SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา

ตอนที่ 94 : คัลล่าคาเปโล่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,794
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    19 ก.ค. 49

SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา
Author กัลฐิดา


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


 ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ


หลังจากที่กัลจัดการเรื่องโน้นเรื่องนี้จนเสร็จ + กับพี่Vee ก็สอบเสร็จไปหนึ่งวิชา
(สอบอีกทีวันอังคารหน้า)  กัลก็เลยปั่นตอนใหม่มาให้เพื่อนๆ ทุกคนแล้ว
ให้พี่ Vee มาอัพให้เพื่อนๆ อ่านกันค่ะ (อิจฉาคนสอบเสร็จก่อนชะมัด!!!)


ตอนนี้ก็น่ารักอีกแล้ว นายสายลมของใครบางคนก็ยังหวานจนมดขึ้น
หวังว่าเพื่อนๆ คงจะไม่เบื่อตาคนนี้ไปซะก่อน


ส่วนนายแมวของเราก็ยังเป็นแมวที่เคร่งขรึมเหมือนเดิม...เอ๊ะ!!!!
ไม่เหมือนสิเดี๋ยวนี้เขาพัฒนาแล้ว แถมตอนนี้ยังมีอะไรดีๆ ด้วย


ขอบคุณอีกครั้งนะคะ สำหรับกำลังใจ ตอนนี้กัลกำลังอ่านหนังสืออย่าง
ขะมักเขม่น เพราะจะสอบวันพรุ่งนี้แล้ว


สู้แค่ตายค่ะ ทุกๆ คนก็ด้วยนะคะ โชคดีค่ะ


 กัลฐิดา


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ตอนที่ 89 คัลล่าคาเปโล่


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


คัลล่าคาเปโล่ งานแข่งขันการขับเคลื่อนคอนโดล่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดวารีเน่
ผู้คนจากทั่วทุกมุมของวารีเน่ต่างพากันหลั่งไหลมายังริเวียร่าจนแน่นขนัดไปหมด


 ลำน้ำทุกสายถูกเตรียมความพร้อมให้กว้างและไร้คอนโดร่าประจำถิ่น
กลายเป็นถนนน้ำสายยาวไปทั่วทั้งเมือง คอนโดล่าขนาดเล็กหลายร้อยลำ
จากตัวแทนแต่ละเมืองกำลังรออยู่ที่จุดเริ่มต้น


สายมนตราสีแดงใสกั้นทุกลำเอาไว้อย่างเท่าเทียม และเนื่องจากจำนวนผู้เข้าร่วม
มากมายเกินกว่าหน้าตัดของลำน้ำจะกว้างพอจึงมีการตัดสินโดยการวัดจากเวลาในการวิ่ง


ใครวิ่งได้รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่ร่างผ่านสายมนตราสีแดงจนถึงสายมนตราสีฟ้าใสที่เส้นชัย
คนนั้นคือคัลล่ามือหนึ่งของวารีเน่เป็นตำแหน่งที่ทรงเกียรติยิ่งสำหรับคนที่มีอาชีพนี้


ทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยวต่างเข้าจับจองที่นั่งตามภัตตาคารซึ่งเป็นทางผ่านของการแข่งขัน
 คนที่ไม่อยากเสียเงินก็จะไปยืนรอดูที่สะพานซึ่งมีอยู่ทั่วเมืองริเวียร่า


พวกเฟมีลนั้นนั่งอยู่บนรกลากของตระกูลเอนเซล และดูท่าเฟมีลจะสนใจที่จะขึ้นไปนั่ง
บนตัวเจ้าดาร์กี้สีเงินมากกว่าผู้คนจำนวนมากที่อยู่เบื้องล่างเสียอีก


"คนเยอะเป็นบ้าเลยนะนั่น" รีเนลยกอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับถ่ายภาพขึ้นถ่ายรูปนั้นไว้
เสียงกดคลิกของอุปกรณ์ทำให้เฟมีลหันกลับมาดูสิ่งที่อยู่ในมือของรีเนล


มันเป็นวัตถุที่คล้ายกระจกใสขนาดประมาณ 2 ฝ่ามือตามขอบมีสัญลักษณ์มากมาย
รีเนลยกเจ้ากระจกนั้นทาบภาพที่ตัวเองตามมุมมองของหญิงสาวก่อนจะกดนิ่งลงที่
สัญลักษณ์ทางขวามืออย่างรวดเร็ว


น่าแปลก ไม่มีแสงแฟรชหรือเสียงแชะเหมือนกล้องถ่ายรูปดิจิตอลแบบมือถือของเฟมีล
 ภาพขึ้นจอก็ไม่มี และรีเนลก็ไม่สนใจจะดูเลยว่าภาพที่ตัวเองถ่ายไปนั้นมันเป็นยังไง


"นี่รีเนล เธอจะรู้ได้ไงว่าภาพที่เธอถ่ายมันสวยแล้ว" รีเนลเอียงหน้าคิดนิดหนึ่ง
เหมือนมันเป็นคำถามที่ตอบยาก่อนจะอธิบานสั้นๆ แต่ไม่ได้ใจความว่า


"ก็มั่นใจว่าสวย เลยไม่เคยดู" เฟมีลเลยหันไปส่งสายตาถามเซซึ่งคนนั้นก็ส่ายหน้าไม่รู้เหมือนกัน
สุดท้ายคนที่กำลังแหย่คนตัวเล็กอยู่จึงเอ่ยขึ้นว่า


"รีเนลอาจจะหมายถึง เพราะว่าก่อนที่จะถ่ายมั่นใจว่าสวย ถ้าไม่สวยก็จะไม่ถ่ายล่ะมั้ง เฟมีล"
 ตอบเสร็จก็พยายามจับผมคนที่นั่งหันหลังให้ขึ้นมาถักเป็นเปียอย่างเก้ๆ กังๆ
จนเจ้าของผมหลุดหัวเราะคิกออกมาจนได้


"แล้วทำไงถึงจะรู้ว่าสวยล่ะ" เจ้าหนูจำไมก็ยังถามต่อไปโดยไม่สนใจว่าคนตรงหน้ากำลังแกล้ง
เพื่อนรักของเธออยู่ (เห็นแต่แกล้งไม่เห็นต่างหาก เรื่องของคนเป็นแฟนกันไม่ควรยุ่ง )


"การถ่ายรูปมันต้องเรียนเรื่องมุมมองก่อนน่ะเฟมีล ต้องฝึกถ่ายแบบไม่ต้องใช้คามิล*


 (*แผ่นกระจกที่อัดมนตราในการจับภาพให้หยุดนิ่งเพื่อเก็บรักษาภาพนั้นไว้
คามิลรุ่นที่รีเนลถืออยู่เป็นรุ่น CM2497 เป็นผลิตภัณฑ์ด้านการถ่ายภาพ
รุ่นล่าสุดของสถานบันสปีเย่


คนเล่นคามิลจะเรียกมันว่า คามิล 97 แต่การจะให้คุณภาพของภาพดีคามิลตัวนี้ก็ต้องการ
พลังวาโยเวทมากเช่นกันอุปกรณ์ชิ้นนี้จึงไม่เหมาะกับนักถ่ายภาพมือใหม่)


มาหลายพันชั่วโมงกว่าจะเริ่มใช้คามิลได้ อย่างรีเนลหรือโทนี่เนี่ยฝึกการจับภาพมา
ตั้งแต่จำความได้แล้วมั้ง"


"ใช่ไหม รีเนล" เฟมีลหันกลับไปถามเพื่อนสาวที่กำลังจับภาพที่จุดเริ่มต้นอย่างมีสมาธิ
"ใช่อะไร?" รีเนลหันกลับมาถามเมื่อจัดการกดปุ่มเรียบร้อย เฟมีลจึงถามอีกครั้งว่า


"ใช่ไหมที่เธอหัดจับภาพโดยไม่ใช่คามิลมาตั้งจำความได้"
"อ้อ ใช่มั้ง เพราะตั้งแต่จำความได้ฉันชอบไปท่องเที่ยวกับพ่อน่ะ พ่อฉันเป็นนักหาข่าว
เน้นสายไปทางสถานที่ท่องเที่ยว โอ๊ะ จะเริ่มงานกันแล้ว"


รีเนลรีบหันกลับไปสนใจการออกตัวของคอนโดล่านับร้อยอีกครั้ง เซอร์รัสจึงเอ่ยต่อว่า


"ในบรรดานักหาข่าวด้วยกัน สายสถานที่ท่องเที่ยวเก่งทางด้านการจับภาพที่สุด
 รีเนลน่ะอยู่ใกล้คนที่สุดยอดทั้งนั้นฝีมือการถ่ายของเธอจึงไม่ต้องพูดถึง"


เฟมีลพยักรับแลัวหันไปมองใบหน้าที่ดูจริงจังผิดกับสีหน้าขี้เล่นเสมอของรีเนลพลางคิดว่า
เพื่อนเธอคนนี้เป็นคนที่ตั้งเป้าในสิ่งที่ชอบแล้วพุ่งไปโดยไม่คิดอะไรนอกจากจะต้องเก่งกว่านี้ให้ได้
 เฟมีลรู้สึกอิจฉารีเนลยังไงชอบกล มานึกถึงตัวเองที่ยังมองหาอนาคตไม่เจอแล้วก็เศร้า

"เฟมีลมาดูเร็ว ออกตัวกันแล้ว" เสียงตื่นเต้นของเซและท่าทางกวักมือเรียกของลอลิน
ทำให้เฟมีลรีบเอาหน้าแนบกับกระจกที่ครอบรถลากคันนี้เอาไว้


ภาพของคอนโดล่าลำเล็กเคลื่อนตัวเหมือนรูปปีกนก มีหลายลำที่เคลื่อนตัวฉีกออกไปไกลตาม
ด้วยการออกตัวของลำต่อๆ มา เซอร์รัสสั่งให้ดาร์กี้บินต่ำลงจนรีเนลได้ภาพที่พอใจ


สาวน้อยเรือนผมสีชมพูหันมายิ้มให้อย่างจริงใจกับเรื่องที่คนของเพื่อนเธอคนนี้ดูเหมือนจะ
จับจุดได้ว่าเธอชอบอะไร...น่ากลัวจริงๆ ว่าที่เจ้าผู้ครองรัฐวินด์โคโลคนนี้


"คนที่ชนะปีที่แล้วคือใครเหรอ"


เฟมีลถามขึ้นอย่างสนใจ การแข่งดูเป็นเรื่องที่ทั้งสนุกและตื่นเต้นในขณะเดียวกันคอนโดล่า
บางลำกับเคลื่อนตัวอย่างสวยงามมากกว่าจะเป็นการเเข่งขันความเร็ว


"แน่นอนต้องเป็นคนนั้นอยู่แล้ว อาดิโอเน่ เลกินาต้า ปีที่แล้วนับเป็นการอำลาหรือเปล่า
 3 ครั้งซ้อนแล้วนี่ใช่ไหมมอรีล" มอรีลกำลังดูคอนโดล่าที่ฉีกออกมาอย่างสนใจก่อนจะพูดขึ้นว่า


"เปล่าหรอก นั่นไงเธอคนนั้นล่ะ อยากจะบอกว่า คนคนนี้เป็นลูกศิษย์ของแม่ฉันนะ"
ดาร์กี้สีเงินบินเข้าไปใกล้คอนโดล่าสีขาวอีกครั้งเพื่อรีเนลจับภาพอย่างรวดเร็ว


ร่างหญิงสาวผมยาวสลวยที่ถูกถักไว้อย่างดี ปอยผมพลิ้วไหวตามสายลมที่พัดผ่าน
คอนโดล่าของเธอไม่ใช่เร็วอย่างเดียวแต่ยังสวยงามน่าจับตามองอีกด้วย


"จริงเหรอมอรีลยอดเลย แม่เธอก็ต้องเคยได้ตำแหน่งนี้น่ะสิ" มอรีลยิ้มอย่างกภาคภุมิใจ
"แน่นอนแม่ชั้นได้ตำแหน่งนี้ 3 ปีซ้อนเหมือนกัน แต่หลังจากแข่งครั้งสุดท้ายแม่ก็เลิกเป็นคัลล่า


แล้วมาแต่งงานกับพ่อ ตอนนี้แม่ก็ยังสอนเด็กๆ ที่อยากจะเป็นคัลล่าอยู่ที่ดามีน่าบ้านเกิดของฉัน
 ส่วนพี่คนนี้แม่ฉันสั่งห้ามไม่ให้บอกว่าใครเป็นคนสอนล่ะ ไม่งั้นแม่คงปวดหัวตาย"


"อย่างนั้นทำไมเธอไม่ลงแข่งบ้างล่ะ" เฟมีลถามขึ้นอย่างสงสัย เพราะเฟมีลคิดว่ามอรีลก็คงเก่ง
ไม่แพ้แม่แน่ๆ แต่เฟมีลทำหน้ายู่พูดขึ้นว่า


"ไม่เอาหรอกเบื่อแล้ว" แต่เซอร์รัสกลับพูดแทรกขึ้นว่า


"ฝึกตั้งแต่ 8 ขวบ 10 ขวบลงแข่งชนะเป็นตัวแทนดามีน่าแต่ไม่ยอมมาแข่งอ้างว่าเด็กไปแถม
ยังไม่มีใบอนุญาตการเป็นคัลล่า พออายุ 11 ทางสมาคมคัลล่าก็มอบใบรับรองความสามารถให้


สุดท้ายพอ 12 ก็ลงแข่งอีกครั้งแล้วก็คว้าเอาตำแหน่งคัลล่ามือหนึ่งของวารีเน่มาครอง
ด้วยอายุที่น้อยที่สุดในประวัติศาสตร์" ข่าวใหม่นี้ทำเอาเพื่อนๆ ต่างอึ้งกันไปตามๆ กัน


"จริงเหรอ มอรีล !!!" รีเนลถามขึ้นอย่างตกใจ มอรีลได้ส่งสายตาพิฆาตไปหา
คนที่เอาความลับมาเปิดเผยก่อนจะพูดอย่างอายๆ ว่า


"ก็ตอนนั้นแม่บังคับ บอกว่าถ้าไม่ไปแข่งจะไม่ให้เข้าบ้าน ตอนแข่งนะไม่รู้หรอกว่าชนะ
ก็แค่บังคับไปตามที่แม่สอนพอเวลาออกมามันก็ชนะเอง งงตัวเองเหมือนกันนะตอนนั้น"
 รีเนลตบสองมือลงบนไหล่ทั้งสองข้างของมอรีลอย่างภูมิใจก่อนจะพูดขึ้นว่า


"ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้ฮ่ะ มอรีล จำไว้เลยนะเพื่อนกันทำกันได้"


"อะไรเล่ารีเนล ก็มันเรื่องตอนเด็กๆ ฉันอยากเป็นจอมเวทพฤกษามากกว่านี่ แล้วแม่ก็สั่งห้ามพูดด้วย
 ความจริงน่ะคนเก่งคือแม่ต่างหากฉันก็แค่ผลจากการทดลองสอนเท่านั้นแหละ"


"อยากถ่ายรูปแม่เธอจังเลยมอรีล เอาวันหลังฉันมาทำข่าวการแข่งขันนี้ก่อนเถอะ เธอไม่รอดแน่"
รีเนลพูดอย่างหมายมั่นปั้นมือ มอรีลก็อดหัวเราะกับท่าทางนั้นไม่ได้ก่อนจะพูดแบบยั่วโมโห
ฝ่ายตรงข้ามว่า


"ฉันจะหลบอยู่แต่ในป่าคูมีร่า ฟอเรส ไม่ให้เธอหาเจอ" รีเนลลยักไหล่แบบว่าไม่สนใจก่อนจะหลิ่วตา
ให้คนที่ยืนอยู่ข้างหลังมอรีลพร้อมพูดว่า


"ถึงตอนนั้นคงต้องพึ่งนายแล้วล่ะ เซอร์รัส" เจ้าของดวงตาสีเงินเลยตอบกลับว่า
"ยินดีรับใช้เสมอคุณผู้หญิง"


"เซอร์รัส!!!" มอรีลเรียกชื่อเสียงเขียวเมื่อคนตัวโตรับมุขของอนาคตเหยี่ยวสาวไปเรียบร้อย
ความยาวของการแข่งคัลล่าคาเปโล่นั้นคือความยาวของลำน้ำทุกสายในริเวียร่ามารวมกัน
 การแข่งนี้เดิมทีเป็นการโชว์ตัวของคัลล่ามือใหม่และการแสดงฝีมือของคัลล่ามือเก๋า


การบังคับคอนโดล่าในงานนี้จึงไม่ใช่แค่เกมเพื่อชิงความเป็นหนึ่ง แต่มันคือศักดิ์ศรีของคัลล่า
ที่จะแสดงฝีมือในการบังคับคอนโดล่าว่าสวยงามแค่ไหนแก่สายตาผู้ใช้บริการ
พูดง่ายๆ ก็คือการโฆษณาตัวเองนั่นเอง


รถลากของเอนเซลลงจอดที่ลานใกล้ร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งเป็นจุดที่คนบางตา
เพราะว่าคนไปรวมกันที่ลำน้ำกันหมด


รีเนลนั้นขอแยกไปที่เส้นชัยก่อนบอกว่าจะมาเจอกันที่เดิมตอนงานเลิกโดยมีลอลินตามไปด้วย
 ส่วนเฟมีลและเซนั้นก็ขอแยกตัวออกไปเพราะอยากเดินหาอะไรทาน ทิ้งให้มอรีลยืนงง
ว่าเพื่อนๆ ต่างแยกตัวออกไปทำไม


"เราไปเที่ยวกันดีกว่าคุณเจ้าบ้าน" น้ำเสียงเหมือนจะหัวเราะของเซอร์รัสทำให้มอรีล
มองอย่างหมันไส้


"รู้สึกว่าคุณสายลมวันนี้จะอารมณ์ดีจังนะ"


น้ำเสียงสะบัดยิ่งทำให้เซอร์รัสหัวเราะออกมาพลางเดินตามหญิงสาวร่างเล็ก
ไม่นานมือหนาก็จูงคนตัวเล็กแล้วหายไปในฝูงชน ฝ่ายคนที่แอบเดินฉากหนีออกมาสองคน


อย่างเฟมีลและเซซึ่งยืนแอบดูคนทั้งสองก็แอบหัวเราะกันอย่างชอบใจก่อนที่จะเดินตามรีเนลไป
 เมื่อทั้งสองเดินใกล้จะถึงสะพานซึ่งเป็นจุดตัดสินชัยชนะเซเลน่าก็ต้องหยุดชะงัก
เฟมีลที่เดินตามมาติดๆ ไม่ได้มองข้างหน้าก็ชนเพื่อนเข้าเต็มๆ


"ขอโทษเซ เจ็บไหม...เซ อ้าวไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะพี่ไคน์" เฟมีลทักขึ้นเมื่อมองผ่านไหล่
เพื่อนแล้วเห็นรุ่นพี่ไคน์ที่ตอนนี้จบการศึกษาไปแล้วอย่างร่าเริงเพราะเคยทำงานร่วมกันอยู่
 ไคน์ส่งยิ้มมาให้เฟมีลก่อนจะพูดขึ้นว่า


"เซ...โธ่เอ้ย เฟมีลขอยืมตัวเพื่อนหน่อยนะ ไม่ต้องรอกลับ เดี๋ยวพี่ไปส่งให้ถึงที่แน่ๆ มานี่เถอะ"
พูดเสร็จก็รีบลากเซที่ก้มหน้าก้มตาเดินตามแรงลากของฝ่ายตรงข้ามแต่โดยดี
ส่วนเฟมีลก็งงกับท่าท่างของทั้งสองก่อนจะเข้าใจอะไรออกมาลางๆ


"หรือว่าพี่ไคน์คือคนบ้าคนนั้นน้า..."
ฝ่ายเจ้าของคำตอบซึ่งตอนนี้ถูกลากเข้ามาในซอกตึกที่ไร้ผู้คนไม่ไกลจากที่เจอกันเท่าไร
คนตัวใหญ่กว่าเอื้อมมือขึ้นช้อนใบน้าที่ก้มตลอดเวลานั้นขึ้น


เสียงถอนหายใจอย่างกลุ้มใจดังขึ้นเมื่อเห็นน้ำตาบนใบหน้างาม ก่อนที่เซจะพูดอะไรออก
มาร่างบางก็ถูกรั้งเข้าหาตัวอีกฝ่าย เสียงสะอื้นเบาๆ ทำให้ไคน์ยิ่งกอดร่างของเซแน่นขึ้นมือใหญ่
ลูบไปตามเส้นผมของเธออย่างเบามือ


"อย่าร้องไห้สิเซ ไคน์ไม่ได้ไปไหนซักหน่อย" มือบางทุบหลังคนพูดเบาๆ ก่อนจะดันตัวออกมา
ใช่มือป้ายน้ำตาที่ไหลลงมาอย่างเคืองๆ ว่า


"ก็หายหัวไปไหนมาตั้งหลายเดือน นึกว่าตายไปแล้วเสียอีก จดหมายก็ไม่ส่ง
 แค่บอกว่าสบายดีน่ะทำไม่ได้ใช่ไหม"


"โธ่ ก็มัวแต่จัดการที่ค้างๆ ทั้งหมดนั้นแหละเลยยุ่งจนไม่มีเวลา นี่ก็เร่งเต็มที่แล้วนะ
 เอาล่ะหยุดร้องนะ ขี้แยจริงเซน่ะ" ไคน์พูดพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าของตนส่งให้
เซเลน่ารับมาเช็ดก่อนจะพูดขึ้นว่า


"ตอนนี้ไคน์อยู่ไหน ยังทำที่ดาเรก้าเหรอ" ไคน์ส่ายหน้าอย่างมีเลศนัยก่อนจะพูดเพื่อ
ไขข้อข้องใจให้กับเซว่า


"ก็เพราะไม่ได้ทำที่ดาเรก้าแล้วน่ะสิเลยยุ่ง ไคน์กลับมาทำงานที่บ้านแล้วตอนนี้ต้องไปลงเรียน
ที่บิสเซย่าอีกนะ" เซฟังคำพูดทีเล่นทีจริงนั้นอย่างตกตะลึง จนชายหนุ่มตัวลงมาให้หน้าอยู่
ในระดับเดียวกับเซเลน่าก่อนจะพูดอย่าล้อๆ ว่า


"ไงจ้ะ สาวน้อยฟังแล้วอึ้งไปเลยเหรอ เซ เซเลน่า" เซเลน่าเริ่มจะตั้งสติได้ ในที่สุดเขาก็ทำแล้ว
ทำในสิ่งที่คุณลุงคุณป้าอยากให้ทำ...ทำแล้วจะลำบากหรือเปล่า ทำแล้วจะชอบหรือเปล่านะ
 ดวงตาทอประกายเป็นห่วงนั้นทำให้ไคน์ดึงร่างบางมากอดอีกครั้งพร้อมทั้งเอ่ยว่า


"เซ อย่าคิดมาก ไคน์เป็นลูกคนเดียวหน้าที่นี้ไคน์ต้องทำนานแล้ว แต่ไคน์อยากลองใช้ชีวิต
อย่างที่ตัวเองต้องการก่อน พอลองทำดูจนพอใจ ไคน์ก็รู้ว่าไคน์สามารถทำอีกอย่างก็ได้


 ไคน์ไม่ได้เกลียดการเป็นเจ้าของร้านแพรพรรณ ไคน์มองว่ามันเป็นงานที่ท้าทายดี
สำหรับตอนนี้ไคน์คิดแค่นี้แหละ เอาไว้เซเรียนจบก่อนไคน์ค่อยคิดอย่างอื่น ดีไหม???"
เซเลน่าสั่นหน้าน้อยก่อนพูดกับอกของคนตัวโตว่า


"ถ้าไคน์ไม่ชอบอย่าฝืนเลย เซทำได้นะ เซโตแล้วไคน์ไม่ต้องห่วงว่าเซจะทำไม่ไหวหรอก"
"ใครว่าไคน์จะช่วยเซ ไคน์ต้องให้เซสอนต่างหาก ได้ไหมคุณครูคนสวย"
น้ำเสียงล้อเลียนทำให้อีกฝ่ายทุบหลังคนตัสโตอีกทีสองที


"ผ้าผืนนั้นเซเก็บไว้ก่อนนะ ไคน์จะทำผืนที่สวยกว่านี้มาให้" น้ำเสียงนุ่มของคนตัวโต
ทำให้เซเลน่ายิ่งไม่อยากให้เขาเห็นหน้าเธอตอนนี้...ไม่ให้เห็นเด็ดขาด


การที่ไคน์ให้เฟมีลหาทางไปที่สะพานเองมันเป็นการคำนวณที่พลาดเสียแล้ว
เพราะถ้าไคน์รู้จักเฟมีลดีเหมือนคนที่กำลังเดินตามเฟมีลอยู่ตอนนี้เขาจะไม่ปล่อย
ให้หญิงสาวคนนี้เดินคนเดียวเด็ดขาด


แน่นอนยิ่งไม่ใช่ในงานเทศกาลที่มีคนมากๆ อย่างนี้ด้วย ลีโอยืนรอไมล์และพวกชาลี
อยู่ตรงหัวมุมซอยข้างหลังเฟมีลพอดี เห็นตั้งแต่หญิงสาวเดินหัวเราะคิกคักมากับเซเลน่าแล้ว


ต่อมาก็เห็นว่ารุ่นพี่ไคน์เอาตัวเซไปปล่อยให้เฟมีลเดินหันซ้ายหันขวาก่อนจะตัดสินใจ
ก้าวเดินต่อ...และคำตอบในใจตอนนี้ของลีโอคือ เฟมีลกำลังหลงทาง...อีกแล้ว


"ถ้าคิดจะไปที่สะพานก็ไม่ควรเดินเข้าไปในนั้นหรอก" เสียงคุ้นเคยดังขึ้นทำให้ร่างบาง
หันมามองคนพูดทันที แววตาสีนิลเปล่งประกายดีใจแวบหนึ่งก่อนจะจางหายไป


"นายแมว !!! มานี่ได้ไง" ลีโอส่ายหน้าอย่างไม่อยากจะตอบก่อนจะลากตัวเฟมีล
ออกจากทางที่ผิดเข้าสู่ทางที่ถูกต้อง


"นายแมวจะพาฉันไปไหนล่ะ ฉันจะไปหารีเนล" เฟมีลพูดพลางเอี้ยวตัวหลบคนที่
เดินสวนมาอย่างยากลำบาก ปากก็พูดว่าอยากจะไปหารีเนลแต่ถ้าถามว่าจะไปยังไง


สาวน้อยคนนี้คงตอบได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า ไม่รู้ ลีโอจูงเฟมีลอยู่นานจนย้อนกลับมา
ที่เดิมนั่นแหละถึงเอ่ยปากพูดว่า


"ต้องเดินตรงไปทางนี้แล้วเลี้ยวซ้ายก็จะถึงสะพาน ไม่ใช่ทางที่เธอเดินไปเมื่อกี้
 ทางนั้นมันจะย้อนไปที่จุดเริ่มต้น" เฟมีลมองทางที่ลีโอชี้แล้วหันไปมองทางที่ตัวเอง
พึ่งเดินจากมาเมื่อกี้อย่างงๆ


"อ้อ เหรอ" หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างเขินๆ แต่พอเห็นว่าอีกฝ่ายจะเดินไปอีกทาง
ใจหนึ่งก็อยากจะขอร้องหรอกนะว่าให้พาไปหน่อยแต่ด้วยทิฐิและความปากหนักก็เลยไม่พูด
 ตัดใจเดินไปเองดีกว่าทั้งสองเลยแยกกันที่ตรงนั้น


 ตรงไปแล้วเลี้ยวซ้าย ตรงไปแล้วเลี้ยวซ้าย ไม่เห็นมีทางให้เลี้ยวเลย
นายแมวต้องหลอกเราให้เดินไกลกว่าเดิมแน่ๆ เลย ตายล่ะแล้วจะทำไง


งั้นเดินกลับทางเดิมแล้วกัน ใจก็คิดว่าทางเดิมแต่เท้าก็ก้าวเดินไป
 ตามองเอาทางที่คุ้นตาจนตอนนี้เฟมีลหลงทางอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว


เสียงตะโกนเฮดังไปทั้วเมืองทำให้เฟมีลรู้ว่าการแข่งขันได้จบลง แต่ในใจกลับไม่อยากจะรู้
เลยว่าตอนนี้ใครจะชนะเพราะในหัวคิดแต่เพียงว่า...แล้วจะกลับไปที่เดิมยังไงเล่าเนี่ย


รีเนลซึ่งเก็บภาพการประกาศผลเวลาของผู้ชนะเรียบร้อยจึงเดินกลับพร้อมพูดชื่นชมผู้ชนะไปเรื่อย
กับลอลิน ขณะที่กำลังเดินผ่านซอยเดิมเพื่อกลับไปยังสถานที่นัดก็พบกลุ่มของพวกอาเรสเข้า
นายยักษ์โทนี่ก็ยืนอยู่ด้วยสาวเจ้าเลยไม่แคล้วอยากจะอวดภาพให้อีกฝ่ายดูจึงวิ่งเข้าไปหา


"เฮ้ โทนี่ ขอดูภาพขอนายหน่อย" ลีโอซึ่งยืนอยู่ตรงนั้นเห็นเพียงรีเนลและลอลิน
เท่านั้นก็นึกสังหรณ์ใจไม่ดีว่าเฟมีลหายไปไหนสุดท้ายก็หลุดปากถามออกมาว่า


"รีเนลแล้วเฟมีลล่ะ" คนที่กำลังสนใจรูปจากคามิลของโทนี่ก็ตอบอย่างไม่สนใจว่า
"อ้อ อยู่กับเซล่ะมั้งตอนแยกกันก็เห็นว่าจะหาอะไรกินกันก่อน
บอกว่าจะมาหาแต่ก็ไม่มานี่สงสัยไปเจอพวกมอรีลแล้วมั้ง"


นั่นไง สังหรณ์ใจผิดที่ไหน แม่สาวคนนั้นคงไปหลงที่ไหนหรือไม่ก็เลี้ยวผิดซอยไหนสักซอยล่ะสิ
คิดแค่นี้ลีโอรีบพูดขึ้นว่า


"รีเนลฉันว่าเฟมีลหลงทางแน่ๆ เพราะว่าก่อนที่จะไปหาเธอเซเขามีธุระกับพี่ไคน์มั้งเลยแยกไปก่อน
งานนี้เฟมีลต้องหลงแน่ๆ" คราวนี้รีเนลไม่มีกระจิตกระใจดูรูปต่อใจสีหน้าดีใจที่ได้รูปสวย
เมื่อก็เสียลงทันตา


"จริงเหรอ ตายล่ะ ยัยเป๋อเฟมีลนั่นไปอยู่ไหนแล้วเนี่ย" รีเนลทำท่าจะวิ่งออกไปตามหาแต่
ลีโอรั้งไว้ก่อนแล้วพูดแนะนำว่า


"เธอกลับไปหาพวกมอรีลก่อนแล้วกัน ส่วนเรื่องเฟมีลเดี๋ยวฉันดูให้เอง"
"แต่ว่า..."


"เอาน่า คงไม่ได้ไปไหนไกลหรอก พวกเธอมากับเซอร์รัสใช่ไหม บอกเขาให้ไปรอที่ลานรอ
คอนโดล่าหน้าร้านพานเทลแล้วกัน"


รีเนลพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนที่จะชวนลอลินกลับไปที่จุดนัด ลีโอเองก็บอกให้พวกเพื่อนกลุ่มเขา
ไปรอหน้าร้านพานเทลเหมือนกันเพราะรถลากของเขาจอดอยู่ที่นั่น


หลังจากลาเพื่อนๆ เรียบร้อยมือหนาก็ทาบขึ้นที่อก ความร้อนอ่อนๆ เกิดขึ้นกลางฝ่ามือ
ภาพแผนที่ของริเวียร่าในรัศมี 1 กิโลเมตรปรากฏขึ้นในหัว ไม่นานเขาก็รู้ว่าเธออยู่ตรงไหน...


เฟมีลทรุดตัวลงนั่งกับขอบทางเดินแคบๆย่างเหนื่อยอ่อน หาทางกลับไม่ได้ซักทียิ่งเดินยิ่งงง
คนก็เยอะเธอเลยจำทางอะไรไม่ได้เลย เดินไปเดินมาไม่กลับมาที่เดิมสักที โอ๊ยแล้วจะทำยังไงล่ะทีนี้


 นั่งก้มหน้าคิดอะไรอยู่ไม่นานก็เห็นรองเท้าของใครไม่รู้หยุดตรงหน้าตามด้วยเสียงที่ค่อนข้าง
หอบดังขึ้น


"อยู่ที่นี่เอง" เฟมีลรีบเงยหน้าขึ้นพร้อมกับเอ่ยปากต่อว่าขึ้นทันที
"นายแมว เพราะนายนั่นแหละ เพราะนาย ฉันเลยหลงทาง เหนื่อยก็เหนื่อย ร้อนก็ร้อน นายแมวบ้า"


ว่าเขาไปเยอะแต่ในใจก็โล่งอย่างประหลาด ทุกทีเลยเวลาแบบนี้มีแต่นายที่หาฉันเจอทุกทีไม่รู้
ทำไมสิน่า


ส่วนคนถูกว่านั้นเหนื่อยก็เหนื่อย เพราะจากที่คิดว่าใกล้ๆ แต่เป้าหมายดันเดินไม่หยุดจาก
จุดหนึ่งไปอีกจุดจนคนเดินตามตามไม่ค่อยจะทัน สุดท้ายก็หยุดซะที
คราวนี้ก็ได้เห็นแมวงอนบ้างล่ะ


พอเฟมีลว่าเสร็จชายหนุ่มก็หันหลังกลับแบบไม่สนใจทันที คราวนี้คนที่ว่าเขาไปมากก็ชักใจเสีย
 ก็หลงทางมาตั้งนานแล้วพอจะมีคนหาเจอ เขาก็ไม่สนใจเราอีก


 เฟมีลเลยต้องรีบวิ่งตามไปรั้งคนที่เดินนำลิ่วไม่รอใครคนนั้นให้หยุด
ดวงตาสีนิลของเธอเปล่งประกายอ้อนอย่างไม่รู้ตัวพลางเอ่ยว่า


"ฉันผิดครึ่งนึงก็ได้ ฉัน...ฉันอาจจะเลี้ยวผิดไปนิดหน่อย แต่ก็ขอบใจที่ออกมาตาม"
ลีโอก็ยังนิ่งคราวนี้เฟมีลเริ่มลนแล้ว ก็อีกฝ่ายน่ะทุกทีช่วยไม่เคยบ่นนี่นาทำไมตอนนี้
จะมาเล่นตัวซะอย่างนั้น


"นายแม...ลีโอ ฉัน...ขอโทษก็ได้ไม่ได้ตั้งใจจะว่านายแรงนี่นาแต่คนมันหนื่อยนี่ ร้อนด้วย"


แต่ลีโอก็ไม่ฟังเขาเดินหลบเฟมีลแล้วเดินผ่านไปด้านหลังเฟมีลไม่สนใจหน้าซีดของเธอเลย
คนที่บอกว่าสำนึกผิดเมื่อกี้ก็เกิดใจเสียสุดขีดจนกลายเป็นฮึดสู้ว่าจะไม่ง้อขึ้นมาบ้าง


 ตั้งใจจะเดินกลับเองก็ได้แต่พอจะก้าวเท้าไปตามทางของตัวเองมือหนาของใครบางคน
ก็คว้าแขนเอาไว้ให้อีกฝ่ายหันหลังกลับม


ไอศกรีมสีสันสวยงามสามก้อนตั้งอยู่บนโคนขนมปังถูกยื่นมาให้จากคนที่คิดว่าโกรธ
จนทิ้งเธอไปแล้ว เฟมีลรับมาอย่างงๆ


เมื่อรับเสร็จคนส่งให้ก็ทำท่าจะเดินจากไปอีก คราวนี้คนที่พึ่งหายใจเสียไม่ทันไรก็กลัว
คนตรงหน้าจะโกรธอีกเลยคว้าชายเสื้อของคนเดินนำเอาไว้กันแบบว่ากันเขาทิ้ง


ลีโอหันมองแล้วก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้เมื่อมองมือและก็หน้าที่ออกจะแดงนิดๆ
 (เพราะอากาศมันร้อนหรอก) ของหญิงสาว

 มือหนาเลื่อนมือมาแกะมือบางออกก่อนจะจูงคนที่แอบผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก
และตอนนี้กำลังลงมือจัดการกับไอศกรีมฟรีอย่างเอร็ดอร่อยไปจนถึงจุดนัดหมาย


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27,888 ความคิดเห็น

  1. #27557 P.(อักรษรย่อนะ) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2554 / 14:57
    น่ารักมักๆ
    #27,557
    0
  2. #27149 หยก (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 16 มีนาคม 2553 / 17:05

    น่ารักกันทั้งคู่เลยนะเนี่ย
    อ่านเท่าไรก็ไม่เบื่อ

    #27,149
    0