*=*...เรือนพระจันทร์...*=*

ตอนที่ 6 : *o^-^o*..เพียงจันทร์ฟ้าพราว..*o^-^o* - ตอนที่่ 5 (100% จ้า)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,220
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    10 มี.ค. 56

ดีจ้า ทุกๆ คน

วันเสาร์อย่างนี้อยากนอนตื่นสายจัง แต่ถ้าทำอย่างนั้นวันหยุดก็หมดไปเร็วน่ะสิคะ
วีว่า ยิ่งเป็นวันหยุดเรายิ่งต้องตื่นเช้าเพื่อที่จะได้ใช้เวลาวันหยุดให้ได้คุ้มค่าที่สุด^_^

วีตั้งใจว่าอยากจะโพสนิยายทุกวัน แต่ว่าด้วยภาระงานของวีที่มักมีเรื่องไม่คาดหมายบ่อยๆ
ดังนั้นจะพยายามโพสไม่ให้ช้าเกิน 2 วันนะคะ หรือว่านักอ่านจะมีข้อเสนออย่างอื่นคะ??

และเนื่องจากแต่ละตอนมีความยาวไม่เท่ากันจึงอาจจะแบ่งตอนบ้าง คงไม่ว่ากันใช่ไหมเน๊าะ^+^

ขอบคุณที่ติดตามผลงานค่ะ ขอบคุณทุก comment เลย
นักอ่านที่น่ารักทุกคนหวังจะเข้ามาอ่านเรื่องของวีทุกวัน
วีก็เข้ามาเพื่อได้หวังจะได้อ่าน comment นักอ่านทุกวันเหมือนกันค่ะ ^_^V

Good Bye
veerandah


Facebook: Veerandah Suksasunee
Twitter: @veerandah
Line: veerandah
Web: tswriter.com


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ตอนที่ 5

 

กลิ่นเครื่องแกงซึ่งผัดจนหอมอบอวลไปทั่วห้องครัวของร้านอาหารเรือนพระจันทร์โชย ไปเตะจมูกสาวเสิร์ฟหัวใจชายอย่างพริกทันทีที่เดินเข้ามาในห้องครัว มองไปมองมาก็รู้ว่าต้นตอของกลิ่นนั้นมาจากชามกระเบื้องสีขาวเนื้อดีซึ่งอยู่ ในมือของหญิงสาวร่างโปร่งที่สวมชุดแตกต่างจากคนที่อยู่ในห้องครัวทั้งหมด วันนี้เพียงจันทร์สวมเสื้อสีเขียวใบไม้กับกางเกงขายาวเนื้อนิ่มสีดำโดยมีผ้า กันเปื้อนสีขาวคาดไว้ที่เอว

พริกเดินอ้อมโต๊ะที่ใช้วางวัตถุดิบในการทำอาหารตรงไปหาหญิงสาวคนนั้นก่อนจะส่งเสียงขึ้นว่า

“คุณเพียงฮะ”

หญิงสาวที่ถูกเรียกวางชามแกงที่อยู่ในมือลงบนถาดที่อยู่ตรงหน้า แล้วค่อยหันกลับมาถามกลับว่า

“มีอะไรจ๊ะ พริก”

แหม เล่นถามกลับด้วยเสียงหวานๆ แบบนี้ สาวหัวใจชายอย่างพริกก็อดหัวใจหวั่นไหวไม่ได้น่ะสิ พริกยิ้มแหยๆ ก่อนจะพูดว่า

“คือ คือ มีคนมาหาคุณเพียงฮะ รออยู่ข้างนอก”

“ใครวะไอ้พริก” ป้าหมอนแม่ครัวใหญ่ของร้านเบือนหน้าจากเตาหันมาถามพริก

“เอ่อ คือ คุณคล้ายจันทร์ฮะ”

“อ้าว แล้วทำไมเอ็งมาทำอ้ำๆ อึ้งๆ” ป้าหมอนพูดอย่างอารมณ์เสีย ก่อนจะหันไปกลับเนื้อที่กำลังทอดอยู่ในกระทะ

“โธ่! ป้า ก็ฉันเพิ่งโดนเขาด่ามานี่นา ก็เลยยังปรับอารมณ์ไม่ทัน” พริกแก้ตัว

“เอา เถอะจ้ะ พริกออกไปดูหน้าร้านต่อเถอะ เดี๋ยวฉันออกไปเจอเขาเอง” เพียงจันทร์ตัดบทก่อนจะเดินไปที่ประตูครัว ปล่อยให้พริกและทุกคนที่เหลือมองตามด้วยความเป็นห่วง

 

“กว่าจะยุรยาตรออกมาได้นะ ปล่อยให้ฉันยืนรอหัวโด่งอยู่นี่ คิดบ้างไหมว่ามันไม่ควรน่ะ”

เพียงจันทร์ได้แต่ก้มหน้ารับคำว่ากล่าวนั้น ก่อนจะยกมือขึ้นสวัสดีผู้สูงวัยกว่าอย่างนอบน้อม

“คุณคล้ายมีอะไรหรือเปล่าคะ” เสียงหวานถามขึ้นขณะที่คล้ายจันทร์สะบัดพัดที่อยู่ในมือให้กางออกแล้วโบกแรงๆ สองสามที

“ก็ ต้องมีนะสิยะ ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่ถ่อสังขารมาถึงนี้หรอก” คล้ายจันทร์รวบพัดไว้ในมือก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดไม่ต่างจากเดิม

“วันเสาร์นี้เราว่างไหม” เพียงจันทร์เงียบสักพักก่อนจะตอบว่า

“ก็ไม่มีอะไรพิเศษค่ะ คิดว่าน่าจะปลีกตัวได้”

คล้ายจันทร์เบะปากเล็กน้อย ก่อนจะรีบดึงมุมปากกลับ กลัวหน้าที่เพิ่งไปดึงมาจะย่นไปเสียก่อน

คิดว่าน่าจะปลีกตัวได้ เชอะ คิดจะเล่นตัวล่ะสิ

“ก็ ดี วันเสาร์นี้จะมีงานเลี้ยงขอบคุณผู้บริจาคในงานการกุศลครั้งก่อน ก็เหมือนทุกครั้งที่ทำนั่นแหละ อย่าหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ ก็ฉันเห็นว่าหล่อนน่ะถนัดเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เหรอ ไอ้พวกเรื่องแม่ครัว สาวเสิร์ฟน่ะ อยู่ในสายเลือดหล่อนอยู่แล้วนี่” คล้ายจันทร์หยุดพูดเพื่อเหลือบตามองปฏิกิริยาของหญิงสาวตรงหน้าแล้วก็ต้อง หงุดหงิด

แหม ทำเป็นนิ่ง ดี ยโสนักนะ คิดว่าเป็นหลานคนโปรดของคุณน้า แล้วจะมาทำจองหองได้เหรอ

“แล้ว ที่ร้านนี้ก็คนเยอะแยะ ปกติหล่อนก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรอยู่แล้ว ไม่งั้นคงไม่มีเวลาไปมีร้านกาแฟเป็นของตัวเองได้หรอก” คล้ายจันทร์สูดลมหายใจเข้า “ไปช่วยฉันแค่นี้คงไม่เดือดร้อนเท่าไรหรอกใช่ไหมล่ะ”

“จัดที่ไหนเหรอคะ” เพียงจันทร์ถามอย่างใจเย็น

“ก็ที่โรงแรมแกรนด์ เหมือนเดิมนั่นแหละ งานเริ่มหกโมงเย็น อาหารจานหลักน่ะที่โรงแรมเขาจัดไว้แล้ว”

 ถ้าไม่ติดว่าคุณหญิงวิมลกำชับมาละก็ ฉันไม่ง้อเธอหรอก คล้ายจันทร์คิดอย่างขัดใจ

 “หล่อนก็ไปเตรียมอะไรต่อมีอะไรไว้ซะก่อนล่ะ อย่ามาทำให้ฉันต้องขายหน้าคนอื่น”

“ค่ะ แล้วรายชื่อแขก รายการอาหารที่แขกแพ้ มีไหมคะ”

คล้าย จันทร์ทำหน้าเหมือนไม่สบอารมณ์ แต่ก็ตอบว่า “เหมือนเดิมนั่นแหละ อะไรกัน จัดงานตั้งหลายทีแล้วไม่รู้จักจำ เอาเด็กไปซักคนสองคนล่ะ เผื่อคนที่นั่นไม่พอ และฉันหวังว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดนะ”

“ค่ะ” เพียงจันทรับคำสั้นๆ

“แล้ว อีกอย่างที่ฉันอยากจะบอกเธอเอาไว้ งานนี้มีแต่พวกผู้ดี อย่าคิดหวังว่าจะรวยทางลัด เที่ยวไปทอดสะพานให้ใครต่อใครเหมือนคราวที่แล้ว เรื่องคราวที่แล้วเพราะคุณน้าช่วยหล่อนไว้หรอกนะ ไม่อย่างนั้นฉันคงเฉดหัวหล่อนออกไปจากที่นี่ได้แล้ว”

เพียงจันทร์ก้มหน้า จู่ๆ ขอบตาก็ร้อนขึ้นมา เธอหายใจเข้าลึก พยายามผลักความทรงจำเก่าๆ ออกไปจากความคิด

“งั้นฉันไปล่ะ ที่นี่มันร้อนจริงๆ คราวหน้าต้องบอกให้คุณน้าติดแอร์เพิ่มแล้วล่ะ ไม่ไหวไม่ไหว”

เพียงจันทร์ยกมือไหว้คุณคล้ายจันทร์อีกครั้ง ก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าไปในครัว วันนี้มีงานให้เธอทำเพิ่มอีกหนึ่งอย่างแล้ว

 

“โห! ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าคุณพลอยเธอจะเป็นลูกของคุณคล้าย ไม่เห็นจะเหมือนกันเลย” พริกตั้งข้อสังเกต

“ไม่ เหมือนหรอก ก็คุณพลอยน่ะ คุณชมเธอเป็นคนเลี้ยงนี่นา จะเหมือนได้ไงล่ะ นี่รับรองเลยนะคราวนี้มาก็เรื่องเดิม” แม่ครัวใหญ่ประจำร้านยืนยัน

“เรื่องอะไรเหรอป้า” พริกถาม

“โหย! ก็จะเรื่องอะไร เมื่อก่อนมาที่ร้านนี่ทุกเดือน ไม่ให้ไปจัดงานให้ก็ให้คุณเพียงทำอาหารไปเลี้ยงแขกเอาหน้าเอาตาที่บ้าน ที่สำคัญเงินไม่เคยจ่ายลงบัญชีไว้ตลอด” สมรตอบเสียงดังพร้อมเคาะกระทะไปด้วย

“เมื่อก่อน แสดงว่าเดี๋ยวนี่ ไม่ แล้วเหรอ ทำไมหยุดไปล่ะป้า” พริกถามต่อ

“ก็...” สมรหันมาจะตอบแต่ก็ค้างไป

“อะ – แฮ่ม ไม่มีงานทำกันเหรอคะ”

ป้าสมรงับปากฉับ ส่วนพริกก็ส่งยิ้มแห้งๆ มาให้เพียงจันทร์

“ก็เพิ่งว่างเนี่ยแหละ หนูเพียง” ป้าหมอนตอบกลับแบบไม่สนใจอะไรมากนัก รู้ว่าเพียงจันทร์ไม่โกรธแค่แกล้งกะแอมไอไปอย่างนั้นเอง

“นิศารับแขกคนเดียวจนเหงือกแห้งแล้วพริก ออกไปช่วยนิศาหน่อยเถอะ”

“ฮะ คุณเพียง” พริกดึงผ้ากันเบื้อนที่คาดไว้ที่เอวให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินออกจากห้องครัวไป

“เอาอีกแล้วนะคะป้า เอาคุณคล้ายมานินทาแบบนี้เดี๋ยวก็เกิดเรื่องจนได้” สมรทำท่าจะเถียงแต่ก็แปลี่ยนใจ

“คราวนี้กี่รายการล่ะคะ”

“ไม่ กี่รายการหรอกค่ะ แค่วันเสาร์นี้เพียงต้องไปช่วยงานขอบคุณผู้บริจาคที่โรงแรมแกรนด์น่ะค่ะ สงสัยว่าช่วงบ่ายของวันเสาร์เพียงคงต้องฝากร้านป้าหมอนอีกแล้ว”

สมร มองเด็กสาวที่หล่อนเห็นมาแต่เล็กแต่น้อยอย่างอ่อนใจ คุณเพียงเป็นอย่างนี้ทุกที ไม่ว่าใครก็ยอมเขาไปเสียทุกเรื่องเลย โดยเฉพาะกับคุณคล้ายจันทร์

“หนูเพียงก็เป็นอย่างนี้เสียทุกที แล้วเมื่อไรจะลืมตาอ้าปากได้ซักที ไปจัดงานให้ทีไรก็ไม่เห็นจะได้เงินคืน” เพียงจันทน์ส่งยิ้มให้สมร

“งั้นเพียงกลับไปที่ร้านรุ่งสางก่อนนะคะ” สมรถอนหายใจที่หญิงสาวทำเป็นหูทวนลม

 

กลิ่นหอมเครื่องเทศแปลกๆ ลอยมาเตะจมูกโด่งเป็นสันของบลู เขา เป็นผู้เชี่ยวชาญอาหารตะวันออกคนหนึ่งที่หาตัวจับยาก เขาสามารถแยกกลิ่นเครื่องเทศได้เป็นร้อยๆ ชนิด แม้จะมีกลิ่นเพียงเล็กน้อย แต่นี่มันมากกว่าเล็กน้อยทำไมเขากลับไม่สามารถบอกได้ว่ามันคืออะไร น่าแปลก จริงๆ

“กรุณาปล่อยเถอะคะ”

บลู นิ่วหน้า เสียงหวานๆ แต่น้ำเสียงนั้นเห็นได้ชัดว่ากำลังหวาดกลัวเขา น่าแปลกเขารู้จักผู้หญิงมากมาย ใช่ มากพอสมควรที่เขาพอจะบอกได้เลยล่ะว่า ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว

“ปะ ปล่อยนะ!

บลูเลิกคิ้วก่อนจะเข้าใจท่าทีของหญิงสาว จะไม่ให้เธอทำเสียงเข้มอย่างนี้ได้อย่างไรในเมื่อสภาพเขากับเธอนั้นไม่ต่างจากคำพูดที่ว่า กอดกันกลมเท่าไรเลย

“บอกให้ปล่อยไง ไอ้โรคจิต!” แรงผลักจากมือน้อยๆ ที่ยันอกเขาไว้ออกแรงเต็มที่ เขาที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเซไปข้างหลังประจวบเหมาะกับประตูรถไฟฟ้าที่เปิดอยู่ แล้ว ให้ตายสิ!

บลู หน้าหงายด้วยความงงอยู่สิบวินาที ก่อนจะกระเด้งตัวลุกขึ้นยืนบนพื้นชานชาลา จ้องหน้าผู้หญิงคนที่ตอนนี้หลับตาปี๋

ปิ๊บ! ปิ๊บ! ปิ๊บ! ปิ๊บ!...ครืด

แล้วรถไฟฟ้าก็เคลื่อนออกจากสถานี ในขณะที่บลูเพิ่งรู้สึกตัว

“บ้าเอ๊ย! แองเจลล่า!

 

รถไฟฟ้า, สิบนาทีที่แล้ว

เพียง จันทร์รู้สึกถึงมือของใครบางคนกำลังลูบไล้บริเวณสะโพกของเธอ หญิงสาวเกร็งไปทั้งตัว เม้มปากสนิท เธออุตส่าห์ยืนติดประตูแต่ไอ้โรคจิตมันก็ยัง... ทำยังไงดี! เธอไม่น่าขึ้นรถไฟฟ้าในช่วงเวลาเร่งด่วนแบบนี้เลย

เพียง จันทร์ขยับตัวชิดประตูมากขึ้น แต่มือนั้นก็ยังตามมาจนได้คราวนี้มันเริ่มเลื่อนมือต่ำลงมา น้ำตาอุ่นๆ ก็เริ่มปริ่มมาที่ขอบตาของหญิงสาว ไม่นะ ฉันไม่ยอมหรอก

เพียง จันทร์ขยับตัวหันหลังอย่างรวดเร็วเพื่อกลับมาเผชิญหน้ากับไอ้โรคจิต แล้วเธอก็พบว่าผู้ชายที่ยืนข้างหลังเธอเป็นฝรั่งหน้าตาดีคนหนี่ง เธอเอนตัวไปข้างหลังจนหลังติดประตูเพื่อมองหน้าไอ้โรคจิตให้ชัดเจนขึ้น ดวงตาสีฟ้าของชายหนุ่มทำให้เพียงจันทร์ชะงักไปเล็กน้อย หน้าตาก็ดีไม่น่าโรคจิตเลย แล้วจู่ๆ ประตูรถไฟฟ้าเจ้ากรรมดันเปิดออก

“ว้าย!

เพียง จันทร์หงายไปข้างหลัง วงแขนแข็งแรงของคนที่ยืนอยู่ใกล้เธอที่สุดยื่นมารั้งเอวเธอเอาไว้ เหวี่ยงเธอเข้ามาด้านในของรถไฟ แรงเหวี่ยงทำให้เธออยู่ชิดกับชายหนุ่มมากขึ้น มากจนทำให้เธอได้กลิ่นบางอย่าง กลิ่นอะไรนะ? แต่ก่อนที่นิสัยเดิมๆ ของเธอจะออกฤทธิ์เธอต้องเตือนตัวเอง  นี่ฉันกำลังโดนไอ้โรคจิตกอดอยู่นะ!

“กะ..กรุณา ปล่อยเถอะคะ” เสียงของเพียงจันทร์คงสั่นและดังไม่มากกว่าเสียงลมหายใจแน่ๆ ชายหนุ่มถึงนิ่วหน้าเสมือนไม่รับรู้ว่าเธอกำลังต้องการจะบอกอะไรเขา

“ปะ ปล่อยนะ!” เธอพยายามเปล่งเสียงให้ดังขึ้น และบังคับไม่ให้เสียงสั่นเหมือนครั้งแรกพร้อมกับออกแรงผลักมากขึ้น แต่ว่าดูเหมือนจะไม่ได้ผล เธอสูดหายใจเข้าจนสุดก่อนจะออกแรงผลักพร้อมกับเปล่งจนสุดเสียงว่า

“บอกให้ปล่อยไง ไอ้โรคจิต!” เพียงจันทร์หลับปี๋ ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาและพบว่ารถไฟเริ่มร้องสัญญานเตือน

ปิ๊บ! ปิ๊บ! ปิ๊บ! ปิ๊บ!...ครืด

ประตูปิดแล้วรถไฟก็เคลื่อนออกจากสถานี เพียงจันทร์หายใจหอบมือประกบกันไว้ชิดหน้าอก

“พ่อ!

เสียง ตะโกนเล็กๆ ข้างๆ ตัว ทำให้เพียงจันทร์ได้สติก้มลงมอง แล้วเธอก็พบกับเด็กหญิงหน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตา ผมหยักศกเป็นลอนสวยสีบรอนซ์ถักเปียไว้อย่างหลวมๆ ก่อนที่ดวงตาสีฟ้าสดจะตวัดมาที่เธอ

“เธอ! ยัยผู้หญิงบ้า พ่ออุตส่าห์ช่วย แล้วมาผลักพ่อทำไม บ้า! บ้า! บ้า!

เพียง จันทร์เซไปข้างหลังเล็กน้อยจากแรงผลักของเด็กหญิงแต่ไม่มากนัก เพราะติดผู้โดยสารคนอื่น ภาษาฝรั่งเศส? รู้สึกจะนานมากแล้วที่เพียงจันทร์ไม่ได้ยินภาษานี้ ถึงแม้จะแปลไม่ได้ทันที แต่พอตั้งใจฟังก็รู้สึกว่าเธอกำลังโดนเด็กคนนี้ต่อว่าอยู่

“หนู หมายความว่าไงจ๊ะ”

ดวงตาสีฟ้าใสเข้มขึ้นก่อนจะพูดว่า “ฉันไม่ได้ชื่อหนู ชื่อ แองเจลล่า!

“โอเค แองเจลล่า ที่ว่า พ่อ นี่คือ”

เด็กหญิงยืดตัวขึ้นกอดอก

“ใช่ ก็คนที่เธอเพิ่งผลักลงไปนั่นแหละ ทั้งๆ ที่พ่ออุตส่าห์ช่วยแท้ๆ”

เพียงจันทร์กลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ พ่องั้นเหรอ ตายแล้ว! นี่ฉันทำให้พ่อลูกเขาพลัดหลงกันหรือเปล่าเนี่ย ทำไงดีล่ะ! เพียงจันทร์เอามือแนบกระจกก่อนจะเหลียวมองชานชาลาที่เพิ่งจากมา เห็นชายหนุ่มคนที่เธอเพิ่งผลักออกไปกำลังหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่ แย่แล้ว!
+++++++++++++
+++++++++
+++++
++
+


ชานชาลารถไฟฟ้า, สิบนาทีต่อมา

“ฮัลโหล วิช ผมอยู่แถวอ่อนนุช อือ แองเจลล่านั่งรถไฟฟ้าไปแล้ว ใช่ เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย อือ ช่วยมารับที่สถานีด้วย โอเค บาย”

บลูปิดโทรศัพท์อย่างไม่สบอารมณ์ ผู้หญิงคนนั้นมันอะไรกัน ทำไมต้องผลักเขาด้วย บลูคิดพลางกดโทรศัพท์อีกครั้ง ดีนะที่เขาใส่มือถือไว้ในกระเป๋าแองเจลล่าอีกเครื่อง

“ฮัลโหล แองจี้ โอเคจ้ะ ใจเย็นๆ เดี๋ยววิชจะไปรับที่สถานีนะ มองหาวิชด้วย พ่อจะตามไปในรถไฟขบวนถัดไป โอเคนะ ไม่ต้องกลัวนะ บาย”

ให้ตายเถอะ ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ด้วยนะ ผู้หญิงคนนั้นน่าโมโหจริงๆ เขาอุตส่าห์ช่วย คอยดูเถอะอย่าให้เจอกันอีกนะ ฮึ่ม! บลูคิดพลางยกมือขึ้นปัดจมูกตัวเองที่แม้แต่ตอนนี้ก็ยังคงจำกลิ่นของหญิงสาวคนเมื่อครู่ได้ไม่ลืม

 

“คุณพ่อ ว่ายังไงบ้างจ๊ะ” เพียงจันทร์ก้มลงถามเด็กหญิงตรงหน้า แต่ได้รับคำตอบเป็นการสะบัดหน้าใส่ก่อนที่เด็กหญิงจะหันกลับมาพูดว่า

“อย่ามาเรียก คุณพ่อ นะ ตัวไม่ใช่ลูกเหมือนเค้าซักหน่อย” เพียงจันทร์ถอนหายใจ

 นี่เธอกำลังโดนเด็กสั่งสอนอยู่หรือไงนะ

“โอเคจ้ะ พ่อของหนู เอ่อ ของแองเจลล่าว่ายังไงบ้างจ๊ะ”

“บอกว่าให้รอที่สถานี เดี๋ยวจะมีคนมารับ”

เพียงจันทร์เลิกคิ้ว นี่เขาเป็นพ่อประสาไหนเนี่ย จัดการปัญหาง่ายๆ แบบนี้เลยหรือ เพียงจันทร์เงยหน้าขึ้นพลางสูดหายใจเข้า กลิ่นหอมแปลกของพ่อเด็กคนนี้ยังคงติดจมูกเธอ ไม่รู้ว่าเป็นกลิ่นของอะไร แต่พอได้กลิ่นแล้วมันรู้สึกแปลกๆ ยังไงไม่รู้สิ

 

สถานีรถไฟฟ้าไม่ใช่ที่ที่น่าอยู่นักในช่วงเวลาเร่งด่วนแบบนี้ แต่ดูเหมือนความคิดนี้จะไม่อยู่ในความคิดของเด็กหญิงตัวน้อยที่อยู่กับเธอตอนนี้ เพราะนอกจากเธอจะไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่แล้วยังพูดไม่หยุดอีกด้วย

 “โอ๊ย! ร้อนจะแย่อยู่แล้ว ทำไมวิชยังไม่มาอีกนะ คนก็แยะ แองจี้ไม่ชอบอย่างนี้เลย พ่อก็หาเรื่องใส่ตัวจริงๆ เลย” พูดจบก็หันมากระฟัดกระเฟียดเธอเป็นระยะ เพียงจันทร์เลยได้แต่ส่งยิ้มแหยๆ แล้วก็คอยเดินตามเธอไปเรื่อยๆ

“แองจี้!” เสียงตะโกนจากด้านหลังของเด็กน้อยทำให้เพียงจันทร์เงยหน้าขึ้นแล้วก็พบว่า

“วิช! มาช้าจังเลย” แองเจลล่าบ่นแต่หน้าตาก็ยังยิ้มแย้มก่อนจะเกี่ยวคอคนที่เพิ่งมาถึงเพื่อให้เธอคนนั้นอุ้ม

“วิ” วิชาดาเบนหน้าจากผมของแองเจลล่าพลางมองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ

“ยัยเพียง! มาได้ไงเนี่ย” เพียงจันทร์ยิ้มแหย

“คือว่า...”

“อะไรกัน นี่วิชรู้จักยัยซุ่มซ่ามนี่ด้วยเหรอ” เสียงเล็กๆ ที่จู่ๆ ก็แทรกขึ้นมา ทำให้เพียงจันทร์ที่กำลังจะตอบเพื่อนสนิทต้องเงียบไปโดยปริยาย

“ยัยซุ่มซ่าม  อะไรกันพูดอย่างนี้ไม่น่ารักเลยแองจี้” วิชาดาเอียงคอดุอย่างไม่จริงจังนักกับคนในอ้อมกอด

แองจี้ยู่ปากอย่างไม่พอใจที่ถูกดุ “ก็จริงนี่ วิช ยัยนี่ผลักพ่อออกไปจากรถไฟฟ้าด้วย พ่ออุตส่าห์ช่วย”

วิชาดาหันกลับมาหาเพื่อนรักพลางส่งสายตาถามว่าจริงหรือ? เพียงจันทร์ก็เลยทำได้เพียงพยักหน้ารับ แต่ในใจอยากบอกใจจะขาดว่าพ่อของแม่หนูน้อยนี่นะเป็นโรคจิต! และที่ช่วยก็คือการเข้ามากอดเธอนั่นเอง

“งั้นอุบัติเหตุที่บลูพูดถึงก็คือ..”

“วิช”

เสียงทุ้มที่ดังขึ้นข้างหลัง ทำให้เพียงจันทร์สะดุ้ง เขามาแล้ว เธอจะทำยังไงดี!

“บงชู บลู เป็นไง นั่งรถไฟเล่นสนุกไหม”

ชายหนุ่มยกมือขึ้นเสยผมที่ชื้นเหงื่อก่อนจะตอบ

“สนุกบ้าอะไร เพราะผู้หญิงคนนั้นแท้ๆ” เสียงของชายหนุ่มหายไปเมื่อสบแววตาที่เขาเพิ่งจะสบตาไปเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว

“คุณ!

เพียงจันทร์ก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความตกใจ แต่ก่อนที่เธอจะพูดอะไร วิชาดาก็เข้ามาขวางเสียก่อน

“เอาน่า บลู ฉัน ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่ฉันว่าต้องเป็นการเข้าใจผิดแน่ๆ เอางี้ เพียงเธอว่างไหมล่ะ ไปคุยต่อที่สำนักงานเถอะ ที่นี่ร้อนจะตาย”

เพียงจันทร์อ้าปากจะค้าน เพราะไม่อยากจะเอาตัวเข้าไปอยู่ใกล้กับคนโรคจิต และชายหนุ่มก็มีท่าทีฮึดฮัดก่อนจะเปิดทางให้วิชาดาเดินนำ แล้วเขาก็เดินตามโดยมีเพียงจันทร์เดินรั้งท้าย แต่เมื่อถึงลิฟต์เพียงจันทร์ก็เข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่อยากเจออีกครั้ง เพราะเมื่อเธอเดินเข้าลิฟต์ สัญญาณเตือนก็ดังพอดี

“เดี๋ยวฉันไปรอบหน้าก็ได้ เจอกันที่ห้องนะ วิ”

เอาน่า เดี๋ยวก็มีคนมาขึ้นลิฟต์อีก เราไม่ได้จะขึ้นกับเขาสองต่อสองสักหน่อย

แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีคนมาต่อคิวอีก เมื่อลิฟต์ตัวใหม่มาเธอจำต้องทนขึ้นลิฟต์ตัวเดียวกับชายหนุ่มตามลำพังอีกครั้ง เพียงจันทร์เลือกที่จะอยู่ตรงมุมลิฟต์ให้ห่างจากชายหนุ่มมากที่สุด แต่ก็อดไม่ได้ที่จะลอบมองรูปร่างหน้าตาของเขา

เขาเป็นผู้ชายรูปร่างสูงทีเดียวเมื่อเทียบกับเธอ น่าจะเกินร้อยแปดสิบ ผมสีน้ำตาลเข้ม ดูเข้ากันได้ดีกับสีตาที่เธอเพิ่งจ้องไปเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา จมูกโด่ง ริมฝีปากเม้มสนิท ท่าทางเขาก็อึดอัดใจที่ต้องมาอยู่ใกล้เธอเหมือนกัน

 เพียงจันทร์ไล่สายตามาที่ไหล่กว้างและแขนยาว เพราะเขาใส่เพียงเสื้อยืดทำให้เพียงจันทร์สังเกตได้ถึงกล้ามเนื้อหน้าท้อง รับรองเลยว่าเขาต้องเป็นหนุ่มที่สาวๆ ฝันถึงอย่างแน่นอน

คนอย่างนี้ไม่น่าจะเป็นโรคจิตเลย เพียงจันทร์บอกตัวเอง แต่เขาอาจจะไม่รู้ตัว หรือรู้ตัวแต่เลิกไม่ได้ โอ๊ย เพียงทำไมต้องไปสงสารเขาด้วยนะ

เพียงจันทร์เบือนหน้าไปทางอื่นทันทีที่คิดอย่างนั้นโดยไม่ได้สังเกตว่าบลูเองก็กำลังสังเกตเธอเช่นเดียวกัน

ผู้หญิงคนนี้ตัวเล็กอย่างไม่น่าเชื่อ น่าจะเตี้ยกว่าวิชาดาเสียอีก แขนของเธอรวมกันสองข้างจะใหญ่เท่าแขนเขาหรือเปล่าก็ไม่รู้ ส่วนรูปร่างก็เล็กจนไม่น่าจะเป็นคนที่อายุไล่เลี่ยกับวิชาดา วัดจากตอนที่โอบรอบเอวเธอเมื่อสักครู่นี้ เธอดูจะตัวใหญ่กว่าแองจี้ไม่เท่าไร

 บลูเหลือบตามองการแต่งตัวของเธออีกครั้ง ไม่อยากเชื่อว่าเธอคนนี้จะเป็นเพื่อนกับวิชาดา ทั้งกระโปรงที่ยาวเลยเข่ามาจนถึงครึ่งแข้งสีน้ำตาลกับเสื้อแขนสั้นสีชมพูซีดที่ติดกระดุมจนถึงคอ โชคดีที่มันยังพอดีตัวทำให้ไม่ดูเป็นป้าแก่ๆ ไปกว่านี้

ปิ๊ง!

เพียงจันทร์ถอนหายใจยาวเมื่อภาวะสุญญากาศในลิฟต์กำลังจะหมดลงเสียที เธอรีบก้าวออกจากลิฟต์มุ่งตรงไปยังห้องทำงานของวิชาดา เพื่อนสนิทคนเดียวของเธอทันที ความเร่งร้อนของเธอนี่เองที่ทำให้บลูหน้ามุ่ยลงเล็กน้อย เขาไม่คุ้นเคยกับการถูกเมินเฉย โดยเฉพาะจากผู้หญิงหน้าตาธรรมดาๆ คนหนึ่ง

“พ่อมาแล้ว” เสียงเล็กทักขึ้นทันทีที่ชายหนุ่มเดินเข้ามาในห้องทำงานชั้นบนสุดของตึก เด็กหญิงวิ่งผ่านเพียงจันทร์ไปหาผู้เป็นพ่อโดยไม่วายแลบลิ้นใส่เธอ

“บลู ฉันสั่งเครื่องดื่มมาให้นายแล้ว เพียงด้วยนะ”

เพียงจันทร์พยักหน้ารับก่อนจะนั่งลงดื่มน้ำที่เพื่อนยื่นให้

“นี่เพียงฉันฟังเรื่องจากแองจี้แล้วนะ ว่าบลูเขาอุตส่าห์ช่วยเธอไม่ให้ตกรถไฟ แต่เธอดันไปผลักเขาเสียได้”

เพียงจันทร์อ้าปากจะเถียง แต่ก็งับปากไว้ เธอจะพูดได้ยังไงล่ะว่า ก่อนหน้านั้นผู้ชายคนนี้ลวนลามเธอก่อน หลักฐานก็ไม่มี เดี๋ยวได้โดนฟ้องกลับปะไร

“ฉันคงเข้าใจผิดไปเอง ขอโทษด้วยค่ะ”

เพียงจันทร์กล่าวขอโทษเป็นภาษาฝรั่งเศส ทำให้บลูมองอย่างประหลาดใจ ผู้หญิงคนนี้พูดภาษาฝรั่งเศสได้แต่ไม่พูดกับเขาสักคำในลิฟต์ นี่ก็เห็นได้ชัดแล้วว่าเธอไม่อยากคุยกับเขา นั่นยิ่งทำให้ความมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเองอย่างบลูเหมือนถูกดูถูกซ้ำเป็นครั้งที่สอง

“แม้จะเริ่มต้นไม่ดีไปหน่อย แต่ก็ขอแนะนำอย่างเป็นทางการนะ นี่ บลู บัสเตอร์ เชฟจากฝรั่งเศสที่จะมาเป็นวิทยากรพิเศษ ส่วนนี่ เพียงจันทร์ หนึ่งในลูกศิษย์ของนายคราวนี้ ไงบลู”

“ลูกศิษย์? หมายความว่าไงน่ะ วิ”

“เซอร์ไพรส์จ้ะ นี่แหละ สุดยอดของขวัญวันเกิดครบรอบยี่สิบเก้าปีของเธอ”

เพียงจันทร์ส่ายหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ นั่นทำให้เธอยิ่งดูเด็กลงอีกนิดในสายตาของบลู บางทีสาวน้อยหน้าตาธรรมดาดูไปดูมาก็น่ารักดีเหมือนกัน

“คอร์สสอนทำอาหารฝรั่งเศสจากเชฟชื่อดังที่สุดของปารีส ถูกใจไหมจ๊ะเพียง” วิชาดาสวมกอดเพื่อนที่ยังคงงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“ขอบ...ขอบใจมากวิ แต่”

“อ๊ะ อ๊ะ อย่าแม้แต่จะคิด ฉันรู้ว่าเธอน่ะเกรงใจ แต่ของขวัญวันเกิดเพื่อนรักที่สุดของฉัน ฉันอุตส่าห์กลายร่างจากแม่มดใจร้ายเป็นนางฟ้าอุปถัมป์เชียวนะ”

เพียงจันทร์ยิ้มแห้ง ใช่ว่าเธอไม่ดีใจ แต่แค่คิดว่าต้องเรียนกับผู้ชายตรงหน้า เธอจะทำใจเรียนไหวไหมเนี่ย

“ขอโทษนะสาวๆ ไม่ได้อยากรบกวนเวลาซึ้ง แต่พวกเรายังอยู่ในห้องนะ”

“ใช่ วิชไม่สนใจพวกเราเลย”

“ขอโทษด้วยจ้ะแองจี้ เพียงแต่เมื่อวานเป็นวันพิเศษของเพื่อนคนสำคัญของฉัน เพราะเป็นวันครบรอบวันเกิดยี่สิบเก้าปีของเพียงจันทร์เขาน่ะ”

ดวงตาสีฟ้าหันมาสบตาเธอทันที เพียงจันทร์สบแววตาสีฟ้าเพียงแวบเดียวก่อนจะเสมองไปทางอื่น

“สุขสันต์วันเกิดนะครับ ไม่บอกก็ไม่รู้ว่าคุณอายุยี่สิบเก้าแล้ว”

“ไม่คิดว่าคุณเพี้ยนจานจะแก่ขนาดนี้แล้วนะเนี่ย”

“ไม่ใช่เพี้ยนจาน เพียงจันทร์ ต่างหาก พูดให้ชัดๆ หน่อย แองจี้” วิชาดาแก้

“ก็มันเรียกยากนี่ วิช” แองเจลล่าบ่น

“งั้นเรียกว่า มูนนี่ แล้วกัน เพราะชื่อเขาแปลว่า พระจันทร์ดวงเดียว”

เพียงจันทร์อ้าปากจะค้าน แต่มีคนพูดแทรกขึ้นเสียก่อน

“ความหมายดีนะ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ถ้ายังอยู่บนโลก ก็จะมีพระจันทร์แค่ดวงเดียวที่เป็นของท้องฟ้า”

เลือดมาจากไหนมั้งไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้มันสูบฉีดแรงจนหน้าเพียงจันทร์ร้อนไปหมด

“โอ๊ะ! ขอโทษนะครับ บังเอิญว่าชื่อผมแปลว่าท้องฟ้าซะด้วย” เสียงทุ้มที่พูดทีเล่นทีจริง ทำให้เพียงจันทร์นึกโมโห

“คนอะไร พูดจาสองแง่สามง่าม ไม่มีมารยาท”

“จุ๊ๆ เพียง บลูน่ะ ฟังภาษาไทยออกบ้างนะจ๊ะ เธอจะมาแอบนินทาเขาแบบระยะเผาขนแบบนี้ไม่ได้”

เพียงจันทร์มองรอยยิ้มกริ่มบนใบหน้าหล่อเหลาของผู้ชายตรงหน้าแล้วเริ่มรู้สึกอยากจะให้คำพูดมันเผาขนได้จริงๆ ก็สีหน้าที่มั่นอกมั่นใจแถมพูดจาก้อร่อก้อติกผู้หญิงได้ทั้งๆ ที่มีอุ้มลูกสาวอยู่ด้วย เห็นแล้วไม่น่าสบอารมณ์เอาเสียเลย

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
มาต่อให้จนจบตอนแล้วนะคะ ^_^V

read well and see you again!!

veerandah
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

3,451 ความคิดเห็น

  1. #3446 juiilann (@juiilann) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 23:22

    งงกับชื่อตอนแรกๆมากเลยค่ะ แต่คิดว่าอ่านๆไปน่าจะโอเคขึ้น นี่อ่านรวดเดียวถึงนี่ ลืมเม้นไปเลย สนุกมากๆเลยนะคะ รอดูว่าเพียงจะละลายใจแองจี้ตัวแสบได้ยังไงและเมื่อไหร่ แล้วที่เข้าใจกันผิดอยู่ตอนนี้จะเคลียกันได้มั้ย
    #3446
    0
  2. #3293 น้ำเพชร เม็ดงาม (@mishinea) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2556 / 06:49
    อยากอ่านต่อมากๆเลยค่ มาอัพเร็วนะคะ
    #3293
    0
  3. #2474 m-mier (@mod_dumdum) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2556 / 02:42
    ฮ่า เข้าใจค่า วงวันความซับซ้อนของนิยาย
    #2474
    0
  4. #1802 newnyw (@newnyw) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2556 / 21:09
    น่ารักจังเลยบลูวววววว
    #1802
    0
  5. #1453 ฤดี (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2556 / 02:43
    คุณยายจาให้หลานตามหาคู่ใช่ม้า เค้าว่าต้องใช่แน่แน่ ^_____^
    #1453
    0
  6. #958 SoM-O (@somao-da-mamyo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2556 / 21:50
    สนุกค่ะ
    ชอบแองจี้มากๆไม่รู้ทำไม
    #958
    0
  7. #689 นักอ่าน...lnwcool (@lnwcool) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 03:14
    โห...งานงอก
    #689
    0
  8. #508 nunpanu (@nuntapun) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 เมษายน 2556 / 17:06
    เข้าใจผิด แต่อาจพาไปหวาน
    #508
    0
  9. #488 Chorz (@chorz) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 เมษายน 2556 / 12:05
     เขินเลยค่ะพี่วี สำหรับตอนนี้
    #488
    0
  10. #318 Dusky (@vam-pire-) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2556 / 18:07
    55+ จริงๆน่าจะให้เพียงจันทร์อธิบายสิ่งที่เข้าใจผิดนะ
    #318
    0
  11. #282 Hello_Vespa (@vespa77) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มีนาคม 2556 / 13:35
    สนุกมากกกกกกกกเลยค่ะ
    #282
    0
  12. #227 nampung08 (@nampung08) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มีนาคม 2556 / 11:50
    สนุกมากค่า
    #227
    0
  13. #86 มีนาเร่ (@menasugarlemon) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มีนาคม 2556 / 13:40
    ทำไมตัดตอนอ่า
    #86
    0
  14. #67 pretty-p (@rod_usawadee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มีนาคม 2556 / 17:35
    เอ เข้าใจผิดหรือ ก็แล้วทำไมไม่พูดให้เคลียร์กันไปเลย ตอนนี้เพียงจันทร์ พระจันทร์ดวงเดียวเข้าใจผิดไปโขแล้ว
    อ้อ พ่อตัวดี เสน่ห์ของคุณมากมายล้นเหลือเหรอคะ
    งั้นก็มีความรู้สึกถูเมินได้แล้วล่ะ สมน้ำหน้า หล่อตายสิ
    #67
    0
  15. #62 แว่นใส (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มีนาคม 2556 / 08:48
    เข้าใจผิดกันไปไกลเลยนะ
    #62
    0
  16. #59 Mirin-Mayrina M.D.V. Rez (@poon1810) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มีนาคม 2556 / 15:11
    เอ้า แสบทั้งพ่อทั้งลูก เพียงจะไหวไหมเนี่ย มาอัพต่อเร็วๆนะคะ ค้าง
    #59
    0
  17. #58 นิลกาฬนิรันดร (@zakiwross) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มีนาคม 2556 / 13:05
    ต้องนิสัยอย่างนี้สิ!! ถึงจะสมกับเพียงหน่อย(มั้ง...นะ?)
    #58
    0
  18. #57 mine555555 (@sujitra555555) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มีนาคม 2556 / 12:49
    ค้างมากเลยค่ะ มาต่อเร็วๆน่าาาา

    บลูเจ้าชู้เล็ก ๆ น่ารักจุงเบย
    #57
    0
  19. #56 winterblood Love KiHae (@winterblood) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 มีนาคม 2556 / 22:39
    ค้างเลยยยย งื้ออออ บลูเป็นพระเอกใช่มั้ยยย ><
    เรื่องตัดเร็วมาก ปรับอารมณ์ไม่ทันเลยคะพี่วี เเบบว่า วูบเดียวไปอีกฉากเเล้วก็กลับมาเข้าใจทีหลัง คือเอิงเป็นคนเข้าใจยาก555
    มาเร็วๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ พี่วี ><
    #56
    0
  20. #51 jade cloud (@natnicha312) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 มีนาคม 2556 / 21:31
    เพียงคู่กับบลูแน่เลย>_<
    #51
    0
  21. #50 Mirin-Mayrina M.D.V. Rez (@poon1810) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 มีนาคม 2556 / 14:42
    TT ตัดงี้เลยเหรอคะ แองจี้รักพ่อมาก แสบใช่เล่นเลยนะหนูน้อย
    #50
    0
  22. #49 Sabrina (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 มีนาคม 2556 / 10:59
    เพิ่งเข้ามาอ่าน น่ารักดีคะ อัพเร็วๆนะ
    #49
    0
  23. #48 yumi ยูมินะจ๊ะ (@0jipza0) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 มีนาคม 2556 / 08:28
    ตัดฉับเลยอ่า.. ค้างนะคะ
    แล้วจะมาอ่านต่อพรุ่งนี้ค่ะ ^^
    #48
    0
  24. #47 AII2sd (@amm3379) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 มีนาคม 2556 / 03:17
    อ่าาา ตัดฉับงี้ก็ค้างจิ T-T
    #47
    0