~Illusion Wing~ ปีกมายาแห่งฝัน

ตอนที่ 11 : ลอบทำร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 468
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    30 มี.ค. 54

 

 

หลังจากที่นักฆ่าสาวแยกออกไปแล้ว ทั้งหมดก็ได้ฤกษ์เดินทางกันต่อไป เอเรียสที่เป็นคนแนะนำมาก็ทำหน้าที่เป็นคนนำทางที่ไม่ค่อยเข้าทีนัก เพราะไกด์คนนี้ไม่เคยเปิดปากมาอธิบายสิ่งใดกับลูกทัวร์ของเขาเลย

 

ในขณะที่อีก 4 คนที่เหลือได้แต่มองหน้ากันอย่างจนใจ เพราะคงไม่มีใครรู้ว่า องครักษ์หนุ่มจะพาไปที่ไหน และที่สำคัญ ทำไมถึงพาไป

 

หลังจากเดินไปกันได้จนถึงชายป่า ผู้ที่ช่างสงสัยที่สุดก็ถามขึ้นหลังจากเดินตามกันมาเกือบ 20 นาที

 

“ เอเรียส แกจะพาไปไหนวะ ” เจ้าชายจากสกาไลต์เอ่ยถามองครักษ์ของตนที่พาเดินเข้าสู่ชายขอบของป่าเงา ( ป่าเงาเป็นป่าของเอ็กคาร์เซีย เป็นพื้นที่ชายแดนระหว่างเอ็กคาร์เซียกับซโคต้า ว่ากันว่าป่าแห่งนี้เป็นป่าอาถรรพ์ ผู้ที่หลงเข้ามาในนี้จะได้รับการทดสอบจากปีศาจเงา ปีศาจเงาเป็นเผ่าปีศาจชั้นสูงที่ได้รับความไว้วางใจจากเผ่าต่างๆ เข้ามาคอยรักษาสมบัติบางอย่างที่อยู่ภายในป่า หากผู้ใดผ่านการทดสอบทั้งหมดจะสามารถเข้าถึงสมบัติชิ้นนี้ได้ แต่หากไม่สามารถผ่านไปได้จะต้องหลงอยู่ภายในป่านี้ ตลอดกาล )

 

“ พาไปดูทะเลสาบสีนิล ” เสียงเรียบๆ จากคนนำหน้าที่ตอบกลับมาโดยไม่หันมามองทำให้อาเรียและซาเวียร์มีเครื่องหมายคำถามตัวมหึมา “ ทะเลสาบสีนิล ?

 

แต่สำหรับกาโอมันไม่เหมือนกัน ทำไมเขาจะไม่รู้จักทะเลสาบแห่งนี้ จริงๆ แล้วทะเลสาบแห่งนี้คนที่รู้จักมันมีน้อยนัก เพราะว่าทะเลสาบแห่งนี้อยู่ภายในป่าเงาน่ะสิ! แล้วที่เขาไปรู้จักมันได้เพราะเขาเคยออกมาจากป่าแห่งนั้นแล้วน่ะสิ!

 

คนที่ผ่านการทดสอบจากป่าเงาได้นั้นไม่ได้มีเยอะมากนักเพราะคนที่สามารถผ่านการทดสอบต้องไม่ใช่แค่พลังเยอะ ความสามารถมาก แต่ต้องมีสติปัญญาอันเฉียบแหลม แถมยังมีสามารถพิจารณาเหตุการณ์ให้ถูกต้อง รวมถึงการทดสอบจิตใจด้วย

 

เขารู้ดีว่าการฝ่าป่าแห่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เขาก็ฝ่ามาแล้วและเขารู้ดีว่าหากเข้าไปตอนนี้คนที่จะไม่ผ่านก็คือซาเวียร์กับอาเรีย เขาไม่ได้ดูถูกพวกเธอ แต่จากการทดสอบที่ผ่านมาทำให้เขารู้ดีว่าการทดสอบนี้เป็นเช่นไรเขามั่นใจในฝีมือของทั้งสองว่าสามารถผ่านมันไปได้อยู่แล้ว แต่ตอนนี้อาเรียกับซาเวียร์คงไม่สามารถที่จะผ่านการทดสอบทางจิตใจไปได้แน่

 

“ แล้วที่นั่นมีอะไรพิเศษหรอ ทำไมต้องพาไปดูด้วยล่ะ ” อาเรียที่เริ่มหอบมากขึ้นเรื่อยๆ ถามขึ้นมา

 

อันที่จริงที่เธอหอบแบบนี้ไม่ใช่เพราะเดินมาเหนื่อยหรอกนะ แต่สภาพอากาศที่มีไอมนตราหนาแน่นขนาดนี้แถมยังมีสัตว์ต่างๆ มากมายที่บุกเข้ามาโจมตีเรื่อยๆ แถมแต่ละตัวที่บุกเข้ามาก็ไม่ใช่กระจอก ถือว่าอยู่ในระดับสูงๆ ทั้งนั้น

 

เอเรียสก็ไม่ได้ตอบอะไรเพิ่มเติมแต่หยุดเดินกะทันหัน ทำให้คนที่เดินตามหลังกันมาเบรกตัวโก่ง

 

“ อะไรวะเอเรียส คิดจะหยุดก็หยุด วันหลังบอกกันหน่อยดิ ” เสียงโวยวายจากซาเวียร์ที่เบรกเกือบไม่ทัน

 

“ ถึงแล้วล่ะ ” เสียงนิ่มๆ จากเอเรียสที่ตอนนี้อยู่ใต้ต้นฟากูลต์ ( ฟากูลต์เป็นต้นไม้หายาก จะพบได้ที่ในป่าลึกเท่านั้น ใบของมันสามารถนำมาสกัดเป็นยาเพิ่มพลังเวทได้แต่การสกัดนั้นยากมีวิธีการเฉพาะ เพราะฉะนั้นส่วนใหญ่ที่ทำได้ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันปรุงยาโดยเฉพาะ ) เอ่ยขึ้นพลางมองไปยังทะเลสาบที่ว่า

 

ความงามจากทะเลสาบตรงหน้าทำให้ดวงตาทุกคู่เบิกขึ้น แม้แต่กาโอ แม้เขาจะเคยเข้าในป่าเงาแต่เขาไม่เคยเจอที่แบบนี้เลย

 

ทะเลสาบตรงหน้ามีขนาดประมาณ 2 สนามฟุตบอล น้ำสีดำสนิท  รอบๆ ทะเลสาบมีพุ่มไม้เบอรี่ขนาดเล็กสีแดงสดจำนวนมาก ในทะเลสาบมีทั้งสัตว์น้ำขนาดเล็กไปจนถึงปลาขนาดใหญ่ แถมยังมีทุ่งดอกซาช่าสีขาวกว้างสุดลูกหูลูกตาอีก เป็นภาพที่สวยงามไม่น้อยเลยทีเดียว

 

เอเรียสหันเข้าไปมองทางป่าอีกครั้งก่อนจะพูดออกมาแบบไร้จุดหมายว่าจะสื่อสารไปถึงใคร ทำให้คนที่เหลือได้แต่หันมองผู้พูดแบบแปลกๆ เอาละ ออกมาได้แล้ว พวกเรารู้ว่าแกตามมา แล้วคำตอบก็เผยออกมาพร้อมกับกลุ่มคนประมาณ 4-5 คน ในชุดทั่วๆ ไป ดูจากรูปร่างแล้วน่าจะเป็นผู้ชายล้วน

 

พวกแกนี่โง่เนอะกว่าจะรู้ตัวก็มาถึงแถวนี้แล้ว เงียบๆ แบบนี้ใครจะไปช่วยพวกแกได้ เดี๋ยวพวกแกศพไม่สวยแน่ แต่ข้าเปิดโอกาสให้สาวๆ ถ้าลองขอดีๆ ข้าอาจเอาพวกเจ้ามาเป็นของข้ามากกว่าจะเอามาทำศพก็ได้นะ ชาย 1 ใน 5 ที่ดูแล้วเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มอะไรประมาณนี้ พูดกับเอเรียสก่อนจะหันไปยักคิ้วน้อยๆ ให้กับ 2 สาว

 

เงียบคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ เพราะขณะนี้ทุกคนกำลังตกอยู่ในความคิดของตนเอง สำหรับดาเนียตอนนี้กำลังนั่งดูทะเลสาบตรงหน้าแบบไม่สนใจใคร ซาเวียร์กับอาเรียกำลังมีอารมณ์อยากฆ่าคนโดยเฉพาะอาเรียที่ดูเจ๊แกแผ่รังสีอำมหิตออกมารอบๆ ตัว สงสัยเพราะคำพูดของหัวหน้ากลุ่มของแขกที่ไม่ได้รับเชิญ

 

กาโอที่ตอนนี่กำลังนั่งคิดถึงเหตุการณ์ต่างๆ รอบตัว แล้วก็หาเหตุผลสำหรับเรื่องเหล่านี้ เอเรียสนั้นดูจะเป็นคนเดียวที่ให้ความสนใจกับกลุ่มคนตรงหน้าเพราะเขาเป็นคนเรียกพวกนี้ออกมาเพราะงั้นเขาจึงจะสาวเรื่องต่อให้จบแต่....

 

นี่พวกแกอยากตายมากใช่มะ ถึงมาพูดอย่างนี้กับฉันเนี่ย อาเรียทีตอนนี้เข้าสู่โหมดสังหารโดยสมบูรณ์ตะโกนไปหากลุ่มแขกผู้หาเรื่อง พร้อมรอยยิ้มเหี้ยมที่ทำให้ซาเวียร์ที่อยู่ข้างๆ เริ่มเหงื่อแตก

 

แล้วก็เป็นดังคาดเมื่อไม่ทันที่ซาเวียร์จะได้ห้ามปรามสิ่งใด คฑาสีดำสนิทนามปีกรัตติกาลถูกดึงออกมาจากห้วงมิติ พร้อมกับที่หัวลูกแก้วสีเงินจะสว่างวาบเล็กน้อย ไม่ทันไรแรงกดดันมหาศาลที่ไม่ทราบที่มาก็กดไปที่กลุ่มชายผู้เป็นอริ ทำให้ทั้ง 5 ทรุดลงไปนั่งคุกเข่า กางอาณาเขตต่ิต้านอย่างเต็มแรงแต่ก็ไม่อาจสู้ยมทูตอัจฉริยะผู้นี้ไปได้

 

ฉันขอแนะนำนะ ขอโทษเจ๊แกไปซะดีกว่า ไม่งั้นนายอาจจะไม่ได้เห็นวันพรุ่งนี้ก็ได้นะ คำแนะนำจากซาเวียร์รู้สึกว่าจะไม่ได้เข้าหูผู้ที่กำลังกางอาณาเขตอย่างแข็งขันเลยสักนิด แต่เรียกแววตาเย็นจากเจ๊คนนั้นได้ไม่ยาก

 

แกคิดว่าแค่นี้จะเอาพวกเราอยู่หรอ เดี๋ยวลูกน้องข้าอีกเกือบ 30 จะมาฉีกพวกแกเป็นชิ้นๆ แน่คำขู่ที่ดูก็รู้ว่าฝืนพูดเต็มกลืนดูเหมือนจะไม่ทำให้เด็กน้อยทั้ง 5 สนใจเลย

 

หลังจากจบคำพูดไปนานก็ไม่เห็นจะมีอะไรเกิดขึ้น ทำเอาความมั่นใจจากชายผู้เป็นหัวหน้าหายวูบไปทันที แววตาตกใจทำให้เห็นว่าคงจะมีอะไรไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้สิท่า

 

ไหนล่ะที่โม้เอาไว้อ่ะ ไม่เห็นจะมีอะไรเลย ซาเวียร์ที่มองซ้ายมองขวาไปมาเอ่ยถามหาคน 30 คน ที่อีกฝ่ายบอกไปเมื่อกี๊

 

เอาล่ะ มาจบๆ สิ่งที่ทำไว้เสียทีนะ ว่าแล้วหัวคฑาก็เรืองแสงน้อยๆ แรงกดดันเมื่อกี๊ก็หายไป แต่สายน้ำจากทะเลสาบสีนิลลอยขึ้นมาเป็นลิ่มน้ำแข็งบางๆ แต่คมและแข็งแรงดังเพชร ก่อนจะคร่าวิญญาณของแขกผู้มิได้รับเชิญทั้งหลายไป เหลือไว้แต่คนที่เป็นหัวหน้าเท่านั้น

 

ไม่ต้องห่วง ฉันจะทำให้นายทรมานกว่าพวกนั้นเป็นร้อยเท่าเลย ฮึๆ แล้วรอยยิ้มมัจจุราชพร้อมกับน้ำเสียงหวานๆ ชวนขนลุกที่ทำให้คนได้ยินเสียวสันหลังวูบ

 

ร่างของผู้บุกรุกที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวสั่นเทิ้มด้วยความกลัว ดวงหน้าซีดเซียวไร้สีแดงฝาด ดวงตาเบิกขึ้นอย่างตกใจ ปากสั่นๆ นั่นมีคำพูดมากมายที่ดูเหมือนเป็นการร้องขอชีวิต

 

ลูกแก้วของปีกรัตติกาลทอแสงอีกครั้งก่อนไอสีดำสนิทจะแผ่เข้าคลุมร่างของเหยื่อผู้หน้าสงสารเสียมิดจนไม่อาจมองเห็นภายในได้ รู้แต่ว่าเสียงร้องโหยหวนจากภายในทำให้คนข้างนอกชักไม่อยากเห็นเสียแล้ว!

 

อ๊ากกกกกกกกกกก ข้ายอมแล้วจะให้ข้าทำอะไรก็ได้ หยุดเถอะ หยุดดดดดด เสียงโหยหวนร้องขอชีวิตจากภายในทำให้ไอสีดำที่ปกคลุมร่างนั้นค่อยๆ จางลง ก่อนจะหายไปทิ้งไว้แค่เพียงร่างที่บัดนี้กำลังกระตุกอย่างรุนแรง ปากที่ซีดเซียวสั่นเทิ้มขยับหมุบหมิบไปมาราวกับคนเสียสติ

 

ว่ามา ใครเป็นคนสั่งให้แกมา แล้วเป้าหมายของแกเป็นใครอาเรียที่กำลังกระชากคอเสื้อขึ้นมาตะคอกถาม ร่างที่กำลังสั่นอยู่ตอบสวนกลับมาแทบจะทันที

 

ซาคัส นากาเรีย เขาสั่งฆ่าองค์ชายกาโอแห่งโลนิค

 

รองแม่ทัพหน่วยที่ 3 ของโลนิคนะหรอกาโอที่กำลังฟังอยู่ถึงกับตกใจ เนื่องจากไม่คิดว่าจะเป็นคนของตนแถมเป้าหมายยังเป็นตนเองอีก

 

แล้วจะเอายังไงกับหมอนี่ละ ฆ่าทิ้งเลยมะ เสียงทีเล่นทีจริงจากซาเวียร์ทำให้ร่างของคนที่หยุดสั่นไปแล้วกระตุกขึ้นกระทันหัน ก่อนจะหันไปมองเจ้าของความคิด

 

อย่าพึ่งเลย เก็บหมอนี่ไว้เป็นพยานก่อนแล้วกัน เอเรียสที่ปล่อยให้องค์หญิงจากซโคต้าแสดงฝีมือไปแล้วเอ่ยทักไว้ก่อน ทำเอาผู้รอดตายแทบจะเข้าไปกราบ

 

งั้นฝากเอเรียสเก็บเข้าคุกมิติไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวฉันจะเอาไปจัดการต่อที่โลนิคเอง กาโอที่ใช้ความคิดมานานก็ฝากไว้กับเอเรียสก่อน

 

แล้วนี่ยัยองครักษ์บ้าของฉันไปไหนแล้วเนี่ยไม่เห็นมาซะที ซาเวียร์ที่ชักเริ่มงงๆ ว่าเมดันล่าหายไปไหนตั้งนานก็เอ่ยถามกับคนที่น่าจะรู้เรื่องที่สุด

 

จะออกมามั้ย หรือจะให้ไปลากออกมา เอเรียสที่เอ่ยถามเสียงเย็นไปทางป่าที่อยู่ด้านหลังท่ามกลางสายตางงๆ ของคนอื่น แล้วไม่นานร่างบางที่หายไปนานตั้งแต่ตอนอยู่ที่เมืองก็ค่อยๆ โผล่ออกมา

 

อ้าว อยู่นี่เองแล้วไปทำอะไรอยู่ตรงนั้นล่ะ ทำไมเมื่อกี๊ไม่ออกมาล่ะ กาโอที่ติดใจเรื่องเมดันล่าเอ่ยทักขึ้นพร้อมกับผู้สนับสนุนอีก 3 คนอันได้แก่ ซาเวียร์ อาเรีย แล้วก็ดาเนีย

 

ก็ฉันไปเก็บพวกที่เหลือมาไง พึ่งมา แล้วเมื่อกี๊ก็ค่อยระวังหลังอยู่ไง แฮะๆ เสียงใสๆ ที่เอ่ยอ้างแฝงแววทะเล้นเล็กน้อย แค่นี้ก็บอกได้แล้วว่าเจ้าตัวต้องลืมบอกอะไรไปแน่

 

งั้นวันนี้แค่นี้ก่อนแล้วกัน เดี๋ยวฉันต้องไปจัดการไอ้หมอนี่ก่อน พวกนายก็ไปกันด้วยดิ ถือซะว่าพาไปเที่ยวละกัน กาโอที่หันมาชวนทั้ง 2 หนุ่มแล้วจึงหันไปทาง 3 สาวให้ไปกับเขาด้วย

 

อืม นั่นสิ ที่นั่นมีร้านน้ำชาอร่อยๆ อยู่ด้วยนะไปด้วยกันซิคำชวนจากอาเรียทำให้บางคนตกลงโดยแทบไม่ต้องคิด ดาเนียถึงกับต้องส่ายหน้ากับนิสัยเห็นแก่กินจากรุ่นน้องสาว พวกเธอทำงานกันมาหลายปีเรื่องนี้ก็ยังไม่หายแฮะ

 

ใช่ๆ ฉันเห็นด้วย ไปกินกันนะ เมดันล่าที่ตอนนี้กำลังหันไปทำตาปริบๆ ใส่เอเรียสกับดาเนีย เอ่ยเห็นด้วยทันที

 

ทางดาเนีย เธอรู้อยู่แล้วว่ายังไงก็คงขัดใจนักฆ่าสาวคนนี้ไม่ได้จึงทำให้ต้องยอมพยักหน้าในที่สุด แต่ทางเอเรียสนี่สิยังไม่รู้ว่าจะอ้อนแบบไหนเสียด้วย

 

นะเอเรียสน้า ฉันอยากกินอ่า เสียงออดอ้อนจากสาวน้อยที่กำลังเอียงคอน้อยๆ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นร้องเย้ทันทีเมื่อคำร้องเป็นผลทำให้ทั้ง 6 เริ่มเดินทางไปสู่โลนิคทันทีแม้ว่าจะเกือบบ่าย 4 แล้ว

 


กรี๊ด! ว้าย! เฮ้ย! ตุ้บ! แอ่ก! และเสียงมากมายที่มาจาก 6 ร่างที่โผล่ออกมาจากช่องมิติ อันที่จริงจะว่า 6 ก็ไม่ได้ จริงๆ แล้วต้อง 4 เพราะมีคนลงพื้นมาในท่าที่ดูแล้วสาวๆ แทบจะกรี๊ดและอีก 1 คนที่ลงมาได้นิ่มนวลไม่แพ้กัน เอาคะแนนท่าลงไปคนละเต็ม 10

 

หลังจากนั้น 2 คนที่ลงมาแบบงดงามก็หันไปมองกองมนุษย์ที่วางอยู่บนพื้น มีซาเวียร์เป็นฐาน ตามมาด้วยกาโอที่ถูกทับด้วยอาเรียอีกทีโดยมีรุ่นพี่สาวอีกคนนอนอยู่ข้างๆ

 

ทันทีที่ทั้ง 3 คนเริ่มย้ายตัวเองออกมาจากตัวขององค์ชายแห่งสกาไลต์ที่ตอนนี้ดูเหมือนซากเต็มที ปากวอนๆ ของเบาะรองนั่งก็เริ่มทำงานทันที ไอ้บ้าเอ๊ย แทบจะตาย นี่เห็นฉันเป็นเบาะรองนั่งกันหรือไง

 

และแน่นอนที่ปากของสาวเจ้าคู่แข่งก็ต้องตอบกลับมาทันที

 

บ่นอะไรมากนักฮะ แกเป็นผู้ชายป่าวเนี่ยนิดๆ หน่อยๆ ก็บ่น อาเรียที่ยืนอยู่ไม่ห่างมากนักตวาดกลับเข้าให้ ทำเอาปากที่กำลังจะเถียงต่อหุบทันที

 

ปราสาทขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านตรงหน้า ตัวปราสาทสีเทาอ่อนทำให้ดูน่าเกรงขามไม่น้อย ทหารตรงหน้านับร้อยที่กำลังทำหน้าที่ของตนเองอย่างแข็งขันและมีทหารอีกส่วนที่กำลังฝึกฝีมือกันตามประสาคนรักการต่อสู้ แน่นอนว่าปราสาทตรงหน้าต้องเป็นปราสาทดาโกนิกแห่งโลนิค ปราการแห่งนักรบที่สร้างขุนพลต่างๆ มากมาย

 

ว้าว ใหญ่จังเลย ถึงจะไม่ใหญ่อย่างที่สกาไลต์แต่ก็ไม่ใช่ย่อยๆ เลยทีเดียว คำชมจากผู้มาเยือนทำให้อาเรียพอใจไม่น้อยก่อนที่จะแยกเขี้ยวใส่ไอ้คนปากพร่อยทันทีเมื่อ

 

อืม ก็ใหญ่ดีอ่ะนะ แต่เดี๋ยวว่างแล้วจะพาไปทัวร์ที่บ้านฉันละกัน คำเกทับจากไอ้องค์ชายปากหมา ทำให้อาเรียกำลังจะหันมาต่อปากต่อคำกันต่อ แต่บังเอิญว่ามีคนมาขัดจังหวะซะนี่

 

และด้วยแรงกดดันน้อยๆ จากเอเรียสที่ส่งมาเตือนทั้ง 2 ก็ทำให้เงียบซะที พอดีกับทั้งหมดเดินมาถึงประตูไม้ขนาดใหญ่ที่ถูกประดับงดงามราวกับว่าเป็นเส้นทางไปสู่สถานที่สำคัญ

 

ถึงแล้วล่ะ นี่เป็นห้องหนังสือของเสด็จพ่อ ท่านน่าจะอยู่ในห้องกับเสด็จแม่ แล้วกาโอก็เป็นคนแรกที่ก้าวเข้าไป แล้วที่เหลือก็ค่อยๆ ตามกันไปทีละคน

 

ขออภัยที่ข้าเข้ามาขัดจังหวะพะย่ะค่ะ เสด็จพ่อ กาโอที่เดินนำมาก่อนเอ่ยขึ้นทำให้คน 2 คนที่กำลังนั่งคุยกันอย่างสบายอารมณ์ต้องหันมามอง

 

ว่าไงกันไอ้ลูกชาย ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมากมายหรอกน่า ไม่มีใครอยู่หรอก " คำตอบรับอย่างเป็นกันเองจากชายที่ดูอายุสัก 30 กว่าๆ ใบหน้าคมเข้มและดวงตาสีน้ำตาลดูนุ่มลึกอย่างอยากที่จะหยั่งรู้ว่าเจ้าของคิดสิ่งใด

 

นั่นสิ ไม่เห็นต้องอะไรมากเลยลูก แล้วนี่มีอะไรล่ะ เสียงหวานๆ จากสตรีอีกคนในห้อง ใบหน้าที่ไม่น่าจะเชื่อว่าเป็นแม่คนแล้ว ผมสีเงินยาวสลวยถึงกลางหลังทำให้ดูงดงามและสง่างามไปด้วย จะเป็นใครไปได้ก็องค์ราชาและราชินีแห่งโลนิคนี่เอง!

 

หลังจากที่เห็นว่าภายในจัดการกันเรียบร้อยแล้วทั้ง 5 ที่เหลือจึงเริ่มเสนอหน้าของตัวเองเข้าไป

 

แล้วสรุปว่าพวกลูกมีอะไรล่ะองค์ราชาเริ่มที่จะเข้าสู่เวลาจริงจังกันเสียที หลังจากแนะนำตัวกันมาได้สักพัก และได้คุยกับเด็กๆ ทั้งหลายด้วย ทำให้คนเป็นลูกต้องหันมาเล่าด้วยตนเอง

 

หลังจากได้ฟังเรื่องทั้งหมดองค์ราชาแห่งโลนิคก็ได้เวลาสรุปกันเสียที สรุปว่าท่านซาคัสเป็นคนทำจริงๆ หรอ แล้วชายคนนั้นอยู่ไหนล่ะ คำถามนั้นทำให้เอเรียสแบมือขวาไปข้างหน้าก่อนแสงสีขาวจะสว่างจ้าขึ้นมาเล็กน้อยเผยให้เห็นกรงขนาด 3*3 เมตร ภายในมีชายหนุ่มผู้เป็นพยานนอนหมดสติอยู่ภายใน

 

เอาล่ะ งั้นเดี๋ยวเอาเขาไปขังไว้แล้วเราจะจัดการเรื่องนี้ต่อเอง ลูกพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวเล่นก่อนแล้วกันนะผู้เป็นแม่เอ่ยตัดบท ทำให้คนเป็นลูกต้องพาเพื่อนๆ ออกไป แม้จะไม่เข้าใจก็ตาม

 


ร้านนี้อ่ะหรอที่เธอบอกว่าอร่อยน่ะ อาเรีย เสียงสดใสจากผู้สนับสนุนหลักในการมาครั้งนี้เอ่ยถามเจ้าของความคิด

 

อืม ร้านนี้แหละ ด้านในเลย แล้วเธอก็เดินนำเข้าไปร้านก่อนจะพาเข้าไปมุมด้านในสุด เรียกได้ว่าเป็นมุมประจำของเธอเลยทีเดียว

 

เดี๋ยวฉันจะแนะนำเมนูให้เธอเอง ส่วนพวกนาย 2 คนสั่งเลย เพราะไม่รู้พวกนายจะกินอะไรดี แล้วเธอก็หันไปสั่งเค้กกับน้ำชาผลไม้สูตรพิเศษของทางร้าน

 

หลังจากนั้นไม่นานเกินรอ เค้กและน้ำชาก็มาเสิร์ฟ เค้กต่างๆ ถูกนำมาเสิร์ฟจานแล้วจานเล่า ดูน่ากินไปเสียหมด ตอนนี้เสิร์ฟมาเกือบ 15 จานแล้วแต่มันยังไม่หมด!

 

โห นี่สั่งมากี่จานเนี่ย เสียงงงๆ จากเมดันล่าที่เริ่มอยากรู้ปริมาณที่ถูกนำมาเสิร์ฟจนตาลาย

 

ก็เกือบ 20 จานได้มั้ง เอาเลย มื้อนี่ฉันเลี้ยงเอง แล้วเจ้าตัวก็เริ่มจัดการกับเค้กตรงหน้าพร้อมกับคนอื่นๆ ที่จัดการของตัวเองเช่นกัน ทานกันไปจนเวลาล่วงเลยไปเกือบ 1 ทุ่ม เมดันล่าก็พึ่งจะนึกขึ้นได้

 

แย่ละ ฉันมีเรื่องต้องไปทำ งั้นฉันต้องขอตัวนะ พี่ดาเนียไปกันเถอะ "

 

อืม งั้นพี่ไปก่อนนะ บ๊ายบาย เจอกันมรืนนะ คำร่ำลาจาก 2 สาวที่มีธุระต้องไปทำต่อดังขึ้น ก่อนจะหายวับไปต่อหน้าคนทั้ง 4 หลังจากนั้นไม่นานต่างฝ่ายก็แยกย้ายกันกลับบ้านของตัวเอง เพื่อไปจัดของสำหรับมะรืนนี้ที่จะเข้าแบ่งหอ




----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ขออภัยท่านผู้อ่านทั้งหลายที่หายไปอาทิตย์กว่าๆ เนื่องด้วยคอมของผมไวรัสมันกินก็เลยทำให้ที่ตอนแรกแต่งไป 70 เปอหายไปด้วย เลยต้องมาแต่งใหม่ตอนนี้คอมกำลังจะกลับมา ก็เลยใช้คอมพ่ออยู่ แล้วในที่สุดตอนที่ 11 ก็ออกมาเรียบร้อยแล้วต้องขอโทษนักอ่านทั้งหลายด้วยที่ทำให้ตกใจว่าอยู่ดีๆหายไปไหน

 


 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

299 ความคิดเห็น

  1. #287 Zixga (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2555 / 19:17
    20 จานกินไปได้ไงเนี่ย
    #287
    0
  2. #144 Lazy>_<Girl (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555 / 12:35
     เมจังผู้มีความสุขกับการกิน-*-
    #144
    0
  3. #143 knock-up (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2554 / 22:09
    ถึงกับเรียกตัวเองว่า ยมทูตอัจฉริยะเชียวรึ...?
    #143
    0
  4. #142 LikeCartoon (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2554 / 23:21
    โอ๊ย นางเอกเรากระเพาะหลุมดำหรือไง
    #142
    0
  5. #141 Fairy dream (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2554 / 23:12
    สนุกอย่างมากมาย  ดูเหมือนนางเอกของเราจะความลับเยอะจริง เเต่ตอนนี้อยากรู้ความลับของ เอเรียส มากกว่า

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 5 พฤษภาคม 2554 / 23:18
    #141
    0
  6. #140 roninpw (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 เมษายน 2554 / 14:43
    สนุกเหมือนเดิมมม<3 บรรยายเก่งจังงง
    #140
    0
  7. #139 yumi ยูมินะจ๊ะ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มีนาคม 2554 / 17:53
    เย้มาอัพแล้ว
    ตอนนี้สนุกดีค่ะ
    มาอัพตอนต่อไปเร็วๆนะคะ สู้ๆ
    #139
    0