*=*...เรือนพระจันทร์...*=*

ตอนที่ 4 : *o^-^o*..เพียงจันทร์ฟ้าพราว..*o^-^o* - ตอนที่่ 3 (100% จ้า)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,976
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    6 มี.ค. 56

ดีจ้า ทุกๆ คน

ตอนใหม่มาแล้วน้า อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ตอนแรกเน๊าะ
ว่าจะพยายามอัพตอนให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่ก็คิดว่าประมาณนี้ก็พยายามที่สุดแล้วค่ะ +Y+!

วันนี้เอาไปครึ่งนึงก่อนนะคะ แล้วจะรีบมาต่อให้จบเร็วๆ ค่ะ

บ๊ายบาย
วีรันดา


ตอบคำถามที่ 1 ของคุณยิ้มที่ว่า
"ทำไมคุณคล้ายจันทร์ (แม่ของพลอย) ถึงไม่เอาลูกไปฝาก เชยจันทร์ (ยายแท้ๆ ของพลอย)?"


ANS ก่อนอื่นต้องขอโทษเรื่องชื่อตัวละครที่น่าเวียนหัวด้วยนะคะ
ตอนที่วีเขียนก็นึกโกรธตัวเองเหมือนกันที่ตั้งชื่อได้น่าเวียนหัว แต่ทำยังไงได้ มันเขียนไปแล้วเลยต้องเลยตามเลยค่ะ ส่วนคำถามที่ว่า ทำไมคล้ายจันทร์ถึงเอาพลอยจันทร์มาฝากคุณยายชมจันทร์ต้องติดตามคำตอบได้ในเรื่อง “รอยยิ้มพิมพ์จันทร์ค่ะ"

 

 


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ตอนที่
3

 

 

 

ภัตตาคาร เลอ ลูนล์ ปารีส, ฝรั่งเศส

สองสัปดาห์ก่อน

“กรี๊ด!

เสียงกรีดร้องเรียกให้สายตาของแขกทุกคู่ที่นั่งอยู่ในภัตตาคารในเวลาหัวค่ำแบบนี้หันไปมอง เธอเป็นหญิงสาวที่สวยทีเดียวทั้งริมฝีปากอิ่มที่เคลือบไว้ด้วยลิปสติกสีแดงสดเหมือนสีดอกกุหลาบที่เพิ่งจะตัดมาประดับไว้บนโต๊ะ ผมสีแดงที่สะท้อนกับแสงไฟในร้านถูกดัดเป็นลอนใหญ่เหมือนริบบิ้นยาวสยายไปถึงกลางหลังเปลือยเปล่าตัดกับผิวสีขาวผ่องที่ห่อหุ้มด้วยผ้าเนื้อนิ่มสีทองของชุดเดรสที่เธอใส่อยู่ เธอทั้งสวยและสมบูรณ์แบบแม้จะมีซอสสูตรพิเศษของร้านไปแต่งแต้มอยู่เต็มหน้าท้องของเธอก็ตาม

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ ตายแล้วรีเบคก้า เกิดอะไรขึ้น!” เสียงแหลมสูงของเพนนีผู้จัดการภัตตาคารที่ใหญ่ที่สุดในปารีสอย่างดังขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวเต็มตา

“นังเด็กนี่ นังเด็กปีศาจนี่ มันแกล้งฉัน!

ทุกสายตาต่างมองตามนิ้วมือเรียวงามที่กำลังสั่นด้วยความโกรธ ซึ่งชี้ไปที่เด็กหญิงวัยประมาณหกเจ็ดขวบที่ยืนอยู่ตรงข้ามเธอ

“แองเจลล่า…” เพนนีครางขึ้นด้วยสีหน้าประมาณว่า เอาอีกแล้ว แต่เด็กหญิงที่ถูกเอ่ยชื่อกลับทำท่าประหนึ่งว่ากำลังถูกกลั่นแกล้งเพื่อเรียกคะแนนสงสาร และเพราะหน้าตาที่น่ารักราวกับตุ๊กตา พอมาทำตาโต เบ้ปากเล็กน้อยราวกับจะร้องไห้ ก็เลยได้คะแนนสงสารไปเต็มๆ

“ใช่”

เสียงตอกย้ำอย่างหนักแน่นนั่น ทำให้เพนนีต้องกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น แองเจลล่าเป็นเด็กอย่างไรเธอน่ะรู้ดี แต่การจัดการกับเด็กคนนี้เป็นเรื่องที่เธอไม่เคยคิดว่าจะทำได้เลยสักนิด

“เธอต้องจัดการให้ฉันเดี๋ยวนี้นะ เพนนี”

เพนนีมองสลับกันระหว่างหญิงสาวกับเด็กน้อยอยู่สองวินาที ก่อนจะเลือกคว้ามือของแองเจลล่า

“เธอรออยู่ตรงนี้ก่อนนะเบค เดี๋ยวฉันจัดการให้ แองจี้ หนูมากับฉันเถอะ”

แองเจลล่าไม่ขัดขืนเธอยอมเดินตามเพนนีไปง่ายๆ แต่ยังไม่วายหันกลับมาแลบลิ้นน้อยๆ ให้รีเบคก้าในมุมที่จะมีแต่หญิงสาวคนเดียวที่เห็น ทำให้นางแบบสาวแทบอยากจะกระทืบเท้าและกรีดร้องให้ดังสนั่นอีกรอบ

 

“บลู เธอต้องจัดการเรื่องนี้นะ” เพนนีพูดขึ้นกับเชฟใหญ่ของร้านขณะอยู่ในห้องพักพนักงานอย่างเหลืออด ตอนนี้เป็นเวลาปิดร้านแล้ว ทำให้เพนนีมีเวลาที่จะจัดการกับตัวต้นเหตุที่ทำให้เธอแทบประสาทกินมาทั้งคืน

“ขอโทษด้วย เพน คราวหน้าผมจะจัดการให้เรียบร้อย วันนี้ไม่มีคนดูแลแองจี้จริงๆ ถึงต้องพามาด้วย”

เจ้าของประโยคขอโทษนั้นเป็นชายหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าใส ที่ดูเหมาะเจาะกับส่วนประกอบอื่นบนใบหน้าเขา ‘เดวิดมีชีวิต นั่นมักเป็นคำจำกัดความของ บลู บัสเตอร์ เชฟใหญ่ของภัตาคารเลอ ลูนล์ ที่มักจะได้รับเสมอๆ เขาเป็นหนุ่มหล่อที่มีหญิงสาวมาติดพันมากมาย และจะมีมากกว่าปัจจุบันนี้อีกหากเขาไม่มีแม่เทพธิดาผู้พิทักษ์ตัวน้อยอย่างลูกสาวเขา

“แล้วก็จัดการกับรีเบคก้าด้วย หล่อนจะไม่ยอมยกโทษให้ ถ้าไม่ได้ไปทานข้าวมื้อเย็นกับเธอในวันหยุดนี้ ฉันรับปากหล่อนไปแล้ว หวังว่าเธอคงไม่ปฏิเสธนะ”

“ผมไม่อยากปฏิเสธหรอก เพน แต่ถ้าจะไปผมก็ต้องหาคนมาดูแลแองจี้ก่อน” เพนนียกมือขึ้นเท้าเอวอย่างโมโห

“นั่นก็เป็นเรื่องของเธอนะบลู จัดการให้ได้ก็แล้วกัน วันนี้ฉันจะบ้าตาย รีเบคก้าเวลาวีนแตกแบบนี้อย่าได้เจอะเจออีกเป็นครั้งที่สองเลยนะ” พูดจบผู้จัดการร้านคนสวยสะบัดก้นงามๆ ของเธอออกจากห้องพักไป ทิ้งให้บลูต้องถอนหายใจอย่างหนักใจ

“งานใหญ่ละสิ ใช่ไหม” เสียงทักจากชายหนุ่มหัวล้านร่างใหญ่กว่าบลูประมาณครึ่งเท่าดังมาจากข้างหลัง ทำให้บลูหันไปยักไหล่ให้ ประมาณว่าเขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน

“แนะนำหน่อยสิ เกอร์ตู”

ชายเจ้าของชื่อยกมือขึ้นลูบคาง ก่อนจะตอบว่า “นายต้องหาแม่ให้แองจี้”

“ก็หาให้อยู่นี่ไง”

“เอาที่เธอปลื้มด้วยสิ ฉันว่าแองจี้กำลังเข้าสู่วัยต่อต้านนะ แล้วนายก็ดันไม่ค่อยเวลาให้ด้วย ควรหาผู้หญิงที่เข้ากับแองจี้ได้ เธอจะได้เลิกยุ่งกับนาย หรืออย่างน้อยก็ไม่หางานอดิเรกด้วยการเทซอสใส่เสื้อใครๆ”

บลูยิ้มกับคำแนะนำ แต่ก็อดหนักใจไม่ได้ ก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่แองจี้จะปลื้มเลยนี่นา ทั้งที่เขาออกจะปลื้มกับพวกหล่อนทุกคน แล้วเขาจะทำยังไงล่ะเนี่ย

“ลองไปเที่ยวที่ไหนไกลๆ ด้วยกันสิ เดฟ ถ้ายังหาแม่ให้แองจี้ไม่ได้ อย่างน้อยก็หาเวลาอยู่กับเธอให้มากๆ หน่อย เธอคงคิดว่าถ้านายมีแฟนแล้วจะทิ้งเธอน่ะสิ”

เกอร์ตูตบไหล่บลูสองสามทีก่อนจะเดินออกจากห้องไป บลูยิ้มเล็กน้อยกับคำเรียกที่เกอร์ตูเรียกเขา ‘เดฟย่อมาจากเดวิดเพื่อนเขามักจะล้อเขาอย่างนั้น มือหนาปลดผ้ากันเปื้อนที่คาดเอวออกโยนลงตะกร้าผ้าที่มุมห้อง ก่อนจะเปิดล็อกเกอร์แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้า

“พ่อคะ แองจี้ง่วงนอนแล้ว” บลูก้มลงอุ้มเด็กหญิงที่เดินเข้ามาในห้องพักพนักงานไว้ในอ้อมกอด ก่อนจะเริ่มออกเดิน

เจ็ดปีแล้วที่เขาต้องเลี้ยงลูกคนเดียวหลังจากหย่ากับภรรยา อิซเบลล่าแต่งงานใหม่ไปเมื่อปีก่อนกับนักธุรกิจคอมพิวเตอร์อะไรสักอย่าง และไม่พร้อมอย่างมากที่จะเอาแองเจลล่าไปอยู่ด้วย แองเจลล่าจึงเป็นความรับผิดชอบของเขาแต่เพียงผู้เดียว ไม่ใช่เขาไม่รักลูก แต่เขาก็มีความต้องการของตัวเองเหมือนกัน รีเบคก้าคือสิ่งนั้น เราสองคนกำลังไปกันได้ดีจนถึงตอนนี้ คงไม่สวยแน่ถ้าแองเจลล่ารู้ว่าเขาจะไม่อยู่กับเธอในวันหยุดที่จะถึงนี้

จดหมายถูกสอดไว้ใต้ประตูเหมือนเดิมเมื่อบลูหยิบขึ้นมา จดหมายจ่าหน้าซองชื่อผู้ส่งด้วยตัวพิมพ์สวยงามว่า ‘Wichada’ เขาเปิดซองจดหมาย อ่านและพับมันวางที่โต๊ะข้างกระจก

 

ร้านอาหาร เรือนพระจันทร์ กรุงเทพ, ประเทศไทย

สองสัปดาห์ต่อมา

ซองเอกสารสีน้ำตาลวางอยู่บนโต๊ะข้างหน้าหลานสาวทั้งสี่ คุณยายชมจันทร์เอนกายไปข้างหลังพร้อมกับประสานมือไว้ที่ตัก

“เกมนี้กติกาเข้าใจง่ายๆ ก็แค่หาของอย่างหนึ่ง...แต่”

“ว่าแล้วว่าต้องมี ‘แต่ คุณยายไม่เคยทำอะไรง่ายๆ อยู่แล้ว” พิมพ์จันทร์พูดแทรกอย่างรู้ทัน

“เจ้าพิมพ์ จะฟังต่อไหม แกนี่ชอบขัดยายตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยเปลี่ยนเลย” พิมพ์จันทร์ยักไหล่และยิ้มกว้างเหมือนได้รับคำชมมากกว่าถูกว่ากล่าวตักเตือน

“แต่อะไรคะคุณยาย” พลอยจันทร์ถามต่อ

“ยายจะไม่บอกว่าของนั้นคืออะไร”

“หา!”  ทั้งสี่สาวหันมามองหน้ากันอย่างตกใจ คนที่ได้สติก่อนใครคือเพียงจันทร์

“ใครจะไปหาเจอล่ะคะ ถ้าไม่รู้ว่าสิ่งที่ต้องหาคืออะไร”

“ก็ฟังกันให้จบเสียก่อนสิ อย่าเพิ่งโวยวาย มีของให้หาทั้งหมดสี่ชิ้นสำหรับแต่ละคน” สี่สาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ และตั้งใจฟังต่อไป

“มีเวลาให้คนละ 3 เดือน ถ้าใครคนใดคนหนึ่ง พลาด หาของไม่เจอ เกมจบ ยายเป็นฝ่ายชนะ”

รอยยิ้มมั่นอกมั่นใจของผู้เป็นยายกระตุ้นนิสัยอยากเอาชนะของหลานๆ ได้เป็นอย่างดี ชมจันทร์อ่านได้จากสายตาของหลานสาวทั้งสี่ของเธอ แน่ละ หลานของเธอก็ต้องเหมือนเธอสิ

“ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วจะเกิดอะไรขึ้นคะ” พรจันทร์ถามขึ้น

คุณยายชมจันทร์ไม่ตอบ แต่ผลักซองเอกสารเข้าใกล้หลานสาวมากขึ้น เพียงจันทร์เอื้อมมือไปหยิบแต่สายตายังคงมองที่คุณยาย ก่อนที่เธอจะก้มลงดึงเอกสารภายในซองออกมาดู

“เอกสารสละสิทธิ์การรับมรดก”

เพียงจันทร์อ่านก่อนจะดึงมันออกมา ทุกแผ่นกรอกรายละเอียดของพวกเธอแต่ละคนเอาไว้เรียบร้อย เหลือแต่ลายเซ็นเท่านั้น เพียงจันทร์แจกจ่ายไปให้น้องสาวอีกสามคน

“ในปึกนั้นยังมีสัญญาที่จะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับด้วย อ่านให้ละเอียดก่อนเซ็นชื่อนะ”

หางเสียงเหมือนคนกำลังสนุกกับอะไรสักอย่าง เพียงจันทร์เงยหน้าสบตาคุณยาย แล้วก็พบว่าสิ่งที่เธอคิดนั้นถูกต้อง คุณยายกำลังสนุก เธอหยิบปากกาที่มุมโต๊ะมาเซ็นชื่อทันที

“พี่เพียงไม่อ่านก่อนเหรอคะ” เพียงจันทร์เงยหน้ามองไปยังพลอยจันทร์

“ไม่ว่ายังไงเราก็ต้องเซ็นไม่ใช่เหรอ”

พลอยจันทร์เปลี่ยนไปสบตาพิมพ์จันทร์ที่นั่งข้างๆ แต่พิมพ์จันทร์ทำเพียงยักคิ้ว แล้วยื่นมือไปรับปากกาจากเพียงจันทร์แล้วก็เซ็นชื่อ

ก็จริงนะ ไม่ว่ายังไงเราก็ต้องเซ็น

ชมจันทร์มองหลานสาวทั้งสี่คนซึ่งกำลังส่งปากกาต่อๆ กันไปแล้วเซ็นชื่อในเอกสารโดยไม่อ่านทีละคน หลานสาวเธอแต่ละคนไม่ได้ต้องการสมบัติของเธอเลย แต่ที่พวกเธอเซ็นชื่อก็เพราะอยากเล่นเกมกับเธอจริงๆ ไม่เสียแรงที่เลี้ยงมากับมือ

“เซ็นชื่อกันครบแล้ว เราต้องทำอะไรต่อคะ” พลอยจันทร์ถามขณะที่รวบรวมเอกสารส่งคืนให้คุณยาย
++++++++++++++++++++++
++++++++++++++
++++++++
++++
++
+

คุณชมจันทร์ไม่ได้รีบเก็บเอกสาร แต่กลับยื่นสลากให้ทั้งสี่พี่น้องแทน

“จับสิ จะได้รู้ว่าใครจะเป็นคนแรกที่จะเล่นเกมก่อน” พิมพ์จันทร์ยื่นมือมาเป็นคนแรกตามด้วยพลอยจันทร์ พรจันทร์ และเพียงจันทร์เป็นคนสุดท้าย

เพียงจันทร์ลังเลใจอยู่เล็กน้อยก่อนจะเปิดกระดาษใบน้อยออกดู พระจันทร์เสี้ยว เพียงจันทร์สูดลมหายใจเข้าลึกอย่างหนักใจ นี่เราจะต้องเป็นคนแรกหรือเนี่ย

“เพียงเป็นคนแรกใช่ไหม” พิมพ์จันทร์พูดขึ้นหลังจากที่ชะโงกหน้ามองแผ่นกระดาษของทุกคนเรียบร้อยแล้ว เพียงจันทร์ไม่ตอบแต่ยื่นกระดาษที่มีรูปพระจันทร์เสี้ยวให้ทุกคนดู

เป็นที่รู้กันว่าฉลากของคุณยายไม่เคยเป็นหมายเลข แต่จะเป็นรูปดวงจันทร์ หนึ่งส่วนสี่ หนึ่งส่วนสอง สามส่วนสี่ และก็พระจันทร์เต็มดวง ถ้าเธอได้พระจันทร์เสี้ยว ก็แสดงว่าต้องเริ่มเป็นคนแรก

“พิมพ์ล่ะ” พิมพ์ยักไหล่ “พระจันทร์ครึ่งดวง”

“ของพลอยเศษสามส่วนสี่ค่ะ”

งั้นก็แสดงว่าพรจันทร์เป็นพระจันทร์เต็มดวงสินะ

“เพียงเป็นคนแรกค่ะคุณยาย คุณยายจะให้เพียงหาอะไรคะ” คุณยายชมจันทร์ขยับตัวอีกครั้ง คราวนี้เธอเดินไปทางตู้ใบใหญ่ที่วางอยู่ใกล้ตัว ไม่นานกล่องไม้สลักลายอย่างสวยงามก็มาอยู่ตรงหน้าทุกคน

“นี่คืออะไรคะ”

“เบาะแสของของที่จะหา”

พิมพ์จันทร์ยกมือขึ้นเกาหัว

“กล่องเนี่ยนะ น้อยไปหรือเปล่าคุณยาย ไม่มีคำใบ้ ไม่มีแผนที่ แล้วเพียงจะไปหาได้ยังไงล่ะ”

“ฉันยังพูดไม่จบเลยนะเจ้าพิมพ์ กล่องมันก็ต้องมีของใส่สิ คิดว่าฉันจะเอาเปรียบขนาดไม่ให้ข้อมูลอะไรเลยหรือไง อย่าเพิ่งเปิดนะเจ้าพลอย” พลอยจันทร์ชักมือกลับทันทีที่ถูกดุ

“ตกลงว่าในกล่องนี้คือเบาะแส แล้วพี่เพียงก็ต้องตามหาอะไรบางอย่างซึ่งจากตอนแรกที่คุณยายบอก ถ้าพี่เพียงหาเจอก็จะมีเบาะแสของอันต่อไปมาให้ใช่ไหมคะ” พรจันทร์พูดสรุป

“ใช่ เมื่อหาของชิ้นแรกเจอจะได้ของสิ่งหนึ่งกับเบาะแสของของชิ้นที่สองที่ต้องหาต่อไป”

“คุณยายหมายความว่าไง ได้ของสิ่งหนึ่ง กับเบาะแส” พิมพ์จันทร์ถามอย่างงงๆ

“คุณยายหมายความว่า ของสิ่งแรกให้เก็บไว้ แต่เบาะแสให้คนหาของชิ้นต่อไปใช่ไหมคะ” พลอยจันทร์ตอบแทนและมั่นใจมากขึ้นเมื่อคุณยายชมจันทร์พยักหน้ารับ

“แล้วของอย่างแรกมันสำคัญยังไงถึงต้องเก็บไว้ล่ะ” พิมพ์จันทร์ยังไม่หยุดสงสัย

“มันก็ต้องสำคัญสิ อย่าเพิ่งถามมากเรื่องได้ไหม”

พิมพ์จันทร์ทำเสียงจิ๊จ๊ะแต่ก็ยอมเงียบไป

“ว่าไง เพียงมีอะไรจะถามไหม” คนที่นั่งเงียบมานานยิ้มเนือยๆ

“เอาไว้เพียงดูของในกล่อง แล้วค่อยมาถามทีหลังได้ไหมคะ”

“ไม่ได้” คำตอบที่เฉียบขาดทำเอาเพียงจันทร์ใจฝ่อทันที

“โห! ยายช่วยหน่อยไม่ได้เหรอ เกิดในกล่องนี้เป็นกล่องเปล่า เพียงก็แย่น่ะสิ” พิมพ์จันทร์โอดครวญช่วยเหลือทันที

“อยากถามอะไรก็ถามมาตอนนี้ หลังจากนี้ยายจะไม่บอกอะไรทั้งสิ้น แล้วแกคิดว่าฉันจะให้กล่องเปล่าจริงๆ หรือไง เจ้าพิมพ์”

“ใครจะไปกล้าคิดอย่างนั้นล่ะคะ” พิมพ์จันทร์แก้ตัว

“ของที่จะหาเกี่ยวข้องกับคุณยายใช่ไหมคะ”

“ยายให้เพียงถามนะ เจ้าพลอย”

พลอยจันทร์หน้าม่อยลง แต่ก็แอบสะกิดพิมพ์จันทร์ พิมพ์จันทร์ก็เหมือนรู้งานจึงสะกิดเพียงจันทร์ต่อ

“เพียงก็อยากรู้เหมือนกันค่ะ คุณยาย”

“งั้นก็ได้ ใช่ ของที่ให้หาเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับยาย เกี่ยวกับร้านของเรา เป็นความลับที่มีเพียงไม่กี่คนที่รู้”

“มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ แล้วมันกี่คนคะ” พิมพ์จันทร์ถามขึ้นมา แต่ก็รีบปิดปากเพราะสายตาดุของคุณยาย

“ถ้ารู้ทั้งหมดน่ะ ตอนนี้เหลือยายคนเดียว ถ้ารู้เป็นบางส่วนก็มีจำนวนอยู่พอสมควร” คุณยายชมจันทร์มองใบหน้าหลานสาวที่พยักหน้าเข้าใจก่อนจะพูดต่อว่า

“หลานทุกคนสามารถค้นของทุกอย่างในบ้านหลังนี้ สามารถค้นห้องได้ทุกห้อง แต่ยายไม่รับประกันว่าหลานจะเจออะไรมากกว่าที่หลานได้รับไป”

“ก็แหงล่ะ คุณยายคงเอาออกไปหมดแล้วน่ะสิ” พิมพ์จันทร์กระซิบกับพลอยจันทร์ แต่ก็รีบเงียบทันทีที่สายตาเจนโลกของคุณยายกวาดตามามองที่เธออีกครั้ง

“มันไม่ใช่ยายหรอกที่เอามันออกไป” เพียงจันทร์อ้าปากแต่ก่อนที่เธอจะถามสิ่งที่สงสัยออกไป คุณยายก็พูดขึ้นก่อน

“เวลาสามเดือนจะเริ่มนับตั้งแต่เที่ยงคืนวันนี้เป็นต้นไป และถ้ามีความต้องการจะใช้อะไร จะมีบัตรเครดิตอยู่ในกล่องนี้ วงเงินไม่จำกัด” เสียงผิวปากของพิมพ์จันทร์ทำให้เพียงจันทร์ต้องแอบสะกิด

“แล้วก็ถ้าเรื่องสงสัยอะไร ที่เกี่ยวข้องกับเกมของเรา นอกจากยายแล้วสามารถติดต่อวีระพจน์ได้ จะไปไหน อยากได้อะไรก็ไปบอกเขา อ้อ เพียง ถึงจะเร็วไปหน่อยแต่ก็สุขสันต์วันเกิดนะ หลานรัก”

เพียงจันทร์นิ่งอยู่สักครู่ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้เป็นวันเกิดของเธอ “ขอบคุณค่ะ คุณยาย เพียงจะพยายามให้มากที่สุด เพื่อตามหาของ เพียงเชื่อนะคะ ไม่ว่าของที่หาจะเป็นอะไรก็ตาม มันต้องมีความสำคัญกับคุณยายมากแน่ๆ”

 

“พี่ไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลยพลอย ก็รู้กันอยู่ว่าในบบรรดาเราทั้งสี่คน พี่เป็นคนที่เล่นเกมไขปริศนาไม่เก่งที่สุด” เพียงจันทร์พูดอย่างหนักใจเมื่อทั้งสี่กลับมาอยู่ที่ห้องของตนเอง

“โห แต่เมื่อกี้พูดซะซึ้งเลยนะเพียง”

“ก็เพียงคิดแบบนั้นจริงๆ นี่ พิมพ์ มันต้องสำคัญไหมล่ะ ไม่อย่างนั้นจะให้หาทำไม”

“พี่เพียงอย่าหนักใจไปเลยค่ะ ถึงแม้พี่เพียงจะไขปริศนาไม่เก่ง แต่พี่เพียงก็จะเป็นคนหาของเจอก่อนพวกเราทุกครั้ง” พรจันทร์พูดก่อนที่จะเดินเข้าห้องน้ำ พลอยจันทร์เองก็เริ่มเปิดกระเป๋าหยิบกระเป๋าเครื่องสำอางออกมาแล้วเริ่มเช็ดหน้าแต่ก็ไม่วายเห็นด้วย

“ใช่ค่ะ จำได้ไหมตอนที่คุณยายเอาของไปซ่อนในตู้หนังสือ พี่เพียงเป็นคนแรกที่รู้ว่ามีชั้นหนังสือที่มันไม่เหมือนเดิม ความสามารถในการแยกความแตกต่างของพี่เพียงน่ะสุดยอด”

“มันไม่ใช่อย่างนั้น พี่แค่จำได้ว่าของเดิมมันเป็นยังไง เพราะคุณยายไม่มีทางทำให้ชั้นหนังสือเรียงผิดแน่นอน”

 “นั่นแหละคือสิ่งที่พวกเราไม่มี เพียงเป็นคนมีระเบียบและความจำดี จำได้แม้กระทั่งลำดับการเรียงหนังสือ” พิมพ์จันทร์แสดงความคิดเห็นขณะที่ล้มตัวลงนอนเอกเขนกบนโซฟาตรงข้ามเพียงจันทร์

เมื่อมีเสียงของน้องๆ พูดให้กำลังใจกันไปมา เพียงจันทร์ก็เริ่มรู้สึกใจสงบขึ้น

“นั่งซึ้งอะไรอยู่เหรอเพียง” พิมพ์จันทร์ถามขึ้นเมื่อเห็นเพียงจันทร์นั่งเงียบ

“เปล่า ก็แค่รู้สึกถึงวันเก่าๆ เราไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างนี้นานแล้วเนอะ

ห้องนอนห้องนี้คุณยายสร้างขึ้นเพื่อพวกเธอทั้งสี่คน มีเตียงสองชั้นสองเตียง กระจกแต่งหน้าบานใหญ่อยู่ระหว่างเตียง ถัดไปเป็นห้องแต่งตัวและห้องน้ำ

เพียงจันทร์มองไปรอบห้อง ก่อนจะกลับมามองกล่องเจ้าปัญหา เธอถอนหายใจอย่างหนักใจอีกครั้ง ถ้าเธอทำไม่สำเร็จ นั่นหมายความว่าจะไม่เจอเบาะแสที่สอง และนั่นก็จะทำให้คนที่เหลือไม่ได้มรดกไปด้วย ทั้งๆ ที่เป็นสิทธิโดยชอบธรรมของพวกน้องๆ ของเธอแท้ๆ

“ว้าย! พร อย่าเอาน้ำมาสลัดใส่พี่สิ” เพียงจันทร์ร้องห้ามพรจันทร์ที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำทั้งยังนุ่งผ้าขนหนูสะบัดน้ำจากผมใส่เธอ

“ก็พรไม่อยากให้พี่เพียงนั่งเก๊กซิมอยู่อย่างนี้นี่นา ไปอาบน้ำเถอะพี่เพียง พี่พิมพ์ พี่พลอยด้วย นี่จะเที่ยงคืนแล้ว เราจะได้มาเปิดกล่องพร้อมกัน”

“แต่คุณยายให้พี่หาคนเดียวนี่” เพียงจันทร์ค้านขึ้น

พลอยจันทร์ที่เพิ่งล้างเครื่องสำอางเสร็จเดินเข้ามาส่ายหน้าใกล้ๆ

“โน โน ค่ะ พี่เพียง คุณยายบอกแค่ว่าให้หาทีละคน ไม่ได้หมายความว่าไม่ให้พวกเราช่วยคิดแก้ปริศนาด้วยกันนี่ รับรองเลยว่าในกล่องนั่นคงไม่ได้มีเบาะแสวางไว้เฉยๆ หรอก”

“ใช่ เพราะมันไม่ใช่นิสัยของคุณยาย ถ้าไม่ลึกลับซับซ้อนก็ไม่ใช่คุณยายชมจันทร์ของพวกเราน่ะสิ ไปเพียงไปอาบน้ำกัน อีกตั้งชั่วโมงกว่าจะเที่ยงคืน” พิมพ์จันทร์พูดพลางดึงมือเพียงจันทร์ลุกขึ้นแล้วดันหลังไปทางห้องน้ำ

“ใช่ เราต้องเตรียมพร้อม อีกหนึ่งชั่วโมงทุกอย่างจะเริ่มต้นขึ้น”

พลอยจันทร์พูดพลางจ้องกล่องไม้แกะสลักอย่างหมายมั่นปั้นมือ ไม่ว่าคุณยายจะมาไม้ไหน ถ้าพวกเธออยู่กันครบสี่คนแล้วละก็ รับรองว่าสู้ไม่ถอยแน่ ไม่ใช่เพื่อสมบัติหรือมรดกอะไรทั้งนั้น แต่เพราะพวกเธอคือหลานคุณยายชมจันทร์ และถ้าเอาชนะเกมนี้ไม่ได้ ก็ไม่ต้องมาเรียกว่า หลานยาย นี่ใช่ไหมที่คุณยายอยากจะบอกพวกเราน่ะ


++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

มาต่อจนจบแล้วนะคะ วันนี้วีเหนื่อยมากๆ
แต่ได้ทำบุญใหญ่นะคะ
ทำบุญอะไรไว้ตอนหน้าจะมาเล่าให้ฟัง
แต่ต้องรีบไปขึ้นเวรต่อ ><!

แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ

Good bye ^_^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

3,451 ความคิดเห็น

  1. #3046 น้ำเพชร เม็ดงาม (@mishinea) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2556 / 00:28
    อัพต่อนะคะ อยากอ่านแว้ว~~
    #3046
    0
  2. #2361 m-mier (@mod_dumdum) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2556 / 01:41
    ประมวลผลช้า ไปเพิ่มแรมเถอะป๋า ขาดทุนไปหล่ยช๊อต
    #2361
    0
  3. #2245 reborn_mind (@reborn-mind) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2556 / 13:31
    อ่านสปอยแล้วปลื้มเพียงจันทร์จัง ประโยคเดียว จบเลย >_<
    #2245
    0
  4. #2140 reborn_mind (@reborn-mind) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2556 / 17:26
    อุ้ยย พระเอกตาย -0-
    #2140
    0
  5. #2094 reborn_mind (@reborn-mind) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2556 / 19:53
    #2094
    0
  6. #1310 หลากหลาย (@ree-a-na) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2556 / 00:17
    เนื้อหาน่าสนใจมากๆเลยค่ะ แตต่แอบงงความสัมพันธ์ครอบครัวจนตัองทวนอยู่หลายรอบ
    #1310
    0
  7. #1003 fiwaa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2556 / 07:12
    ถ้าต้องการสื่อความหมาย ร้านอาหารในตอนต้นว่าพระจันทร์ ภาษาฝรั่งเศสใช้ La lune ลาลูน นะคะเป็นคำเพศหญิงคะ เนี้อเรื่องน่าติดตามคะ เป็นกำลังใจให้นะคะ ^^
    #1003
    0
  8. #955 SoM-O (@somao-da-mamyo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2556 / 20:56
    งงชื่อนิดๆ
    ลุ้นต่อค่ะ
    #955
    0
  9. #687 นักอ่าน...lnwcool (@lnwcool) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 02:54
    เป็นเรื่องที่น่าสนใจ
    #687
    0
  10. #503 nunpanu (@nuntapun) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 เมษายน 2556 / 16:20
    ยิ่งอ่านยิ่งสนุก
    #503
    0
  11. #461 Mirin-Mayrina M.D.V. Rez (@poon1810) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 เมษายน 2556 / 10:01
    ส.น.น สมน้ำหน้านะจ๊ะ ทัศน์ จริงๆแอบสงสารทัศน์เหมือนกันนะ จะจบแล้วเหรอคะ เรื่องของพิมพ์ต่อสินะ จะยังมีบทหวานของคู่นี้ในเรื่องต่อไปอีกไหมคะ?
    #461
    0
  12. #275 @zilch (@zilches) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มีนาคม 2556 / 23:31
    เนื้อเรื่องน่าติดตามมากค่ะ  แต่ติดตรงคำบรรยาย ของคุณวี บางครั้งก็รู้สึกว่า มันน่าจะบรรยายได้กระชับกว่านี้หน่อย และการเรียงประโยค เพื่อเน้นความสำคัญ หรือดึงให้มีอารมณ์คล้อยตาม ยังรู้สึกแปลก ๆ ค่ะ ไม่ใช่ไม่ดีนะคะ แค่รู้สึกว่ามันแปลกๆ น่ะค่ะ   อย่างส่วนบรรยายส่วนต้นของบท



    ซิลช์ อาจจะเขียนแค่ "...เส้นผมสีแดงเงางามเป็นประกายล้อแสงไฟ ถูกดัดเป็นลอนใหญ่ยาวเคลียแผ่นหลังเปลือยเปล่า..." ประมาณนี้ค่ะ



    อันนี้ซิลช์แค่ลองเสนอแนะนะคะ เพราะให้ซิลช์เขียนเองทั้งเรื่องอย่างที่คุณวีทำ ซิลช์ก็ไม่สามารถเหมือนกันค่ะ  หวังว่าคุณวีจะไม่ถือสา ที่ละอ่อนน้อยด้อยฝีมือบังอาจแนะ นะคะ
    #275
    0
  13. #54 winterblood Love KiHae (@winterblood) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มีนาคม 2556 / 22:16
    งงตอนเริ่ม พวกเขาคือใคร? 5555
    ลึกลับซับซ้อนจริงๆ คล้ายๆคาเลนดาร์เลย เเต่เป็นคาเลนดาร์เวอชั่นไทยๆ 5555
    สนุกมากๆเลยค่ะ ><
    #54
    0
  14. #43 novelworm (@chaninatcin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มีนาคม 2556 / 13:16
    น่าอ่านมากกกกกเลยค่ะพี่วี>///< เนื้อเรื่องคล้ายๆcalendar castle แต่มันต้องสนุกมากกกกไม่แพ้กันแน่นอนค่าาา ^
    #43
    0
  15. #39 นิลกาฬนิรันดร (@zakiwross) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มีนาคม 2556 / 16:16
    เริ่มจะจำชื่อตัวละครได้แล้ว อืม...ไม่ใช่สมบัติ?
    หรือจะให้ตามหาพระเอก? ฮ่าๆๆ คงไม่ใช่หรอกมั้ง
    #39
    0
  16. #38 devilangel (@devilangel) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มีนาคม 2556 / 02:33
    ชื่อตัวละครทำเอาอึ้งไปนานอยู่เหมือนกันคะ งงว่าใครเป็นใคร๕๕๕๕
    #38
    0
  17. #37 yumi ยูมินะจ๊ะ (@0jipza0) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มีนาคม 2556 / 10:17
    ค้างนิดๆนะคะเนี่ย ชักอยากจะรู้แล้วล่ะค่ะ 
    เรื่องน่าสนใจมากๆเลยค่ะพี่วี(ขอเรียกแบบนี้นะคะ^^)
    ชื่อตัวละครงงนิดๆนะคะ แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะของอย่างนี้มันขึ้นอยู่กับแต่ละคน
    ยังไงยูมิก็จะรอนะคะเอามาลงครึ่งเดียวก้ยังดีกว่าไม่มาลง
     พยายามเข้าค่ะ จะคอยเป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆค่ะ

    #37
    0
  18. #36 นิลกาฬนิรันดร (@zakiwross) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มีนาคม 2556 / 17:03
    อา... มันค้างนะครับ
    อุตส่าห์ดีใจเห็นตอนใหม่ลง ที่ไหนได้ ครึ่งเดียวซะงั้นอ่ะ
    เพียง-พิมพ์-พลอย-พร ผมเรียงถูกมั้ย(ตามลำดับอายุนะครับ)
    งง พ.พาน หมดเลย แถมยังมีจันทร์ต่อท้ายเหมือนกันหมดอีก 

    ป.ล บลูนี่หนึ่งในพระเอกรึเปล่าครับ(แบบพระเอกลูกติด)

    ป.ล 2 ...ลงไวๆนะครับ
    #36
    0