SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา

ตอนที่ 97 : เมืองลับแล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,731
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    26 ก.ค. 49

SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา
Author กัลฐิดา


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


สวัสดียามเย็นของคุณวันอังคารนะคะ


หลังจากที่หายหน้าหายตาไปสองวัน เพราะ web มันเข้าไม่ได้ + ต้องทำรายงานส่ง
กัลก็เอาตอนใหม่มาให้เพื่อนๆ แล้วค่ะ


ตอนนี้เข้าสู่เดือนที่สองแล้วนั่นก็หมายความว่ากัลจะพาไปเที่ยวเมืองใหม่กัน
ซึ่งคราวนี้เป็นเมืองในรัฐฟอริโซ่ ซึ่งได้รับสมญาว่า เมืองลับแล


มันจะลับแลยังไงก็ไปติดตามกันได้เลย


กัลฐิดา


ปล. คราวนี้นายแมวของเราก็ออกนิดเดียวอีกแล้ว อย่าพึ่งเสียใจนะคะ
ยังมีเวลาอีกมากสำหรับชายหนุ่มคนนี้ของเรา


 ตอบคำถาม


คห. 5619 น้องฝ้าย


ตกลงคุณตาของลีโอเป็นใครกันแน่อ่ะคะ ในเล่มหนึ่งตอน คัลเรลล่า อิบเซน
บอลว่าตาของลีโอชื่อแคล ตายแล้วระหว่างสู้รบกับซีเลส

แต่ เล่มสองกลับมีโผล่มาอีกคนนึง ที่ชื่อโซลแลร์ อิบเซน อ่ะค่ะ
 ตอบทีนะคะพี่กัล งงจริงๆค่ะ


ที่น้องฝ้ายบอกไว้ข้างต้นถูกแล้วค่ะ พ่อของคัลเรลล่า อิบเซน
คุณตาของลัโอก็คือ แคล อิบเซนค่ะ

แต่โซลแลร์ อิบเซนเนี่ย เป็นน้องชายของแคล อิบเซน น้องของพ่อก็เป็นอา
ดังนั้น โซลแลร์

จึงเป็นอาของคัลเรลล่า อาของแม่ก็เป็นตา โซลแลร์ก็เลยเป็นคุณตา
ของลีโอด้วยไงคะ

ขอโทษค่า รันเลขตอนผิด อิอิ ตาไวกันเหลือเกินนะคะ


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ตอนที่ 92 เมืองลับแล


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


การเดินทางสู่ฟอรี่...เมืองหลวงของฟอริโซ่ยังลำบากลำบนเหมือนดังปีที่แล้วที่เฟมีลเคยมาที่นี่
ปกติการเดินทางครั้งนี้ทวีความลำบากมากขึ้นเมื่อจุดหมายของคณะเดินทางทั้งหมดมีมากกว่า
คำว่าไกล เพราะต้องใช้คำว่าว่าลึกเข้าไปในผืนป่าใหญ่เลยต่างหาก


จุดหมายปลายทางของการเดินทางครั้งนี้อยู่ที่เมืองลึกลับแห่งหนึ่งของฟอริโซ่
เมืองที่คงวัฒนธรรมโบราณของชาวฟอรี่ไว้อย่างน่าดูชม ที่นั่นได้รับสมญานามจาก
นักค้นหาของวิเศษว่า [b]รีเฟน่า...เมืองลับแล[/b]


เฟมีลก็เห็นด้วยนะ เพราะการเดินทางที่สาหัสขนาดนี้เมืองที่ว่าก็คงจะลับแลของจริง
นั่งรถลากมาจากสถานทูตตามด้วยเดินข้ามชายป่าคูมีร่า ฟอเรสเข้าสู่เขตฟอรี่


จากนั้นก็เดินเท้าผ่านป่ารกทึบเข้าสู่ถนนเดินเท้าอีกสายที่มุ่งสู่ทิศเหนือของรัฐ
เดินกัน 2 วัน 2 คืน กว่าจะมาถึงตีนภูเขา รีเฟีย ภูเขาที่สูงที่สุดในภาคเหนือของฟอริโซ่


ทั้งหมดจึงได้ขึ้น เบไมด์ พาหนะเหมือนพรมใบไม้ เป็นนวัตกรรมที่จอมเวทพฤกษาทำขึ้น
ในการขนย้ายผู้คนขึ้นภูเขาสูงชันโดยไม่ต้องเปลืองพลังเวทวาโย


เนื่องจากประชากรฟอริโซ่ส่วนใหญ่ไม่สนใจที่จะฝึกเวทสายอื่น เพราะแค่การเรียนเกี่ยวกับ
วิชาพฤกษาหลายสิบสาขาก็มากพออยู่แล้ว จอมเวทพฤกษาจึงยังเป็นอาชีพที่ผลิตเท่าไรก็ไม่พอสักที
 กว่าจะมาถึงต้องเดินทางจากเอเบียร่ามาถึงรีเฟเน่กินเวลาไป 4 วันรวมเวลาให้ทุกคนพักผ่อนแล้วเรียบร้อย


รีเฟเน่ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บริเวณที่ราบหุบเขา เมืองนี้คึกคักผิดจากจินตนาการเฟมีลมากเนื่องจาก
เธอคิดว่าที่นี่จะต้องเงียบเหงาไร้ผู้คนเสียอีก แต่เปล่าเลยที่นี่มีประชากรหนาแน่นนับเป็นอันดับ 3
ของเมืองที่ประชากรหนาแน่นที่สุดในฟอริโซ่


โรงเรียนเวทแห่งเซวีน่าสาขาฟอริโซ่ตั้งอยู่ในส่วนลึกของป่าซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในภูเขาอีก
ที่นั่นมีที่พักอาศัย ห้องเรียน ทุกอย่างจะถูกปลูกสร้างไว้อยู่บนต้นไม้ใหญ่ทั้งหมด


ความสูงของที่อยู่อาศัยจากพื้นดินนั้นไม่ต้องพูดถึง แค่มองลงไปเฟมีลก็ไม่อยากจะคิดว่า
ถ้าตกลงไปจะเป็นยังไง เพราะต้นไม้ที่นำมาสร้างที่พักต่างๆ รวมทั้งห้องเรียนนั้นเป็นต้นไม้โบราณ
ขนาดหลายสิบคนโอบ


ที่ต้องเลือกต้นไม้ใหญ่เพราะต้นไม้โบราณจะมีความสูงที่พอเเหมาะในการป้องกันไม่ให้
สัตว์ปีนขึ้นมายุ่งกับเรา การอยู่อาศัยของมนุษย์และสัตว์จะต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกัน...
เราจะไม่ทำให้สัตว์พวกนั้นลำบากเพราะมีเรา นี่คือกฎเหล็กของการอยู่ในป่าของภูเขารีเฟีย


"ลอลินไม่สบายงั้นเหรอ ลีนา" เฟมีลถามขึ้นอย่างแปลกใจขณะกำลังข้ามจากร้านอาหารสู่ห้องเรียน
 สาวน้อยตัวเล็กที่สุดในห้องลีนาเพื่อนร่วมห้องพักของลอลินเดินมาบอก


"จ้ะ เห็นว่าปวดหัวมากฉันเลยให้นอนพัก วันนี้เลยมาเรียนไม่ได้" ลีนาตอบ ทั้งสองคลื่อนตัวโดน
ยืนอยู่บนเบไมด์ที่วิ่งเชื่อมระหว่างบ้านพัก อาคารเรียน โรงอาหาร และสถานที่อำนวยความสะดวกทุกอย่าง


"แล้วลอลินมียาหรือเปล่า เดี๋ยวฉันไปเอาของฉันมาให้ไหม" เซถามขึ้นอย่างคนขี้เป็นห่วง
"ไม่ต้องหรอก ของฉันก็มีเดี๋ยวตอนเย็นลอลินคงดีขึ้นแล้วล่ะ"
 ทั้งหมดผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกก่อนที่จะสลัดความกังวลทุกอย่างเข้าห้องเรียนไป


"...คูมีร่า ฟอเรสไม่ใช่เป็นเพียงป่าสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดในเซวีน่าเท่านั้น
ที่นี่ยังเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์ป่ามากมาย แต่พวกเราชาวฟอริโซ่ไม่ได้ใช้
สัตว์ป่าพวกนั้นในทางการค้า เพราะเราเห็นความสำคัญของเขา


วัฎจักรในป่าจะเสียหากสัตว์บางชนิดสูญพันธุ์ไป เราจึงต้องคงจำนวนสัตว์ทั้งหมดให้อยู่ใน
ปริมาณที่สมดุล ด้วยเหตุนี้เราจึงได้รับความร่วมมือจากทางดินอร์ต้าด้วย..."


ศ.บาย่า พาเรสช่า ศาสตราจารย์ทางด้านพฤกษศาสตร์คนเดียวในขณะนี้ของเซวีน่า
กำลังบรรยายเรื่องความสมดุลของสัตว์ป่าและต้นไม้อย่างเมามัน


เฟมีลมองแผนที่บนกระดานต้นไม้นั่นอย่างตั้งใจ เธอไม่ได้สนใจหรอกว่าป่าจะมีสัตว์ป่ากี่ตัว
แต่ที่เธอกำลังหาคือที่อยู่ท่านคูมีที่เมื่อปีที่แล้วเธอไปพบมาเมื่อปีที่แล้วต่างหาก


แต่ผืนป่าอันกว้างใหญ่ของคูมีร่า ฟอเรสทำให้เฟมีลละความพยายามนั้น เมื่อปีก่อนเธอวิ่ง
อย่างไม่รู้ทิศทางแล้วจะรู้ได้ไงว่าบ้านพักนั้นอยู่ที่ไหนของป่า พอมองไปทางด้านมอรีล
และเซที่ตอนนี้ก็กำลังคร่ำเคร่งอย่างมากแล้วเฟมีลก็ถอนใจ


เซและมอรีลจะต้องสอบเข้าเป็นนักเวทผึกหัดที่นี่ซึ่งเป็นรัฐที่ได้ชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
 แค่คิดเฟมีลก็สยองแล้ว ถ้าให้เรียนเวทพื้นฐานแล้วสอบยังพอว่า


แต่ฟอริโซ่ไม่เหมือนกัน ที่นี่ต้องการจอมเวทที่มีทั้งพลังในการใช้สรรพสิ่งที่อยู่ในป่าผืนใหญ่นี้
และความรู้ในการใช้สมุนไพรระดับสูง เฟมีลไม่ไหวหรอก แค่เวทล่ะได้แต่จะให้เอาความรู้ไป
รักษาคนอื่นเธอก็ต้องคิดหนักหน่อย เพราะนั้นหมายถึงชีวิตคนนะ เธอไม่กล้าเอาความรู้งูๆ ปลาๆ
ไปรักษาคนอื่นหรอก


แววตามุ่งมั่นและความตั้งใจที่ไหลวนอยู่รอบๆ กายของมอรีลและเซทำให้เฟมีลถอนหายใจ
อย่างเป็นห้วงๆ ก่อนที่จะหันไปดูคนที่มีความมุ่งมั่นแบบเดียวกันกับเซและมอรีล


ไม่ว่าจะเป็นนายนิกโคโล นายชาลี และเด็กคนอื่นๆ ของห้องสองและสาม ทุกคนต่างมีไฟกับ
การสอบปลายปีอย่างน่าตกใจ ยอดจริงๆ เลยคนพวกนี้ สามารถตั้งใจกับสิ่งที่ตัวเองมุ่งมั่นได้ขนาดนี้


เฟมีลกำลังย้อนกับมาคิดถึงตัวเองว่า เธอเคยมีความมุ่งมั้นอย่างนั้นไหม เธอเคยตั้งใจและมุ่ง
ที่จะทำสิ่งนั้นให้ได้ ต้องได้เท่านั้นบ้างไหม


การถูกทดสอบว่าเป็นอัจฉริยะทางด้านการดนตรี เฟมีลก็ต้องฝึกฝนอย่างหนักเธอเคยคิดว่านั้น
คือความตั้งใจที่สุดของเธอ แต่เมื่ออยู่ที่นี่เธอเริ่มคิด...


เธอในตอนนั้นต้องการจะทำอย่างนั้นจริงๆ หรือเปล่า ???


เธอในตอนนี้ทำสิ่งนั้นเพราะว่ารักสิ่งนั้นสุดชีวิต อยากที่จะสามารถยืนอยู่บนเวทีแห่งความเป็นหนึ่งนั้น
ด้วยความตั้งใจของเธอหรือไม่ ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเธอก็ยังคิดไม่ตก


ถ้าถามว่าเธอรักเสียงดนตรีไหม เธอตอบได้เต็มปากว่าเธอรักมัน แต่ถ้าถามว่าเธอเล่นดนตรีเพื่ออะไร
 เธอตอบตัวเองไม่ได้ เธอตอบเหมือนอย่างที่เซและมอรีลหรือแม้แต่รีเนลตอบไม่ได้
 ว่าเธอยากจะอยู่ในฐานะอาชีพนั้น


อยากจะอยู่ในฐานะนั้นไปตลอดชีวิต ตอนอยู่ที่เซเวน เธอเล่นดนตรี เธอเป็นนักดนตรีอาชีพ
ในหัวของเธอไม่เคยคิดที่จะใช้อย่างอื่นมาหาเลี้ยงตัวเองและรักษาบ้านหลังนั้นไว้...บ้านงั้นเหรอ


ใช่บางทีเธออาจจะเล่นดนตรีเพราะอย่างนั้นก็ได้ ความมุ่งมั่นสูงสุดของเธอตลอดเวลาที่ผ่านมาคือ
 การรักษาบ้านหลังนั้นเอาไว้ เธอจะเก็บบ้านหลังนั้นไว้ให้คุณตา


ความรู้สึกนั้นแหละที่ทำให้เธอตั้งใจเล่นดนตรีทุกครั้งไม่ว่าจะฝึกหนักแค่ไหน เธอจะใช้สิ่งที่ชาวเซเวน
เรียกว่า พรจากพระเจ้าอันนั้นให้เป็นประโยชน์สูงสุดเพื่อรักษาบ้านหลังนั้น


แต่ตอนนี้มันไม่จำเป็นแล้วเธอไม่ต้องทำขนาดนั้น เธอไม่ลำบากอีกแล้ว มรดกทั้งหมดของไดเอนแพนไทร์
มีมากมายมหาศาลอย่างที่เฟมีลไม่เคยคิดว่า


นักเรียนดนตรีจนๆ อย่างเธอจะมีเงินมากขนาดนั้น ตอนนี้เธอรักษาบ้านหลังนั้นได้อย่างสบายใจ
โดยไม่ต้องทำอะไรด้วยซ้ำ


แต่ว่า...แล้วเธอจะทำอะไร เธอจะเป็นอะไร ชีวิตข้างหน้าเธอจะเป็นยังไง ไม่นานการเรียนของเด็กๆ
 ทั้งหลายก็จะหมดลง การทำงานของผู้ใหญ่จะเข้ามาแทนที่


ความสวยงามในรั้วโรงเรียนมันแตกต่างกับความโหดร้ายของการทำงานราวฟ้ากับดิน
 ที่เซเวนเธอมีทางเดินของเธอ ทางเดินที่ดูเหมือนจะมีคนมาขีดเส้นให้ตั้งแต่จำความได้


แต่ที่นี่เมื่อเธอต้องเลือก...เธอกลับยังเลือกไม่ได้ เหมือนมีทางเลือกมากมายแต่เลือกอะไรไม่ได้สักอย่าง
 คำพูดของเซยังก้องอยู่ในหู


"...เฟมีลถ้าเธอคิดจะเรียน เธอก็เรียนได้อยู่แล้ว..." คำพูดที่ทำให้เธอรู้ เธอนั้นว่างเปล่าเหลือเกิน
เธอไม่มีอะไรเลย ความว่างเปล่าที่ทำให้เธอมาพิจารณาตัวเอง...เธอรักเปียโนจริงๆ หรือเปล่า


 เธอไม่เคยคิดถึงชีวิตที่ปราศจากเปียโนเลยสักครั้งเพราะมันเป็นทั้งเพื่อน พี่น้อง อาจารย์ ผู้ร่วมงาน
 และอุปกรณ์เลี้ยงชีวิต แต่ตอนนี้ตัวเธออีกคนกำลังเรียกร้องให้เธอคิด...คิดถึงชีวิตที่ไม่มีเปียโน!!!!


"...ผู้กุมกุญแจของวัฎจักรของป่าคือ ฟอรี่ ผู้คุ้มครองผืนป่านี้ ร่างกายของฟอรี่ มีสัดส่วนเล็กมาก
เมื่อเทียบกับสัตว์ชนิดอื่นแต่ว่ามันมีความสามารถที่...."


เสียงของศาสตราจารย์บาย่าเข้ามาในสมองที่ว่างเปล่าของเฟมีล ดวงตาสีนิลกระพริบเพื่อไล่
ความใจลอยของตัวเอง เบื้องหน้าไม่ได้ว่างเปล่าอย่าที่คิด


ลักษณะของฟอรี่ที่ฉายอยู่บนกระดานทำให้เฟมีลนึกขึ้นได้ว่าเธออยู่มุมห้องเรียน
ร่างสูงของศาสตร์จารย์บาย่าที่กำลังเคลื่อนที่ไปมาอย่างได้อารมณ์กับการบรรยายในหัวข้อที่ตนเองถนัด


 เฟมีลยกมือขึ้นนวดขมับเล็กน้อยเพื่อเรียกสติ...เอาน่านี่พึ่งมาได้สองรัฐเอง ลองคิดไปเรื่อย
สุดท้ายคำตอบมันก็ต้องออกมาจนได้ล่ะน่า พอเลิกคิดก็หันมาหารีเนลที่นั่งอยู่อีกข้างของเธอ


รอยยิ้มขำๆ ในท่าทางนอนที่สาวผมสีทับทิมคนนี้บอกเธอว่า เป็นท่านอนอย่างมีศิลป์
 ไม่ทีทางจะจับได้แน่นอน ฉายขึ้นแทนภาพใบหน้าที่เคร่งขรึมผิดกับนิสัยของเฟมีลทันที...
เป็นอย่างรีเนลก็ดีน่ะสิ ไม่ต้องคิดมากดี


เสียงเก็บของเข้ากระเป๋าดังขึ้นทันทีที่ศาสตราจารย์เดินออกนอกห้องไป มอรีลและเซยังจดอะไร
บางอย่างพร้อมทั้งพูดถามกันเบาๆ ส่วนเฟมีลนั้นก็หันไปปลุกรีเนลให้ตื่นแล้วไปกินข้าวเสียที
วันนี้นั่งเรียนมาทั้งวันได้เวลาพักผ่อนกันแล้ว


"รีเนล จบแล้วล่ะ ไปหาอะไรกินกันดีกว่า" ดวงตาใสสีชมพูอ่อนลืมขึ้นทันมี
จากนั้นก็เริ่มบิดตัวอย่างเกียจคร้าน ก่อนจะส่งยิ้มงามๆ มาให้คนปลุก


"สดชื่นจังเล้ย เฮ่อ เฟมีลเราลงไปเที่ยวในเมืองกันไหม กลุ่มนายยักษ์นั่นจะลงไปเก็บภาพเมืองลับเเล
เธอสนจะไปด้วยไหมล่ะ


"จริงเหรอ ไปสิ ไปสิ อะลองชวนสองคนนั้ดูดีกว่า มอรีล เซ..." เฟมีลกันไปหาสองสาว
ที่เริ่มเก็บของเข้ากระเป๋าแล้ว


"ไปเที่ยวในเมืองกันไหม" มอรีลและเซมองหน้ากันก่อนที่เซจะตอบอย่างเสียดายว่า
"เอาไว้วันหลังนะเฟมีล ฉันกับมอรีลว่าจะหาหนังสือเพิ่มเติมที่ห้องสมุดหน่อย เธอไปกับรีเนลแล้วกัน"


 เฟมีลหน้ามุ่ยลงทันที แต่ก็ยิ้มออกมาได้เมื่อมอรีลพูดว่า
"ซื้อของฝากกับขนมมาตุนให้พวกเราแล้วกัน นะเฟมีลนะ"


"ได้เลย เรื่องของกินน่ะขอให้บอก เฟมีลไม่พลาดอยู่แล้ว เอาเป็นว่าเดือนนี้ฉันกับรีเนลจะ
ขุนพวกเธอให้อ้วนเลยเชียว" สองสาวว่าที่จอมเวทพฤกษาหัวเราะขึ้นทันที


"จ้าๆ งั้นตอนเย็นเจอกันที่ร้านเกเรียสแล้วกัน" เซพูดถึงร้านอาหารราคาย่อมเยาว์ซึ่งตั้งอยู่ใกล้
ที่พักของฝ่ายหญิงที่สุด เฟมีลจึงพยักหน้าตกลงแล้วทั้งสี่ก็แยกกันไป


การเดินทางออกจากเขตการศึกษาของรีเฟเน่เราอาศัยเบไมด์ขนส่งที่จะมาที่นี่ทุก 1 ชั่วโมง
หรือไม่ก็นั่งเบไมด์ด่วนพิเศษที่มีไว้บริการหากมีเหตุด่วนก็ได้ แต่ก็ต้องเสียคาบริการเพิ่ม


 เฟมีลและรีเนลมายืนรอพวกโทนี่ได้ 30 นาทียังไม่เห็นเงาของคนที่นัดเลย
อารมณ์ของรีเนลก็ชักจะไม่ดีแล้วล่ะ ยิ่งพอชายหนุ่มร่างยักษ์เดินมาพร้อมกับสาวสวยผมแดง
ราวกับลาวารีเนลก็ปะทุขึ้นทันที


"นายยักษ์โทนี่ !!!!!! ตาบ้า"


เสียงตะโกนพร้อมกิ่งไม้ที่รีเนลหยิบขึ้นมาโยนเล่นเวลารอคนทั้งหมดฟาดลงมาหัวของชายหนุ่มทันที
"ทำอะไรน่ะ!!! นี่มันอันตรายไม่ใช่เหรอ"


โทนี่พูดหลังจากที่เขายกมือขึ้นรับกิ่งไม้จนเกิดเสียง รอยแดงที่แขนกับกิ่งไม่ที่หักเป็นสองท่อน
ดวงตาสีน้ำตาลของโทนี่ที่จ้องมาอย่างโกรธๆ แถมด้วยดวงตาสีแดงอ่อนที่มองเธอด้วยสายตาตำหนิ
ของหญิงสาวผมแดง ยิ่งทำให้รีเนลฮึดขึ้นมาอีก เธอยกมือขึ้นชี้ที่นาฬิกาข้อมือแล้วพูดเสียงตะคอกว่า


"ถ้าหัวนายยังดูนาฬิกาไม่เป็นมันก็สมควรเจ็บตัวแล้ว ไปเถอะเฟมีลวันนี้เราไปเที่ยวกันสองคนดีกว่า
 เพราะคงหวังพึ่งตายักษ์ปักหลั่นนี่ไม่ได้หรอก" พูดเสร็จก็กระโดดขึ้นเบไมด์ผืนเล็กเฟมีลก็ก้าวเดิน
ตามแทบไม่ทัน


"เอ่อ...เออ งั้นไปก่อนนะ" เฟมีลเอ่ยขึ้นพร้อมๆ กับการเคลื่อนออกไปของเบไมด์ผืนเล็กอย่างรวดเร็ว
ปล่อยให้โทนี่ยืนอึ้งก้มลงมองนาฬิกาแล้วยกมือขึ้นขยี้หัวอย่างไม่สบอารมณ์


"ท่าทางนายจะถูกรีเนลโกรธแบบของจริงนะ โทนี่" เสียงพูดปนหัวเราะของไมล์ที่เดินเข้ามาตบไหล่
เพื่อนร่างยักษ์อย่างขำๆ ก่อนจะรีบหลบร่างบางผมแดงที่เข้ามาประชิดตัวเขาทันที


"ต้าย วันนี้คุณไมล์ไปด้วยเหรอคะ แหมทำไมไม่บอกโรเลียบ้าง" เสียงออดอ้อนทำให้ไมล์ส่งยิ้มละไม
ออกมาก่อนจะพูดขึ้นว่า


"คือตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งไปหรอกครับ เพียงแต่ว่าใครบางคนเขาต้องคอยไปคุมคนชอบหลงทาง
เลยต้องตาม ไปด้วย" พูดพลางหลิ่วตาให้ผู้เป็นทั้งเพื่อนและเจ้านาย โรเลียหันไปมองว่าที่
เจ้าผู้ครองรัฐคนนั้นอย่างสงสัย


"อุ้ย คุณลีโอ มาด้วยเหรอคะ น่าจะไปชวนเมล่ามาด้วยน้า" ลีโอนั้นไม่ค่อยชอบพูดอะไรรักษา
น้ำใจคนที่รับมือยากอย่างโรเลียอยู่แล้วเขาเดินผ่านหญิงสาวคนนั้นไปขึ้นเบไมด์ที่เคลื่อนจอด
ตามด้วยเพื่อนคนอื่นๆ


ไมล์มองภาพนั้นอย่างปลงๆ ก่อนที่เดินตาม ส่วนโทนี่นั้นหลังจากมองนาฬิกาข้อมือตัวเองอยางเซ็ง
ก็เดินตามปิดท้ายโดยไม่สนใจสาวน้อยผมแดงอีก ทำให้โรเลียเกิดอารมณ์ฮึดฮัดขึ้นมาบ้าง
แต่ก็ยังเดินตามขึ้นไป


"นายนัดพวกรีเนลเอาไว้ทำไมไม่บอกเราล่ะ จะได้รีบกินข้าว" ราเชลเอ่ยขึ้นเมื่อเหลือบไปมอง
รอยแดงที่ลำแขนของเพื่อน


"บ้าเอ้ย ก็นาฬิกามันตายนี่นา ฉันก็มองนาฬิกานั่นดีแล้วว่ายังไม่ถึงเวลา ที่ไหนได้ เฮ่อ
ยัยตัวเล็กนั่นคงโกรธเป็นไฟเลยล่ะ" น้ำเสียงยุ่งยากใจที่ไม่แสดงอาการโกรธเหมือน
ตอนที่โดนกิ่งไม้ฟาดทำให้ไมล์หัวเราะขึ้นอีก


"นายที่ท่าทางจะห่วงความรู้สึกยัยตัว...เอ้ย รีเนลมากเลยนะ" สรรพนามของใครบางคนเปลี่ยน
อย่างฉับพลันก็เพราะดวงตาของเพื่อนจ้องมาอย่างเอาเรื่องนั้นยิ่งเรียกเสียงหัวเราะในลำคอของไมล์
มากกว่าเก่า


"เปล่า แค่รู้จักยัยนั่นมากกว่าใครเท่านั้น คอยดูนะ ยัยนั่นต้องหาทางแก้เผ็ดฉันแน่ๆ
พวกนายยังไม่รู้จักความน่ากลัวของยัยนั่นดีเหมือนฉัน เห็นตัวเล็กอย่างนั้นอย่าให้ลองแค้นใครเข้าล่ะ
 เอาคืนเป็น 10 เท่าเชียว แค่คิดก็ต้องระวังตัวเเล้ว"


 โทนี่พูดพลางมองซ้ายมองขวาเพื่อนจึงหัวเราะกันใหญ่ บทสนทนาที่ไม่ให้คนที่มาด้วยมี
ส่วนร่วมทำให้โรเลียต้องรีบเรียกความสนใจขึ้นว่า


"แต่คุณรีเนลรุนแรงไปหรือเปล่าคะ เล่นตีมาอย่างนั้นถ้าคุณรับไม่ทันหัวไม่แตกหรือคะ"
สีหน้าแววตาที่แสดงถึงความตำหนิทำให้โทนี่เงียบลง ท่าทางจะเอ่ยตอบแต่ก็ชะงักไป
ก่อนทำให้คนที่ไม่พูดอะไรมาตลอดทางเอ่ยขึ้นว่า


"เพราะรู้ว่าไม่เอาจริงน่ะสิ ใช่ไหมโทนี่ ถ้ารีเนลเอาจริงล่ะก็ ไม่มีทางตะโกนเรียกนายดังขนาดนั้นหรอก"
โทนี่พยักหน้ารับเบาๆ กับคำพูดของลีโอ จนอาเรส จูโน เอ่ยขึ้นอย่างทึ่งๆว่า


"โหแฮะ ท่าทางนายสองคนจะสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก ยัยรีเนลนั่นก็แสบ
เข้าเมืองนี้นายก็ระวังตัวให้ดีแล้วกัน บางทียัยนั่นอาจจะหลบอยู่มุมใดมุมฟาดหัวนายอีกก็ได้"


โทนี่ฟังไปก็แทบจะกลืนน้ำลายไม่ลง เสียงหัวเราะก็ดังขึ้นอีกครั้ง ส่วนคนที่เรียกร้องความสนใจ
ไม่สำเร็จก็ตั้งใจว่าถ้าลงจากเบไมด์เมื่อไร เธอจะต้องออกจากกลุ่มนี้ให้ได้ ให้ตายเถอะพวกผู้ชาย
โง่ไร้มารยาท ไม่ให้ความสำคัญกับหญิงสาวคนนี้เลย !!!


ฝ่ายหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีทับทิมผู้ซึ่งยังสลัดควาโมโหออกไปไม่ได้ก็เดินกระฟัดกระเฟียดไปเรื่อย
 จนเฟมีลต้องจับไว้บ้างเพื่อจะไม่หันไปทำร้ายใครเขาเข้า


"ตาบ้านั่น ตาบ้านั่น มาสาย 30 นาทีเพราะมัวแต่จีบสาวเนี่ยนะ ไ อ้ยักษ์บ้าเอ๊ย"


พูดไปลงฝีเท้าหนักไป รอยลึกของรองเท้าที่จิ้มลงไปบนพื้นดินทำให้เฟมีลเสียวแทนนายโทนี่จริง
 หากโดนรีเนลตืบตอนนี้ต้องกระอักแน่ๆ


"ใจเย็นๆ น่ารีเนล เขาแค่เดินมาด้วยกันเอง แล้วอย่างนายโทนี่น่ะ เขาไม่น่าจะมาสายเพราะเหตุผล
แค่นั่นนี่ ปกติเห็นนัดกับเธอทีไรก็มาตรงเวลาทุกที" เฟมีลเอ่ยปลอบ


"ได้สิ หมอนั่นต้องทำได้แน่ เธอไม่รู้จักหมอนั่นดีเท่าฉันหรอก หมอนั่นต้องทำได้แน่ๆ คอยดูนะ
 นัดคราวหน้าฉันจะมาสายซัก 2 ชั่วโมงให้หมอนั่นรอมั่ง...เธอหัวเราะอะไร เฟมีล"
เฟมีลยิ่งหัวเราะดังขึ้นอีกเมื่อรีเนลเห็นทำท่างอนของรีเนล


"หัวเราะเธอน่ะสิ ก็แทนที่จะพูดว่าจะไม่มากับโทนี่แล้วแต่กลับบอกว่าถ้านัดครั้งหน้าจะมาให้สายกว่าเขา
 รีเนลเอ๊ยรีเนล โกรธที่เขามาสายหรืออย่างอื่นจ้ะ" เฟมีลพูดพร้อมทั้งยื่นหน้ายิ้มๆ ปนล้อให้กับเพื่อน
 รีเนลทำท่าจะตอบโต้คำล้อของเพื่อนแต่อยู่ๆ ร่างของเธอก็ถูกยกขึ้นโดยวงแขนของใครคนหนึ่ง


"ว้าย!!!"


เสียงร้องอุทานอย่างตกใจของรีเนลทำให้เฟมีลตั้งหลักจะสู้กับคนร้าย มือบางถูกรั้งเอาไว้โดยมือ
ของใครอีกคนตั้งใจจะหันมาด่าแต่ก็ต้องชะงักเมื่อสบกับเววตาสีนิลของใครอีกคน


"นายแมว!!" พูดเสร็จก็รีบหันไปมองร่างบางของรีเนลที่ถูกยกสูงให้ระดับสายตา
ระดับเดียวกับเจ้าของวงแขน นั่นมัน...


"ตายักษ์บ้าปล่อยนะ ไปให้ไกลเลยก่อนที่ฉันจะลงมืออีกรอบ ยังไม่เข็ดหรือไง" ดวงตาสีทับทิมนั้น
จ้องเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาล คนตัวใหญ่ทำตามคำบอกปล่อยให้คนตัวเล็กว่าลงอย่างง่ายดายผิดวิสัย
เมื่อเท้าแตะพื้นเรียบร้อยร่างบางก็โดนดึงไปข้างหน้าทันที


"นี่จะไปไหนน่ะ นายยักษ์ จะไปไหน..." เสียงพูดของรีเนลค่อยๆ เบาลงเพราะร่างของเธอเริ่มไกล
ออกจากเฟมีลไปทุกที


"สองคนนั้นจะไปไหนกันล่ะเนี่ย" เฟมีลถามขึ้นอย่างสงสัย คนที่รั้งข้อมือของเธอไว้เมื่อครู่
ก็ปล่อยมือของอีกฝ่ายออก


"ไม่รู้สิ"


พูดเสร็จก็เดินไปอีกทาง เฟมีลมองเพื่อนทั้งสองคนของเธอหายไปแล้วหันมองคนชอบสีดำ
ที่เดินไปอีกทาง เฟมีลก็ตัดสินใจวิ่งตามลีโอไปทันที


"นี่ ไปด้วยสิ..."


 ลีโอหยุดรอเฟมีลนิดหนึ่งก่อนที่จะออกเดินอีกครั้งโดยมีมือน้อยของหญิงสาวจับที่
ชายขอบเสื้อแขนยาวของอีกฝ่าย 


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27,888 ความคิดเห็น

  1. #27821 aommee123 (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2557 / 17:50
    อ้อมชอบมากเลยน่ะ เคยมีครบทุกเล่มเลย แต่ตอนนี้เล่ม3เพื่อนมันทำหาย อ่านในนี้ก็มีไม่ครบ เฮ้อ~ คิดถึง
    #27,821
    0
  2. #27264 femalnconfake (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2553 / 23:26
    คิดถึงง
    #27,264
    0
  3. #27208 ปักษาราตรี (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2553 / 21:05
    น่ารักดี
    #27,208
    0