[Yaoi] Hey! Love Me Plz พี่ครับรับรักผมเถอะ [Boy's Love]

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 เริ่มหยอด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,189
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    18 ธ.ค. 57


ตอนที่ 2 เริ่มหยอด

 

 

 

โช

 

            “โช ไปกินข้าวกันมั้ย?”

 

            “พวกพี่ไปเถอะครับ ผมกะจะไปโรงอาหารกลาง”

 

            เวลานี้ ทั้งพนักงานในห้องกิจการนักศึกษากำลังเก็บของเตรียมไปพักกลางวัน อย่างที่พี่ไกด์ก็เดินมาชวนผม ให้ผมที่กำลังก้มหน้าจัดการกับเอกสารที่ทางอาจารย์ส่งมาเงยหน้าขึ้นปฏิเสธ มองพวกพี่ๆ ที่เที่ยงนี้กะจะออกไปกินข้าวนอกมหาวิทยาลัย

 

            “โช งั้นพี่ฝากปิดห้องด้วยนะ”

 

            “ครับผม”

 

ผมยิ้มให้พี่ผู้หญิงอีกคนที่วางกุญแจไว้ให้ แล้วหันมาสนใจงานที่ค้างอยู่ จัดการจนเรียบร้อย พอเงยหน้าขึ้นอีกทีทั้งห้องก็เหลือผมคนเดียวแล้ว

 

            “ปิดห้องๆ นี่พี่ไกด์ลืมล็อกหน้าต่างอีกหรือเปล่าเนี่ย”

 

ผมพึมพำกับตัวเอง อย่างแรกที่ต้องเช็กก็คือหน้าต่างที่เอาไว้ให้นักศึกษามาติดต่อขอรับเรื่อง ขืนเปิดไว้แล้วมีใครคว้าเอกสารอะไรไป พวกผมจะซวยกันหมด แล้วก็เป็นอย่างที่คิด พี่ไกด์ลืมอีกแล้ว

 

            ผมคิดพลางหันไปหาป้ายที่บอกว่าพักกลางวัน ก่อนจะเจอมันหล่นอยู่ตรงบนกองเอกสาร แต่ในจังหวะที่ผมก้มหยิบ

 

            ครืดดด

 

            “ทันพอดีแฮะ ยังไม่ปิด...อ้าว ไงครับพี่แว่น เจอกันอีกแล้วนะ”

 

            ผมเบิกตากว้าง ตัวแข็งทื่อไปแล้ว ไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมอง ผมก็รู้ว่ามีเด็กนรกมาเปิดหน้าต่างที่ผมกำลังจะกดล็อก

 

          พลาดแล้วโช ทำไมถึงไม่กดล็อกก่อน?

 

            ดังนั้นผมจึงสูดหายใจลึกๆ แล้วหันไปมองหน้าคู่กรณีเก่าที่กำลังยิ้มกริ่มอยู่ตรงหน้า แววตาและท่าทางอีกฝ่ายวันนี้ดูต่างออกไปจากครั้งก่อน

 

จริงอยู่ที่เด็กนี่ไม่ได้ทุบเคาน์เตอร์โครมๆ กับทำหน้าเหมือนอยากจะฆ่าผมแล้ว ทว่ากลับทำตากรุ้มกริ่มเหมือนเห็นเหยื่อต่างหาก

           

            แต่ขอโทษ ผมไม่ใช่เหยื่อเขาแน่

 

            ฟึ่บ

 

            “พักกลางวัน ปิดให้บริการแล้ว” ผมชูป้ายในมือให้เขาเห็น ซึ่งเด็กท็อปนี่ก็เพียงเลิกคิ้ว ข้างเดียวเสียด้วย จนผมอดรู้สึกไม่ได้ว่าเท่ขึ้นจมเลย

 

            “แต่หน้าต่างยังไม่ปิด พี่ยังอยู่ตรงนี้ก็รับเรื่องผมหน่อยเถอะนะ นะครับ...”

 

          วันนี้มาแปลกแฮะ

 

            ผมได้แต่คิดอย่างอดไม่ได้ที่อีกฝ่ายลากเสียงยาว ทั้งทำหน้าอ้อน ทั้งยังโบกเอกสารในแฟ้มไปมา

 

            “เฮ้อ ก็ได้”

 

            “ต้องแบบนี้สิครับคนสวย”

 

          อะไรนะ เมื่อกี้เรียกผมว่าอะไรนะ?

 

            ผู้ชายทั่วไปตอนถูกเรียกว่าคนสวยคงโมโหจนอยากจะแจกหมัดคนพูด แต่ผมกลับสะดุ้งสุดตัว เกิดระแวงว่าเขารู้ความลับผมแล้วหรือเปล่า

 

            ผมเป็นเกย์ และผมคิดว่าตั้งแต่มาทำงานที่นี่ ผมไม่ได้แสดงออกอะไรให้ใครรู้เลยว่าเป็น แม้กระทั่งเพื่อนเก่าผมยังบอกว่าช่วงนี้ผมดูหล่อขึ้นด้วยซ้ำ

 

          แล้วไหงเขาถึงมองว่าผมสวยได้?

 

            “ไม่กวนสักวันคงไม่ตายหรอก เอามือออกไป เกะกะการทำงาน”

 

ทว่าผมก็แค่บอกเขาเรียบๆ ทั้งยังดันมือให้ถอยออกไปจากห้อง ท่าทางผมที่อ่อนลงเยอะคงทำให้ตายใจ เพราะท็อปยอมดึงมือออกไป และจังหวะนั้นผมก็...

 

            ครืด...แกร๊ก...ฟึ่บ

 

            ผมปิดหน้าต่างด้วยความไวแสง กดล็อกด้วยความว่องไว สุดท้ายก็เอาป้ายแขวนว่าพักกลางวัน ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของเจ้าเด็กตรงหน้า แล้วผมก็ชี้นิ้วลงบนป้ายด้วยท่าทางเหนือกว่า

 

          ขอแค่ไม่ต้องมารับเรื่องเด็กนี่ ผมยอมเป็นคนนิสัยเสียล่ะ

 

            ผมคิดพลางก้าวออกจากห้อง ทั้งยังปิดประตูเรียบร้อย กะว่าจะอาศัยช่วงที่มันอึ้งชิ่งหนี

 

            “เฮ้ย พี่แว่น พี่ทำงี้ได้ไง?”

 

ทว่านายท็อปตะโกนลั่น ทั้งยังวิ่งตามผมที่ก้าวเร็วๆ ได้แต่กลอกตาอย่างรำคาญ กะจะไม่หันไปคุยกับเขาแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะถูกคว้าแขนเอาไว้ก่อน

 

            “ปล่อย!”

 

            “ไม่ พี่หลอกผมนี่นา หนอย เห็นหน้าซื่อๆ บังอาจหลอกทยุตได้ไง?”

 

            “มีตามั้ย? กรุณามองนาฬิกา เลยเวลาพักมา 15 นาทีแล้ว พี่มีเวลาพักอีกแค่ 45 นาที ถามหน่อยว่าไอ้เวลาพักที่เสียไปเนี่ยจะมีใครทดคืนให้? เพราะฉะนั้น...พักกลางวัน!”

 

ผมยื่นนาฬิกาของผมขึ้นตรงหน้าเขา แล้วก็บอกเสียงเรียบอย่างพยายามข่มความโกรธเอาไว้ และนั่นก็ทำให้เด็กท็อปนิ่งไปนิด ก่อนที่...

 

            หมับ

 

            “ก็ได้...เวลาพักพี่ ผมรอตอนบ่ายก็ได้”

 

ท็อปคว้าแขนผมเอาไว้ จนผมนิ่วหน้านิด แล้วก็ถึงกับเหวอ เมื่อจากคนที่กำลังเดินนำหน้ากลับถูกลากให้เดินตาม

 

            “ป่ะ งั้นไปกินข้าวกัน กินเสร็จจะได้กลับมารับเรื่องผม”

 

            “ไม่ไป จะไปคนเดียว!”

 

ผมถึงกับร้องลั่น พยายามดึงมือออกจากการเกาะกุม ทว่าอีกฝ่ายกลับจับแขนผมแน่น แล้วหันมายักคิ้วข้างเดียวที่ผมดันมองว่าเท่นั่นแหละให้

 

            “พี่เสียเวลาโวยวายไปอีก 5 นาทีแล้ว ตอนนี้พี่มีเวลาพักแค่ 40 นาที”

 

          ให้ตายเถอะ เด็กเวรเอ๊ย!

 

            ผมได้แค่คิดในใจ ทั้งที่แก้มเกิดร้อนขึ้นอย่างที่ไม่ใช่ความโกรธ สายตาก็เหลือบไปมองข้อมือที่ถูกจับเอาไว้มั่น สลับกับมองรอบตัวที่มีเหล่านักศึกษาเข้ามาทักทายไอ้ประธานสโมสรคณะแล้วก้มลงมองมือผมที่ถูกจับเอาไว้

 

          หมอนี่สะกดคำว่าอายไม่เป็นหรือไง?

 

            แล้วยังมีหน้าเปรยลอยๆ อีกแน่ะ

 

          “มีใครบอกมั้ยว่ามือพี่เล็กแล้วก็นิ่มชะมัดเลย”

 

            นี่ผมชักหงุดหงิดกับอาการหน้าร้อนของตัวเองแล้วนะ!

 

            ผมกำลังอึดอัด...มากๆ ด้วย

..............................................

 

           ต่อค่ะ

 

            “จ้องอะไร?”

 

            เวลานี้ ผมกับท็อปอยู่กันที่โรงอาหารกลาง ท่ามกลางเหล่านักศึกษาที่ส่งเสียงจอแจ ซึ่งผมไม่คิดจะกินข้าวร่วมโต๊ะกับเขาหรอกถ้าไม่ใช่เพราะผมหาโต๊ะนั่งไม่ได้ ผิดกับคนตรงหน้าที่แค่โผล่หัวเข้ามาก็มีเด็กหลายคนเอ่ยทักทาย แล้วพอตรงดิ่งไปหาโต๊ะรุ่นน้องที่กินใกล้เสร็จ เขาก็ลุกให้พวกผมนั่งต่อเลย

 

            “ผมกำลังสงสัยน่ะ กับข้าวไม่อร่อย อากาศมันร้อน หรือเพื่อนร่วมโต๊ะหน้าตาน่าเกลียดกันแน่ พี่ถึงทำหน้า...แบบนี้”

 

            แปะ

 

            เพี๊ยะ!

 

            ผมสะดุ้งสุดตัว เพราะท็อปเล่นไม่พูดเฉยๆ แต่ยื่นมือมาจับที่หัวคิ้วของผม จนต้องเผลอปัดมือออกเสียงดัง ผิดกับคนถูกปัดมือที่ยิ้มกริ่ม ดูจะชอบใจยังไงไม่รู้

 

            “ว่าไงครับ ข้อไหน?”

 

          มาจับหน้าคนอื่นแล้วยังถามต่อหน้าตาเฉยนี่นะ?

 

            ผมนึกโกรธอยู่ในใจ พยายามบอกตัวเองว่าผมอายุมากกว่า ถ้าแสดงออกว่าโกรธก็เสร็จเด็กนี่น่ะสิ ผมก็เลยบอกด้วยเสียงเรียบๆ

 

            “ข้อหลัง คนร่วมโต๊ะหน้าตาน่าเกลียดเกินจะรับไหว”

 

            “แปลกเนอะ...”

 

แต่ท็อปไม่มีชะงัก ทั้งยังว่าอย่างแปลกใจ ให้ผมเงยหน้าขึ้นสบตา ก่อนจะเห็นรอยยิ้มกว้างที่ทำให้ใบหน้าหล่อเหลา (ที่ผมพยายามไม่ยอมรับความจริง) ยิ่งดูดีและเจ้าเล่ห์ขึ้นไปอีก

 

“...พี่ว่าคนร่วมโต๊ะหน้าตาน่าเกลียด แต่เท่าที่ผมรู้โต๊ะนี้มีแค่คนหน้าตาดีอยู่สองคนนะครับ ว่ามั้ย?”

         

          หลงตัวเองได้อย่างไม่อายฟ้าอายดินจริงๆ

 

            “หึๆ อึ้งไปเลย เออ จริงๆ ถ้าจะเจาะลึกลงไป ต้องบอกว่าผมหล่อ แต่พี่น่ารักมากกว่า ถามหน่อยสิ พี่เคยเล่นกีฬาหรือเปล่า ผิวโคตรขาว...เอ ใต้เสื้อจะขาวกว่านี้หรือเปล่าน้า...?”

 

            ผมทนความกวนประสาทมากกว่านี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ผมแน่ใจเกินร้อยว่านายทยุตพยายามทำให้ผมโกรธ ไม่ว่าด้วยสาเหตุอะไร เจ้าเด็กนี่ต้องแอบเกลียดขี้หน้าผมแน่ๆ ผมจึงรีบลุกจากที่นั่ง ยกจานที่ยังกินไม่หมดไปเก็บอีกมุม ไม่คิดจะต่อล้อต่อเถียงอะไรแล้ว

 

            “อ้าว งอนหรือพี่แว่น?”

 

          นี่เอาตาที่ตาตุ่มมองหรือไงว่างอน? โกรธต่างหาก!

 

            ผมคิดพลางก้าวเร็วๆ ไปเก็บจานให้เรียบร้อย ไม่คิดหรอกว่าคนร่างสูงจะตามมา เพราะเขาเอาแต่นั่งจ้องกับกวนผมจนกินข้าวยังไม่ถึงครึ่งจาน แต่ผมกลับคิดผิดถนัดเมื่อตอนที่จะหมุนตัวจากที่เก็บจาน ความร้อนก็แนบเข้าที่ด้านหลังจนขนลุกซู่

 

            “วู้ววว พี่บังผมเก็บจานนะคร๊าบ”

 

            “หลีกไป!”

 

นี่ผมพยายามข่มความโกรธแล้วจริงๆ นะ คำนึงว่ายังอยู่ในโรงอาหาร แล้วก็มีใครต่อใครตั้งเยอะ ขืนอาละวาดทะเลาะด้วยเรื่องคงไปถึงคณะ แล้วผมก็มีแต่เสียกับเสีย แต่เหมือนท็อปจะไม่คิดทำแบบนั้น

 

            “ไม่อะ พี่ไม่หลีกทางผมเก็บจาน ผมก็จะเก็บท่านี้แหละ”

 

            ท่านี้ของเขาคือการโอบรอบด้านหลังของผม แล้วยื่นมือไปวางจาน วางช้อน ถ้ารีบทำยังไม่เท่าไหร่ แต่ร่างสูงดันค่อยๆ บรรจงโกยเศษอาหารลงในถังชนิดที่อยากจะหันไปกระแทกเข่าใส่ท้องจริงๆ

 

          เย็นไว้โช เย็นไว้

 

            “โอ๊ะ”

 

ผมเกือบจะสะดุ้งอีกแล้ว เมื่อท็อปส่งเสียงใกล้ๆ หู ผมตัวแข็งทื่อ เมื่อรู้สึกว่าลมหายใจอุ่นๆ กำลังเป่ารินรดที่หลังคอจนร้อนวาบไปทั้งตัว

 

            “พอมองใกล้ๆ แล้วผิวพี่ขาวจริงๆ นะ อย่างตรงข้างในปกเสื้อด้านหลังสีเดียวกับข้างนอกเลย”

 

            โครม!

 

            ผมไม่ยงไม่เย็นแล้ว เพราะยกศอกกระแทกกับท้องของท็อปจนได้ยินเสียงโอ๊ย แล้วหันขวับมามองด้วยแววตาโกรธจัด ไม่เข้าใจว่าเด็กนี่มาหยอกผมเล่นทำไม อีกทั้งยังพูดถึงร่างกายผมในเชิงนั้นอีก นี่คิดจะจีบหรือแค่แกล้งเล่น?

 

            พอผมหลุดจากตัวใหญ่ๆ ได้ก็รีบก้าวเร็วๆ ไปอีกทาง หน้าตาร้อนวูบไปหมดเมื่อคนเจ็บตะโกนตามหลังมา

 

            “เออ แล้วพี่รู้มั้ยว่าตอนนี้หน้ากับหูพี่แดงแปร๊ดเลย!”

 

ผมไม่คิดจะฟังทั้งที่อยากจะหมุนตัวไปชูนิ้วกลางให้ ทำเพียงจ้ำเร็วๆ ไปอีกทาง อีกมือก็เผลอแตะแก้มตัวเอง จนรู้ว่าร้อนจัดมากแค่ไหน แล้วคราวนี้ผมก็รู้ด้วยว่าผมไม่ได้แค่โกรธ ผมกำลัง เขิน ตอนที่ใกล้ชิดกับเจ้าเด็กนรกนั่นอยู่น่ะสิ โดยเฉพาะแค่คิดถึงเสียงนุ่มๆ กับลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่าอยู่ตรงหู 

 

            แม้จะไม่ชอบใจอีกฝ่าย แต่ผมก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าหลังจากที่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนไหนมาตั้งแต่ปีสาม การที่มีผู้ชายหน้าตาดีถึงดีมากเข้ามาวนเวียน แม้จะกวนตีนใส่ แต่มันก็ให้ความรู้สึกที่ดีมากอยู่ดี

 

            “คิดอะไรเนี่ยโช เด็กนั่นแค่แกล้งนายเล่นต่างหาก ห้ามเด็ดขาดเลยนะ”

 

            ใช่ นายทยุตนั่นก็แค่แกล้งผมเล่นเท่านั้นเอง...

 

..............................................

 

ท็อป

 

          โอ๊ยยยย น่ารักโว้ยยยยย

 

            ผมยังคงอยู่ในโรงอาหาร ไม่ได้ตามพี่แว่นที่จ้ำพรวดๆ ออกไป และทั้งที่ผมไม่คิดจะชมผู้ชายคนไหน แต่คำชมพี่แว่นกลับผุดเข้ามาในใจราวกับดอกเห็ด

 

            ก่อนอื่นเลยยิ่งแหย่ยิ่งน่ารัก ตอนที่ผมแหย่จนเขาทำหน้าโกรธแต่ทำอะไรผมไม่ได้มันน่ารักยังไงไม่รู้ รู้สึกอยากจะกดจูบที่หัวคิ้วเบาๆ ให้มันคลายตัวออก ไหนจะผิวขาวๆ ที่เผลอมองในระยะประชิดนั่นอีก ผมบอกได้เลยว่าสีผิวพี่แว่นต้องสม่ำเสมอไปทั้งตัวแน่ แถมตอนที่มองลอดเสื้อเข้าไปจนเห็นช่วงไหล่ก็รู้สึกว่ามันแอบเซ็กซี่นิดๆ แล้วที่สำคัญ ตอนที่แอบดมกลิ่นนั่นน่ะ...

 

            ตัวหอมด้วย!

 

            ผมไม่เห็นเคยได้กลิ่นหอมๆ แบบนี้จากเพื่อนผู้ชายสักคน เคยแต่ได้กลิ่นแบบนี้จากเพื่อนผู้หญิง ผมเลยฟันธงว่าพี่แว่นท่าทางจะเป็นคนดูแลตัวเองเอาเรื่อง แม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ

 

            แล้วที่เด็ดของโคตรเด็ดก็คือ...พี่แว่นหน้าแดงแปร๊ดตอนถูกชมว่าผิวขาว หรือว่ากันตามจริง ก็ตอนที่ผมแอบพูดจาลวนลามเข้านั่นแหละ

 

            ผมเป็นคนปากตรงกับใจ รู้สึกยังไงก็พูดแบบนั้น จ้องนานๆ ก็เลยอยากรู้ว่าผิวมันจะขาวเสมอกันมั้ย พอพูดเหมือนอยากเปลื้องผ้าพี่แก นึกว่าจะเจอเสียงด่าสวนกลับไม่ก็ถลึงตาใส่ พี่แกกลับหน้าแดงเฉย

 

            “แหม พี่แว่นทำท่าเหมือนจะหนีผมพ้นเนอะ จะบ่ายแล้ว กลับคณะไปกวนคนต่อดีกว่า”

 

ผมหัวเราะเบาๆ ลูบท้องที่ถูกศอก แล้วก็เดินโบกแฟ้มกลับคณะอย่างอารมณ์ดี เพราะผมลืมบอกพี่แกไปว่าวันนี้ผมไม่ได้มีธุระกับพี่ไกด์หรอก

 

            ผมเดินเรื่อยๆ กลับมาที่คณะ นาฬิกาก็บอกว่าจะบ่ายโมงตรงแล้ว จริงๆ ผมก็ชอบพี่แว่นอยู่เรื่องนึง ตั้งแต่เข้ามาทำงานก็เห็นว่าบ่ายโมงทีไร ไฟในห้องกองกิจการก็เปิดสว่างโร่ทุกที บ่งบอกว่าพี่แกตรงเวลาเอาเรื่อง แต่วันนี้มันแปลกไปจากที่ผมคิดอยู่หน่อย

 

          “ไอ้น้องปุ๋ย”

 

            “อ้าวพี่ท็อป สวัสดีค่ะ”

 

เวลานี้หน้าห้องกองกิจการนักศึกษาไม่ได้มีแค่พี่แว่นคนนั้น แต่กลับมีผู้หญิงหน้าตาน่ารักในชุดนักศึกษาถูกระเบียบที่สวมกระโปรงพลีทยาวพอดีเข่า ไม่เหมือนพวกผู้หญิงที่ใส่เสื้อไซต์ sss กับกระโปรงคับติ้ว อีกทั้งผมเห็นนะว่าเจ้าเด็กนี่คุยกับพี่แว่นท่าทางสนิมสนมเลยล่ะ

 

            และที่ขัดใจสุด ไอ้รอยยิ้มอ่อนโยนของพี่แว่นที่มองน้องปุ๋ยนี่คืออะไร?

 

            “มาทำอะไรแถวนี้?”

 

            “มาหาพี่โชค่ะ อ้ะ แต่จริงๆ น้องปุ๋ยมาทำอะไรก็ไม่เกี่ยวกับพี่ท็อปสักหน่อย”

 

ผมได้แต่กลอกตาไปมา เอาจริงๆ คือคนที่แทนตัวด้วยสรรพนามน่ารักว่าน้องปุ๋ยเนี่ยเป็นน้องรหัสผมเอง

 

            คนอื่นอาจจะมีการหมั่นไส้ได้ที่เอาคำว่า ‘น้อง’ มาเรียกนำหน้าชื่อตัวเอง แต่เจ้าน้องปุ๋ยไม่เป็นอย่างนั้น ด้วยนิสัยซื่อ ซื่อสนิท ซื่อของแท้ กับดวงตาแป๋วแหววที่ใครๆ ก็เอ็นดูนั่นแหละ ทำให้ทุกรุ่นพากันเรียกเด็กนี่ว่าน้องปุ๋ยเป็นทิวแถว ที่ตลกคือ แม้แต่รุ่นน้องยังเรียกว่า พี่น้องปุ๋ย

 

            แล้วเจ้าน้องปุ๋ยที่ว่านี่ก็กำลังพูดเสียงซื่อ ทั้งยังถามผมกลับด้วยหมัดฮุคอีกต่างหาก

 

            “พี่รหัสถาม แล้วตอบกวนตีนงี้หรือ?”

 

            “อ้ะ น้องปุ๋ยเปล่ากวนตีนนะ น้องปุ๋ยแค่สงสัยจริงๆ ว่าทำไมพี่ท็อปต้องอยากรู้ด้วยล่ะว่าน้องปุ๋ยมาทำอะไรตรงนี้ ทุกทีไม่เห็นถามนี่นา”

 

          เออ ก็จริง

 

            “แล้วตกลงมาหาพี่แว่นทำไม?”

 

ผมก็เลยตัดบทแล้วถามข้อสงสัยแทน สังเกตว่าพี่แว่นไม่หันมาสบตาผมเลย นี่ถ้าน้องปุ๋ยไม่อยู่ตรงนี้ คงเป็นนักวิ่งสี่คูณร้อยหนีเข้าห้องไปแล้ว

 

            “น้องปุ๋ยมาขอบคุณ อ้ะ พี่ท็อปเรียกพี่โชว่าพี่แว่นได้ไง เสียมารยาทจังเลยค่ะ พี่โชเขาก็มีชื่อนะ”

 

            “จะเรียกแล้วจะทำไม?”

 

            “ทำไมพี่ท็อปทำตัวนิสัยไม่ดีแบบนี้ล่ะคะ”

 

ทุกทีผมก็ว่ามันน่ารักหรอกนะเวลาพูดเสียงซื่อๆ แต่ท่าทางของน้องปุ๋ยที่ดูจะปกป้องอีกคนเกินงาม (จริงๆ อาจจะพอดี แต่ผมกำลังพาล) ทำให้ผมหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก

 

            “เออ พี่รหัสเธอนิสัยไม่ดีมานานแล้ว”

 

            “ไม่จริงอะ พี่ท็อปนิสัยดีจะตาย ถ้าไม่ทำตาแบบนี้...” มีหน้ามาดึงหางตาตัวเองชี้ขึ้น แล้วก็พยายามย่นคิ้วเลียนแบบผม “...กับทำหน้าเหมือนเพิ่งเดินเหยียบขี้หมามาอะ”

 

            “ฮึ...”

 

            ขวับ

 

            อย่าคิดว่าผมไม่เห็นนะว่าพี่แว่นหลุดหัวเราะออกมาก่อนที่จะกระแอมหันไปทางอื่นแวบหนึ่ง แล้วหันมามองหน้าน้องรหัสผม

 

            “ยังไงพี่ขอบคุณน้องปุ๋ยมากนะครับ แต่คราวหน้าไม่ต้องซื้ออะไรมาฝากหรอก ที่พี่จัดการเรื่องเอกสารให้เป็นหน้าที่พี่อยู่แล้ว”

 

          ไอ้รอยยิ้มนุ่มๆ ตาอบอุ่นๆ นี่มันคืออะไร?

 

            “ไม่ได้หรอกค่ะ วันนั้นน้องปุ๋ยมาก็จะห้าโมงเย็นแล้ว ถ้าไม่ได้พี่โชพยายามช่วยไปขอลายเซ็นคณบดีให้ น้องปุ๋ยต้องแย่แน่ๆ รับรองถูกพี่ท็อปฆ่าตายคาห้องสโมสรนักศึกษานั่นแหละ”

 

ชื่อของผมที่ถูกดึงมาเอี่ยวในบทสนทนาทำให้ผมขมวดคิ้วฉับ

 

            “เดี๋ยวๆๆ เกี่ยวอะไรกับพี่?”

 

ผมถามเสียงเข้ม เจ้ารุ่นน้องเลยยิ้มแห้งๆ

           

            “แหะๆ ก็เรื่องที่พี่ท็อปสั่งให้น้องปุ๋ยมาส่งเอกสารขอทำกิจกรรมตอนปลายปีไงคะ น้องปุ๋ยลืมจนกระทั่งอาทิตย์ก่อนที่พี่ทวงว่าเมื่อไหร่เอกสารจะได้ น้องปุ๋ยเลยรีบมายื่น แต่ก็วันศุกร์แล้วในห้องแทบไม่มีใครเลย มีพี่โชเนี่ยล่ะที่เข้ามาช่วย ทุกทีต้องรอสามวันใช่มั้ย พอขอร้องพี่โชว่าด่วนจริงๆ คิดดูสิว่าพี่โชถูกคณบดีดุแทนน้องปุ๋ยด้วย แต่สุดท้ายก็ยอมเซ็นให้ อย่างนี้จะไม่ให้น้องปุ๋ยมาขอบคุณพี่โชได้ยังไง"

 

หญิงสาวเล่าด้วยรอยยิ้มแห้งๆ กลัวผมดุน่าดู แต่ตอนพูดถึงพี่แว่น ไหงดูนับถือบูชานัก

           

            “นี่มันความผิดเธอนะน้องปุ๋ย”

 

            “ก็ถึงรู้สึกผิดแล้วเอาขนมมาขอบคุณพี่โชอยู่นี่ไงคะ น้องปุ๋ยผิดไปแล้ว จะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว”

 

น้องผมหันไปอ้อนพี่แว่นตาปริบๆ ผมล่ะกลัวพี่แว่นเข้าใจผิดจริงๆ ไอ้น้องปุ๋ยเนี่ยมันอ้อนได้หมดทั้งผู้หญิงผู้ชาย ไม่ได้รู้สึกพิศวาสเชิงชู้สาวเลยสักนิด

 

          อย่าหลงเสน่ห์เด็ดขาดเลยนะ

 

            “ไม่เป็นไรครับ หนหน้าก็ยื่นมาให้พี่ก่อนนะ จะได้ไม่ฉุกละหุกเหมือนครั้งนี้”

 

            “ค่าาา”

 

          หงุดหงิดชะมัด ไอ้บรรยากาศสีชมพูลอยฟุ้งนี่มันอะไร!

 

            ความหงุดหงิดทำให้ผมเอ่ยเสียงเข้ม

 

            “ปรียานุช! เธอไม่มีเรียนแล้วหรือไง นี่บ่ายโมงแล้วนะ”

 

            “ทำไมต้องเรียกชื่อจริงด้วยล่ะพี่ท็อป”

 

            “อย่าเถียง ตกลงไม่มีเรียนหรือไง?”

 

            “ไม่มีค่ะ บ่ายนี้ว่าง”

 

          อ่านสายตาพี่นะน้องปุ๋ย พี่กำลังไล่ ไม่ใช่เล่นตอบคำถาม

 

            “แล้วงานที่สโมฯ ล่ะ?”

 

            “วันนี้ไม่มีงานอะไรนี่คะ”

 

ผมถลึงตาจนไม่รู้จะถลึงยังไงเพื่อไล่แล้ว น้องนี่ก็ยังไม่รู้เรื่อง จนผมกัดฟันกรอด แล้วก็โยนงานให้สดๆ ร้อนๆ เลย

 

            “งั้นแปลว่าว่าง ไปเอาแบบสอบถามเรื่องกิจกรรมไปแจกทุกชั้นปีเดี๋ยวนี้เลย”

 

            “ง่า ไม่ใช่หน้าที่น้องปุ๋ยนะ”

 

            “นี่เป็นคำสั่งของประธานสโมฯ!”

 

เจ้าน้องปุ๋ยทำหน้าเหมือนผมเป็นผู้ร้ายคดีอุจฉกรรจ์ ก่อนที่จะยอมหันไปไหว้พี่แว่น แล้วก็เดินกระแทกเท้า งอนขึ้นชั้นสองไป แล้วผมก็หันขวับมามองพี่แว่นที่กำลังรวบถุงขนมเตรียมลี้ภัยเข้าห้องกองกิจการ

 

            “นี่พี่ไม่รู้สึกว่าตัวเองทำงานลำเอียงเลยหรือครับ กับผู้หญิงนี่ยอมวิ่งเรื่องให้ถึงเย็น แต่กับผมนี่ยังไม่ทันสี่โมงเย็นก็โดดงาน”

 

เออ ผมรู้ว่าผมหาเรื่อง แล้วพี่แว่นก็หันกลับมามองด้วยแววตาขุ่นๆ โต้ผมกลับด้วยท่าทางแตกต่างจากไอ้รอยยิ้มอบอุ่นเมื่อครู่ลิบลับ

 

            “ก็ลองคิดดูว่าคนที่มาขอร้องดีๆ กับไอ้กุ๊ยข้างถนนที่มาทุบเคาน์เตอร์โครมๆ ควรจะปฏิบัติกับฝ่ายไหนดีกว่ากัน”

 

            “ทำงี้ได้ไง พี่เป็นพนักงานมหา’ลัยนะ ไม่ว่าใครมาขอให้ช่วยก็ต้องช่วยสิ”

 

เป็นผมก็คงปฏิบัติแตกต่างล่ะนะ แต่ผมอดหมั่นไส้ไม่ได้จริงๆ

 

            “รู้ว่าต้องบริการนักศึกษา แต่พอดีพี่เป็นคน ไม่ใช่หุ่นยนต์ ถึงจะไม่คิดอะไรเวลาใครมาตวาดใส่หน้าแบบนี้”

 

            “อ๋อ งั้นถ้าผมมาขอร้องดีๆ พี่จะพูดดีกับผมใช่มั้ย?”

 

            “...”

 

พี่แว่นทำหน้าเหมือนบอกว่าไม่มีทาง ผมล่ะอยากจะจับคนตรงหน้ามาฟัดให้หายทำหน้าเหม็นเบื่อผมจริงๆ แล้วไอ้ความหมั่นไส้ขั้นสุดเนี่ยล่ะที่ทำให้ผมพาลไปถึงเจ้าน้องรหัสที่ป่านนี้คงบ่นอุบแล้ว

 

            “เฮ้ย นั่นมันขนม...”

 

            พี่แว่นถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อผมใช้ความเร็วแสงในการฉวยถุงขนมในมืออีกฝ่ายแล้วจัดการเปิดกล่อง ดึงโดนัทยัดเข้าปากแบบไม่สนใจด้วยว่าพี่แว่นจะด่าว่าทำตัวนิสัยเสียแค่ไหน ก็หมั่นไส้นี่หว่า ทีกับเจ้าน้องปุ๋ยทำตัวเป็นผู้ชายแสนดี ทีกับผมนี่เหมือนผมเป็นนักเลงหัวไม้ยังไงอย่างนั้น

 

            “โทษฐานที่พี่ทำตัวสองมาตรฐาน ผมจะกินขนมของพี่ พี่จะทำไม” ผมทำหน้ากวนตีนใส่ไปด้วย

 

            “เป็นเด็กห้าขวบหรือไง!”

 

            “มั้ง”

 

ผมยักคิ้วหลิ่วตายามที่คว้าโดนัทอีกชิ้นยัดเข้าปาก มือสกปรกก็ช่าง ขอแค่ได้พาลก็พอใจ จนพี่แว่นกำหมัดแน่น แล้วก็ดันถุงมาให้ผมเร็วๆ

 

            “เออ เอาไปเลย!”

 

            “แอ้วอี่อะไอไอน” ผมรีบใช้อีกมือคว้าเสื้ออีกฝ่ายเอาไว้ทันที ทำให้พี่แว่นหันมามองตาขุ่นๆ

 

            “ฟังไม่เข้าใจ!”

 

            “เอื้อก...ผมถามว่าพี่จะไปไหน?”

 

            “ไปทำงาน! เดี๋ยวจะถูกเด็กแถวนี้ด่าว่าทำงานไม่คุ้มค่าจ้าง”

 

ผมเกือบจะหัวเราะแล้วล่ะ แต่โดนัทมันหวานเลี่ยนคออยู่ก็เลยส่งแฟ้มในมือให้คนตรงหน้าแทน

           

            “อะ งั้นทำงาน ผมมายื่นเอกสาร”

 

            “หน้าที่พี่ไกด์ไม่ใช่หน้าที่พี่”

 

พี่แว่นตอบแบบไม่ขอรับผิดชอบใดๆ ทั้งนั้น ทำให้ผมยิ้มกริ่ม ในเมื่อเรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่พี่ไกด์นี่นะ

 

            “ใครว่า นี่มันงานพี่ ผมมาส่งเอกสารของบสำหรับทำกิจกรรมปลายปี ต้องการลายเซ็นคณบดีซึ่งเป็นหน้าที่ของพนักงานทั่วไป...ถูกมั้ยครับ?”

 

ผมยักคิ้วให้เขา เพราะรู้ว่าเขาทำหน้าที่ติดต่อกับพวกอาจารย์และพวกคณบดี งานนี้เสร็จผมล่ะ

 

            “หา ขอลายเซ็น?”

 

ท่าทางตกใจของเขา ทำให้ผมยิ้มอย่างถือไพ่เหนือกว่า

           

            “ถูกต้อง งานนี้ก็อันเดียวกับที่เจ้าน้องปุ๋ยส่งเรื่องช้าไง ผมเลยมายื่นเอง ต้องการลายเซ็นภายในวันจันทร์หน้าเพราะต้องเริ่มซื้อของมาจัดกิจกรรมแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ว่าพี่จะสองมาตรฐานแค่ไหน พี่ก็ต้อง....”

 

            “เดี๋ยวๆๆๆ หยุดพูดก่อนนะ นี่ไม่รู้เรื่องเลยใช่มั้ย?”

 

ผมอยากจะสวนว่าใครกันแน่ที่ไม่รู้เรื่อง แต่เห็นสีหน้าที่เหมือนจะเครียดของอีกฝ่าย ผมก็เลยถามดีๆ

           

            “ทำไมมีปัญหาอะไร?”

 

พี่แว่นถอนหายใจแรงๆ ก่อนจะบอกด้วยท่าทางที่พยายามให้ผมใจเย็น

           

            “คือฟังแล้วอย่าโกรธนะ คณบดีเพิ่งบินไปดูงานต่างประเทศ จะกลับมาก็...” พี่เขานิ่งไปนิด ก่อนจะว่าเสียงเบา

            “...เดือนหน้า”

           

            “หา!!?”

           

            คราวนี้ผมล่ะร้องลั่นไปทั้งชั้นหนึ่ง มือที่จับแฟ้มแทบร่วงผล็อย เบิกตากว้างมองคนที่ทำหน้าว่าเรื่องจริงไม่ได้โม้แล้วอยากจะพุ่งไปเขย่าคอ

 

          โอ๊ย ไอ้ท็อปจะบ้า!!

 

......................................................

 

            ครบค่า ก่อนอื่น เอาไปหมดเลยแล้วกันจ้า ไม่ได้มาอัพซะหลายวัน

            สำหรับตอนนี้น้องปุ๋ยมีตัวตนอยู่จริงๆ ค่า เมย์ใช้ทั้งชื่อเล่นและชื่อจริงเพื่อนตัวเองเลย XD ตอนนี้เพื่อนเมย์คนนี้กำลังจะจบโทแล้วล่ะ หรือจบแล้วไม่แน่ใจ ไม่ได้คุยกันมาจะครึ่งปีแล้ว แต่ถ้าน้องปุ๋ยมาเจอเค้าเอาบุคลิกมาเขียนล่ะก็ เค้าขอบอกตรงนี้เลยว่าไอเดียนี้มาจากไอ้กวางล้วนๆ จ้า มันเสนอว่าเอาน้องปุ๋ยเข้ามามาในเรื่องสิ แล้วที่เขียนนี่เพราะเอ็นดูนะเออ น้องปุ๋ยเป็นคนน่ารักที่เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ รักค่ะ เลยขอยืมบุคลิกสักหน่อย ย้ำอีกครั้ง เค้าเปล่าเป็นคนต้นคิด ไอ้กวางเลย ย้ำนะเออ ^^

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

145 ความคิดเห็น

  1. #142 baekbow (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 07:55
    ท็อปนี่กวนประสาทที่สุดอ่ะ
    #142
    0
  2. #121 A.Iliad (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 21:43
    น้องปุ๋ยน่ารัก พี่ท็อปแกพาลมาก เหมือนงานกำลังเข้าพี่ท็อปใช่มั้ยงานนี้ถึงจะโวยวายไปพี่โชก็คงช่วยอะไรไม่ได้
    #121
    0
  3. #73 Som O Usanee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2557 / 05:02
    อร๊ายยยยยยยยยยย น้องปุ๋ยน่ารักอ่ะ ชอบบุคลิกและนิสัยน้องปุ๋ยจัง งื้อ น่ารักๆๆๆ แล้วท็อปก็คงถึงคราวซวยจริงๆ เอาไงล่ะทีนี้ นี่แหล่ะแลของการไปแกล้งพี่โชไว้ ฮ่าๆๆ ลวนลามทางความคิด ฮ่าๆๆ ทีนี้เรื่องของตัวเองเลยซวยเลย
    #73
    0
  4. #69 Ekaract Sun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2557 / 23:41
    อ่ะปุ๋ย ซวยละทีนี้คณบดีไม่อยู่
    #69
    0
  5. #57 lumpoey (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2557 / 12:31
    น่ารักดีนะ.ท้อปก็กวนทีน. พี่เเว่นก็ มุ้งมิง. ไม่รู้ซะแล้วว่าเด็กจะเอาไปทำเมียอ่ะ.
    #57
    0
  6. #56 nimuyk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2557 / 22:14
    น้องปุ๋ยนี่แบบว่าหนูซื่อมั่กๆอ้ะ

    สมน้ำหน้าอ้ะ คณบดีไม่อยู่ อดละโปรเจคนี้

    ว่าแต่ มันต้องมีคนทำหน้าที่ ลงนาม นี้แทนได้อ้ะป่าว

    แลดูพี่ท้อปจะติดใจพี่โชนะคะ
    #56
    0
  7. #55 Lilmersa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2557 / 19:53
    ชอบเรื่องนี้มากๆๆๆๆๆๆๆเลยยอ่าาาาพี่เม T^T
    #55
    0
  8. #54 SungEun~ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2557 / 18:31
    น่ารักอ่ะทั้งพี่ท็อปพี่โชเลย5555 พี่น้องปุ๋ยก็น่ารักดี ชอบนะบุคลิกแบบนี้อ่ะ อิอิ อยากซื้อเรื่องนี้แต่ตอนนี้ตังไม่มีเลยทำไงดีอ่าพี่เมย์ ฮือออออ
    #54
    0
  9. #53 กะแหล่ง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2557 / 15:15
    สงสารพี่โชคนน่ารักของเราจัง เจอท๊อบป่วนจนปวดหัว
    #53
    0
  10. #52 plamaszaboh (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2557 / 12:05
    เค้าจีบกันแล้วเหรอเนี่ยย
    #52
    0
  11. #51 Pat_SuJu13 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2557 / 11:34
    ปวดหัวแทนโชเลย เจอท็อปตามกวนแบบนี้
    #51
    0
  12. #50 JKN (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2557 / 11:18
    นายทยุตตตต พ่อคุณช่างพาลชริงๆนะจ้ะ อิจชี่ใช่มะเทออออ ฮ่าๆๆๆๆน้องปุ๋ยน่ารักอะ

    คือฮาที่นางไม่รู้ตัวว่าโดนไล่ โคตรน่ารักอะ แล้วนั่น หวงพี่โชเหรอคร้าาาทยุต อิอิ

    แย่งขนมกินนี่ คิดได้ไงอ้ะ คู่นี้น่ารักอะ ชอบพี่โชเขิลล น่าร๊ากกกกกกก

    #50
    0
  13. #49 ฟุโจว (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2557 / 06:38
    ซวยแล้วล่ะนายทยุต55+เดินเรื่องช้างานเข้าเบย...น้องปุ๋ยน่ารักมากใสๆเลย
    #49
    0
  14. #48 moowarn1120 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2557 / 13:04
    อัพ อัพ อัพ อัพเหอะพี่เมย์ 
    คู่นี้น่ารักอ่ะ
    #48
    0
  15. #47 lilmersa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2557 / 16:25
    อ้ากกก ท็อปโช นั้ลล้ากกกกก ลงเยอะเลยนะค้าา พี่เมย์ >//
    #47
    0
  16. #46 noparat (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2557 / 13:37
    ท๊อปโช น่ารักอ่ะ
    #46
    0
  17. #45 아이린 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2557 / 17:34
    น่ารักอ่าาาา ชอบบบบบ
    #45
    0
  18. #44 tamamonomaai - 13 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2557 / 13:22
    โอ้ยยยย ตาท๊อปแก ๆๆๆๆ หยอดได้หน้าด้านมาก 5555 เห็นมั้ย ๆ พี่โชเขินแล้ว
    #44
    0
  19. #41 Darkmool (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2557 / 11:56
    หยอดแบบด้านๆเลยนะ ท๊อป
    พี่โช ขอให้ไปสู่สุขติ // ยังไม่ตายโว้ย
    ชอบอะ
    >w<
    พี่โชเป็นเคะแบบซึนๆสินะๆ
    มาต่อไวๆน้า
    #41
    0
  20. #40 Plankton J (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2557 / 10:28
    พี่แว่นโหดจังน้า
    #40
    0
  21. #39 lumpoey (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2557 / 02:29
    30% ก็น่ารักแล้วอ่ะ.
    #39
    0
  22. #38 lumpoey (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2557 / 02:28
    มีผลงานให้ได้ติดตามอีกแล้วนะค่ะพี่เมย์. ยังไงก็อยากลืมดูแลตัวเองนะค่ะ. สู้ๆๆ
    #38
    0
  23. #37 ฺฺBlack Angle (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2557 / 18:37
    น่ารักอ่าาา

    #37
    0
  24. #36 SungEun~ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2557 / 13:46
    ยังไม่ได้จองเลยยยยย พี่เมย์จ๋าเอาลิ้งค์จองของสำนักพิมพ์แปะในนี้ให้หนูหน่อยค่า หนูค้นในทวิตไม่เจอแล้วววว
    #36
    0
  25. #35 ฟุโจว (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2557 / 06:02
    นายทยุตนายกล้ามากนะระวังนะระวังเดี๋ยวจะหลงแบบหัวปักหัวปำ555+
    #35
    0