[Yaoi] Sugar Addict หวานกว่าขนมก็ผมเนี่ยแหละ [Boy's Love]

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 9 ผลเต่งบนครีมขาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 60,012
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 693 ครั้ง
    6 ส.ค. 59




นิ้วพี่ป้องอร่อยจัง แจ็บๆ

++++++++++++++++++++++++++


ตอนที่ 9 ผลเต่งบนครีมขาว

 

 

 

กั๊ก

 

            ก่อนหน้านี้ผมเคยพูดอะไรลืมมันไปให้หมด ลืมมันเดี๋ยวนี้นะ อยากดูดไอตงไอติมอะไร สักนิดก็ไม่มีเหอะ เพราะเอาจริงๆ นะ อยากกินของหวานยังไม่เท่าความอยากตายที่อยากสลายร่างหายไปจากตรงนี้ เดี๋ยวนี้เลยด้วยซ้ำ

 

          กูทำบ้าอะไรลงไปวะ!!!

 

            อ้อ ผมเพิ่งจะฟูคามือพี่ป้องไง แล้วก็พุ่งปรี๊ดคามือชนิดที่พี่เขาทักว่าของผมมันข้นมากกกกก ดังนั้นแล้วคิดว่าผมจะมองหน้าพี่ป้องติดมั้ย

 

            คำตอบคือ...ไม่ได้โว้ย!!!

 

            ใครมันจะมองหน้าผู้ชายที่เพิ่งรีดเพิ่งเค้นให้สดๆ ร้อนๆ ไม่เพียงแค่นั้นนะ ผมงี้ร้องเสียงก้องในห้องน้ำเลยว่า...ดูดอีก...เลียอีก...เอาอีกพี่...เสียงกูเพียวๆ ไม่มีเสียงพี่ป้องเอี้ยวเลยครับ

 

            ตอนนี้พอร่างกายมันเริ่มคูลดาวน์ ผมก็ได้สติที่โยนมันปลิวหายไปกลับมา จนทำได้แค่ก้มลงมองชูครีมแป้งกรอบที่โรยน้ำตาลไอซิ่งสีขาววิ้งๆ ไส้สีเหลืองนวลทะลักออกมาราวกับบอกว่ากินฉันสิ แต่ผมมองมันยังกับศัตรูคู่อาฆาต ไม่ใช่ไม่อยากกินนะ...ผมขอเก๊กทำหน้านิ่งบ้างเถอะ

 

            แม้ปากมันจะแบะๆ ตาจะรื้นๆ ก็ตาม

 

            “น้องกั๊กไม่ชอบชูครีมหรือครับ”

 

            ส่วนสิ่งที่ผมไม่ชอบที่สุดตอนนี้คือการที่พี่ป้องคิดเป็นอื่นเนี่ยแหละ!

 

          มึงเข้าใจมั้ยว่ากูอาย กูอายมาก กูพุ่งผ่านมือมึงเลยนะ ให้เวลากูอายบ้างเถอะ ตอนนี้ทั้งแก้มทั้งคอกูนี่ร้อนยังกับเอาไฟมานาบ เพราะงั้น ไม่ต้องมายิ้มแห้งๆ ทำเสียงหงอยๆ เลยนะ มันทำให้กูรู้สึกว่าทรามแรงมากอะ!!!

 

            “ปะ...เปล่า”

 

            เรื่องอายอาจจะเรื่องใหญ่ แต่ขืนตอบว่าไม่ชอบแล้วพี่ป้องเอามันกลับไปนี่ได้ร้องไห้โฮใส่แน่ๆ

 

            ความคิดที่ทำให้ผมคว้าจานมันมากอด แต่ไม่ยอมมองหน้าพี่ป้อง และยังไม่ยอมกินด้วย

 

          ขืนกินแล้วเสือกตั้งขึ้นมาอีกทำไง นี่ยังไม่หายอายจากหนก่อนเลยนะเว้ย!

 

            ผมยังยืนยันที่จะมองแค่ของหวานหน้าตาน่ากินเท่านั้น ทั้งที่ผมเองก็รู้...หน้าผมร้อน ร้อนแบบไม่เคยร้อนมาก่อน

 

            แปะ

 

            เฮือก!

 

            “อย่าจับนะ!” ผมไม่ได้สะดิ้งนะ แต่ผมอายมากจริงๆ ตอนที่พี่ป้องใช้หลังมือมาอังแก้มผม พี่เขาก็คงรู้เหมือนกันว่าผมหน้าแดง และคงไม่โง่ทักว่าเป็นไข้หวัดอย่างหนก่อนหรอกนะ ก็เห็นกันอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น แม้ว่าความลับของผมจะยังไม่แตกก็ตาม

 

            ตอนนั้นผมคิดใช่ป่ะว่าความลับแตกแน่ พี่ป้องรู้เรื่องผมแพ้ของหวานแน่ๆ แต่ไปๆ มาๆ เหมือนพี่ป้องคิดแค่ว่าผมมีอารมณ์ง่ายเหมือนวัยรุ่นทั่วไป ดังนั้น มันเรื่องอะไรที่ผมจะเผยความลับอันดำมืดให้คนที่เพิ่งเจอกันเป็นครั้งที่สี่

 

          เดี๋ยวนะ! นี่กูเจอแค่สี่ครั้ง ว้อท! แต่กูแยงรูโดนัทเขาเนี่ยนะ!!!

 

            “โกรธพี่หรือครับ”

 

          ไอ้เหี้ย อย่าทำเสียงอ่อยๆ แบบนี้ใส่กูนะ

 

            แกร๊ก

 

            ผมสาบานได้ว่านี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมวางจานของหวาน แล้วเลือกจะหยิบหมอนมาปิดหน้า ส่งเสียงอู้อี้มาจากความนุ่มนิ่ม

 

            “งื้อ เปล่า พี่ป้องอย่าถาม ไม่ถามแล้ว ไม่คุยแล้ว”

 

            “ทำไมล่ะครับ”

 

          นี่อยากรู้ให้ได้เลยใช่มั้ย ห้ะ อยากรู้ให้ได้เลยใช่มั้ยมึง!!!

 

            ผมโวยวายในใจ กดหน้ากับหมอนหนักขึ้นกว่าเดิมเข้าไปอีก อยากจะให้พี่ป้องเลิกถามผมสักที เพราะตอนนี้ผมแถไม่ออก! เข้าใจมั้ยว่าอยากดูดไอติมพี่นี่ความผิดร้ายแรงมากเลยนะ แถมตอนที่พี่ดูดนม...เหี้ยครับ เหี้ยมาก หัวนมนี่แดงแจ๋เลย!

 

            แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่แดงแจ๋ คือแม้จะอายขนาดนี้ก็ยัง...อยากให้เขาเล่นกับนมกูอีก!

 

            ทว่า พี่ป้องเสือกเงียบไปจริงๆ ได้ยินแค่เสียงเขาขยับตัวมานั่งคุกเข่าข้างๆ แต่เขาไม่พูด ไม่ถาม ไม่ว่าอะไรเลย จนต้อง...เหลือบตาขึ้นมอง

 

            จังหวะที่ตาสบตา พี่ป้องก็ถามผมด้วยเสียงเศร้าๆ

 

          “ไม่อยากคุยกับพี่แล้วหรือครับ”

 

          เฮ้ย!!!

 

            หมับ

 

            “เปล่านะ เปล่านะพี่ป้อง ผมไม่ได้ไม่อยากคุยกับพี่นะ!” ผมไม่รู้ว่าทำไมผมถึงผวาไปคว้าเสื้อของพี่ป้อง แล้วละล่ำละลักบอก อาจจะเพราะผมกำลังทำให้คนใจดีทำหน้าแบบนี้ก็ได้ แล้วอะไรที่อยู่ในใจก็พ่นออกมาให้เขารับรู้ทั้งหมด

 

            “ผมไม่ได้ไม่อยากคุยกับพี่ป้องจริงๆ นะ ผมแค่อาย พี่จะไม่ให้ผมอายได้ยังไง ผมฟูคามือพี่เลยนะ! พี่แค่จะล้างแผลให้ผม แต่ผม...อึ้ก...ผมตั้งอะ ตั้งไม่พอ...ผมต้องให้พี่ช่วย แล้ว...แล้วผมก็ขอ...ผมร้องให้พี่ทำ แถม...ดูด...ฮึก พี่ต้องดูดของผม แล้วผมก็ครางอะ ผมไม่เคยครางเสียงแบบนี้มาก่อน...ผมอาย พี่ป้อง ผมอาย ฮือ ไม่ไหวแล้ว ไม่เอาแล้ว กูอยากตาย!” ณ จุดนี้ ผมว่าผมควรจะอยากตายมากกว่าที่งอแงไม่พอ งานน้ำตาก็มา แถมยังดึงเสื้อพี่เขามาปิดหน้าอีกต่างหาก

 

          ทำเรื่องงามหน้าอีกแล้วมั้ยล่ะไอ้กั๊ก

 

            สมองน่ะคิดได้ แต่มือน่ะไม่ยอมปล่อยเสื้อพี่ป้อง ส่งเสียงงอแง ร้องไห้อยู่แบบนั้นให้รู้ว่านี่อายจนสุดจะทนแล้วนะ อายจนแบบหมดแล้วทุกอย่าง และนั่นก็ทำให้พี่ป้อง...เงียบ

 

            พี่เขาเงียบก็จริง แต่เขา...ยกมือลูบหัวผม

 

            ขอโทษนะ คนทั่วไปควรจะสงบใช่มั้ย แต่ผม...ฮือ มือแบบนี้แหละที่ทำให้พองและยุบมาแล้ว

 

            แถม...

 

            จุ๊บ

 

          เฮ้ย เมื่อกี้อะไร!!!

 

            จู่ๆ ผมก็รู้สึกว่าอะไรบางอย่างแตะลงมาบนขมับของผม จนสะดุ้งโหยง แต่พอเงยหน้าขึ้นทั้งที่แก้มเปื้อนน้ำตา ผมก็เห็นพี่ป้องผละออกไปยิ้มให้แล้ว มืออีกข้างยังลูบหัวผมไม่เลิก บอกด้วยน้ำเสียงปลอบๆ ที่ทำให้...สงบ

 

          แต่เดี๋ยวนะ แล้วเมื่อกี้พี่เขาทำไรวะ!

 

            “ไม่ต้องอายนะคนดี ไม่เป็นไร พี่บอกแล้วไงว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปกติ น้องกั๊กก็ม.ปลายแล้ว ย่อมมีความต้องการด้วยกันทั้งนั้น แล้วที่แข็งแรงดีแบบนี้ไม่ใช่เรื่องน่าอายเลย พี่เองก็สัญญาว่าจะไม่เล่าให้ใครฟัง ดังนั้น ไม่ต้องอายเนอะ ตอนพี่อายุเท่าเรา พี่เองก็ควบคุมมันไม่ค่อยได้เหมือนกัน”

 

            “จริงอะ!

 

          มีคนเป็นเหมือนกูด้วย!!!

 

            ผมถามด้วยความหวัง แต่พี่ป้องนิ่งไปนิด ที่ทำเอาสมองตีความเองเลยว่า...ก็คงไม่เท่านี้

 

            หมับ

 

            “พี่โกหกผม!” ผมงี้ก้มลงไปซุกหน้ากับเสื้อต่อ ส่งเสียงอแงต่อ ร้อนถึงพี่ป้องต้องขยับขึ้นมานั่งบนโซฟาด้วยกันดึงผมไปลูบปลอบ และเดี๋ยวนะ...มึงจะลูบต้นแขนกูทำไม มันเสียวนะ!

 

            “เอางี้ ให้พี่ไถ่โทษให้ดีกว่า”

 

          นี่กูชักไม่แน่ใจว่าตกลงกูโทษพี่แกจนจำฝังใจว่าเป็นความผิดตัวเองไปแล้วหรือเปล่า คือมันไม่ใช่ไง เรื่องนี้กูผิด พี่ป้องไม่ผิด แต่ทำไมต้องไถ่โทษ

 

            สมองผมตามยังไม่ทัน พี่ป้องก็บอกต่อด้วยเสียงนุ่มๆ

 

          “ถ้าน้องกั๊กรู้สึกแบบนี้อีก...ให้พี่ช่วยมั้ยครับ”

 

            ขวับ

 

            งานนี้น้ำตาหายวับ เงยหน้าขึ้นสบตาด้วยแววตาตกตะลึง คือผมไม่ได้กามไปเองคนเดียวใช่มั้ย คำว่าช่วยของพี่ป้องนี่แบบ...ฟึ่บๆๆๆ เหมือนที่ผมคิดใช่มั้ย

 

            หน้าตาผมคงงุนงงมากไป เพราะพี่ป้องก็เกาคอแก้เขิน...อีกและ เขินทีไรเกาคอทุกที

 

            “พี่ก็ไม่รู้ว่าพี่จะช่วยน้องกั๊กได้มากน้อยแค่ไหน แต่อย่างน้อยถ้าน้องกั๊กอึดอัด...มาหาพี่ได้ทุกเมื่อเลยนะ”

 

            วี๊ดดดดดด บึ้ม!

 

            เปล่าครับ ไม่ใช่เสียงเชียร์ลีดเดอร์กีฬาสี เสียงภูเขาไฟในหัวผมเนี่ยล่ะที่ระเบิดตู้ม

 

            เรื่องดิ ใครจะบ้าอยากแล้วมาให้มึงรูด มึงใช้สมองคิดป่ะ คนดีๆ ที่ไหนจะให้คนอื่นทำให้ แฟนก็ไม่ใช่ คนรู้จักก็เรียกไม่เต็มปาก ลูกค้าเจ้าของร้านก็ไม่ได้เพราะแทบไม่เคยเสียตังค์ซื้อของ เพราะงั้นใครจะบ้าตกลง ไม่มีหรอก ไม่มีทาง...

 

          “จริงอะพี่ป้อง!!!

 

          กูล่ะเกลียดตัวเอง

 

ต่อค่ะ

 

            อีกแล้ว เป็นอีกครั้งที่ใจและสมองผมแม่งไปคนละทิศละทาง เพราะสมองว่าไม่ ปากนี่ถามเสียงดังลั่น สองมือเขย่าแขนเหมือนเด็กอยากได้ขนม แต่ของผมนี่อยากได้มือพี่เขากลับบ้านมาก

 

            พี่ป้องยิ้มแล้ว ยิ้มแบบผู้ใหญ่ใจดี ลูบหัวผมเบาๆ

 

            “จริงสิครับ ถ้าอยากให้พี่ช่วยก็มาได้ทุกเมื่อเลย พี่ขอแค่อย่างเดียว...”

 

            “หืม?!” ผมทวนคำในคอ จ้องตาเขม็งทำนองว่ามึงอย่าขออะไรแปลกๆ เชียวนะ กูเป็นพวกเห็นแก่ตัว เอาอย่างเดียว ไม่มีคืนให้หรอกนะ

 

            ขณะที่พี่ป้องยิ้มเขินๆ แล้วบอกด้วยรอยยิ้ม

 

            “น้องกั๊กแทนตัวด้วยชื่อเล่นได้มั้ยครับ อย่างน้อยก็เวลาที่พี่ เอ่อ...ทำให้...ก็ได้นะ”

 

            ผมกำลังจะอ้าปากถามเลยว่าทำไปเพื่อ! แต่...

 

          “มันทำให้พี่รู้สึกดี”

 

            ทุกคำของผมกลืนหายเข้าท้องไปกับประโยคนี้ของพี่ป้อง คนที่จ้องผมนิ่งๆ ดวงตาเป็นประกาย แล้วผมไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่าแววตาพี่ป้องทำให้ผมร้อนไปทั้งท้อง จนทำได้แค่ก้มตัว เอาหัวโขกไหล่พี่ป้องหลายๆ ที แล้วซุกแม่ง เพราะแก้มมันร้อนอีกแล้ว...ร้อนไปหมดทั้งตัวเลย

 

            “กะ...ก็ได้ แค่ตอนนั้นนะ!” ผมพยายามว่าเสียงเข้ม แต่เสียงนี่สั่นฉิบ ให้พี่ป้องรับคำเสียงนุ่มๆ

 

            “งั้นเอาไว้ครั้งหน้าแทนตัวให้พี่ฟังเนอะ”

 

          มาเนอะอะไรวะ ว่าแต่...ครั้งหน้านี่เดี๋ยวนี้เลยได้มั้ย!

 

            โอเค ผมรู้ว่าผมกาม แต่เศษเสี้ยวหนึ่งผมกำลังถามตัวเองว่า นี่ผมกำลังเดินตกหลุมอะไรบางอย่างอยู่หรือเปล่า ทำไมมันทะแม่งๆ แต่...ช่างแม่งเถอะ

 

            ตราบใดที่ได้อู้วอ้าห์แบบนั้นอีก จะกี่หลุม...เดี๋ยวเดินตกให้ดูก็ได้

 

................................................

 

          ง่วงจัง ง่วงมากๆ เลย

 

            ผมรู้สึกงัวเงียอย่างบอกไม่ถูก น่าจะเพราะเพิ่งถูกรีดนมข้นไปก็ได้ พอผมกินชูครีมหอมหวานที่บอกเลยว่าเลียจานไม่เหลือแม้แต่เศษน้ำตาลไอซิ่งหมดไป ผมก็เคลิ้มกับแอร์ฯ เย็นๆ ยิ่งอาบน้ำไปแล้วด้วย จากที่เปิดโทรทัศน์รอพี่ป้องกลับขึ้นมา ผมก็ไหลไปตามโซฟา รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่มีอะไรอุ่นๆ มาแตะที่แก้ม

 

            มันอุ่นไม่พอ มันรู้สึกดีมากอีกต่างหาก

 

            “งื้อ” ผมครางในคอ ยกมือขยี้ตา ขณะที่ตาอีกข้างก็ปรือช้าๆ แล้วผมก็เห็นอะไรใหญ่ๆ

 

            ตอนแรกผมก็ไม่รู้ว่าคืออะไร เห็นมันสีเดียวกันก็นึกว่าเป็นหมอน แถมอุ่นมากด้วย ผมก็เลยดึงมันเข้ามา แล้ว...ซุก

 

            “อื้อ ง่วงอะ” ผมซุกเข้าหาความอุ่น รู้สึกดีโคตรๆ เพราะมันอุ่นแก้มเย็นๆ ที่ตากแอร์ฯ ให้อุ่นขึ้น แต่แล้วผมก็รู้สึกแปลกๆ....คือทำไมจมูกผมมันซุกเข้าพอดีร่องเลยวะ จนได้แต่หรี่ตาขึ้นมองอีกนิด อดรู้สึกไม่ได้ว่ามันเป็นง่ามๆ ยาวๆ แท่งตรงๆ แล้วต้องโทษว่าผมยังไม่ตื่นดี...

 

            แผล็บ

 

            ผมเลียแม่ง แต่เสือก...ไม่หวาน

 

            ตรงกันข้าม ผมได้กลิ่นกระเทียมจางๆ กับเครื่องเทศ กลิ่นคุ้นมาก น่าจะเป็น...โหระพาหรือเปล่า

 

            จ๊วบ

 

            มันก็ไม่หวานหรอกนะ แต่ผมดูดมันมากว่ะ เพราะผมกลับไปหลับตาอีกครั้ง ขณะที่ส่งมันเข้าไปในปาก คราวนี้ได้กลิ่นจางๆ ของอาหารสักชนิดที่เดาไม่ถูก รู้แค่มันหอมเครื่องเทศมาก จนเอาลิ้นเลียให้ทั่ว เท่านั้นไม่พอ ผมกำลังสนุกกับการเอามันไปแทงๆ ถูๆ กับกระพุ้งแก้มหลายๆ ที จากนั้นก็...ดูดจ๊วบ

 

            กูต้องติดใจตอนดูดนิ้วพี่ป้องหนก่อนแน่ๆ...เดี๋ยวนะ...

 

            เฮือก!!!

 

            “เฮ้ย!!!

 

            ผมนี่สะดุ้งยิ่งกว่าใครปาประทัดใส่ เด้งพรวดขึ้นมานั่งตัวตรง คายของกลางแทบไม่ทัน แล้วพบว่า...อยากจะเกิดเป็นขอมดำดินหนีกลับบ้านแม่ง!

 

          กูดูดนิ้วพี่ป้องอีกแล้ว!!!!

 

            คนที่กำลังตาโตขึ้นนิด มองมาอย่างอึ้งๆ ที่อยากเอาหมอนฟาดหน้าว่าอย่าอึ้งนานสิมึง แต่งานนี้มีได้แต่การแก้อายด้วยการว่าเสียงดัง

 

            “พี่เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่!!! เฮ้ย ผมตกใจนะเว้ย”

 

          พี่แกคงตกใจกว่าที่ถูกคว้านิ้วไปดูด แต่ใครโวยวายก่อนชนะ!

 

            ความคิดที่ทำให้ผมถดตัวแรงๆ ไปนั่งชิดโซฟา คว้าหมอนมากอด ทำหน้าทำตาโกรธเข้าไว้ก่อน ประเภทว่าถ้ามึงฉลาด ห้ามถามเด็ดขาดว่าเมื่อกี้กูทำอะไรลงไป และเพราะพี่ป้องเป็นผู้ใหญ่ใจดี เขาเลยแค่ก้มลงมองนิ้วตัวเอง แล้วส่งยิ้มให้

 

            “ขอโทษที่พี่ปลุกตอนหลับสบายนะ แต่นี่สองทุ่มแล้ว ตื่นมากินข้าวกันก่อนเถอะ”

 

            “ห้ะ สองทุ่ม!!!

 

            ผมงี้ตาแทบถลน หันไปมองรอบตัว และบ้าฉิบ ห้องนี้ไม่มีนาฬิกาแขวนผนัง จนรีบคว้าโทรศัพท์มือถือมาดูเวลา ซึ่งพบว่าสองทุ่มสิบนาทีแล้วด้วย ซึ่งก่อนที่จะหลับไม่ได้สติ ผมจำได้ว่ามันเพิ่งบ่ายแก่ๆ นี่หว่า พี่ป้องเลยขอลงไปรับมือลูกค้า นี่ผมหลับยาวขนาดนี้ได้ยังไง!

 

          ทำไมจะไม่ได้ ก่อนหน้านี้มึงหลับสนิทป่ะไอ้กั๊ก

 

            นั่นสิ เพราะก่อนหน้านี้ผมหลับๆ ตื่นๆ ฝันกามๆ ผสมไปกับความอายในสิ่งที่ทำลงไป ก็เลยหลับไม่สนิท พอสบายใจ พอพี่เขาว่าให้ยืมวิชาหัตถ์เทวะได้ทุกเมื่อ แถมยังช่วยจนสบายตัว ทั้งยังกินขนมไปรองท้อง ก็เลยหลับเป็นตาย ถ้าไม่ปลุกคงยาวกว่านี้แน่

 

            “ผมจะกลับบ้าน!

 

            “ไม่ทานข้าวด้วยกันก่อนหรือครับ พี่ทำพาสต้าเส้นสดนะ”

 

          ไม่ ของคาวไม่ใช่ประเด็น ต่อให้มึงเป็นเชฟอาหารอิตาเลียนกูก็ไม่สน แต่...

 

            “มีของหวานเป็นสตรอเบอรี่ช็อตเค้กด้วยนะ ถ้าน้องกั๊กไม่รังเกียจของเหลือในร้าน”

 

            ขวับ

 

            “สตรอเบอรี่ช็อต...เค้ก...”

 

            “ครับ น้องกั๊กเคยทานมั้ย เป็นเค้กเบสิคของญี่ปุ่นเลย เนื้อแป้งสลับกับครีมสด แทรกด้วยสตรอเบอรี่หั่นแว่น ข้างบนก็จะประดับด้วยสตรอเบอรี่ลูกโตๆ นี่พี่โชคดีที่รู้จักคนรับผลไม้มาขาย เลยได้มาสตรอเบอรี่ลูกโตๆ มาจากเชียงใหม่ อาจจะไม่หวานเท่าที่ญี่ปุ่น แต่ตัดกับครีมหวานๆ ดีเลยนะ น้องกั๊กจะลองทาน...”

 

          “ผมไม่ได้เห็นแก่กิน แต่เกรงใจที่พี่ทำให้กินหรอกนะ!

 

            ไม่ มึงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณมากกว่านั้น กูตกลงตั้งแต่ชื่อขนมแล้ว ดังนั้น ผมนี่โพล่งเสียงดัง ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทั้งยังออกเสียงเร่ง

 

            “รีบกินเถอะพี่ ผมจะรีบกลับ เดี๋ยวแม่เป็นห่วง”

 

          เอาจริงๆ ไอ้มู่ยังห่วงกูมากกว่าแม่อีก

 

            พี่ป้องส่งยิ้มให้ เดินนำผมมายังห้องครัวเปิดที่ข้างๆ มีโต๊ะกินข้าวหน้าตาเก๋ๆ เหมาะกับห้องสวยๆ ซึ่งบนนั้นมีจานกระเบื้องสีขาวสะอาดตาที่ภายในบรรจุพาสต้า อะไรนะ พี่เขาบอกว่าเส้นสดใช่มั้ย เออ นั่นแหละ ที่เคลือบด้วยซอสที่น่าจะทำจากมะเขือเทศมันเลยแดงๆ แต่ที่เด่นกว่าคือเครื่องอาหารทะเล ทั้งหอยแมลงภู่ ทั้งปลาหมึก ทั้งกุ้งแม่น้ำตัวเท่าควายที่แทบกลบเส้นมิด

 

            แต่ไม่ไง ยืนยันอีกที ผมคอของหวาน

 

            “พาสต้าซีฟู้ด ใช้ซอสมะเขือเทศเป็นรสยืนพื้นครับ...น้องกั๊กอายุยังไม่ถึง เป็นน้ำส้มดีกว่าเนอะ” ผมไม่อยากบอกพี่ป้องที่ดึงขวดไวน์ออกมาจากตู้เย็นเลยว่าเหล้าเบียร์นี่กินบ่อย แม้จะจำใจกลืน แต่ถ้าให้เลือกระหว่างเครื่องดื่มมีรสขมกับน้ำส้มหวานๆ...แหม ไม่ต้องให้กูคิดซ้ำสองเลย

 

            “น้ำส้มก็ได้”

 

          ดูเป็นเด็กดีสุดๆ

 

            ผมนั่งประจำที่ (คือที่กูหรือเปล่ากูไม่รู้ แต่กูจะนั่งหน้าจานที่มีน้อยๆ จะได้กินหมดไวๆ กินของหวานเร็วๆ) จากนั้นก็คว้าส้อมขึ้นมาม้วนๆ เมื่อพี่เขาบอกว่าทานได้เลย จากนั้นก็เอาเข้าปาก

 

            ผมไม่อยากพูดคำนี้หรอก มันซ้ำซาก แต่....ไอ้เหี้ย อร่อยสัส!!!

 

          แน่ใจนะว่ามึงเป็นเชฟของหวาน คือมึงทำอะไรก็อร่อยเกินไปแล้ว!

 

            ตอนแรกว่าจะไม่สนใจ แต่รสชาติเส้นนุ่มๆ ที่ทำเองกับรสเปรี้ยวอมหวานของซอสมะเขือเทศมันทำให้ผมเจริญอาหารมาก ยังไม่นับรวมเครื่องทะเลที่แม่งสดมาก เด้งมาก เหมือนวิ่งไปซื้อจากทะเล เรียกว่าสดกว่ามหาชัยเลยล่ะ ผมก็โซ้ยสิ เพิ่งรู้ตัวว่าชูครีมก้อนโตไม่พอยาไส้เลยสักนิด!

 

            “ใช้ได้มั้ยครับ”

 

          มึงดูก็รู้ป่ะ กูกินยังกับคนอดอยาก ไม่อร่อยเลยมั้ง

 

            “อื้มๆๆๆ” ด่าในใจ แต่พยักหน้ารับคำเขาเสียคอแทบหลุด แล้วกลับไปกินอาหารตัวเองต่อ

 

            “นี่น้องกั๊กกลับบ้านช้าสุดได้กี่โมงครับ”

 

            “กี่โมงก็ได้”

 

            ตราบใดที่ยังไม่ได้กินของหวาน เรื่องไรผมจะกลับ ลืมไปเถอะที่บอกว่าจะรีบกลับบ้าน

 

            ไหงพี่ป้องยิ้มกว้างขึ้นมาเลยวะ แต่ก็ดี ไม่ถามอะไรเพิ่ม ให้ผมกินต่อ กระทั่งซัดโฮกหมดจานนั่นแหละ ถึงเงยหน้าขึ้นมอง จนเห็นคนโตๆ เดินไปเปิดตู้เย็นแล้วยกจานกระเบื้องใบเล็กออกมา สาบานได้ว่า...ไม่ได้กลืนน้ำลายแรงจริงๆ นะ

 

            แกร๊ก

 

            “นี่ครับ ของหวานล้างปาก”

 

          สำหรับกูนี่อาหารหลักต่างหากล่ะ

 

            ผมดึงจานเข้าหาตัวทันที ไม่มองกระจกยังรู้เลยว่าตาแวววาวเป็นประกายเชียว คว้าส้อมคันใหม่ขึ้นมาทันที แล้ว...จิ้ม

 

          เนื้อนุ่มสัสๆ

 

            ช็อตเค้กของพี่ป้องไม่ได้เป็นทรงสามเหลี่ยมนะ แต่เป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทำให้เห็นรอยตัดทั้งสี่ด้าน ทั้งเนื้อสปองค์นุ่มๆ ครีมสีขาว และเนื้อสตรอเบอรี่แดงๆ ที่แลบออกมา ไหนจะผลไม้สีสดลูกโตที่วางบนครีมข้างบนอีก ใช้ส้อมตัดทีนี่น้ำลายแทบไหลออกมาจากปาก

 

            และเมื่อเอาเข้าปาก...

 

            “อืมมมมม” ผมห้ามเสียงครางอย่างพอใจไม่ได้จริงๆ

 

            สตรอเบอรี่ออกเปรี้ยวนิดๆ แต่พอกินกับครีมหวานๆ มันๆ แถมเนื้อเค้กนุ่มๆ เข้ากันมาก เข้ากันจนผมต้องค่อยๆ ละเลียด ไม่สนใจแม่งแล้วว่าจะตั้งโด่ชี้ฟ้า และอาจจะเพราะปล่อยไปแล้วก็ได้ มันเลยยังสงบอยู่ ให้ผมเพลิดเพลินของหวานในปากได้อย่างสนุกสนาน

 

            “เหมือนกันเลยนะครับ”

 

            “หืม?!” ผมเหลือบตาขึ้นนิด มองพี่ป้องที่จิ้มสตรอเบอรี่ในจานตัวเองมาวางไว้ให้ในจานผม

 

            “เปล่าครับ ไม่มีอะไร”

 

            “เฮ้ย พี่มีอะไรก็พูดมา มันค้างคา” พี่ป้องทำท่าลังเลนิด ก่อนที่จะใช้ส้อมจิ้มบนสตรอเบอรี่ที่ให้ผมเบาๆ

 

            “อย่าโกรธกันนะครับ พี่แค่คิดว่าสตรอเบอรี่นี่ก็เหมือนน้องกั๊ก” ผมก็งงดิ บ้าป่ะมึง ตัวกูขาวจั๋วแบบนี้ไปเหมือนผลไม้นี่ได้ไง กระทั่ง...

 

            “เวลายังไม่สุกก็จะสีอ่อนๆ แต่เมื่อสุกได้ที่ก็จะแดงแจ๋ แถมผลของมันจะเต่งดูชุ่มน้ำเหมือนน้องกั๊กเลย” พี่ป้องพูดจบก็หัวเราะเขินๆ แต่ผมยังไม่เข้าใจไง และคงทำหน้าเอ๋อแรงมาก เพราะยังหาส่วนเกี่ยวข้องไม่เจอ คือกูสอบตกความน่าจะเป็นมึงเข้าใจป่ะ และนั่นก็ทำให้พี่ป้องกระแอมเบาๆ เกาคอเขินๆ แล้วว่าเสียงเบา

 

          “เหมือน...นมน้องกั๊กเลยครับ”

 

            “...”

 

            ผมเงียบไม่ใช่ผมยอมรับ แต่ผมเงียบเพราะสมองกำลังทำงาน ยิ่งพี่ป้องชี้มือมาที่อกผมก็ยิ่งก้มลงมอง แล้วแบบจู่ๆ เหตุการณ์ในห้องน้ำก็แวบเข้ามาในหัว...ความรู้สึกตอนที่ถูกเลียเบาๆ ที่ติ่งนิ่มๆ แล้วมันก็ตั้ง...นั่นใช่มั้ยที่เรียกว่า...ผลเต่ง

 

            “ไอ้พี่ลามก!!!” ผมไม่สนว่าลามกกว่าที่ดันรู้สึก ผมด่าก่อนได้เปรียบ ขณะที่หน้าร้อนมาก มองพี่ป้องที่ทำท่าตกใจ แล้วรีบเอ่ยขอโทษ

 

            “เฮ้ย พี่ขอโทษๆ พี่ไม่ได้ตั้งใจทำให้รู้สึกไม่ดีนะ พี่แค่อดคิดไม่ได้ว่ามองแล้วเหมือนกันเลย นมน้องกั๊กสีอ่อนๆ แต่พอพี่จับแล้วมันก็เปลี่ยนสี ซึ่งพี่ไม่ได้ว่ามันไม่ดีนะ พี่กำลังชมต่างหากว่ามันสวยมาก แถมท่าทาง...อะแฮ่ม...จะไว...แฮ่ม...ความรู้สึกด้วย”

 

          ย้ากกกกกก ถามกูสักคำมั้ยว่ากูอายเป็นหรือเปล่า

 

            ในใจน่ะโวยวาย แต่ปาก...

 

            “นมผม...ไวสัมผัสหรือ” คือผมมันวัยอยากรู้อยากลอง ไม่เคยเล่นกับนมตัวเองมาก่อน พอมีคนเล่นแล้วรู้สึกดีก็เลยข่มความอายโพล่งออกไป ให้พี่ป้องเลิกคิ้วนิด ทำนองว่าผมไม่รู้ตัวหรือ แต่พักเดียวก็พยักหน้า

 

          “ลองพิสูจน์ดูมั้ยครับ”

 

          เรื่องดิ ใครจะบ้าพิสูจน์ ผู้ชายนะเว้ย ใครจะอยากรู้ว่าเล่นนมแล้วเสียวมั้ย!!!!

 

            หงึก

 

            นั่นไง กูล่ะเกลียดตัวเองแรงมาก ตอนที่...พยักหน้ารับคำ

 

....................................................

 

ต่อค่ะ

 

          กูมาอยู่ในสภาพนี้ได้ยังไง ถามอีกที กูมาอยู่แบบนี้ได้ไงวะ!!!

 

            ผมอยากจะตะโกนให้ก้องโลก เพราะตอนนี้ผม...นั่งตักพี่ป้อง

 

            โอเค นั่งมาหลายรอบแล้วใช่มั้ย แต่นี่ไม่เหมือนกัน เพราะพี่ป้องนั่งพิงโซฟา มีผมนั่งตักหย่อนขาอยู่ข้างหน้า แต่มือพี่เขาไม่ได้กอดเอวผม มือพี่ป้อง...วางลงบนอกของผม แล้วกระซิบเบาๆ

 

            “พี่เริ่มเลยนะ”

 

          มึงจำเป็นต้องเป่ารดหลังคอกูด้วยมั้ยวะ!

 

            ผมอยากจะถาม แต่ถามไม่ออกแล้ว เพราะ...มันวูบขึ้นมาถึงหัวเลย

 

            ปลายนิ้วของพี่ป้องที่กำลังสะกิดยอดอกผมผ่านเสื้อตัวใหญ่ แค่พี่เขาปัดขึ้นปัดลงเบาๆ ผมก็กัดปากตัวเองแน่นแล้ว มันยังไงดี มันไม่ใช่แค่เสียวนะ มันวูบไปหมดทั้งไขสันหลัง แบบว่าเสียงบางอย่างจะหลุดออกมาจากคอ จนต้องกำชายเสื้อเอาไว้แน่น

 

            “รู้สึกมั้ย”

 

            “มะ...ไม่”

 

          ไม่กล้ายอมรับความจริงครับพี่

 

            พอบอกว่าไม่ พี่ป้องก็...หมับ

 

            ครับ พี่เขาใช้นิ้วคีบเบาๆ ที่หัวนมผม จนผมเกร็งท้องชนิดแขม่วมันเลย ปากเผลออ้าออก เสียงเกือบหลุดออกมา แต่ยังกลั้นเอาไว้ได้ เมื่อพี่ป้องคีบแล้วบิดเบาๆ จากนั้นก็ใช้ปลายนิ้วสะกิดอีกครั้ง จนผมนี่วูบไปทั้งตัวเลย

 

            “นี่ไงครับ แข็งแล้ว เต่งเชียว” ไม่ว่าเปล่า เอานิ้วชี้ช้อนข้างใต้แล้วสะกิดอีก!

 

            “...”

 

            ผมไม่ตอบแล้ว แค่กลั้นเสียงก็จะแย่ ขณะที่พี่ป้องยังคงยุ่งวุ่นวายกับการลูบให้ผม คลึงมันเบาๆ แล้วพอเขาขยี้...

 

            “อ๊าา!!!

 

          ไม่ใช่เสียงกู! นี่ไม่ใช่เสียงกู!!!!

 

            ผมพยายามบอกตัวเอง แต่พี่ป้องกลัวผมไม่รู้มั้งว่าผมไวสัมผัสตรงนี้จริงๆ เพราะพี่เขาสอดมือเข้ามาในเสื้อแล้ว แค่ลูบผ่านท้อง อื้อหือ ไอ้หัตถ์เทวะนี่ทำเอาผมฟูไปหมดเลย พอมันลูบผ่านมาถึงแผ่นอก เข้าใจมั้ยว่าอะไรก็ตามที่ออกมาแล้ว มันก็จะยั้งไม่อยู่ ดังนั้น...

 

            “ฮื่อ...อื้อ...พี่ป้อง...ยะ...อย่า...” เสียงครางกูนี่ระงมเลย

 

            ฟึ่บ

 

            “นี่ไงครับ ออกสีแดงๆ เข้มๆ แล้ว”

 

            แต่เหมือนผู้ใหญ่จะอยากพิสูจน์ความคิดตัวเองมากไป เพราะพี่ป้อง...ดึงคอเสื้อผมขึ้น แล้วเพราะนี่เสื้อพี่ป้อง (ยืมมาอีกแล้ว) ตัวมันก็ใหญ่จนผมเห็นไปถึงไหนถึงไหน พี่ป้องเองก็ก้มลงมามองมือตัวเองที่สะกิดเจ้ายอดเต่งข้างในเบาๆ ซึ่งผม...ไม่ไหวแล้ว

 

            มันมาแล้ว เชอรี่กำลังจะดันออกมาแล้ว ดังนั้น...

 

          “กั๊กจะกลับบ้านแล้ว!!!

 

            ผมก็ร้องออกมาเสียงดังลั่น อย่าถามว่าทำไมไม่เอาสองมือห้ามมือพี่ป้อง คือมันดี มันฟิน มันเสียว และมันก็ไม่มีแรง ก็เลยปล่อยมันห้อยลงข้างตัว หอบในคอแรงมาก ยังนึกนับถือตัวเองเลยว่าอุตส่าห์โพล่งขึ้นมาได้ และนั่นก็ทำให้พี่ป้องยอมละมือ

 

            “อะครับๆ พี่ขอโทษ เอาซะบวมเป่งเลย”

 

          คือมึงไม่ต้องสาธยายเพราะข้างล่างกูบวมกว่าแล้ว

 

            ผมก็อยากขอให้พี่เขาช่วยนะ แต่ผมยังเหลือยางอายเล็กๆ ไงว่าวันนี้ขอให้พี่เขาช่วยไปแล้วรอบนึง ถ้าขออีก ผมจะดูเป็นเด็กยังไงในสายตาพี่ป้อง ก็เลยดันตัวลงจากหน้าตัก ลงมานั่งบนโซฟา เอาหมอนปิดเป้าให้มิดชิด แล้วว่าเสียงพยายามเข้ม

           

            “กะ...กั๊กจะเอาชุดนักเรียน” นี่เข้มแล้ว ยืนยันว่าเข้มสุดแล้ว

 

            คำที่พี่ป้องก็ชะงัก ก่อนที่จะตาโต

 

            “เฮ้ย พี่ลืม!!!” จู่ๆ พี่ร้านเค้กก็วิ่งไปทางห้องส้วมที่ติดกับห้องซักผ้า จนผมสังหรณ์ใจแปลกๆ เมื่อพี่เขาชะโงกหน้ากลับมาด้วยรอยยิ้มแห้งๆ

 

            “พี่ขอโทษน้องกั๊ก พี่แช่ชุดนักเรียนของเราเอาไว้ตั้งแต่บ่ายแล้วลืมกดซัก นี่เปียกชุ่มเลย กว่าจะซักกว่าจะปั่นแห้งแล้วเอามาตากก็คงพรุ่งนี้เช้า”

 

            “ห้ะ!!!

 

            ผมบอกแล้วว่าไม่ยอมใส่เสื้อตัวยักษ์ กางเกงตัวโคร่ง และเออ ไม่มีชั้นในด้วยนั่งรถประจำทางกลับบ้านเด็ดขาด จนเกือบจะหน้าด้านขอให้พี่เขาไปส่ง แต่...

 

            “แล้วตอนนี้พี่ไม่มีรถ เพราะแพมแวะไปส่งของให้ พี่เลยให้เอารถไปด้วย แล้วบอกแพมว่าขับมาคืนพรุ่งนี้เช้าก็ได้”

 

            เอาเป็นว่าไอ้ที่จะหน้าด้านขอให้ไปส่งก็กลืนกลับลงท้อง มือยังกุมเป้าไว้แน่น ตอนที่พี่ป้องกำลังทำหน้าลำบากใจ ยามเอ่ยถาม

 

            “ถ้าไม่รังเกียจ น้องกั๊กค้างที่นี่สักคืนมั้ยครับ ผ้าคงแห้งทันไปโรงเรียนพรุ่งนี้พอดี”

 

            เอาจริงๆ นะ ผมไม่ได้ลำบากใจที่จะค้างบ้านคนอื่น เพราะไปตระเวนบ้านเพื่อนบ่อยๆ แต่ผมลำบากใจแรงมาก...กูจะทำยังไงให้สงบเวลาอยู่ต่อหน้าพี่ป้องวะ คนบ้าอะไรมีมือเป็นยาปลุกเซ็กส์!!!

 

            งานนี้ถึงจะอยากร้องกลับบ้าน แต่ผม...คงไม่ได้กลับแล้วล่ะ โฮฮฮ

 

............................................

 

            ครบค่ะ มีใครเชื่อมั้ยว่านี่เป็นเหตุบังเอิญ บังเอิญจริงๆ นะ บังเอิญว่าพี่ป้องเอาเสื้อผ้าของน้องไปซักด้วยความหวังดี แต่ดันแช่ทิ้งไว้ ลืมกดซัก แล้วก็บังเอิญอีกนั่นแหละที่พี่ป้องให้เด็กในร้านไปส่งของพร้อมเอารถไปใช้ แถมยังบังเอิญอีกนั่นแหละที่พี่ป้องก็รู้ว่าน้องกั๊กไม่ยอมออกไปข้างนอกด้วยสภาพแบบนี้ ผู้ใหญ่ก็เลยใจดียอมให้เด็กค้าง เห็นมั้ย นี่เป็นเรื่องบังเอิญ ฟ้าลิขิต ไม่ใช่พี่ป้องลิขิตเลยสักนิดนะ XD

            พี่ป้องเป็นคนดีจริงๆ อันนี้ไม่ได้บิ๊วนะเออ อย่างน้อยที่สุดพี่เขาก็ไม่ตอแหลเหมือนเจ้ากล้าล่ะจ้า เขาห่วงน้องจริงๆ นะคะ แม้การกระทำจะเข้าข่าย เอิ่ม ใกล้ๆ กับการล่วงละเมิดเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดไปสักหน่อย แต่นี่ทำเพราะห่วงใยร่างกายกำลังโตของกั๊กจริงๆ นะเออ (แถจนเลือดซิบแล้วเรา) ฮา 

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมหวาน นะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 693 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,682 ความคิดเห็น

  1. #25675 KunNub-ngern (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 21:15
    คือพี่ป้องก็โคตรลวงน้องเคย ดิฉันเห็นครบมารพี่ป้องค่อยๆโผล่ออกมาทีละนิดแล้วค่ะ
    #25,675
    0
  2. #25667 YFTD_pk (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 07:54
    พี่ป้อง555555ถ้าไม่ได้ชอบน้องแต่แรกนี่น่าจะมองว่าอิน้องโรคจิตเลยนะเนี่ย 555555555
    #25,667
    0
  3. #25658 poo6699 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 00:23
    พี่ป้องแผนสูง
    #25,658
    0
  4. #25649 0868113039 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 19:57

    กั๊กพี่มันมีแผนนนน

    #25,649
    0
  5. #25639 shin ai2 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 19:33
    พี่ป้องเริ่มทำตัวไม่น่าไว้ใจละ ดูออกนะ!
    #25,639
    0
  6. #25627 Masxy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 14:50
    โอ้ยยยย คุกๆๆๆ อีพี่ป้องระวังคุก
    #25,627
    0
  7. #25617 MyUniverseOSH (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 15:51
    ใจคอจะ ช่วย กันทั้งวันทั้งคืนเลยเหรอคะ มีติวพิเศษวิชา หัตถ์เทวะ โอษฐ์เทซะด้วย จะรอดโดนเจาะไข่แดงมั้ยน้ออออ กั๊กเอ๊ยยย
    #25,617
    0
  8. #25603 Natthida27 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 18:03
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-01.png พีี้ป้องๆนะ ///ขำ
    #25,603
    0
  9. #25591 nongkate9 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 18:51

    พี่-ก็น่ะ
    #25,591
    0
  10. #25580 โนนามิ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 16:34

    พี่ป้องดูน่าสงสัย//หรี่ตา

    #25,580
    0
  11. #25568 kongkhun (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 23:10
    คุณพี่แผนสูงมาก
    #25,568
    0
  12. #25546 teeranan6270 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 03:59
    ร้ายยยยยยย
    #25,546
    0
  13. #25513 rattanalak44 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 11:32
    คุกนะพี่ป้องคุก55555
    #25,513
    0
  14. #25488 ภาวนา ยะถาเทศ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 19:41
    ไม่ได้เจ้าเล่ห์เล้ย5555
    #25,488
    0
  15. #25433 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 14:46
    บังเอิญเนอะ....ไม่ใช่แผนพี่ป้องเนอะ//ยิ้มกรุ้มกริ่ม
    #25,433
    0
  16. #25422 บรรณารักษ์ผู้เดียวดาย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 12:33
    อีพี่มันร้าย
    #25,422
    0
  17. #25388 Golden23 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 15:34
    น้องโดนล่อลวง! แต่น้องก็ยินดีอ่ะเนอะ ให้อภัย ๆ
    #25,388
    0
  18. วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 09:58
    อ่านจบตอนก็คิดว่าบังเอิญ พออ่านทอร์คเท่านั้นแหละ บังเอิ๊ญ บังเอิญ5555
    #25,374
    0
  19. #25340 Bovie_Kuannapa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 11:48
    ถามจริง...พี่ป้องจบเอกการแสดงใช่มั้ยคะ อะไรจะเนียนเบอร์นี้
    #25,340
    0
  20. #25315 JatuMook (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 10:52

    ทำไมรู้สึกเหมือนเห็นหางจิ้งจอกโบกไปมาลางๆ ที่พี่ป้องนะ เอ่ออออมมมมม

    #25,315
    0
  21. #25312 เดือนสิบ October (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 02:47
    มันเป็นแผนสินะ
    #25,312
    0
  22. #25298 kwang1014 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 23:35

    หื่นกว่าน้องกั๊กก็พี่ป้องเนี่ยแหละ

    #25,298
    0
  23. #25276 kimleehyun (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 14:12
    พี่ป้องนี่เจ้าแผนการดีนักนะ
    #25,276
    0
  24. #25275 neko2804 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 12:37
    แลดูพี่มันร้ายย
    #25,275
    0
  25. #25253 De sheep (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 16:56

    คือบับบบ พี่เค้าสุภาพบุรุษมากเลยอ่ะ ดูเป็นผู้ใหญ่อบอุ่นใจดี ออร่าคนดีเต็มเปี่ยม ขนาดทำเรื่องแบบนั้นกับน้องออร่าคนดียังไม่เสื่อมคลาย ประพฤติตัวเป็นคนร้ายๆแต่ออร่าคนดีก็ยังไม่เสื่อมคลาย ฮืออออ พี่แม่มมมร้าย แต่ไม่กล้าพูดว่าพี่เขาไม่ดี

    #25,253
    0