[Yaoi] Sugar Addict หวานกว่าขนมก็ผมเนี่ยแหละ [Boy's Love]

ตอนที่ 13 : ตอนที่ 12 ความอยากที่พวยพุ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 47,325
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 569 ครั้ง
    10 ก.ย. 59


พี่ป้อง กั๊กไม่ได้อยากเลยนะ เปล่า แผล็บ

+++++++++++++++++++++++++++++

 

ตอนที่ 12 ความอยากที่พวยพุ่ง

 

 

 

กั๊ก

 

            เมื่อกี้ผมบอกว่าผมหึงหมาใช่มั้ย โอเค ผมคิดว่าผมประสาทไปหน่อย จริงๆ แล้ว...ผมหวงไอ้มู่ต่างหาก

 

            โธ่ ก็มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่ผมจะมาหึงอะไรกับคนที่เพิ่งเจอกันเป็นครั้งที่ห้า (กูก็ยังอุตส่าห์นับ) แถมคนคนนั้นยังเป็นผู้ชายอีกแน่ะ ดังนั้น ที่ผมกระชากปลอกคอไอ้มู่เต็มแรงน่าจะเพราะไอ้มู่นั่นแหละ มันเป็นหมาผม มันจะไปเล่นกับคนอื่นแบบนี้ไม่ได้

 

          หมากู กูหวง จบป่ะ!

 

            ในหัวผมน่ะจบที่ข้อสรุปหวงหมา แต่...

 

            “ฮ่าๆๆ น่ารักจังเลยนะเรา ขนก็นิ่ม น่าฟัดจริงๆ เลย”

 

            “หงิงๆๆ” ฟัดเลยฮับ ฟัดเลย มู่ไม่ว่า

 

            นั่น พี่ร้านเค้กยังไม่เลิกเล่นกับหมา แม้จะเปิดประตูหน้าร้านให้ผมกับไอ้มู่เข้ามานั่งข้างในแล้ว แต่ตอนนี้พี่ป้องกำลังนั่งคุกเข่าบนพื้น สองมือขยุ้มหัวใหญ่ๆ ของไอ้มู่เอาไว้ โดยที่ไอ้หมาทรพี...มึงจะไถมือพี่ป้องอีกนานมั้ยวะ!

 

            “โห แสนรู้นะเรา มีดันมือ ให้ฟัดหรือเจ้าตัวโต”

 

            “หงิงๆๆ” ใช่เลย อาห์ ฟิน ขยี้หัวมู่อีก เอาอีก

 

            ปึ๊ด

 

            ผมคิดว่าเครื่องหมายสี่แฉกกำลังเต้นตุบอยู่บนขมับผม ตอนที่มองหมา (ของกู) พี่ป้อง (ของกู เอ๊ย ไม่ใช่) กำลังเล่นกันอย่างสนุกสนาน คนนึงขยี้หัว ตบหลัง อีกตัวก็พยายามเอาขาหน้าไปก่ายไหล่ แถมโถมตัวใส่ตามประสาหมาปัญญาอ่อนสมชื่อ และนั่น...

 

            หมับ

 

            “เอ๊ง!!!

 

            มือไอ้กั๊กคนนี้ก็เผลอกระชากสายจูงที่ยังจับเอาไว้เต็มแรงไงล่ะ

 

            ผลที่ได้...ไอ้มู่แม่งลงไปนอนแผ่หงายท้อง หันมามองหน้าด้วยแววตาน้อยอกน้อยใจ...เจ้านายทำร้ายมู่ทำไม

 

            ส่วนกูน่ะหรือ...

 

          “หมั่นไส้!

 

            ณ จุดนี้ไม่ชัวร์เหมือนกันว่าหมั่นไส้คนหรือหมั่นไส้หมา ที่แน่ๆ คือขัดใจจริงโว้ย หมาก็หมากู อุตส่าห์พามา ควรจะสนใจคนพามาไม่ใช่หรือวะ!!!

 

            “น้องกั๊กอย่าทำแบบนั้นสิ หมาเราเจ็บแย่”

 

            “แค่นี้มันไม่ตายหรอกพี่ ทนมือทนตีนผมจะตาย” ผมก็ไม่รู้หรอกว่าทำไมไม่แทนตัวด้วยชื่อเล่น...ก็ไม่มีอารมณ์อะ แถมเสียงนี่แข็งโป๊ก นั่งเท้าคาง หันหน้าไปมองนอกกระจกร้าน แต่มืออีกข้างยังจับสายจูงแน่น ทำนองว่ากูหมั่นเมื่อไหร่ กูกระชากเมื่อนั้น

 

            “พูดแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะครับ”

 

            “ก็ไม่ได้อยากน่ารักนี่ ผมหล่อ!

 

          เออ กูเอาความมั่นหน้านี้มาจากไหน

 

            ผมก็ไม่รู้หรอกว่ามาจากไหน แต่ผมก็ลอยหน้าลอยตาเถียงพี่ป้องเข้าไว้ ไม่รู้สิ ผมหงุดหงิดนี่หว่า วันนี้จะไม่น่ารักก็ช่าง ก็ไม่ได้อยากน่ารักสักหน่อย...ว่าแต่ รูปประโยคดูกูประชดยังไงไม่รู้

 

            ท่าทางที่พี่ป้องเองก็คงรู้ว่าผมผิดปกติสักอย่าง พี่เขาถึงปล่อยหัวไอ้มู่ แล้วขยับมานั่งเก้าอี้ข้างๆ ไอ้หน้าหล่อๆ เข้มๆ ก็หันมามองผมเต็มตา ตอนแรกก็จะไม่มองหรอกนะ ก็มันหงิด! แต่...ไอ้พี่ร้านเค้กเสือกเงียบ

 

            “...”

 

            ป่าช้าเลยครับตอนนี้ ไม่พูด ไม่ว่า ไม่อะไรทั้งนั้น เลยเหลือบไปมอง

 

          พี่ป้องดูโคตรของโคตรกังวลเลยว่ะ

 

            “พี่ทำอะไรให้น้องกั๊กโกรธหรือเปล่าครับ” พอสบตาพี่เขาก็ถาม

 

            “...”

 

            ผมก็เงียบบ้างสิ เอาจริงๆ คือแม่งสับสนแล้วว่าทำไมวันนี้ถึงหงุดหงิด เลยตั้งใจจะไม่ตอบ แต่...

 

            “อย่าโกรธพี่เลยนะครับ”

 

            “ก็...ก็เปล่าโกรธสักหน่อย” พี่ป้องเสือกทำหน้าสำนึกผิดแล้วบอกด้วยเสียงนุ่มๆ ทุ้มๆ อุ่นๆ คืออาจจะคิดไปเองไง แต่เสียงแบบนี้มันดูอารมณ์ง้อเต็มที่ จนอะไรแข็งๆ อ่อนยวบยังกับขี้ผึ้งถูกไฟลน...นี่กูแพ้เสียงแบบนี้จริงๆ สินะ

 

          ช่างเถอะ ไม่โกรธแล้วก็ได้

 

            ผมลืมไปแล้วว่าตกลงโกรธเรื่องอะไร เอาเป็นว่า ผมเป็นคนใจดี ไม่เจ้าคิดเจ้าแค้น ผมยอมลงให้ก็ได้ ไม่ใช่เพราะเสียงที่ทำสยิวมาหลายครั้งแล้วนี่หรอกนะ

 

            “วันนี้น้องกั๊กเงียบกว่าทุกที หรือเพราะเรื่องวันนั้น”

 

            กึก

 

            แต่พี่ป้องไม่จบเว้ย ซึ่งพอเรื่องวันนั้นปุ๊บ ไอติมร้อนฉ่าแม่งแวบเข้าหัวเลยเชียวล่ะ

 

            “วันนั้นพี่ขอโทษนะครับ แม้น้องกั๊กจะใจดีบอกว่าไม่เป็นไร แต่พี่เข้าใจนะว่าลึกๆ แล้ว น้องกั๊กไม่อยากเข้าใกล้พี่ เพราะมันก็...น่ารังเกียจจริงๆ นั่นแหละ”

 

          เฮ้ย ไหงงั้นวะ!!!

 

            ตอนนี้คนพูดแม่งทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ดูลำบากใจที่จะพูดถึงจริงๆ ทั้งยังคอตกราวกับว่าไอ้แค่ไส้กรอกพองคามือ (?) จะทำให้ผมหมดความเชื่อใจ แล้วไม่รู้นรกหรือสวรรค์ที่ผลักดันให้ผมคว้ามือพี่ป้องหมับ จากนั้น...ตะโกนลั่น

 

            “ใครรังเกียจ!!!! กั๊กไม่ได้บอกว่ารังเกียจพี่สักคำเลยนะ!

 

            “แต่...”

 

          “ไม่มีแต่เต่อทั้งนั้นแหละ ถ้ากั๊กจะโกรธก็โกรธที่ไม่พี่ให้กั๊กรูด!!!

 

          ไอ้ปากบัดซบ มึงเสล่อพูดอะไรออกมา!

 

            “กั๊กอุตส่าห์ทำใจกล้าขอรูดให้พี่ ทำไมพี่ไม่ยอม พี่ป้องรู้มั้ยว่ากั๊กอายแค่ไหนที่พูดออกไป”

 

          เงียบสิวะมึง เงียบสิวะ ไอ้ปากอัปรีย์!

 

            “พี่ป้องฟังให้ชัดๆ เลยนะว่าที่กั๊กโกรธเพราะว่า...กั๊กอยากสาวไส้กรอกพี่เล่นโว้ย!!!

 

          ปากระยำ มึงทำกูจบชีวิตก็คราวนี้แล้วแหละ

 

            ตอนนี้ผมหอบแฮกๆ เพราะตะโกนออกไปสุดแรง ผุดลุกขึ้นมา แล้วไอ้ร่างกายเวรนี่ก็สามัคคีกับปากเหลือเกิน เพราะพูดอย่างเดียวว่าเลวร้ายแล้วนะ มือผมครับ มือไม่รักดีมันกำลังทำท่ากำเข้าหากันหลวมๆ แล้วเขย่าขึ้นลงเป็นท่าxสุดคลาสิก เสริมคำพูดให้ดูน่าเชื่อถืออีกจมเลย

 

            “!!!

 

            แน่นอนว่าพี่ป้องอึ้ง แต่ผมเนี่ยล่ะอึ้งกว่าที่หลุดความในใจออกมา จนไม่ทันรู้ตัว...

 

            “กั๊กอยากทำ...แบบนี้...น่ารังเกียจกว่า...หรือเปล่า...”

 

          กูก็สะอื้นไง

 

            หมับ

 

            “เฮ้ย” แต่ยังไม่ทันที่ผมจะงอแงจบเลย จู่ๆ อ้อมกอดแข็งแรงก็รวบเข้าที่เอวของผม แล้วดึงเข้าหาคนที่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ แล้วขนาดมดตะนอยอย่างผมจะไปสู้อะไรกับแรงช้างสารล่ะ ดึงทีเดียวก็ถูกรวบแล้ว นี่ไม่ได้เต็มใจที่จะเข้าไปในอ้อมกอดเลยจริงๆ

 

            “ทำไมน้องกั๊กน่ารักแบบนี้หืม เฮ้อ พี่ไม่เคยเจอเด็กคนไหนน่ารักเท่าเรามาก่อนเลย”

 

            “พะ...พี่พูดอะไรของพี่”

 

            ผมสาบานได้ว่าผมไม่ได้เขินนะ แค่...แก้มร้อนหน่อยเดียวเอง

 

            ตอนนี้พี่ป้องเงยหน้าขึ้นมองผมแล้ว และผมก็พบว่าพี่เขายิ้มกว้าง ส่งมือข้างนึงมาแตะแก้มของผม ทั้งที่อยากจะหลบ แต่อะไรไม่รู้ดลใจให้ผมยืนเฉยๆ ปล่อยให้พี่ป้องใช้ข้อนิ้วค่อยๆ ลูบไปตามพวงแก้ม แล้วแม่งเอ๊ย ร้อนตามนิ้วจริงๆ

 

            “พี่ขอโทษที่ก่อนหน้านี้ว่าเราไม่น่ารักนะ น้องกั๊กเป็นเด็กดีและน่ารักที่สุดเลยครับ” พี่ร้านเค้กว่าเสียงอบอุ่น เปลี่ยนไปใช้หลังมือลูบแก้มผม อย่างที่ผมรู้ว่าควรจะถอย ในเมื่อผู้ชายแมนๆ ที่ไหนจะยอมยืนให้ผู้ชายอีกคนลูบแก้ม แต่ไงดีล่ะ พี่ป้องทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กเล็กๆ ขณะที่เขาเป็นผู้ใหญ่ที่เอ็นดู

 

          มึงคิดงี้ไม่ได้นะไอ้กั๊ก มึงจะปล่อยให้ผู้ชายลูบแก้มไม่ได้ เดี๋ยวเขาหาว่าแม่ไม่สั่งสอน (?)

 

            หมับ

 

            “ใครให้พี่จับแก้มกั๊ก มาให้กั๊กจับคืนบ้างเลย!

 

          ใช่หรือวะ...ช่างแม่ง

 

            ผมก็เสียงดังเข้าว่า ส่งมือไปตะปบเข้าที่สองแก้ม จนมันดังเพียะ แต่ไอ้พี่หน้าหล่อ (มาก) แมน (สุดๆ) ก็ไม่ว่าสักคำ 

 

            ส่วนผมน่ะหรือ ไม่ได้อยากจับหรอกนะ ก็แค่เอาคืน...จริงๆ นะเว้ย

 

          อุ่นชะมัด

 

            แก้มพี่ป้องไม่ได้นิ่มแบบผม ไม่ได้นุ่มมือด้วย มันสากนิดๆ แต่ไงดีล่ะ มันอุ่นมาก แถมแนวกรามก็ดูสมชายชาตรี รู้สึกถึงไรหนวดจั๊กจี้นิ้ว ทั้งยังวูบวาบอย่างบอกไม่ถูก ที่สำคัญดวงตาของพี่ป้อง...ราวกับดึงดูดให้ผมสำรวจมากกว่านี้

 

          ปล่อยมือสิวะไอ้กั๊ก ปล่อยเว้ย

 

            ฟึ่บ

 

            ใจน่ะให้หยุด แต่มือ...สอดนิ้วเข้าไปในเรือนผมของพี่ป้องแล้ว

 

            ผมคิดว่ามันเป็นผลพวงมาจากการที่ผมไม่เคยมีแฟน ผมไม่เคยสัมผัสคนอื่นนอกจากคนในครอบครัวใกล้ๆ แบบนี้มาก่อน ผมก็เลยสนใจเป็นพิเศษกับความรู้สึกตอนที่ร่องนิ้วสัมผัสเสียดสีไปกับเส้นผมนิ่มๆ ราวกับสายไหมเนื้อนุ่ม...รู้สึกโคตรดี

 

            ความรู้สึกที่ผมสั้นๆ มันเสียดสีกับนิ้ว กับร่องนิ้ว กับข้อนิ้ว มันทำให้ผมจับจ้องแค่ผมสีเข้ม แล้วห้ามใจไม่อยู่ที่จะ...ขยุ้มมันเบาๆ

 

          สีเดียวกับสายไหมข้างล่างเลยว่ะ

 

            แผล็บ

 

          เมื่อไหร่กูเลิกนิสัยเลียปากเวลาความเสี้ยนมันมาวะ!

 

            และผมก็ห้ามความคิดที่ไหลเข้าหัวไม่ได้ รู้แค่ว่าภาพกลุ่มขนสีเข้มมันแวบเข้ามาซ้อนทับกัน แล้วต้องโทษความอยากรู้อยากลองที่ทำให้ผมกระตุกมันเบาๆ อย่างอยากรู้ว่าถ้ากระตุกมันตรงนี้ อย่างอื่นของพี่ป้องจะกระตุกด้วยหรือเปล่า

 

            ความคิดเลวทรามมาก แต่จุดนี้ไม่แคร์ เพราะตา...มองที่ปาก

 

            ริมฝีปากได้รูปที่มักจะยกยิ้มใจดี และ...ถูกไอ้มู่ชิงนำหน้าไปแล้ว

 

            ปรี๊ด

 

            จู่ๆ ปรอทความโกรธผมพุ่ง ตอนที่คิดว่าไอ้หมาทรพีเลียปากพี่ป้องไปแล้ว ในเมื่อหมาทำได้ ทำไมผมจะทำไม่ได้ จนสองมือขยุ้มผมพี่ป้องแน่น กระชากเข้าหาตัว ขณะที่โน้มลงไปหมายจะชิมรสให้มันรู้แล้วรู้รอด!!!

 

ต่อค่ะ

 

            RRRRRRrrrrrrrrrrrrrrrrr

 

            ฟึ่บ

 

            “เฮ้ย!!!

 

            ทว่าก็เกิดเสียงสามเสียง

 

            ไอ้เสียงแรก เรารู้กันว่าเป็นเสียงโทรศัพท์ผมร้องแน่ๆ แต่มันไม่สามารถห้ามแรงที่เคลื่อนจากความเร็วต้นไปแล้วได้ แม้ผมจะได้สติแล้วก็ตาม จนหน้าผมจมลงไปเกือบจะประกบเข้าหาริมฝีปากสวยๆ ถ้าไม่ใช่เพราะ...พี่ป้องปิดปากของผมเอาไว้ทัน

 

            แน่นอนว่าผมก็ร้องสิ

 

            “น้องกั๊กจะทำอะไรครับ”

 

          นั่นสิ เมื่อกี้กูจะทำอะไรวะ!!!

 

            ผมนี่มือไม้สั่น ปล่อยผมพี่ป้องที่ขยุ้มไว้แทบไม่ทัน แถมถอยหลังอีกสามก้าวถ้วน เบิกตาโพลงยังกับเห็นผี เพราะเมื่อกี้ผม...จะจูบพี่ป้อง

 

          เฮ้ย เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทาง กูเนี่ยนะจะจูบพี่ป้อง กูเป็นผู้ชายทั้งแท่ง แม้จะติดใจหัตถ์เทวะยังไง แม้จะอยากรู้อยากลองยังไง แต่กูไม่ได้สนใจพี่ป้องนี่หว่า ก็แค่พี่เขาช่วยรูด แล้วกูจะไปจูบพี่ป้องทำไม ว้อท! เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น!!!

 

            “ง่ะ”

 

            ในหัวผมกำลังโวยวายกันลั่น แต่ความเป็นจริง ทำได้แต่เปล่งออกมาเสียงเดียว ยามที่เนื้อตัวสั่นเทากับความพลาดมหาศาล!

 

            “ผะ...ผม...ผม...ผมลื่น!!!

 

          เชื่อก็ควายแล้วล่ะ

 

            “ลื่นแล้วจับหัวพี่เป็นหลักยึดนี่ใจร้ายจังเลย เจ็บนะครับเนี่ย”

 

          พี่เป็นควายหรือวะ!

 

            “ยังไงน้องกั๊กรับโทรศัพท์ก่อนดีกว่า”

 

            ผมเหลือเชื่อเลยที่พี่ป้องเชื่อคำตอแหลของผมด้วย แต่ตอนนี้แค่มีอะไรที่สามารถดึงดูดผมออกจากเรื่องอัปรีย์เมื่อครู่ ผมพร้อมพุ่งความสนใจไปที่เรื่องนั้นแหละ จนดึงโทรศัพท์ขึ้นมา หันหลังให้สาเหตุที่ทำให้ไม่เป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องมองชื่อก็กดรับทันทีอย่างหวังหนีสุดชีวิต

 

            “ฮะ...ฮัลโหล!!!

 

            [อะไรวะไอ้กั๊ก ตะโกนทำห่าอะไร เบาๆ กูก็ได้ยิน]

 

            “ใครวะ”

 

            [มึงไม่ได้เมมเบอร์กูหรือไง ช่างเหอะ กูกราฟเอง]

 

          อย่าว่าแต่เสียงมึงเลยไอ้กราฟ ตอนนี้แม่โทรมากูก็จำไม่ได้ว่าเสียงแม่ เสียงกูเองยังจำไม่ได้เลย...สั่นฉิบหาย!

 

            “แล้ว...แล้วมึงมีอะไร”

 

            [มึงเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมเสียงสั่นๆ]

 

            “เปล่าๆ กูปกติแข็งแรงดี แขนขาครบไม่พิการ ตา จมูก ปากไม่หายไปไหน ไม่ได้เป็นไข้ ไม่ได้เป็นหวัด ไม่ได้เป็นเอดส์ แถมยังเตี้ยสั้นเหมือนเดิม มึงไม่ต้องห่วงกูนะ” เพื่อนถามอะไรไม่รู้ แต่ตอบยาวเหยียดชนิดที่มันเองก็คงงง

 

            [กวนตีนนะมึง กูไม่ได้อยากรู้ประวัติการรักษาของมึง...เออ มึงอยู่บ้านหรือเปล่า]

 

            “เปล่า ทำไมวะ”

 

          มึงคุยเยอะๆ ไอ้กราฟ กูยังคิดหาทางออกที่เกือบจูบพี่ป้องไม่ได้ เพราะงั้น มึงพูดมาเลย พูดมา

 

            [กูจะเอาไอ้โหดไปฝากบ้านมึงอะดิ เนี่ย กูเพิ่งพามันไปหาหมอ แล้วจะแวะไปซื้อของหน่อย มึงก็รู้ใช่มั้ยว่าหมากูไม่ชอบคนเยอะๆ เดี๋ยวเผลอไปกัดใครให้ต้องเอาเงินฟาดหัวอีก แล้วกูก็ขี้เกียจเอามันกลับบ้านก่อน อ้อมโลกว่ะ ตอนนี้กูอยู่แถวโรงเรียนแล้ว แต่ถ้ามึงไม่อยู่บ้านก็ช่วยไม่ได้...]

 

            “เฮ้ยๆๆๆ เอามา! มึงเอาไอ้โหดเหี้ยมมาฝากกูได้เลย!!!

 

            ยังไม่ทันที่เพื่อนจะพูดจบ ผมก็แทรกขึ้นมาแบบไม่ถามสารทุกข์สุขดิบจากพี่เจ้าของร้านสักคำ ผมแค่ไม่อยากอยู่กับพี่ป้องคนเดียว ตอนนี้เมื่อชั่งน้ำหนักระหว่างเสี่ยงให้เพื่อนรู้ความลับกับการแถสีข้างถลอกที่ไปกระชากหัวพี่ป้อง...ขอเปิดไพ่ตัวช่วย

 

            “มึงจำร้านเค้กข้างโรงเรียนที่มึงมากับจันทร์เจ้าได้มั้ย เออ ตรงนั้นแหละ มาเลยๆ กูดูหมาให้”

 

            [ช่วยได้มากเลย อีกแป๊บก็ถึงแล้ว]

 

            ไอ้กราฟวางสายไปแล้ว แบบที่ผมสูดหายใจลึกๆ หันกลับไปมองหน้าพี่ป้อง

 

            “พี่ป้อง กั๊กกลับก่อนนะ พอดีเพื่อนจะเอาหมามาฝาก”

 

            “หืม น้องกั๊กอยู่นี่ต่อก็ได้นะครับ พี่พอจะเข้าใจคร่าวๆ แล้วว่าเพื่อนเราไม่มีที่ฝากหมาใช่มั้ย เอามาที่ร้านแหละ ให้อยู่ข้างล่างได้ เดี๋ยวพี่อบคุกกี้น้องหมาให้ด้วยดีมั้ย” ผมกำลังจะชิ่งหนีกลับบ้าน ประมาณว่าไอ้กราฟมาปุ๊บ ผมโดดขึ้นรถมันปั๊บ ให้มันแวะไปหย่อนที่บ้านหน่อย เรียกว่าแผนดีกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว แต่...พี่ป้องส่ายหัว

 

            “นะครับ พี่อยากเล่นกับมู่นานกว่านี้อีกหน่อยด้วย” แล้วพอพี่ป้องว่าด้วยน้ำเสียงขอร้องแบบนี้...ผมจะทำอะไรได้ล่ะ

 

            “ก็ได้ อยู่ต่อก็ได้”

 

          กูสร้างเรื่องเดือดร้อนให้พี่ป้องไม่รู้เท่าไหร่ พี่เขาขอแค่เนี้ย มึงจะใจร้ายไม่ให้พี่เขาเลยหรือวะ

 

            ผมพยายามปลอบใจตัวเองว่าต่อให้ชิ่งไม่ได้ แต่ผมต้องดูแลไอ้โหดเหี้ยมที่บอกได้เลยว่ามันโหดสมชื่อ งานนี้คงไม่มีเวลาเครียดเรื่องพี่ป้อง...มั้งนะ

 

...............................................

 

            “ไอ้โหดมันคิดว่าช่างที่มาจัดการกระจกโชว์รูมรถบ้านกูเป็นโจรน่ะ เลยจะไปกัดเขา ช่างเขาก็กลัวเลยโยนเครื่องมือใส่มัน แฉลบได้แผลที่ขาหน้าเนี่ย ดีที่กูไปห้ามทัน ไม่งั้นไม่คนก็หมาคงตายกันไปข้าง”

 

            หายใจไม่ทันครบสามเฮือก ไอ้กราฟก็มาถึง ซึ่งไอ้หล่อนี่ไม่เคยธรรมดาเลยจริงๆ ครั้งนี้มันมาพร้อมกับบีเอ็มดับเบิ้ลยูคันใหม่เอี่ยมป้ายแดงที่จอดเด่นอยู่หน้าร้าน แถมตัวมันก็แต่งตัวหล่อเป๊ะ เดินจูงหมาหน้าตาโคตรโหดลงมาจากรถ อย่างที่เชื่อเถอะว่าสาวไหนมาเห็นก็ต้องหลงมัน

 

            ตอนนี้ไอ้กราฟก็กำลังอธิบายถึงสาเหตุที่ขาหน้าไอ้โหดมีผ้าพันแผลพันเอาไว้

 

            ผมขอเล่าก่อนนะ โหดหรือชื่อเต็มๆ ว่าโหดเหี้ยมเนี่ยเป็นหมาพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ดที่ได้ข่าวว่าพ่อแม่เป็นสายพันธุ์แชมป์ ตัวโต ทั้งขาทั้งตัวแข็งแรงชนิดที่กระโจนใส่คงล้มเทกระจาด ไหนจะฟันหน้าคมๆ วาววับที่กระชากคอทีคงตายสถานเดียว แต่โหดยังไงก็เป็นลูกรักของไอ้กราฟอยู่ดี

 

            “ฮื่ออออ” หมาที่ดุเอาเรื่อง เพราะมันกำลังแยกเขี้ยวใส่พี่ป้องที่ไม่เคยเจอ

 

            ผัวะ

 

            แบบที่ไอ้กราฟแม่งตบหัวหมาแบบไม่ไว้หน้าเลยเชียวล่ะ

 

            “ไอ้โหด มึงฟังกูนะ ถ้ามึงก่อเรื่องอีก...ปล่อยวัด! เข้าใจ๊?” มันว่าแค่นั้น แต่ทำให้หมาหน้าตาโหดเหี้ยมพ่นลมออกจากจมูกเหมือนไม่พอใจ แต่มันก็ทิ้งตัวลงไปนอนบนพื้นร้าน ซบหน้ากับขาหน้าเพื่อบอกว่า...เข้าใจแล้ว

 

            “โฮ่งๆ โฮ่ง! บะ บรู๊ววววววว” โดยมีหมาไซบีเรียนปัญญาอ่อนอีกหนึ่งตัววิ่งล้อมหน้าล้อมหลังอย่างร่าเริง

 

          หมากูอเลิร์ทหรือหมาไอ้กราฟนิ่งเกินไปวะ

 

            “กูฝากสักชั่วโมงครึ่งนะ ไม่เกินสองชั่วโมง ซื้อของเอาใจคนแก่น่าจะไม่นาน” เพื่อนผมก็ว่าอย่างเกรงใจ แล้วมันก็หันไปมองหน้าพี่ป้อง

 

            “ฝากไว้ที่นี่ได้ครับ วันเสาร์พี่ไม่เปิดร้าน ข้างล่างให้อยู่ได้” ผมรู้อยู่แล้วว่าพี่ป้องเป็นคนใจดี พี่เขาก็ส่งยิ้มให้เพื่อนผม อย่างที่ไอ้กราฟก็ยิ้มตอบ

 

            “ขอบคุณนะพี่...ถ้ามีอะไรโทรบอกกูได้เลยนะ” เพื่อนผมทำท่าจะถามอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายมันก็เลือกจะปิดปากเงียบ คงสงสัยนั่นแหละว่าผมมารู้จักพี่เจ้าของร้านได้ยังไง ซึ่งดีอย่างที่ไอ้กราฟไม่ใช่คนชอบถามซอกแซก

 

            ไอ้รูปหล่อมันกลับขึ้นรถที่บอกว่าได้มาตอนวันเกิดครบ 18 ไปแล้ว ทิ้งไว้แค่หมาตัวโตๆ ที่นอนนิ่ง ปิดตา ไม่สนใจแม้แต่ไซบีเรียนขนสีเทาที่กำลังกระโดดโลดเต้น ดมกลิ่นอย่างอยากรู้อยากเห็น ขณะที่ผม...นิ่งไง

 

            เหตุการณ์เมื่อกี้ยังชัดแจ้ง แถมยังแถไม่สุดด้วย

 

          อึดอัดว่ะ ไม่น่าเลยกู

 

            “งั้นเดี๋ยวพี่เอาน้ำมาให้สองตัวนี้ก่อนนะ” พี่ป้องเองก็คงรู้แหละว่าอย่าไปยุ่งกับไอ้โหด ขืนทะเล่อทะล่ายื่นมือเข้าไปก็มีหวังว่ามันได้งับจมเขี้ยว แต่ในขณะที่เดินไปครัวด้านหลัง พี่เขาก็ยังชวนคุยไปด้วย

 

            “น้องกั๊กจำหนที่เอาเสื้อมาคืนพี่ได้มั้ยครับ”

 

          จำไม่ได้ก็บ้าแล้ว นั่นจุดเริ่มต้นความจัญไรในชีวิตกูเลยนะ

 

            ผมยังไม่ตอบ ทำทีเป็นยุ่งกับการผูกสายจูงของไอ้โหดกับเสาในร้าน ตั้งใจจะแยกไอ้มู่ที่ครางงี๊ดๆ สนใจหมามาใหม่ไม่เลิก กลัวว่ามันจะไปยุ่งกับหมาดุจนถูกกัดขึ้นมา ยิ่งตัวผู้เหมือนกันด้วย มันคงไม่คุ้มทั้งค่าหมอ ทั้งต้องทะเลาะกับเพื่อน แต่...

 

          “น้องกั๊กลืมกระเป๋าเป้ไว้น่ะครับ”

 

            กึก

 

          ฉิบหายยยยยยยยยยยยยยยยย!!!

 

            ไม่ ไม่ใช่ชิปในคาสิโน งานนี้ฉิบหายของจริง สองมือปล่อยสายจูง วิ่งพรวดไปยังครัวด้านหลัง คว้าชายเสื้อพี่ป้องมั่น จนพี่เขาที่กำลังหันหลังเติมน้ำใส่ชามพลาสติกถึงกับสะดุ้ง

 

            “มันอยู่ไหน เป้กั๊กอยู่ไหน!!!

 

            จะไม่ให้ผมผวาขั้นสุดได้ไง ในกระเป๋าใบนั้นมีเสื้อพี่ป้องที่ผมเอาไปเล่นรักซะยับเยิบจนไม่กล้าคืนนะเว้ย!!!

 

          กูก็คิดมาหลายวันแล้วว่าลืมอะไรไปวะ นี่กูลืมของสำคัญเอาไว้ที่นี่ตั้งแต่เมื่ออาทิตย์ก่อนเนี่ยนะ!!!

 

            “พี่เปิดมันดูหรือยัง พี่เปิดหรือยัง!!!” ผมยังถามเสียงสั่น และนั่นก็ทำให้พี่ป้องรีบหมุนมาจับไหล่

 

            “ใจเย็นครับน้องกั๊ก ใจเย็น พี่ยังไม่ได้เปิดดูเลยครับ ส่วนเป้ พี่เก็บไว้ในตู้เสื้อผ้า เมื่อวานจะคืนให้เราก็กลับไปก่อน”

 

            หมับ

 

            “เอามาคืนกั๊กเลยนะ” ทันทีที่รู้จุดหมาย ผมก็คว้ามือพี่ป้องแน่น ใช้แรงทั้งหมดลากผู้ชายตัวโตให้เดินขึ้นไปยังชั้นสามของร้าน โดยที่พี่เขาก็ยอมเดินตาม พยายามบอกให้ผมใจเย็น แต่จะให้เย็นได้ยังไงล่ะ ในนั้นมีคราบอสุจิของผมทั้งนั้น ขืนมีใครเอาไปตรวจ (?) ความกามของผมก็เปิดเผยสู่สาธารณชนสิ!!!

 

          ความคิดที่ผมลืมไปหน่อย ผม...ขึ้นมาบนห้องนอนพี่ป้องอีกแล้ว

 

ต่อค่ะ

 

            ห้องแสนคุ้นเคยที่ยังสะอาดเรียบร้อยเหมือนเดิม และเพราะตู้เสื้อผ้าอยู่บนชั้นลอยที่วางเตียงนอน ผมก็เลยเดินดุ่มๆ ขึ้นมาข้างบน ยามที่รับกระเป๋าเป้ใบเก่งกลับเข้ามาในอ้อมกอดด้วยท่าทางไม่ต่างจากการผวาคว้า ถอยหลังสามก้าวถ้วน เพื่อเปิดดูของภายใน

 

          ยังอยู่ดี!!!

 

            เสื้อตัวโตของพี่ป้องยังนอนนิ่งอยู่ในนั้นด้วยสภาพเดิม จนผมเกือบจะถอนหายใจออกมาเฮือก

 

            “ในนั้นมีอะไรสำคัญหรือเปล่าครับ”

 

            “เปล่า! เปล่าเลยพี่ ไม่มี๊” ผมส่ายหน้าขวับๆ ซ่อนกระเป๋าเอาไว้ด้านหลัง ส่งยิ้มเป็นทัพหน้าที่ดูยังไงก็มีพิรุธ แต่ก็ตามสไตล์ผู้ใหญ่ใจดีที่ไม่ซักต่อ แค่ส่งยิ้มกลับ แล้วขยับไปนั่งบนปลายเตียง ที่ทำให้ผม...กลืนน้ำลายอึกใหญ่

 

            เวลาคนเราเห็นของอย่างหนึ่ง มันจะพาลนึกไปถึงอีกอย่างใช่มั้ย หนนี้ก็เหมือนกัน พอเห็นพี่ป้องคู่กับเตียง...ใจแม่งคิดไม่ดีเลย

 

            ปุๆ...แถมพี่เขายังตบฟูกเบาๆ ทำนองให้มานั่งด้วยกัน

 

          อย่าเลย ผมไม่ไว้ใจตัวเองว่ะ

 

            ผมยืนนิ่งเป็นการปฏิเสธ ส่วนพี่ป้องก็ชวนคุย ทั้งที่ยิ้มแห้งๆ ยกมือเกาต้นคอเบาๆ

 

            “เมื่อกี้ตอนที่น้องกั๊กดึงพี่ขึ้นมา พี่สารภาพว่าแอบคิดไม่ดีแหละ”

 

            “ห้ะ?!

 

          อะไร คิดไม่ดีอะไรวะ อย่าบอกนะว่าเกิดอารมณ์กับกู

 

            ไหงความคิดแบบนี้ทำให้ผมวูบวาบ บรรยากาศในห้องดูระอุขึ้นกว่าเดิมนิด ยิ่งในหัวเผลอจินตนาการไปถึงความแข็งแกร่งที่ซ่อนอยู่ใน...โอ๊ย หยุดคิดนะไอ้กั๊ก!

 

            “พี่...คิดอะไร” ทุกทีไม่ใช่คนขี้เสือก แค่ครั้งนี้มันอยากรู้จริงๆ แบบที่พี่ป้องก็เกาคอแก้เขินอีกแล้ว

 

            “ก็พี่คิดว่าน้องกั๊กกำลังขอให้พี่ช่วย”

 

          ช่วยบ้าไรวะ!

 

            ผมยังตามไม่ทัน

 

            “ที่วันนี้น้องกั๊กมา พี่ก็เผลอคิดไปว่าเพราะจะมาทวงสัญญาหรือเปล่า แต่พอมีมู่มาด้วย พี่เลยอายนิดๆ ว่าคิดไม่ดีไปได้ยังไง”

 

          อะไร นี่กูงงมาก กูไม่เข้าใจ กูตามไม่ทัน

 

            ผมคงทำหน้างงหนัก พี่ป้องก็เลยเงยหน้าขึ้นสบตา ลังเลนิด แต่ก็ตัดสินใจพูดออกมาว่า...

 

          “พี่นึกว่าน้องกั๊กจะขอให้พี่ช่วยปล่อยให้อีกน่ะครับ”

 

            กึก

 

            “บ้านพ่อพี่เด้!!!” ผมก็รู้ว่าไม่สุภาพ แต่มันหลุดไปด้วยความตกใจ ซึ่งพี่ป้องก็ไม่ว่า พี่เขาแค่หัวเราะเขินๆ เกาคออีกหน่อย แล้วลุกขึ้นยืน

 

            “พี่ขอโทษที่คิดไม่ดีนะครับ น้องกั๊กแค่ผ่านมาแถวนี้เลยแวะมาเท่านั้นเองเนอะ”

 

            ฉึก

 

            ให้ตาย ความดีพี่ป้องแม่งแทงทะลุใจมารๆ ของผมแล้ว

 

            “งั้นลงไปข้างล่างเถอะ ไม่รู้สองตัวนั้นจะเป็นยังไง”

 

            พี่ป้องว่าจบก็เดินผ่านหน้าผม ทำท่าจะลงไปยังร้านชั้นล่าง ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด แต่...

 

            หมับ

 

          กูเกลียดตัวเอง

 

            ผมยื่นมือไปยึดหลังเสื้อพี่ป้องเอาไว้ ให้พี่เขาหันมามอง

 

            “ถ้า...ถ้ากั๊กบอกว่าจะทวงสัญญาล่ะ พี่ป้องจะทำให้กั๊กมั้ย!!!

 

          กูโคตรเกลียดตัวเอง

 

            บางทีผมก็สงสัยนะว่าทำไมใจกับปากผมไม่ตรงกันขนาดนี้ ใจน่ะคิดถูกต้องตามครรลองทุกอย่าง แต่ปากเสือกเผยด้านมืดออกไปแบบไม่มีเก็บไม่มีกั๊ก สองมือก็ยิ่งยึดหลังเสื้อพี่ป้องเอาไว้แน่น เงยหน้าร้อนๆ ขึ้นมองเพื่อพึมพำออกไป

 

            “พี่ช่วยระ...กั๊กหน่อย”

 

          ช่วยรูดที

 

            นี่เข้าใจวัยรุ่นกันใช่มั้ย ผมสิบเจ็ดเองนะ วัยที่แค่นิดหน่อยก็เลือดสูบฉีด แค่ผมเผลอนึกไปถึงครั้งล่าสุดที่พี่ป้องทำให้ในห้องน้ำ งานนี้ทั้งภาพทั้งเสียงมันมาแล้ว ส่งผลให้ของอ่อนมันเริ่มแข็ง ของแฟบมันเริ่มพอง ของสงวนมันเริ่มมา!

 

            ผมลดมือข้างนึงไปกุมเป้า บอกตรงๆ ว่าโคตรอาย แต่ไม่ผิดนี่หว่าที่จะใช้สิทธิ์ที่มี

 

            พี่ป้องบอกเองว่าถ้าอยากก็ให้พี่เขาช่วยได้ ผมก็เริ่มอยากแล้ว ยิ่งจมูกได้กลิ่นวานิลลาอ่อนๆ ที่เหมือนกับกลิ่นประจำห้องนี้ลอยแตะจมูก มันก็ร้อนๆ รุ่มๆ ในอก แถมลามไล้แผดเผาไปยังช่วงล่าง ยิ่งพี่ป้องหันมาจับมือผมเอาไว้ ความอุ่นก็ถ่ายทอดมาจนหน้าร้อนจัด

 

            “งั้นถอดกางเกงสิครับ”

 

            ฟึ่บ

 

          ไม่ผิด ไม่ผิด ไม่ผิดโว้ย แค่พี่ป้องใช้มือทำให้!!!

 

            ผมเถียงตัวเองทั้งที่ยังไม่มีใครว่า เมื่อปลดกระดุมกางเกง แล้วปล่อยให้มันไหลไปกองกับพื้น เผยให้เห็น...ชั้นในพอดีตัวที่มีหนอนตัวเล็กๆ ขยับยุกยิกไปมา

 

            “หน้าแดงแจ๋แล้วเรา พี่บอกแล้วไงว่าไม่ต้องอาย พี่สัญญาว่าจะช่วยนี่เนอะ” ผมทำหน้ายังไงไม่รู้หรอก แต่มันคงแดงน่าดู เพราะพี่ป้องยกมือจับแก้ม ยามที่ดันให้ผมก้าวถอยหลัง และเมื่อถอยไปไม่กี่ก้าว...

 

            ตุบ

 

            ขาผมก็เตะเตียงนอน จนพี่ป้องดันผมให้นั่งลงช้าๆ ส่วนตัวเองนั่งลงบนพื้น

 

            “พะ...พี่ป้อง”

 

          เสียงสั่นฉิบ!

 

            ผมเลื่อนมือไปกำไหล่พี่ร้านเค้กเอาไว้ รู้สึกว่ามันกำลังเปียกชุ่ม เพราะพี่ป้องกำลังเคลื่อนหน้าเข้ามาใกล้อกผม ส่งคลื่นความตื่นเต้นให้เต้นตุบไปทั่ว ได้แต่มองแต่เสี้ยวหน้าหล่อๆ ที่ยังประดับรอยยิ้มอ่อนโยน ทั้งยังปลอบใจ

 

            “ถ้าน้องกั๊กอยากให้พี่ทำอะไรให้เป็นพิเศษ บอกได้นะครับ” เสียงพี่ป้องต่ำ...ต่ำจนกระแทกทุกโสตประสาทในร่างกาย

 

            ผมพูดอะไรไม่ออกแล้ว เมื่อพี่ป้องขยับเข้ามาใกล้กับอกผม แล้ว...

 

            งับ

 

            “อื้อ” ผมกัดปากทันที เมื่อเขางับเข้าที่นมของผม ส่วนมืออีกข้างไปลูบๆ วนๆ ที่สีข้าง ลูบขึ้นบนที่ทำเอาเสียวปรี๊ด แถมกำลังไล่มาสะกิดเบาๆ ที่ยอดลูกเกด แค่วนเบาๆ ผมก็...

 

            “อาห์” ครางออกมาอย่างไร้ทางต่อต้าน

 

            ฟู่

 

            เฮือก!

 

            “แข็งขึ้นมาแล้วครับ”

 

            แค่ลูบแค่งับก็เสียวจะแย่ นี่พี่ป้องเล่นเป่าลมอุ่นๆ ลงไป หัวนมจะไม่แข็งได้ไงเล่า!

 

            ตอนนี้ผมเริ่มหายใจแรงขึ้น สองมือขยับไปจับผ้าปูที่นอนแทน เพื่อเปิดทางให้ผู้ใหญ่ได้ช่วยอย่างเต็มที่ ขณะที่อารมณ์กำลังมา ข้างล่างก็เริ่มปวดร้าวด้วยความต้องการแล้ว และผมคงได้เล่นเสียวกับหัตถ์เทวะอย่างต่อเนื่องแน่ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะเสียงนี้...

 

          “ป้อง เด็กนี่ใคร”

 

            เฮือก!!!

 

            ผมงี้หันขวับไปมองแทบไม่ทัน แล้วก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งที่ราวบันไดกำลังจ้องเขม็งมาที่ผม ซึ่งไอ้คำถามว่าทำอะไรมันไม่แปลกใจหรอก คือเห็นก็ต้องตกใจว่าผู้ชายสองคนกำลังทำอะไรกัน แต่เหนือกว่านั้น...ผู้ชายคนนี้เข้ามาได้ยังไงวะ

 

            คนที่เข้ามาในห้องนอนพี่ป้องด้วยสีหน้าราวกับเป็นเจ้าของบ้าน!

 

.............................................

 

            ครบค่ะ จริงๆ พี่ป้องอาจจะมีผัวแล้วก็ได้นะเออ เปิดตัวตัวละครใหม่ค่ะ จริงๆ ก็ไม่ใหม่นะคะ เคยโผล่มาแล้ว แต่มาแค่ตัวไง ไม่มีชื่อปรากฏ แต่ตอนนี้รับรองว่ามาทั้งชื่อ ทั้งหน้าตาแน่นอนครับผม ซึ่งพี่ป้องจะบอกตรงๆ ว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนสำคัญค่ะ เมย์บอกแล้วว่าพี่ป้องน่ะได้ยากมากเลยนะ หวงตัวยิ่งกว่าสาวพรหมจรรย์ซะอีก

            นี่เมย์ล่ะขำ ตกลงแล้วกั๊กไม่ได้เดินตามผู้ชายขึ้นห้อง แต่กั๊ก “ลาก” ผู้ชายขึ้นห้องสินะคะ ทำไมนายเอกเราแรดจัง นี่พยายามไม่ให้กั๊กแรดนะ อยากให้น้องน่ารัก เดี๋ยวต้องพยายามมากๆ น้องกั๊กจะได้กลับมาดูน่าเอ็นดู ยังไงเมย์ก็ขอฝากโหดมู่ไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ ตอนถัดไปเลยงับ มีโหดมู่ด้วยน้า (หมาก็ไม่เว้นล่ะงานนี้) ><

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมหวาน นะคะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 569 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,682 ความคิดเห็น

  1. #25641 shin ai2 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 08:55
    พี่ไคแน่เลย5555555555555 มาด้วยมาดอย่างเมีย
    #25,641
    0
  2. #25600 annylycan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 10:00

    โอ้ยยยยยย....อ่านไปขำไป เขินไปอ่า น้องกั๊กกกกลู๊กกกกกกกก
    #25,600
    0
  3. #25586 i17645za (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 01:31
    กั๊กลูกกกกกพูดเเบบนี้ไม่ได้นะ
    #25,586
    0
  4. #25549 teeranan6270 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 08:51
    อุ้ยยยยยยย
    #25,549
    0
  5. #25530 nongbeamzaza023 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 19:03
    กั๊กโว้ยพูดไรเนี่ยห้ามปากตัวเองไม่เคยได้555
    #25,530
    0
  6. #25516 rattanalak44 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 15:44
    อ้าว. เฮ้ย!! ใครอ่ะ
    #25,516
    0
  7. #25436 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 15:38
    เจ้ากั๊กนี่ก็น้า...ขึ้น(?)ง่ายยย
    #25,436
    0
  8. #25402 maknae_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 23:11

    พี่ป้องนิสัยไม่ดีเหรอ

    #25,402
    0
  9. #25333 BewtyKAWAI (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 09:31
    อู้ยยย ใครนิ้??
    #25,333
    0
  10. วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 07:22
    ว๊าย ตายแล้ววววว
    #25,246
    0
  11. #25204 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 08:10
    พี่ไคหรอ
    #25,204
    0
  12. #25153 kindlyjh (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 16:08
    ใครมาล่ะทีนี่..
    #25,153
    0
  13. #25124 MapleMable (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 16:21
    พี่ไคมาใช่มั้ยยยยย
    #25,124
    0
  14. #25043 Miki_milky (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 15:39
    โอ้ยตายแล้ว แล้วใครมา
    #25,043
    0
  15. วันที่ 8 กันยายน 2560 / 17:08
    อ้าว ใครมาพี่ป้อง
    #24,848
    0
  16. #24757 Fone2546 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 23:15
    พี่ไคใช่หรือไม่~~~
    #24,757
    0
  17. #24596 แคนต้าลูปปปป ^^ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 15:29
    ที่โผล่มาเรียกพี่ป้องตอนนั้น?
    #24,596
    0
  18. #24417 chootikarn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 23:00
    เขาคือใคร???
    #24,417
    0
  19. #22657 จีจี้ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 15:17
    ห๊ะ ผัวพี่ป้องเหรอคะ? งั้น3pไปเลยค่าาา>O #22,657
    0
  20. #22191 nemaki chan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 20:29
    ใครมาาาาาาา
    #22,191
    0
  21. #21912 Gammmmmmmmmm (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 22:58
    -หื่น ไม่ระบุ ด่ารวม 55555
    #21,912
    0
  22. #21392 LuxiFiasT (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 11:29
    เปลี่ยนชื่อจากกั๊กเป็นกามดีกว่ามั้ยอิกั๊ก
    #21,392
    0
  23. #21251 JongjitSriyan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 06:15
    เจ้าของเขามาแล้วกั๊ก
    #21,251
    0
  24. #20425 prince_Lprince (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:22
    อายแทนตากั๊กจังเลยอะแบบมาเห็นกำลัง อิอิ สามพีไหมนะอิอิคิดไปไกล
    #20,425
    0
  25. #20382 nunyjan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:15
    ใครอะ 



    กั๊กก็ไม่เก็บอาการเลยนะลูก 
    #20,382
    0