SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา

ตอนที่ 90 : เทียบธารา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,521
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    13 ก.ค. 49

SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา
Author กัลฐิดา

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


อรุญสวัสดิ์ ค่ะ ^o^


วันนี้มาอัพตอนเช้าเพราะเมื่อคึนมัวแต่ทำงานเลยไม่ได้อัพให้ค่ะ แหะ แหะ
ตอนนี้ก็จะเป็นตอนที่จะเริ่มความตึงเครียดของปีการศึกษาใหม่ของพวกเฟมีลนะคะ


เมืองที่เฟมีลจะไปเมืองนี้จะให้ทุกๆ คนรู้ว่า 'วารีเน่' เป็นเมืองแบบไหนมากขึ้น
หวังว่าเพื่อนๆคงจะสนุกกับตอนใหม่นะคะ


ขอตัวไปเรียนก่อน แล้วเจอกันตอนหน้


กัลฐิดา



-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ตอนที่ 85 เทียบธารา


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


2 ปีแล้วที่มอรีลมาอยู่ที่นี่ หญิงสาวคิดขณะกำลังจัดเส้อผ้าข้าวของเข้ากระเป๋า
มองห้องนอนที่นอนมาตลอด 2 ปีแล้วก็ใจหายเธออยู่ที่นีเหมือนกับเป็นบ้านของเธอเอง


แต่ตอนนี้เธอต้องไปแล้ว ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาที่นี่อีกเมื่อไร ขณะที่มอรีลกำลังเก็บของอยู่นั้น
เสียงประตูห้องก็เปิดออกอย่างรวดเร็วตามด้วยร่างของเจ้าของบ้านที่กระโดตุบลงบนเตียง


"มอรีล จะไปจริงเหรอ" เฟมีลถามขึ้นอย่างใจหาย ต่อไปเธออยู่บ้านนี้กับป้าเฟแค่สองคนเองล่ะนะสิ
มอรีลหันมาส่วยิ้มอ่อนๆ ให้พร้อมกับตอบว่า


"ก็ปีนี้เราไม่ต้องมาเรียนที่โซนแล้วนี่นา มนตราที่ฉันไปลงทะเบียนไว้มันจะหมดลง
ตอนเดือนสิงหาพอดีเปิดเทอม" เฟมีลหน้าเศร้าลงันที


มันก็จริงมอรีลไม่ใช่คนในโซนต้องไปลงมนตราข้ามรัฐตลอดเลยแล้วมันก็แพงมาก
ตอนนี้ก็ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ที่นี่แล้ว...มอรีลต้องกลับบ้านแล้ว


"อย่าทำหน้าเศร้าอย่างงั้นน่า ฉันกลับบ้านไปแต่อีก 2 อาทิตย์โรงเรียนก็จะเปิดทีนี้เรา
ก็จะได้เรียนได้อยู่ด้วยกันเหมือนเดิมน่า อย่าลืมสิปีนี้เธอก็จะไม่ได้อยู่ที่นี่เหมือนกัน"


มอรีลพูดเตือนถึงจดหมายจากโรงเรียนที่มาถึงเมื่อวาน ปีนี้พวกเธอจะต้องวนเรียน
มนตราโบราณเบื้องต้นตามรัฐต่างๆ ไม่มีเวลามาที่อยู่ที่โซนอีกแล้วยกเว้นเดือนสถาปนาโรงเรียน
ที่ทุกคนต้องกลับมาที่นี่ นอกนั้นต้องอยู่ที่โรงเรียนสาขาในแต่ละรัฐ


ในขณะที่เฟมีลเงียบไปมอรีลก็ปิดกระเป๋าเสื้อผ้า จากนั้นจึงยกกระเป๋าไปรวมกองกับ
กล่องหนังสือที่เก็บเรียบร้อยนานแล้ว


เฟมีลมองห้องที่ไม่เหลือของมอรีลอีกแล้วอย่างว่างเปล่าในใจ มอรีลคือเพื่อนคนแรกของเธอ
เป็นพื่อนที่สนิทที่สุด ตอนนี้เพื่อนคนนี้จะต้องไปแล้ว


เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลาเหมือนเดิมอีกแล้ว เฟมีลสูดลมหายใจลึกๆ พร้อมกับการทำใจว่า
เอาน่า คนเราเมื่อก็ต้องมีเวลาที่ต้องอยู่คนเดียวบ้างเหมือนกับเธอที่ต้องอยู่คนเดียวที่เซเวน


ไม่ว่าจะห่างกันขนาดไหน ความเป็นเพื่อนก็ไม่มีวันเปลี่ยนอยู่แล้ว ตอนนี้เราก็แค่ต้องเลือกทางเดิน
ของตัวเองทางเดินของชีวิตเรา ทางเดินที่มีแต่เราเท่านั้นที่เดินได้ ตอนนี้ไม่ว่าเซ มอรีล รีเนลหรือลอลิน
ก็เหมือนจะเลือกได้แล้ว เฟมีลก็ต้องเลือกบ้าง


"เฟมีลแปลงดอกไม้ของฉันน่ะ....เอ่อ..คือ" มอรีลคิดจะพูดอะไรแต่ก็ไม่รู่จะเริ่มตรงไหน
"อ้อ เดี๋ยวฉันคอยรดน้ำต้นไม้ให้..."


เฟมีลพูดขึ้นเมื่อนึกว่าเพื่อนสาวตัวเล็กคงจะห่วงดอกไม้พวกนั้นแต่มอรีลกับส่ายหน้าปฏิเสธ
พูดขึ้นด้วยใบหน้าแดงๆ ว่า


"คือ...เซอร์รัสเขา....ขอ" คำว่า 'ขอ' ที่เอ่ยขึ้นเบาๆ ทำให้เฟมีลอดหัวเราะไม่ได้
ร่างโปร่งของหญิงสาวกระโดดผุบลงจากเตียงมากอดคอเพื่อนสนิทพร้อมกับเอ่ยล้อๆ ว่า


"เอาเลย เดี๋ยวนี้เห็นใครก็ไม่รู้ดีกว่าเพื่อนอยู่แล้วนี่"
"ไม่ใช่นะ เขาเอาแค่แปลงดอกไม้ที่...อืม เฟมีลอย่าล้อสิ เขาแค่ขอแปลงตอกไม้ที่เขาส่งมาให้เท่านั้น"


เฟมีลหัวเราะเสียงดังเมื่อในที่สุดมอรีลก็รับสักทีว่าสายลมคนนนั้เป็นคนส่งดอกไม้มาให้ทุกวี่วัน
"ได้เอาไปสิ ฉันไม่ใช่เจ้าของนี่นาแค่ให้ยืมสถานที่ปลูกเท่านั้น แต่ต้องมาขนเองน้า
เพราะว่าฉันไม่มีปัญญาหรอก ขนให้มาเยอะเเยะก็มาขนกลับไปเองเถอะ"


มอรีลส่งรอยยิ้มอย่างขอบคุณมาให้ทั้งสองเดินออกจากห้องก็พบป้าเฟกำลังเดินขึ้นบันไดมาพอดี
"เก็บของเสร็จแล้วใช่ไหมคะ หนูมอรีล" เสียงอ่อนโยนถามขึ้นเหมือนทุกที


"ค่ะป้า ต้องรบกวนป้าอีกแล้ว" เฟลามีนส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะเดินหายไปในห้องนอนของมอรีล
เสียงของเฟมีลยังคงพูดไปเรื่อยเปื่อยว่า


"เธอจะมาที่นี่เมื่อไรก็ได้นะ ห้องนั้นฉันจะเก็บไว้ให้เธอ ห้ามพักโรงแรมเด็ดขาดเข้าใจไหม"
มอรีลพยักหน้ารับคำสั่งที่เหมือนคำขอร้องนั้นอย่างเต็มใจ เฟมีลขี้เหงาเธอรู้ ขี้เหงามากๆ ด้วย
 เพราะอย่างนี้ถึงอยากมีเพื่อนเยอะๆ แถมเข้าคู่กับรีเนลได้ดีเพราะรายนั้นอยู่กับใครก็ทำให้คนอื่น
มีความสุขได้เสมอ


"เออ เฟมีลจดหมายเมื่อวานที่ว่ารัฐแรกคือวารีเน่ใช่ไหม" มอรีลถามขึ้นขณะที่ทั้งสองกำลัง
ทานอาหารมือกลางวันก่อนที่เฟมีลจะไปส่งมอรีลที่สถานทูต


"ใช่ แล้วคนที่อยู่วารีเน่จะทำไงล่ะเนี่ย" เฟมีลถามขึ้นอย่าสงงงๆ เพราะรู้สึกเขาจะไม่ได้แจ้ง
ให้เธอไปรอที่สถานทูตเลย


"อ้อ อันนั้นเขาบอกในจดหมายของฉันแล้วล่ะ ให้ไปเจอกันที่เมืองเอเบียร่าเลย ส่วนพวกเธอกับคน
ที่อยู่รัฐอื่นเขาจะพาไป แล้วเจอกันที่นั้นนะจ้ะ" เพราะว่าเมื่อปีที่แล้วเฟมีลโดนเขี้ยวเรื่องแผนที่จาก
มาสเตอร์วาตารี คำว่าเอเบียร่าจึงทำให้เฟมีลขนลุกซู่ขึ้นมาทันที


"เอ...เอเบียร่างั้นเหรอ" มอรีลมองท่าทางสยองขวัญของเฟมีลอย่างงๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
"อื้อ เป็นอะไรปล่ะเฟมีล" เฟมีลส่งหน้าแหยๆ ไปให้พร้อมกับตอบว่า


"ก็ตอนที่เรียนกับมาสเตจอร์วาตารีน่ะ เอเบียร่านี้มันเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในจุดลึกสุดของพื้นน้ำในวารีเน่
เลยไม่ใช่เหรอ" มอรีลพยักหน้าในใจก็นึกชื่นชมมาสเตอร์คนนั้นอยู่ลึกๆ ว่าทำให้คนที่เกลียด
ประวัติศาสตร์อย่างเฟมีลจำอะไรได้ขึ้นใจขนาดนี้


"ใช่ ที่นั้นถือว่าเป็นแหล่งอารยธรรมของภูตน้ำที่เก่าแก่ที่สุดของวารีเน่ด้วยนะ สวยมากๆ
 ไม่แพ้ริเวียร่าเลยล่ะ" เฟมีลพยักหน้อย่างสยอง พอนึกถึงน้ำเฟมีลก็พาลจะนึกถึงห้องน้ำวน
ในวิหารวารีทุกที คิดไปคิดมาก็ต้องพยายามเลิกคิก เพราะพาลจะกินข้าวไม่ลง ขอทีเถ๊อะ
ขออย่าให้มาสเตอร์ที่นั่นดุแลัวก็โหดเหมือนมาสเตอร์วาตารีเลย


"เฟมีลฉันว่าถ้าไม่รีบฉันต้องไม่ทันคัลล่ากลับบ้านแน่ๆ ไปกันเถอะ" เฟมีลพยักหน้ารับก่อนจะรีบ
จัดการอาหารกลางวันตรงหน้าให้หมดไปในเสี้ยวนาที


"ไปเถอะ" ทั้งสองเดินออกมาจากห้องครัวตรงไปลาป้าเฟในห้องครัว ป้าเฟกอดมอรีลอย่างเอ็นดู
ในตัวเด็กตรงหน้าเธอ เด็กคนนี้ในสายตาเธอเป็นคนที่ขยันขันแข็ง มีสติปัญญาละความพยายาม
ไม่เป็นสองรองใคร


"ไปดีมาดีนะคะ ขอให้หนูประสบความสำเร็จมากๆๆ แล้วก็อย่าลืมกลับมาเยี่ยมป้าบ้างนะ"
"ค่ะ ป้าเฟคะ...อาจจะดูแปลกที่หนูพูดอย่างนี้แต่หนูฝากเฟมีลด้วยนะคะ"


 เฟลามีนส่งยิ้มให้มอรีลเป็นคำตอบก่อนจะรุนหลังเด็กสาวออกจากห้องครัวไปที่ประตูบ้าน
ที่ยืนอยู่ด้วยเจ้าบาซิลที่เดินเข้ามาซบเหมือนจะรู้การจากไปของเธอ


"ฉันจะคิดถึงเจ้านะ ดาร์กี้ที่น่ารักที่สุด" บาซิลเอาหัวสีที่บริเวญหน้าขาของมอรีลอย่างรักใคร่
ก่อนที่จะเดินถอยกลับมาอยู่กับป้าเฟ แต่สายตาที่ส่งมาก็ยังเศร้าอยู่ดี


"ไปกันเถอะมอรีล" มอรีลพยักหน้า แต่สายตาก็เหลือบเห็นอะไรบางอย่างจึงรีบวิ่งไปที่
แปลงต้นแสงจันทร์ทันที


"เดี๋ยวมานะเฟมีล รออีกนิดเดียว"
"แล้วที่เมื่อกี้เร่...เฮ่ หายไปซะแล้ว สงสัยนายสายลมคนนั้มาล่ะสิ ใช่ไหมเจ้าบาซิล"
บาซิลทำหน้างงๆ แต่ก็กระดิกหางมากขึ้นทันทีที่เฟมีลหยิบจานร่อนที่อยู่ตรงมุมประตูขึ้นมา
"ไปเลย...บาซิล.."


ทางฝ่ายคนที่วิ่งออกมาเพราะมีอะไรบางอย่างแปลกไปที่เปลงแสงจันทร์ จดหมายฉบับน้อย
ที่ลอยอยู่ที่นั่นมอรีลหยิบขึ้นมาอ่านก่อนจะพูดขึ้นเบาๆ ว่า


"...ถ้าไม่คิดจะออกมาก็ไม่ต้องมาอีก..."


เสียงหัวเราะดังขึ้นข้างๆ หูก่อนที่จะได้รับสัมผัสที่โอบรอบตัวหญิงสาวเอาไว้ ร่างเล็กๆ
 ของมอรีลถูดยกขึ้นให้ระดับสายตาอยู่ระดับเดียกวับคนตัวสูง


"รู้อีกว่าอยู่ใกล้แค่นี้เอง ฮือ ทำไมต้นแสงจันทร์ต้นนี้แสนรู้จัง" มอรีลย่นจมูกให้คนที่มา
ไม่ให้สุ้มให้เสียงเหมือนเดิมก่อนจะพูดขึ้นว่า


"ที่เขียนนี้หมายความว่าไง" มอรีลพูดพลางขยับกระดาษบางไว้ในมือ ดวงตาสีเงินเปล่งประกาย
ทันทีก่อนจะตอบว่า


"ก็หมายความอย่างที่ว่านะสิ..." มอรีลหันหลับมาอ่านกระดาษแผ่นเล็กอีกครั้งมันเขียนว่า


 สายลมจะพัดผ่านดอกไม้น้ำแห่งดามีน่า


"จะไปเหรอ" มอรีลถามพลางใช้มือยึดไหล่คนที่ยกตัวเธอเหมือนเด็กอยู่ตอนนี้
 เซอร์รัสเพียงแต่ยิ้มแต่ไม่พูดอะไรต่อ มอรีลต้องทุบลงบนบ่าของฝ่ายตรงข้ามอย่างเคืองๆ


 เหมือนจะบอกให้ปล่อยตัวเธอลงด้วย รอยยิ้มของคนตัวโตก็ยิ่งกว้างเข้าไปใหญ่
ริมฝีปากบางของเขาสัมผัสเข้าที่พวงแก้มใสของเธอเบาๆ ก่อนจะปล่อยคนที่ไม่ชินซักทีคนนี้ลง
อย่างแผ่วเบา ร่างที่เดินหายไปจากเบื้องหลังอย่างรวดเร็วเหลือไว้แต่คำพูดที่ทำให้คนตัวเล็ก
ส่ายหน้าอย่างระอาว่า


"ลมพัดเมื่อไรก็รู้เอง...."


มอรีลมองกระดาษในมือ เก็บมันใส่กระเป๋าจากนั้นจึงเดินกลับไปหาเฟมีลที่กำลังเล่นกับ
เจ้าบาซิลอย่างสนุกสนาน ไม่นานรถลากก็เคลื่อนออกจากคฤหาสน์มุ่งสู่สถานทูตวารีเน่


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


เฟมีลนั่งมองชั้นหนังสือของห้องสมุดประจำคฤหาสน์อย่างครุ่นคิดมานาน
หลายครั้งที่ป้าเฟเดินเข้ามาเปลี่ยนจานของว่างและน้ำหวานให้


หญิงสาวก็เพียงแค่กล่าวขอบคุณและนั่งเงียบลงไปอีก ผิดวิสัยของเด็กสาวช่างพูดอย่างเฟมีลจริงๆ
"ป้าเฟคะ" ในที่สุดเฟมีลก็เอ่ยขึ้นหลังจากเฟลามีนมาเปลี่ยนน้ำในแก้วเป็นครั้งที่ 4 ของวัน


"คะ?" เฟลามีนนั่งลงเมื่อเห็นท่าทางว่าเรื่องนี้ต้องคุยกันยาว
"ที่ว่าหนูไปอยู่ที่เซวนแล้วหนูจะมีพลังเวทบริสุทธิ์ที่มากกว่าคนอื่นนี่จริงเหรอคะ"
หลังจากเงียลบไปนานเฟมีลก็ถามขึ้นเหมือนว่าได้เรียบเรียงคำถามเรียบร้อยแล้ว


"ไปได้ยินมาจากไหนเหรอคะ คุณหนู" เฟลามีนถามขึ้นอย่างใจเย็น
"เซบอกค่ะ คือว่าหนูกำลังคิดว่าหนูควรจะสอบเป็นนักเวทฝึกหัดของที่ไหนดี
เลยอยากจะรู้ว่าหนูพอจะมีความสามารถอะไรบ้างจะได้ตัดสินใจถูก"
เฟลามีนพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะอธิบายอย่างช้าๆ เพื่อให้เฟมีลเข้าใจว่า


"คือว่าโดยปกติแล้วเนี่ยเด็กทั่วไปในเซวีน่าจะเริ่มมีการแปรพลังธาตุในตัวเองเป็นพลังเวท
อย่างจริงๆ จังๆ ตอนอายุ 17 ค่ะเราเรียกอีกอย่างว่า บรรลุนิติภาวะ


 ทีนี้คุณหนูนั้นจะไม่เหมือนคนอื่นที่เป็นเด็กปกติ บังเอิญว่าคุณหนุเป็นเด็กธาตุ
สำหรับเด็กธาตุแล้วการเลี้ยงดูเป็นเรื่องสำคัญมากค่ะ


เพราะเด็กธาตุส่วนใหญ่มักมีการเเปรสภาพของพลังธาตุก่อนวัยอันควร 17 ปี
ของการเจริญเติบโตร่างการจะเตรียมรับกับพลังเวทในตัวเองได้


แต่ถ้าแปรสภาพก่อนเวลาอันควรจะเกิดขึ้นกับตัวเด็กคนนั้นและอาจจะรวมถึงคนรอบข้าง"
เฟมีลฟังแล้วก็เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างแต่เฟลามีนก็พูดต่อไปว่า


"ทีนี้ในกรณีของคุณหนู คุณท่านได้พาคุณหนูไปอยู่ที่เซเวน ตอนนี้คุณหนูน่าจะรู้แล้วว่าที่
เซเวนไม่มีบรรยากาศของพลังธาตุเลยมันเป็นผลร้ายต่อชาวเซวีน่าของเราแต่มันเป็นผลดีต่อคุณหนู
นั่นคือพลังธาตุในตัวของคุณหนูที่แปนสภาพก่อนเวลาจะเป็นตัวช่วยให้ร่างกายคุณหนูรับไว้


เหมือนกับการหายใจนั่นแหละค่ะ หากในโลกของเรามีอากาศมากไปคนก็ต้องตาย
แต่เมื่อไปอยู่ในสถานที่ที่ไม่มีอากาศเลย หากคนเราผลิตอากาศได้ด้วยตัวเองก็ไม่ตายใช่ไหมคะ"
เฟมีลพยักหน้าอย่างเข้าใจ


"พลังธาตุในตัวคุณหนูจึงเเปนสภาพเป็นพลังเวทมาตลอด 15 ปีทีผ่านมา..."
"ถ้าเป็นอย่างนั้น ทำไมหนุถึงมีอาการอย่างเมื่อต้นเดือนล่ะคะ" เฟมีลถามขึ้นอย่างสงสัย
ถึงอาการรุนแรงจนทำให้ทุกคนตกอกตกใจใหญ่


"ก็เพราะพลังธาตุใมนตัวคุณหนูยังไม่ได้แปรสภาพไปจนหมด มันแปรสภาพแค่บางส่วน
เพื่อชีวิตของคุณหนูเท่านั้น รอเวลาที่ร่างกายพร้อมกว่านั้นก่อนจึงระเบิดออกมาได้เต็มที่น่ะสิคะ


 แล้วที่หนูเซบอกว่าคุณหนูมีพลังเวทมากกว่าใครเขาก็เพราะว่าในขณะที่เด็กคนอื่น
มีการเปลี่ยนพลังธาตุไปเป็นพลังเวทเพียงเล็กน้อย แต่คุณหนูต้องเปลี่ยนแปลงมากกว่านั้น
หลายเท่าเพื่อความอยู่รอด เมื่อมาอยู่ที่นี่นับจากเด็กรุ่นราวคราวเดีนวกันก็ย่อมมีพลังเวท
มากกว่าเด็กปกติอยู่แล้วล่ะค่ะ"


เฟมีลพยักหน้าอย่างเข้าใจแต่เมื่อป้าทำท่าจะลุกเฟมีลก็ต้องรีบพูดขึ้นอีกว่า
"คือว่าเหลืออีกอย่างค่ะป้าเฟ ทำไมคุณตาถึงให้หนูไปอยู่เซเวนคะ
เซบอกว่าไปที่รัฐอื่นอย่างวารีเน่ก็ได้ ทำไมคุณตาถึงให้หนูไปอยู่ที่นู้นล่ะคะ"


ป้าเฟไม่ยอมตอบเธอเพียงส่งยิ้มมาให้เฟมีลเท่านั้น รอยยิ้มที่เฟมีลรู้ว่าเรื่องนี้ป้าเฟก็ไม่สามารถตอบได้
เหมือนดังเช่นคำถามอื่นที่เหมือนแม่บ้านคนนี้จะรู้แต่ไม่สามรรถบอกได้ เฟมีลไม่ได้ซักไซ้ต่อ


 หญิงสาวเอนหลังพิงพนักตามเดิมอย่างครุ่นคิดแต่ขณะที่เฟลามีนจะเดินออกจาห้องสมุดไป
เสียงเฟมีลก็ทำให้เธอชะงักแล้วหันมาเพื่อฟังคำถามอีกครั้ง


"คุณตาเป็นคนของกูตเร็ตทำไมถึงมีรูปอยู่ที่นี่คะป้า" ดวงตาสีนิลสบกับดวงตาสีน้ำตาลของป้าเฟ
อย่างค้นหา สุดท้ายป้าเฟก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบลง


"ทายาทของตระกูลไดเอนแพนไทร์ไม่มีแล้วค่ะ มีคุณหนู คุณพ่อของคุณหนูแต่นั้น
เมื่อทั้งสองไม่ได้อยู่ในคฤหาสน์เขาก็ต้องสืบสายไปจนถึงคนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดที่สุด


นั่นคือคุณท่าน เพราะถ้าเทียบแล้วท่านก็เป็นลูกพี่ลูกน้องของท่านฃาร์ลแถมเป็นคุณตาของ
คุณหนู 10 กว่าปีที่ผ่านมาท่านจึงเป็นคนดูแลเรื่องราวทุกอย่างในบานลังนี้


แล้วก็เป็นธรรมเนียมที่ต้องติดรูปเหมือนของผู้ปกครองบ้านไว้ที่ระเบียงทางเดินนั้นทุกรุ่น...
แต่เมื่อวันนี้คุณหนูบรรลุนิติภาวะแล้วหน้าที่นั้นก็จบลงค่ะ"
เฟมีลทำหน้างงเมื่อป้าเฟพูดว่าหน้าที่นั้นจบลงแล้วป้าเฟจึงเอ่ยด้วยนำเสียงอ่อนโยนว่า


"รูปที่จะตั้งต่อจากคุณท่านคือรูปของคุณหนูค่ะ อีกสองสามวันก็คงมาถึง"
"ห๊า!!!"


เฟมีลอ้าปากค้างกับเรื่องที่ได้รู้โดยไม่ตั้งตัวครั้งนี้ ไม่เคยคิดเลยสักครั้งว่าที่นี่เป็นของเธอ
ตอนอยู่ที่เซเวนที่รักษาที่นี่ไว้ให้คงสภาพก็เพราะว่าเป็นของคุณลุงคนๆ เดียวในความทรงจำของเธอ


 ไม่น่าเชื่อว่าตอนนี้มันคือของๆ เธอแล้วจริงๆ เฟลามีนยิ้มให้กับท่าทางตกตะลึงของเฟมีล
ก่อนจะขอตัวเบาๆ เพื่อไปทำงานต่อปล่อยให้เด็กสาวตกอยู่ในภวังค์ความคิดตัวเองต่อไป


เฟมีลนั่งคิดจนนอนหลับไปนานเท่าไรไม่รู้รู้แต่ว่ามีเสียงๆ หนึ่งปลุกเธอขึ้นมา
เฟมีลขยับตัวหนีเสียงนั้นเท่าไรแต่มันก็ยังคงก้องอยู่ในหัว


'เจ้านาย ตื่นเถอะครับ เจ้านาย...'
"อัคคาอะไรอีกล่ะ ฉันไม่ไปสู้อะไรกับใครให้นายแล้วนะ เหนื่อยจะตาย"


เฟมีลพูดเสียงขุ่นเมื่อเจ้านกไฟนั้นไม่หยุดพูดปลุกเธอเสียงที แต่แล้วเสียงเย็นที่แสนคุ้นเคยก็ดังขึ้น
"คุณเฟมีลล่า"


ร่างของเฟมีลกระเด้งตัวขึ้นจากโซฟาทันที ดวงตาสีนิลเบิกกว้างมองร่างของหญิง
สาวร่างโปร่งสวมชุดพริ้วไวสีฟ้า กลางหน้าผากมีอัญมณีรูปหยดน้ำภายในน้ำสีฟ้าเคลื่อนไหวอยู่


ดวงตาเย็นๆ สีน้ำเงินนี้เฟมีลบจำได้ดี ยิ่งรูปร่างและการทรงตัวอยู่เหนือพื้นน้ำย่อยๆ
ที่ติดมากับปลายเท้าของเธอคนนี้....มาสเตอร์วาตารี!!!!!!!


"มาส...มาสเตอร์วาตารีเหรอคะ" วาตารีมองลูกศิษย์เดือนเดียวของเธอด้วยสายตานิ่งๆ
ปนชื่นชมเล็กน้อย เฟมีลในตอนนี้หลังจากมีการแปรสภาพลังแล้วมีประกายอย่างหนึ่งที่เปล่งออกมา
โดยที่เจ้าตัวไม่รู้สึก แต่เธอรู้ลูกศิษย์ของเธอคนนี้ได้ก้าวข้ามบันไดไปหลายขั้นระหว่างหลายเดือนที่ผ่านมา


"ยังดีที่จำได้"


เฟมีลกลืนน้ำลายลงคออย่างอยากเย็น ในใจก้ภาวนาว่าอย่าให้เธอต้องมาเจอหารฝึกโหดอีกเลย
เหนื่อยจะตายแล้ว เพราะความคิดของเฟมีลหรือเปล่าที่ทำให้วาตารีแย้มรอยยิ้มน้อยๆ
ที่แม้จะสวยแต่ก็ทำให้เฟมีลใจหล่นลงไปที่ตาตุ่มเลยทีเดียว


"ไม่ได้มาฝึกสอนอะไรหรอก เพียงแค่มาส่งบัตรเชิญเท่านั้น...อัคคาไม่มาพบเพื่อนเก่าหน่อยเหรอ"
 แสงสีแดงวาบออกจากอกของเฟมีลร่างของอัคคาที่ออกมาไม่ใช่ร่างของนกไฟแต่เป็นร่างของ
ชายหนุ่มที่เฟมีลไม่ค่อยได้เห็นนักนอกจากเวลาที่อัคคาจะซ้อมเวทให้เธอ


"สวัสดีวาตารี" อัคคาเอ่ยขึ้นเสียงนิ่งซะจนเฟมีลแปลกใจว่าสองคนนี้มีอะไรกันหรือเปล่า
"ยินดีทีได้พบกันอีกครั้ง วันนี้คงรู้สินะว่าข้ามาเพื่ออะไร"


อัคคาพยักหน้าเฟมีลมองสองคนนี้สลับไปมา ใจน่ะสงสัยใจจะขาดแต่ไม่กล้าถามน่ะสิว่ามันอะไรกัน
 ในขณะที่กำลังรวบรวมความกล้าถาม วาตารีก็หันมาทางเฟมีล เด็กสาวก็ได้แต่นั่งตัวตรงแด่วตาม
ที่คุณจีเซลเคยสอนทันที


มือเรียวของวาตารีแบออกลูกคริสตัลทรงกลมภายในมีน้ำสีแดงใสบรรจุลงในนั้นอยู่ครึ่ง
ภายในมือภูตน้ำลอยอยู่กลางคริสตัลแก้ว เฟมีลมองของในมือของมาสเตอร์อย่างงงๆ
จนอัคคาต้องเอ่ยเตือนว่า


"เจ้านายรับเทียบธาราสิ" เฟมีลมองมือของตัวเองอย่าเก้อๆ แล้วเหมือนนึกอะไรขึ้นได้จึง
รีบยื่นมือออกไปต่อกับมือของมาสเตอร์จากนั้นก็พูดขึ้นว่า


“ด้วยอำนาจแห่งผู้รักษาอัญมณี ผู้มีอำนาจเหนือวิหคไฟทั้งมวล ข้าขอรับ...เทียบธารานี้ไว้ด้วยเกียรติ์"
คริสตัลแตกออกน้ำสีแดงพุ่งออกมาพันที่รอบนิ้วนางข้างขวาของเฟมีล
น้ำซึมหายไปอย่างรวดเร็วหลงเหลือเพียงรอยพันธนาการเล็กจนแทบมองไม่เห็นที่วงนั้น
 เฟมีลมองมันอย่างไม่เข้าใจ...อะไรคือเทียบธารา แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ


"เอาล่ะ เรียบร้อยวันนัดหมายท่านคงรู้แล้วสินะ อัคคา" ชายหนุ่มผมแดงพยักหน้ารับ
ร่างของมาสเตอร์วาตารีก็มีสายน้ำขึ้นพันรอบตัวทันที ใบหน้าที่โค้งเหมือนเคารพมาทางเฟมีล
ทำให้เฟมีลรีบย่อคำนับตอบแทบไม่ทัน พอร่างของมาสเตอร์หายเท่านั้นแหละ อัคคาก็หายไปอีกคน


"อัคคาอธิบายมาสิ" นำเสียงเย็นๆ ของเฟมีลดังขึ้นตามด้วยเสียงตอบของอัคคาว่า
'เทียบธาราคือเทียบเชิญจากปราการอาโบล่า ที่จะส่งตรงมาถึงผู้ถือครองอัญมณีทั้ง 7
เพื่อไปเป็นสักขีพยายนในการเลือกผู้ถือครองอัญมณีคนใหม่ครับ'


"จริงเหรอ!!! อย่างนี้ฉันก็จะได้เจอคนถืออัญมณีอีก 5 คนเลยล่ะสิ"
'ไม่แน่ครับ ไม่จำเป็นต้องมาครบแค่มา 3 คนพิธีก็จะสมบูรณ์ครับ แล้วแต่ว่าผู้ถือครองอัญมณี
จะว่างมาหรือเปล่า แต่ถ้าผู้ถือครองตอบรับเหมือนเจ้านายทำเมื่อกี้ครบทุกคนก็ถือเป็นเกียรติ์
ของปราการครับ' เฟมีลถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ไม่ต้องเจอศึกหนักอีก


"อย่างนี้ไม่มีใครปฏิเสธหรอกน่า ปฏิเสธก็เหมือนไม่ให้เกีรติ์น่ะสิ"
'ส่วนใหญ่ก็จะเป็นอย่างนั้นครับ แค่ครั้งนี้ยังไงก็คงไม่ครบเจ็ดหรอกครับ'
เสียงเศร้าของอัคคาทำให้เฟมีลถามขึ้นอย่างสงสัย


"ทำไมล่ะ"
'ก็ภาคีวาโยไม่ได้อยู่ที่ผู้ถือครองคนปัจจุบัน่ะสิครับ' มือที่กำลังจะหยิบขนมเข้าปากของเฟมีล
หยุดชะงักทันที เสียงทีนิ่งสงบเอ่ยชื่อบุคคลที่เฟมีลอยากจะจับเข่าคุยกันกับเขาเหลือเกิน
ก็หลุดออกจากริมฝีปากบาง


"ซีเลส อินดิโก้สินะ" ไม่มีเสียงตอบจากอัคคาแต่เฟมีลรู้ดีว่าคำตอบนี้ถูกต้อง
"อัคคา ฉันถามหน่อยนะ ในเมื่อวินด์โคลโลไม่มีอัญมณีอยู่กับรัฐแล้วเอนเซลเขาจะปกครองรัฐได้ยังไง"
 อัคคาเงียบไปนาน นานจนเฟมีลนึกว่าเจ้านกไฟนี้จะไม่ตอบซะแล้ว


'เพราะเอนเซลยังมีสิ่งที่มีค่าพอๆ กับอัญมณีอยู่ครับ'
"อะไรล่ะ สิ่งที่มีค่าพอๆ กับภาคีวาโยน่ะ"


'เจ้านายรู้เรื่องตำนานเทศกาลโรเซร่าไม่ใช่เหรอครับ' เฟมีลนิ่งคิดไปพักหนึ่งก่อนจะพูดขึ้น
อย่างไม่อยากจะเชื่อว่า


"อย่าบอกนะว่า....เขาเหรอที่แท้เป็นเขาเองเหรอ...คนๆ เดียวกับนิยามแห่งแผ่นดินที่ว่า
แปรผันดุจวาโยใช่ไหมอัคคา"


'ใช่ครับ แปรผันดุจวาโยในตำนานคนนั้นก็คือ เจ้าแห่งสายลมเซเฟอร์ บุคคลที่มีค่าพอๆ
กับอัญมณีศักดิ์สิทธิ์ !!!'


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27,888 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 12 สิงหาคม 2554 / 10:26
    สนุกจะเราเริ่จะไม่ยอมเมิ้นเเล้วดิ
    #27,556
    0
  2. #27154 nemooo (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 25 มีนาคม 2553 / 15:54
    +++ ^^

    สนุกดี
    #27,154
    0
  3. #26847 msn (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2552 / 12:37
    เหอะ ! ไหงไม่มีใครมาเม้นเลยหว่า ?

    ___________________________

    -^ -
    #26,847
    0