[Yaoi] Sugar Addict หวานกว่าขนมก็ผมเนี่ยแหละ [Boy's Love]

ตอนที่ 16 : ตอนที่ 14 สุดยอดกุนซือในตำนาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45,945
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 623 ครั้ง
    21 ก.ย. 59




ผมชอบพี่ป้องหรือ ไม่นะ ไม่ๆๆๆ ผมออกจะแมน (?)

/ทำเสียงสองและดูภาพประกอบค่า/

++++++++++++++++++++++

ตอนที่ 14 สุดยอดกุนซือในตำนาน

 

 

 

กั๊ก

 

            “วันนี้กูมีของดีมาด้วยนะเว้ย”

 

            “อะไรของมึง”

 

            “แต๊น!!! น้ำหวานสูตรพิเศษสไตล์ไอ้เป้ รับรองแดกทีเหมือนขึ้นสวรรค์”

 

            “สวรรค์พ่องสิ เดี๋ยวพ่อมึงก็ลากเข้าปกครอง กลิ่นเหล้าหึ่งขนาดนี้”

 

            “แปลว่ามึงไม่เอา”

 

            “เฮ้ยๆๆๆ กรึ๊บนึงๆ กูขอกรึ๊บนึง”

 

          ตอนนี้กูอยู่ไหนวะ

 

            ผมกำลังเหม่อ ผมคิดว่านะ ใช่ ผมน่าจะกำลังเหม่ออยู่หลังโรงเรียน มองบรรดาเพื่อนฝูงที่กำลังเฮฮาไม่สนหัวอาจารย์ปกครอง แล้วทำไมผมเหม่อ ผมถึงยังรู้ว่าพวกมันกำลังยื้อแย่งขวดพลาสติกหน้าตาโลว์คลาสบรรจุน้ำสีแดงเหมือนที่ใช้เลี้ยงกุมารทองน่ะหรือ...ก็ถ้าไม่ได้ยินก็แปลว่าหูหนวกแล้วล่ะ!

 

          โว้ย กูขอใช้ความคิดเงียบๆ ไม่ได้หรือวะไอ้พวกเหี้ย มึงจะตะโกนให้พ่อรู้หรือว่าเอาเหล้าเข้าโรงเรียน ห่า!

 

            ผมอยากตะโกนด่าพวกมัน แต่ถ้าทำงั้น มันก็ต้องถามอีกว่าอารมณ์เสียอะไรมา ใครทำอะไรมา แล้วผมก็ต้องแถไถไปตามเรื่อง ใครจะบอกได้ล่ะว่าที่กูกลุ้มชนิดอยากเอาหัวจุ่มชักโครกตาย เพราะเพิ่งไปอะอร๊างคาปากผู้ชายมา!

 

          ไม่อยากจะเล่า น้ำพุ่งปรี๊ดเลยนะเว้ย พุ่งปรี๊ด!

 

            “อ๊ากกกกก!” ผมทำได้แค่ร้องในคอ ก้มหน้าเอาหัวซุกกระเป๋านักเรียน นี่ถ้าผมไม่อยู่กับไอ้พวกเหี้ยเนี่ยจะลงไปนอนดิ้นให้รู้แล้วรู้รอด เพราะเรื่องเมื่อวันหยุดมันมาอีกแล้ว!

 

          มึงจะมาทุกครั้งที่สมองกูว่างเลยใช่มั้ยวะ!

 

            วันนั้น หลังจากที่ผมขึ้นสวรรค์ไปกับวิชาโอษฐ์เทพเจ้าของพี่ป้อง (ที่กูรู้แล้วว่าผู้ชายคนนี้เชี่ยวมาก) ผมก็ลงมานั่งกอดไอ้มู่ไม่พูดไม่จา ไม่สนใจว่าโหดเอาหัวมาดันเหมือนจะเข้าหาหมาผม ซึ่งมึงไม่ต้องเลย กูเห็นนะเว้ยที่มึงเอาหัวมาดุนก้นลูกกูน่ะ!

 

            ดังนั้น ไอ้กั๊กคนนี้จึงเอาหัวจุ่มพุงไอ้มู่อย่างไม่กลัวเป็นภูมิแพ้ กระทั่งไอ้เพื่อนหล่อมันกลับมารับหมามันคืน

 

            แน่นอนสิว่าจะอยู่ต่อทำเพื่อ งานนี้ก็เกาะชายเสื้อไอ้กราฟบอกให้มันไปส่งบ้าน โดยที่...อภิมหารู้สึกผิด

 

          พี่ป้องมองกูด้วยสายตาโคตรละห้อย!

 

            แต่ ณ ตอนนั้นอยากจะหนีไปให้ไกลสุดขอบโลก เข้าใจแล้วว่าทำไมผู้หญิงบางคนถึงปล่อยให้ป่องก่อนแต่งได้ ก็ดูสิวะ พออารมณ์มันมา ต่อให้มีช้างมาฉุดก็ทำให้ไอ้กลางหว่างขาหุบลงไม่ได้! ถึงต้องมานึกเสียใจทีหลังว่าความละอายกูมีน้อยเท่าติ่งของหอยมดตั้งแต่เมื่อไหร่

 

            ตอนนี้ความเป็นชายกูป่นปี้ไปแล้ว

 

            ทั้งจูบ ทั้งดูด ทั้งเลีย แล้วเหยดแม่งเถอะ...เสียวสัสเลยครับ

 

            ทว่า ท่ามกลางความอับอายชนิดอยากจะแขวนคอตาย สิ่งที่ปรากฏชัดเจนที่สุดคือ...หน้าพี่ป้อง

 

            ใบหน้าคมคร้ามยามที่กำลังกินไอศกรีมอย่างเมามันที่ตวัดสายตาขึ้นมาสบประสานสายตากัน ทั้งที่คิดมาตลอดว่าพี่ป้องเป็นผู้ใหญ่ใจดีที่แสนอบอุ่น แต่ตอนนั้นมีเพียงความรู้สึกเดียว...ร้อนแรงแทบบ้า

 

            แววตาของพี่ป้องเหมือนกำลังจะกลืนกินไปทั้งตัว จนทำได้เพียงปล่อยให้พี่เขากินไปจนหมดทุกหยาดหยด

 

          อายฉิบหาย อายสัสๆ!

 

            “อื้อๆๆๆๆ”

 

            ผมลืมตัวไปแล้วว่าอยู่ที่ไหน เพราะโขกหัวลงบนกระเป๋าเป้หลายๆ ทีเพื่อระบายความอาย และท่าทีแปลกประหลาดของผมก็เอาจนได้

 

            “มึงเป็นห่าอะไรวะไอ้กั๊ก”

 

          กูดึงดูดความสนใจไอ้พวกปากหมามาจนได้

 

            กึก

 

          ไอ้กั๊กใจเย็นๆ นะมึง สูดหายใจลึกๆ...ลึกๆ...อย่ามีพิรุธ

 

            ฟึ่บ...ความคิดที่ทำให้ผมเงยหน้าขึ้นมาเผชิญหน้ากับเพื่อนอีกครั้ง แล้วพบว่ามีสายตากว่าหกคู่ที่กำลังจับจ้องมาทางนี้ด้วยความสงสัย ทำให้ผมพยายามยิ้มตบตา แต่ห่าครับ มันแค่กระตุกดิ๊กๆ เหมือนคนควบคุมขากรรไกรไม่ได้

 

            “ทำหน้าอะไรของมึง” ไอ้ต้นถามผมก่อน จนต้องส่ายหัว รวบรวมสติที่กระจัดกระจาย เพราะแม้ผมจะปล่อยให้ความเป็นชายย่อยยับไปแล้ว แต่ผมต้องไม่เสียความเคารพจากไอ้พวกนี้!

 

            “เปล่าๆ กูแค่สงสารพวกมึง”

 

            “สงสารอะไรพวกกูวะ” ไอ้เป้ก็หันขวับมาถาม มือยังกำขวดพลาสติกหน้าตาอุบาทว์เอาไว้อยู่ จนต้องยกยิ้มเหนือกว่า

 

            “ก็ดูพวกมึงสิ แค่เหล้าผสมน้ำแดง แย่งกันยังกับปอบลง ขอโทษทีว่ะ พอดีกูอยากแดกเมื่อไหร่ก็ได้ พ่อกูไม่ว่า” แล้วผมก็ยักคิ้วให้อีกที เป็นการเยาะเย้ยที่ทำให้ไอ้เป้ทำท่าเหมือนจะปาขวดเหล้าใส่ ทั้งยังว่าอย่างหัวเสีย

 

            “เออ ใครจะดีเท่าพ่อมึงล่ะ”

 

            “แน่น๊อน” ผมก็รับคำอย่างมั่นใจ ซึ่งหากเป็นคนอื่นไอ้เหี้ยเป้คงหวดไปแล้ว แต่เพราะเป็นผม มันก็เลยพ่นลมหายใจออกทางจมูกแรงๆ

 

            “เออๆ กูยอมมึงๆ”

 

            “พอเป็นไอ้กั๊กมึงนี่อ่อนลงทุกที...ว่าแต่มึงเหอะ ทำหน้าแบบนี้มาแต่เช้าแล้ว ไม่ได้นอนหรือวะ”

 

            เฮือก!

 

            ไอ้เป้อาจจะมีกล้ามเนื้อเป็นสมองเลยไม่ค่อยคิดอะไร แต่ไอ้ต้นไม่ใช่ มันก็กำลังมองผมอย่างสงสัย จนยิ้มเป็นทัพหน้า ทั้งที่สมองวิ่งเร็วจี๋ ได้ผลสรุปว่ารับๆ ไปซะดีกว่าหาข้ออ้างอื่นมาแก้ตัว แล้วเสือกจำไม่ได้

 

            “เออๆ ไม่ได้นอน”

 

            “เล่นว่าวสิมึง” ไอ้เป้มีหันมาเสือก ให้ต้องแยกเขี้ยวใส่มัน ก่อนที่จะ...ชะงัก

 

            “กูถามอะไรพวกมึงหน่อยสิ” ผมไม่ได้สนใจไอ้เป้ แต่หันไปหาคนอื่นที่วกกลับมาสบตา

 

            “ว่า?”

 

            “พวกมึงคิดไงกับพวกเกย์วะ”

 

            “...”

 

            เงียบ...แดก

 

            ผมเข้าใจคำว่าแดกจุดก็ตอนนี้แหละ เพราะไอ้พวกบ้านี่แม่งเงียบเป็นเป่าสาก จ้องผมตาแทบถลน จนสมองบอกว่ามึงต้องหัวเราะ แกล้งทำขำไว้ไอ้กั๊ก ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำเป็นเรื่องตลกไง

 

            “เฮ้ยๆ มึงอย่าทำหน้าจริงจังสิวะ กูแค่ละ...”

 

          “ขยะแขยง”

 

            กึก

 

            แต่ก่อนที่ผมจะพูดแก้ตัวจบ ไอ้เป้กลับพูดขึ้นมาคำนึงที่ทำให้ทุกเสียงของผมกลืนหายลงไปในลำคอ

 

            “เฮ้ยๆ กูว่าคำนี้แรงไป เดี๋ยวเขาจะหาว่าเหยียดเพศนะไอ้เป้”

 

            “อ้าว หรือมึงเป็นวะไอ้ต้น กูก็สงสัยมานานแล้ว อย่าบอกนะเว้ยว่ามึงชอบระเบิดถังขี้”

 

            “ไอ้เวรนี่ เดี๋ยวกูฆ่าให้ กูไปพูดตอนไหนว่าเป็นวะ!

 

            “เฮ้ย พวกมึงใจเย็น ไอ้กั๊กแค่ถามว่าคิดยังไง มึงจะด่ากันเองทำไมเนี่ย...ใช่มั้ยไอ้กั๊ก”

 

            เฮือก!

 

            “เออๆ ใช่ๆ กูแค่ถามเฉยๆ กูแค่...แค่เห็นว่าเดี๋ยวนี้หนังเกย์แม่งเยอะว่ะ” ผมสะดุ้งสุดตัว รู้สึกว่ามือไม้ขยับไม่ออกด้วยซ้ำตอนที่ไอ้ยินคำว่าขยะแขยง ไหนจะแต่ละคำที่หลุดออกมาจากปากไอ้เป้ก็ทำให้ผมซีด พอมีคนหันมาถามความคิดเห็น ผมก็เลยรีบพยักหน้า บอกเสียงสั่นริกๆ แต่ยังดีที่พวกมันไม่ได้สนใจผมเท่าไหร่

 

            แต่ประเด็นคือทำไมกูถึงต้องซีด

 

            ผมนี่ซีดตั้งแต่หน้ายันปลายตีน มองมือตัวเองยังรู้เลยว่าแม่งไม่มีสีเลือดแล้ว และที่เหี้ยสุดคือ...ภาพพี่ป้องลอยเข้ามาในหัว

 

          ทำไมกูถึงเห็นหน้าพี่ป้องวะ กูไม่ได้เป็นนะเว้ย...อ้อใช่ๆ กูกำลังคิดเฉยๆ ว่าถ้าพี่ป้องเป็น กูควรจะรังเกียจดีมั้ย ใช่ๆ แค่นั้นเอง แค่เห็นลีลาพี่ป้องแล้วแม่งสงสัยว่าเคยดูดให้คนอื่นมาก่อนหรือเปล่า...แค่นั้น...แค่นั้นจริงๆ

 

            ความคิดที่ว่าผมอาจจะเป็นเกย์ทำให้ผม...กลัว

 

            ความกลัวที่เกิดจากคำพูดของพวกมัน

 

            “โอ๊ย ไอ้หนังพวกนั้นน่ะหรือ กูจะอ้วก” เพื่อนสนิทที่กำลังว่าด้วยน้ำเสียงดูถูก จนผมที่ควรจะมีหน้าที่ห้ามกลับพูดอะไรไม่ออก โชคดีที่...

 

            “พวกมึงเสียงดังอะไรกันวะเนี่ย เดี๋ยวพ่อก็มาหรอก”

 

            “ไอ้กราฟ!” ผมโคตรดีใจเลยที่หันไปเห็นเพื่อนหน้าหล่อที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมกับลูกบอล

 

            “วันนี้ไม่เล่นบอลหรือวะ กูไปที่สนามไม่เห็นพวกมึง”

 

            “ไม่เล่นว่ะ วันนี้ร้อน แล้วมึงเถอะ เมียไม่อยู่หรือไง” ผมโคตรของโคตรโล่งใจที่ไอ้กราฟมันเข้ามา ผมเลยหาทางเปลี่ยนเรื่องได้ทันถ่วงที ซึ่งคนมาใหม่ก็ยักไหล่อย่างเซ็งๆ

 

            “จันทร์เจ้าไปประชุมกรรมการนักเรียน กูเลยกะจะมาฆ่าเวลากับพวกมึง”

 

            “แม่มึงไม่ว่างว่างั้นเถอะ” ไอ้เป้แม่งทำเสียงเยาะที่ทำให้คนมาใหม่ทำตาวาวๆ

 

          ไอ้เหี้ยเป้นี่ก็หาเรื่องไอ้กราฟอยู่เรื่อย สงสัยมันอิจฉาที่ไอ้กราฟมีแฟนสวย

 

            “เออๆ มึงมาพอดีเลย เมื่อกี้คุยกันอยู่ ไอ้กั๊กถามว่าคิดยังไงกับพวกเกย์วะ” ผมนี่สะดุ้งเฮือก รู้ว่าไอ้ต้นพยายามดึงจากเรื่องเหม็นขี้หน้ากันเองของไอ้สองตัวนี้ไปเรื่องอื่น แต่ขอโทษนะครับ ไอ้เรื่องที่มึงแหวกขึ้นมาพูดเนี่ยทำเอากูขาวไปทั้งตัวเลย

 

            คำถามที่ไอ้กราฟหันมามองผม จนต้องว่าลนๆ

 

            “เฮ้ย กูไม่ได้เป็นนะ กูแค่อยากรู้เฉยๆ” ไอ้หล่อก็พยักหน้า แล้วมันอาจจะเป็นคนที่ทำให้ผมใจชื้นที่สุด

 

            “ก็ไม่เห็นคิดอะไร จะเกย์ไม่เกย์ก็คนเหมือนกัน” คำตอบที่ทำให้ผม...โล่งใจ

 

            แม้ไอ้เป้จะยังแสดงความคิดเห็นแบบอคติต่อไป แต่ไอ้กราฟก็ด่ากลับว่าขาดความอบอุ่นหรือไงถึงไปด่าคนอื่นที่ไม่ได้ไปเอากันบนหัวมึง และนั่นทำให้ผมหายใจโล่งขึ้นมาทีละนิด กระทั่งตอนที่มันขยับมานั่งข้างผม แล้วกระซิบว่า...

 

          “เดี๋ยวมึงมีเวลามั้ย ไปกับกูหน่อย”

 

            ผมโคตรของโคตรอยากจะหนีให้สุดโลกเลยนะ แต่ผมก็เกิดสงสัยว่ามันจะพาผมไปที่ไหนเหมือนกัน

 

...........................................

 

ต่อค่ะ

 

            “คิดยังไงกับพวกเกย์หรือ...ความรักที่ก้าวผ่านอุปสรรคที่ขวางกั้นไง อร๊ายยยยยย”

 

            “...”

 

          กู...ควรทำหน้ายังไงดีวะ

 

            นี่ผมเครียดแทบตายว่าไอ้กราฟสุดหล่อจะพาผมไปที่ไหน หรือมันจะสงสัยอะไรเรื่องที่ผมพูดหรือเปล่า แต่กลับกลายเป็นว่ามันพาผมมารอเมียมันด้วยกัน และถามเรื่องที่คุยก่อนหน้านี้ออกไป ซึ่งผลที่ได้...ผู้หญิงสวยที่กำลังยกมือปิดแก้ม ทำท่าเอียงอายเหมือนมีเกย์มาขอแต่งงานนี่คืออะไรวะ

 

            ผมไม่คิดว่าจันทร์เจ้าจะทำท่าทางแบบนี้ได้ ทุกทีที่เห็นคือกรรมการนักเรียนโคตรคงแก่เรียนที่ทำท่าไม่พอใจ เวลาพวกผมชวนไอ้กราฟโดดเรียน แต่ผู้หญิงท่าทางเขินอาย ทำท่าเหมือนเจอดาราเกาหลีนี่คือใคร ผมว่าผมไม่รู้จักนะ

 

            “เก็บอาการหน่อยจันทร์เจ้า ไอ้กั๊กเหวอไปแล้ว”

 

            ขณะที่ไอ้หล่อแบดบอยนี่ก็ว่าขำๆ จนจันทร์เจ้ายกมือปิดหน้า

 

            “ทำไม่ได้อะกราฟ เราเขิน แค่คิดเรื่องผู้ชายได้กัน เราก็ฟินแล้ว”

 

            “จันทร์เจ้าเป็นสาววายน่ะ ถ้ามึงสงสัย” ไอ้กราฟมีหน้าหันมาบอกผม ซึ่งผมรู้จักคำนี้นะ พวกผู้หญิงในห้องหลายคนก็เป็น แต่ผมไม่เข้าใจว่ะ จะฟินอะไรนักหนาแค่ผู้ชายได้กัน

 

            “อื้อ! เราเป็นสาววาย เราชอบที่เห็นผู้ชายอยู่ด้วยกัน เราว่าน่ารักดีออก อย่างเวลาเราเห็นผู้ชายหล่อๆ เดินมาเป็นกลุ่ม เราก็ชอบแอบคิดว่าคู่ที่เดินตามหลังสุดอาจจะมีความสัมพันธ์ลับๆ แอบจับมือกันก็ได้ หรือเวลาเห็นผู้ชายสองคนกอดกันบนรถไฟฟ้านะ...อื้อหือ เราใจเต้นแรงมากเลยอะ!!!!

 

          กูว่าอย่างจันทร์เจ้านี่เกินเยียวยาว่ะ

 

            ผมนึกทึ่งว่ามีสิ่งมีชีวิตแบบนี้อยู่บนโลกด้วย จนได้แต่มองตาค้าง และนั่นก็ทำให้จันทร์เจ้ากระแอมหน่อยๆ ทั้งยังพยายามทำหน้าจริงจังทั้งที่...ไม่ทันแล้วหรือเปล่าวะ

 

            “งั้นเอาจริงจังนะ ถ้าถามว่าเราคิดยังไงหรือ...เราคิดว่าจะเกย์หรือไม่ก็เป็นเรื่องของเขานะ ไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นจะมาตัดสินแทนได้ ตราบใดที่เขาไม่ได้คบผู้หญิงบังหน้า ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน อีกอย่าง เรานับถือความสัมพันธ์ของพวกเขาด้วยซ้ำ” ทำไมวะ ทั้งที่เป็นแค่การแสดงความคิดเห็น แต่ผม...รู้สึกดีขึ้น

 

            จากนั้นจันทร์เจ้าก็ยิ้มกว้างกว่าเดิม

 

            “ความรักเพศเดียวกันเป็นเรื่องยากกว่าชายหญิงนะ ทั้งต้องทนต่อสายตาของสังคม ทั้งต้องให้ที่บ้านยอมรับ ไหนจะขี้ปากชาวบ้านที่พูดโดยไม่รู้อะไรอีก เราถึงมองว่าคนที่คบกันได้ ไม่เอาแค่พวกที่ฟรีเซ็กส์หรือวันไนท์แสตนด์นะ น่านับถือจะตาย”

 

            ผมนับถือจันทร์เจ้ายังไงไม่รู้ว่ะ

 

            “ผู้หญิงกล้าพูดเรื่องเซ็กส์หน้าตาเฉยเลยหรือ” ผมอดจะถามไม่ได้ และนั่นก็ทำให้หญิงสาวหัวเราะ

 

            “ผู้หญิงก็คนนะกั๊ก”

 

            “ยิ่งกว่านี้ยังพูดเลย ขนาดกูยังยอมใจ” และไอ้กราฟก็เอ่ยเสริม ทั้งยังส่ายหัวเหมือนเหนื่อยใจ

 

          ท่าทางเวลาสองคนนี้อยู่บนเตียง จันทร์เจ้าจะคุมเกมว่ะ

 

            ผมมองผู้หญิงที่คุมไอ้แบดบอยตัวพ่ออย่างไอ้กราฟอยู่อย่างทึ่งๆ ก่อนที่จะ...

 

            “แล้วกั๊กล่ะ ชอบใครอยู่หรือเปล่า”

 

            “แค่กๆๆๆ”

 

          สาบานได้ว่ากูยังไม่ได้แดกอะไร แต่กูสำลักน้ำลายตัวเองครับ!

 

            “เฮ้ยๆๆๆ เกี่ยวไรกับกู!” ผมร้องลั่นขึ้นมาทันที ที่ทำให้จันทร์เจ้าแม่งหันไปมองหน้าไอ้กราฟ

 

            “อ้าว ก็อยู่ๆ กั๊กมาถามเรื่องนี้ ทั้งที่ไม่เคยพูด เราก็แค่สงสัยไง”

 

          ทำไมไอ้สองคนนี้ทำหน้าเหมือนรู้อะไรวะ ไม่น่า ไอ้กราฟแค่มารับหมา มันคงไม่ทันรู้สึกอะไรมั้ง

 

            “ไม่มีอะไร!!!” ผมยืนยันหนักแน่น ทั้งที่ในใจ...เสียงอ่อยฉิบหาย

 

            ท่าทางยืนยันที่จันทร์เจ้าก็ยักไหล่

 

            “ไม่มีอะไรก็ไม่มีอะไรเนอะ”

 

            “เดี๋ยว!

 

          โอ๊ย ไอ้ปากอัปรีย์ หยุดนะเว้ย หยุดเดี๋ยวนี้นะ หยุดเลยนะมึง

 

          “แล้วถ้าผู้ชายคนนึงยอมถูกผู้ชายอีกคนทำแปลว่าเป็นเกย์หรือเปล่า!

 

          กูยอมใจมึงเลยไอ้ปากเวร

 

            หมับ

 

            “กั๊กว่าไงนะ!!!

 

            ผมควรทำยังไงดีวะ ผมคิดมาตลอดว่าจันทร์เจ้าเป็นผู้หญิงเรียบร้อย กระทั่งตอนที่พุ่งเข้ามาคว้าไหล่ของผมไว้ ทำตากระเหี้ยนกระหือรือ นี่ถ้าน้ำลายไหลด้วย ผมคงคิดว่าติดพิษสุนัขบ้าแน่ๆ ทั้งยังถามเสียงดังลั่น จะเขย่าแขนผมหลุดอยู่แล้ว จนบอกตรงๆ ว่า...โคตรกลัว!

 

            “ว่าไงกั๊ก ว่าไง!!!

 

            “พะ...เพื่อน! เรื่องของเพื่อนเรา ไม่ใช่เรื่องของเรา!!!” ผมก็ทำได้แค่หลับตาปี๋ ตะโกนเสียงสั่น หวังว่าจะถูกปล่อยสักที ยอมรับว่ากลัวผู้หญิงก็วันนี้แหละ และนั่นก็ทำให้จันทร์เจ้ายอมปล่อย

 

            ผมลืมตาขึ้นมาช้าๆ เรียกว่าปรือขึ้นมาสำรวจความปลอดภัยก่อนดีกว่า และพบว่า...เพื่อนกูสองคนนี้แม่งยิ้มเหมือนกัน

 

          พวกมึงรู้อะไรวะ!

 

            “งั้นหรือ เรื่องเพื่อนกั๊กหรือ”

 

            “ใช่ๆๆๆ เพื่อน เพื่อนสมัยเด็ก เด็กแบบ...เอ่อ...ตอนประถมเลย ใช่ๆ มันมาขอคำปรึกษา” มาถึงขั้นนี้แล้ว ผมต้องแถให้รอด ซึ่งนั่นก็ทำให้จันทร์เจ้าพยักหน้าช้าๆ

 

            “อืม เรื่องของเพื่อน”

 

          จะเน้นอะไรนักหนาวะ ก็บอกแล้วว่าเรื่องเพื่อน!

 

            ผมพยักหน้าหัวแทบหลุด และจังหวะนั้น...

 

            หมับ

 

            “งั้นเราไปคุยรายละเอียดกันต่อดีกว่ากั๊ก ในฐานะสาววายแล้ว เราอยากรู้ เอ๊ย เราอยากให้คำปรึกษา รับรองได้ว่ากั๊ก เอ๊ย เพื่อนกั๊กต้องได้คำตอบดีๆ กลับไปแน่นอน ป่ะๆ วันนี้เราไม่ติวหนังสือแล้วเนอะกราฟ ไปหาที่นั่งคุยกันดีกว่า” ผมได้แต่หันไปมองหน้าไอ้กราฟอย่างหวาดๆ เพราะเมียมันมาจับแขนผมแล้วลาก แต่ดูเหมือนมันไม่ได้หึงอะไร นอกจากยักไหล่ด้วยท่าทางราวกับบอกว่ากูช่วยอะไรมึงไม่ได้

 

            “มึงเล่าไปเถอะ เห็นแบบนี้จันทร์เจ้ารู้เยอะ น่าจะช่วยมึงได้”

 

            “กูบอกแล้วไงว่าเป็นเรื่องของเพื่อนกู!

 

            “กูก็ไม่ได้บอกว่าเป็นเรื่องของมึงสักคำ” ไอ้กราฟเองก็ย้อนมาหน้าตาย ที่ทำให้ผม...ใบ้แดกกะทันหัน

 

          ถ้ากูไม่ไปก็มีพิรุธใช่มั้ย ที่กูไปเพราะกลัวความลับแตก ไม่ได้อยากได้คำแนะนำจริงๆ นะเว้ย

 

            ผมรู้สึกว่า ผมแถแม้แต่ในใจตัวเองว่ะ

 

.........................................

 

ต่อค่ะ

 

            “เฮ้ย ไม่ไป ไม่เข้า ไม่เอาที่นี่!!!

 

            เมื่อกี้จันทร์เจ้าบอกว่าจะหาที่นั่งคุยใช่มั้ย ไอ้เราก็นึกว่าเป็นม้านั่งในโรงเรียนสักมุม ในห้องเรียนว่างๆ สักห้อง หรืออย่างน้อยก็โรงอาหารเงียบๆ ไม่ใช่...ร้านเค้กหน้าโรงเรียน!!!

 

            ร้านหน้าตาอบอุ่นเหมือนเจ้าของตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าผม แถมประตูยังเปิดกว้างแบบเชื้อเชิญเต็มที่ จนผมต้องยื้อตัวเองสุดความสามารถ หันรีหันขวางหาทางหนี แต่ติดที่...ไอ้กราฟแม่งประกบอยู่ข้างหลัง

 

            “อ้าว ทำไมอะกั๊ก” ทำไมจันทร์เจ้ายิ้มหวานแปลกๆ

 

            “มึงเองก็รู้จักเจ้าของร้านนี่ จะได้นั่งนานๆ ได้” ไอ้กราฟก็ว่าเรียบๆ แต่มัน...ยิ้ม

 

          พวกมึงยิ้มห่าอะไร เดี๋ยวกูจิ้มตาแตก

 

            ผมได้แค่คิดไง เพราะผมหันหลังกลับไม่ได้แล้ว เมื่อ...

 

            “อ้าว น้องกั๊ก มาค่ะๆ เข้ามาเลย มาหาพี่ป้องหรือคะ” พี่แพม...พนักงานสาวสวยส่งยิ้มทักทายมาให้ แล้วกูจะทำยังไงได้ล่ะ นอกจากเดินตามเพื่อนเข้าไป

 

            “เปล่าครับ ผมมากับเพื่อน” แล้วก็งึมงำตอบคำถาม ยิ้มแห้งๆ ตามจันทร์เจ้าที่เข้าไปโต๊ะด้านในสุด แบบที่สาวเจ้าก็หันไปหาไอ้กราฟ

 

            “เราเอาสตรอว์เบอรี่ช็อตเค้กกับกรีนทีลาเต้”

 

            “อืม...แล้วมึงอะ”

 

            “ไม่ๆๆๆๆๆ กูไม่แดก กูไม่หิว” ผมก็ทึ่งกับวิธีเอาใจหญิงของไอ้กราฟนะ แต่ผมสะดุ้งมากกว่าตอนที่มันถามว่าจะแดกอะไร

 

          เรื่องสิ เค้กร้านพี่ป้องกินทีของขึ้นยังกับถูกยา ใครจะอยากโดนยาตอนนี้วะ!

 

            ไอ้กราฟก็พยักหน้า แล้วก็เดินไปสั่งให้แฟนมันกับตัวมัน ซึ่งพอผมหันหน้าไปมองจันทร์เจ้าปุ๊บ...เจอยิ้มสยองปั๊บ

 

            “เราว่าเรากลับดีกว่า”

 

            หมับ

 

            “เพื่อนของกั๊กเพิ่งนอนกับผู้ชายมาหรือ”

 

            “เฮ้ย ไม่ใช่!!!!” ผมก็ร้องขึ้นมาดังลั่นสิ ที่ทำเอาคนทั้งร้านหันขวับมามองหน้า และนั่นก็ทำให้ผม...ทิ้งตัวลงนั่งอย่างโคตรอาย

 

            “แล้วยังไงหรือ” ผิดกับจันทร์เจ้าที่ยังถามต่อแบบไม่สนใจสายตาคนอื่น จนตัดสินใจ

 

          เอาวะ มันมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็อ้างว่าเพื่อนๆๆๆๆ ไม่มีใครรู้หรอกว่าเป็นมึง

 

            “ก็แค่...เกือบๆ”

 

            “มือหรือปาก!

 

            ผมเริ่มกลัวจันทร์เจ้าจับจิตจับใจแล้วนะ ผู้หญิงอะไรวะ กล้าพูดเรื่องที่ผมไม่กล้าหน้าตาเฉย ซึ่งเจ้าตัวก็คงรู้ตัวเพราะกระแอมนิดๆ กลับไปนั่งกอดหมอนอิง แต่มันไม่ทันแล้วหรือเปล่า

 

            “แล้วเพื่อนกั๊กก็สงสัยหรือว่าแบบนี้เป็นเกย์หรือเปล่า”

 

            “ก็...อืม”

 

          เอาวะ ก็กูอยากรู้ตัวเองนี่หว่า

 

            ขณะที่จันทร์เจ้าก็นิ่งคิดนิด ก่อนที่จะถามกลับ

 

            “แล้วเพื่อนกั๊กเคยชอบผู้ชายคนอื่นหรือเปล่า แบบว่าคนนี้คือคนแรกอะไรทำนองนั้นใช่มั้ย”

 

            “อืม คนนี้เป็นคนแรก” ทำไมผมกระดากเวลาตอบวะ ก็เรื่องเพื่อนไง นี่ผมถามเรื่องเพื่อนนะ

 

            “งั้นลองคิดนะ ถ้าเพื่อนกั๊กเจอผู้ชายคนอื่นจะยอมเหมือนที่ยอมผู้ชายคนนั้นมั้ย”

 

            “ไม่!

 

          ให้ตาย กูตอบไวไป!

 

            ผมก็เคยคิดหรอกนะว่าไอ้นั่นของพระเอกเอวีแม่งน่าสนใจ แต่ถ้าจะไปลองดูดหรือถูกดูดก็ขนลุกซู่แล้ว ผิดกับพี่ป้อง นอกจากจะถูกเขารีดน้ำมาแล้ว ผมยังเคยแอบดูไอติมยักษ์ชนิดที่อยากจะลองสักด๊วบสองด๊วบมาแล้ว นี่แปลว่าผมไม่ได้คิดกับคนอื่นนอกจากพี่ป้องใช่มั้ย

 

            “งั้นเราสรุปให้...”

 

            จันทร์เจ้าแม่งยิ้มเจ้าเล่ห์มากเลยว่ะ

 

            “สรุป...อะไร” คนที่หัวเราะ แล้วว่าเต็มปากเต็มคำ

 

          “กั๊ก เอ๊ย เพื่อนกั๊กชอบผู้ชายคนนั้นแล้วล่ะ”

 

            ปึง!

 

            “ไม่มีทาง!!!

 

            ผมงี้ตาเบิกโพลงยังกับเห็นผี ทุบโต๊ะดังปัง ลุกพรวดขึ้นมาทันที และแม้ครั้งนี้จะทำให้ใครต่อใครหันมามองผม แต่ผมไม่สนใจแล้ว ได้แต่จ้องจันทร์เจ้าตาเขม็ง ทั้งยังบอกเสียงลอดไรฟัน

 

            “ไม่มีทาง เป็นไปไม่ได้ จะชอบ...ได้ยังไงวะ”

 

            “อ้าว แต่เราว่าเป็นไปแล้วนะ ก็ไม่ยอมคนอื่น แต่ยอมคนนี้คนเดียว แล้วถ้ากั๊ก เอ๊ย เพื่อนกั๊กใจเต้นแรงเวลาอยู่กับเขา รู้สึกมีความสุขเวลาอยู่กับเขา อยากมาหาเขา อ้อ แล้วถ้าหึงเขาด้วย เราก็ขอฟันธงแล้วล่ะว่าชอบเขาแน่ๆ”

 

            ฮวบ

 

            ผมงี้ทิ้งตัวลงไปนั่งบนเก้าอี้ทันที กะพริบตาปริบๆ เพื่อเรียกสติ ยามที่...

 

            “เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ...อ้าว น้องกั๊ก” เพราะเสียงดังเมื่อกี้แน่ๆ พี่เจ้าของร้านถึงออกมาดู และตอนนี้เสียงนุ่มทุ้มติดห่วงใยก็ดังอยู่เหนือหัวของผม จนต้องหันหน้าไปมองด้วยท่าทางไม่ต่างจากหุ่นยนต์

 

            ใบหน้าคมเข้มอยู่ตรงหน้า ดวงตาคู่คม ผมตัดสั้น จมูกโด่ง ปากบางๆ ที่ทำให้ผมไปสวรรค์ ไหนจะชุดปาติซิเย่สีขาวที่ทำให้...

 

            ปุ้ง

 

            ผมได้ยินเสียงในหัวระเบิดแบบโคตรน่ารัก แล้วผมก็...ร้อนไปทั้งหน้า

 

            “น้องกั๊กเป็นอะไรหรือเปล่าครับ ทำไมหน้าแดงขนาดนี้!” พี่ป้องถามอย่างเป็นห่วง และเขาทำท่าจะยื่นมือมาอังหน้าผาก จนผมสะดุ้งเฮือก ส่ายหน้าขวับๆ จับข้อมือพี่เขามั่น แต่แค่ข้อมือ ผมก็ร้อนแล้ว ได้แต่พึมพำเสียงเบาหวิว

 

            “แอร์...แอร์มันร้อน”

 

            “งั้นเดี๋ยวพี่ไปปรับให้นะครับ แป๊บเดียว” พี่ป้องก็รีบบอก แล้วผละไปปรับแอร์ให้ ซึ่งผมก็มองตามหลัง ก่อนที่จะหันมาสบตาจันทร์เจ้าที่ยิ้มหวานอยู่

 

          ทำไงดีวะเหมือนความลับจะแตก

 

            “ตะ...แต่เขามีคนสำคัญแล้ว”

 

            หน้าไอ้เวรนั่นแวบเข้ามาในหัว จนต้องบอกเสียงสั่น ในจังหวะที่พี่ป้องเองก็เดินกลับมาบอก

 

            “พี่ปรับแอร์แล้วนะครับ อีกสักพักน่าจะเย็นขึ้น” ผมแม่งไม่กล้ามองหน้าพี่เขาจริงๆ ได้แต่ก้มลงมองโต๊ะ อยากจะถามไอ้กราฟว่ามึงหายไปขี้หรือเปล่าวะ เคาน์เตอร์สั่งเค้กใกล้แค่นี้ มึงกลับมาช่วยกูก่อน!

 

            ทว่า นั่นยังไม่ใช่ความอายขั้นสุด เพราะ...

 

            “พี่ป้องคะ” จันทร์เจ้ารู้จักเจ้าของร้านก็ไม่แปลก เห็นว่ามาใช้ที่นี่ติวหนังสือกับไอ้กราฟบ่อยๆ แต่...

 

            “ครับ?”

 

            “พี่มีแฟนหรือยังคะ”

 

          ฉิบหอย! มึงถามอะไรออกไปห้ะจันทร์เจ้า!!!

 

            ผมไม่กล้ามองพี่เขาหนักกว่าเดิม เพราะมีเสียงฟันธงของเพื่อนดังก้องไปทั่วทั้งหัว และคำตอบของพี่ป้อง...

 

            “ยังไม่มีครับ”

 

            ป๊อง

 

            ให้ตายเถอะ ผมได้ยินเสียงน่ารักๆ ในหัวอีกแล้ว อีกทั้ง...ใจนี่เต้นแรงยิ่งกว่ารัวกลองซะอีก

 

            “ขอบคุณนะคะ” ผมรู้สึกว่าพี่ป้องยังมองผมอยู่ แต่เพราะผมไม่ยอมพูดอะไร เขาก็เลยเดินกลับเข้าหลังครัวไปกระทั่งแน่ใจว่าไปแล้วแน่ๆ ผมถึงเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อมองหน้าเพื่อนอีกคนที่กำลังยิ้มหวาน มีการชี้ตามหลังพี่ร้านเจ้าของร้านแล้วบอกอย่าง...รู้ทัน

 

            “พี่เขาบอกว่ายังไม่มีแฟนล่ะกั๊ก”

 

            “ละ...แล้วเกี่ยวอะไรกับกูวะ” ตอนนี้เราอะไรไม่มี มีแต่กูเนี่ยล่ะ แต่ดูเหมือนเพื่อนจะไม่ถือสา ได้แต่หัวเราะ ยามที่ไอ้เหี้ยกราฟยอมกลับมาสักที แล้วว่าอย่างปรามๆ

 

            “สนุกพอแล้วนะจันทร์เจ้า”

 

            “เราเปล่าสนุกสักหน่อย แค่ให้คำปรึกษาเอง เดี๋ยวเขาว่าเราไม่เก่งจริงไง”

 

          เก่งห่าอะไรล่ะ!!!!

 

            ผมพูดอะไรไม่ออกจริงๆ ไม่รู้ไอ้กราฟไปเล่าอะไรให้จันทร์เจ้าฟัง แต่มันต้องเกี่ยวกับเมื่อวันเสาร์ที่มันมาเอาหมาแน่ๆ และเพราะผมเอาแต่นั่งเงียบหน้าร้อนไปตลอดทาง หรือไม่...ไอ้โหด! ไอ้โหดต้องฟ้องไอ้กราฟเอาคืนที่กูไม่ยอมให้ยุ่งกับไอ้มู่แน่ๆ!

 

          สมองกูไปแล้ว

 

            ผมก็รู้ว่ากำลังคิดอะไรฟุ้งซ่าน ซึ่งที่ฟุ้งออกมามากที่สุดคือคำที่ว่า...ผมชอบพี่ป้อง

 

            ผมคิดมาตลอดว่าที่ให้พี่เขาจับเพราะความต้องการเบื้องต่ำของตัวเองล้วนๆ เพราะพี่ป้องทำให้ฟรีๆ ก็เลยไม่อยากขาดทุน แต่พอจันทร์เจ้าชี้ให้เห็น จนนึกเปรียบเทียบว่าหากเป็นไอ้เป้หรือไอ้ต้น ไม่สิ เอาไอ้หล่ออย่างกราฟก็ได้ทำให้ ผมจะยอมมั้ย คำตอบคือ...ไม่ยอมโว้ย!

 

            แต่ถ้าผมคิดว่าจะจบแล้วล่ะก็...ผิดถนัด

 

            “แล้วกั๊กอยากรู้มั้ยว่าเขาชอบกั๊ก เอ๊ย เพื่อนกั๊กหรือเปล่า”

 

          มาถึงจุดนี้มึงไม่ต้องแกล้งเรียกเพื่อนกูเลย มึงรู้แล้วใช่มั้ยว่ากูเนี่ยล่ะ!

 

            ผมยกมือปิดหน้าด้วยความอับอาย แต่...

 

            “อยากรู้...ครับ”

 

            ผมอยากจะตบปากเวรนี่จริงๆ แต่มาถึงขั้นนี้แล้วก็พูดได้แค่...

 

            “ขอความกรุณาด้วยครับ”

 

          มึงบอกมาเถอะ วิธีที่จะทำให้รู้ว่าพี่ป้องชอบกูหรือเปล่า มึงว่ามาเลย!!!

 

..........................................

 

            ครบค่ะ ก่อนอื่นเลยลืมมาบอกเล่าเก้าสิบกันว่ากราฟตอนนี้เป็นตอนไหน สำหรับกราฟในเรื่องของผมหวานนั้นจะเป็นกราฟตอนม.6 ก็คือเนื้อหาหลังจากเรื่อง Try Me ภาคร้ายดื้อทั้งหมดค่ะ หมายความว่ากราฟในตอนนี้คือกราฟที่รักกับพี่ภาคิน แถมผ่านเรื่องราวต่างๆ ด้วยกันมาแล้ว (ว่าง่ายๆ ก็หลังเนื้อหาในหนังสือภาคแรกอะงับ) ดังนั้น ตอนนี้หนุ่มดื้อรั้นของเราเป็นผู้ใหญ่กว่าเดิมมากนะคะ และความหล่อ จริงๆ ก็พูดในเรื่องพี่ภาคินมาตลอดว่าในสายตาคนอื่นก็มองว่าพี่กราฟหล่อสุดๆ มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ยิ่งมามองในมุมมองของกั๊กที่คิดว่าเพื่อนแมนเต็มร้อย...ก็โคตรแมนอย่างที่เห็นล่ะจ้า แต่ในมุมมองอย่างเราๆ คงต้องบอกว่า...โคตรเนียน

            เอาล่ะ เจ้ากั๊กก็รู้แล้วว่าชอบพี่ร้านเค้กไปเต็มเปา มาดูกันนะคะว่าเจ้าตัวเป็นจะเหยื่อชั้นดีขนาดไหน ในการพยายามล่อลวงพี่ป้อง (กั๊กเอ๊ย ใครล่อลวงใครนี่แกคงไม่รู้จริงๆ สินะ คิดว่าจะจับเทวดา ดันติดบ่วงมารซะอย่างงั้น)

            ยังไงช่วงนี้เมย์อัพบ่อย ขอเม้นให้เมย์เถอะนะ เมย์จะได้มาบ่อยๆ ขออย่างหน้าด้านๆ เลยอะจ้า ฮือ

            โฆษณาตลาดฟิควันที่ 1 ตุลา เจอกันได้นะฮ้าบบบบบ พี่โหดกะน้องมู่รออยู่น้า

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมหวาน นะคะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 623 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,681 ความคิดเห็น

  1. #25652 พลอย_ใส (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 16:44

    มีเพื่อนดีแบบกราฟนิรักตายยยย

    #25,652
    0
  2. #25644 shin ai2 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 10:03
    สงสารเขานะคะ55555555555 กราฟโดนมาแล้ว กั๊กเอ๊ย
    #25,644
    0
  3. #25618 MyUniverseOSH (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 17:55
    สงสารกั๊ก เจออิทธิฤทธิ์เจ้าแม่จันทร์เจ้าเข้าไป เข้าใจความรู้สึกกราฟที่ต้องอับอายเวลาสาววายอบรมรึยัง
    #25,618
    0
  4. #25595 Lolo02 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 17:02

    ความลับคืออะไร 5555

    #25,595
    0
  5. #25551 teeranan6270 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 09:15
    น้องงงงงง
    #25,551
    0
  6. #25518 rattanalak44 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 16:43
    ความลับจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป5555
    #25,518
    0
  7. #25490 ภาวนา ยะถาเทศ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 11:26
    กูรูเรื่องแบบนี้ต้องจันทร์เจ้าเท่านั้น55555
    #25,490
    0
  8. #25474 Bee Pee Wee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:59
    55555555 น้องงงงง
    #25,474
    0
  9. #25438 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 14:18
    ชอบจันทร์เจ้าสุดละเอาจริง55555
    #25,438
    0
  10. #25403 maknae_ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 23:36

    เเขินนน

    #25,403
    0
  11. #25391 579994 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 09:18
    กราฟผู้รู้ จันทร์เจ้านี่อับดุลเลย555
    #25,391
    0
  12. #25368 5912000 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 21:33
    โอ๊ยยยขำ5555
    #25,368
    0
  13. #25338 oiLL (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 07:20
    โอ๊ยยยยยยย 555
    #25,338
    0
  14. วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 11:40
    ชอบการให้คำปรึกษาของจันทร์เจ้า55 ส่วนกราฟหนูเนียนมาลูก เห็นนิดเห็นหน่อยก็รู้ละเนาะ มีประสบการณ์ช่ำชองขนาดนี้ หึหึ
    #25,249
    0
  15. #25207 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 09:54
    จันทร์เจ้าลูก555555
    #25,207
    0
  16. #25180 ทราย (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 18:03

    จันทร์เจ้าลูกกกกกก เหมือนพระผู้มาโปรดของกั๊กและกราฟเลย 555555 อยากเห็นพี่ป้องหึงกั๊กบ้างแล้ว

    #25,180
    0
  17. #25126 MapleMable (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 16:56
    จันทร์เจ้ารู้แน่ๆ มีพิรุธขนาดน้านนนน
    #25,126
    0
  18. #25113 birumu (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 20:11
    เหมือนเขาจะรู้นะ 55555
    #25,113
    0
  19. #25045 Miki_milky (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 16:06
    โอ้ยเจอจันทร์เจ้าหน่อยกั๊กถึงไปไม่เป็น
    #25,045
    0
  20. วันที่ 8 กันยายน 2560 / 20:43
    คือกราฟกัลจันทร์เจ้าต้องรู้อะรัยมาละเออ
    #24,852
    0
  21. #24824 มิรามารินทร์ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 11:39
    คือไม่มีพิรุธเลย ไม่มีพิรุธจริงๆ555
    #24,824
    0
  22. #24603 แคนต้าลูปปปป ^^ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 18:06
    ขำอ่ะ55555555555
    #24,603
    0
  23. #23792 jnchiny (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 01:45
    สรุปจันทร์เจ้ากับกราฟไม่ได้เป็นอะไรกันหรอคะ ยังไม่ได้อ่านเรื่องของกราฟเลย ><
    #23,792
    0
  24. #22660 จีจี้ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 16:10
    จันทร์เจ้าเจ้าเก่าสนุกน่าดู5555 มีเรื่องของจันทร์เจ้าไหมคะ? อยากอ่านจัง> #22,660
    0
  25. #21915 Gammmmmmmmmm (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 23:14
    อยากเป็นจันทร์เจ้า โอยยยย
    #21,915
    0