[Yaoi] Sugar Addict หวานกว่าขนมก็ผมเนี่ยแหละ [Boy's Love]

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 11 เวลาเช้ากับไอติมแท่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51,492
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 608 ครั้ง
    7 ก.ย. 59



ไอติมอุ่นๆ จะรสชาติไงวะ


+++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ตอนที่ 11 เวลาเช้ากับไอติมแท่ง

 

 

 

กั๊ก

 

            ผมถามหน่อยสิเวลาคนเราทำความผิดแล้วถูกจับได้ เราควรจะทำยังไงดี อะไรนะ อ้อๆ มีสองข้อ อย่างแรกคือสารภาพความผิดแม่งใช่มั้ย กับอย่างที่สองคือกลบเกลื่อนความผิดสินะ อืมๆ ผมก็คิดแบบนั้นแหละ คิดแบบนั้นจริงๆ ผมสาบานได้ว่าผมคิดสองข้อนี้จริงๆ แต่...

 

            หมับ

 

          ไอ้เหี้ยยยยยยยย แล้วกูจะหมับหาหอกแท่งยักษ์ทำห่าอะไรครับ

 

            ผมคิดว่าสมองผมกำลังเพี้ยนหนักมากจริงๆ ถามเองตอบเองยังรับได้ แต่ผมเนี่ยคิดอย่าง...แต่เสือกทำอีกอย่างน่ะสิ!!!

 

            ชั่ววินาทีที่นาฬิกาปลุกดัง กูคิดจริงๆ นะว่า กูต้องดึงกางเกงขึ้นมาปิด ตวัดผ้าห่มคลุมทับ แล้วล้มตัวลงนอนหลับตาปี๋ ตีเนียนว่ากูหลับอยู่นะเนี่ยกูหลับ คนเรามันไม่มีทางตื่นเต็มตาได้ทันทีที่นาฬิกาดังขึ้นมาหรอก มันต้องสะลึมสะลือ ไม่รู้เรื่องรู้ราว อยู่ระหว่างความจริงกับความฝัน แต่ทำไม ทำม้ายยยยยยยยยยยย...

 

          ทำไมมือกูถึงคว้าโคนไอติมพรีเมียมหมับเต็มมือเลยวะ ฮืออออออ

 

            ถ้าผมร้องไห้ได้ ผมร้องแม่งแล้ว แต่ตอนนี้น้ำตามันไม่ไหล แทนที่ด้วยความรู้สึกอื่น...สงสัยสัส

 

            ในความเป็นจริงแล้วเวลาที่ไอศกรีมเย็นๆ โดนมืออุ่นๆ มันต้องเกิดปฏิกิริยาส่งผ่านความร้อน ทำให้ความเย็นละลายถูกต้องมั้ย เออ ช่างแม่งทฤษฎีเถอะ ที่ผมกำลังจะบอกคือพอผมจับ มันควรจะเหี่ยวสิวะ แต่ไหงโดนมืออุ่นๆ ของผมแล้วมัน...ขยาย

 

            ตอนนี้ผมกำลังเห็นภาพไส้กรอกที่เข้าไมโครเวฟนานไป เพราะมันกำลังพองแบบนั้นเลย คิดออกใช่ม่ะ พองฟืดเหมือนถูกอัดลม โดยที่ผมก็ยังกำมันเอาไว้แน่นด้วยความตื่นตะลึง

 

            ตะลึงกับ...ความร้อนเหี้ยๆ

 

            ติ๊งติงติงติ้ง ติง ติง ติ้ง~

 

            เอิ่ม ทั้งหมดที่ผมคิดเนี่ยจริงๆ มันคงผ่านไปไม่ถึงสามวินาที เพราะไอ้นาฬิกาปลุกเวรยังดังอย่างต่อเนื่อง และพี่ร้านเค้กที่คงทำอาชีพเสริมขายไอศกรีมก็กำลังลืมตาขึ้นมา เท่านั้นไม่พอ...

 

            “ฮืมมมม”

 

            พี่ครับ เสียงพี่ทำเอาผมขนลุกตั้งแต่สันหลังยันท้ายทอยเลยล่ะ!

 

            ผมคงตะลึงกับเสียงพี่ป้องมากไปหน่อย ขนาดพี่เขาตื่นแล้ว ผมยังไม่ยอมปล่อย เพราะไงดีล่ะ เสียงพี่ป้องมันต่ำมาก แหบมาก ตามสไตล์คนเพิ่งตื่นแหละ เท่านั้นไม่พอ มันกำลังพร่าอย่างเห็นได้ชัด ชนิดที่สั่นประสาทผมทุกอณู แล้วกูจะคิดเอางงทำไมวะ...เสียงพี่ป้องทำให้กูเสียวมาก ชัดมั้ย!

 

            และ...

 

            “น้องกั๊ก!!!! ทำอะไรน่ะครับ”

 

            พี่ป้องเด้งตัวขึ้นมาแล้ว และเขาคงตกใจสุดขีดเมื่อเจ้าโลกตกอยู่ในเงื้อมมือของผมที่...กำแน่น

 

          กูไม่รู้แล้วว่าควรจะปล่อยตอนไหน กูพลาดช่วงที่ควรปล่อยไปแล้ว!

 

            ความคิดที่ทำให้ผม...แบะปาก

 

          กูต้องทำยังไงดีวะ กูต้องทำยังไงดี!

 

            “น้องกั๊กร้องไห้ทำไมครับ...โอ๊ย!

 

            พี่ป้องร้องลั่น เพราะตอนที่เขากำลังขยับเข้ามาหาผม ผมก็...หักไง

 

            ไม่ได้หักเป็นสองท่อนนะ คือผมสะดุ้งไง มือผมก็เผลอกดลงไป

 

            “อย่าเข้ามานะ!

 

            เอาจริงดิ ชาวบ้านชาวช่องเขาเอาปืนจ่อเพื่อขู่ แต่ผมนี่ดันจับด้ามปืนพี่เขาแน่นเพื่อเป็นตัวประกัน

 

            “เอ่อ น้องกั๊ก ก่อนอื่น ปล่อยพี่ก่อน...นะครับ...โอ๊ย” พี่ป้องยังใจเย็น ตอนที่ขยับเข้ามาหาผมช้าๆ แต่ผมสติแตกไง หลักฐานคามือผมขนาดนี้ จะให้ผมแก้ตัวยังไงว่าไม่ได้โรคจิตแอบเปิดดูของชาวบ้านตอนนอนน่ะ!

 

            “ก็บอกว่าอย่าขยับไง!!!

 

            “โอเคครับๆ พี่ไม่ขยับแล้ว อย่าร้องเลยนะครับน้องกั๊ก โอ๋ๆ” มือมึงไม่ถึงตัวกู ยังเสือกปลอบได้อีกนะ แต่เสียงพี่เขาทำให้ผมรู้ว่าผมกำลังปริ่ม แล้วมันคงเป็นภาพที่ประหลาดสุดในโลกหล้า เวลานี้พี่ป้องควรจะร้องไห้สิ แต่ทำไมผมถึงร้องล่ะ

 

            จู่ๆ ความผิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว...ผมกลัวพี่ป้องเกลียดผม

 

            ไม่รู้ทำไมถึงคิดแบบนั้น แต่ผมกลัวจริงๆ นะ กลัวความแอบจิตของตัวเองเนี่ยล่ะ และนั่นก็ทำให้ผมร้องออกไป

 

            “ความผิดพี่นั่นแหละ!

 

            “ครับ?” เออ มึงควรจะแปลกใจ เพราะกูยังแปลกใจเลยว่ากูกำลังจะแถอะไรดี

 

            “ก็พี่นั่นแหละ กั๊กนอนของกั๊กดีๆ อยู่ๆ ก็เอาไอ้นั่นมาทิ่มกั๊ก แล้วพอมันทิ่ม กั๊กก็สงสัยไงว่าอะไรทิ่ม พอลุกมาคว้าดูก็กลายเป็นไอติมพี่ซะงั้น แล้ว...แล้วมันก็ใหญ่เอา...ใหญ่เอา ดูดิ อึก กำมือเดียวไม่รอบด้วยซ้ำ กั๊กไม่รู้จะปล่อยยังไง นาฬิกาพี่ก็ดังพอดี ไม่ใช่ความผิดกั๊กนะ เพราะพี่นั่นแหละ อึ้ก พี่เอามาทิ่มกั๊กเองนั่นแหละ...เหวอ!!!

 

            ผมรู้สึกว่าจมูกจะยาวขึ้นก็วันนี้แหละ ไอ้ที่เล่านี่ความจริงเท่าติ่งหอยมด ที่เหลือผมพูดกลับดำเป็นขาวหมดเลย ขณะที่พูดไปสะอื้นไป เพราะรับไม่ได้ที่แต่งเรื่องเก่งฉิบหายวายวอด แต่แล้วก็ต้องร้องเสียงหลง

 

          หลงสิวะ นี่ยังไม่ใหญ่สุดอีกหรือ!!!

 

            พี่ป้องยังขยายได้อีก! น้ำตากูมีฤทธิ์ทำให้ไอติมพองหรือไง!

 

            “เอ่อ พี่ขอโทษ” ขณะที่พี่ป้องก็ยกมือปิดหน้าตัวเองแล้ว ส่งยิ้มเจื่อนๆ ขณะที่กดลงมอง แล้วพี่ร้านเค้กก็ส่งมือมาจับข้อมือผมเบาๆ ดึงออกช้าๆ ซึ่งครั้งนี้ผมยอมปล่อย เพราะ...

 

            “พี่ขอโทษครับ เป็นความผิดพี่เอง ไม่ใช่ความผิดน้องกั๊กหรอก อย่าร้องไห้เลยนะ”

 

          กูนี่กะพริบตาปริบเลย ตกลงมึงเชื่อกูจริงดิ?!

 

            “ช่วงนี้พี่ไม่ค่อยได้ยุ่งกับมันเท่าไหร่ บางทีตอนเช้าก็เป็นแบบนี้ แล้วยิ่งวันนี้มีคนตัวอุ่นๆ มานอนข้างๆ มันก็คงทำให้เป็นหนักกว่าทุกที แต่ฟังดูยังไงก็เหมือนคำแก้ตัวสินะ...พี่ขอโทษนะครับ น้องกั๊กคงกลัวล่ะสิที่มีผู้ใหญ่โรคจิตนอนอยู่ข้างๆ แบบนี้”

 

            ฉึก

 

            ตอนนี้ผมกำลังถูกความรู้สึกผิดเล่นงาน! ส่วนพี่ป้องยิ่งยิ้มเจื่อนๆ ยามเก็บไอติมเข้ากางเกง แต่...

 

          อย่าเพิ่งเก็บสิ กูยังไม่ได้ดูด เอ๊ย ยังดูไม่อิ่มเลยนะ

 

            “น้องกั๊กคงรังเกียจพี่แล้วสินะครับ คงไม่มีผู้ชายคนไหนอยากเห็นของผู้ชายด้วยกันเองหรอก...” ผมนี่หันขวับกลับมาจากของน่าดูด เอ๊ย น่าดูแทบไม่หัน มองหน้าพี่ร้านเค้กที่หน้าเจื่อนไปแล้ว ทำเอาผมพูดไม่ออกเลย

 

          คือตอนนี้กูพ้นผิดแล้วสินะ ทฤษฎีโยนก่อนได้เปรียบยังได้ผลสินะ

 

            แต่ไหงผมไม่ดีใจเลยที่พ้นผิด

 

            “มะ...ไม่ พี่ป้องไม่ผิดสักหน่อย พี่พูดเองว่ามันเป็นปฏิกิริยาธรรมชาติ” พี่ป้องยังหน้าเสียอยู่ จนผมรีบพูดต่อ

 

            “พี่เองยังเคยเห็นของกั๊กเลย งั้นพี่จะบอกว่าพี่เห็นของกั๊กแล้วรังเกียจหรือ”

 

          ว้อท มันวกมาที่กูงอนพี่เขาได้ไงวะ!

 

             “พี่ไม่ได้รับเกียจน้องกั๊กนะครับ!” แน่นอนพี่ป้องว่าเสียงหลง เบิกตากว้าง ให้ผมสวนกลับ

 

            “งั้นกั๊กก็ไม่ได้รังเกียจพี่ป้องเหมือนกัน...ถือว่าหายกัน โอเคป่ะ”

 

          มึงจบเถอะ จบเถอะนะ กูอุตส่าห์แถจนพ้นผิด ปัดความจริงออกจากตัวขนาดนี้ จบเถอะนะ

 

            คำที่พี่ป้องยื่นมือมาหาผม แต่...มึงจะชักมือกลับทำเพื่อ ตอนกูสะดิ้งว่าอย่าจับๆ ก็จับจริ๊ง มาตอนนี้จะกลัวกูรังเกียจทำห่าไรวะ

 

            ผมคิดงั้น แต่การกระทำไปก่อน...ผมเอาหัวเสือกเข้ามือพี่แกซะฉิบ

 

            “จะลูบก็ลูบสิ...ไม่ได้ว่าสักคำ” ท้ายประโยคผมอุบอิบในคอ เรียกรอยยิ้มพี่ป้องกลับมาอีกครั้ง

 

            “น้องกั๊กเป็นเด็กดีจังเลย ขอบคุณนะครับที่ไม่โกรธพี่”

 

          ขอบคุณพี่ด้วยที่เชื่อคำตอแหลของผม

 

            แน่นอนว่าเรื่องไรผมจะพูดออกไปล่ะ ขณะที่มองพี่ป้องผละจากเตียง หันไปมองนาฬิกา แล้วก็ก้มลงมองช่วงล่างของตัวเองด้วยรอยยิ้มแห้งๆ

 

            “งั้นพี่ไปอาบน้ำก่อนนะครับ เดี๋ยวต้องเตรียมของเปิดร้านแล้ว เอ่อ ต้องจัดการมันด้วย”

 

            หมับ

 

          ไอ้มือจัญไร มึงจะคว้าชายเสื้อพี่ป้องทำไมวะ!

 

            ตอนนี้ผมด่ามือตัวเอง ผมเลยไม่ทันห้ามปากที่เอ่ยไปว่า...

 

          “ให้กั๊กช่วยนะพี่ป้อง!!!

 

          ไอ้ปากเวรตะไล มึงพูดอะไรออกมา!!!

 

            แผล็บ

 

            ไม่ครับ ไม่ใช่แค่ปาก คือลิ้นกูนี่ส่งมาเลียรอบปากเสริมอีกต่างหาก และดวงตาของผม...จ้องเป้งเลยเชียวล่ะ

 

ต่อค่ะ

 

            เอื้อก

 

            ผมเกลียดตัวเองฉิบหายที่กลืนน้ำลายแรงมาก แต่ขอโทษว่าเป็นความผิดพี่ป้องเลย...มันเห็นเป็นรูปกระปุกเกียร์ผ้าชุดนอนเลยพับผ่าสิ

 

          ไอ้กั๊ก มึงช่วยสะดิ้งยกมือปิดตาหน่อยเถอะว่ะ

 

            สมองผมสั่ง แต่ดวงตาผมไม่ทำตาม อีกทั้งปากยังไปก่อน

 

            “กะ...ก็พี่ป้องยังช่วยกั๊ก กั๊กเลยอยากตอบแทน”

 

            เชื่อผมสิว่าไม่ได้อยากดูด เอ๊ย ดูจริงๆ นะ ก็แค่มือไงมือ ก็แค่ชักๆ รูดๆ เหมือนที่พี่ป้องทำให้ผมไง ไม่ได้อยากรู้จริงๆ นะว่าเวลาจับของคนอื่นมันจะรู้สึกยังไง

 

            ความคิดที่ทำให้ผมยึดเสื้อพี่ป้องแน่น แต่พี่ป้องกลับ...เงียบ

 

            ความเงียบที่ทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นไปสบตา แล้วไม่รู้ผมคิดไปเองหรือเปล่า พี่ร้านเค้กกำลังขบกรามแน่นจนข้างแก้มนูนขึ้นมา แต่มันแค่แวบเดียวจริงๆ เมื่อริมฝีปากของพี่ป้องยกขึ้นเป็นรอยยิ้มแบบผู้ใหญ่ใจดี แถมยังอบอุ่นสุดๆ จากนั้นก็ส่งมือมาจับมือผม

 

            “น้องกั๊กอยากตอบแทนหรือครับ”

 

            “อะ อืมๆ”

 

            ใช่ๆ ก็แค่ตอบแทนไง เดี๋ยวเขาหาว่าพ่อแม่สอนไม่ดี ใครทำดีมาก็ต้องดีตอบไง นี่ไม่ได้เอาประโยชน์เข้าตัวเลยสักนิด และนั่นก็ทำให้พี่ป้องยิ่งยิ้มกว้าง จนใจผมเต้นยังกับรัวกลอง มั่นใจว่าวันนี้ได้ลองไอติมเป็นมื้อเช้าแน่ๆ แต่พี่ป้องกลับ...ปลดมือผมออก

 

            ฟึ่บ

 

            แถมยังวางมือบนหัวผม แล้วโยกไปมา

 

            “น้องกั๊กใจดีจัง แต่ไม่เป็นไรครับ ที่พี่ทำให้น้องกั๊กไม่ได้อยากได้อะไรตอบแทน แค่น้องกั๊กไม่โกรธที่พี่นอนไม่สุภาพแบบนี้ ก็ถือว่าช่วยพี่ได้มากแล้ว”

 

            “...”

 

            อย่าถามนะว่าทำไมกูไม่เถียง คือกูกำลังอึ้งไง

 

          พระเอกสัส พระเอกเหี้ยๆ ทำไมพี่ป้องหล่องี้วะ!

 

            ไม่ ผมไม่ได้ประชด ผมคิดแบบนั้นจริงๆ จากที่ผมเห็นพี่ป้องโคตรพ่อพระอยู่แล้วนะ ตอนนี้ผมยิ่งมองเขายังกับเทวดา ปีกงอก วงแหวนรอบหัว แถมมีออร่าส่องสว่างอีกต่างหาก ตกลงแล้วที่พี่ป้องทำให้ผมทั้งหมดนี่บริสุทธิ์ใจสินะ ไม่ได้เป็นคนแก่หื่นกามที่แกล้งใจดีล่อลวงให้เด็กเดินมาติดกับสินะ พี่ป้องแม่งคนดีจริงๆ

 

          กูมองพี่ป้องไม่ผิดจริงๆ แต่...

 

            “แต่กั๊กอยากช่วย”

 

            “เอาไว้ช่วยอย่างอื่นดีกว่าเนอะ”

 

            “แต่...”

 

            “พี่ต้องรีบอาบน้ำแล้ว เดี๋ยวเตรียมของไม่ทัน” ยังไม่ทันที่ผมจะแย้งจบเลย พี่ป้องก็คว้าโทรศัพท์มาดูเวลาอีกที จากนั้น พี่แกก็หมุนตัว ก้าวยาวๆ หายลับเข้าห้องน้ำไปซะอย่างนั้น ปล่อยให้ผม...ค้าง

 

            อย่า! อย่าคิดอกุศล ของกูยังไม่พอง แต่ตอนนี้...อายมาก

 

            ผมถูกปฏิเสธ!!!

 

            หมับ

 

            “ไอ้พี่ป้องเวรเอ๊ย!

 

            อย่าคิดว่าผมตะโกนดัง ผมแค่คว้าหมอนมาแล้วงึมงำใส่มัน ปิดบังหน้าที่ร้อนจัด แถมลามไล่ไปทั้งตัว เมื่อความอายกำลังสาดซัดเข้ามาทุกทิศทุกทาง ก็ลองคิดดูสิ ผมไม่เคยเปิดเผยตัวตนให้ใครเห็นเลยนะ แม้แต่พวกเพื่อนสนิท มันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมมีความสนใจพระเอกเอวีมากกว่านางเอก และแน่นอนว่าผมไม่เคยคิดจะใช้ปาก ไม่สิ ไม่คิดจะใช้มือไปแตะต้องของสงวนของใคร แต่ผมอุตส่าห์เอ่ยปากบอกพี่ป้องว่าจะช่วย แล้วพี่เขา...ปัดความหวังผมซะงั้น

 

          พี่ป้องจะคิดว่ากูเป็นเด็กเปรตมั้ยวะเนี่ย!

 

            “อ๊ากกกกกกกกกก”

 

            ยืนยันอีกที ผมแค่ร้องใส่หมอนที่ยัดปิดปาก แล้วดีดดิ้นบนเตียงจนผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ เตะขาไปมาเพื่อระบายความอับอาย พักใหญ่ๆ ก่อนที่จะลุกขึ้นมา...ปาดน้ำตา

 

          โกรธเว้ย

 

            เออ รู้ว่าคนดี (?)

 

            เออ รู้ว่าบริสุทธิ์ใจ (?)

 

            เออ รู้ว่าเป็นคนไม่หวังอะไรตอบแทน (?)

 

          แต่...ไอติมกูล่ะ

 

            ผมดึงมือข้างที่ปาดน้ำตาแห่งความอับอายขึ้นมาเสมอหน้า จ้องมันยังกับของแปลกจากนอกโลก เพราะมือข้างนี้แหละที่เพิ่งไปกำไอศกรีมแท่งร้อนๆ มา แล้วผมก็...เลีย

 

            ฟึ่บ

 

            “กูอยากตาย”

 

            ผมบอกอย่างหน้าด้านๆ เลยนะ...ผมเลียนิ้วตัวเองครับ ดังนั้น พอรู้ตัวอีกที ผมก็ทุ่มตัวลงไปดิ้นเป็นไอ้มู่ถูกงดอาหาร ยกสองมือกุมหัว ขยี้มันหนักๆ อย่างรับความกามตัวเองไม่ไหวแล้ว สิ่งที่ผมทำจึงเป็น...

 

            “ไม่องไม่อาบแล้วโว้ย สู้หน้าไม่ไหวแล้ว!

 

            ผมก็ลุกพรวดขึ้นมา หันไปเปิดประตูระเบียงที่เห็นพี่ป้องเอาชุดนักเรียนไปตาก ไม่สนไม่แคร์แล้วว่าที่สวมอยู่คือบ็อกเซอร์พี่ป้อง จัดการสวมชุดนักเรียนทับ แต่ครั้งนี้ผมไม่ได้คิดหนีพี่ป้องอย่างหนที่พี่เขาจับได้ว่าเล่นเสียวกับครีมสด ก็เลยคว้ากระดาษและปากกาเขียนลวกๆ ว่า...ผมไปโรงเรียนก่อนนะ...วางทิ้งไว้ข้างโทรศัพท์ของพี่เขา

 

            ส่วนทำไมหนนี้ผมไม่คิดหนีอย่างหนก่อน...ลองได้เจอวิชาหัตถ์เทวะไปทีเดียว เชื่อสิว่าทิ้งมันไม่ลงหรอก

 

            โอเค สรุปแล้วผมไม่หนี เพราะไม่อาจจะสู้ความต้องการเบื้องต่ำได้...ต่ำจริงๆ ไม่ใช่ต่ำในใจ ต่ำใต้ชั้นในผมเนี่ยล่ะ

 

            จากนั้น ผมก็เผ่นสิครับ งานนี้ขอไปทำใจให้กล้า หน้าให้ด้านมากกว่านี้ก่อนนะ ที่สำคัญ...ขอไปลบไอ้ความคิดอยากแดกไอติมออกจากหัวก่อน!

 

          ไอ้กั๊ก มึงบ้าป่ะ ทำไมเสี้ยนอยากแดกไอติมขนาดนี้วะ!

 

.......................................

 

            “ป้าๆ ไอติมป้ามีแค่นี้หรือ”

 

            “ก็มีแค่ในตู้นั่นแหละ เดี๋ยวเขามาส่งให้ป้าตอนสายๆ”

 

            “แต่ผมอยากกินไอติมแท่งอะ”

 

            “แล้วป้าจะไปหาจากไหนให้ล่ะลูก”

 

            ผมอยากตบกบาลตัวเองให้แยก ในเมื่อผมน่ะมาโรงเรียนตั้งแต่เช้า อาจารย์เวรยังไม่มาด้วยซ้ำ ร้านค้าก็ยังไม่เปิด ก็เลยไปนอนท่องคาถาของแข็งจงอ่อนอยู่หลายสิบจบ แต่มันก็ไม่สามารถลดความอยากที่ทำให้คอแห้งผากๆ ได้ แค่หลับตา ภาพมันก็ลอยมาเลย

 

            ภาพของของหวานที่ตั้งตะง่านแหงนหน้าขึ้นฟ้า ดูจากสีน่าจะเคลือบช็อกโกแลต แถมยังล้อมรอบด้วยสายไหมสีเข้มที่อยากจะสอดมือเข้าไปขยุ้มมันเบาๆ กระตุกหน่อยๆ

 

            สุดท้าย...ผมก็แหกปากลั่นเรือนเพาะชำหลังโรงเรียน แล้วก้าวดุ่มๆ มายังร้านค้าที่เริ่มทยอยเปิด เพื่อพบว่า...ร้านขนมที่มีไอศกรีมร้านเดียวแม่งไม่มีไอติมแท่งให้แดก!!!

 

            “เอาไอติมตักไปแทนได้มั้ย”

 

            “แต่ผมอยากกินไอติมแท่งนี่หว่า ไม่ช็อกโกแลตก็...รสนม”

 

          กูคิดบัดซบอีกแล้วใช่มั้ย

 

            “งั้นเอาไว้เที่ยงๆ แล้วกัน โน่น แท่งสุดท้าย น้องผู้หญิงคนนั้นเขาซื้อไป” ป้าเจ้าของร้านชี้ไปอีกทาง และนั่นก็ทำให้ผมตาวาว พุ่งไปทันที

 

            “จันทร์เจ้า!

 

            “หะ หือๆ อ้าว กั๊ก” ผมอยากจะขอบคุณเทวดาบนสวรรค์ (หน้าตาแบบพี่ป้องเปล่าวะ) ที่ทำให้คนได้ไอศกรีมแท่งสุดท้ายไปเป็นผู้หญิงหน้าตาคุ้นๆ แฟนของเพื่อนสนิทที่กำลังแกะห่อไอศกรีม และนั่น...ไอศกรีมรสวานิลลาสอดไส้เยลลี่!

 

            “ไอติมนั่นเราซื้อต่อได้มั้ย”

 

            “อันนี้อะหรือ” จันทร์เจ้าดูงงๆ แต่ก็พยักหน้าแล้วส่งมาให้ ซึ่งผมชอบแฟนเพื่อนตรงนี้แหละ...ไม่ถามอะไรมากดี แต่เพราะแววตาสงสัยทำให้ผมแก้ตัวไปก่อน

 

            “เราร้อนมากเลยน่ะ ขอบใจนะ นี่ตังค์” แน่นอนว่าต่อหน้าคนอื่น ผมเก๊กนิ่ง ขณะที่ดึงไอศกรีมที่แกะห่อแล้วออกมา ซึ่งมันใช่เลย

 

            แท่งกลมๆ สีขาว ส่งไอเย็นออกมา เรียกร้องให้ผมก้มลงไป...ดูด

 

          เนี่ยล่ะที่กูต้องการ

 

            ผมไม่สนหรอกว่าใครกินไอศกรีมแบบไหน แต่ผมกินอย่างที่ใจมันเรียกร้อง ด้วยการห่อปากเข้าหากัน ส่งของหวานเย็นๆ เข้าไป ออกแรงดูดมันเบาๆ ก่อนที่จะส่งมันเข้าไปช้าๆ...ช้าๆ...จนมิดแท่ง ส่งผ่านรสหวานนุ่มที่ซ่านไปทั่วปาก จนค่อยๆ ดึงของหวานที่เยิ้มด้วยน้ำลายออก แล้วดันเข้าไปใหม่

 

          อร่อย

 

            “จ๊วบ” ผมคิดได้แค่คำเดียวเท่านั้น ตอนที่ส่งมันเข้าไปถูๆ กับกระพุ้งแก้ม ส่งลิ้นไปเลียให้ทั่วแท่งอย่างไม่อยากให้ส่วนใดส่วนหนึ่งมันหกเลอะเทอะ จากนั้นก็แทงๆ แยงๆ เข้าปากซ้ายที ขวาที รู้สึกว่าข้างไหนเย็นแก้มแล้ว ผมก็เปลี่ยนไปอีกทาง รับรู้ถึงส่วนปลายมนๆ ที่ถูไถไปมา กับความหวานที่แทงเข้าไปถึงลำคอ และเพราะความยาวมันเกินปากผมไปหน่อย

 

            “อือ เลอะเลย” เสียงผมต้องพร่าเพราะกินของเย็นแน่ๆ ผมเลยไม่สนใจ แค่ดึงไอศกรีมออก เพื่อตามไปเก็บตรงโคนที่กำลังละลายไหลลงมาบนข้อมือของผม

 

            แผล็บ

 

            ผมหรี่ตา ส่งลิ้นไปเลียช้าๆ เก็บมันทุกหยด ทุกเม็ด แล้วเริ่มกลับมาละเลงลิ้นที่ปลายโคนติดกับไม้ต่อ

 

          มันคงแท่งโตกว่านี้ เต็มปากกว่านี้แน่ๆ เลยว่ะ

 

            ผมอดเปรียบเทียบกับไอ้เมื่อเช้าไม่ได้จริงๆ จนปากผมก็ยิ่งออกแรงดูดมากกว่าเดิม และเพราะมันเย็น ผมเลย...

 

            “อื้อ” คราง

 

.........................................................

 

            ต่อค่ะ

 

            “จุ๊บ...จ๊วบ...จ๊วบ...” แม้ผมจะคราง ผมก็ยังดูดไอติมต่อไป จนเสียงจ๊วบจ๊าบดังกว่าเดิม และคงเป็นแบบนั้นอีกสักพัก ถ้าไม่ใช่...

 

          “ไอ้เหี้ยกั๊ก มึงกินท่าห่าไรของมึงวะเนี่ย!

 

            “อื้อ ไอ้เป้” ผมได้ยินเสียงเรียกก็เลยหันไปมอง ทั้งยังดึงไอศกรีมที่ตอนนี้เหลือแค่แท่งเยลลี่สีสดออกมาจนมันเด้งปึ๊งขึ้นมาแนบแก้มผม ขณะที่หรี่ตาฉ่ำๆ (เพราะความเย็น) มองหน้าไอ้เป้...เพื่อนตัวโตที่กำลังมองผมด้วยแววตาประหลาด แล้วมันก็ชี้หน้าผมสลับกับของในมือ

 

            “มึงทำอะไรวะเนี่ย”

 

            “แดกไอติมไง มึงมองว่ากูนั่งขี้อยู่หรือไง” ผมก็สวนมันอย่างขำๆ ติดขัดใจเล็กๆ ที่เป็นมารขัดขวางความสุข ขณะที่ไอ้เวรนี่ก็ทำหน้ารับไม่ได้

 

            “มึงอย่าแดกงี้อีกนะ กูขนลุก!

 

            “แน่ะๆ อย่าบอกนะเว้ยว่าช่วงนี้เก็บกด แค่ดูกูแดกไอติมก็...”

 

            “สัสเถอะ มึงอย่าทำให้กูขนลุกเหมือนไอ้ต้นได้มั้ย...นี่กระเป๋ามึง” ไอ้เป้ดูไม่อยากพูดถึงเท่าไหร่ มันเลยโยนกระเป๋าผมมาให้ มองไอศกรีมในมือด้วยแววตาแปลกๆ ก่อนที่มันจะว่าต่อ

 

            “กูไปหาอะไรแดกแล้ว ฝากกระเป๋าหน่อย” เพื่อนผมว่างั้น แล้วมันก็รีบเดินไปอีกทาง ขณะที่ผมก็ยักไหล่อย่างงงๆ ซึ่งพอหันไปมองคนที่นั่งด้วยมาตลอดก็พบว่าจันทร์เจ้ากำลังยิ้มตาวาว

 

            “เราว่าไม่ขนลุกหรอก เราว่ากั๊กกินไอติมได้...น่าสนใจดี”

 

            “ยังไง ก็แค่กินไอติม” ผู้หญิงตรงหน้าผมยิ้มกว้างอีก แล้วหันไปมองรอบๆ

 

            “อืม ก็แค่กินไอติมแหละ แต่ทำเอาสาวๆ แถวนี้หน้าแดงเลย...แล้วมองไปมองมา กั๊กก็น่ารักเนอะ ยิ่งกินไอติมปากแดงขนาดนี้ก็ยิ่งน่ารัก”

 

            “หน้าอย่างนี้เรียกหล่อครับ ไม่ใช่น่ารัก” ผมว่าติดตลก ทั้งที่ใจมันทะแม่งๆ แล้ว รู้สึกตัวแล้วว่าท่ากินมันต้องแปลกแน่เลยว่ะ ผมก็กินไอติมแบบนี้ทุกที ที่แปลกไปจากแต่ก่อนหน่อยก็แค่นึกหน้าพี่ป้องไปด้วย เอ่อ ก็ไม่หน้านะ ผมนึกอะไรที่ต่ำกว่านั้น

 

          เฮ้ย ไม่ๆๆๆ เมื่อกี้กูเปล่าคิดนะ ลืมมันไปซะ

 

            “ก็ได้ หน้าแบบนี้ไม่ได้เรียกน่ารัก แบบนี้เรียก...” จันทร์เจ้ากวักมือให้เข้าไปใกล้ๆ จนต้องว่าอย่างแซวๆ

 

            “โอ๊ย เอาหน้าเข้าไปนี่จะโดนไอ้กราฟต่อยคว่ำมั้ยเนี่ย” ผมว่าไปงั้น แต่ความอยากรู้ (เรื่องตัวเอง) เลยขยับหน้าเข้าไปใกล้ ฟังจันทร์เจ้าบอกว่า...

 

            “หน้าอย่างกั๊กเรียก...อีโรติก

 

            “เฮ้ย แม่มะ...เอ๊ย บ้านเธอดิ” เกือบจะแม่มึงแล้ว แต่ลองพูดสิ เดี๋ยวไอ้กราฟต่อยปากแตก เลยได้แต่เปลี่ยนคำด่า มองเพื่อนที่หัวเราะเสียงดังอย่างไม่เอาความ ทั้งยังถามอย่างอยากรู้

 

            “ทุกทีกินแบบนี้ให้คนอื่นเห็นป่ะ”

 

            “ก็กินแบบนี้ทุกที”

 

            “งั้นอย่าไปกินต่อหน้าผู้ชายคนไหนนะ เราว่าหน้าอย่างกั๊กนี่...จุ๊ๆๆ ไม่น่ารอด”

 

            กึก

 

          ไหงกูสะดุดตรงคำว่าไม่น่ารอดวะ และไหง...หน้าพี่ป้องลอยมาวะ!!!

 

            “ล้อเล่นอะไร ไม่ขำครับไม่ขำ อย่างไอ้กั๊กนี่มีแต่ไปกินเขา...จันทร์เจ้าอยากลองมั้ยล่ะ”

 

            “อะแฮ่ม มึงอยากตายมั้ยล่ะ”

 

            ผมนี่ถอยกรูดๆ แทบตกโต๊ะ เพราะไอ้กราฟมาแล้วไง ไอ้หล่อที่สะพายกระเป๋าบนไหล่ข้างเดียวแล้วโคตรหล่อนั่นแหละ มันกำลังมองผมด้วยแววตาปรามๆ ที่ทำให้รีบยิ้มกว้าง ยกมือสองข้างเสมอไหล่

 

            “กูยังไม่อยากตายว่ะ ยังอยากมีเมียก่อนตาย...กูไปแล้วดีกว่า ไม่อยู่ขัดจังหวะผัวเมียดีแล้ว ส่วนนี่กระเป๋าไอ้เป้ มันฝากไว้ แล้วก็ขอบใจนะจันทร์เจ้า” ผมโบกไม้ไอติมไปมา แบบที่อีกฝ่ายก็ยิ้มรับ แต่ในตอนที่ผมกำลังก้าวไวๆ ไปอีกทาง ผมแม่งหูแว่วว่ะ

 

          “เราว่าเพื่อนกราฟไม่เหมาะเป็นผัวชาวบ้านนะ เราว่าเหมาะเป็นเมียมากกว่า”

 

          อะไรนะ นี่กูแมนทั้งแท่งนะเว้ย ถ้าไม่เห็นเป็นผู้หญิงนี่ต่อยไปแล้ว

 

            เออ ผมคิดงั้น แต่หน้าพี่ป้องพร้อมกับไอศกรีมหุ้มสายไหมแม่งแวบแรงเข้าหัวแบบไฮสปีดอินเทอร์เน็ตเลยเชียวล่ะ

 

..............................................

 

          ไอ้กั๊ก กูได้ยินว่ามึงจะไปทำใจกล้าเมื่อวานใช่มั้ยวะ

 

          เออ เมื่อวานกูว่างั้นแหละ แต่กูห้ามความต้องการเบื้องต่ำไม่ได้จริงๆ ว่ะ

 

            สมองผมคุยกันเองอีกแล้ว ตอนที่กำลังจับสายจูงหมาเอาไว้แน่น แหงนหน้ามองป้ายชื่อร้าน Taste of Secrets อย่างอดคิดไม่ได้ว่าร้านนี้ตรงใจอย่างแรง ขนาดชื่อร้านยังเหมือนรู้ความลับของกูอีกแน่ะ

 

            ความลับกูเนี่ยเยอะอย่าบอกใครเชียว

 

            ส่วนทำไมผมถึงมาร้านพี่ป้องน่ะหรือ ก็วันนี้ผมมีหน้าที่ต้องดูแลไอ้มู่ ผมก็เลยนึกขึ้นได้ว่าพี่ร้านเค้กเคยพูดว่าชอบหมา แต่ยังไม่มีโอกาสเลี้ยง เลยกะจะเอาไอ้มู่มาโชว์ตัวสักหน่อย แต่ดันลืมไง...ลืมไปว่าเบอร์มือถือพี่แกยังไม่มีเลย

 

            “โฮ่ง!” ขณะที่ไอ้ไซบีเรียนลูกรักของผมก็กำลังเห่า พลางกระดิกหางไปมา วิ่งวนรอบขาราวกับถามว่าจะพามู่มาซื้อหนมหรือ ใช่ป่ะๆ เจ้านาย แต่ไม่เห็นมีใครอยู่เลยนะ

 

            “เงียบน่าไอ้มู่”

 

            “โฮ่ง! โฮ่ง!” ก็เจ้านายไม่ตอบมู่อะ

 

            นั่น มันเถียงผม

 

            “โอ๊ย กูก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามาทำไม กูเอามึงมาเป็นข้ออ้างมั้ง!

 

            จริงๆ อาจจะไม่ใช่ความผิดไอ้มูมู่ แต่ความผิดผมเนี่ยล่ะที่มโนว่าคุยกับหมารู้เรื่อง

 

            “บรู๊วววววววววววว!!!” ข้ออ้างไรอะเจ้านาย

 

            ไอ้มู่ไม่เห่าแล้ว มันหอนใส่ผมซะเลย จนผมได้แต่แหงนหน้ามองร้านขนมที่ปิดเงียบ ลังเลว่าควรจะไปกดออดดีมั้ย และเป็นโชคของโชคที่...

 

            “อ้าว น้องกั๊ก พี่ก็ว่าหมาที่ไหนมาเห่าหน้าร้าน...นี่หมาน้องกั๊กหรือครับ”

 

          ทำดีมากไอ้มู่ ทุกทีกูรำคาญเสียงหอนมึงนะ แต่วันนี้กูให้อภัย

 

            เจ้าของร้านเดินมาจากหลังร้าน แล้วเปิดประตูกระจกให้ ใบหน้าคมมาก หล่อมาก ก็กำลังยิ้มกว้าง มองไซบีเรียนตัวโตที่ทำเอาผม...หันไปทางอื่น

 

            ผมจำได้นะเว้ยว่าพี่ปฏิเสธผมน่ะ

 

          นี่กูงอนหรือวะเนี่ย

 

            ผมกำลังสับสนว่าควรจะยิ้มให้ เอ่ยทักทาย ทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือโกรธที่ถูกเมินหนก่อนดี แต่ไอ้มู่ก็ทำในสิ่งที่ผมอ้าปากค้าง

 

            “โอ๊ะ ตัวหนักเอาเรื่องนะเนี่ย ชื่ออะไรน่ะเรา” มันกระโดดเอาขาหน้าไปกอดพี่ป้องครับ ซึ่งพอจะบอกได้ว่าเพราะกลิ่นขนมบนตัว แต่...

 

            แผล็บๆๆๆๆ

 

            พอพี่ป้องนั่งคุกเข่าเท่านั้นแหละ...มันเลียหน้าพี่ป้องเว้ย

 

            “เฮ้ย ไอ้มู่ ไม่เอา”

 

            “หงิงๆๆ”

 

          มันไม่สนใจผม!

 

            “ฮ่าๆๆๆ เชื่องน่าดูเลยนะเรา โอ๊ย เข้าปากแล้ว”

 

          สัส ออกมานะไอ้มู่!

 

            ผมหันมามองตาโต คิ้วกระตุกเลย เมื่อได้ยินเสียงพี่ป้องร้อง แล้วก็เห็นไอ้มู่เลียปากพี่ป้อง...เต็มสองตา

 

            หมับ

 

            “หงิงงงงงงง!

 

            จากนั้นผีห่าซาตานตัวไหนสิงผมก็ไม่รู้ ผมถึงกระชากสายจูงไอ้มู่เต็มแรงจนมันแทบหงายหลัง ขณะที่มันร้องเสียงดังลั่น ทั้งยังหันมามองผมด้วยแววตาน้อยอกน้อยใจว่า...เจ้านายทำร้ายมู่ทำไมอะ!

 

            คำถามที่ผมไม่มีคำตอบให้ เพราะยังอึ้งอยู่

 

          กูไม่รู้ว่ะมู่ กูแค่รู้ว่าตอนที่มึงเลียปากพี่ป้อง...มือกูก็กระชากไปแล้ว!

 

            ขณะที่สมองผมเสือกสรุปให้อนาถใจว่า...

 

          เมื่อกี้กูหึงพี่ป้อง? แล้วหึงกับหมาเนี่ยนะ?!!!

 

..........................................

 

            ครบค่ะ ก่อนอื่น พี่ๆ น้องๆ หลายคนบอกแล้วว่าไซเป็นหมาที่หอน แต่จะไม่เห่า แต่เมย์ขออนุญาตให้มันเห่าเถอะ เอาเป็นว่าเจ้ามู่เป็นหมาพิเศษคุยกับคนรู้เรื่องแล้วกันนะคะ ไม่สิ เจ้ากั๊กนั่นแหละบ๊องที่แปลภาษาหมาได้ เอาเป็นว่าเจ้าคนกินไอติม จูงหมามาเป็นข้ออ้างเพื่อเจอพี่ร้านเค้กนั่นแหละค่ะ อืม ส่วนใหญ่ก็อยากให้พี่ป้องมาเล่าเรื่องเนอะ งั้นเมย์ใบ้อะไรให้หน่อยแล้วกันค่ะ

            เคยสังเกตมั้ยคะว่าพี่ป้องเคยไปตามกั๊กแค่ตอนแรกสุด ที่ไปดักหน้าโรงเรียน แล้วหลังจากนั้น จะเห็นชัดเลยว่าเจ้ากั๊กเป็นคนเดินมาหาพี่ป้องเอง พี่ป้องไม่ได้ไปฉุดกระชาก ดักอุ้มเข้าร้านเลยสักครั้ง เป็นความสมัครใจของเจ้ากั๊กทั้งนั้น ถ้าตีความตรงนี้ออก จะเข้าใจการกระทำของพี่ป้องว่าทำไมถึงทนได้ขนาดนั้นไปเกินครึ่งแล้วอะจ้า แฮ่

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมหวาน นะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 608 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,682 ความคิดเห็น

  1. #25640 shin ai2 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 08:40
    โธ่น้องมู่5555555
    #25,640
    0
  2. #25629 Masxy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 18:32
    อาการหนักแล้วกั๊กเอ้ย

    ทั้งมโน ดูดๆอมๆ จนหน้าเคลิ้ม ทั้งหึงหมา

    ทั้งโหยหาพี่ป้อง. อีพี่ก็ล่อลวงเด็กมัน หั้ยตกบ่

    แหมๆๆๆ

    คุกนะนั่น
    #25,629
    0
  3. #25611 Molly_nat (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 01:58
    กั๊กหนูจะหึงพี่เค้า-ไม่ได้นะลูก
    #25,611
    0
  4. #25548 teeranan6270 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 08:38
    ใจเย็นๆเจ้ากั๊ก
    #25,548
    0
  5. #25529 nongbeamzaza023 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 19:00
    จะบ้ารึนั่นหมาเอ็งนะนั่น555
    #25,529
    0
  6. #25515 rattanalak44 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 15:26
    หึงหมา555555
    #25,515
    0
  7. #25489 ภาวนา ยะถาเทศ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 20:30
    55555555555โอ้ยเจ้ากั๊กเอ้ย
    #25,489
    0
  8. #25435 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 15:27
    จันทร์เจ้าคือฟินตกโต๊ะแล้วใช่ไหมลูก... ส่วนเจ้ากั๊ก...นั่นหมาไง นั่นมู่เอง5555555
    #25,435
    0
  9. #25347 MaiNatkamon (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 02:56
    หึงกับหมา555555 โว้ยยยย
    #25,347
    0
  10. #25289 kedvarin1234 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 13:18
    ฮือช่วยด้วยยยย ขำไม่ไหวแล้ว55555555555
    #25,289
    0
  11. #25255 De sheep (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 17:49

    พี่ป้องไม่เคยบังคับฉุดกระชากลากถูน้องเลยแม้แต่นิด แค่ขุดหลุมรอแล้วน้องกระโดดลงมาเองสินะ=_= กั๊กก็ยินยอมพร้อมใจโดดลงหลุมด้วยนี่สิ

    #25,255
    0
  12. วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 07:04
    ความหวงนี้มันจะแอดวานซ์ไปไหม55
    #25,245
    0
  13. #25203 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 07:53
    มีความหวงงงงง
    #25,203
    0
  14. #25099 Magic_Magic (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 23:03
    เกลียดความตอแหลกั๊กเว่อร์ โยนเอาโยนความผิดเนี้ย555 พี่ป้องก็แสนดีเกิ๊นนน ไม่ไหวขำจนแก้มปริ555555555
    #25,099
    0
  15. #25042 Miki_milky (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 15:24
    มีความหวงพี่ป้อง
    #25,042
    0
  16. วันที่ 8 กันยายน 2560 / 16:08
    กั๊ก!! แม้แต่มู่ หมาแกยังหึงได้ 55. อิจฉามู่ละสิได้เลียปากพี่ป้อง ก๊ากกก
    #24,847
    0
  17. #22656 จีจี้ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 14:13
    พี่ป้องบริสุทธิ์ใจม้ากมากเลยนะคะแหม่><

    /แม้แต่หมาก็หึงเหรอกั๊ก ง่อววว
    #22,656
    0
  18. #21982 fernsupattra123 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 14:40
    บางทีก็คิดนะว่าถ้ากั๊กถูกผู้ชายลากไปข่มขืน นี่จะปฏิเสทเขาไหม
    #21,982
    1
    • #21982-1 _Nam28810_(จากตอนที่ 12)
      23 พฤษภาคม 2560 / 12:44
      นั่นสิ5555
      #21982-1
  19. #21911 Gammmmmmmmmm (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 22:52
    หมาได้เลียปากพี่ป้องแล้วอ่ะ ยอมไม่ได้นะกั้ก! 55555
    #21,911
    0
  20. #21788 นู๋ปลา ซู่ซ่า (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 13:24
    พี่ป้องโคตรร้าย เป็นผู้ชายที่โคตรร้ายยย กี๊ดดดด นี่อดทนใช่มั้ย เชื่อว่าพี่เขาได้โอกาสเมื่อไรเขาจะเก็บทุกเม็ด เจ้ากั๊กทั้งยั่วแบบไได้ตั้งใจขนาดนั้น เก่งนะเนี่ยย ที่ทนได้ อิอิ อยากรู้ฝั่งพี่ป้องซะล้าวว ว่าคิดไงบ้างตั้งแต่ต้น อยากรู้ว่ามองเจ้ากั๊กยังไง 5555555
    #21,788
    0
  21. #21408 tbuykeid37 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 13:20
    สุดยอดด
    #21,408
    0
  22. #21365 Spritezeed_Za (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 02:45
    จินตนาการภาพกั๊กดูดไอติมแล้วบับ! @#%-(%@@-((;":+฿
    #21,365
    0
  23. #21207 JongjitSriyan (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 21:46
    หวงก็บอกกกก
    #21,207
    0
  24. #20588 ทำไมต้องไอค่อน' (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:08
    น้องกั๊กต้องหึงแรงแน่ๆค่ะต่อไป โอ๊ย ทนรออ่านตอนนั้นไม่ไหวแล้ว ส่วนท่ากินไอติมนี่ อีโรติกจริงค่ะ กั๊กอยู่มาได้ไงโดยไม่เสร็จใครไปก่อนเนี่ย
    #20,588
    0
  25. #20431 tim3z2 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:36
    แบบนี้ก็ได้หรอ...555 หึงมาก็มีด้วย
    #20,431
    0