SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา

ตอนที่ 89 : ปะทุพลัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,795
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    11 ก.ค. 49

SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา
Author กัลฐิดา


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


 ลาก่อนวันหยุด


ทำไม๊ ทำไมเวลาหยุดพักมันช่างน้อยนิด อยากนอนเฉยๆ ต่อจังเลย
แต่ทำไม่ได้เพราะมีงานต้องส่งวันพรุ่งนี้ซึ่งกัลก็พึ่งจัดการมันเสร็จไป
เมื่อกี้นี้เอง แล้วก็มาโพสตอนใหม่ให้เพื่อนๆ อ่านกัน


ตอนนี้ก็มีนายแมวของเราออกอีกแล้ว แถมมีการเฉลยคำถามที่เพื่อนๆ
โพสถามแถมคาดการณ์เอาไว้มากมายไว้ด้วย


อยากอ่านแล้วใช่ม้า~~~ งั้นไปอ่านกันเลย


กัลฐิดา


ปล. แต่จะบอกว่าแม้เพื่อนๆ จะได้คำตอบไปไขข้อข้องใจ
แต่คำตอบนี้ก็จะมาพร้อมกับคำถามอีกข้อด้วย รอคำเฉลยต่อไปนะคะ


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ตอนที่ 84 ปะทุพลัง


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


เสียงร้องเพลงอวยพรวันเกิดดังไปทั่วห้องอาหารของคฤหาสน์ไดเอนแพนไทร์
ตามด้วยเสียงหัวเราะกับมุกตลกองใครบางคน ใช่แล้ว วันนี้เป็นวันเกิดของเจ้า
ของคฤหาสน์ตัวน้อย วันนี้สาวน้อยเฟมีลของเราจะเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว


"สุขสันต์วันเกิดจ้ะ เฟมีล" เซเลน่าพูดพลางส่งของขวัญให้ เฟมีลรีบเปิดดูทันที
"ว้าว เซ สวยจังเลย เธอตัดเองเหรอ" เฟมีลพูดพลางคลี่ชุดราตรีสีขาวบริสุทธิ์ออกดู
 และทาบกับตัวเองซึ่งส่งให้สาวน้อยเจ้าของงานวันเกิดของเราดูหวานมากกว่าที่กำลังเป็นอยู่


"แน่นอน ทำเพื่อเธอเลยน้า" เซพูดขึ้นอย่างภูมิใจ ส่วนรีเนลที่วิ่งเข้ามาดูของขวัญของเฟมีล
ก็ยกมือขึ้นโอบไหล่เพื่อนสมัยเด็กคนสวยคนนี้ว่า


"น้อยๆ หน่อยเซ ทีวันเกิดฉันเธอยังแค่เลี้ยงขนมเลย ทำไมไม่ตัดให้ฉันมั่งล่ะ"
"ก็เพราะฉันรู้ว่ารสนิยมเธอน่ะมันต่างจากฉันน่ะสิ แม่สาวจอมลุย ขืนตัดชุดอย่างนี้ให้เธอ
โหย~~ ไม่อยากจะคิด..."


เซหยุดคำพูดไว้แค่นั้นทำให้หญิงสาวเจ้าของเรืองผมสีชมพูทำหน้ามุ่ยและยิ่งมุ่งกว่าเดิม
เมื่อชายหนุ่มร่างยักษ์ที่เดินมาแอบดูเรื่องของสาวๆ เอ่ยอย่างขำๆ ว่า


"ถ้ายัยตัวเล็กใส่ มีหวังขาดในมีกี่วินาที ใช่ไหมเซ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า " เสียงหัวเราะดังก้องไปทั้งห้องอาหาร
 เมื่อยัยตัวเล็กที่ว่าปาเค้กที่อยู่ในมือใส่หน้านายยักษ์เข้ากลางหน้า


"ยัยตัวเล็ก!!!!~" เสียงตะโกนของคนตัวใหญ่ตามด้วยร่างสูงที่ตรงเข้าหาหญิงสาวที่ออกวิ่ง
ไปรอบๆ ห้องอาหาร


"สวยจริงๆ เลยเซ เธอเก่งจัง สิ้นปีนี้เธอต้องสองเป็นนักเวทหัดที่ฟอริโซ่ได้แน่ๆ"
มอรีลพูดพลางลูบเนื้อผ้านิ่มนั้นอย่างชื่นชม


"บ้า เรื่องพวกนี้ฉันอยู่กับมันมาตั้งแต่เด็กแล้วก็ไม่เห็นเกี่ยวกับการสอบปลาภาคนี้เท่าไรเลยมอรีล
 นี่เธออ่านหนังสือหนักไปหรือเปล่า" มอรีลส่งยิ้มอ่อนๆ ไปหาเพื่อนสาวผมทองแห้งๆ อย่างรับผิด


"จะสอบกันแล้วเหรอ ฉันยังไม่รู้จะเลือกที่ไหนเลย ทำไงดีล่ะ อ๊ะ รีเนลอย่ามาหลบหลังฉันสิ"
เฟมีลพูดขึ้นขณะทีเก็บชุดเข้ากล้องก่อนรีเนลที่วิ่งมาหลบข้างหลังจะทำมันเปื้อน


ฝ่ายคนที่ตามาติดๆ ก็ใช้ความยาวของแขนตัวเองให้เป็นประโยชน์
ลากรีเนลออกมาจากเกาะกำบังมีชีวิตนี้


"จับตัวได้ล่ะ มาเลย คราวนี้ฉันจะให้เธอได้กินเค้กจนอิ่มแน่" ร่างบางขืนตัวไม่ให้ไปตามแรงของ
อีกฝ่ายแต่คนแรงกว่าก็ชนะอยู่ดี แขนเรียวต้องรีบคว้าแขนชาลีที่นั่งที่เก้าอี้ที่โทนี่ลากเธอผ่าน
เอาไว้เป็นหลัก


"ชาลี ช่วยหน่อย บอกให้ตายักษ์นี่ปล่อยฉันที"
"พอเฮอะน่า โทนี่ นายอยากไปล้อเขาก่อนทำไม เดี๋ยวคนก็หาว่ารังแกคนอ่อนแอกว่าหรอก"


 โทนี่หยุดชะงักทันที ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองมายังหญิงสาวที่ตัวเล็กกว่าเขา
แต่ดวงตาสีทับทิมนั่นไม่เห็นจะอ่อนแอกว่าเขาตรงไหนเลย


"ใช่ ห้ามรังแกผู้หญิงนะ ตาบ้าปล่อยได้แล้ว" มือใหญ่ปล่อยแขนของเธอลงอย่างเสียไม่ได้
 จากนั้นก็หันหลังไปนั่งรวมกลุ่มกับพวกไมล์อีกทางทันทีอย่างอารมณ์เสียนิดหน่อย
 รีเนลย่นจมูกใส่หลังของอีกฝ่ายก่อนจะยิ้มขอบใจให้ชาลีแล้ววิ่งไปหาพวกเฟมีลต่อ
ชาลีมองภาพนั้นอย่างปลงๆ... ทะเลาะกันอย่างกับเด็ก


"...ไม่ต้องห่วงหรอกน่า เธอก็สอบเข้าโพลาโต้ก็หมดเรื่อง" รีเนลวิ่งมาถึงก็เห็นทั้ง 3
คุยกันอย่างเคร่งเครียดจึงถามขึ้นว่า


"สอบอะไรเหรอ"
"ก็สอบเป็นนักเวทฝึกหัดตอนปลายปีไง รีเนล พวกเซจะไปสอบที่ฟอรอโซ่ เธอก็วินด์โคลโล
ลอลินก็โพลาโต้ ฉันสิยังไม่มีหลักแหล่งเลย"


เฟมีลพูดขึ้นอย่างหนักใจ ตอนนี้พวกเราขึ้นเป็นปี 3 แล้ว ปลายปีนี้ก็จะมีสอบเป็นนักเวทฝึกหัด
ของเเต่ละรัฐ แถมเขาให้เลือกไปสอบแค่ 2-3 รัฐด้วยสิ ถ้าพลาดก็ต้องไปต่อโรงเรียนสาขาอื่น


"แล้วเมื่อกี้ใครพูดว่าให้ไปสอบโพลาโต้" รีเนลถามพลางตักเค้กที่อยู่ตรงหน้าเฟมีลขึ้นมากิน
อย่างเอร็ดอร่อย


"มอรีลน่ะสิ บอก" เฟมีลมองหน้าคนพูดอย่างกล่าวหาโดยที่เจ้าตัวงง ว่าตัวเองทำอะไรผิด
รีเนลจึงพยักหน้าสนับสนุนว่า


"ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นนี่ เธอเก่งออกจะตาย ไปรอดแน่หรือไม่ก็ไปบาซิลล่าก็ได้
 ขนาดผ่านถนนนักรบได้ฉันว่าปราการฟีเรเน่ไม่รับเธอก็บ้าแล้ว"
เฟมีลหน้ามุ่ยลงอีกที่ไม่มีใครเข้าใจเธอ


"คือว่านะ เซ รีเนล มอรีล คือฉันว่าฉันอยากไปเรียนอะไรมากกว่า 2 รัฐนี้น่ะ
เพระาฉันว่าเรียนอะไรที่มันเดิมๆ นี่มันน่าเบื่อ อย่างโพลาโต้เนี่ยฉันเบื่อแล้วอ่ะ


ไอ้ชอบมันก็ชอบอยู่หรอกเครื่องดนตรีน่ะ แต่ว่าฉันก็อยากหาประสบการณ์ด้านอื่นดูบ้าง
อย่างบาซิลล่าเนี่ยถ้าอยากเรียนค่อยขู่เข็ญเอากับเจ้านกให้สอนก็ได้ เธอคิดว่าที่เหลืออีก 5 รัฐ
มีอะไรที่เหมาะกับฉันไหมล่ะ" ทั้งสามฟังคำอธิบายที่ไม่ค่อยเข้าใจตัวเองของเฟมีลแล้ว
มองหน้ากันก่อนที่เซจะเอ่ยขึ้นว่า


"คืออย่างนี้นะ เฟมีล เท่าที่ฉันเห็นเธอน่ะเป็นประเภทมีพลังธาตุมากเกินไป
แถมไปอยู่เซเวนมาด้วยพลังธาตุบางส่วนในตัวเธอก็จะแปรเป็นพลังเวทบริสุทธิ์
ซึ่งข้อนี้ทำให้เธอต่างจากทุกคนที่อยู่ที่นี่ เธอมีพลังมากเกินไป การที่เธออยากจะเรียนที่ไหน
มันก็ได้ทั้งนั้นแหละ ขึ้นอยู่กับว่าเธอตั้งใจมันหรือเปล่า..."


"ใช่ฉันเห็นด้วย เพราะฉะนั้นจงใช้ปีนี้ให้เป็นประโยชน์ มองหารัฐที่ตัวเองอยากอยู่ที่สุดซะ
 อย่าตั้งข้อว่าเรียนจนเบื่อแล้ว อย่าใช้ความคิดนั้นมาตัดสินอนาคตตัวเอง
สิ่งที่จะอยู่กับเราทั้งชีวิตต้องเป็นสิ่งทีเรารักมันด้วยใจ เพราะรักเราจะไม่เบื่อมัน
 อย่าเอาความเบื่อหน่ายเพียงชั่วครู่มาตัดอนาคต เข้าใจไหม"


 มอรีลเอ่ยเสริมขึ้นมายิ่งทำให้เฟมีลคิดหนัก รีเนลเห็นว่าคิดไปก็เท่านั้น เฟมีลเฟมือนเธอ
ตรงที่คิดมากในเรื่องที่ซับซ้อนไม่ค่อยได้ ต้องเข้าไปสัมผัสเธอคนนี้ถึงได้คำตอบ
มือบางจึงตบลงบนไหล่ของเพื่อนสาวเบาๆ


"เอาน่า ยังมีเวลาอีกตั้งปี ถึงเวลาเธออยากเป็นอะไรก็จะรู้เองล่ะน่า อ่ะ ป้าเฟคะ หนูช่วย"
รีเนลวิ่งไปรับหน้าคุณแม่บ้านประจำคฤหาสน์ทันทีเมื่อเห็นคาราวานจานอาหารที่ลอยตาม
หญิงกลางคนมาเป็นขบวน


เพื่อนอีก 3 คนเลยตามไปช่วยอีกแรง ไม่นานโต๊ะอาหารอันแสนยาวเหยียดในคฤหาสน์
ที่เฟมีลเกลียดนักหนา ตอนนี้มันไม่น่าเกลียดอีกแล้วเพราะว่า ตอนนี้มันถูกนั่งโดยเพื่อนๆ
ที่น่ารักของเธอ โต๊ะนี้มันจะไม่เย็นชาอีกต่อไปถ้ามีเพื่อนของเธออยู่ตรงนี้


เจ้าบาซิลขยับหางกระดุกกระดิกตรงเข้าหาชายหนุ่มที่นั่งมองเพื่อนๆ เล่มเกมอยู่กลางห้องรับแขก
อย่างร่าเริง มันกระโดดขึ้นมานั่งข้างๆ พร้อมทั้งวางหัวไว้ที่ตักของฝ่ายตรงข้ามอย่างอ้อนๆ


 ลีโอมองภาพนั้นอย่างเอ็นดู มือหนาลูบลงบนหัวที่เต็มไปด้วยขนสีน้ำตาลของมัน
เจ้าบาซิลผงกหัวขึ้นมองชายหนุ่มดวงตาเปล่งประกายเหมือนกับว่ามันรู้ว่าคนๆ นี้จะเล่นกับมัน
มันจึงกระโดดลงไปคาบจานร่อนที่มุมห้องจากนั้นก็วิ่งมาส่งให้ชายหนุ่ม


"จะเล่นนี่เหรอ" บาซิลวางจานร่อนที่ตักของลีโอดวงตาใสจ้องมองจานแล้วก็มองใบหน้าชายหนุ่ม
สุดท้ายลีโอก็ต้องใจอ่อน ลุกขึ้นยืนเดินออกจากห้องโดยมีเจ้าบาซิลวิ่งตามออกมาอย่างดีใจ


จานร่อนร่อนไปตามลมแต่เจ้าดาร์กี้น้อยก็ตามกลับมาให้เขาได้ทุกครั้ง รอยยิ้มที่ไม่ค่อยได้เห็นนัก
ปรากฏขึ้นจนทำให้ผู้ที่ก้าวมาในสวนออกจะแปลกใจกลับรอยยิ้มนั้น


พอมองไปที่สัตว์เลี้ยงของตนก็ทำให้แอบขุ่นใจขึ้นมาไม่ได้...แม้แต่เจ้าบาซิลยังชอบนายนี่เลย
หว่านแสน่ห์เก่งจริงนะ อารมณ์หมันไส้ทำให้เฟมีลเกิดความคิดอยากจะแกล้งคนที่กำลัง
หัวเราะอย่างร่าเริงนั่นทันที


"บาซิล! กระโดด!" ดังคาดด้วยความที่ถูกฝึกมาอย่างดีเจ้าบาซิลละทิ้งจากจานร่อนกระโดดขึ้น
ค่อมเพื่อนเล่นของมันทันที


ฝ่ายชายหนุ่มที่ไม่ได้ตั้งตัวสุดท้ายก็เลยโดนแรงของเจ้าดาร์กี้น้อยที่ไม่ได้น้อยสมชื่อตัวนี้
กระแทกจนล้มลงกับพื้นหญ้า เมื่อชายหนุ่มตั้งตัวได้ใบหน้าของใครบางคนก็โผล่กลับหัวมาทักทาย


 รอยยิ้มสดใสที่ไม่ได้เห็นมาหลายเดือนปรากฏเห็นเด่นชัดพร้อมกับคำพูดล้อเลียนที่ดังขึ้นว่า


"ไง พ่อคนเก่งแค่นี้ถึงกับอึ้งเลยเหรอ เป็นไงพวกฉันฝึกบาซิลดีสู้กลุ่มนายได้หรือเปล่า...ว่าไง...
นี่นายแมวฟังฉันพูดอยู่หรือเปล่า"


บาซิลถอยตัวตามเเรงมือที่ตบที่อกอย่างรู้งาน ร่างของลีโอกระเด้งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
จนคนที่เป็นฝ่ายแกล้งเขาก่อนตั้งตัวไม่ทันทำท่าจะหงายไปข้างหลัง


สุดท้ายคนที่ตั้งตัวได้ก่อนก็เป็นคนรั้งเอวฝ่ายขี้แกล้งให้ยืนมั่นคงขึ้น ใบหน้าของชายหนุ่ม
เปล่งประกายรอยยิ้มที่เฟมีลไม่ค่อยพอใจเท่าไรที่ได้เห็นอย่างนั้น เพราะมันพาลทำให้เธอทำหน้า
ไม่ถูกเวลาอยู่ใกล้เขา


"ไง ไหนล่ะคนเก่งที่ว่า" เฟมีลปัดมือที่จับเอวและแขนของเธอไว้อย่างเคืองๆ
แต่เพราะอยู่ใกล้ลีโอจึงรับรู้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากหญิงสาวตรงหน้า


ใบหน้าที่มีเหงื่อผุดพรายออกมาเหมือนกับว่าหญิงสาวได้ผ่านการออกกำลังกายมาอย่างหนัก
ทำให้ลีโอไม่ยอมปล่อยมือดังคาด


"เธอ...เป็นไข้เหรอเปล่า" เฟมีลบิดข้อมือเบาอย่างประท้วง
"เปล่า แค่ข้างในมันร้อนเฉยๆ เลยออกมารับลม นายอย่างวิตกเกินเหตุไปเลยน่า"


เฟมีลพยายามบิดเเขนมากขึ้น ลีโอก็ยิ่งผิดสังเกต คนเป็นใข้จะไม่มีแรงมากขนาดนี้
แสดงว่าเธอไม่โกหกเขา แต่ความร้อนนี้มันอะไรกัน


"นี่...นี่ นายแมวปล่อยได้ยังล่ะ เจ้าบาซิลมันอยากเล่นเต็มที่แล้วนะ โยนจานร่อนให้มันสิ"
สุดท้ายลีโอก็ยอมปล่อยคนตรงหน้าจนได้ มือหนาเอื้อมหยิบจานร่อนที่หล่นอยู่ข้างตัว


จากนั้นก็ขว้างออกไป เจ้าบาซิลวิ่งกระโจนออกไปอย่างรวดเร็ว ฝ่ายเฟมีลก็มองภาพนั้น
อย่างสนุกสนานโดยไม่สนใจสายตาคู่เดิมที่คอยมองเธออย่างห่วงใยเสมอ 


เล่นกันอยู่สักพักสาวน้อยของเราก็เหงื่อชุ่มไปทั้งตัวทั้งๆ ที่ชายหนุ่มของเราไม่มีเหงื่อสักนิด
ใบหน้านวลเริ่มแดงระเรื่อขึ้นเหมือนเป็นไข้ แต่ลีโอกลับไม่เห็นแววเหน็ดเหนื่อยของเพื่อนเล่นในวันนี้


ส่วนเฟมีลเองก็เริ้มรู้สึกถึงความผิดปกติของตัวเอง เธอรู้สึกเหมือนมีใครจุดไฟรอบๆ ตัวเธอ
มันร้อนจนเธอแทบจะทนไม่ไหว สุดท้ายร่างของเฟมีลก็ทรุดลงกับพื้น


"เฟมีล!"


เสียงร้องตกใจของลีโอทำให้เฟมีลลืมตาขึ้น ตอนนี้นอกจากดวงตาสีนิลคู่นี้แล้วยังมีเพื่อนของเธอ
อีกหลายคนที่รุมอยู่รอบๆ ตัวเธอ สติที่เริ่มกลับมาอยู่กับตัวทำให้เฟมีลสังเกตสิ่งรอบข้าง...
ที่นี่มันห้องเธอนี่นา เมื่อกี้เธอยังเล่นอยู่กับเจ้าบาซิลอยู่เลย


"เธอฟื้นแล้ว โล่งไปทีนึกว่าจะเป็นอะไรมากซะอีก กินอะไรก็เยอะนะเธอเนี่ยทำไมเป็นลมง่ายจัง"


รีเนลพูดอย่างโล่งใจ เมื่อกี้ทุกคนต่างตกใจกันใหญ่ เมื่อลีโออุ้มเฟมีลเข้ามา
และผ่านห้องรับแขกขึ้นมายังที่นี่ตามคำบอกของป้าเฟ


"เป็นลม???? ฉันนะเหรอ เท่าที่จำความได้ฉันไม่เคยเป็นลมเลยนะ"
ใบหน้าที่ยังระเรื่อ เหงื่อที่แม้แต่ในห้องจะเย็นกว่าข้างนอกแล้วก็ยังออกมาไม่หยุด
ทำให้ลีโอเข้าใจอะไรบางอย่าง  


"รีเนล เฟมีลไม่ได้เป็นลมธรรมดา พลังธาตุในตัวเฟมีลกำลังปะทุ!!!"
สีหน้าของเพื่อนสนิททั้ง 3 ตกใจขึ้นมาทันที ฝ่ายเจ้าตัวก็งงๆ กับคำพูดของผู้ชายคนเดียวในห้องนี้
 มือบางกำชายเสื้อสีดำของอีกฝ่ายก่อนจะพูดอย่างคาดคั้นว่า


"อะไร?? ปะทุอะไร??"
"ใช่แล้ว เฟมีลอายุ 17 แล้ว แถมยังเป็นธาตุไฟ มอรีลตายแน่ๆ อย่างที่เธอเคยบอกไง
การแปรสภาพพลังธาตุเป็นพลังเวทโดยสมบูรณ์ของเด็กธาตุไฟมันมักจะรุนแรงใช่ไหม"
รีเนลพูดขึ้นอย่างนึกขึ้นได้ เมื่อครั้งที่


เฟมีลใช้ต้นรูต้าเพื่อรอดจากลาวาคั่นความฝัน เธอก็รู้ข้อมูลพวกนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว
แต่นั่นมันแค่ทฤษฏี ตอนนี้เรื่องจริงกำลังเกิดขึ้นตรงหน้าเธอแล้ว


ความเย็นวาบแล่นเข้ามาตามสันหลังของคนทั้ง 4 อย่างเงียบงัน ส่วนคนที่นอนเหงื่อแตกนั้น
สมองก็เริ่มเบลอ เธอเริ่มเข้าสู่อาการช่วงที่สองของการแปรสภาพแล้ว
คนที่มีสติเร็วที่สุดคือชายหนุ่มนั่นเอง


"เรียกป้าเฟเร็ว !!!"
"ได้ๆ "


เซและรีเนลรีบถลันตัวออกไปจากห้องแต่น่าแปลกร่างของคนที่ต้องการกลับอยู่หน้าประตูทันที
ที่ทั้งสองเปิดออกไป


"ไม่เป็นไรค่ะตอนนี้ขอให้ทุกคนลงไปรอข้างร่างก่อนนะคะ แล้วเดี๋ยวป้าจะจัดการทางนี้เองค่ะ
คุณผู้ชายท่านได้จัดการเรื่องนี้เอาไว้แล้ว"


รีเนลและเซต่างพยักหน้าอย่างรวดเร็วจากนั้นก็พาลีโอและมอรีลออกมาจากห้องอย่างเร่งรีบ
ประตูห้องปิดลง คนทั้ง 4 ไม่รู้จะไปไหน เลยกลับลงมาที่ห้องรับแขกอีกครั้ง


 พวกชาลี อาเรส ราเชล โทนี่ และไมล์รออยู่ที่นั่นต่างก็นั่งไม่ติดเหมือนกันที่อยู่ๆ
คนที่ร่าเริงอย่างนั้นล้มลงอย่างไม่มีสาเหตุ


"เฟมีลเป็นอะไร" ชาลีถามขึ้นอย่างเป็นห่วงคนที่เหลือก็ทำท่าจะถามอย่างนั้นเหมือนกัน
 ลีโอมองผ่านมายังเพื่อนสาวทั้ง 3 ที่ไม่รู้ว่าจะตอบความจริงหรือโกหกดี
ก่อนที่รีเนลจะเป็นคนตัดสินใจที่จะตอบว่า


"เฟมีลกำลังอยู่ในช่วงการแปรสภาพของพลังจากพลังธาตุเป็นพลังเวท..."
รีเนลยังพูดไม่ทันจบโทนี่ก็ถามสวนขึ้นว่า


"แต่ไม่น่าจะรุนแรงนี่ เฟมีลนี่เด่นด้านธาตุแสงใช่ไหม" ทั้งสามส่ายหน้าพร้อมกัน
 รีเนลพูดไม่ออกทำท่าไม่อยากจะอธิบายต่อทำให้เซพูดต่อว่า


"คือว่าความจริงแล้ว...เฟมีลน่ะเป็นเด็กธาตุไฟ..." เป็นคำตอบที่น่าตกใจมากแต่ไม่เท่ากับ
คำพูดต่อมาของเซที่ทำให้ทั้งห้องที่เคยเสียงดังจนถึงเมื่อกี้เงียบสนิททันที


"แถมเป็นธาตุบริสุทธิ์ด้วย การแปรสภาพพลังครั้งนี้เป็นตายเท่ากันเลย"


 รีเนลทรุดตัวลงซบศรีษะลงกับเข่าอย่างหมดแรง ที่เหลือก็ไม่ต่างกันต่างทรุดตัวนั่ง
อย่างไม่อยากจจะคิดว่าเรื่องที่มีแต่ในตำราจะเกิดขึ้นตรงหน้าจริงๆ


"ตามที่เราอ่านมาการแปรสภาพพลังของเด็กธาตุไฟจะรุนแรงที่สุดเลยไม่ใช่เหรอ"


ราเชลเอ่ยขึ้นเหมือนกับกำลังภาวนาว่าเพื่อนของเขาจะไม่ใช่กรณีนั้น
แต่ความคิดนั้นก็ถูกทำลายโดยมอรีล


"ใช่ ถึงแม้ว่าเด็กธาตุไฟจะเกิดขึ้นมากกว่าเด็กธาตุอื่นๆ แต่เปอร์เซนต์การรอดชีวิต
จากการแปรสภาพพลังกลับมีเปอร์เซนต์ต่ำที่สุด เพราะมันรุนแรงมาก
ขอร้องล่ะขออย่าให้เฟมีลเป็นอะไรเลย"


 ร่างเล็กก้มลงซบกับไหล่เซอย่างอดกลั้นไม่ให้ตัวเองคิดเรื่องร้ายๆ ออกมา
"อย่าคิดมากน่ามอรีล เฟมีลต้องไม่เป็นไรหรอด ป้าเฟบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าคุณตาของ
เฟมีลเตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว ท่านต้องรู้อยู่แล้วว่าต้องเกิดเหตุการณ์อย่างนี้"
เซพูดขึ้นอย่างปลอบประโลม


"เดี๋ยวนะเซ คุณตาของเฟมีลเหรอ เธอพูดเหมือนกับว่าเขาจะช่วยการแปรสภาพ
ที่แม้แต่จอมเวทอัคคียังไม่ยืนยันแน่นอนว่าทำได้ คุณตาของเฟมีลนี่เป็นใครกัน"
โทนี่ถามขึ้นอย่างสงสัย


"ศาสตราจารย์จอมเวทฟามีร์ กูตเร็ต ท่านผู้นั้นแหละคุณตาแท้ๆ ของเฟมีล
นายคิดว่าถ้าคนอย่างท่านผู้นั้นช่วยไม่ได้ก็ไม่ต้องหวังพึ่งใครแล้ว"


รีเนลพูดขึ้นมาอย่างโกรธๆ ที่โทนี่พูดเหมือนเฟมีลจะไม่รอด โทนี่หน้าเหวอไปเลยทันทีที่ได้รับคำตอบ


"ให้ตาย วันนี้มีแต่เรื่องทำให้ประหลาดใจ พวกเธอรู้เรื่องนี้กันตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย"
ชาลีพูดติดตลกเพื่อให้สถานการณ์ตอนนี้ดูดีขึ้นและมันก็ทำให้ผ่อนคลายลงจริงๆ
เมื่อมอรีลเริ่มคุมสติได้ตั้งแต่เสียงตอบของรีเนล


"ปีที่แล้ว...ต้องบอกว่าวันนี้ของปีที่แล้วเลยก็ได้ ครบรอบ 1 ปีพอดีแล้วมาเกิดเรื่องพวกนี้อีก"
เสียงตอบนิ่งของมอรีลทำให้ไม่มีคนถามต่อว่า วันนั้นพวกเขาก็อยู่ทำไมถึงไม่เห็นรู้เรื่อง


ขณะเดียวกัน


เมื่อประตูปิดลงเฟลามีนก็จัดการเอาผ้าที่อยู่รอบตัวเฟมีลออก เมล็ดสีเขียวใสในถุงผ้า
ที่ล้วงออกมาจากกระเป๋าถูกหว่านไปรอบตัวเด็กสาวที่มีเหงื่อโซมกาย


เมื่อหว่านจนทั่วเตียง หญิงกลางคนกลับมายืนที่ปลายเตียงสองแขนอ้าออกเหมือนจะโอบเตียง
เอาไว้แสงสีเขียวของเมล็ดต่างเรืองขึ้นทันที ไอสีแดงอ่อนๆ ปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ


จากนั้นมันก็ถูกดูดเข้าไปในเมล็ดต้นอ่อนก็เริ่มงอกออกมาจากเมล็ด ใบที่ควรจะเป็นสีเขียว
เหมือนเมล็ดก็ค่อยๆกลายเป็นสีแดงเข้ม แดงสด แดงประกาย


สียิ่งแดงต้นก็ยิ่งโตเรื้อยพันกันไปมาสายพันไปทั่วเตียงจนเหมือนกรงขังเฟมีลไว้ด้ายใน
ไอสีแดงอ่อนยิ่งมาก็ยิ่งเข้มไปแต่ละสายวิ่งตรงไปยังใบสีเขียวที่อยู่ใกล้ที่สุด


มือขวาของเฟลามีนขยับพลิกเล็กน้อยสายพลังสีฟ้าใสก็สอดแทรกเข้าไปตามรูตาข่ายเข้าไป
พันร่างของเฟมีล ทันทีที่สายพลังนั้นกระทบตัวเฟมีลมันก็กลายเป็นก้อนน้ำที่คอยห่อหุ้ม
ร่างกายเฟมีลเอาไว้


จนเหมือนเฟมีลจะจมนำตายแต่เปล่าเลย ไอสีแดงที่ระเหยจากร่างเฟมีลคอยต้าน
และจะดันมันออกมา ความร้อนจากตัว


เฟมีลถูกถ่ายออกมาที่น้ำจนน้ำระเหยกลายเป็นไอ ความชุ่มชื่นที่เกิดขึ้นทำให้ใบของต้นไม้
กลับมาเป็นสีเขียวอีกครั้ง เมื่อก้อนน้ำนั้นระเหยหมด


ต้นไม้ที่พันอยู่ก็เปลี่ยนสีจากแดงเป็นเขียวพร้อมที่จะรับไอสีแดงรอบใหม่
การถ่ายเทนี้เกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมาจนไอสีแดงหายไป เฟลามีนชักมือซ้ายที่คอยทำให้ต้นไม้
รับไอสีแดงลงออก


ต้นไม้ทั้งหมดก็เหี่ยวลงทันที มือขวากวาดไปตามเตียงต้นไม้พวกนั้นก็รวมกันเป็นก้อน
จากนั้นก็หายวับไปจากห้องทันที


เสียงลมหายใจที่กลับมาเป็นปกติทำให้เฟลามีนถอนหายใจอย่างโล่งอก
เธอทรุดตัวลงนั่งข้างๆ หญิงสาวผมสีแดงเพลิงที่กำลังจะกลายเป็นสีดำ
เพราะเจ้าตัวต้องการอย่างนั้น


 มือของแม่บ้านคนเก่งลูบเบาๆ ที่หน้าผากของเฟมีลอย่างรักใคร่เอ็นดู
ก่อนจะก้มลงสัมผัสหน้าผากอย่างแผ่วเบา เสียงกระซิบที่ไม่มีใครได้ยินก็ดังขึ้นข้างๆ หู
เฟมีลขณะที่เจ้าตัวเหมือนกับครึ่งหลับครึ่งตื่น


"แม่รักลูกนะ...เฟรม"


ประตูห้องรับแขกเปิดออกพร้อมกับร่างของเฟลามีนที่ก้าวเข้ามาสายตาทุกคู่ต่งจับจ้อง
เธอด้วยสายตาที่มุ่งหวัง หญิงกลางคนส่งยิ้มที่แสนอ่อนโยนมาให้เด็กๆ ก่อนจะตอบคำถาม
ที่ทุกคนเฝ้ารอคำตอบมาหลายชั่วโมงว่า 


"คุณหนูปลอดภัยแล้วค่ะ" เสียงเฮย่อยๆ ดังขึ้น มอรีลสวมกอดกับเซและรีเนลอย่างดีใจ
ลีโอถอนหายใจอย่างหมดห่วงก่อนจะมองแม่บ้านของคฤหาสน์ด้วยสายตาที่แปลกไป


ชาลีก็ทรุดตัวนั่งลงเหมือนพึ่งจบจากการเชียร์อะไรสักอย่างซึ่งอาการเหล่านั้นก็ไม่ต่างกับอาเรส
ราเซลและโทนี่เท่าไร


"ท่าทางทุกคนจะหิวเดี๋ยวป้าไปหาอะไรมาให้กินนะคะ คืนนี้ค้างที่นี้เลยไหมคะ"
เมื่อสบายใจอาการหิวก็กำเริบทันที เสียงตอบรับจึงไม่ทำให้คนถามผิดหวัง


"ครับ / ค่ะ"


ร่างของหญิงกลางคนหายออกไปจากห้องรับแขกตามตัวชายหนุ่มที่ลอบมองเธอก็เดินออกมาด้วย
 ร่างของหญิงกลางคนกำลังสาระวนกับการทำอาหารทำให้ลีโอนึกแปลกใจในความสามรถของคนๆ
เหลือเกิน ร่างที่กำลังเตรียมอาหารหันมามองคนที่จ้องเธออยู่ ก่อนจะถามด้วยรอยยิ้มว่า


"มีอะไรอยากกินเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ" ลีโอส่ายหน้าก่อนจะถามสิ่งที่ค้างคาใจว่า
"คุณเป็นใครกันแน่ครับ"


ป้าเฟชะงักมือที่กำลังหั่นผักบนเขียงเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นส่งรอยยิ้มเอ็นดูมาให้ชายหนุ่ม
จากนั้นก็หันเอาผักที่หั่นเสร็จแล้วไปใส่หม้ออย่างเงียบงัน


ลีโอถอนหายใจอย่างหมดหวัง ความจริงเขาก็รู้อยู่แล้วว่าป้าเฟคงไม่ตอบ
แต่ที่ถามเพราะว่าเพื่อจะได้เบาะแสอะไรบ้างเท่านั้น


ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะเดินจากประตูห้องครัวเสียงที่เอ่ยอย่างอารมณ์ดีของแม่บ้านคนเก่ง
ก็ทำให้ลีโอชะงัก


คำพูดที่ลีโอไม่หันไปตอบรับหรือปฏิเสธเขาเพียงแค่เดินกลับเข้าห้องรับแขกอย่างเงียบงัน
ทิ้งไว้แต่รอยยิ้มที่มุมปากของป้าเฟเท่านั้นและเสียงทวนคำพูดที่ไม่เชิงถามนั้นให้คนที่ได้ยินคิดเอาเอง


"ป้าก็แค่...คนที่รักคูณหนูคนหนึ่งเท่านั้น...รักที่ไม่เหมือนใครบางคนกำลังรัก"


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27,888 ความคิดเห็น

  1. #27714 Redhairing (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2555 / 20:18
    ว้าว อย่างนี่ป้าเฟก็รู็เเล้วสิ
    #27,714
    0
  2. #27476 กี้ (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 6 เมษายน 2554 / 20:34
    โฮะๆๆ ชอบ และกำลังเก็บเงินซื้อ Box setอยู๋ น่าจะแต่งภาคพิเศษบ้างนะค่ะ
    #27,476
    0
  3. #27197 ววาวาล่า (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2553 / 16:33
    ความรักเริ่มปรากฏแล้ว
    #27,197
    0