~Illusion Wing~ ปีกมายาแห่งฝัน

ตอนที่ 25 : สู้ห้องเก็บไข่มุก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 126
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 ก.พ. 55

 

แฮ็กๆๆ เหนื่อยเป็นบ้าเลย ยังมีอีกไม๊เนี่ยคำบ่นปนหอบของร่างในชุดสีดำดูรัดกุมสีดำ เห็นเพียงแค่ผมสีเขียวกับดวงตาคู่สีแดง ที่กำลังสอดส่องหาสิ่งผิดปกติรอบๆตัว

 

ไม่รู้ฟะ แต่ถ้าจะมีอีกก็รีบๆออกมาเลยจะได้เหนื่อยตายไปเลยน้ำเสียงบ่นปอดแปดปนประชดของร่างอีกร่างในชุดเดียวกันแต่ต่างกันที่ผมสีน้ำเงินเข้มกับตาสีเงินหม่นนั้น

 

กริ๊กๆๆๆ  ครื่นๆๆสิ้นเสียงประชด เสียงก๊อกแก๊กก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงครืดคราดคล้ายบางสิ่งกำลังกลิ้งอยู่ และที่สำคัญ มันกำลังดังขึ้นเรื่อยๆ

 

ไม่นานท่ามกลางความสงสัยของทั้ง 2 ร่าง คำตอบก็ปรากฏขึ้นเมื่อก้อนหินขนาดเท่ากำปั้น 6-7 ลูกกำลังกลิ้งลงมา

 

โถเสียงซะน่ากลัวเลย ที่แท้ก็ก้อนหินก้อนเล็กๆ แค่นี้จะไปทำอะไรได...ยังไม่ทันว่าจบดวงตา 2 คู่ที่กำลังดูผ่อนคลายกลับเบิกขึ้นพร้อมกับขา 2 คู่ที่จ้ำอ้าวทันที

 

บึ้มๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  อ๊าก~~~~”เสียงโหวกเหวกโวยวายแบบสิ้นกิริยาผู้ดีถูกงัดออกมาใช้ผสมกับเกียร์หมาทันทีเมื่อก้อนหินเล็กๆที่เห็นเพียง 6-7 ก้อนกลับไม่ใช่แค่ก้อนหินธรรมดา แต่เป็นก้อนระเบิดขนาดเท่ากำปั้น! แถมไม่ใช่แค่ 6-7 เพราะตอนนี้ยังมาไม่หยุดเลย!

 

ไอ้ซานัสขอบใจมากเลยนะสำหรับคำประชด แล้วก็ถ้าวันหลังแกจะประชดบอกเค้าด้วยนะ เค้าจะได้ไม่คิดว่าแกหมายความตามนั้นจิงๆเสียงตะโกนแข่งกับเสียงระเบิดจากคู่หูคู่ฮาทำให้ผู้ถูกว่าต้องยิ้มน้อยๆก่อนจะทำได้แค่

 

ไอ้ฟรอน ข้าขอโทษษษษษษ~”เสียงแหกปากแบบสุดๆของคนชอบประชด ไม่ได้ทำให้เสียงระเบิดด้านหลังเบาลงเลย

 

เฮ้ยข้างหน้ามีทางออก  เร่งสปีดเลยแกเสียงบอกของซานัสที่ทำให้แววตา 2 คู่ดูมีความหวังมากขึ้น ก่อนที่ทั้ง 2 จะเร่งความเร็วเต็มที่เพื่อเข้าสู่เส้นชัย

 

อีกแค่ 100 เมตรเท่านั้น จะถึงประตูทางออกแล้ว ยิ่งทำให้ทั้ง 2 เร่งสปีดเต็มที่ ทันทีที่ออกมาจากประตู ทำให้เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ดวงตา 2 คู่ที่เคยมุ่งมันกับการว่ายเข้ามาที่ประตูเบิกกว้างขึ้น(อีกละ)

 

อ๊ากกกกกกกกกกกกกก~ จะอะไรนักหนาว้า~”เสียงแหกปาก(อีกแล้ว ตะโกนกันจังเลย)ของทั้งคู่ดังขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสน้ำที่รุนแรงไหลตัดลงด้านล่างที่เป็นหน้าผาลึก นอกจากนี้ยังมีแรงดึงมหาศาลที่พยายามฉุดลงไปด้านล่าง

 

แย่ละ น้ำก็แรงแถมแรงดูดขนาดนี้ ต้านไม่ไหวแน่ จะไปให้ถึงอีกฝากก็คงไม่ได้ ไกลเกินไป สงสัยถูกดึงลงข้างล่างแหงแซะ อย่างนี้ต้องหาที่เกาะโดยด่วน

 

ไวเท่าความคิด ที่มือทั้ง 2 ข้างของซานัสเรืองแสงสีฟ้าอ่อนก่อนจะมีเส้นสีฟ้าคล้ายเชือกพุ่งออกจากมือเข้าพันกับแท่งหินที่อยู่เบริเวณหน้าผาตัด ก่อนตวัดตัวเข้าคว้าคู่หูอีกคนที่หลับตาปี๊พร้อมจมดิ่งเต็มที่

 

บ้าเอ้ย น้ำแรงขนาดนี้จะต้านไหวไม๊เนี้ยซานัสที่กำลังเค้นพลังที่เหลือออกมาเพิ่มความแข็งแรงของเชือกพร้อมทั้งกั้นแรงดันน้ำ และแรงที่ดูดลงไปข้างล่างทำให้พลังที่เคยมีอยู่ค่อนข้างมาก หายไปวับไปอย่างรวดเร็ว

 

ทางคู่หูหัวเขียวที่บัดนี้กำลังตวาดสายตาไปรอบๆเพื่อหาทางรอดให้กับทั้งตัวเองแล้วก็เพื่อนอีกคนที่กำลังจะหมดแรง สายตาพลันไปจะเอ๋กับทางเดินเล็กๆริมหน้าผาที่พอจะเดินไปได้แค่ทีละคนเท่านั้น แถมหลังจากเดินไปซักเกือบโลยังมีถ้ำที่พอจะเข้าไปแอบได้ด้วย เอาเป็นว่าไปแอบก่อนคิดไรออกค่อยว่ากันแล้วกัน

 

ซานัส ทางซ้ายมีถ้ำ เข้าไปหลบก่อนสิ้นคำแนะนำของคู่หู ตาสีเงินคู่นั้นก็ตวัดไปทางเป้าหมายทันทีก่อนจะหลับลงช้าๆ เชือกสีฟ้าค่อยๆหายไป ปล่อยให้ร่าง 2 ร่างจมดิ่งไปตามแรงน้ำ

 

ทันทีที่อยู่สูงกว่าปากถ้ำประมาณ50เมตร ร่างทั้ง 2 ก็ถูกดีดอย่างแรงเข้าหาถ้ำ ทำให้ระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่สิบเมตรพร้อมกับที่เชือกสีฟ้าที่เคยหายไปกลับมายึดกับจงอยหินแถวๆปากถ้ำ

 

สิ้นแรงดีดมือ 2 ข้างก็ถูกใช้ในการสาวเข้าหาปากถ้ำ  เชือกสีฟ้าที่เคยเรืองแสงสว่างบัดนี้กำลังกระพิบ แถมกระพิบถี่ขึ้นจนผู้โดยสารทั้ง 2 ต้องหวั่นใจ

 

แย่แล้ว พลังเกือบจะไม่เหลือละจะถึงไหมเนี่ยความกังวลเริ่มลามเข้าสู่สมองของลูกครึ่งหนุ่มที่ตอนนี้พลังในกายเริ่มร่อยหรอลงไปทุกทีๆ

 

ระยะทางที่บัดนี้เหลือเพียงไม่ถึง 20 เมตรทำให้ซานัสต้องเร่งพลังที่เหลือทั้งหมดออกมาเพื่อให้ถึงที่หมาย

 

อีกแค่ 8 เมตรเท่านั้น เชือกสีฟ้าหายไปอีกครั้งพร้อมกับแรงถีบถูกนำมาใช้อีกครั้ง

 

ปึก แอ็กๆ ร่าง 2 ร่างที่บัดนี้กลับมานอนกลิ้งอยู่ตรงปากทางเข้าถ้ำ ร่างหนึ่งนอนหอบราวกลับออกกำลังกายมาราธอนมากว่า 3 ชม. ในขณะที่อีกร่างหนึ่งลุกขึ้นพยุงเพื่อนเข้าไปในถ้ำ

 

โอเคแล้วแกพักไปก่อนเดี๋ยว ฉันจะหาทางไปต่อเองว่าแล้วฟรอนเทียร์ก็เดินเข้าไปสำรวจภายในถ้ำก็พบว่าเป็นทางตัน ไม่มีทางเข้าแม้แต่ขนาดเล็ก แสดงว่าหากจะมีตัวอะไรมาก็ทางด้านหน้าเท่านั้น เพราะฉะนั้น ร่างที่หลับก็ปล่อยมันนอนเอาแรงไปก่อน ส่วนตัวเองก็ไปจัดการเรื่องทางออกฉุกเฉินกับกับดักตรงทางเข้าแล้วก็ไปสำรวจเส้นทางต่อไปทันที

 

 

แล้วเรื่องตอนที่ฉันยังไม่ฟื้นเป็นไงมั่งล่ะนี่คงเป็นคำถามแรกหลังจากที่ทุกอย่างกลับเข้าสู้ภาวะปกติ จะเรียกอย่างงี้ได้หรือเปล่าหว่า เอเรียสกลับมานั่งประจำที่เรียบร้อย กาโอก็ถูกถามรายละเอียดเสียจนหมดเปลือก ซาเวียร์ก็กลับมานั่งสับปะหงกเหมือนเดิม อาเรียก็กลับมานั่งจิบชาสบายอารมณ์ เอ๋อาเรียใจเย็นเป็นด้วยหรอพึ่งรู้นะเนี่ยว่าชอบจิบชา (เดี๋ยวคนแต่งจะโดนเจื๋อนนะ ฮึฮึ) สุดท้าย นางเอกตัวป่วนของเราก็กลับมาจากไปดูหนังตลกที่นำแสดงโดย กาโอ อาเรียและซาเวียว์

 

ก็ หลังจากที่เธอสลบไป เอเรียสก็เข้ามารักษา พาเธอมาที่นี่ ตรวจร่างกาย แยกย้ายกันไปหาวัตถุดิบทำยา แล้วก็มานั่งรอเธอตื่น เออๆนี่เลยพลาดไม่ได้ ยัยนี่ร้องไห้ด้วยนะไม่ไหวเลยเนอะๆคำสาธยายที่ยาวเล็กน้อยของซาเวียร์ที่ดูเหมือนจะยังไม่รู้ถึงสัมผัสแปลกๆข้างๆ

 

เอิ่ม ซาเวียร์ ขอบใจที่ตอบฉันนะแต่ว่า.......ขอให้นายโชคดีนะและที่สำคัญไปที่ชอบๆอย่ามาหลอกมาหลอนฉันนะคำพูดแปลกๆของเมดันล่าดูจะสร้างความตระหนักรู้ให้แก่เจ้าของคำพูดที่สร้างภัยอันใหญ่หลวงมาให้แก่ตน

 

ซาเวียร์ที่หันไปมองเจ้าหญิงจากซโคต้าที่อยู่ด้านข้างก้ต้องพบกับรอยยิ้มหวานๆที่ซาเวียร์เห็นทุกวันจนไม่รู้ว่าชินหรือยัง และนั่นก็ทำให้ซาเวียร์ต้องยิ้มตามออกมาพร้อมกับคำว่า อ๋อ ตัวโตๆปรากฏกระจ่างใจ

 

ซาเวียร์ ฉันว่าถ้าแกหุบปากไม่ได๊ละก็ หลับไปซะเถอะ แอ๊ก!!”และแล้ว คนที่มักจะพูดไม่คิดก็ได้ลงไปสลบเหมือดอยู่บนพื้น

 

ก็ตามนั้นแหละ เธอก็ไปเจอกับพวกที่เหลือได้แล้ว เดี๋ยวพวกนั้นจะสงสัยเอา ทำเป็นอ่อนแอหน่อยก็ได้นะพวกนั้นจะได้เชื่อกาโอที่เอ่ยเตือนเล็กน้อยทำให้คนแกล้งป่วยเดินออกไป หลังจากนั้นไม่นานกาสโอก็รู้สึกเหมือนลืมอะไรไปก่อนที่จะนึกขึ้นมาได้ แล้วจึงเดินตามไปอีกคน

 

ทันทีที่เธอออกมาสู่โลกกว้าง(เว่อร์ไปละเธอ) คำถามมากมายก็ประดังเข้ามาเต็มไปหมด แถมดูท่าจะรอบทิศเสียด้วย ส่วนใหญ่กจะเป็น เป็นยังไงมั่ง’ ‘ดีขึ้นแล้วหรอไม่ก็นอนนานจังนะเธอและส่วนใหญ่ก็จะโดนสวดเรื่องการดูแลตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ 2 เสนาธิการหอจับมือกันเอาเธอมาสวดยาวโดยมีประธานในพิธีคือพี่ซาเนี่ย ยังดีที่ยังมีเสนาธิการหออีกคนที่คอยฉุดเอาไว้ไม่ให้คุณเธอหักคอรุ่นน้องที่น่ารัก(ตรงไหน)ทิ้งเสีย ที่สำคัญนอกจากคุณเธอจะสวดยาวแล้วยังโดนสั่งลงโทษและโดนจับไปสวดต่อคืนนี้อีก (แงๆ หนูตายแหงเลย จำไว้นะไอ้คนแต่งบ้า แต่งให้ฉันซวยขนาดนี้ ที่ใครที่มันนะฮึ)

 

แล้วนี่ซานัสกับฟรอนเทียร์ไปไหนอะ ไม่เห็นเลยแล้วก็เพราะคำเตือนของเธอคนนี้นี่เองที่ทำให้ทุกคนพึ่งจะคิดได้ว่ายังมีคนอีก 2 คนที่ยังไม่กลับมาจากการไปหาของ และด้วยประการละฉะนี้ทั้งห้องจึงกลับสู่ความวุ่นวายอีกครั้งเพราะตอนนี้ทุกคนไปนั่งจับเข่าคุยกันเรื่องของทั้งคู่

 

 

โอ๊ย ปวดแขนเป็นบ้าเลยนั่นคงเป็นคำบ่นคำแรกหลังจากที่ซานัสตื่นขึ้นมาแล้วก็ตามมาด้วย แล้วไอ้บ้าฟรอนมันหายไปไหนของมันกันเนี่ย

 

หลังจากที่ได้บ่นไปซักพัก แขน 2 ข้างที่เจ้าของบ่นว่าปวดนักปวดหนาก็ถูกใช้ในการพยุงร่างขึ้นมาในสภาพนั่งพิงกำแพง สายตาคู่สีเงินถูกใช้กวาดไปทั่วเพื่อสอดส่องหาสิ่งต่าง และก็ไปสะดุดกับอะไรบางอย่างที่ถูกวางเอาไว้ที่ทางออก 2ขาถูกนำมาเพื่อใช้พยุงตัวขึ้นมายืนเพื่อเข้าไปหาสิ่งที่สงสัย

 

เมื่อเข้ามาใกล้สิ่งที่เห็นมีลักษณะเป็นกล่องสีดำสนิท และที่สำคัญคือมีอยู่ทั้งหมด3กล่อง ถูกเชื่อมกันด้วยเลเซอร์สีน้ำเงินเข้มกลืนไปกับสีของพื้นประมาณว่าถ้าไม่สังเกตดีๆก็คงไม่เห็น มือขวาถูกยื่นเข้าไปเพื่อเตรียมสัมผัสถึงกล่องอะไรบางอย่างแต่ว่า...

เดี๋ยวสิไอ้บ้า อยากตายหรือไง เสียงด่าที่คุ้นเคยกระทบหูทำให้มือที่กำลังเอื้อมเขาไปชะงักก่อนจะชักกลับมาทันที ดวงตาที่เคยจับจ้องอยู่ที่วัตถุปริศนาถูกตวัดไปที่ที่มาของเสียงนั้น

 

เอ้า หายไปไหนมาวะ แล้วไอ้นี่คือฟรอนเทียร์ที่เข้ามาลากไอ้คนที่พึ่งจะฟื้นกลับไปตำแหน่งเดิม ก่อนที่จะกลับมาปลดของที่ตัวเองวางไว้ ก่อนจะเก็บไว้ในกระเป๋าสีดำขนาดเท่ากระดาษA4ที่ตนเอาออกมาจากกระเป๋ากางเกง

 

แต่หน้าแปลกเสียนี่กระไร แทนที่กระเป๋าจะมีการเปลียนแปลง แต่เปล่าเลย กระเป๋าก็ยังคงเหมือนเดิม ไม่มีการเปลียนรูป ไม่มีการเปลียนขนาด และที่สำคัญยังคงแบนเหมือนเดิม ก่อนจะพับกระเป๋าเก็บไว้ที่เดิม(เออดีแฮะๆสงสัยคล้ายกระเป๋าโดเรม่อน อยากได้ซักใบจัง)

 

ไอ้กล่องเนี่ยมันก็คล้ายๆกับระเบิดเวทนั่นแหละแต่ว่ามันถูกตั้งให้ทำงานหากมีการสัมผัสคำอธิบายที่ทำให้คนมือบอนกลับมานั่งจินตนาการถึงเหตุการ์ณที่อาจจะเกิดขึ้นหากเมื่อกี้คู่หูคนนี้มาไม่ทันอัยยะ เกือบไม่มีมือไว้กินข้าวซะแล้ว(คิดได้แค่นี้?)

 

แล้วแกอะเป็นไงมั่งดีขึ้นยังคำถามแบบไม่สนใจเท่าไหร่ของคู่หูหนุ่มทำให้ซานัสต้องระบายยิ้มน้อยๆก่อนจะตอบแบบไม่แคร์ไรเช่นกันก็นะ ตอนนี้ก็หนักเลยล่ะ ดูดิท้องเริ่มร้องแล้วเนี่ย

 

งั้นเดี๋ยวค่อยหาไรกิน ไปเอาของก่อนดีกว่าว่าแล้วมือขวาก็ถูกยื่นเข้าไปเพื่อพยุงร่างเด็กหนุ่มขึ้นมา

 

ฮึ งั้นก็รีบๆไปเหอะหิวจะตายละว่าแล้วมือขวาของซานัสก็คว้าเข้าที่มือที่ถูกยื่นมาเพื่อพยุงตัวขึ้น

 

เมื่อกี้ฉันลองไปเดินสำรวจดูแล้ว ทางขวาประมาณ500เมตรมีประตูอยุ่บานนึง ไม่มีร่องรอยการลงผนึกหรือกับดักเลย แต่ยังไม่ได้ลองเข้าไป เพราะมันน่าสงสัยทั้งคู่ที่ตอนนี้ค่อยเดินตามเส้นทางโดยมีไกด์จำเป็นนำทาง

 

เส้นทางที่เดินผ่านั้นเป็นเส้นทางริมหน้าผา ทางเดินก็กว้างไม่เกิน 1 ฟุต แถมถ้ามองไปด้านล่าง ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว เพราะทันทีที่ก้มลงไปสิ่งที่เห็นก็มีแต่ มืด มืด มืด และโคตรมืด แหม วิวสวยจริงอะไรจริง บวกกับระหว่างทางต้องกางม่านพลังป้องกันแรงดันของน้ำกับแรงดูดลงด้านล่างอีก ถึงจะไม่แรงเท่าตอนที่ตกลงมา แต่ก็ยังมีอยู่ดี สรุปได้คำเดี๋ยวว่าอย่าพามาเดินอีกเลย โคตรลำบากอะ

 

ระยะทางที่เดินมาสร้างความรู้สึกแปลกๆให้กับลูกครึ่งหนุมที่ตอนนี้กำลังสงสัย มันจะเรียกอะไรดีละ สัญชาตญาณหรอ หรือว่าลางสังหรณ์ดีละ

 

สุดท้ายระยะทางในการเดินก็สิ้นสุด สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือประตูกระจกใส พร้อมลูกบิดสีทองอร่าม หลังบานประตูก็ไม่มีอะไรนอกจากทางเดินคล้ายๆกับช่วงแรกคือกำแพงสีดำพร้อมหินสีขาวนวล เมื่อเห็นว่าทุกอย่างดูจะเรียบร้อยแม้จะดูเกินไปแต่ก็ต้องเสี่ยง เพราะเป็นทางเดี่ยวที่มีในตอนนี้นิ

 

ว่าแล้วประตูแก้วตรงหน้าค่อยๆถูกเปิดอย่างช้าๆ  ก่อนขาจะก้าวพาร่าง 2 ร่างเข้าสู่ประตูนั้นไป

 

เส้นทางภายในก็เป็นไปตามที่ได้เห็น ขา 2 ข้างยังคงถูกใช้ในการเคลื่อนที่ไปตามเส้นทาง ที่ดูเหมือนจะค่อยๆมืดลงเรื่อยๆ

 

ที่สุดทางเดินก็พบสิ่งที่ค้นหา ประตูหินอ่อนสวยถูกทำไว้เป็นซุ้มทางเข้าอย่างงดงาม ลวดลายแกะสลักบอกเล่าถึงตำนานบางอย่าง

 

โห ทำทางเข้าหรูขนาดนี้ทำไมไม่ปูพรมแดงด้วยเลยฟะนี่คือความคิดตามสไตล์ของซานัส ส่วนอีกคนหนะหรอ โหทำซะขนาดนี้กับดักแหงม ระวังตัวๆ ระวังตัวเท่านั้นแหละ

 

โถๆๆๆๆ ดูเอาแล้วกันนี่แหละความต่างของสมอง และการคิด เฮ้อ~ หน้าเศร้าจริงๆ ระดับปัญญาช่างต่างกันเสียนี่กระไร ไม่น่าเชื่อว่ามาเป็นเพื่อนกันได้

 

ว่าแล้วทั้งคู่ก็เดินเข้าสู่ประตูโค้งด้วยท่าทางที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว ซานัสที่ตอนนี้เดินไปจิ้มนั่นชมนี่เหมือนเด็กๆที่พ่อพามาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ส่วนฟรอนเทียร์กำลังเดินด้วยอาการที่ดูเหมือนสงบ แต่สายตากวาดไปรอบๆเพื่อเตรียมตัวป้องกันอะไรที่ดูจะเป็นอันตราย

 

ภายในห้องนั้นเป็นห้องทรงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเกือบ 20 เมตรที่กำแพงทำจากคริสตัลสีฟ้าใส ตัวพื้นทำจากหินอ่อนขัดเงางดงาม ตรงกลางห้องมีแท่งหินสีขาวขุ่นอยู่ รอบๆห้องนี่มีชั้นวางของอยู่ยาวตลอดกำแพง และที่ชั้นวางของเหล่านั้น ก็พบไข่มุกสีขาวขุ่นอยู่ จากการคาดคะเนด้วยสายตาแล้ว คาดว่าจะมีอยู่ไม่ต่ำกว่า2000ลูก

 

เยอะอย่างที่นูเอลบอกจริงๆด้วยแล้วทางฟรอนเทียร์ที่คิดได้ดังนั้นก็หันไปถามกับคนที่เดินเล่นไปรอบๆห้องว่า แล้วเราต้องเอาอันไหน แล้วเอาไปกี่อันอะ และด้วยคำถามกระตุ้นสมองข้อนี้จึงทำให้ซานัสหันกลับมานั่งทำภารกิจกันต่อ

 

อืม ไม่รู้ซิ สัก3-4ลูกก็น่าจะพอ ส่วนลูกไหน ไม่รู้อะ หยิบสุ่มละกันและนี่ก็คือคำตอบที่ได้จากซานัส วารีเอโน ทำให้เจ้าของคำถามต้องย้อนถามตัวเองว่านี่ฉันคิดถูกไหมเนี่ยที่ไปถามมัน

 

แปลกๆแฮะๆ รู้สึกเหมือนลืมอะไรไปซักอย่าง ดูเหมือนจะสำคัญด้วย ละมั้ง?’นี่คือความคิดของซานัส แต่แล้วความคิดก็เป็นอันตกไปเพราะถ้าไม่ลืม คนๆนี่เคยคิดอะไรที่ไหน จริงมะ

 

ว่าแล้วมือของซานัสก็ถูกเอื่อมไปที่ไข่มุกที่อยู่ตรงหน้า แต่ก่อนที่จะได้สัมผัส แท่งหินสีขาวตรงกลางห้องก็เรืองแสงสว่างเสียจนต้องหลับตาแถมนำมือมาป้องแสงอีก ไม่นานเกินรอ ร่างของสตรีในชุดสีเดรสสีขาวยาวปิดข้อเท้า ผ้าคลุมไหล่สีขาวดูบางพริ้วไปตามสายน้ำ ผมสีเทาหม่นพริ้วไปกับผ้า ใบหน้าอ่อนวัยราวอายุได้ซัก 30 ฉายแววอ่อนโยนเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าอ่อนกำลังจดจ้องแขกผู้ไม่ได้รับเชิญที่บุกรุกเข้ามา

           

ข้าก็ไม่เคยเข้าไปเหมือนกันรู้แต่ว่าภานในมีกับดักและที่ห้องเก็บไข่มุกก็มีการ์เดี้ยนอยู่เสียงคุ้นเคยของเจ้าหญิงแห่งเงือกวันกลับเข้ามาในสมองอีกครั้ง และนั้นก็ทำให้พวกเขานึกได้ว่า อะไรคือสิ่งที่พวกเขาลืม

 

 

หมายความว่าพวกนั้นยังไม่กลับมาหรอนี่คำแรกที่ออกมาจากปากสาวน้อยต้นเรื่องหลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้น(เกือบ)ทั้งหมด และคำตอบที่ได้กลับมาก็คือการพยักหน้าทั้งห้องโดยมิได้นัดหมาย

 

 แล้วจะเอายังไงต่อไปอะคำถามที่ยังคงไม่มีคำตอบไม่ว่าจากใครก็ตามเพราะถึงแม้อยากจะตอบว่าอย่างนั้นอย่างงี้ แต่ก็ยังต้องรอคำตอบและคำอณุมัติจากคนคนนึงที่ไม่อยู่ในห้องในตอนนี้

 

ก็ต้องไปช่วยพวกนั้นเสี่ยงนิ่งๆเนิ่บๆนั่นชั่งคุ้นเคยเสียนี่กระไร พอหันไปทางประตูที่ถูกเปิดรับผู้มาใหม่ก็พบร่างของหัวหน้าชั้นปี1แห่งหอมังกรทมิฬกำลังยืนเก๊ก(ในสายตาเธอ)อยู่ที่ประตูพร้อมเอกสารอีก 3 ปึก แต่ละปึกก็หนาประมาณ 1500 หน้าเห็นจะได้ถ้าคาดคะเนด้วยสายตา

 

แต่เรื่องที่โรงเรียนล่ะคำถามของกาโอที่ถามเอเรียสนั้นรู้สึกจะเป็นคำถามที่อยู่ในใจของทุกๆคนเพียงแต่ว่าไม่มีคนถามออกมาก็แค่นั้น

 

ฉันจัดการให้แล้ว พวกนายไปกินข้าวกันก่อนเถอะเดี๋ยวจะกลับมาคุยเรื่องนี้กันอีกทีว่าแล้วเจ้าตัวก็ใช้ 2 ขาพาร่างของตัวเองเข้ามาในห้องก่อนจะนั่งลงบนโซฟา โดยปล่อยให้คนอื่นๆออกไปกินข้าว

 

พวกนายก็ไปกินข้าวก่อนเถอะเอเรียสที่ยังคงย้ำ(ไล่)ไม่เลิกทำให้ ทั้ง 4 ต้องเดินออกไปจากห้อง แต่ก่อนที่ร่างสุดท้ายจะออกจากห้อง ก็หันกลับมาก่อนจะเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง

 

ขอบใจนะที่ช่วยฉันไว้น่ะน้ำเสียงใสๆของเมดันล่าก่อนจะเดินออกไปจากห้องทำให้เกิดผลลัพท์มากมาย แต่คงเป็นเพราะเดินออกไปเร็วไปหน่อยจึงไม่ได้เห็นสิ่งอัศจรรย์ที่นานๆจะเกิดขึ้นที

 

หลังจากที่รองหัวหน้าชั้นปีเดินออกไป เอเรียสที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่บนโซฟาก็ค่อยๆคลี่ยิ้มออกช้าๆ ถึงแม้จะไม่ได้มากมายอะไร แต่แค่นี้ แค่เสียงของเธอเท่านั้น ความเหน็ดเหนื่อยทั้งหลายก็พลันสลายไป แต่ต้องเป็นเสียงอันสดใสของเธอต้องเป็นเธอเท่านั้น

 

ไม่ถึง 15 นาทีกลุ่มแรกที่กลับมาที่ห้องก็คือกาโอที่มาพร้อมกับอาเรียแล้วก็ซาเวียร์ ก่อนที่องค์หญิงน้อยของเราจะเข้ามาพร้อมกับถาดอาหารอันประกอบด้วยซุป สลัด ขนมปังและน้ำดื่ม จากนั้นก็ยื่นให้กับเอเรียสพร้อมกับกล่าวว่า

 

อะ ฉันรู้นะว่านายก็ยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เช้า นี่มันก็เกือบบ่าย2แล้ว ทานอะไรซักหน่อยเถอะ

 

เอเรียสก็แค่รับมันมาวางไว้ข้างๆตัวก่อนจะหยิบขนมปังเข้าปากไปคำนึงก่อนจะตักซุปขึ้นทานบ้าง

 

เพียงไม่ถึง10นาทีอาหารตรงหน้าก็ถูกจัดการจนหมดเป็นที่เรียบร้อย และไม่กี่นาทีคนทั้งหลายก็ทยอยกันเข้ามาในห้อง จนเมื่อคนสุดท้ายกลับเข้ามาในห้อง ประเด็นสำคัญก็ถูกเปิดโดยคนที่ไปคุยกับท่านอาจารย์ใหญ่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ก็อย่างที่ได้บอก ฉันไปคุยกับท่านอาจารย์ใหญ่มาแล้ว ท่านก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่ท่านเตือนมาว่าให้รักษาหน้าที่ด้วย เพราฉะนั้น...คงไม่ได้ไปกันทุกคนเสียงอธิบายดูจะสร้างความไม่สบายใจเล็กน้อย เพราะปัญหามันจะอยู่ที่ใครจะอยู่คอยที่นี่

 

ด้วยเหตุนี่เราจึงคัดคนไปซักหน่อย ซึ่งฉันก็ได้เลือกไว้แล้ว เราจะไปกัน 6 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 3 คน กลุ่มแรกคือฉัน อาเรียแล้วก็เมดันล่าเข้าทางประตูตะวันออก อีกกลุ่มคือสไตร์ ไอซิสแล้วก็ลิลลี่แอบเข้าทางประตูทิศเหนือ ส่วนกาโอนายคอยดูแลเรื่องงานต่างๆโดยให้โชแปงคอยช่วย ซาเวียร์ฉันอยากให้นายกลับไปที่ถ้ำดรินเทอรี่อีกครั้งไปเอาของอย่างหนึ่ง เลโอซาโอพวกนาย 2 คนคอยอยู่ที่ริมแม่น้ำ คอยเป็นกำลังเสริมและคอยสนับสนุนตอนเรากลับขึ้นมาคำอธิบายยังคงว่าต่อไปพร้อมกับบางคนเริ่มมีเครื่องหมายคำถาม

 

แล้วเธอไหวแล้วหรอเม พึ่งฟื้นเองนะไอซิสที่หันมาถามซึ่งก็ได้คำตอบที่แฝงความมั่นใจหลายๆเอาไว้

 

อะแน่นอนคำตอบที่ดูจะสร้างความสบายใจให้กับเพื่อน หลังจากนั้นกาโอกับโชแปงก็ไปจัดการเรื่องเอกสาร สไตร์ก็พาไอซิสกับลิลลี่ไปรอในห้องของตนเพื่อเตรียมว่างแผนกัน เลโอกับซาโอก็แยกไปที่ห้องของตนเพื่อจัดการเรื่องกับดักและการสนับสนุน     สุดท้ายก็เหลืออาเรีย ซาเวียร์ เมดันล่าแล้วก็เอเรียสอยู่ในห้อง

 

ซาเวียร์ นายกลับไปหาท่านฮอเรโซ่อีกครั้งเอเรียสที่ไม่รู้อะไรดลใจให้กลับไปที่นั่นอีกครั้ง ทำให้ไอ้คนที่ได้รับหน้าที่ต้องแปลกใจ

 

ไปทำไมอะ จะไปเอาพอริดอตอีกหรอซาเวียร์ที่ไม่เข้าใจแต่ก็ทำได้แค่ถามเพราะถามว่าทำอย่างอื่นได้ไหม ก็คงไม่ได้อะ ใครจะไปขัดความคิดมันได้ ถ้าไม่นับว่าความคิดของมันจะเป็นความคิดที่ดีเกือบที่สุดเสมอละก็มันก็เป็นคนที่น่ากลัวเกือบที่สุดด้วยแหละ

 

ไม่หรอก ของที่ฉันให้นายไปเอานะ มันสำคัญกว่านั้นเยอะน้ำเสียงเย็นๆ สร้างความรู้สึกให้กับทุกคนแบบไม่น่าเชื่อ   คนๆนี้สามารถสร้างรอยยิ้มที่น่ากลัวได้โดยที่ไม่ต้องยิ้ม !!

 
*******************************************************************************************************************

สวัสดีreaderทุกคนครับ ในที่สุดตอนใหม่ก็ออกมาจนได้หลังจากได้ถูกหมกเอาไว้ในคอมหลายเดือนเพื่ออ่านหนังสือ ในที่สุดwriterก็จบช่วงชั้นที่4ซะที่แถมตอนนี้มหาลัยก็มีแล้วทำให้writerมีเวลามานั่งแต่งนิยายมากขึ้น ถึงจะไม่มากแต่ก็พอจะมีบ้าง สุดท้ายผมก็ต้องขอบคุณreaderทุกคนที่ติดตามมาตลอด และยังไม่ลืมนิยายเรื่องนี้ไป
ปล. เผื่อบางท่านจะยังไม่ทราบตอนนี้ผมได้เปลี่ยนชื่อนิยายแล้วนะคับ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

299 ความคิดเห็น

  1. #259 kapook mook (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 มีนาคม 2555 / 15:13
    นึกว่าไรเตอร์โดน_่าหมกป่าซะแว้วววว :")
    เห็นด้วยกับความเห็นที่ 231สุดๆ เพิ่งอ่านใหม่จบ
    #259
    0
  2. #258 LikeCartoon (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555 / 22:57
    สุดท้ายพ่อหนุ่มทั้งสองก็ยังไม่ได้เสด็จกลับโรงเรียนสักที (อนาถจิตแท้)
    #258
    0
  3. #257 Lazy>_<Girl (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555 / 14:21
     ติดมหาลัยแล้วเหรอคะงั้นอายุเราก็น่าจะพอๆกันนะคะ
    #257
    0
  4. #256 falianar (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 / 19:01
    มาแว้ว !!!!
    #256
    0
  5. #255 logan (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 / 16:45
    ไรเตอร์กลับมาแล้ว>_<
    #255
    0
  6. #254 Star Wish (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 / 13:38
    มาต่อเสียที
    ดีใจที่ติดมหาลัยด้วยนะจ๊ะ
    ได้อยู่มอเดียวกันหรือป่าวหว่า 5555
    #254
    0
  7. #253 pond BR. (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 / 13:21

     มาต่อซะที รอนานเลยนะคะอัพเยอะๆน้า
    รออยู่ค่ะ

    #253
    0
  8. #252 plyofana (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555 / 21:56
     แฮะ แฮะ  ไม่ได้อ่านนาน

    อ่านอีกทีไม่รู้เรื่อง จำตัวละครไม่ได้ = =(ซะงั้น!)


    ต้องกลับไปอ่านใหม่ตั้งแต่เริ่มต้นถึงจะเข้าใจ
    #252
    0