[Yaoi] Sugar Addict หวานกว่าขนมก็ผมเนี่ยแหละ [Boy's Love]

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 ความลับของผม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 69,647
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 866 ครั้ง
    5 มิ.ย. 59




เก๋าขโมยภาพมาจากแท็ก #ผมหวาน ขอเลยนะคะ XD

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ตอนที่ 1 ความลับของผม

 

 

 

กั๊ก

 

            เอาจริงๆ นะ ตอนนี้ผมไม่รู้จะรายงานสถานการณ์ของผมยังไงดี ดังนั้น ผมขอย้อนความสักนิด

 

            ผมมีความลับอันยิ่งใหญ่อยู่หนึ่งเรื่องที่บอกใครไม่ได้ คือผมเป็นคอของหวานขนานแท้ ทั้งเค้ก ทั้งคุ้กกี้ ทั้งทาร์ต ทั้งช็อกโกแลตจึงเป็นของโปรดอันดับต้นๆ ในใจ ซึ่งผมบอกเพื่อนไม่ได้เพราะเกรงว่าจะถูกล้อหนัก ด้วยความที่ผมทั้งเตี้ย ทั้งตัวเล็ก ทั้งหน้าเด็ก ดังนั้น ผมไม่อยากถูกใครมองว่านิสัยเหมือนผู้หญิงอีกหนึ่งอย่าง

 

            เรื่องนี้ผมปิดใครๆ มาได้เป็นปีๆ แล้ว เพราะอยากกินเมื่อไหร่ก็ไปหากินเอาข้างนอกที่อยู่ห่างจากโรงเรียนมากๆ เข้าไว้ แต่ความลับมันคงอยากผุดขึ้นมาเต็มที่ เมื่อจู่ๆ ก็มีร้านเค้กเจ้าอร่อยมาเปิดหน้าโรงเรียน แถมชื่อเสียงดังไกลไปทั่วในหมู่นักเรียนหญิง ไอ้ครั้นจะให้เดินโทงๆ เข้าร้านคนเดียวก็อับอายอย่างบอกไม่ถูก ดังนั้น นอกจากมาสำรวจหลายครั้งก็ยังไม่ได้ลองลิ้มชิมรสเลยสักนิด

 

            กระทั่งวันนี้ที่ความอยากมาถึงขั้นใกล้เหมือนคนอยากยา ผมจึงมุ่งมั่นและตั้งใจว่าจะซื้อมันกลับบ้านให้ได้ แล้วก็เคราะห์ดีที่มีพี่ผู้ชายหน้าตาหล่อๆ ชวนผมเข้ามาด้วยกัน ไอ้ผมก็นึกว่าพี่เขาเขินเหมือนกันที่เดินเข้าร้านเค้กคนเดียว ผมเลยฮึดสู้ เอาวะ มีเพื่อนทั้งทีจะปล่อยโอกาสให้เสียเปล่าทำไม แต่พอมายืนหน้าเคาน์เตอร์เท่านั้นแหละ...เพื่อนร่วมอุดมการณ์ดันคว้าผ้ากันเปื้อนมาสวมซะงั้น!

 

            ครับจบการย้อนอดีต นี่เจ้าของร้านครับ ใม่ใช่ลูกค้าแบบผมครับ

 

            พี่คนที่ส่งยิ้มอบอุ่นแกมขบขันมาให้ ทั้งยังยืนรออย่างใจเย็นว่าผมจะสั่งอะไรดี

 

            ผมอึ้งอยู่ล่ะใช่แน่ๆ แต่สายตาของผมก็เหลียวไปมองตู้โชว์เค้กที่เพิ่งมีโอกาสได้เข้ามาเห็นใกล้ๆ

 

          น่ากินสัสๆ!

 

            ผมเข้าใจตอนนี้แหละว่าฟังด้วยหูไม่เท่าเห็นด้วยตา!

 

            ทาร์ตผลไม้สีสันสดใสที่มีทั้งสตรอเบอรี่ องุ่น กีวี่และส้มที่ตัดกันอย่างลงตัว วางลงบนครีมสดฉ่ำๆ ทาด้วยน้ำเชื่อมเคลือบที่ทำให้ตัวขนมยิ่งเป็นประกายกับแสงไฟ

 

            ชีสเค้กสีเหลืองนวลที่ด้านบนสีเข้มกว่าเพราะการอบ แลเห็นคาราเมลไหม้นิดๆ ที่เคลือบอยู่ด้านนอก ขณะที่เนื้อด้านในที่โผล่ออกมาก็แลดูนุ่มละมุนลิ้น

 

            เครปเค้กวานิลลาสีขาวอมเหลืองวางซ้อนกันเป็นชั้นละเอียดยิบ แทรกด้วยครีมสีขาวที่คงหวานนุ่มน่าดู เคียงข้างกับกระปุกราสเบอรี่ที่คงให้รสเปรี้ยวอมหวานตัดกับความนุ่มของแป้งเครป

 

            และ...จุดประสงค์ในวันนี้

 

            เค้กดับเบิ้ลช็อกโกแลตสีเข้มรสเข้มข้น!

 

            ด้านนอกของตัวเค้กมีสีเข้มกว่าเพราะเคลือบด้วยช็อกโกแลตการาซ ด้านในที่เห็นจากรอยตัดเป็นเนื้อเค้กสปองจ์ที่ไล่สีกันสี่ชั้น แทรกด้วยครีมเค้กสีน้ำตาลอ่อน ในขณะที่ด้านบนประดับด้วยแผ่นช็อกโกแลตเล็กๆ ที่เล่นลายอักษรตวัดสีทองเป็นชื่อร้าน แถมด้วยช็อกโกแลตขูดเป็นเกรียวที่มองยังไงก็เป็นผลงานศิลปะชิ้นละสองร้อยตามห้างมากกว่าแค่ 45 บาทตามราคาบนป้าย

 

            ยัง มันยังไม่หมดนะ ยังมีอีกหลายอย่างที่วางอยู่ในตู้จนผม...อยากลองแม่งทุกอย่างเลย

 

            ความอยากที่ผมกลืนน้ำลายแรงมาก

 

            “เอื้อก งั้นผมเอา...”

 

            “พี่กั๊กจะสั่งอะไรหรือคะ”

 

            ขวับ

 

            ผมลืมสนิทเลยว่าในร้านมีรุ่นน้อง!!

 

            ผมงี้หันกลับไปมองเด็กสาวคนเดิมที่กำลังส่งยิ้มให้จางๆ แล้วนึกขึ้นได้ว่าผมรู้จักน้องมันได้ยังไง เพื่อนในกลุ่มน้องมันเป็นแฟนกับเพื่อนกลุ่มผม ขืนมันรู้ว่าผมชอบของหวานคงไปพูดต่อแน่ๆ ดังนั้น ผมจึงส่ายหน้า ยกยิ้มกว้าง ทั้งที่ในใจห่อเหี่ยวสุดๆ

 

            “เปล่า...พี่ๆ เอานมปั่นแก้วนึง” แล้วก็หันไปมองหน้าพี่ผู้ชายคนนั้นด้วยแววตา...ละห้อยสุดๆ

 

            ถ้าไอ้มู่หมาผมชอบทำตาน่าถีบ ของผมนี่ดับเบิ้ลไอ้มู่เลย

 

            “โห นี่เดินมาซื้อถึงนี่เลยหรือคะ” ผมรู้ว่าน้องมันแค่ชวนคุย แต่ผมงี้เหงื่อตกแล้วตกอีก ยิ่งมันบอกย้ำความมีพิรุธของผม

 

            “วันนี้ร้านน้ำปั่นตรงข้างประตูเปิดไม่ใช่หรือคะ”

 

            “อ้อ พี่กินลูกชิ้นแล้วหิวน้ำน่ะ” ผมตอบแค่นั้น ยามรู้สึกร้อนๆ ตรงผิวแก้ม รู้สึกเหมือนมีใครจ้องอยู่ พอหันกลับไปก็พบว่าพี่หลังเคาน์เตอร์ยังมองผมนิ่ง ขณะที่คนหันไปปั่นน้ำคือพี่ผู้หญิงอีกคน จนรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ยังไงไม่รู้

 

            ผมระแวงไปเองหรือเปล่าวะว่าสายตาพี่แกมันดู...แปลกๆ

 

            ทว่า ผมก็ปัดความคิดนี้ออกจากใจ รีบจ่ายตังค์ แล้วเดินเลี่ยงไปยังเก้าอี้ตัวหนึ่ง ปล่อยให้ไอ้รุ่นน้องพูดมากมันสั่งขนมบ้าง ควักโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นเพื่อข่มความประหม่า ซึ่งจริงๆ ผมก็รู้หรอกนะว่าไม่มีใครมองผมด้วยสายตาแปลกๆ หรอก แต่มันอดคิดไม่ได้นี่หว่า

 

            ทำไมผู้ชายส่วนใหญ่บนโลกใบนี้ถึงไม่ชอบของหวาน ทำไมผมต้องเป็นส่วนน้อยในนั้นด้วย

 

            ผมพยายามพุ่งความสนใจไปที่เกม แต่สายตาไม่รักดีก็เสือกเหลือบมองตู้โชว์เค้กอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า กลืนน้ำลายแล้วน้ำลายอีก สมองพยายามหาข้ออ้างให้ตัวเอง และสรุปว่าจะซื้อกลับ ถ้าใครถามอ้างแม่แม่ง

 

            แน่นอน ผมกินที่นี่ไม่ได้หรอก เพราะไม่อยากให้ใครรู้ล่ะหนึ่ง ส่วนอีกข้อนั้น...

 

            “นมปั่นที่สั่งครับ และนี่...”

 

            แกร๊ก

 

            ผมงี้หันขวับกลับมาเลยเมื่อได้ยินเสียงจานกระเบื้อง ซึ่งตรงหน้าของผม...เค้กช็อกโกแลตครับ!

 

            “เฮ้ยพี่ ผมไม่ได้สั่ง”

 

            ผมรีบแย้ง ทั้งที่เค้กบนจานไม่ได้จัดสวยอย่างในตู้ แต่เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมพอดีคำเหมือนสินค้าทดลองมากกว่า ซึ่งพี่แกก็ส่งยิ้มให้ แถมเสียงนี่...โคตรนุ่ม

 

            “เปล่าครับน้อง อันนี้ไม่ได้ขาย แต่พี่จะขอให้ช่วยชิมหน่อยได้มั้ย”

 

            “หืม!

 

            ผมก็ร้องสิ มองหน้าพี่แกงงๆ ให้เขาอธิบาย

 

            “อย่างที่น้องเห็นน่ะครับ ร้านพี่มีแต่ผู้หญิง นานๆ มีผู้ชายเข้ามาที ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาเป็นเพื่อนแฟน พี่อยากทำขนมที่ผู้ชายก็ถูกปากน่ะ แต่พี่เองก็ทานของหวานจนชิน ไม่รู้เหมือนกันว่าเด็กผู้ชายทั่วไปชอบทานแบบไหน พี่เลยอยากขอความเห็นน้องหน่อย”

 

            “ช่วยพี่ป้องหน่อยนะคะน้อง รายนี้หาเหยื่อมาทดลองขนมทุกวัน ดูหุ่นพี่สิ”

 

            ผมยังไม่รู้เลยว่าจะตอบยังไงดี พี่ผู้หญิงตรงเคาน์เตอร์ก็ชะโงกหน้ามาบอกด้วยเสียงขำๆ จนพี่ป้องอะไรนี่ขมวดคิ้ว

 

            “พี่ก็ไม่เห็นว่าแพมจะอ้วนขึ้นเลยนะ”

 

            “ตั้งแต่ทำงานที่นี่น้ำหนักขึ้นสามโลแล้วค่ะคุณเจ้าของร้าน”

 

            “งั้นตอนนี้หนักเท่าไหร่”

 

            “หยาบคาย! ใครถามผู้หญิงเรื่องน้ำหนัก แพมไม่คุยกับพี่ป้องแล้ว!

 

            “ฮ่าๆๆๆ งอนซะแล้ว”

 

            ผมว่าพี่แพมคนนี้ก็น่ารักดีนะ ไม่ได้อ้วนอย่างที่พี่แกบ่นหรอก ก็ขาวๆ อวบนิดๆ หน้าตาดูเป็นมิตรที่ดูยังไงก็เหมือนแกล้งงอนมากกว่างอนจริง แถมแกล้งสะบัดบ็อบเดินไปเก็บโต๊ะลูกค้าที่ก้าวออกไป จนผมหันกลับมามองพี่ป้องอะไรนี่อีก

 

            เฮือก!

 

          ไหงมองด้วยแววตาเปี่ยมไปด้วยความหวังงี้วะ!

 

            “ช่วยพี่หน่อยนะน้อง”

           

            “แค่ชิมนะพี่”

 

            เอาจริงๆ นะ ผมโคตรของโคตรห้ามมือที่จะเอื้อมไปคว้าส้อมเงินคันเล็กเลย ตอนที่บอกอย่างไว้เชิงหน่อยๆ ให้พี่เขายิ้มกว้าง

 

            “ครับผม แค่ชิมเฉยๆ รับรองไม่เรียกเก็บเงินแน่นอน”

 

            ผมว่าผมแพ้รอยยิ้มพี่แกแน่ๆ เลยว่ะ คนบ้าอะไรยิ้มกว้างทั้งปากทั้งตา ตอนรับคำว่าครับผมก็ขี้เล่นหน่อยๆ ตาพราวนิดๆ ไม่แปลกใจเลยที่มีสาวๆ พูดถึงกันเยอะ ขนาดผมยังเอียงไปวูบนึงเลย แบบว่าใจมันคันยิบๆ อิจฉาหน่อยๆ

 

            ถ้าผมหล่อแบบนี้ สูงแบบนี้ ยิ้มแล้วหล่อแบบนี้นะ โอ๊ย จะหาแฟนสักสิบคน!

 

            แต่ตอนนี้ผมควรสนใจเค้กตรงหน้ามากกว่า

 

            ฟึ่บ

 

          เจ้าข้าเอ๊ยอย่างแน่นเลยว่ะ!

 

            เนื้อของช็อกโกแลตแน่น หากแต่เนื้อสปองจ์เค้กกลับนุ่ม เอาส้อมตัดลงไปแล้วสัมผัสนี่ใช่มากจนผมที่ตื่นเต้นแทบบ้าพยายามทำหน้านิ่งๆ ลายน้ำในปากพุ่งปรี๊ด ตาจับจ้องแค่ของหวานที่กำลังจะแตะปลายลิ้น

 

            หงับ

 

          เหี้ยแล้วเหี้ยแล้ว!! เหี้ยแล้ว!!!

 

            ผมห้ามปากตัวเองไม่ทันจริงๆ เมื่อมุมปากของผมกำลังยกสูงขึ้นเรื่อยๆ เอียงแก้มอย่างเผลอตัว เมื่อความขมปนหวานแตะลงบนลิ้น ขณะที่ช็อกโกแลตกำลังละลายในปากของผม ซึ่งบอกได้เลยว่ามันไม่ได้หวานเลี่ยน ตรงกันข้าม มันนุ่มละมุนสุดๆ จนผมแทบจะไม่อยากให้มันไหลลงคอเลยด้วยซ้ำ

 

          อร่อยสัสๆ!

 

            ผมงี้แทบจะจิ้มเค้กส่วนที่เหลือเข้าปากแทบไม่ทัน รู้สึกฟินยิ่งกว่าตอนช่วยตัวเองเสียอีก...เฮือก!

 

          ฉิบของกูกำลังจะตั้ง!

 

            เหี้ยแล้วไง ผมลืมไปได้ยังไงว่ามีอีกหนึ่งความลับที่ทำให้ผมไม่ค่อยกินขนมนอกบ้าน เพราะ...ถ้าเจอที่อร่อยจริง ผมจะอารมณ์ขึ้น!

 

            ปกติผมก็ชอบกินเค้กอยู่แล้วนะ แล้วก็แม่งหงุดหงิดตัวเองที่พออร่อยแล้วหน้าผมจะอย่างเคลิ้ม ห้ามปากยิ้มไม่ได้ ห้ามเอียงแก้มไม่ได้ แต่นั่นก็พอถูๆ ไถๆ ไปได้ว่าก็มันอร่อย จะยิ้มก็ไม่เห็นแปลก แต่ถ้าผมได้กินของหวานที่แม่งใช่มากๆ โดนใจสุดๆ ผม...จะถึงขั้นมีอารมณ์

 

          และตอนนี้สายยางกูตั้งแล้ววววว!

 

ต่อค่ะ

 

            ในชีวิตนี้ผมรู้สึกแบบนี้แค่สองครั้ง ครั้งแรกตอนสมัยประถมปลาย และนี่เป็นครั้งที่สอง

 

            ผมจำไม่ได้ว่าผมกินขนมร้านไหน แต่ตอนนั้นพอเอาเข้าปากเคี้ยวหงับๆ ผมงี้ร้อนซู่ซ่าไปทั้งตัว รู้สึกเหมือนจะแตกเลยล่ะ ซึ่งนั่นเป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่ผมปล่อยน้ำด้วย ดีที่พี่ชายช่วยเอาไว้และปิดเป็นความลับให้ จากนั้นมา ผมก็ระวังตัวสุดขีด แม้จะชอบกินขนมยังไงก็จะซื้อกลับบ้าน กินในบ้าน  เผื่อมีอารมณ์จะได้ไม่อายใครหน้าไหน แต่ตอนนี้...มันเกิดขึ้นแล้ว

 

          มันเกิดขึ้นอีกแล้ว...อร่อยชนิดดีกว่าช่วยตัวเอง!

 

            แปะ

 

            เฮือก!

 

            “โทษที พี่เห็นน้องกินแล้วยิ้ม พี่เลยเผลอ” ผมไม่ได้โกรธที่พี่เขาเอามือวางบนหัวทั้งที่เจอกันครั้งแรกหรอกนะ แต่ผมสะดุ้งว่ามือใหญ่ๆ ร้อนๆ มันทำให้ผมยิ่งเสียว ร้อนช่วงล่างอย่างบอกไม่ถูก และแทนที่จะเอ่ยขอบคุณหรือวิจารณ์เค้ก สิ่งที่ผมทำตอนนี้น่ะหรือ...

 

            หมับ

 

            คว้ากระเป๋าแล้วเผ่นไง!

 

            “เฮ้ยน้อง!!!

 

            ผมไม่สนใจว่าพี่เขาจะเรียกว่าลืมน้ำปั่น เพราะผมงี้หน้าร้อนสุดๆ สองขาก็สั่นนิดๆ แต่พยายามฝืน พาร่างกายพุ่งกลับเข้าโรงเรียน แล้วตรงดิ่งไปยังห้องน้ำชาย เข้าห้องส้วม ปิดล็อกประตู ไม่สนใจห่าเหวอะไรแล้วว่านี่มันโคตรเหม็น เพราะจุดนี้ผมทำได้อย่างเดียว...ควักลูกชายมาxไงครับ!

 

            “สัสเอ๊ย แม่งน้ำจะซึมอยู่แล้ว!

 

            ผมไม่เล่ามากแล้วกันว่าชักยังไง ก็ทำแบบทั่วๆ ไปนั่นแหละ เพียงแต่ผมต้องดันลิ้นไปทั่วปาก เพื่อให้สัมผัสกับรสชาติที่ยังติดอยู่ตามซอกฟัน รับรู้ถึงความหวานปนขมที่ทำให้ซาบซ่านไปหมดทั้งตัว จนต้องเอนแผ่นหลังพิงประตูห้องน้ำ หอบหายใจแรงๆ สูดปากหนักๆ

 

            ความหวานซ่านที่ปลายลิ้น ความขมติดอยู่บนมุมปาก จนต้องใช้ลิ้นเลียมันเบาๆ ที่ยิ่งปลุกเร้าอารมณ์ให้ลุกพรึ่บ และพอนึกถึงความนุ่มของเค้กที่ละลายในปาก...ผมเองก็ละลายออกมาเป็นน้ำเหมือนกัน

 

            “กู...อยาก...ตาย!

 

            ผมได้แต่ก้มลงมองน้ำขุ่นที่พุ่งออกมาเลอะโถส้วม แล้วก็ได้แต่โขกหลังหัวกับประตูห้องน้ำ ว่าเสียงปนหอบ รู้สึกอยากจะแทรกแผ่นดินหนี เพราะรู้ถึงไหน อายถึงนั่น...ผมเสร็จได้เพราะขนมเค้ก!

 

            นี่ไม่ใช่สาวหุ่นเอ็กซ์อย่างใน AV ด้วยซ้ำ แถมไม่อยากบอกเลยว่ามันรู้สึกซาบซ่านยิ่งกว่าตอนดูหนังโป๊ไปด้วยไม่รู้กี่เท่า

 

            “กูไม่มีหน้าโผล่ไปร้านนั้นอีกแล้ว!

 

            ผมรำพึงกับตัวเอง อยากจะหายตัววับไปเลยยิ่งดี เพราะกว่าจะหาร้านเค้กที่อร่อยระดับนี้ได้ ผมหามาไม่รู้กี่ปี แต่ดันไปทำตัวน่าอายหน้าด้วยการวิ่งออกมาจากร้าน ดีไม่ดี มีคนจับได้อีกว่าของผมแม่งของขึ้นขึ้นมาแล้วด้วย

 

          โว้ย! ความลับกูแตกหรือยังวะ!

 

            ผมล่ะกลัวความแตกจริงๆ ผมก็รู้ตัวล่ะนะว่าความลับของผมมันอัปรีย์มาก คนอื่นคงเลี่ยงไม่กินของหวานอีกเลยตลอดชีวิต แต่ผมไม่ใช่ไง ผมดันเป็นพวกเสพติดความหวาน ถ้าไม่กินก็จะลงแดงตาย แต่ถ้ากินก็เสี่ยงมีอารมณ์กลางที่สาธารณะ

 

            “แต่อร่อยฉิบหาย กูอยากแดกอีก”

 

            ให้ตาย ผมตัดใจจากร้านนั้นไม่ลงจริงๆ ว่ะ!

 

            ยิ่งผมเอาลิ้นดุนฟันเบาๆ แล้วยังได้รสช็อกโกแลต แถมปากยังมีกลิ่นของหวานรสเข้มอวลอยู่ ผมก็อยากชิมอีก อยากจะกินมันทั้งชิ้น และถ้าจะเสร็จเพราะกินเค้กก็ไม่แคร์ ผมอยากจะกินมันทั้งปอนด์ ดื่มด่ำอยู่ในห้องนอน แล้วปลดปล่อยออกมาให้เต็มที่

 

            “มึงมันโรคจิตว่ะไอ้กั๊ก!

 

            ผมอยากตายจริงๆ นะ

 

            “เฮ้ย มีใครอยู่ในห้องน้ำน่ะ”

 

          ฉิบ ลุงภารโรงมา

 

            “ลุงๆๆ อย่าเพิ่งปิดๆ ผมขี้เสร็จแล้ว แป๊บนึง” ผมรีบเก็บอาวุธคู่กายเข้ากางเกง ไม่มีเวลาทำความสะอาดคราบแล้ว คิดซะว่าเดี๋ยวมันก็แห้ง เดี๋ยวลุงแกก็ล้าง เพราะงั้นออกมาก่อนที่ลุงจะล็อกประตูข้างนอกแล้วขังผมไว้ดีกว่า จนก้าวเร็วๆ ออกมา ล้างมือให้สะอาด แล้วส่งยิ้มให้ลุงภารโรงที่เห็นแกเดินตรวจตราทุกเย็น

 

            ทุกทีลุงแกก็ไล่กลับบ้านอย่างรำคาญหรอกนะ แต่ครั้งนี้ลุงจ้องผมแปลกๆ ว่ะ

 

            ไม่พอ ลุงแกยังส่ายหัวอีกวุ้ย

 

            “เด็กสมัยนี้มันไม่มียางอายจริงๆ ทำมันได้ทุกที่ เฮ้อ”

 

            ผมก็เหวอน่ะสิ ไม่รู้ว่าลุงแกรู้หรือเปล่า แต่ผมเสือกเงยหน้าขึ้นมองกระจกไง ผมเลยกระจ่างเลยว่าทำไมลุงถึงรู้...หน้าผมฟ้องหมดทุกอย่าง

 

            หน้าเคลิ้ม ตาเยิ้ม แก้มแดง!

 

            ไม่ครับ ไม่ใช่สโลแกนผลิตภัณฑ์อะไรทั้งนั้น หน้ากูล้วนๆ เลย

 

            ผมไม่รู้แล้วว่าลุงแกบ่นอะไรต่อ เพราะจุดนั้น...ผมวิ่งอีกแล้ว คราวนี้วิ่งไปหลบมุมตึก ทำใจให้หน้ากลับมาเป็นปกติ ก่อนที่จะพยายามเดินมั่นหน้าออกจากโรงเรียน...มั่นมากครับ แท็กซี่มากูโบกก่อนเลย แล้วโดดขึ้นไปแบบไม่คิดชีวิต ตัวสั่นพั่บๆ

 

            ไม่สั่นได้ไง ความลับผมแตกหรือยังเนี่ย!!!

 

            ก็หวังล่ะนะว่าจะไม่เจอแท็กซี่หื่นอยากแดกเด็กหนุ่มๆ เพราะหน้ากูนี่เข้าขั้นลามกมาก!

 

            นี่แหละ ความลับระดับชาติที่ผมแก้ยังไงก็แก้ไม่ได้ เฮ้อ

 

.......................................

 

           ต่อค่ะ

 

            “เมื่อคืนมึงดูหนังที่กูส่งไปหรือยังวะ”

 

            “เออ ไอ้เหี้ย กูจะมาถามมึงเรื่องนี้อยู่พอดี มึงโรคจิตป่ะวะเนี่ย ส่งเหี้ยอะไรมาให้กูดู แม่งเอ๊ย มีแต่ครีมสด!

 

            “อ้าว มึงชอบไม่ใช่หรือวะ ประเภทป้ายครีมบนตัวแล้วดูดเอาๆ”

 

            “สัส! กูชอบที่ป้ายสาวแล้วดูดนมโว้ย ไม่ใช่ดูดค...”

 

          อย่าหันมาถามกู อย่าหันมาถามกู

 

            “โหมึง ลีลาโม้กของนางเอก AV แม่งอย่างแจ่ม มึงนี่เข้าไม่ถึงว่ะ”

 

            “ไอ้เหี้ย กูจะเข้าถึงได้ไง แม่งเห็นแค่ลิ้นกับปาก กูไม่เห็นหน้านางเอก หน้าไม่แจ่ม กูไม่ฟินเว้ย! ใครจะบ้าฟินไหว ขืนไอ้ที่โม้กนี่ตัวผู้ กูอ้วกแตกตาย”

 

          มึงอย่าหันมาถามกู อย่าหันมาถามกูนะไอ้สัสต้น

 

            “แล้วมึงอะไอ้กั๊ก”

 

          สัส กูก็บอกแล้วไงว่าอย่าหันมาถามกู!

 

            ผมกำลังนั่งเล่มเกมอยู่ที่ประจำ ทำหน้าเหมือนไม่สนใจเหี้ยห่าอะไร ทั้งที่ผมงี้สะดุ้งแล้วสะดุ้งอีก นับตั้งแต่เพื่อนสนิทสองคนกำลังเปิดประเด็นเรื่องหนังโป๊ที่ไอ้ต้นส่งมาเมื่อคืน ในใจก็ภาวนากับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าอย่าเสือกหันมาถามกูเชียวนะ แต่ผมมันคงเป็นเด็กลามกเกินไป พระเจ้าไม่เห็นใจ มันเลยวกมาจนได้

 

            “มึงก็ไม่อินใช่มั้ยห่ากั๊ก ใครชอบก็ โรคจิต แล้ว แม่ง โคตรเสื่อม เอาเค้กเสียบไว้กับแม่งเนี่ยนะ โผล่มาแค่ปลาย กูนี่สยองเลย เล่นห่าอะไรวะ กูว่าคนถ่ายหนังต้อง วิปริต ว่ะ แล้วถ่ายแค่ดูดเอาด๊วบๆ คนบ้าที่ไหนจะอารมณ์ขึ้น กูว่ามีแต่ พวกจิตทราม เหมือนกันเนี่ยล่ะที่ชอบดูห่าอะไรแบบนี้”

 

          มึงเอามีดมาแทงกูเลยมั้ยไอ้ห่าเป้

 

            ถ้าคนเราสะดุ้งจนตายได้ ผมคงตายห่าเฝ้ายมบาลไปหลายรอบแล้วล่ะ เพราะว่าเมื่อคืนผมเสร็จไป...สี่รอบ

 

            สี่รอบไม่รวมที่ช่วยตัวเองในโรงเรียนด้วยนะ

 

          อย่าครับ อย่ามีใครบังอาจด่าผมว่าวิปริตเชียวนะ เพราะแค่เพื่อนผมด่าก็เจ็บเหี้ยๆ แล้ว

 

            “กูก็ว่า...งั้นๆ แหละ”

 

          งั้นเหี้ยอะไรไอ้กั๊ก แค่มึงเห็นครีมสดบนไอ้นั่น ไอ้นี่มึงก็ตั้งโด่แล้ว!!!

 

            เมื่อคืนผมก็เอาหัวโขกหมอนไปหลายรอบแล้ว เพราะผมรู้สึกว่าตัวเองมันลามกจกเปรตสุดๆ

 

            ผมด่าตัวเองไม่ใช่ว่าเพราะผมมีอารมณ์จากคลิปนั่นหรอกนะ มันต้องมีคนที่รู้สึกเหมือนผมบ้างล่ะน่า ไม่งั้นโปรดิวเซอร์ญี่ปุ่นที่ถ่ายหนังเรื่องนั้นคงไม่ทำออกมา พวกผู้ชายสายขัดลำกล้องอย่างผมน่ะมันก็ต้องมีความอยากจากภาพเนี่ยล่ะ แต่ที่ผมว่าผมอัปรีย์กว่าชาวบ้านน่ะเพราะผมไม่ได้มีอารมณ์ที่ดูคนอมไอ้เกียร์กระปุกเลอะโฟมล้างรถ แต่ผม...อยากเลีย

 

          ไอ้เหี้ย กูอยากตาย!!!!

 

            ครับ ผมมีอารมณ์เพราะว่าอยากชิมครีมสดที่ป้ายบนกระปุกเกียร์!

 

            คนอื่นอาจจะจินตนาการว่ามีพี่สาวอกสะบึ้มมาโม้กให้ แต่ผมไม่ใช่! ผมเนี่ยล่ะอยากกินไอติมแท่งเคลือบเมอแรงค์นั่นจะตายห่า เอาแต่กลืนน้ำลายเอื้อกๆ ยิ่งมองลิ้นสีสดเลียมากเท่าไหร่ ผมนี่อยากแปลงร่างไปเลียแทนเลย เพราะแม่งต้องอร่อยแน่ เสียงดูดจ๊วบๆ นี่เหมือนแดกไอติมแท่งละร้อยเลย

 

            ดังนั้น ผมเนี่ยล่ะไอ้โรคจิตตัวพ่อ

 

            ไอ้ตัวพ่อที่จะพูดได้ไงวะว่าดูแล้วเสี้ยนสุดๆ ขืนพูดไปมันนึกว่าเป็นเกย์ก็ชีวิตบรรลัยกันน่ะสิ

 

            ผมบอกหรือยังว่าไอ้เป้เพื่อนผมเป็นคนยังไง

 

            ถ้าไอ้ต้นมันเป็นคนง่ายๆ ไอ้เป้แม่งก็ปากหมาบ้าเลยล่ะ แม่งแว้งกัดทุกคน

 

            ไอ้เป้เพื่อนผมคนนี้เป็นผู้ชายตัวโตกว่าผมเป็นเท่าตัว มันเป็นประเภทใหญ่แต่ตัว สมองไม่ค่อยผ่านการพัฒนา พูดอะไรไม่เคยคิด คิดแต่ว่ากำลังชนะทุกอย่าง มันยังเคยปากเปราะพูดเรื่องแฟนไอ้กราฟในทางไม่ดีจนเกือบจะต่อยกันมาแล้วเลย ถ้าขืนมันรู้ว่าผมคิดอะไร มันต้องมองผมด้วยสายตารังเกียจสุดๆ แถมด่าผมว่าไอ้เกย์อย่างไม่คิดซ้ำสองแน่ๆ

 

            “กูเฉยๆ แต่มึงอะไอ้เป้ เลิกวิจารณ์ได้แล้ว คนเราแม่งชอบไม่เหมือนกัน มึงไม่ชอบ ใช่ว่าคนอื่นมันจะไม่ชอบเหมือนมึงนี่หว่า”

 

            “กูว่าตามที่เห็น แม่งวิปริต”

 

            “ทีหนก่อนคลิปที่เอาไข่ปลาแซลมอนวางบนนม มึงยังฟินนักฟินหนาเลยไม่ใช่หรือวะ ทีกลับกันนิดหน่อย มึงก็อย่าพูดมากเลยน่า เดี๋ยวคนอื่นก็ว่ามึงวิปริตเหมือนกันหรอก”

 

            “เออๆ จบๆ กูไม่เถียงมึงแล้วไอ้กั๊ก”

 

            เคราะห์ดีที่ไอ้เป้ยังเชื่อคำพูดของผม ผมพูดอะไรมันก็ค่อนข้างเชื่อนะ แต่มันไม่รู้หรอกว่าแต่ละคำที่มันพูดนี่ด่าผมเจ็บแสบสุดๆ ถ้าขืนมันรู้ความลับผมขึ้นมา ผมล่ะกลัวใจและปากมันจริงๆ ดังนั้น พอมันยอมจบ ผมงี้แทบจะถอนหายใจด้วยความโล่งอกเลยเชียวล่ะ

 

            “ตกลงมีแค่กูที่ชอบหรือวะ กูอุตส่าห์ส่งไปนึกว่าพวกมึงจะชอบ”

 

          ไอ้ต้น ถ้ากูเป็นคนปากตรงกับใจอย่างมึง กูจะสารภาพหมดเปลือกเลยว่ากูชอบสัสๆ กูฟินสุดๆ กูเสร็จไปสี่น้ำ!

 

            ผมได้แต่เหลือบมองไอ้ต้นที่แค่ยักไหล่ แล้วหันไปสนใจอย่างอื่น ใจตุ่มๆ ต่อมๆ ว่าไม่มีเพื่อนคนไหนจับพิรุธของผมได้ จนผมลืมเรื่องสำคัญบางอย่างไปสนิทใจ จวบจนกระทั่งโรงเรียนเลิก และเตรียมกลับบ้านไปหาหมานั่นแหละ

 

          “น้อง น้องครับ!

 

          ฉิบหาย! พี่เจ้าของร้าน!

 

            ผมเบิกตากว้างเป็นไข่ห่านขึ้นมาทันที เมื่อเพียงก้าวขาออกมาจากโรงเรียนได้ไม่ถึงสิบก้าว เสียงเรียกก็ทำให้ผมต้องหันไปมอง จนเห็นผู้ชายตัวสูงผิวเข้มที่สวมหมวกแก๊ปสีน้ำเงิน ไม่ต้องให้ใครมาตะโกนข้างหูก็จำได้ว่าเป็นพี่เจ้าของร้านเค้กเมื่อวาน

 

          หรือว่าจะจับได้ว่ากูมันวิปริตวะ!

 

            สมองผมคิดแง่ร้ายก่อนเลย ยิ่งพี่แกก้าวเข้ามาใกล้มากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งเห็นว่าหน้าหล่อๆ แม่งดูเครียดจนผมงี้เหงื่อตก

 

          พี่มันต้องจับได้แน่ว่าเมื่อวานกูกุมเป้าวิ่งออกจากร้าน!

 

            ผมนี่เลิ่กลั่ก มองซ้ายมองขวาหาทางหนีให้ตัวเองทันที ผมไม่อยากถูกเปิดเผยความลับอันดำมืดนะ ถ้าพี่แกเอามาแบล็กเมล์ผมล่ะว่าผมโรคจิตมีอารมณ์กลางร้านเค้ก ถ้าพี่เขาคิดว่าผมต่ำช้ามองผู้หญิงในร้านแล้วเกิดอารมณ์ล่ะ ถ้าพี่เขาประกาศว่าผมเป็นพวกชอบโชว์ของดีจนตั้งกลางร้านเค้กล่ะ ถ้าพี่เขา...

 

            ขวับ

 

            “เฮ้ยน้อง วิ่งหนีพี่ทำไม!

 

          กูไม่คิดถ้าต่อไปแล้ว กูขอเลือกเปิดไพ่เผ่นแน่บเป็นคำตอบสุดท้าย!

 

            ผมก็วิ่งสิ จะอยู่ให้พ่อมาหาหรือไง ดังนั้น ผมจึงหมุนตัวแล้วเสือกโง่ไง แทนที่จะวิ่งกลับเข้าโรงเรียน พี่แกจะได้ตามไม่ได้ ผมดันเสือกวิ่งไปตามทางที่คุ้นเคย...ซอยข้างโรงเรียนไง

 

            “น้องอย่าวิ่งสิ!

 

          แล้วมึงตามกูมาทำไมล่ะห่าราก!

 

            ผมเหลียวกลับไปมองด้านหลัง แล้วพบว่านอกจากพี่แกจะตะโกนตามหลังแล้ว ยังเสือกวิ่งตามซะงั้น แล้วขอโทษนะเพ่ เพ่สูงร้อยแปดสิบอัพ ผมนี่ร้อยหกสิบกว่าๆ ผมจะวิ่งหนีพี่ทันมั้ย งานนี้ก็ต้องซอยยิกอย่างเดียว คิดซะว่าถูกอาจารย์ปกครองไล่กวดอยู่

 

            “น้องหยุดวิ่งก่อน”

 

          มึงก็อย่าตามสิวะ!

 

            ผมเหลียวกลับไปมองอีกที กะระยะอย่างรู้ดีว่าอีกนิดก็จะมีทางแยก ดังนั้นต้องอาศัยความตัวเล็กหลบหลีกวิ่งเข้าซอยโคตรแคบแบบไม่ลดฝีเท้า และพี่แกต้องคิดไม่ถึงแน่ ตัวโตๆ แบบนี้ถ้าจะเข้าซอยต้องลดความเร็วลงกว่าครึ่ง ดังนั้นอีกนิด....กูรอดแน่!

 

            “เฮ้ยน้อง! ระวัง!!!

 

          ระวังอะไรว...

 

            โครม!!!

 

            “อ๊ากกกกกกกกก!!!!

 

            ผมกำลังกระหยิ่มยิ้มย่องในใจว่ารอดแน่ จนเหลียวกลับไปมองคนวิ่งตามอีกนิด ในจังหวะที่พี่แกร้องดังลั่น แต่มันไม่ทันแล้วไง พอผมหันกลับมาอย่างสงสัยว่ามีตัวเหี้ยวิ่งตัดหน้าหรือ ผมก็...ชนโครมเข้ากับถังขยะจนล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้น

 

            แล้วขอโทษครับ ความซวยผมยังไม่หมด

 

          เชือกรองเท้าเสือกพันกัน!

 

            “หลุดสิวะ หลุด!

 

            โครม!!!

 

            “อ๊ากกกกกกก!

 

            แผละ!

 

            ขอผมเล่าก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น เชือกรองเท้าผมพันกันใช่มั้ย ดังนั้น ผมจึงสะบัดขาเต็มแรง หมายจะให้มันหลุดแล้วลุกวิ่งต่อ แต่ดันสะบัดแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ เพราะผมถีบถังขยะอีกใบที่รอดพ้นถูกผมชนไปเต็มแรง เจ็บจนร้องเสียงดังลั่น ในขณะที่ถังใบนั้นก็เสียการทรงตัวล้มลงมา แต่ขอโทษครับ มันไม่ได้เสือกล้มไปทิศทางที่ผมถีบออก มันดันล้มเอนเข้ามาหาผม จน...ขยะเข้าปาก

 

          ไอ้เหี้ย ไม่ใช่ขยะธรรมดา เสื้อชั้นในกลิ่นยังกับหมาตายหล่นเข้ามาในปากเฉยเลย!!!!

 

            “แหวะๆๆๆ อ๊ากกกกกก เหม็นฉิบ ลิ้นกู แหวะ!!!” ผมนี่กระชากมันออกแทบไม่ทัน รีบยกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดปาก ทั้งยังใช้ลิ้นเลียลงบนเสื้อนักเรียนแรงๆ อย่างหวังจะช่วยให้สะอาดขึ้น บอกตรงๆ ว่าผมรู้สึกว่าชีวิตโคตรจัญไร ยิ่งตอนที่...

 

            “น้องเป็นอะไรหรือเปล่า!

 

            คนที่วิ่งหนีแทบตายกำลังขยับเข้ามาช่วยปัดเศษขยะออกจากตัว จนได้แต่เงยหน้าขึ้นมอง

 

            “ร้องไห้ทำไม! เจ็บตรงไหนครับ”

 

            ผมไม่รู้ตัวว่าตาผมปริ่มน้ำแล้ว ไม่ว่าจะด้วยความเจ็บที่ทั้งล้มทั้งกระแทก หรือความอับอายขายขี้หน้าที่วิ่งหนีเขาไม่พอ ยังทำถังขยะล้มระเนระนาด ผมรู้เพียงอย่างเดียว...

 

            “เพราะพี่นั่นแหละ!

 

          กูจะโทษแม่ง!

 

            ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพราะไอ้พี่ร้านเค้กนี่คนเดียวเลย!

 

            คนที่ทำหน้าแปลกใจนิด แต่ไม่ยักกะเถียง ตรงกันข้าม

 

            ฟึ่บ

 

            “เป็นความผิดพี่เองครับ อย่าร้องนะเด็กดี”

 

            พี่แกกลับส่งยิ้มให้ แล้วเลื่อนมือมาเช็ดคราบบนหน้าให้เบาๆ จนผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผีห่าซาตานตัวไหนเข้าสิง ผมถึงยื่นมือไปดึงเสื้อพี่เขามาเช็ดหน้าแรงๆ เพื่อหลบให้พ้นมือที่จับแก้มของผม

 

            “ทั้งหมดเป็นความผิดพี่ ผมล้มก็เพราะพี่ ผมเจ็บก็เพราะพี่ เพราะพี่นั่นแหละ!

 

            ผมโทษพี่แกเอาไว้ก่อน เพราะผมรู้แล้วว่าผีตัวไหนเข้าสิงผม

 

            ผีเขินไง

 

          ไอ้เหี้ย เขินจะตายห่า เจอกันสองครั้งใครสั่งใครสอนให้เอามือมาเช็ดหน้าให้วะ แล้วไอ้ผีห่านี่มึงบ้าหรือเปล่า มึงทำให้กูเขินผู้ชายตัวเท่าตึกเนี่ยนะ!!!

 

            “ครับ เป็นความผิดพี่เองครับ อย่าร้องเลยนะ”

 

            ตอนนี้ผมขอโทษผีก็แล้วกันที่ทำให้ผมเขินน้ำเสียงใจดีของไอ้พี่ร้านเค้กคนนี้แทบบ้า!

 

................................................

 

            ครบค่ะ ทำไมต้องว่าน้องกั๊กเก๋ากามด้วยล่า >< ชมแบบนี้น้องกั๊กเขินแย่เลย/// ฮา ก็กามจริงๆ นั่นแหละค่ะ เมย์บอกแล้วว่านิยายเรื่องนี้เขียนคลายเครียด ก็อยากให้คนที่แวะเข้ามาอ่านรู้สึกว่าทำให้ผ่อนคลายบ้างนะคะ ซึ่งเห็นมีคนถามว่าพี่เอาอะไรมาคิด กินเค้กแล้วเสร็จ ฮา เพื่อความหลากหลายค่ะ เรื่องนี้ขนาดหมายังเป็นคู่รอง นับประสาอะไรกับกินเค้กแล้วเสร็จ แต่จริงๆ มันมีสาเหตุนะเออ แต่ไม่เอา เรายังไม่เล่า บอกแค่ว่าปากน้องกั๊กไวสัมผัสสุดๆ เลยแล้วกันเนอะ

            ตอนนี้ นึกหน้านะคะ หนุ่มหน้าตาอย่างหัวตอนข้างบนทำหน้าปริ่มๆ น้ำ แบะปากคล้ายจะร้องไห้ แถมยังแกล้งโวยว่าความผิดพี่ๆ แต่ดึงเสื้อพี่มาปิดหน้าเฉย คนมองมันจะคิดยังไง...เออ นั่นสิพี่ป้องจะคิดยังไง ก็ลองเดากันเนอะ เมย์จะยังไม่เล่าผ่านมุมมองพี่ป้องกระทั่งผ่านไปครึ่งเรื่อง ก็เดากันไปก่อนค่ะว่าผู้ชายอบอุ่นคนนี้ในใจคิดอะไรอยู่ บอกแค่ว่าคนเขียนเนี่ยล่ะ...คิดดีไม่ได้จริงๆ ^w^

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมหวาน นะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 866 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,682 ความคิดเห็น

  1. #25673 iLoVeUeIeI (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 21:59
    เขิน ห้ดาาห้ห่กหากพาดนากห หรือว่าเราเป็นโรคจิตเหมือนน้องวะ -.,-

    ห่ห่หสฟาหรหยหรฟนนฟน กรี๊ดด
    #25,673
    0
  2. #25612 MyUniverseOSH (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 10:47
    ชอบนายเอกแบบนี้ค่ะ กรี๊ดดดดด
    #25,612
    0
  3. #25601 Natthida27 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 15:17
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-06.png อ่่่่่ยยยยยยยยยย
    #25,601
    0
  4. #25570 jaja_2001 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 14:49
    เขินตั้งแต่วิ่งออกจากร้านเค้กอะ ฮือออออ อายแทนน้องเลยยย
    #25,570
    0
  5. #25538 teeranan6270 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 01:56
    แพ้คนแบบพี่ป้องจังเลยค่ะ งู้ยยยย
    #25,538
    0
  6. #25500 rattanalak44 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 11:08
    55555555555.
    #25,500
    0
  7. #25499 rattanalak44 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 11:07
    55555555555
    #25,499
    0
  8. #25491 pa rang (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 19:34
    น้องงงงง พี่เขิน
    #25,491
    0
  9. #25480 ภาวนา ยะถาเทศ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:02
    555555ทั้งขำทั้งสงสาร​ คลายเครียดได้ดีจริงค่ะเรื่องนี้
    #25,480
    0
  10. #25425 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 14:21
    ไม่รู้ว่าจะเขินพี่ป้องหรือเอ็นดูน้องกั๊กก่อนดี
    #25,425
    0
  11. วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 10:37
    กลับมาอ่านแล้ววว ฮืออออ หายไปจาดวงจรชีวิตแล้วก็ดันหาไม่เจออีก เกือบลืมแล้ว ดีใจ
    #25,416
    0
  12. #25395 maknae_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 23:13

    ใจดีกับผมจังงง

    #25,395
    0
  13. #25383 Golden23 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 14:42
    ว้อยยย ไปวิ่งหนีเขาเสย
    #25,383
    0
  14. #25382 Golden23 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 14:40
    ปากแต่ละนาง
    #25,382
    0
  15. #25370 ppvs_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 22:08
    น่ารัก5555555555
    #25,370
    0
  16. #25358 JutakanWhanyan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 21:21
    พึ่งเคยเจอนายเอกเกิดอารมเพราะเค้กเนี่ยแหละ5555
    #25,358
    0
  17. #25328 BewtyKAWAI (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 23:07
    โอมายก็อตตต
    #25,328
    0
  18. #25311 Look @ Me (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 16:28

    กั๊กอย่างฮา แต่ชอบพี่ป้องอบอุ่น ละมุนไปอีก

    #25,311
    0
  19. #25279 marian_plum (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 15:36
    นังกั้ก5555555
    #25,279
    0
  20. #25272 neko2804 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 00:15
    ตลกอะะ
    #25,272
    0
  21. #25271 เชือกสีน้ำเงิน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 21:27
    อร่อยขนาดอารมณ์ขึ้นเลยหรอออ โอ้ยยจี้ 5555+
    #25,271
    0
  22. #25232 itimcone1230 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 23:23
    555 ชอบอ่ะ
    #25,232
    0
  23. #25193 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 02:41
    555555555
    #25,193
    0
  24. #25178 ทราย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 00:07

    โอ๊ยยยย ตลก 5555555


    #25,178
    0
  25. #25147 kindlyjh (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 10:29
    กั๊ก..5555555555555555 พี่ป้องบับ ฮือ
    #25,147
    0