่ะ

 

..............................................

 

            ต่อค่ะ

 

            “ฮ้า สบายสุดๆ ไปเลย”

 

            หลังจากอาบน้ำจนสะอาดเอี่ยม ผมก็สบายตัว เดินใช้ผ้าขนหนูซับน้ำบนหัวและถือเสื้อผ้าสกปรกออกมาจากห้องน้ำอย่างสบายอารมณ์ แม้จะมีเรื่องขัดใจเล็กๆ เมื่อมองกระจกก็ตาม

 

          กูตัวเล็กไป หรือเสื้อพี่แกใหญ่เกินวะ

 

            ผมว่าผมก็ได้เสื้อยืดมาเปลี่ยนนะ แต่เพราะไอ้เสื้อไซส์ฝรั่งหรือไงไม่รู้ที่ทำให้ปกติผมใส่ไซส์ S ของผู้ชาย หรือดีหน่อยก็ไซส์ M รู้สึกว่าเสื้อมันยาวแบบปิดมาถึงหน้าขา ขนาดที่สวมบ็อกเซอร์ตัวเก่งเอาไว้ ชายของบ็อกเซอร์ยังเลยมานิดเดียว

 

            “ก็พี่เอาความสูงพ่อไปหมดแล้ว” ผมประชด เอาให้พี่ชายที่อยู่ขอนแก่นจามแม่งเลย

 

            พ่อผมเป็นผู้ชายตัวโต แต่แม่ผมนี่ยังสูงไม่ถึงร้อยหกสิบเลย ผมนี่ได้แม่มาเต็มๆ ทั้งหน้าทั้งส่วนสูง

 

            “ช่างเหอะว่ะ แล้วกูจะกลับไง”

 

            เออ จะกลับไง ในเมื่อกางเกงที่พี่ป้องให้ยืมมันยาวอุบาทว์มาก

 

            มันก็เป็นกางเกงยางยืดผูกเชือกหรอกนะ แต่เพราะความสูงมันต่างกันมาก พี่ป้องอาจจะใส่พอดีเข่า แต่ผมนี่ใส่ยาวลงมาโคตรตัวโคร่ง ทั้งยังครูดแผล แถมน่าเกลียดสุดๆ ก็เลยไม่ใส่มันซะเลย ยังไงผมก็เป็นเด็กสิบเจ็ดที่ห่วงภาพลักษณ์ตัวเองนะ ให้ใส่กางเกงมีกลิ่นกลับบ้านยังดีกว่าเหมือนเด็กขโมยกางเกงพ่อมาใส่

 

            “แล้วกูจะทำไรดีวะ”

 

            นั่นสิ ผมอาบน้ำเสร็จแล้ว แต่เจ้าของห้องยังไม่กลับมา พอก้มลงมองแผลก็พบว่าหนังลอก เห็นเนื้อข้างในสีแดงแจ๋ เลือดยังซิบๆ อยู่เลย แข้งก็ช้ำเป็นรอยเขียวๆ ที่เดี๋ยวคงเปลี่ยนสีจนได้ ใจก็อยากทำแผลหรอกนะ เพราะผมไม่ได้กลัวพวกเบตาดีน แสบก็จริง แต่มีเรื่องบ่อยจนชิน แถมทำให้แผลแห้งไวด้วย แต่ผมก็ไม่กล้ารื้อค้นห้องคนที่เพิ่งเจอกันเป็นครั้งที่สองหรอก

 

            โครกกกกก

 

            “แถมหิวสัส!

 

            โหย ผมก็เป็นเด็กวัยรุ่นที่กินได้วันละสี่ห้ามื้อนะ ช่วงก่อนมื้อเย็นผมก็มักจะหาอะไรแดกหน้าโรงเรียนนั่นแหละ แต่วันนี้ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องนอกจากอาหารเที่ยง มันก็เลยหิว และเพราะผมหิว จมูกผมก็ทำงานดีกว่าปกติ

 

            ฟุดฟิดๆ

 

            “หอมมาถึงนี่เลยหรือวะ”

 

            ผมเกลียดตัวเองที่น้ำลายสอแล้ว เมื่อได้กลิ่นจางๆ ของขนมหวานที่คงลอยมาจากชั้นล่าง เร่งอาการน้ำ (ย่อย) เดิน ได้แต่ลูบท้องป้อยๆ แต่ไม่กล้าไปรื้อตู้เย็นตรงชั้นล่างกิน

 

            “หอมจริงๆ ว่ะ”

 

            ตอนแรกผมไม่ทันสังเกต แต่พอไม่มีอะไรทำ ผมก็ฟูดกลิ่นไปเต็มปอด รู้สึกถึงกลิ่นหวานหอมจางๆ ที่ลอยอวลอยู่ในห้อง และมันก็ทำให้ผมตัวร้อนแปลกๆ เหมือนกับถูกกลิ่นหอมลึกลับลวงให้เดินไปทางกาม

 

          เออ กูไม่พูดให้สวยก็ได้ กูของขึ้น พอใจมั้ย

 

            ผมว่ากลิ่นมันเหมือนลอยมาจากชั้นลอยเนี่ยล่ะ ผมเลยสวมลอยเป็นไอ้มู่หมาผมดมหากลิ่น และมัน...มาจากตะกร้าผ้า

 

            หมับ

 

            ฟุดฟิดๆ

 

            “มาจากไอ้นี่แน่ๆ!

 

            ผมคว้าเสื้อสีน้ำเงินมาจากตะกร้าผ้าใส่แล้ว แล้วอย่าหาว่าผมโรคจิต แต่ผมเอาเสื้อใส่แล้วขึ้นมาดม และมันใช่มาก กลิ่นน่าจะเป็นวานิลลาเข้มข้นที่ทำเอาจมูกผมเพี้ยนไปเลย

 

            ไม่ใช่ไม่ชอบนะ แต่มันหอมมาก หอมแบบ...ยั่วอารมณ์

 

            ผมสงสัยว่าพี่ป้องทำกลิ่นวานิลลาหกใส่เสื้อหรือเปล่า แต่ผมไม่อยากหาคำตอบ ผมรู้แค่ว่ากลิ่นหอมจัดมันอวลอยู่ในจมูกของผม จนผมทิ้งตัวลงไปนั่งบนพื้น มือข้างหนึ่งเอาเสื้อมาชิดปลายจมูก สูดดมมันเต็มแรง ขณะที่มืออีกข้างก็ลูบๆ วนๆ อยู่แถวท้องน้อย และบอกได้เลยว่า...เสียวครับ

 

            แค่ผมเอามือแตะท้องตัวเองก็เสียวแล้ว

 

            ผมกัดปากตัวเอง เหลือบมองชั้นล่างอีกนิด เข้าข้างตัวเองว่าเจ้าของร้านต้องยุ่งมากแน่ๆ เพราะงั้นถ้าผมจะฆ่าเวลาก็คงไม่ผิด เลยจัดการถอดบ็อกเซอร์ลงมาที่สะโพก ลืมความจริงไปว่ากำลังเอาเสื้อเขามาเพิ่มอารมณ์ จากนั้น...

 

            จากนั้นไปเจอกันที่บล็อกค่ะ^^



 





 

 

 

ต่อจากบล็อกค่ะ

 

            “แฮก แฮก แฮก...”

 

            ผมหอบหายใจในคอ หลับตาพริ้ม ดื่มด่ำความสุขของการขึ้นสวรรค์ ก่อนจะกลับมาเจอนรกที่ผมได้ทำลงไป

 

            “ฟินสุดๆ” ผมว่าเสียงอู้อี้ ยิ้มเคลิ้มๆ คว้าเสื้อตัวเดิมขึ้นมาพอดีสายตา มองน้ำขุ่นที่เลอะบนนั้น แล้ว...

 

            “ฮืออออออ กูกามแอดวานซ์ขนาดนี้แล้วหรือวะ”

 

          กูเอาเสื้อคนอื่นมาดมจนเสร็จ!

 

            ผมงี้อยากตาย ขณะที่ยันตัวขึ้นมานั่งขัดสมาธิอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันจะคิดหาทางออก ไม่สิ ยังไม่ทันจะได้คว้าบ็อกเซอร์มาสวมด้วยซ้ำ...

 

            แอ๊ดดดด

 

          “น้องกั๊กเป็นไงบ้างครับ”

 

          เหี้ยแล้ว!!!

 

            ผมงี้ตาเบิกโพลงทันทีที่ได้ยินเสียงประตูเปิด ทั้งยังตามมาด้วยเสียงเป็นห่วงเป็นใย จนร่างกายผมไปเร็วกว่าสมอง

 

            ปัง!!!

 

            ผมคลานสี่คูณร้อยกลับเข้าห้องน้ำ ปิดประตูเสียงดัง ทั้งยังกำเสื้อที่เป็นหลักฐานปากเอกเอาไว้มั่น แต่...เสือกลืมบ็อกเซอร์

 

          ทำไงดีวะ ทำไงดี!!!!

 

            ผมได้แต่ถาม ยามก้มลงมองตัวเองที่มีแค่เสื้อสองตัว ตัวหนึ่งสวมเอาไว้ แต่อีกตัว...เลอะคราบน้ำกามจนเหนียวข้น

 

            ผมต้องทำยังไงถึงจะรอดพ้นวีรกรรมเสียวที่ผมสร้างขึ้นได้วะ!

 

......................................

 

            ครบค่ะ ฮา เดาถูกกันมั้ยเอ่ยว่าน้องกั๊กจะทำแบบนี้ คือเห็นเดาๆ ว่าพี่ป้องต้องล่อลวงน้องมากินตับแน่ๆ แต่ยังไม่ใช่ค่ะ พี่ป้องเขาเป็นคนละมุนนะ น้องกั๊กยังคิดว่าใจดีสนิทใจเลย เพราะงั้นถ้าเขาจะมาร เขายังไม่ปล่อยมารออกมาหรอกค่ะ เก็บกักความมืดเสริมสร้างเลเวล พร้อมกับมีของเทพปิดบังสกิลทุกอย่างเอาไว้อย่างมิดชิดแน่นอน

            ตอนนี้น้องกั๊กร้ายแรงไง คือเอาเสื้อใช้แล้วมาดมยังไม่เท่าไหร่ มันร้ายตรงเอาไปห่อบ๊ะจ่างเล่นเนี่ยสิ เสื้อพี่เขาเลยเป็นอย่างที่เห็น ก็มาลุ้นกันนะคะว่านุ้งกั๊กจะรอดพ้นวีรกรรมที่ทำลงไปได้หรือเปล่า อ้อ อันนี้น้องฝากมาว่า “ผมไม่ได้อยากหื่นนะ แต่ผมห้ามช่วงล่างไม่ได้ มันชอบต้านแรงโน้มถ่วงทุกที T^T

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมหวาน นะคะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 774 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,682 ความคิดเห็น

  1. #25655 Tawanyu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:07

    น้องน่ารัก พี่ก็อบอุ่น

    #25,655
    0
  2. #25613 MyUniverseOSH (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 11:12

    เอาเสื้อพี่ป้องไปห่อบ๊ะจ่างเล่นทำไมคะน้องกั๊ก 555555 คุณไร ์ก็ช่างเปรียบเปรย
    #25,613
    0
  3. #25610 Molly_nat (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 17:06
    น้องกั๊กกกกกก
    #25,610
    0
  4. #25598 annylycan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 20:30
    ฮืออออออออ....น้องกั๊กกกกลู๊กกกกกกกก
    #25,598
    0
  5. #25571 jaja_2001 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 15:04
    ฮือออออ เขินเว้ยยยยยยยย
    #25,571
    0
  6. #25539 teeranan6270 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 02:15
    กั๊กลูกกก 5555
    #25,539
    0
  7. #25532 Yu - k'ami (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 23:50
    โอ๊ยยยย อ่านไปเขินไป ไม่ไหวจะเคลียร์!!
    #25,532
    0
  8. #25503 rattanalak44 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 18:53
    สุดจะบรรยาย55555555555
    #25,503
    0
  9. #25502 rattanalak44 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 18:52
    สุดจะบรรยาย55555555555
    #25,502
    0
  10. #25501 rattanalak44 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 18:51
    สุดจะบรรยาย5555555555
    #25,501
    0
  11. #25481 ภาวนา ยะถาเทศ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:39
    หื่นขั้นแอดวานซ์มากเลยน้องกั๊ก
    #25,481
    0
  12. #25471 Bee Pee Wee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:21
    โอ้ยยย น้องง 555555
    #25,471
    0
  13. #25426 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 14:40
    กั๊กลูก....โอ๊ยยยยยยยยย
    #25,426
    0
  14. #25423 FahLanla (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 15:03
    น้อง ลามก ง่ะ????
    #25,423
    0
  15. #25396 maknae_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 23:26

    เอาแล้วไงงง

    #25,396
    0
  16. #25194 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 02:58
    น้องงงงงงงง
    #25,194
    0
  17. #25089 ตีฟอง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 20:30
    เราไม่รู้ว่าบล็อกอยู่ไหน แต่เราไปตามในธัญวลัยมาาาา. อีน้องงงง555555
    #25,089
    1
    • #25089-1 Chandra and Clover(จากตอนที่ 3)
      24 มีนาคม 2561 / 00:27
      พิมหาสารบัญNC เลน หรือ เสิร์ชอย่างงี้ก็ได้ ธารไทป์ NC หาเจอเหมือนกัน
      #25089-1
  18. #25068 Chanhyun_CB (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 02:44
    โอ้ยยย 555555
    #25,068
    0
  19. #25033 Miki_milky (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 13:18
    โอ้ยอะไรจะขนาดนั้นกั๊ก
    #25,033
    0
  20. วันที่ 7 กันยายน 2560 / 22:04
    กั๊กจ๋าา~~ ความหอมหวานพาซวยซะจิงๆ พี่ป้องเห็นมั้ยตอบ !! 555
    #24,836
    0
  21. #24750 Angie2526 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 00:05
    ตลกอะ????????????????
    #24,750
    0
  22. #24554 BadPiggies (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 12:18
    อ่านในห้องน้ำห้าง อยากจะกรี้ดออกมาก้ทำไม่ด้ายยย
    #24,554
    0
  23. #23999 55354754 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 09:49
    ไรด์ทำร้ายลูกส้าววววววเขิลลล
    #23,999
    0
  24. #23614 dreammy1150 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 21:11
    มีลิงค์บล็อกไหมครับ
    #23,614
    0
  25. #23607 pangpondyn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 16:24
    ตลกอะ 5555
    #23,607
    0
  26. #20401 HacN_kaI♡ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:51
    บล็อกนี่บล็อกในไหนอ่ะ????
    #20,401
    3
    • #20401-2 rungtiya(จากตอนที่ 3)
      25 สิงหาคม 2560 / 19:46
      บล็อกนี่คือบล็อกที่ไหนค่ะ อ่านได้ที่ไหนเอ่ยยย???
      #20401-2
    • #20401-3 rungtiya(จากตอนที่ 3)
      25 สิงหาคม 2560 / 19:46
      บล็อกอ่านได้ที่ไหนค่ะ
      #20401-3