[Yaoi] Sugar Addict หวานกว่าขนมก็ผมเนี่ยแหละ [Boy's Love]

ตอนที่ 25 : ตอนที่ 20 ผู้ชายทำอาหารเขาว่าเสน่ห์แรง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 50,092
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 507 ครั้ง
    17 พ.ย. 59



เฮ้อ ถ้าน้องกั๊กไปน่ารักใส่คนอื่น ผมก็กลุ้มใจ

++++++++++++++++++++++++


ตอนที่ 20 ผู้ชายทำอาหารเขาว่าเสน่ห์แรง

 

 

 

กั๊ก

 

            ผมเพิ่งรู้ว่าการมีแฟนเป็นคนทำขนมมันดีแบบนี้นี่เอง

 

            “อันนี้มองบลังค์เกาลัด นี่ก็พีชโยเกิร์ต ส่วนนี่เป็นบลูเบอรี่ชีสเค้กครับ”

 

          มันดีตรงไหนหรือ...ดีตรงได้แดกเค้กฟรีทุกวันไง!!!

 

            ผมฝันมาตลอดที่จะได้ลิ้มรสชาติเค้กตามที่ใจอยาก แต่ด้วยความที่เป็นผู้ชาย ซึ่งไม่กล้าเข้าร้านขนมหวานคนเดียว ไม่นับรวมกับเรื่องที่แม่ก็ไม่มีทางใจดีซื้อทีเดียวหลายชิ้นมาให้กินแน่ๆ นี่จึงเป็นสวรรค์สำหรับผมตอนมองเค้กสามรส สามสไตล์ที่ตั้งเรียงกันตรงหน้า

 

            วันนี้วันเรียนรด. ดังนั้นเป็นวันที่ผมเลิกเร็ว ยู้วฮู้!

 

            อย่าถามผมนะว่าทำไมผมไม่เรียนรด. เปล่า ไม่ได้กลัวไม่หล่อ ไม่ได้มีเหตุผลอย่างไอ้กราฟด้วยว่าเพราะตอนเด็กๆ ร่างกายมันอ่อนแอมากๆ เห็นว่าถ้าอะไรกระทบมันก็ไข้ขึ้น พ่อแม่มันเลยไม่อนุญาตให้เรียนแต่ผมไม่ใช่

 

            เหตุผลของผมคือ...อวดเก่ง

 

            เออไง อวดเก่งเนี่ยล่ะ อยากจะดิ้นเป็นไส้เดือนถูกน้ำร้อนลวกอยู่เนี่ย!!!

 

            นี่แค่คิดก็จะร้องไห้แล้ว ก็ตอนที่เข้าเรียนม.4 ใหม่ๆ ด้วยความที่ตัวเล็ก สู้ใครไม่ได้ แต่อยากจะเข้ากลุ่มพวกไอ้เป้ แม้จะมีไอ้ต้นหนุนหลังอยู่คน แต่ก็เหมือนเป็นลูกกระจ๊อกเขา สุดท้ายเลยตัดสินใจแบบไม่ดูอนาคตตัวเองว่า...

 

          พวกมึงกล้าไม่เรียนรด.อย่างกูมั้ยล่ะ กล้าเสี่ยงใบแดงใบดำเหมือนกูม่ะ

 

            เท่านั้นแหละ ผมก็อัพสถานะได้ทันที แต่ตอนนี้...อย่าไปพูดถึงมันเลย แต่คิดก็ไมเกรนแดกแล้ว ขอกลับไปแดกขนมหวานย้อมใจเหมือนเดิมดีกว่า

 

            เนื่องจากวันนี้ผมเลิกเร็ว ผมก็เลยแอบมาร้านพี่ป้องตั้งแต่หัววัน แต่ไม่เข้าหน้าร้านนะ ไม่อยากจะโม้ ตอนนี้ผมมีสิทธิ์เข้าหลังร้านได้ทุกเมื่อเลยล่ะ

 

            เวลานี้บนโต๊ะหน้าผมก็เลยมีเค้กมองบลังค์เกาลัดสีน้ำตาลครีมที่บีบเป็นเส้นรอบเนื้อเค้กนุ่มฟูที่โปะด้วยครีมขาวละมุนลิ้น เสริมความสวยงามด้วยไวท์ช็อกโกแลตเขียนชื่อร้านเล็กๆ เสียบอยู่ ถัดไปก็เป็นเค้กพีชโยเกิร์ตที่เห็นลูกพีชเนื้อฉ่ำน้ำวางอยู่บนเนื้อเค้กน่ากิน เคลือบด้วยน้ำเชื่อมจนล่อกับแสงไฟในร้าน ไม่พอ! ยังมีนี่อีกบลูเบอรี่ชีสเค้กที่อบใหม่ๆ ขนาดยังได้กลิ่นหอมหวนของชีสลอยออกมาจากเตาอบ ราดหน้าด้วยบลูเบอรี่ท่าทางจะหวานฉ่ำอีก

 

            งานนี้ลืมเรื่องเรียนรด. แล้วขอหม่ำให้เรียบดีกว่า

 

            “น้องกั๊กเอาน้ำอะไรดีครับ”

 

            “อะไรก็ได้พี่ป้อง” ผมมองแค่เค้ก ผมเลยไม่ทันระวัง

 

            ฟอด...ขวับ

 

            ผมเงยหน้าขึ้นมองทันที แล้วก็เห็น...รอยยิ้มอบอุ่นของคนที่ขโมยหอมแก้ม!

 

          ใครอนุญาตวะ! เดี๋ยวนี้พี่ป้องแม่งกล้า!

 

            ผมก็ได้แต่ลูบแก้มป้อยๆ มองตาคนที่อมยิ้ม

 

            “ทำไมน้องกั๊กชอบทำตัวน่ารักจัง”

 

            “กั๊กเปล่า!

 

          เปล่านะเว้ย ไม่เคยน่ารักอะ สักนิดก็ไม่มี!

 

            ผมเถียงในใจ แต่มือนี่ปิดแก้มแน่นมาก เพิ่งจะรู้กับเขาวันนี้เองว่าตอนความรักมันสมหวังแล้วทุกอย่างจะเบ่งบานขนาดนี้

 

            ตอนนี้ผมอาจจะมีความลับที่ปิดบังเพิ่มมาอีกอย่างนึงคือ...ผมมีแฟนเป็นผู้ชาย แต่ช่างมันเถอะ ถ้าความแตกแล้วค่อยคิดหาข้อแก้ตัวทีหลัง ตอนนี้กำลังอินเลิฟ

 

            “ก็นี่ไง มองขนมตาเป็นมันเหมือนเด็กๆ เลย”

 

            “ไม่ได้ตาเป็นมันสักหน่อย ก็พี่ป้องเอามาให้กินก็ต้องกินแค่นั้นแหละ” ผมก็เฉไฉไปเรื่อย และนั่นก็ทำให้พี่ป้องหันไปเปิดตู้เย็นคว้านมออกมารินใส่แก้ว จากนั้นก็เอามาวางไว้ข้างๆ ส่วนตัวเองก็ลากเก้าอี้มานั่งใกล้ๆ

 

            “อย่าโกหกเลยครับ รู้มั้ยว่าที่พี่ประทับใจน้องกั๊กก็เพราะสีหน้าเวลากินขนมนั่นแหละ”

 

            กึก

 

            ลูกพีชที่เอาเข้าปากนี่หยุดกึก เพราะถ้าจำไม่ผิด ครั้งแรกที่เจอ...กูพองคาร้านนี่หว่า!

 

            “น้องกั๊กทำหน้าเคลิ้มมากๆ แล้วแก้มก็แดงแจ๋ ปากก็ยิ้มไปด้วย มองยังไงก็รู้ว่าชอบกินขนม”

 

          ความลับกูแตกหรือยังวะเนี่ย

 

            เรื่องชอบกินขนมน่ะไม่เป็นความลับแล้ว ดีซะอีกมีผัวเป็นคนทำขนม ถ้าชอบขนมก็ฟินกันไป แต่ผมจะบอกพี่ป้องยังไงว่าโรคจิตขนาดที่แดกขนมไปแล้วข้างล่างพองยังกับข้าวตังโดนความร้อน!

 

            ให้ตายก็บอกไม่ได้ แม่งกามฉิบหาย!

 

            “พี่ป้องห้ามบอกใครนะว่ากั๊กชอบกินขนม” ผมก็เลยรีบออกตัวก่อน พี่ป้องจะได้ไม่ซักต่อ แต่ดูเหมือนเขาจะยังสงสัย ผมก็เลยมองซ้ายมองขวา ไม่อยากบอกเลยว่าสมองกำลังคิดอยู่ว่าจะแถยังไงดี แล้วเคราะห์ดีที่วันนี้มันทำงาน คำตอบแบบเป็นผู้เป็นคนจึงออกมา

 

            “ก็กั๊กเป็นผู้ชายนี่นา จะให้บอกคนอื่นได้ไงว่าชอบของหวานเหมือนพวกผู้หญิง แล้วเพื่อนกั๊กก็ปากหมา ไม่อยากให้มันแซวมาก ก็เลยไม่บอกใครซะเลย”

 

          คำตอบวันนี้กูดูดีมาก

 

            ผมนับถือตัวเองจริงๆ เพราะพี่ป้องเองก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ

 

            “ก็จริงเนอะ แต่ถ้าให้ดีก็อย่าไปแอบชะเง้อมองหน้าร้านใครอีกล่ะ น่ารักแบบนี้ระวังจะถูกเจ้าของร้านจับทำเมีย”

 

            เคร้ง!

 

            ความดีงามของคำตอบกูร่วงผล็อยลงไปกองกับจานขนมแล้ว หันขวับไปมองพี่เจ้าของร้านที่ว่าตาโต อ้าปากให้เห็นเศษขนมในปากอีกหน่อย และนั่นก็ทำให้พี่ป้องหัวเราะ วางมือลงบนหัว แล้วโยกเบาๆ

 

            “คิดว่าพี่ไม่สังเกตเห็นเด็กน่ารักๆ ที่มาแอบมองทุกเย็นหรือไง”

 

            “กะ...ก็...ก็ไม่เห็นพี่บอกว่าจำได้!

 

            “ก็น้องกั๊กทำท่าไม่อยากบอก พี่ก็เลยไม่ทักไงครับ” พี่ป้องยิ้มแบบผู้ใหญ่อบอุ่น จนผมก็ก้มหน้างุด อับอายขายขี้หน้า เพราะตกลงแล้วพี่ป้องนี่รู้ตั้งแต่ทักให้เข้าร้านวันนั้นแล้วสิ ยิ่งคิดก็ยิ่งอาย นึกได้ไงวะว่าพี่เขาจะมาซื้อขนมเหมือนกัน

 

            “เอาเป็นว่าก็อย่าไปทำที่ร้านอื่นนะ”

 

            “ก็ถ้ากั๊กทำล่ะ” เลยสวนกลับไปแม่ง ทำให้กูอายนัก แต่...กูคิดผิด

 

            พี่ป้องหุบยิ้มลงแล้ว มือที่วางบนหัวก็ลดลงไปข้างตัว ก่อนที่จะถอนหายใจยาวเหยียด แล้วก็กลับมายิ้มอีกครั้ง หากแต่เป็นรอยยิ้ม...เสียใจ

 

            “พี่ก็อยากบอกว่าจะจับลงโทษหรอกนะ แต่ถ้าน้องกั๊กไป พี่ก็คงทำได้แค่มอง”

 

          อื้อหือ พระเอกไปไหนพี่!

 

            หมับ

 

            “กั๊กล้อเล่น พี่ป้อง ล้อเล่นจริงๆ นะ” ผมงี้คว้าแขนพี่เขาหมับ แล้วเขย่า เงยหน้าขึ้นบอกว่าไม่ทำหรอก เมื่อกี้ล้อเล่นเฉยๆ และนั่นก็ทำให้พี่ป้อง...หัวเราะ

 

            “เฮ้ย พี่หลอกผมนี่” งานนี้มีสะบัดแขนทิ้ง จ้องตาวาวๆ ให้พี่ป้องอมยิ้ม

 

            “ก็...”

 

            “อ้าวๆ พี่เจ้าของร้านคะ ยังอยู่ในเวลางานนะคะ ไม่ใช่เวลาจีบเด็ก” แต่ก่อนที่พี่ป้องจะพูดอะไร พี่แพมก็เข้ามาก่อน พร้อมทั้งส่งเสียงแซว จนผมรีบหันหน้าไปทางอื่น บอกตรงๆ ว่าไม่ชินเลยว่ะที่มีคนมารู้เรื่องลับๆ ของผม แต่นี่ไม่ใช่แค่ไอ้กราฟ จันทร์เจ้า แต่พี่แพมเองก็บอกว่าเห็นๆ กันอยู่ตั้งแต่ต้น

 

            งานนี้คบกันแล้ว พี่เขาเลยแซวสะบัดเลย

 

            “ครับผม เดี๋ยวจะทำงานเดี๋ยวนี้แหละ ต้องหาเงินเลี้ยงเด็กแล้วนี่เนอะ” พี่ป้องก็ไปตอบเขาอีก

 

            “เออ ตอนนี้พี่ป้องว่างมั้ย มาดูเครื่องชงกาแฟให้หน่อยสิ มันเป็นอะไรก็ไม่รู้อะ แพมพยายามถอดๆ เสียบๆ หลายทีแล้ว”

 

            “งั้นเดี๋ยวพี่ดูให้” ผมก็นึกว่าพี่ป้องจะตามพี่แพมออกไปดีๆ ผมจะได้กลับไปละเลียดเค้กต่อ ที่ไหนได้...

 

            ฟึ่บ

 

            “ถ้าไปทำตัวน่ารักที่อื่น พี่จะป้อนเค้กให้จุกไปเลย แต่ไม่ได้ป้อนด้วยปากนะ...”

 

            กึก

 

            กูนี่เสียวหลังคอยันตูด เมื่อพี่ป้องฉกมาด้านหลัง แล้ว...

 

            หมับ...จับตูดผมอะ!

 

          “ตรงนี้”

 

            อย่าถามนะว่าเป็นยังไง นี่นั่งตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับสักมิล ฟังเสียงผู้ใหญ่ใจดีที่หัวเราะแผ่วๆ แต่ทำไมวะ ทำไม! ทำไมครั้งนี้รู้สึกว่าเสียงหัวเราะพี่ป้องมันติดชั่วร้ายหน่อยๆ เจ้าเล่ห์นิดๆ และกลิ่นกามคาวคลุ้งมาจนกลบกลิ่นขนมเลย

 

            พี่ป้องออกไปแล้ว ปล่อยผมจ้วงเอาๆ แก้เขิน ตอนที่พึมพำ...

 

            “วันนี้กั๊กว่าง ป้อนวันนี้เลยได้ป่ะ”

 

            ผมยืนยันว่าผมไม่ได้แรด ผมแค่อยู่ในวัยอยากรู้อยากลองอยากเรียนกระบวนท่าทะลวงลึกสุดใจอีก...ก็แค่นั้นเอง

 

..............................................

 

ต่อค่ะ

 

            เมื่อไม่กี่นาทีก่อน ผมยังอารมณ์ดี แต่ตอนนี้...หงุดหงิดโว้ย!!!

 

            ผมเคยเข้าใจมาตลอดว่าช่วงบ่ายๆ ของร้าน พี่ป้องจะว่าง ก็เห็นออกไปซื้อของอยู่หลายครั้ง แต่ใครจะคิดล่ะว่าพี่ป้องกลับยุ่งหัวหมุนกับเค้กมากมายที่ออกจากเตา ก็รู้ล่ะนะว่ามีผู้ช่วยคนเดียวมันก็เหนื่อย แถมพี่แพมยังต้องรับหน้าลูกค้าที่เคาน์เตอร์ แต่ไม่รู้ผมคิดไปเองหรือเปล่า ทำไมวันนี้มันวุ่นวายแปลกๆ

 

          ช่วงนี้ใกล้สอบไม่ใช่หรือวะ ทำไมคนมาร้านเยอะ มาติวหนังสือ?

 

            “พี่ป้อง มูสช็อกโกแลตหมดแล้วนะ ข้างในมีอีกมั้ย”

 

            “ยังไม่เสร็จเลยแพม”

 

            ผมก็อยากช่วย แต่ทั้งชีวิตนี้มีแม่ทำให้ ขนาดทอดไข่ยังนานๆ ครั้ง แล้วจะนับประสาอะไรกับเค้กหน้าตาสวยๆ ที่เจ้าของร้านไปร่ำเรียนมาจากฝรั่งเศสโดยเฉพาะ ดังนั้นก็ทำได้แค่นั่งดูอยู่มุมครัวตาปริบๆ ส่วนทำไมที่ผมหงุดหงิดน่ะหรือ

 

            “พี่ป้อง เขาถามหาเจ้าของร้านอีกแล้วอะ”

 

            “ห้ะ!

 

            อย่า อย่าคิดว่าผมร้อง เปล่าเลยเว้ย พี่ป้องนั่นแหละที่ร้องเสียงดัง หน้าตาที่มีเหงื่อซึมแมนๆ นั่นดูงุนงงเต็มที่ เพราะนี่เป็นครั้งที่ห้าแล้วที่มีคนถามหาเจ้าของร้าน

 

            ไม่แค่พี่ป้องที่งง พี่แพมนี่ก็งงเต๊กเลย แถม...

 

            “ผู้หญิงอีกแล้วล่ะสิ” ผมเปล่าหึงนะ ผมไม่งี่เง่าขนาดนั้นหรอก ก็แค่ลูกค้าอยากเห็นคนทำขนม เปล่าหึงจริงๆ นะ!!!

 

            “แหะๆ ผู้หญิง...จ้ะ”

 

            ปรี๊ด

 

          โว้ย ปรี๊ดโว้ย กูปรี๊ดมาก ผู้หญิงมาถามหาพี่ป้องของกูอะ!!!

 

            ผมมุ่ยหน้าลงทันที ไม่อยากทำตัวโวยวายให้เขาหาได้ว่างี่เง่า แต่ก็กอดอกแน่น เม้มปากเข้าหากัน หันไปมองเตาขนมที่กำลังอบอยู่ แบบที่พี่แพมก็รีบเอ่ยเสริม

 

            “แต่ไม่ต้องห่วงนะคะน้องกั๊ก นี่รุ่นแม่แล้วค่ะ”

 

          ใครหึง อะโด่ ไม่สนใจหรอก

 

            “เฮ้อออ”

 

            ใจน่ะบอกไม่สนใจ แต่กายน่ะเสือกถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ จนตัวเองยังสะดุ้ง ได้แต่หลบสายตาพี่แพมเป็นพัลวัน ส่วนพี่ป้องน่ะหรือ...ไม่มองโว้ยเดี๋ยวใจอ่อน

 

            คนอะไรหันมามองด้วยสีหน้าลำบากใจทุกครั้ง ผมก็ไม่ได้เด็กขนาดนั้นสักหน่อย

 

            “แพม วันนี้มันแปลกๆ หรือเปล่า” พี่ป้องเองก็คงอยากรู้สาเหตุว่าทำไมวันนี้มันวุ่นวายแปลกๆ

 

            “เด็กเรียนรด.ก็จริง ลูกค้าเข้าร้านเร็วก็จริง แต่ไม่น่าจะหมดไวขนาดนี้นะ” วันนี้พวกผู้ชายไปเรียนรด. พวกผู้หญิงก็เลยเรียนครึ่งวัน ซึ่งพอเลิกปุ๊บจะแวะมาที่นี่ก็ไม่แปลก เพราะมันกลายเป็นสถานที่ยอดฮิตในโรงเรียนไปแล้ว แต่ก็จริงอย่างที่พี่ป้องพูด ขนมออกไปก็หมด ออกไปก็หมด แถม...

 

            “ก็บางคนเล่นมาเหมาไปทั้งก้อนนี่คะ ยังตัดแบ่งชิ้นห่อไม่ทันเลย คุณเธอก็บอกว่างั้นเหมาทั้งก้อน จะไปเหลืออะไรล่ะ...ยังไงเร็วๆ นะพี่ แพมก็อยากเข้ามาช่วยในนี้แต่ข้างนอกเดี๋ยวก็มีคนเข้าตลอด” พี่แพมว่าจบก็รีบออกไปหน้าร้าน ซึ่งผมก็ลังเลหนักมาก

 

            ผมอยากช่วย เพราะเห็นพี่ป้องดูวุ่นๆ เหนื่อยๆ แต่ถ้าออกไปหน้าร้านแล้วเจอคนรู้จักล่ะ...ปิดมาแทบตายจะมาความแตกเอาตอนนี้ก็ใช่ที่

 

            ถ้าถามว่าเป็นอะไรกับเจ้าของร้านก็ตอบไม่ถูกอีก จะบอกว่าเป็นเด็กทำงานพิเศษ ที่บ้านก็มีเงินให้ใช้เหลือเฟือ ดังนั้นโผล่ไปปุ๊บ เจอคนรู้จักนี่ไม่รู้จะแถยังไงจริงๆ

 

            ความคิดที่พี่ป้องก็...รู้

 

            “อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับน้องกั๊ก ไม่เป็นไร แค่พี่กับแพมก็จัดการได้ ทำกันมาทุกวัน”

 

          กูรู้สึกผิด...มากกกกก

 

            ผมกำลังลังเลว่าเอายังไงดี อยากช่วย แต่ถ้าทำให้ยุ่งกว่าเดิมล่ะ ซึ่งพี่ป้องก็ไม่ได้ฟังแล้ว เขาหันไปจัดการงานต่อ ซึ่งผมมองว่าพี่ป้องกำลังสนุกนะ แม้สีหน้าจะจริงจัง จะเคร่งเครียด มือก็สะบัดช็อกโกแลตเป็นเส้นไม่หยุด แต่แววตา...ดูพอใจ

 

            พี่ป้องบอกเองว่าเคยนั่งมองร้านว่างๆ พอมีคนเข้า พี่เขาก็ต้องดีใจเป็นธรรมดา

 

            ผมเลยสูดหายใจลึกๆ บอกว่าลูกค้าผู้หญิงแล้วไง ผมแมนพอ ใจกว้างพอ ถ้ามาซื้อแล้วทำให้พี่ป้องมีความสุข แต่ก็อดไม่ได้ที่จะไปชะเง้อคอมองไปทางหน้าร้าน อยากรู้ว่าเป็นยังไงบ้าง และ...เยอะแปลกๆ

 

            ทุกทีในร้านมีแต่ชุดนักเรียน พวกคนทำงานหรือแม่บ้านจะมาซื้อแล้วเอากลับบ้าน แต่ไหงวันนี้มันดูมีสาวออฟฟิศเยอะจังวะ เผลอๆ เยอะกว่าพวกชุดนักเรียนอีก

 

            และผมก็โผล่ออกมาทันเห็นสาวสวยคนหนึ่งกำลังถามอยู่ตรงเคาน์เตอร์

 

            “เจ้าของร้านไม่อยู่หรือคะ”

 

            “เจ้าของร้านเขายุ่งอยู่หลังร้านน่ะค่ะ”

 

          แล้วมึงจะทำหน้าเสียดายที่ไม่เห็นหน้าผัวกูทำไมวะ!

 

            ผมขุ่นใจนิดๆ เมื่อสาวออฟฟิศคนนั้นถอนหายใจ ยามที่รับเค้กที่สั่งกลับบ้านไปถือไว้ แต่ไม่วายที่จะชะโงกหน้ามาดู ตอนที่เพื่อนข้างๆ ก็ถาม

 

            “เขาว่าร้านนี้พ่อค้าแซ่บมาก เสียดายว่ะมาแล้วไม่เจอ”

 

            “เออสิ อุตส่าห์มาตั้งไกล”

 

          เขาที่ว่านี่ใครวะ กูอยากจะเห็นหน้าจริงๆ

 

            สาวสวยสองคนนั้นออกไปแล้ว ให้ผมได้แต่เหลียวไปมองหน้าพ่อค้าแซ่บ

 

          นี่ความหล่อพี่ป้องขจรขจายไปไกลขนาดนั้นเลยหรือวะ กูไม่เข้าใจ

 

            ผมก็ได้แต่ขมวดคิ้วอย่างงุนงง จังหวะที่...

 

            RRRRrrrrrrrrrrrrrrrrrr

 

            โทรศัพท์พี่ป้องก็ดังขึ้นให้พี่เขาหันไปคว้าเอาไว้อย่างรวดเร็ว มองหน้าจอแวบหนึ่ง ก่อนที่จะกดรับสาย

 

            “ฮัลโหล...อืม แอนหรือ”

 

          แอน ชื่อคุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินมาก่อน

 

            ผมขมวดคิ้ว พยายามไล่หาคนชื่อแอนในสมอง แต่ประเด็นคือชื่อมันก็โหลนะ ใครจะนึกออกว่าแอนไหน ซึ่งพี่ป้องก็นิ่งไปแล้ว พยักหน้าสองสามที

 

            “เรากำลังสงสัยเลยว่าทำไมร้านเราคนเยอะ ตกลงเพราะว่าสัมภาษณ์หนก่อนสินะ...อืม เดี๋ยวเราหาซื้อเองก็ได้...จะมาหรือ ไม่ต้องหรอก...” พี่ป้องดูลำบากใจยังไงไม่รู้ แต่ผมว่าพี่เขาต้องได้คำตอบที่คนเยอะแล้วล่ะ และดูเหมือนปลายสายจะตื๊อน่าดู เพราะสุดท้ายก็ได้แต่บอกว่า...

 

            “โอเค เข้ามาเย็นๆ หน่อยแล้วกัน”

 

            พี่ป้องวางสายไปแล้ว หันกลับมาสบตาผม จากนั้นก็ถอนหายใจยาวเหยียด

 

            “พี่เคยบอกน้องกั๊กหรือยังว่าร้านพี่ถูกสัมภาษณ์ลงนิตยสารผู้หญิง นั่นแหละ มันวางแผงเมื่อวาน”

 

          อ้อ กูเก็ตและว่าทำไมมีแต่ผู้หญิงวัยอยากมีผัวมากันเต็มร้าน!!!

 

...........................................

 

ต่อค่ะ

 

          กูว่ากูจำได้แล้วแหละว่าแอนไหน

 

            ทันทีที่เห็นคนชื่อแอน ความทรงจำเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนนี่พุ่งวาบยังกับจรวดความเร็วแสงเข้ามาในหัวผม...ก็จะไม่ให้ความเร็วแสงได้ไง นี่มันเจ๊คนที่เคยขับรถเฉี่ยวผมนี่หว่า!!!

 

            ยัยเจ๊ที่วี้ดๆๆๆ หาว่าผมเป็นแก๊งสิบแปดมงกุฎวิ่งตัดหน้ารถหาเงินนั่นแหละ

 

            “ป้องจ๋า เรามาแล้ว”

 

            แต่ดูเหมือนเจ๊แกจะจำผมไม่ได้ว่ะ

 

            เนื่องจากวันนี้ขนมหมดไว แค่หกโมงกว่าพี่ป้องก็เดินไปพลิกหน้าร้านว่า Close ซึ่งพอลูกค้าออกไปไม่ถึงสิบนาที เจ๊แกก็มาพร้อมกับนิตยสารเล่มเท่าตบควายตาย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือเจ๊แกเดินฉับๆๆๆ เปิดประตูร้านไม่สนใจป้าย แล้วก็ร้องทักทายแค่พี่ป้อง ผ่านหน้าทั้งผมทั้งพี่แพมแบบไม่เหลือบแลสายตา จนได้แต่กะพริบตาปริบ

 

            ต่อให้โง่แค่ไหนก็รู้ว่าเล็งพี่ป้องแน่ๆ

 

            “ไงแอน”

 

            “เราเอานิตยสารมาให้ ลองอ่านดูสิ เราเขียนชมทุกอย่างเลยนะ”

 

            “ไม่น่าลำบากเอามาให้เลย”

 

            “โอ๊ย ลำบากอะไร เราอยากมา อยากมากินเค้กด้วย อ้ะ แต่วันนี้หมดแล้วใช่มั้ย เสียดายจัง”

 

          อื้อหือ แสดงออกขนาดนี้แม่เจ๊ไม่ว่าหรือครับ

 

            นี่ผมสงสัยจริงๆ นะ ผมยังไม่กล้าแสดงออกแบบนั้นเลย ขนาดหึงก็ยังไม่กล้า ได้แต่ยืนยกเก้าอี้ค้างท่าเดิม มองสองคนนั้นที่กำลังคุยกันอยู่ โดยที่พี่แพมก็กระเถิบเข้ามาสามก้าว แล้วโน้มหน้ามากระซิบ

 

            “อยากกินอะไรล่ะ หนก่อนมายังนั่งคำนวณแคลอรี่เลยว่าเท่าไหร่ สตรอเนอะ” พี่แพมต้องไม่ชอบเจ๊คนนี้แน่ๆ เลยว่ะ

 

            ผมคิดพลางมองผู้หญิงที่สวมชุดแซกเข้ารูปที่โชว์ส่วนเว้าส่วนโค้งซึ่งต้องยอมรับว่าก็แจ่มล่ะนะ สำหรับผู้หญิงวัยที่น่าจะย่างเข้าสามสิบแถมหน้าตายังสวยวิ้งประหนึ่งโบ๊ะก่อนลงจากรถ คือโดยรวมแล้วเจ๊แอนคนนี้สวยมากเลยล่ะ จนผม...ก้มมองตัวเอง

 

          กูเป็นผู้ชาย แต่พี่ป้องก็ชมว่าน่ารักนะเว้ย

 

            ผมงึมงำในใจ ยังไม่ขยับตัว หันไปมองแค่ตรงเคาน์เตอร์ที่พี่ป้องคุยกับเพื่อน...เพื่อนหรือเปล่าวะนั่น จ้องจะเขมือบขนาดนั้น

 

            “เขาเพื่อนกันหรือพี่แพม”

 

            “ใช่ เท่าที่พี่รู้นะ เห็นว่าเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยม.ปลาย แล้วมาเจอกันอีกทีตอนพี่ป้องกลับไทย แต่อย่างอื่นพี่ก็ไม่รู้รายละเอียดหรอก รู้แค่เดือนก่อนเขามาขอสัมภาษณ์บอกว่าจะเอาลงนิตยสาร” อ้อ งั้นแปลว่าที่ผมถูกรถเฉี่ยวหนก่อนคือมาสัมภาษณ์สินะ ก็เหมือนได้ยินแว่วๆ อยู่เหมือนกัน แต่ตอนนั้นช็อกอยู่ก็เลยตั้งตัวไม่ทัน

 

            “แล้ววันนี้เป็นไงบ้างล่ะป้อง ขายดีใช่ม้า”

 

            “ก็วุ่นกว่าทุกวัน”

 

            “เห็นมั้ย บทสัมภาษณ์เราได้ผลนะ...นี่ป้องรู้มั้ยว่าหนก่อนที่เราเอาเค้กไปฝากเด็กๆ ที่ออฟฟิศ มีแต่คนชมเปลาะเลยว่าเค้กป้องอร่อย สมกับเป็นลูกศิษย์เชฟมิชลินสามดาว ไหนจะเคยชนะการประกวดตั้งหลายอย่าง พูดแล้วก็เสียดายเนอะ ถ้าป้องยังทำงานอยู่ที่โน้นต้องไปไกลมากแน่ๆ” ผมเพิ่งรู้ พี่ป้องเก่งขนาดนั้นเลยหรือวะ

 

            ผมรู้แค่ว่าพี่เขาทำขนมอร่อยที่สุดที่ผมเคยกินมา แต่ผมไม่เห็นรู้เลยว่าเขาเก่งขนาดนั้น

 

            “ไม่หรอก...”

 

          “แต่ก็ดีแล้ว เพราะป้องกลับมาเจอเราไง”

 

            กึก

 

            ไม่ใช่แค่พี่ป้องที่อึ้ง กูเนี่ยล่ะที่อึ้ง ทึ่ง เสียว ไม่คิดเลยว่าจะเจอพวกสายกินเนื้อรุกไวขนาดนี้

 

            กว่าพี่ป้องจะพูดว่าดีใจที่ตัดสินใจมาเปิดร้านแล้วเจอผม ก็ตอนที่ได้ผมเป็นเมียแล้วนะเว้ย นี่เป็นอะไรกันวะ แล้วนั่น มืออะมือ มึงอย่ามาจับมือพี่ป้องนะเว้ย

 

            ผมได้แต่ยืนมอง เมื่อเจ๊คนนั้นเอื้อมมือไปแตะมือพี่ป้อง ซึ่งบอกได้เลยว่าเนียนมากกกก

 

            “เราได้ยินมาว่า อืม...ตอนม.ปลายป้องชอบเรา จริงๆ เราเองก็สนใจป้องนะ แต่เพราะอายมากก็เลยไม่ได้พูดออกไป ใครจะคิดล่ะว่าพรหมลิขิตจะทำให้เรากลับมาเจอกันอีก แล้วตอนที่เราจะทำสกู๊ปพิเศษเกี่ยวกับผู้ชายทำอาหารที่ประสบความสำเร็จ แล้วมีคนแนะนำมาว่ามีเชฟดังกลับมาเปิดร้านขนมเอง ก็น่าสนใจแล้วนะ พอรู้ว่าเป็นป้อง เรางี้ตื่นเต้นมากๆ...เห็นมั้ย บทสัมภาษณ์ก็ทำออกมาสุดความสามารถ”

 

          อาย? ว้อท นี่เคยเป็นคนขี้อายมาก่อนจริงดิ

 

            ผมได้แต่มองเจ๊แกอย่างทึ่งๆ ที่พูดน้ำไหลไฟดับ ไม่เห็นเหมือนตอนที่กรี๊ดใส่ผม แถมยังกางหน้าสัมภาษณ์ชูขึ้นมาจนเห็นเหมือนกัน...ภาพพี่ป้องในชุดเชฟสีขาวเต็มตัว

 

          อื้อหือ ภาพเต็มตัวโคตรหล่อแบบนั้น เข้าใจแล้วว่าทำไมมีสาวๆ โผล่หัวกันมาเยอะจัง

 

            “ขอบคุณที่ช่วยนะ” ส่วนพี่ป้องก็แค่ส่งยิ้มให้ ไม่ได้สนใจนิตยสารเล่มนั้นด้วยซ้ำ

 

            “เราเต็มใจอยู่แล้ว ดีใจที่หน้าที่บก.เราช่วยป้องได้ ถ้าลูกค้าเยอะแบบนี้สงสัยต้องจ้างคนเพิ่ม ขยายร้านแล้วล่ะมั้ง...”

 

            “ไม่หรอก คนก็แค่เห่อช่วงแรกๆ เดี๋ยวก็คงเหมือนเดิม” พี่ป้องไม่เห็นตื่นเต้น ทั้งยังบอกด้วยเสียงนุ่มๆ แบบเดิม แต่เจ๊แกยังไม่จบ

 

          เยอะว่ะ ผู้หญิงคนนี้โคตรพ่อโคตรแม่เยอะเลย

 

            “อื้ม ก็จริงนะ แต่เรามีเส้นสายหนังสือเยอะ ถ้าลงโฆษณาเรื่อยๆ มีบทสัมภาษณ์เรื่อยๆ เชื่อเถอะว่าดังแน่ๆ คนสมัยนี้เห่อตามกระแสจะตาย แล้วป้องก็ทำขนมออกมาสวย เหมาะกับพวกชอบถ่ายโชว์ลงโซเชียลด้วย อ้อ แถมเชฟหล่อแบบนี้ สาวๆ ก็บอกต่อปากต่อปาก”

 

            ผมก็ไม่ใช่คนช่างสังเกตหรอกนะ แต่พี่ป้อง...หน้าตึงไปแล้ว

 

            “แอน”

 

            “จ๋า”

 

          อื้อหือ กูยังแอบผวาเสียงนิ่งๆ ของคนใจดีเลย แต่ทำไมเจ๊บก.คนนี้ไม่รู้สึกตัววะ หรือความหล่อพี่ป้องบังตา

 

            จากนั้นพี่ป้องก็บอกด้วยเสียงจริงจังกว่าเดิม

 

            “เราทำขนมก็เพื่อให้คนกินกินแล้วมีความสุข ไม่ใช่ของที่เอาไว้ใช้เห่อโชว์ชาวบ้าน ถ้าจะเขียน เราอยากให้พูดถึงรสชาติขนมที่เราทำ ไม่ใช่ใส่ภาพเราไปครึ่งหน้าแบบนี้...เราขายเค้กนะ ไม่ได้ขายตัว” พี่ป้องส่งยิ้มให้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะปิดหน้านิตยสาร

 

            “ป้อง เราไม่ได้...”

 

            “แอน โทษนะ วันนี้เราเหนื่อยมาก เอาไว้ค่อยคุยกันวันหลังเถอะ”

 

            พี่ป้องกลับมายิ้มใจดีอีกแล้ว แต่ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า แววตาอ่อนโยนมันเย็นมาก นิ่งมาก ทั้งยังกดดันกรายๆ ที่ทำให้ผู้หญิงคนนั้นเม้มปากเข้าหากัน ดูไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด แต่พักเดียวก็ปรับสีหน้าเป็นปกติ รวบกระเป๋าแบรนด์หรูเข้าหาตัว เชิดหน้าใส่

 

            “งั้นวันนี้เรากลับก่อนก็ได้ เอาไว้วันหลังเรามาใหม่”

 

            “อืม ขอบใจ” พี่ป้องตอบแค่นั้น มองจนเจ๊แอนอะไรนั่นเดินหายออกไปนอกประตู แล้ว...

 

            “แพม ล็อกประตู”

 

            “รับทราบเจ้าค่ะ” พี่แพมแม่งวิ่งไปล็อกตามหลังเจ๊แกแบบที่เขาต้องได้ยินแน่ๆ ส่วนผมก็หันกลับมามองพี่ป้องที่ถอนหายใจดังเฮือก เปิดหน้าบทสัมภาษณ์ขึ้นมาอีกครั้ง จนต้องเดินไปดูด้วย

 

            ผมว่าผมหึงไม่ออกว่ะ พอเจอท่าทางเหนื่อยๆ แบบนี้

 

            “พี่ป้องได้รับรางวัลเยอะจัง กั๊กไม่เห็นรู้เลย” ผมเห็นรายละเอียดรางวัลที่มีแต่ชื่อภาษาอังกฤษตรงมุมขวาล่างยาวเป็นพรืด

 

            “แล้วถ้าน้องกั๊กรู้จะเป็นยังไงหรือครับ” ผมขมวดคิ้ว

 

            “ก็ไม่ไงนะ กั๊กไม่ค่อยเข้าใจหรอก รู้แค่พี่ป้องทำเค้กอร่อย ได้รางวัลก็คงไม่แปลก”

 

            ผมไม่สนใจหรอกว่าพี่ป้องเคยทำงานที่ไหน ได้รางวัลมากี่ชิ้น เป็นลูกศิษย์ใคร ก็ผมเข้าร้านนี้แค่เพราะอยากกิน และพอได้กินก็รู้ว่าอร่อยจนตัวแตกเป็นยังไง...แตกเป็นสายเลยล่ะ

 

            แปะ

 

            “หืม” ผมได้แต่หันกลับไปมอง เมื่อพี่ป้องวางมือบนหัว แล้ว...

 

            ฟึ่บ

 

            พี่ป้องก็โน้มหน้าผากลงมาชิดกับหน้าผากผม ตอนที่ได้ยินเสียงกระซิบเบาๆ

 

          “ขอบคุณนะ”

 

            ผมไม่คิดว่าตัวเองทำอะไรเลย ยัยเจ๊แอนคนนั้นยังทำมากกว่า อย่างวันนี้ลูกค้าเยอะ กำไรอื้อ แต่ทำไมพี่ป้องกลับบอกขอบคุณผมที่ไม่ได้ทำอะไรด้วยน้ำเสียงอบอุ่นที่ฟังแล้วใจจะละลายอย่างนี้ แต่ผมก็...ซุกหน้าเข้าซอกคอ

 

          เหย หรือพี่ป้องจะเล่นตรงนี้ น่าสน เอ๊ย ไม่ได้นะ นี่มันกลางร้าน!

 

            “แหมๆ หวานไม่เกรงใจเลยนะคะ รู้งี้ให้แฟนมารับบ้างดีกว่า อิจฉาอะ”

 

            พลั่ก

 

            ผมนี่รีบผลักพี่ป้องออกไปเลย ทั้งที่เกือบจะเขย่งงับคอเขาอยู่แล้ว เพราะลืมไปว่าพี่แพมอยู่ด้วย ขณะที่ผู้ใหญ่หน้าไม่อายก็ยิ้มกว้างๆ คงรู้ว่าผมเขินก็เลยช่วยเปลี่ยนเรื่องให้

 

            “มาแพม เก็บร้านต่อเถอะ วันนี้จะได้กลับเร็วหน่อย”

 

            “เฮ้อ ไม่รู้พรุ่งนี้จะยุ่งอย่างวันนี้หรือเปล่า ถ้าเป็นงี้ทุกวันเราสองคนไม่น่าไหวนะพี่ป้อง”

 

            “เดี๋ยวรอดูไปก่อนแล้วกัน”

 

            ผมก็ทำได้แค่อัปเปหิตัวเองไปนั่งมุมร้าน เพราะช่วยไปก็มีแต่จะทำให้ยุ่งมากกว่าเดิม ทั้งที่ในใจก็คิดนะ...ร้านพี่ป้องขายดีๆ ก็ดีล่ะ แต่ขอเถอะ ขอเลย ไหว้ล่ะ มาซื้อน่ะได้ แต่อย่ามาเล็งพี่เจ้าของร้านนะเว้ย กว่ากูจะได้มา กูเสียน้ำ (ตา) ไปเยอะ!!!

 

.............................................

 

            ครบค่ะ ก่อนอื่นเลยคงต้องพูดเรื่องส่งหนังสือเนอะ ต้องขอโทษที่ล่าช้าด้วยนะคะ จริงๆ คือตอนนี้เมย์ยังไม่ได้กล่องหนังสือเลยค่ะ ตอนนี้มีแต่หนังสือกับของแถม ขาดแค่กล่องหนังสืออย่างเดียว ที่เหลือพร้อมห่อหมดแล้ว ก็ถามทางโรงพิมพ์กล่องไปแล้วก็ขอเลื่อนว่าได้ปลายสัปดาห์ เพราะว่าช่วงปลายปีงานเยอะ ตอนแรกก็ว่าจะส่งหนังสือไปก่อนแล้วส่งกล่องตามหลัง แต่โดนพ่อตบซะเงิบเลยว่าจำนวนขนาดนั้น ถ้าส่งสองรอบใครเหนื่อย แหะๆ ก็ป๋าหนูไง้ มือห่ออันดับหนึ่งเลยนะเออ เมย์ขอโทษด้วยนะคะ รอบนี้เมย์กะจำนวนไม่ถูกจริงๆ ว่าพิมพ์เผื่อสำหรับส่งทางปณ.เยอะแล้ว แต่ผมหวานทั้งรอบงานหนังสือรวมรอบส่งนี่ทุบสถิติที่เมย์เคยทำหนังสือทั้งหมดตลอด 8 ปีมาเลย

            ส่วนตอนนี้ แหะๆ ข้างบนพูดมากแล้ว งั้นเอาแค่...กั๊กน่ะเสียไปเยอะกว่าจะได้พี่ป้องเป็นผัว แต่ถ้าชั่งตวงวัดแล้ว ระหว่างน้ำตากับน้ำ... อันหลังน่าจะเสียไปเยอะกว่าล่ะจ้า ^^

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมหวาน นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 507 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,682 ความคิดเห็น

  1. #25557 teeranan6270 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 13:03
    รำชะนี 5555
    #25,557
    0
  2. #25445 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 16:28
    พี่ป้องชัดเจนมากเลย//ชูนิ้วโป้ง!
    #25,445
    0
  3. #25348 MaiNatkamon (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 04:16
    หน้าแหกไปเลยค่ะคุณแอน55555
    #25,348
    0
  4. #25214 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 11:50
    ชะนีนกว่ะ 555555
    #25,214
    0
  5. #25056 Miki_milky (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 06:39
    พี่ป้องเค้าสนใจกั๊กคนเดียว
    #25,056
    0
  6. วันที่ 9 กันยายน 2560 / 12:36
    หุหุ นกไปสิแอน กั๊กนี่กะหื่นไม่เลิก
    #24,863
    0
  7. #24611 แคนต้าลูปปปป ^^ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 20:54
    นก หวายยยยยยยยยยยย
    #24,611
    0
  8. #23813 MYMINT_CANDY (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 22:40
    เสร่อจัง ชะนีแอน
    #23,813
    0
  9. #22669 จีจี้ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 18:54
    น้ำอัลไลเหรอกั๊กกก /พี่ป้องคูลสุด
    #22,669
    0
  10. #21341 JongjitSriyan (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 13:13
    ไม่แปลกที่พี่ป้องจะรักกั๊กล่ะนะ พอเข้าใจแล้วว่าทำไม
    #21,341
    0
  11. #20548 kanun0_0 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:59
    เกลียดอิเจ๊แอน????????
    #20,548
    0
  12. #19585 Mistyblack (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:56
    อายของเจ๊แอนคือ การวิ่งเข้าหาผู้ชาย ถ้าไม่อายคง.......
    #19,585
    0
  13. #19346 TiwticAmp_90 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:36
    อ่านแล้วหมั่นไส้ ผญ คนนี้จังเลย นี่อายแล้วเหรอคะ? เชอะ น้องกั๊กน่ารักกว่าตั้งเยอะ
    #19,346
    0
  14. #18501 +tO Dr3aM,To f Ly+ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 05:43
    แน่ใจว่าน้ำตาอย่างเดียวนะน้องกั๊ก??
    #18,501
    0
  15. #18447 TAT47 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 19:14
    บางทีกูก็กลัวมากกว่าคนมาซื้อเค้กนะอีกั๊ก หวงซะ! เเอห่ะ!!
    #18,447
    0
  16. #18432 Lจ้าหญิJมะเหมี่ยว-*- (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 00:35
    กั๊กหึง
    #18,432
    0
  17. #18423 pungsj13 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 10:31
    จะมีคนมาแย่งพี่ป้องกะกั๊กหรือป่าวน้าๆๆ
    #18,423
    0
  18. #18415 ตามหามี้อยู่~ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 22:34
    กั๊กลูก อยากได้มาเลี้ยง55555
    #18,415
    0
  19. #18395 noeell (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 / 10:20
    กว่าจะได้มา เสียน้ำไปเยอะนะเออ55555555555555
    #18,395
    0
  20. #18351 Kim-kibom (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 / 22:52
    พี่ป้องเจ๋งเลยค่ะ..
    #18,351
    0
  21. #18350 darkarmLnw (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 23:43
    พี่ป้องพูดได้แบบ อื้อหือ! ฟังแล้วขนนี่ลุกเกรียวกราว
    #18,350
    0
  22. #18342 sofar_fa (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 21:08
    ผู้ใหญ่แสนดีกับเด็กลามกชัดๆ
    นี่ถ้าพี่แพมไม่ทักแกคงจัดไปตรงนั้นแล้วใช้มั้ยกั๊ก??
    #18,342
    0
  23. #18335 P' P (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 14:55
    5555 ใช่น้ำตาแน่หรอออออ
    #18,335
    0
  24. #18334 Tongdchr (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 13:08
    555555 เด็กกั้ก ดูแดพี่เขาดีๆ
    #18,334
    0
  25. #18331 Noong7 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 10:50
    สมน้ำหน้ายัยชะนีแอน ฮิๆ พี่ป้องเด็ดดวงมาก เราขายเค้กไม่ได้ขายตัว โอ้ยยยยย กดไลค์เยยย ฮื่อออ
    #18,331
    0