~Illusion Wing~ ปีกมายาแห่งฝัน

ตอนที่ 24 : ตื่นมาพร้อมกับความจริง??? 100% (แก้คำผิดแล้วคับ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 228
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 ธ.ค. 54

 

 

ภายในห้องมืด มีเพียงแสงจากเทียน 3-4 เล่มที่ช่วยทำให้ห้องนี้ไม่มืดเสียจนชนกันตาย ร่างหนึ่งที่กำลังนอนสิ้นสติอยู่บนเตียงเรือนผมสีน้ำตาลที่คลี่อยู่บนหมอนสีหม่น ดวงตา 1 คู่ที่ถูกปิดสนิทมายาวนานปรือขึ้นน้อยๆก่อนจะกระพริบถี่ๆจนกลายเป็นลืมขึ้นเต็มที่

 

เมื่อดวงตาสีอำพันถูกลืมขึ้น หน้าที่แรกหลังจากตื่นนอนของมันคือการสอดส่องไปทั่วห้อง เพื่อให้เจ้าของได้รู้ว่าตอนนี้ตนกำลังอยู่คนเดียว แต่หูก็คัดค้านทันทีเมื่อเสียง กริ๊ก! เบาๆกระทบกับโสตประสาต

 

พลันดวงตาคู่สวยก็ตวัดไปทางประตูที่ถูกเปิดอย่างระมัดระวัง เนื่องจากผู้เปิดเกรงว่าจะไปรบกวนผู้ที่คาดว่าจะหลับอยู่

 

ตื่นแล้วหรอ ดีเลยเธอมีเรื่องต้องอธิบายเยอะทีเดียวน้ำเสียงเย็นๆที่เคยนิ่งๆจากผู้มาใหม่บัดนี้มันถูกกดจนคนฟังเสียวสันหลัง แต่กับเธอแล้วมันก็ทำให้ต้องหลบสายตาหวุบทันควัน(ทำไงได้คนมันมีชนักติดหลังนิ -_- )

 

ไม่เอาน่า ฉันพึ่งหายป่วย ไม่คิดจะให้พักกันหน่อยหรอเสียงหวานที่อุทธรณ์ขึ้นแทบจะทันทีที่สิ้นประโยค แต่ก็ถูกขัดทันทีทันควันเช่นกัน

 

อย่าพยายามเลยโจทย์เธอเยอะนะเม ฮึฮึง่าเมื่อเจ๊อาเรียมาพร้อมเสียงเชิงข่มขู่แบบนี้ก็หมายความว่า....ไม่รอดแหง

 

แต่ว่า...แบบ...ขอเวลาหน่อยน่า ง่วงอยู่ง่า ขอนอนหน่อยน้าๆๆๆๆเมื่อเหตุผลใช้ไม่ได้ ง้อเนี่ยแหละที่ครองโลก

 

เสียใจด้วย สงสัยว่าถ้าเธอไม่อธิบายก็คงไม่ได้นอน ถ้าอยากนอนก็รีบๆอธิบายมาซะจะได้ไปนอนซะทีเสียงที่ออกจะงัวเงียจากซาเวียร์ทำให้สาวน้อยที่เป็นจำเลยหูตก (เฮ้ย ฉันไม่ใช่หมานะไอ้คนแต่งโง่)

 

สุดท้ายจำเลยก็ต้องหันหน้าไปขอความช่วยเหลือจากทนายกาโอแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ เงียบ!!.....เงียบชี่!!!....เงียบสนิท!!!!....แง่วสุดท้ายนางเอกของเราก็ต้องโดนซักฟอกจากโจทย์ทั้ง 4อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

 

ทางเดินแสนยาวไกลที่ผ่านมาชั่งเหมือนเป็นกิโล กำแพงด้านข้างเปลี่ยนไปจากสีน้ำเงินเข็ม บัดนี้กลายเป็นสีดำสนิททางเดินที่เดินผ่านมาคดเคี้ยวซะจนปวดหัวแต่ที่หน้าแปลกใจคือเดินมานานพอสมควรแต่กลับไม่เจอยามซักคน ทำให้ทั้ง 2 เริ่มมองหน้ากันแบบไม่แน่ใจแต่ก็ยังคงเดินตามสาวน้อยร่างเล็กต่อไป จนกระทั่ง......

 

นี่นูเอล ทำไมเธอถึงช่วยเราหละฟรอนเทียร์ที่อยากรู้อยากเห็นไปทั่วเอ่ยปากถาม ซึ่งซานัสเองก็สงสัยเช่นกัน ติดหัวมาพอสมควรและ แต่ไม่อยากถามมันดูไม่มีมารยาท แค่เขาช่วยก็ดีละ(จริงๆขี้เกียจถาม)

 

ก็ข้านะ เกลียดไอ้ไข่มุกบ้าๆนี่ ความจริงแล้วไอ้ขี้มุกเนี่ยที่ห้องเก็บก็มีเป็นพัน มันไม่ได้สำคัญอะไรขนาดนั้นหรอก แต่เพราะพวกขุนนางแก่ๆ คร่ำครึนั่นต่างหากที่บอกว่ามันเป็นสิ่งที่สำคัญมากเลยที่จะต้องเก็บไว้อย่างดีพะยะค่ะ ไข่มุกเหล่านี้เป็นดั่งสมบัติจากบรรพบุรุษที่เราในฐานะลูกหลานจะต้องรักษาเอาไว้’”น้ำเสียงยั้วๆของร่างบางทำให้ทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะเงียบเพื่อให้ร่างบางได้สันธยายต่อ

 

เมื่อ 11 ปีก่อน พวกเซ็นทอร์ปลาเคยมาขอไปเช่นกัน เพราะว่าตอนนั้นหัวหน้าเผ่าของพวกเขาป่วยหนักจึงส่งทูตมาขอไข่มุก โดยขอแลกไข่มุกกับของบรรณาการมากมาย ท่านพ่อตัดสินใจว่าจะมอบให้พวกเขาโดยไม่รับของบรรณาการด้วยซ้ำ ท่านพ่อเคยสอนว่า หากใครกำลังลำบากหากไม่เหลือบ่ากว่าแรงเราก็ควรจะช่วยเขา การสร้างมิตรเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมิตรที่ไว้ใจมีค่ากว่าทองคำเป็นหมื่นเป็นแสน เสียงหวานยังคงเล่าต่อไป พร้อมรอยยิ้มน้อยแต่ว่า....

 

แต่เพราะขุนนางพวกนั้นไม่เห็นด้วย ทำให้ท่านพอให้ไปไม่ได้  พวกนั้นหาข้ออ้างมาเป็นร้อยเป็นพันเพื่อไม่ให้ท่านให้ไป สุดท้ายปัญหาก็เกิดขึ้นน้ำเสียงที่เริ่มแข็งกร้าวน้อยๆกลับเงียบลงดวงตาสีมรกตที่สดใสอยู่เสมอหม่นลงน้อยๆ หยาดน้ำตาใสๆเริ่มเกิดขึ้นที่หางตา บรรยากาศแสนเศร้าหมองปกคลุมทั่วพื้นที่ การเดินทางจึงหยุดพักชั่วคราวเนื่องจากร่างบางที่นำหน้าหยุดยืนพิงกำแพง เพื่อพยุงร่างกายที่ไร้ซึ่งเรียวแรงใดๆ

 

สุดท้ายหัวหน้าเผ่าของพวกเซ็นทอร์ปลาก็ตาย แล้วพวกนั้นก็ไม่พอใจ ทำให้หันมาเปิดสงครามกับเราโดยมีลูกชายของหัวหน้าเผ่าคนก่อนเป็นผู้นำ แม้พวกเราจะเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะแต่ความสูญเสียที่เกิดขึ้นก็มากเสียจนพวกเราต้องคิดว่า พวกเราชนะจริงๆหรือ??”น้ำเสียงสั่นเคลือของร่างบางตรงหน้าทำให้ใจของคนคนหนึ่งต้องสั่นไหว เศร้ายามเธอเจ็บและเสียใจ ทำไม!!!!  

 

สงครามไม่เคยสร้างความสุขใจให้กับใคร ไม่มีผู้ชนะ ไม่มีผู้แพ้ เพราะสุดท้ายไม่ว่าใครก็จะต้องสูญเสีย ท่านพ่อเคยบอกไว้ หลังจากหมดสงคราม ความเศร้าโศกก็ดังระงมทั่วดินแดนของเรา ทหารของเราบาดเจ็บล้มตายเป็นพัน แม่ทัพชั้นเอกก็เสียชีวิตไปเป็นสิบและที่สำคัญ เผ่าเงือกต้องสูญเสียราชินีผู้เมตตาและรัชทายาทอันดับหนึ่งผู้เป็นความหวังของเผ่าไปด้วยหยาดน้ำตาน้อยๆถูกกลั่นออกมาเพื่อรักษาแผลใจที่ไม่สามารถลบเลือนได้ ร่างบางถูกตวัดเข้าอ้อมอกแกร่ง ปล่อยน้ำตาให้ไหลรินลงไป

 

ร้องไห้ซะเถอะ ถึงมันจะช่วยอะไรไม่ได้ แต่ร้องออกมาเถอะ จดจำเรื่องราวในอดีต แล้วก้าวข้ามมันไปเพื่ออนาคต อดีตคือกำแพงที่ต้องก้าวผ่าน อนาคตคือสิ่งยาวนานที่เราต้องเจอน้ำเสียงนุ่มของซานัสเป็นดั่งน้ำเย็นที่ปลอบประโลมใจดวงน้อยๆที่ร้อนรุ่ม ไม่นานร่างบางก็เลิกสะอื้น เสียงใสสั้นน้อยลง น้ำตาเริ่มหายไปจากดวงตาคู่สวยเหลือเพียงคราบน้ำตากับตาแดงๆเท่านั้นที่เป็นหลักฐานของสิ่งที่เกิดขึ้น

 

หลังจากนั้นกว่า 5 นาที การเดินทางก็เริ่มอีกครั้ง บรรยากาศแสนจะเงียบเป็นป่าช้าถูกทำลายโดยร่างบางที่กำลังนำอยู่ด้านหน้า

 

พวกเจ้ารู้จักไข่มุกเงือกดีแค่ไหนคำถามของนูเอลทำให้ทั้ง 2 หันมามองหน้าก่อนจะส่ายหน้าจนคอแทบหลุดทั้งคู่

 

แล้วอยากจะรู้ไหมล่ะเสียงใสที่ยังคงไม่ยอมแพ้ แต่สายตาเจ๊แกกลับบอกว่าถ้าไม่อยากรู้พวกแกไม่ได้เห็นวันพรุ่งนี้แน่ ฮึฮึ

 

ง่า น่ากลัวอ่าความคิดของทั้ง 2 ที่ออกจะตรงกันราวกลับเรื่องบังเอิญ ออกมาพร้อมกับเหงือเม็ดโป้งๆ สงสัยอากาศร้อน เดินมาไกล ฮุฮุ

 

ไข่มุกของพวกเราคือก้อนเลือดที่แข็งแล้ว ไม่ใช่เกิดจากหอยมุกปกติทั่วไปอาจารย์วิชาไข่มุกศาสตร์(ชั่วคราว)เริ่มสาธยายวิชา(โดนบังคับให้)เลือกทันที

 

ความตกใจเข้าแทรกแซงสมองของทั่งคู่สำหรับข้อมูลใหม่ที่พึ่งได้รับ สมองเข้าประมวลผลสิ่งต่างๆ แต่ก็ยังมีคนไม่เข้าใจอยู่ดี อะนะ ช่วยไม่ได้คนมันโง่นิ(เค้าไม่เรียกโง่ เข้าเรียกเรียนรู้ช้าๆ แต่มั่นคง 5555)

 

ไข่มุกของนางเงือกนะ เกิดจากเลือดของเหล่านางเงือกที่ถูกบีบอัดด้วยพลังทั้งหมดที่เรามี เพราะฉะนั้นการจะสร้างไข่มุกขึ้นมาสักเม็ดคือการสละชีวิตของตัวเอง เพราะฉะนั้นไข่มุกเหล่านี้คือหยาดเลือดของเหล่าพวกพ้อง แต่อย่าไปคิดอะไรมากเลย เพราะปกติพวกข้าก็สร้างกันจนเป็นประเพณีแล้วละ เมื่อกำลังจะตาย พวกข้าจะทำไข่มุกไว้ให้ลูกหลาน 1 เม็ดเพื่อเป็นเครื่องลางนำโชคร่างบางยังคงอธิบายเพิ่มต่อไป โดยไม่ได้ดูหน้านักเรียนที่น่ารักว่าตอนนี้ทำหน้ายังไง

 

โห แม่คู้นพูดซะขนาดนี้แล้วยังบอกไม่ต้องคิดมาก ไม่ติดว่าเป็นผู้หญิงนะ พ่อจะโบกให้บินเลย

ถ้าพวกเจ้าอยากจะได้ไปนายต้องศึกษามันให้ดีกว่านี้ซะหน่อยนะคำแนะนำจากเจ้าบ้านถือเป็นสิ่งหนึ่งที่ควรใส่ใจ แม้จะดูลำบากซะหน่อยแต่ก็ต้องลองดูแหละ

 

เอิ่ม.........นี่มันที่ไหนอะนูเอลปากของฟรอนเทียร์เริ่มทำงานอีกครั้งหลังจากที่มันปิดสนิทมาพอสมควร

 

เธอมั่นใจหรือปล่าวว่าเรามาถูกทางน้ำเสียงปนไม่แน่ใจของซานัสทำให้ไกด์เจ้าบ้านต้องตวัดตามาค้อนให้ 1 ที่ ทำแก้มป่องก่อนจะตอบไปอย่างมั่นใจว่า............

 

แน่นอน ข้าอยู่นี่มา 16 ปีแล้วนะ แต่........ข้าแค่ไม่ค่อยได้เดินมาก็แค่นั้นเองเสียงอ่อมแอมท้ายๆทำให้ลูกทัวร์ทั้ง 2 อยากเป็นลม

 

เอาน่า ข้าพาไปถูกก็แล้วกันเชื่อมือนูเอลคนนี้ได้เยยน้ำเสียงรื่นเริงปนมั่นใจของแม่เจ้าหญิงคนเก่ง ทำให้ใครหลายคนที่เดินตามปวดหัวจี๊ดก่อนจะเดินตามคุณเธอต่อไป

 

ก็เพราะเชื่อไม่ใช่หรอถึงได้หลงอะ???’เสียงตะโกนก้องในใจของคนข้างหลังทำให้คนข้างหน้าคิ้วกระตุก แต่เป็นข้างซ้าย!! เฮ้ย ซ้ายก็ดีดิ

 

ข้านึกออกแล้วตามมาสิ ทางนี้ๆแล้วแม่คุณก็จ้ำอ้าวไปแบบไม่รอใครที่ไหน น่าจะได้เหรียญทองโอลิมปิกจริงๆ

 

เมื่อซานัสกับฟรอนเทียร์เห็นก็วิ่งตามไป แม้จะไม่ได้ตามติดแต่ก็ไม่ได้ทิ้งห่างจนมองไม่เห็น เหตุผลนะหรอ ไม่เห็นยาก ก็ไอ้คนที่ตาซ้ายกระตุกอะ ทำตาขวา 2 คู่กระตุกถี่ยิบเยยอะ

 

หลังจากทีได้ออกกำลังกายเล็กน้อย ภาพตรงหน้าคือประตูเหล็กสีเงินที่ไม่มีการลงกลอนหรือแม่กุญแจอะไรทั้งนั้น แค่ประตูธรรมด๊าธรรมดา

 

แน่นะนูเอล มันดู......เอิ่ม....ปกติมากฟรอนเทียร์ที่หันมาถามขอความมั่นใจอีกครั้ง ซึ่งก็ได้รับการคอนเฟิร์มจากนูเอลเรียบร้อย

 

หลังจากนี้พวกเจ้าต้องไปกันเองแล้วล่ะ เพราะท่านพ่อไม่เคยให้ข้าเข้าไปรู้แต่ว่าข้างในมีกับดักเอาไว้ แล้วที่ห้องเก็บไข่มุกจะมีการ์เดี้ยนอยู่ด้วย เพราะฉะนั้นก็ขอให้โชคดีแล้วกันเสียงใสกล่าวช้าๆ(แค่เร็ว120กม./ชม.แค่นั้นเอง)เป็นการอำลา ก่อนเตรียมตัวจะหันหลังจากไป ถ้าไม่ติดว่า....

 

มือคู่หนึ่งจาก 2 คู่ถูกเอืมไปขวาหมับเข้าที่ไหล่บางก่อนที่สาวน้อยตรงหน้าจะจากไป ตาสีฟ้าใสประสานกับอีกคู่เขียว รอยยิ้มสดใสตามสไตล์ของซานัส วาริเอโนถูกประดับบนใบหน้าอีกครั้ง

 

รอยยิ้มน้อยจากคู่หูด้านหลังบังเกิดขึ้นพร้อมกับเดินเข้าประตูไปรอด้านใน เพราะรู้ว่าตัวเองคงไม่อยากจะเป็นตัวเกะกะเพื่อนสนิทหรอก

 

ไอ้เขากะซานัสรู้จักกันมาเกือบ 8 ปีพ่อของเค้ากับพ่อของไอ้บ้านี้เป็นเพื่อนกัน จำได้ว่าครั้งแรกที่เจอกันไอ้บ้านั่นทำเค้าเซงมักๆแต่ก็ชั่งมันเหอะ แต่ถ้าไอ้สไตล์สาวละก็รู้ดี เพราะอะไรนะหรอ ก็ไอ้หมอนี่ไปตามจีบแม่ค้าแถวตลาดเกือบ 30 คน แถมทุกคนสไตล์เดียวกันเปะ ไม่รู้คนนี้จะเป็นแบบเดิมหรือป่าว แต่ดูจากตาเยิ้มๆแบบนี้สงสัยจะเอาจริงแฮะ

 

ตัดกลับมาทางด้านนอกประตู ร่างทั้ง 2 ก็ยังคงเหมือนเดิม สภาพเดิมเปะ ทำให้ร่างบางต้องเอ่ยเตือนน้อยๆ

 

นี่ ซานัส มีอะไรป่าว ดวงตาคู่โตสีเขียวทำให้ซานัสเริ่มกลับเข้าสู้ภาวะปกติ เอิ่มมมมมม จะเรียกว่าปกติได้ป่าวก็ไม่รู้สิ

 

คืออออ...แบบบบ...เดี่ยวเธอจะไปไหนอะไอ้บ้าเอ้ย คิดได้ไงวะ นี่บ้านเค้านะเฟ้ยจะให้ไปสวนน้ำมั้ง(ในนี้น้ำก็เยอะจะตายไป แล้วจะไปสวนน้ำทำไมฟะ)

 

ไปสวนสัตว์!!!!”เสียงใสเอ่ยนิ่งแต่เรียกสายตาตื่นๆปนงงๆจากเจ้าของคำถาม

 

เมื่อเห็นคนตรงหน้ากำลังมีเครื่องหมายคำถามตัวโตๆทำให้ร่างเล็กระบายรอยยิ้มออกมาก่อนเสียงหวานจะไขข้อข้องใจให้กับหนุ่มผู้กำลังสงสัย

 

ข้าล้อเล่นน่า เดี่ยวก็เดินไปเรื่อยๆอะ ถึงห้องจะได้ไปนอนต่อเสียงใสเอ่ยพลางปาดน้ำตาน้อยๆออกจากตาคู่สวยก่อนจะขอตัวไปถ้าไม่ติดว่าโดนใครบางตนแย้งไว้ซะก่อน

 

ฉันว่าเธอแกล้งสลบอยู่ตรงนี้ดีกว่า พวกนั้นจะได้ไม่สงสัยด้วย แถมเธอจะได้ไม่ต้องตอบคำถามหน้าเบื่อๆที่จะตามมา แค่บอกว่า สลบไป ไม่ทราบ ไม่รู้ ไม่เห็นคำแนะนำจากปรมาจารย์ในด้านแบบนี้ทำให้ร่างบางพยักหน้าน้อยก่อนจะลงไปนั่งพิงกำแพง แถมหลับไปในไม่ถึงนาที(โหขี้เซาไปไหมเนี่ย)

 

ดวงตาสีฟ้าอ่อนตวัดไปมองร่างบางนั้นอีกครั้ง เพื่อจดจำช่วงเวลาอันแสนสั้นให้ยาวนั้นขึ้นอีกสักพักก่อนจะเดินเข้าไปในประตู แต่ก็ต้องสะดุดค้างไว้ที่หน้าประตู เหมือนพึ่งนึกอะไรได้

 

ร่างบางที่นอนพิงอยู่ที่กำแพงกำลังเผยรอยยิ้มน้อยๆ ลมหายใจสม่ำเสมอบ่งว่าเจ้าตัวกำลังจมอยู่กลับนิทราอันแสนหวาน ใบหน้าหวานทำให้บางคนอดใจไม่ไหวที่จะโฉยพวงแก้มขาวระเรื่อไปสัมผัสอย่างแผ่วเบา

 

หลังจากสัมผัสเบาที่แก้มวิ่งเข้าสู่สมอง ร่างบางก็ลืมตาขึ้นโดยลืมไปแล้วว่าตนกำลังแกล้งหลับอยู่(เฮ้ย บอกให้หลับ มาแกล้งหลับได้ไง คนแต่งสั่งนะเฟ้ย) ดวงตาสีเขียวอ่อนตวัดไปมองใครสักคนที่น่าจะผู้ฉวยโอกาศเมื่อสักครู่ แต่ช้าไปแล้ว เมื่อตัวการหายแว้บเข้าไปหลังประตูตามเพื่อนสนิทเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว

 

รอยยิ้มบางระบายออกมือขาวเนียนตวัดขึ้นมาสัมผัสที่แก้มเบา ดวงตาคู่สวยค่อยแปรจากความตกใจกลายเป็นเปล่งประกายสดใส

 

สุดท้ายร่างบางก็ปิดตาลงช้าๆอย่างเหนื่อยอ่อนก่อนจะเข้าสู่ห่วงนิทราที่แท้จริงไป รอยยิ้มสดใสยังคงประดับอยู่บนใบหน้าสวย

 

 

ภายในห้องพักของรองประธานสาวแห่งหอมังกรรัตติกาล ร่างสี่ร่างที่กำลังนั่งล้อม ร่างอีกร่างหนึ่งอยู่ตรงกลาง ถ้าให้เดาง่ายๆ คนกลางก็ต้องเป็นใครซักคนที่กำลังโดนซักฟอกอย่างละเอียดอยู่แหงมๆ

 

สรุปจะเล่าไหมเนี่ย นั่งมานานแล้วนะเสียงหวานปนแหวๆของเจ๊โหดประจำกลุ่ม(แบบที่ซาเวียร์ชอบเรียกประจำ)ทำให้ร่างบางตรงกลางเงยหน้าช้าๆ สิ่งที่เห้นทำให้คนถามต้องตกใจ เพราะดวงตาสีทองที่ปรือขึ้นช้าๆ อย่างัวเงียทำให้อารมณ์ของคนที่ใจร้อนอยู่พุ่งทะลุปลอด

 

เมมมมมมมม..........จะหลับอีกนานม้ายยยยยยยยยยยยยยยยความดังกว่า350เดซิเบลทำให้ร่างบางผงะขึ้นก่อนจะหันมายิ้มๆแหยๆให้ก่อนจะชี้งึกไปทางขวามือที่มีใครแอบนั่งสับปะหงกอยู่เช่นกัน

           

ไอ้ซาเวียยยยยยยยยยร์เสียงที่ยังคงความดังไว้ดังเกลือรักษาความเค็มไม่อาจทำให้ร่างตรงหน้าที่กำลังหลับอยู่ลืมตาขึ้นมาได้ นาฬิกาปลุกจำเป็นจึงได้เปลี่ยนวิธีในแบบที่คนที่เหลือเหงื่อแตก(เอิ่มเว้นเอเรียสไว้สักคนก็ได้นะ เพราะพี่แกไม่เคยรู้สึกอะไรอยู่แว้ว)

           

อาเรียที่หยิบเคียวสีดำสนิทขื้นมาควงเล่นรอจังหวะสำหรับฟันฉับเรียบร้อย ใบมีดสะท้อนแสงเทียนอวดแสงยานุภาพในการเฉือน ร่างบางตวัดเคียวสีดำสนิทเข้าที่คอของเด็กหนุ่มผู้อยู่ในนิทรา ขณะที่ผู้รับชมได้แต่สวดมนต์ให้ไปที่ชอบๆ

 

อ๊ากยัยบ้า นี่มันเคียวนะไม่ใช่พัดไม่ต้องมาโบกถ้ามันเกิดเจื๋อนคอฉันแล้วจะทำไง เธอจะทำให้สาวๆเกือบทั้งโลกเสียใจไม่ได้นะรู้ไม๊เสียงแหกปากของเจ้าชายติงต๋องแห่งสกาไลต์ทำให้เคียวสีดำหยุดก่อนจะถึงคอของเจ้าแบบเส้นยาแดงผ่าแปดเลยทีเดียว ตาสีแดงคู่นั้นตัดกับใบหน้าที่ตอนนี้ขาวซีดขึ้นเยอะ

           

หลังจากที่เจ้าตัวแสบตื่นขึ้นมาเป็นที่เรียบร้อย ตาคู่เขียวดุตวัดกลับมามองจำเลยที่ทำท่าจะหลับต่อ แต่พอเหล่ไปมองเคียวสีดำในมือแล้ว ต้องเปลียนใจกระทันหัน เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เคียว=กาแฟ???

 

เอาหล่ะที่นี้เล่าได้แล้วเสียงใสๆที่ตอนนี้ออกจะดุน้อยๆ ทำให้ร่างบางนิ้มแฮะๆ ก่อนจะเอยปากเล่าเสียที

 

ก็.............ของฉันคล้ายกับของเอเรียสอยากรู้ไรถามมันฉึก..ฉึก..ฉึก ดวงตาคมสีฟ้าตวัดมาดั่งคมมีดเข้าปาดคอ ใบหน้าที่เคยเย็นตอนนี้กลายเป็นติดลบ เมดันล่าทำได้แค่ก้มหน้างุดพร้อมกลับกลืนน้ำลายสัก 2-3 ที

 

นี่ฉันพูดไรออกไป ดู้ดู ถ้าตามันเป็นมีดฉันคงตายไปแล้ว เล่นเฉือนขนาดนี้  ฮึกฮึก พ่อจ๋าแม่จ๋า อย่าให้มันฆ่านู๋น้าเสียงสะอื่นในใจของเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนไม่อาจทำให้ดวงตาคู่สวยที่กำลังเชือดเฉือนเธอน้อยลง แถมรู้สึกมันจะเยอะขึ้นอีกด้วย

           

เธอก็เผ่ามังกรเหมือนกันหรอน้ำเสียงที่ดูแปลกใจเล็กน้อยของกาโอ ทำให้เมดันล่าสงสัยเล็กน้อย ใช่แค่เล็กน้อยจิงๆ

 

ดูไม่ค่อยจะตกใจเลยนะ สงสัยจะรู้จากเอเรียสกันมาบางแล้วละมั้งร่างบางที่ได้แต่คิดในใจก่อนจะเหลือบตาไปทางแพะแช่แข็งที่เธอเพิ่งโยนเรื่องไปให้

 

ไม่หรอกๆ ฉันคงมิบังอาจไปเทียบเคียงกับเทพชั้นสูงแบบนั้นหรอก ฉันมันก็แค่เหยี่ยววายุธรรมดาๆ ใครจะไปหรู เริ่ด เชิด หยิ่งแปบ.....คนแถวนี้กันน้ำเสียงงอนๆของนางเอกเราพลางเหลือบตาไปมองผู้ถูกพาดพิงเล็กน้อย แต่ก็โดนเหล่กลับมาหมือนกัน

           

หลังจากที่ได้เข้าใจกันเพิ่มอีกนิด ก็มีสายตา 2 คู่ที่ตวัดตามามองกับผู้ถูกกล่าวถึง แต่พอเห็นดวงตาคู่นั้นแล้วก็..... แง้ อย่าทำไรพวกนู๋น้า พวกนู๋กลัวแล้ว จะไม่ดื้อไม่ซน ไม่งอแงด้วย

           

เอเรียสก็ตวัดตาหันไปมองรายตัวซึ่งแต่ละคนก็หลบตากันงุดๆ ไม่รู้หลบทำไม??? ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยปากที่พี่แกเงียบมานาน แต่สิ่งที่ออกมามัน.....

           

ถามกาโอเอา ฉันเล่าไปหมดแล้วหลังจากที่พูดเสร็จเอเรียสก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปทันที สายตาเย็นจากตาสีไพรินคู่นั้นทำให้ไม่มีใครกล้าไปตอแย ทำให้สายตาอยากรู้อยากเห็น 2 คู่ตวัดมาที่แพะอีกคน

 

กาโอเองก็อยากจะตวัดตาดุไปจ้องแพะคนแรกเหมือนกับที่เอเรียสใช้กับเมดันล่าเหมือนกันหนะนะแต่ว่า...ขืนเขาใช้ละก็ โดนเชือดหยังเขียดแหงแซะ เพราะงั้นไม่ดีกว่า

           

กาโอที่ถูกทั้งอาเรียและซาเวียร์จ้องหนักเข้าสุดท้าย จึงทำได้แค่ถอนหายใจสักทีแล้วก็พยักหน้าอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

ไอ้พวกนี้ มันจะโยนขี้กันง่ายไปละน้า~’น้ำตาตกในพลางบ่นไปโดยไม่มีใครได้ยิน สุดท้ายก็มีคนบ้า 2 คนตามตื้อ 1 คนหนีไปไหนไม่รู้ อีกคนกำลังนั่งมองเขาสลับกับจอมตื้ออีก 2 พลางหัวเราะไปราวกับนั่งดูตลกขำขันวันเสาร์ซะงั้น สรุปนี่เขากำลังคบกับคนบ้าใช่ไหมอะ คิดแล้วเศร้า

 

ในห้องสมุดต้องห้ามของโรงเรียนเอ็กคาร์เซีย บรรยากาศวังเวงราวกับป่าช้า ความมืดที่ปกคลุมอยู่ถูกทำลายลงด้วยแสงอ่อนจากตะเกียงโบราณที่แสนน่ากลัว ยิ่งเมื่อเห็นร่างที่ถืออยู่แล้วอยากวิ่งป่าราบ ร่างสูงราว 160 กว่าๆในชุดคลุมสีทะมึนทำให้เห็นแค่มือเหี่ยวย่นราวกลับคนแก่อายุซัก 350 หลังที่โก่งพร้อมไม้เท้าคู่ใจทำให้พอคาดการได้ว่าเป็นผู้ชราแน่นอน แค่ไม่รู้จะบอกอายุเท่าไหร่ดี

 

สวัสดีขอรับท่านฮอซ ไม่ทราบว่าท่านมีธุระอะไรงั้นรึน้ำเสียงทักทายของชายในมุมมืดทำให้ร่างใรชุดคลุมชะงักก่อนจะหันไปทางต้นเสียง

 

อะไรกัน เดี๋ยวนี้ข้าแค่จะมาหาลูกศิษย์ก็จำเป็นต้องมีธุระงั้นหรอคำตอบของผู้ชราที่ไม่อาจคาดการอายุได้ทำให้เจ้าของเสียงลึกลับหัวเราะน้อยๆก่อนจะเผยตัวออกมา

 

ก็ปกติคนที่จะมาเยียมลูกศิษย์รูปหล่ออย่างผมจะมีแค่ท่านคาราเลียเท่านั้นนิคับ ไม่ยักรู้ว่าท่านเทพแห่งความตายจะมีเวลามาเยียมลูกศิษย์คนนี้ด้วย มีอะไรให้ผมรับใช้งั้นหรอคับน้ำเสียงแสร้งเสียใจบ้างของผู้เผยตัว ทำให้ผู้เป็นอาจารย์ต้องยิ้มเหี้ยม

 

ฮึฮึ ฟรานซิสต์ ข้าก็แค่มาเติมสิ่งบางสิ่งให้มันครบถ้วนก็เท่านั้นสิ้นเสียงก็ยื่นหนังสือเล่มหนึ่งให้กับท่านอาจารย์ใหญ่แห่งโรงเรียนเอ็กคาร์เซีย

           

นำหนังสือเล่มนี้ไปวางไว้ที่ล็อค 7-6B อีกไม่นานจะมีคนที่ถูกเลือกมานำมันออกไปสู่โลกภายนอกพร้อมกับที่เสียงร่ำร้องของเหล่าใบไม้จะดังขึ้นเพื่อเป็นสัญญาณแห่ง.......ความตายความนิ่งและเย็นเยียบของเสียงที่ออกมาจากปากของผู้เป็นถึงเทพแห่งความตายมันชั่ง...น่ากลัว ความหวาดหวั่นวิ่งเข้าสู่สมองของใครก็ตามที่ได้ยินสิ่งนี้

 

ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศโดยรอบ ดวงตานิ่งสงบ 2 คู่ที่ประสานกัน ราวกับกำลังสื่อถึงบางสิ่งที่ไม่ควรจะมีคนอื่นรู้ ความลับที่ไม่อาจแพร่งพราย ความลับที่จะต้องเดินต่อไปโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

 

ขอรับ ข้าจะจัดการให้ฟรานซิสต์ที่รับมันมากล่าวเบาหวิวก่อนจะเดินจากไป โดยไม่หันกลับมาหรือพูดอะไรอีกเลย

 

ข้ารู้ว่ามันน่าเศร้า แต่ในเมื่อท่านผู้นั้นได้กำหนดไว้ขอให้เชื่อ เชื่อในสิ่งที่ผู้นั้นคิด เชื่อในสิ่งที่ท่านผู้นั้นทำน้ำเสียงที่แสนเศร้าสร้อยของชายผู้เป็น 1 ในดินแดนแห่งความตาย บุรุษผู้อยู่เหนือคำว่าชีวิต ราวกลับกำลังปลอบตัวเองในสิ่งที่ไม่อาจจะช่วยได้ แค่เฝ้ามองและทำให้เป็นไป ได้แค่นั้นจริงๆ

 

สัมผัสเบาๆที่ไหล่ก่อนที่เสียงใสจะดังขึ้นเบาเพื่อเป็นกำลังใจ สัมผัสที่อบอุ่นและให้กำลังใจเขาเสมอมา

 

ไม่ต้องห่วงหรอก ยังไงพวกเขาก็จะต้องผ่านเรื่องนี้ไปได้เจ้าของเสียงใสปรากฏกายขึ้นเคียงข้างร่างของผู้อยู่ก่อนแล้ว

 

ไปกันเถอะที่เหลือก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามสิ่งที่ท่านผู้นั้นหวังไว้ละนะน้ำเสียงเข้มว่าก่อนที่จะหายไปในมุมมืดที่ไม่น่าจะมีอะไร

 

ฮึฮึ ท่านฮอซ ขอให้รู้ไว้ว่าท่านผู้นั้นไม่ได้หวัง ท่านผู้นั้นขีดเขียนให้ชะตาเป็นไปตามที่ต้องการต่างหากร่างบางว่าพลางหายไปบ้างปล่อยให้ความมืดเข้าปกคลุมห้องสมุดแห่งนั้น....อีกครั้ง

 

 ******************************************************************
สวัสดีreaderทุกคนคับ หลังจากหายหัวไปนานในที่สุดwriterก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกับนางเอกที่น่ารักของเรา ตอนนี้ออกมาเป็นของขวัญreaderทั้งหลายที่กำลังจะเปิดเทอม(writerก็ด้วย^.^) แถมด้วยเป็นวันพ่ออีกตั่งหาก ขอบคุณreaderทุกคนที่ติดตามนิยายเรื่องนี้มาโดยตลอดหากมีข้อติชมใดๆเชิญได้เต็มที่ writerขอน้อมรับด้วยความเต็มใจ สุดท้ายช่วงนี้น้ำท่วมก็ลดแล้วแต่สำหรับบางคนที่ยังไม่ลดwriterขอเป็นกำลังใจให้นะคับ สู้ๆ~

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

299 ความคิดเห็น

  1. #251 Lazy>_<Girl (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555 / 14:21
     โบ้ยกันง่ายๆเลยนะเนี่ย
    #251
    0
  2. #250 LikeCartoon (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2554 / 22:53
    สมกับเป็นเม เหอๆๆ
    #250
    0
  3. #249 logan (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2554 / 18:02
    สู้ สู้^^
    #249
    0
  4. #248 น้ำค้าง (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2554 / 15:33

    สนุกมาครับ มาต่อเร็ซๆนะครับ

    #248
    0
  5. #247 pond BR. (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2554 / 13:23
    ต่อเร็วๆนะคะ
    เรื่องนี้อัพช้า(มาก)แต่ก็สนุกนะ
    #247
    0
  6. วันที่ 6 ธันวาคม 2554 / 01:24
    สนุกมากๆค่ะ มาต่อเร็วๆนะค่ะ
    #246
    0
  7. #245 LiKa (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2554 / 18:34
    ขอบคุณที่มาต่อนะค่ะ สนุกมาก แต่หายไปซะนานเลย นี่อ่านจบไป 3 รอบละ
    #245
    0